ข่าว ดูดวง เกมส์ เพลงใหม่ หวย รถมือสอง ผลบอล ดูทีวีออนไลน์

หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: คุณรู้ไหมอาชีพนางพยาบาลลำบากแค่ใหน?..โคตรๆ  (อ่าน 28554 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 5 ก.พ. 13, 22:17 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 
ผมเกิดมาค่อนข้างจะโชคดี เพราะอายุ 69 ย่าง 70 ปีแล้วไม่เคยป่วยไข้หนัก ไม่สบายแค่เล่นพารา 2 เม็ดก็หาย แต่ก็มีการ ผ่าตัดใส้เลื่อน 2 ครั้ง ที่ รพ.รามา และ รพ.ตำรวจ ทั้งหมอพยาบาลดีมากๆ พูดไพเราะ น่ารักมากๆ

แต่ผมโชคดีอยู่ในความโชคร้าย...ที่ได้เมียเป็นพยาบาล ผมและลูกสาวไปรับเธอที่ รพ.บ่อยๆ อยู่กินด้วยกัน 13 ปี เห็นความเหนื่อยยากของภรรยา... ที่เรียกว่าโชคร้ายคือ ผมทำงานรับราชการ ต้องเข้ากะเข้าเวร 3 กะ เหมือนกับ การเข้าเวรของพยาบาล เวลาเราจะมีSex เธอเหนื่อย อ้ายเราเองก็อยากรวย ขับรถแท๊กซี่ป้ายดำ เป็นอาชีพเสริม เหนื่อย เวลาเธอจะมีSex เราก็เหนื่อย ก็เป็นส่วนหนึ่งทำให้ครอบครัวแตกแยก เราจะเห็นว่าครอบครัวที่มีเมียเป็นนางพยาบาล(ส่วนมาก)มีปัญหาทางครอบครัว

คนธรรมดาอาจจะไม่รู้ว่า นางพยาบาลทำงานหนักแค่ใหน แถมถูกด่าพ่อล่อแม่อีกถ่างหาก ที่สำคัญต้องทนอยู่กับคนมีโรค อยู่กับคนประสาท คนบ้า อันธพาล อยู่กับขี้ อยู่กับเยี่ยว อยู่กับเลือด น้ำหนอง อยู่กับเสลด อยู่กับหนอน ในประเทศศิวิไลซ์ไม่ค่อยมีนางพยาบาล ฝรั่งไม่ชอบอาชีพนางพยาบาล ในอเมริกาส่วนใหญ่มีนางพยาบาลเป็นคนเอเซียเยอะมาก ผมเคยรู้จักกับ นางพยาบาลคนไทยซึ่งเป็น นายกสมาคมนางพยาบาลเอเซียในอเมริกา มีมากจริงๆ

แต่ก็แปลกมากเมียของผมไม่เคยบ่นว่าเหนื่อย ทำงานแบถวายชีวิตชอบช่วยเหลือมนุษย์ นอกจากทำงานแล้ว ออกจากเวร รับเฝ้าไข้ สมัยก่อนคืนละ 200 บาท รุ่งอีกวันต้อง เข้าเวรอีก ไม่ได้หลับไม่ได้นอน นางพยาบาลทุกคนเป็นอย่างนี้

นางพยาบาล(ส่วนน้อย)ที่ด่าทอคนไข้  เพราะอาจจะกดดันเพราะวันๆเจอแต่คนไข้งี่เง่า เอาตามใจ ญาติที่ไปด้วยก็ตัวปัญหา บางครั้งหมอจะฉีดยาเด็ก พยาบาลต้องจับกดเด็ก พ่อแม่ก็ด่าพยาบาล สาระพัดปัญหา เจอคนไข้โรคจิตก็ล่วงเกินนางพยาบาลอีก สารพัด สาระพัน นางพยาบาลบางคนทนไม่ไหว ก็มี วีน บ้าง แต่น้อยมาก

การตำหนินางพยาบาลต้องดูด้วยว่า เป็นพยาบาล หรือเสมียนพนักงานซึ่ง ใส่ชุดขาว เหมือนกัน ซึ่งรับเด็กจบม.3 เข้าไป เพียงอบรมไม่กี่วันก็ทำงานแล้ว ใครๆก้เรียกว่า นางพยาบาล  ต่างกับ นางพยาบาลจริงๆ จบม.3 ต้องเรียนฝึก อบรมอีกหลายปี จบจึงเข้าทำงานได้ เดี๋ยวนี้จบ พยาบาลศสาตร์ ระดับปริญญาตรี ก็มี ถ้าเข้าตำรวจก็ได้รับยศ ร.ต.ต. ทหารบกก็ติดยศ ร.ต. ดาวข้างละ1 ดวง

ในความรู้สึกของผมคิดเสมอว่า นางพยาบาล คือเหล่านางฟ้ามาเกิด พวกเธอเป็นนางฟ้า ครับ

//ช.ผาสุข
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
TonAor
เรทกระทู้
« ตอบ #1 เมื่อ: 6 ก.พ. 13, 01:40 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ขอบคุนค่ะ ที่ยังมีคนมองเห็นความดีในอาชีพพยาบาล
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
jaja
เรทกระทู้
« ตอบ #2 เมื่อ: 6 ก.พ. 13, 03:59 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
เห็นด้วยครับ   พยาบาลทำงานหนักแทบตายแต่รายได้ไม่เท่าหมอ  พยาบาลคือตัวช่วยให้หมอรวยจ้า
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #3 เมื่อ: 6 ก.พ. 13, 07:45 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
เรามีเพื่อนเป็นพยาบาลที่โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อนเราต้องเข้ากะสลับกลางวันบ้าง กลางคืนบ้าง พอกลางวันก็หลับไม่สนิท ผิดเวลาไปหมด บางทีก็ต้องอาศัยยานอนหลับช่วย วันหยุดนักขัตฤกษ์ก็ไม่ได้หยุดแบบคนอื่นเค้า เงินเดือนก็ไม่ได้มากมาย แต่เค้าก็รักในอาชีพพยาบาล ขอร่วมยกย่องวิชาชีพพยาบาลอีกหนึ่งคนค่ะ  q*062 q*062 q*062
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
หญิงไทย
เรทกระทู้
« ตอบ #4 เมื่อ: 6 ก.พ. 13, 07:48 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
 ขอบคุณพยาบาลทั้งหลาย ท่านอาจจะมีรายได้น้อยกว่าหมอ แต่ท่านได้กุศลแรง นี้ล่ะมั้งที่ยังมีอาชีพนี้อยู่ ขอให้มีความสุขทุกคนนะคะ
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ttot
เรทกระทู้
« ตอบ #5 เมื่อ: 6 ก.พ. 13, 08:28 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ลำบากก็ต้องทน ในเมื่อเดินมาทางนี้แล้ว มีเมียเป็นพยาบาลเหมือนกัน เรื่องด่าคนไข้น่าจะเป็นบางคน เดี๋ยวนี้พยาบาลต่างจังหวัดมีให้ไปอบรมธรรมด้วยไม่รู้ ในกรุงเทพมีหรือเปล่า
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #6 เมื่อ: 6 ก.พ. 13, 08:29 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
คห.ถูกลบไป 1 คห. ผมพูดถึงการขาดแคลนแพทย์ ขาดแคลนพยาบาล เกี่ยวเนื่องโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค ปีแรกกระทรวงสาธารณะสุขเป็นหนี้ 2.4 หมื่นล้านบาท ประชาชนแห่ไปรักษาเพิ่มมากขึ้นหลายเท่าตัว แพทย์ พยาบาลต้องทำงานหนัก(ไม่ใช่แบกคนไข้นะ) รักษาคนไข้ไม่มีคุณภาพ คนไข้รอตั้งแต่ 8 โมงเช้ากว่าจะได้ตรวจ บ่าย 2 โมงก็มี ยาด้อยคุณภาพ หมอแพทย์พยาบาลก็เผ่นซีครับ ไปอยู่รพ.เอกชนดีกว่า หลายคนไปทำงานที่ต่างประเทศ

พูดมากเดี๋ยวโดนลบอีก..เอ้อ น่าเบื่อหน่ายกับบอร์ดนี้จัง อ๋อเอาใจพวกบ้าดารา คนเข้าอ่านเกือบ 3 แสนคน....กระทู้ คห. ไม่โดนลบ เออ..บ้านของคุณ คุณมีสิทธิ์ไล่คนออกจากบ้านได้..ไม่ใช่เรื่องแปลก

//ช.ผาสุข
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
เอาด้วย
เรทกระทู้
« ตอบ #7 เมื่อ: 6 ก.พ. 13, 09:26 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
มีเมียเป็นพยาบาลเช่นกันครับ แต่ผมมาสารภาพว่า เพราะว่าการเข้าเวร ของเมีย ถึงทำให้ มีช่องว่าง ให้ สามีมากเกินไป สุดท้าย อาชีพพยาบาลไปดูหรือสำรวจเถอะครับจะพบว่า ส่วมมากแล้ว มักต้องเลิกกัน ผมก็ด้วยเลิกกันไป เพราะว่า งานนี้ผมผิดครับ เพราะว่าผม ไม่พออยากมีเสริมเพิ่มมาอีก แต่ ให้เวลาไม่ถูก สุดท้ายผมก็ถูกฟ้องหย่าไป ก็ยอมรับครับ ปัจจุบันอยากกลับไปมีเมียเป็นพยาบาลอีก แต่ เหมือน พวกเธอจะส่งข่าวรึไง ไม่รู้ จีบไม่ติดแถม ถูกมองด้วยสายตา...อีกด้วย
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
marketdreams
เรทกระทู้
« ตอบ #8 เมื่อ: 6 ก.พ. 13, 09:47 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
แถวบ้านเราใกล้สถานผลิตพยาบาลทางเชียงใหม่ นักศึกษาพยาบาลเรียนเหนื่อยมาก ทำรายงานทีเรียกว่าตกเครียดไปตามๆ กัน เรื่องเข้าเวรไม่ต้องพูดถึง ต้องยืนกันทั้งวันแทบไม่ได้นั่ง พวกเทคโนโลยีทันสมัยไม่ต้องไปถามถึง พวกเธอไม่มีเวลามานั่งตามแฟร์ชั่นแนวนี้ หลายคนแฝงสีหน้ารอยเครียดไว้บนใบหน้า แต่เวลาพูดคุยกลับดูไม่เคร่งเครียดสวนกับใบหน้าของเธอ ถูกครับสนับสนุนคำพูดที่ว่า อยากจะบอกว่านางพยาบาล คือ นางฟ้า ที่ต้องทำงานด้วยความอดทนเป็นอย่างมาก
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
เอาใจช่วยพยาบาลทุกคนครับ
เรทกระทู้
« ตอบ #9 เมื่อ: 6 ก.พ. 13, 10:16 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ผมนับถืออาชีพพยาบาลมากๆ ครับ แม้บางคนจะบอกว่าเป็นแค่อาชีพ อาชีพหนึ่ง แต่อาชีพนี้ช่วยชีวิตคนได้ ผมว่ามันยิ่งใหญ่มากๆ ในความรู้สึกของผม
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
หมึกกระตอย
เรทกระทู้
« ตอบ #10 เมื่อ: 6 ก.พ. 13, 10:19 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
หากคุณจะมีแฟนเป็นพยาบาล คุณต้องเข้าใจงานและหน้าที่ของเขาด้วย ซึ่งไม่ต่างอะไรกับตำรวจเช่นกัน เพราะต้องเข้าเวร วันหยุด หรือวันสำคัญเช่นปีใหม่ สงกรานต์ ต้องอยู่เวรตลอดลาไม่ได้ ขนาดว่าคนในบ้านป่วยยังปลีกตัวไปดูแลไม่ได้เลย ข้อนี้เป็นที่น่าสงสารมาก ใครที่คิดว่ามีลูกมีภรรยาเป็นพยาบาลแล้วจะมาให้ดูแลตัวเองนั้นคิดผิดค่ะ เพราะแม้เวลาจะกินจะนอนยังไม่ค่อยเป็นเวลาเลย พอมีครอบครัวแล้วก็จะมุ่งมั่นทำงานโดยไม่มองหรือสนใจใครอีก ซึ่งต่างกับสามีที่มักจะหาโอกาสเวลาภรรยาขึ้นเวรนี่แหล่ะออกนอกบ้าน เพราะฉะนั้นความมีเกียรติและศักดิ์ศรีนี่แหล่ะจึงทำให้พยาบาลหลายคนจึงมีการหย่าร้างสูง เพราะเธอสามารถยืนได้ด้วยลำแข้งตัวเองเพียงคนเดียว หากคิดจะมีแฟนเป็นพยาบาลแล้วเอาคำว่าไม่มีเวลาให้ผมมาใช้ในการขอเลิกรากัน นั่นเป็นข้ออ้างเท่านั้นเพราะคุณเองนั้นย่อมรู้ดีอยู่แล้วว่างานของเขาเป็นอย่างไรตั้งแต่ก่อนใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #11 เมื่อ: 6 ก.พ. 13, 10:33 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
สมัยก่อนพยาบาลส่วนมากต้องนั่งรถเมล์ไป-กลับที่ทำงาน ออกเวรดึก ตีหนึ่่ง ส่วนเวรเช้าออกตั้งแต่เช้ามืด ตี 4 ครึ่ง ต้องยืนรอรถเมล์อยู่คนเดียวที่ป้ายรถเมล์ ดีหน่อยที่แต่งชุดพยาบาล ถ้าชุดไพรเวท อาจจถูกฉุดไปข่มขืน กว่าจะกลับถึงบ้านก็ดึก ตอนนั้นรถยนต์ของผมพาผู้โดยสารไปส่งที่ ร้องกวาง สระบุรีขากลับตี 2 กะจะไปนอนที่ปั๊มสว่างกลับ รถยนต์เสียกไปชนเกาะกลางช่วงเขาสร้างถนนใหม่ ที่ทางรถไฟ ช่วงล่างเละ กว่าจะซ่อมเสร็จนานมาก

ผมต้องเดินออกไปรอรับเมียดึกดื่น ที่ไกล้สี่แยกไกลมาก เรียกว่าชีวิตนางพยาบาลมันเสี่ยง เหมือนเดินอยู่บนเส้นลวด อีกทั้งโรคร้ายอาจติดต่อจากคนไข้ได้..เดี๋ยวนี้ผมไม่กล้าเข้าโรงพยาบาล..กลัวมาก ยิ่งไปเห้นนางพยาบาลทำงานตัวเป็นเกลียว..ทำให้นึกถึงเมียคนแรก น้ำตาจะไหล...รักกัน 13 ปี แทบดูดดื่มกิน แต่ผลสุดท้ายจำเป็นต้องแยกทาง เพราะผมเองนิสัยเสีย สาวอื่นมาติดพันเยอะ.....เลยบ้านแตก

ที่เล่าให้ฟังอาจจะเป็นอุทาหรณ์สำหรับคนมีเมียเป็นพยาบาล เมื่อเราได้เมียเป็นนางพยาบาล เธอเป็นนางฟ้า มีจิตใจงาม เราก็ต้องทำตัวแบบ เทวดา ด้วย คือเห็นสาวสวยอย่าไปข้องแวะ ครอบครัวก็จะราบรื่น

//ช.ผาสุข
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
พยาบาล พยาบาล
เรทกระทู้
« ตอบ #12 เมื่อ: 6 ก.พ. 13, 10:57 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
 q*027
         วิชาชีพพยาบาลกว่าจะเรียนจบมา เรียน 4 ปีจริง แต่ทำงานยังกะเรียนมามากมายกว่าแพทย์ (ขออนุญาตพาดพิงอาชีพที่ทำงานร่วมกันบ้างนะคะ)ตั้งแต่เรียนต้องให้เกีรติผู้ป่วยและเพื่อนร่วมงาน พอจบทำงานมาปีแรกต้องขึ้นเวรเช้า,บ่าย,ดึก มีคนบอกว่ามีกรรม แต่ถามหน่อยว่า เป็นกรรมที่ทำดีด้วยอาชีพช่วยเหลือผู้เจ็บป่วยให้สุขสบาย คนเข้าใจก้อดีไป คนไม่เข้าใจก้อว่างานเราสบาย แค่เขียนnurse note ให้ยา ขึ้นเวรมา ทำตามคำสั่งแพทย์ก้อจบ งานง่ายๆเอาสามล้อทำก้อได้ ถามหน่อยเถอะ ถ้าเอาสามล้อทำได้ ทำไมไม่จ้างสามล้อทำ บางทีดูถูกกันเองในวิชาชีพ กลัวกันได้ดี ใครเลียเก่ง โกหกเป็นได้ขั้นไป ไม่ค่อยมี unity ในองค์กรเท่าไร บางครั้งเห็นน้องๆไปเรียกร้องให้บรรจุ รู้สึกดีที่น้องแสดงถึงการสามัคคีและใช้สิทธิที่มี อยากให้ในองค์กรเราสามัคคีรักวิชาชีพตนเอง เป็นปากเสียงแทนลูกน้องบ้าง ไม่ใช่เหยียบย่ำกันเอง
        ค่าตอบแทนน้อยมากกกกก  ทำงานหนักยังกะค..ายแต่ได้เงินนิดเดียว แพทย์รึวิชาชีพอื่นที่ทำงานด้วยกันขึ้นเวรเหมือนกันทำไมต่างกันมากขนาดนี้ มีคนบอกเขาเรียนเยอะกว่าแล้วศักดิ์ศรีพยาบาลโดนดูถูกมาก บอกทำงานไม่มีการพัฒนาบางล่ะ ไม่ลำบากย้างล่ะ ขอถามหน่อยดิเวลาคนไข้จะตายกินไม่ได้นอนไม่หลับเขาเรียกหมอไหม เขาก้อเรียกพยาบาลเวลาให้การพยาบาลช่วยเหลือผู้ป่วยที่ทำได้โดยไม่ต้องรอแพทย์น่ะเราทำหนักแค่ไหน อยากวอนผู้ใหญ่โตในสภาฯช่วยหน่อยเหอะ ช่วยทำให้พยาบาลมีชีวิตที่ดีขึ้นบ้างค่าตอบแทนที่เป็นขวัญกำลังใจขออย่าเป็ฯเศษเงินแบ่งให้ ทำอะไรให้นึกถึงคุณค่าพวกหนูบ้างนะคะถ้าท่านว่าให้แค่นี้ดีแล้ว ต่อไปก้อให้นายแพทย์มาเช็ดตัว วัดไข้วัดความดันให้อาหารทางสายยางรึฉีดยาให้ดีไหมคะ พวกหนุขอทำงานตามเงินค่าวิชาชีพที่ท่านให้นะคะ
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
เอเอ
เรทกระทู้
« ตอบ #13 เมื่อ: 6 ก.พ. 13, 11:10 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
เรื่องจริง เป็นกำลังใจให้พยาบาลทุกคน
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
nurse
เรทกระทู้
« ตอบ #14 เมื่อ: 6 ก.พ. 13, 11:48 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
 q*062 q*062 เป็นพยาบาลเหมือนกันแต่อยากเลิกจากอาชีพนี้แล้ว  อยากไปทำอาชีพอื่นที่มันไม่ต้องมาเครียด และเหนื่อย ไม่ต้องมารับผิดชอบชีวิตผู้ป่วยไม่มีเวลาดูแลครอบครัว..ไม่มีเวลาดูแลพ่อแม่..เพราะต้องขึ้นเวร  ต้องสลับให้เพื่อนคนอื่นได้ลงเวรได้พักบ้าง............ แต่พอจะเลิกทำจริงๆกลับเสียดายความรู้ที่เรียนมา...  เสียดายโอกาศที่จะให้คำแนะนำผู้ป่วย..เสียดายถ้าเห็นคนทุกข์ใจเพราะไม่สบาย..ถ้าเราสามารถช่วยได้เราก็อยากช่วยเต็มที่เพื่อบรรเทาความทุกข์นั้น  ทำให้เรารู้สึกว่าเราเลิกจากอาชีพนี้ไม่ได้  
  
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
มองต่างมุม
เรทกระทู้
« ตอบ #15 เมื่อ: 6 ก.พ. 13, 11:57 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
เข้าใจว่าพยาบาลเหนื่อยแค่ไหน  พยาบาลดีก็มี พยาบาลไม่ดีก็มี มันปะปนกันไปทุกอาชีพเหมือนกันหมด    พยาบาลที่ไม่ดีก็จะไม่สนใจเรื่องจรรยาบรรณ มองแต่เชิงพาณิชย์      ซึ่งทำให้พยาบาลที่ดีเสียหายไปด้วย

แต่ที่แน่ ๆ คือค่าจ้างพยาบาลสมัยนี้  ไม่ถูกนะ เอาแค่พยาบาลที่จ้างพิเศษ ก็คิดเป็นชั่วโมง เที่ยงคืนถึง 6.00 น. 1,800 บาท เพราะเขาบอกว่าเป็นค่าวิชาชีพ   (แต่ขอโทษ  เราคุยกับพยาบาลนะ  แต่เวลาจริง กลับเอาเด็กที่ฝึกหัดมาแล้ว มาเฝ้าไข้แทน)  ห้องที่อยู่เป็นห้องรวม  แถม ตอนที่เฝ้าไข้ กลับไม่ได้เฝ้าจริง โน้นไปอยู่ห้องยา คุยกันไปกินกันไป   คนไข้ที่เจ็บอยู่ต้องการพลิกตัวทุก 2 ชั่วโมง หรือต้องขยับตัวตลอด  จะทำอย่างไรได้  กริ่งกดก็ไม่มี  คนไข้คือแม่เราเอง แม่เราเขียนหนังสือบอก  เพราะท่านให้ท่อหายใจอยู่   มันเป็นความจริงที่เจอต่างกัน  ตอนนี้แม่เราตายไปแล้ว 

ญาติคนไข้ไม่เคยมีเรื่องกับพยาบาล เพราะฉะนั้น ไม่มีเหตุผลที่จะต้องแสดงกริยาไม่ดีต่อพยาบาล  แต่สิ่งที่เราเจอมันเป็นอีกมุมหนึ่งที่พยาบาลไม่ดีจริง ๆ 

กรณีที่พยาบาลห้องฉุกเฉินเจาะเลือดไปครั้งแรก  พอมาครั้งที่สอง มาเจาะใหม่ แต่หาเส้นไม่เจอ  เราก็ถามว่าหาเส้นไม่เจอหรือคะ   แต่พยาบาลกลับพูดว่า "ญาติจะให้เจาะหรือเปล่า ถ้าไม่ให้เจาะก็บอกมา"   นี่หรือคือสิ่งที่ได้รับ   
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
zole
เรทกระทู้
« ตอบ #16 เมื่อ: 6 ก.พ. 13, 12:24 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
หมอที่ดีคือเทวดามาโปรดคนไข้ พยาบาลที่ดีคือนางฟ้ามาโปรดคนไข้
ทุกสังคมมีทั้งคนดีและคนไม่ดี อยู่ที่ว่าเราเลือกคนดีมาปกครองบ้านเมืองหรือไม่ ถ้าใช่ เสียงบ่นแบบนี้คงไม่เกิดขึ้น
ทุกอาชีพล้วนลำบากหมด มีแต่อาชีพนักการเมืองสบาย โกงประชาชนโกงชาติ ฆ่าคนตาย ทำร้ายผู้อื่น โกหกหลอกลวง ไม่ต้องติดคุก หนีไปไหนก็ได้ แต่หนีกรรมไม่พ้นแน่นอน
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
พยาบาลตัวเล็กๆ
เรทกระทู้
« ตอบ #17 เมื่อ: 6 ก.พ. 13, 12:30 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ในฐานะที่เป็นพยาบาลคนหนึ่ง  เงินเดือนก็ไม่ได้สูงแค่หมื่นต้นๆทำงานก็หนักแล้วก็เหนื่อยไม่ต้องถามเรื่องครอบครัวพ่อแม่ป่วยยังไปดูแลไม่ได้  ลูกไม่สบายก็ต้องให้พ่อหรือตากับยายพาไปหาหมอ  เวลาจะนอนก็น้อย  อยากให้ครอบครัวสบายก็ต้องควงเวร  วันหยุดอยากไปเที่ยวกับครอบครัวก็ไม่มี  ต้องจับฉลากกันปีใหม่ใครได้หยุด  สงกรานต์ใครได้หยุด  หยุดหมดก็ไม่ได้  วันลามีไว้ประดับบารมี  มีก็ไม่เคยได้ลา ป่วยก็ต้องหอบสังขารมาทำงานเพราะคนไม่พอ  ขอให้คนไข้เข้าใจด้วยนะคะบางครั้งที่พยาบาลดุหรือพูดไม่ดีเพราะเค้าก็เหนื่อยเป็นคนไข้ก็เอาแต่ใจญาติบางคนก็โวยวายอารมณ์บางครั้งก็เก็บไว้จนหลุด  ไม่มีพบาบาลคนไหนอยากแสดงกิริยาที่ไม่สำควรกับคนไข้หรือญาติหรอกนะคะ
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #18 เมื่อ: 6 ก.พ. 13, 12:35 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
มันก็เหมือนกันหมดทุกอาชีพล่ะครับ ดูพวกทำงานโรงงานสิ ตื่นไปขึ้นรถทำงาน ตี 5 กลับมาถึงบ้าน 3 ทุ่ม อยู่กับลูกกับสามีกี่ชั่วโมงกัน ถามว่าเขาอยากทำไหม ไม่มีใครอยากทำหรอก แต่มันเลือกไม่ได้   q*027
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
สามีพยาบาล
เรทกระทู้
« ตอบ #19 เมื่อ: 6 ก.พ. 13, 12:54 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ผมก็มีเมืยเป็นพยาบาล  ตอนนี้มีลูก 2 คน  คนเล็กเพิ่งจะ 5 เดือน
ลำบากมากครับ  เมียเข้าเวร บ่าย เวรดึก ต้องพาลูกไปกินนม  เพราะลูกไม่กินนมชง  ตี2  ลูกร้องไม่หยุดต้องขับรถไปโรงพยาบาล แต่ไม่ดูดนมแม่นะครับ  เทศกาลจะไปเที่ยวเมียแลกเวรไม่ได้ก็ต้องอยู่บ้าน  ผมเป็นวิศวกรครับมันเหมาะที่ต้องเลี้ยงเด็กมั้ยเนี่ย
  ถ้าลาออกมาแล้วไม่รู้จะทำงานอะไร  เลยต้องอดทนทำ เผื่อวันใดวันหนึ่งมีเงินพอเลี้ยงชีพค่อยลาออก  
  เรื่องมีเซ็กส์  ไม่ต้องพูดถึงครับ  มันต้องรอดูก่อนว่าเมียจะมีอารมณ์กับเราหรือเปล่า  บางที่ติดไข้จากโรงพยาบาลมาติดที่บ้านโดยเฉพาะเชื้อหวัด
  คนไหนไม่มีเส้นก็เข้าเวรไปจนเกษียร  เด็กจบใหม่เส้นใหญ่หน้าตาดี แป็บเดียวไม่ต้องขึ้นเวร  ทำงานสบาย จันทร์-ศุกร์ 08.00น.-16.00น.
หยุดตามปฏิทินวันหยุดราชการ
  ทุกวันนี้เจ้าหน้าที่ไม่พอครับโดยเฉพาะโรงพยาบาลศูนย์  แต่รับเจ้าหน้าที่พยาบาลมาแล้วใช้ระบบประกันสังคม  ไม่ยอมบรรจุเป็นข้าราชการ  ใครจะไปอยู่ได้นานๆ ละครับ
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ertt มี
เรทกระทู้
« ตอบ #20 เมื่อ: 6 ก.พ. 13, 13:20 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ผมมีเมียเป็นพยาบาล เวลาไม่สำคัญผมดูแลครอบครัวได้ ได้แต่สงสารเห็นเหนื่อยๆแต่ก็ยิ้มให้เสมอ เพื่อเป็นกำลังใจ ลดปัญหาการทะเลาะ ให้ทุกอย่างตามต้องการด้วยเหตุและผล เขาเหนื่อยผมก็ต้องเหนื่อยกว่า ต้องดูและครอบครัวทั้งสองฝ่าย อยากให้กำลังใจพยาบาลทุกท่าน
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
aaอู๋
เรทกระทู้
« ตอบ #21 เมื่อ: 6 ก.พ. 13, 13:34 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ทุกอาชีพ ก็เหนื่อยเหมือนกัน ไม่ใช่แค่เฉพาะพยาบาลหรอกที่เหนื่อย ลองหันไปดูรอบๆตัวบ้าง วิชาชีพอื่นก็เหนื่อยเป็น บ่นเป็นเหมือนกัน ไม่ใช่แค่พยาบาลหรอก
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
นายคิดดี
เรทกระทู้
« ตอบ #22 เมื่อ: 6 ก.พ. 13, 14:29 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ผมก็เป็นอีกบุคคลหนึ่งที่มีอาชีพพยาบาล (ชาย) เรียนจบพยาบาลปริญญาตรี และมารับราชการที่กรมราชทัณฑ์การทำงานก็เหมือนเอาอาชีพแพทย์มาทำงานเพราะต้องตรวจคนไข้ ทุกระบบ สูติ ศัลย์  Med เด็ก ENT Lab อุบัติเหตุทั้งที่เรียน เพิ่มมาอีก  4  เดือน เวชปฏิบัติทั่วไป ก็ทำงานรับผิดชอบผู้ต้องราชทัณฑ์ทั้งเรือนจำ ถือว่าเป็นความรับผิดชอบที่เกินขีดความสามารถของพยาบาลที่ผมเขียนมาแบบนี้ผมไม่ได้บ่นอะไรน่ะครับแค่อยากจะเล่าประสบการณ์ให้คนอื่นได้รับรู้บ้าง เวลาก็ไม่ค่อยมีให้กับครอบครัวเพราะต้องถุกเข้าเวรยามเกือบทุกวันเป็นเวรบังคับ ทุกวันนี้ก็เลยเป็นโสดครับ   ค่าตอบแทนก็คืนละ 500  บาท  16  ซม. ค่าเวชปฏิบัติก็ 500  บาทต่อเดือน เงินเดือนก็ตาม ซี บางทีก็เหนื่อยกับค่าตอบแทนอันน้อยนิดแต่ก็ต้องทำเพระเป็นหน้าที่และความรับผิดชอบ ที่ยิ่งใหญ่ตลอดทุกวินาทีในเรือนจำ ความเป็นวิชาชีพเฉพาะ ที่ต้องเสียสละให้กับการดูแลรักษาผู้ป่วย เพราะถือด้านคุณธรรม  จริยธรรม ไม่ว่าผู้ป่วยจะเป็นใคร ยากดีมีจน ผู้ร้าย หรือโจร ก็ต้องดูแลตามศิลธรรม ปัจจุบัน แรงงานได้เงินค่าจ้าง 300  บาทต่อวัน ถ้าเป็นวันหยุดก้ได้ ค่าแรงสองเท่า คือ 600  บาท ก็ถือว่าได้มากกว่า พยาบาลที่ถือว่าเป็นวิชาชีพ มีใบประกอบวิชาชีพเฉพาะ เรียนมา 4  ปี เฉพาะทางอีก  4  เดือน เรียนยาก สอบใบประกอบก็ยาก ความรับผิดชอบที่ทำปัจจุบัน ก็เอาหน้าที่แพทย์ มาทำ เพราะฉะนั้นต้องเก่งจริงๆ ผมไม่ได้เรียกร้องอะไรหรอกครับ แค่อยากจะแชร์ประสบการณ์การทำงานให้คนอื่นได้รับรู้บ้าง ขอบคุณคับ
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
คำน้อย
เรทกระทู้
« ตอบ #23 เมื่อ: 6 ก.พ. 13, 14:34 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
เป็นอาชีพที่ถือประโยชน์ของผู้ป่วยเป็นศูนย์กลางจริงเมื่อเราประสบปัญหาค่าตอบแทนที่ไม่เหมาะสมการทำงานที่หนักเกินไปจนทำให้คุณภาพชีวิตคุณภาพครอบครัวเสียไปเมื่อผู้บังคับบัญชาพูดเรื่องเสียสละเราทำเพื่อคนใข้เมื่อนั้นเราก้อจะทำใจได้โดยที่เราก้อจะไม่เรียกร้องใดๆๆเป็นเช่นนี้มานานแล้วแต่ไม่รู้จะเป็นอีกนานแค่ไหนเหนื่อยเหมือนกันเน้อะ
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
yarn
เรทกระทู้
« ตอบ #24 เมื่อ: 6 ก.พ. 13, 14:41 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ผมเห็นพยาบาลแล้วรู้สึกสงส่ารมากพยาบาลบางที่ต้องตื่นตี3 กว่าจะถึงที่ทำงาน ตี 4กว่า ต้องเตรียมของให้คนไข้ตี 5 เพื่อที่จะรักษาคนไข้ กว่าจะเลิกอีกที 4 ทุ่ม ทำงานวันละเกือบ 17-18 ชั่วโมงแต่พยาบาลทุกคนก็น่ารักทุกคนโดยเฉพาะพวกพยาบาลน้องใหม่ทั้งหลาย(ต้องขอชื่นชมจริงจริง)ที่ศูนย์ราชวัตรไตเทียมหลักสี่ครับ....
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #25 เมื่อ: 6 ก.พ. 13, 15:04 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
เห็นด้วยอย่างมากผมก็เป็นคนไข้คนหนึ่งที่ต้องอาศัยพยาบาลดูแลอาทิตย์ละ 3 วัน วันละ 4 ชั่วโมง..แต่พยาบาลที่ดูแลคนไข้แบบพวกผมส่วนมากน่ารักมากทุกคน..ต้องตื่นออกจากบ้าน ตี4 เพื่อมาดูแลรักษาคนไข้และต้องเตรียมอุปกรณ์ถึง 4 ทุ่มเปนอย่างนี้ทุกวันเวลานอนน้อยมากจะไปเที่ยวไหนกับครอบครัวต้องสลับแรกเวรกันดูแล้วก็รู้สึกเห็นใจแต่พยาบาลทุกคนล้วนนิสัยดีน่ารักจะดุก็เฉพาะคนไข้ที่ไม่ดูแลตัวเองตามที่พยาบาลแนะนำเพื่อประโยชน์ของคนไข้เองและพยาบาลน้องใหม่ที่นี่ก็น่ารักแม้จะยังไม่ชำนาญในการใช้เครื่องมือในการรักษาคนไข้เท่าไรแต่พยาบาลหลายคนที่อยู่นานแล้วบางคนเปรยว่าเหนื่อยมากร่างกายเริ่มหล้าเต็มที่ก็มีพวกพยาบาลน้องใหม่นี่แหละที่เป็นกำลังสำคัญต่อไป..พยาบาลเปรียบเหมือนนางฟ้าจริงจริงครับคอยให้ยารักษาทั้งทางใจและทางกายกับคนไข้.ขอชื่นชมครับ(โดยเฉพาะพยาบาล คุณหนิง คุณนี พี่ก้อยและคนอื่นที่ไม่ได้เอ่ยชื่อ..ที่ศูนย์ราชวัตรไตเทียมหลักสี่..ขอบคุณทุกคนครับ..จากคนไข้)และคุณสราวลี/คุณนี/คุณประจักษ์/คุณมารศรี/คุณดวงใจ..และคนอื่นอื่นขอบคุณจากใจจริงจริงครับ...นับถือน้ำใจพยาบาลทุกคน
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 6 ก.พ. 13, 15:18 น โดย yarn_pran » noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
Miapayaban
เรทกระทู้
« ตอบ #26 เมื่อ: 6 ก.พ. 13, 15:47 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ผมมีเมียเป็นพยาบาลรุ่นอายุ๕๐ขึ้นเป็นหัวหน้าตึก ก็ดีอยู่แต่ไม่ก้าวหน้าตันอยู่ชำนาญการเต็มเพดาลเงินเดือน ๓๙,๖๓๐ ไม่รู้จะมีโอกาสได้เลื่อนชำนาญการพิเศษรึเปล่า พวกรุ่นใหม่ยิ่งงานหนักต้องเป็นไปตามมาตรฐานอยู่ รพ จังหวัด คนไข้ก็เยอะมีแต่หนักๆ อยู่ทั้งพยาบาลทั้งผู้ช่วย๓-๔คน แทบไม่ได้พัก ไม่เหมือนพวกครูสมัยเรียนด้วยกันนั่งอยู่หลังห้องปึกก็ปึก(ไม่ใช่ทั้งหมดนะครับ)เดี๋ยวนี้ได้เป็น ผอ ได้ชำนาญการพิเศษ เงินประจำตำแหน่งก็เป็นหมื่นอยู่ รร บ้านนอกมีเด็กนักเรียนอยู่๔-๖ คน ก็เห็นด้วยอยู่ที่อยากทำให้คนเรียนเก่งอยากเรียนครู แต่ก็ไม่ควรที่จะกีดกันหน่วยอื่นอย่างนี้ ผมว่าพวกที่กีดกันไม่ให้ตำแหน่งพยาบาลก้าวหน้ากว่านี้ เวลามันหรือญาติมันป่วยให้แต่ผู้ช่วยเหลือคนไข้ดูแลก็พอแล้ว เช่น พวก กพ. ไม่งั้นก็ให้มันไป รพ เอกชนไปเลย เบิกได้เท่าเพื่อน ส่วนเกินให้มันออกตังเอง
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
anamai.smk@gmail.com
เรทกระทู้
« ตอบ #27 เมื่อ: 6 ก.พ. 13, 16:17 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
เป็นพยาบาลเหมือนกันค่า  ถามว่าเหนื่อยมั้ยก้อเหนื่อยนะคะ  แต่ก้อมีความสุขมากคะ เพราะรักในอาชีพนี้ และคิดว่าทุกๆคนก้อเหนื่อยในทุกอาชีพค่ะ  ดีแต่ว่าสามีก้อสาธารณสุขเหมือนกัน  ลูกๆ(ยังเด็กอยู่) ก้อเข้าใจแม่ค่ะ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
น้อย
เรทกระทู้
« ตอบ #28 เมื่อ: 6 ก.พ. 13, 17:53 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
คิดว่าทุกอาชีพก็เหนื่อยเหมือนกันแหละ
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
งง
เรทกระทู้
« ตอบ #29 เมื่อ: 6 ก.พ. 13, 18:57 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
นึกถึงพระราชดำรัสพรปีใหม่ของท่าน ท่านไม่ได้สอนแค่ให้คนมีเมตตาต่อกันเท่านั้น แต่ยังสอนให้คนที่ได้รับความเมตตารู้สึกขอบคุณผู้ที่เมตตาด้วย ถ้าทำได้เช่นนี้ สังคมก็จะมีแต่ความปรองดอง คนที่ให้ความเมตตา แต่ผู้รับกลับคิดแต่ว่า นั่นเป็นหน้าที่ของเขา คนจิตใจดีก็จะระอาไป ในที่สุด ความเห็นแก่ตัว ความเอารัดเอาเปรียบ ก็จะแพร่กระจายไปในสังคม ลองนึกดูเถิด
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
นายขวางโลก
เรทกระทู้
« ตอบ #30 เมื่อ: 6 ก.พ. 13, 20:11 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
 q*033ไม่อยากขัดคอใครๆๆ แต่อยากจะสำแดงความคิดเห็นบ้างว่า ทุกอาชีพ มันคืออาชีพที่เราได้เลือกไปรับทำเอง ก่อนที่จะไปทำอาชีพนั้นๆๆ เราก็ต้องรู้แล้วว่า ลำบาก หรือไม่ลำบาก เราสมัครใจไปทำ ไม่ใช้รัฐไปเกณฑ์หรือบังคับมาให้เราทำ เหมือนทหารเกณฑ์อย่างนี้น่าเห็นใจเขามากกว่า เราคิดแบบนี้ ใครจะว่าอย่างไรก็ช่าง เราเลือกอาชีพนี้มาแล้วก็ต้องยอมรับสภาพทำให้ดีที่สุด อย่ามาโอดโอยหรือมาแสดงความเห็นอกเห็นใจกันมากมาย จริงหรือไม่ที่่เราบอกมา q*026 q*073
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
พินิต
เรทกระทู้
« ตอบ #31 เมื่อ: 6 ก.พ. 13, 20:27 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
เมียผมก็พยาบาลครับ q*062
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #32 เมื่อ: 6 ก.พ. 13, 20:34 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
 q*062ผมก็เป็นสามีพยาบาล เป็นแฟนกันมาตั้งแต่เรียนปีหนึ่ง จนแต่งงานกันมีลูกแปดขวบเกือบยี่สิบปีแล้ว ก็ชินแล้ว
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #33 เมื่อ: 6 ก.พ. 13, 20:45 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
พยาบาลคนเดียวกัน(บางคน) แต่แบ่งกายเป็นสองภาค
-ภาคที่ปฏิบัติหน้าที่เป็นพยาบาลของรัฐในต่างจังหวัด....เหมือนยักษ์จะกัดกินคนไข้
-ภาคที่ไปทำหน้าที่(จ๊อบพิเศษ)ในโรงพยาบาลเอกชน...หล่อนช่างเอาใจคนไข้จนน่ารำคาญ
  สาบานว่าเจออย่างนี้จริงๆ
และขอคารวะพยาบาลที่ปฏิบัติหน้าที่สืบทอดเจตนารมณ์ของฟรอเรนซ์ ไนติงเกล   ด้วยความจริงใจ...
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #34 เมื่อ: 6 ก.พ. 13, 21:37 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
เรียนเพื่อนสมาชิก ทุกคน

สาเหตุที่ผมตั้งกระทู้เกี่ยวกับนางพยาบาลนี้ขึ้นมา เพราะผมเคยได้ยินผู้คนจำนวนไม่น้อยด่าว่านางพยาบาลเสียๆหายๆมาหลายครั้ง ต่างๆนาๆ เมื่อต้นปีที่ผ่านมา พาเพื่อนไปตรวจรักษาที่ รพ.นพรัตน์ ถนนรามอินทรา มันเป็นตำรวจเก่า ตอนหลังทำงานธนาคาร ข่าวว่าถูกไล่ออก  และศรัธทาพวกคนเสื้อแดงอย่างงมงาย

เพื่อนของผมคนนี้ เมื่อพยาบาล บริการไม่ได้ดังใจ ก็ต่อว่า นางพยาบาล อย่างไม่มีเหตผล ผมห้ามเท่าไรเพื่อนก็ไม่ฟังไม่หยุด ยังขู่อีกว่า มัน มีเพื่อนเป็นเลขารัฐมนตรี สาธารสุข พรรคเพื่อไทย จะสั่งให้สอบสวนนางพยาบาล เรื่องเพื่อนเขามารักษา 30 บาท แต่ตัวเองมีสิทธิ์รักษา รพ.ที่โคราช ทันทีซึ่พยาบาลบอกว่า ต้องให้รพ.ทางโน้นโอนย้ายมา มันบอกว่ารักษาได้เลย..คือมันดันทุรัง

เห็นเพื่อนเบ่งกับหมอกับพยาบาล ก็นึกสงสาร นางพยาบาล ที่ต้องมารับคนไข้ขี้เบ่งอย่างเพื่อนของผม  ผมด่ามันตลอดทางนั่งแท๊กซี่ประมาณ 40 นาที ก่อนถึงที่พัก

ล่าสุด เมื่อเช้าเมื่อวาน 5 กพ.เพื่อนเก่ามันมาหาผมพร้อมรอยแผลดูดเลือด ที่แขนปิดผ้าก๊อดมา เพื่อไปพิสูจน์... พอนั่งหมับ ก็ ด่าหมอ ด่าตำหนินางพยาบาล ซะยืดยาว ผมก็ต้องนั่งอธิบายให้มันฟัง.....นึกมาได้ว่าได้ แสดง คห.ไว้ในกระทู้หนึ่ง เลยนำมาขยายในกระทู้ของผม เพื่ออยากบอกว่า อาชีพนางพยาบาล ลำบากยากเข็นอย่างไร

มีสมาชิกบางคน พูดว่า งานทุกชนิดลำบากทั้งนั้น อย่างงานในโรงงาน ผมว่า ไม่น่าเทียบได้กับ อาชีพนางพยาบาล เพราะเธอต้องเรียนอย่างหนัก หลายปี ไม่ใช่เรียนอย่างเดียว ต้องฝึก ปฏิบัติหลายปี เอาละอาจจะเทียบกับช่างเทคนิคของโรงงาน จบป.ตรี วันๆเจอแต่สินค้า ซึ่งต่างกับนางพยาบาล

นางพยาบาล เป็นผู้ช่วยหมอ ช่วยแพทย์ ถ้าไม่มีพยาบาลหมอก็รักษาไม่ได้ ที่สำคัญที่สุด เธอต้องอยู่กับ เชื้อโรคนานาชนิด ทั้งติดต่อและไม่ติดต่อ อยู่กับเลือด น้ำเหลือง ขี้ เยี่ยว  หนอน เนื้อคนเน่าๆ เลือดเมนส์ อยู่กับขี้กรา่ก ขี้เกลื้อน เสลดเหม็นเน่า  อยู่กับคนเป็นโรคเฮดส์ ที่สำคัญที่สุดคืออยูกับศพคนตาย

ผมเคยเห็นคนถูกรถไฟทับ คนรู้จักกันดีขาขาด เนื้อสั่นระริก ร้องคร่ำครวญ เคยเห็นคนขับรถบรรทุก อัดกับรรบรรทุกเหล็กเส้น เหล็กเสียบหัวทะลุ แต่ไม่ตายทีเดียว ร้องคร่ำครวญนานเกือบ 2 ชม. เห้นคนถูกแทงตรงๆหน้า เห็นคนเจ็บตายคราว 16 ตุลา เห็นเพื่อนพันธมิตรบาดเจ็บ ตาย และหลายเหตุการณ์ เขาทั้งหลาย ก่อนตายครวญคราง โหยหวล ขนหัวลุกชัน แต่ละครั้งที่เห็น มันฝังในประสาทตา ฝังในสมอง นานนับเดือน นับปี แม้น40 ปีแล้วก้อยังเห็นภาพสยอง

ท่านที่นำการลำบากของอาชีพอื่นมาเปรียบเทียบกับอาชีพนางพยาบาล ผมว่ามันแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ผมยืนยันว่างานอื่นเป็นเพียงคนธรรมดาทำงาน แต่อาชีพนางพยาบาล พวกเธอ เป็น"นางฟ้า"ผู้เสียสละ ตายไปเกิดเป็นนางฟ้าแน่นอน

คุณอาจจะไม่รู้ว่า คนที่กำลังจะตายในขณะที่อยู่ในมือมือหมอ อยู่ในมือนางพยาบาล มากเดือนละกี่ คน ปีละ กี่คน 10 ปี 20 ปีที่เป็นพยาบาลเห็นมาแล้วกี่ศพ มันน่าสะพึงกลัว น่าเวทนา...แต่เพราะพวกเธอทั้งหลาย ใจงาม ใจแข็ง ใจเด็ด น่ายกย่อง เป็นอย่างยิ่ง

แต่ถ้าถามว่า ต้องการจะแต่งงานใหม่กับนางพยาบาล สาวๆ สวยๆ เอาไหม ขอตอบว่า NO เพราะอยู่กินมากับนางพยาบาลนาน 13 ปี เข็ดจริงๆคนที่จะอยู่กินกับนางพยาบาล (นางฟ้า)ได้ ผู้ชายต้องเป็นเทวดา ด้วย ใจต้องงาม... ผมมันเป็นคนเดินดิน

//ช.ผาสุข

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 6 ก.พ. 13, 21:50 น โดย manjumbo » noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ผ่านมา
เรทกระทู้
« ตอบ #35 เมื่อ: 6 ก.พ. 13, 22:07 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
คนดีก็มีคนไม่ดีพูดไม่เพราะในสายอาชีพนี้ก็มีปนกันไปเหมือนอาชีพอืน แล้วรู้มั๊ยว่าเสี่ยงติดเอดส์ที่สุดจากเข็มทิ่มตำ เลือดหนองกระเด็นเข้าตา.วัณโรคร้ายอีกล่ะถึงจะรู้หลักป้องกันแต่ความโชคร้ายหรืออุบัติเหตุมันกิดขึ้นได้..ความเครียดสะสม พักผ่อนไม่เป็นเวลานี่ล่ะมะเร็งถามหา..วันหยุดหรือเทศกาลหรือห้ามลาห้ามขาด ตายได้สถานเดียวเรื่องครอบครัวโอกาสมีปัญหาสูงมาก..ฉะนั้นถึงจะมีความภูมิใจในอาชีพเท่าไหร่..แต่ขอเป็นคนสุดท้ายของครอบครัวที่จะทำอาชีพนี้
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
tastian
เรทกระทู้
« ตอบ #36 เมื่อ: 7 ก.พ. 13, 01:31 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
เป็นพยาบาลมา 26 ปีแล้วค่ะ  เคยมีคนถามว่าเหนื่อยไหม ..ขอบอกได้เลยว่า เหนื่อยมั่กๆ  แต่เหนื่อยกาย  ไม่มีปัญหาค่ะ  ทนได้ อย่างที่หลายความเห็นบอกมา.. ถูกต้องแล้วค่ะ.. เราเลือกที่จะเป็นผู้พยาบาล  เป็นผู้คอยช่วยเหลือชีวิต ดูแลคนอื่นที่อาจไม่เคยรู้จักมาก่อนทั้งกายและใจ  ..อดทน..เสียสละ..คำนี้ถูกปลูกฝังมายาวนานตั้งแต่เริ่มเรียนปี 1 เวลาทำงานก็ทุ่มเทจนลืมแม้เวลาหิว เพื่อแลกกับชีวิตคนไข้  บางครั้งลืมไปว่า เราก็คน..มีครอบครัว  มีความรู้สึกเหมือนกัน บางคนมีพ่อแม่ยังไม่มีโอกาสได้ดูแลท่านเลย  ครอบครัว สามีและลูกๆก็เช่นเดียวกัน..นี่แค่เรื่องทางกายและสังคมเท่านั้นนะคะ..ยังพอรับไหวถ้าสามีและลูกๆมีสติและเข้าใจชีวิตพยาบาลแล้ว ช่วยหาวิธีบริหารชีวิตให้ลงตัวมากที่สุด ครอบครัวก็อาจจะรอดพ้นจากหายนะที่หลายๆคนพบเจอมาแล้วก็ได้..  จริงๆแล้ว พยาบาลไม่หว้งอะไรมากไปกว่าความรู้สึกเข้าใจ  เห็นใจในสิ่งที่เราเลือกมาเป้น..ความเสียสละมีมากล้นก็จริง แต่เราก็อยากได้รับกำลังใจ การแสดงความมีนำใจตอบกลับมาบ้าง จากผู้ร่วมงาน  จากแพทย์ จากคนไข้ และญาติคนไข้ในเวลาทำงาน ..ความเครียดมีเยอะค่ะ โดยเฉพาะสิ่งที่เราต้องพบเจอทุกวัน เราทำงานแลกกับชีวิต  ความเป็นความตายของคนอื่น ไม่เหมือนกับหลายๆอาชีพหรอกค่ะ.." ความรับผิดชอบสูง"จึงเป็นคำสำคัญที่ถือเป็นคุณสมบัติติดตัวพยาบาลทุกคนตลอดเวลา.. บางครั้งอยากกยุด อยากพักร้อนไปเที่ยวกับเพื่อนๆ กับครอบครัวบ้างก็ไปไม่ได้ เพราะไม่มีคนทำงานแทน บางครั้งก็ต้องอยู่ช่วยเพื่อนร่วมงานดูแลคนไข้ ถ้าคนในเวรนั้นไม่พอ ซึ่งนั่นหมายถึงการได้ดูแล ต่อชีวิตคนไข้ให้ปลอดภัยมากที่สุด..ขอแชร์ความคิดเห็นมากหน่อยนะคะ  ถือว่ากระทู้นี้เป็นเวทีส่งต่อความเห็นของคนที่เกี่ยวข้อง(หรืออยากเกี่ยวข้อง)กับพยาบาลนะคะ ขอบคุณสำหรับคนแรกที่ตั้งกระทู้นี้ขึ้นมาค่ะ (ไม่ค่อยมีหัวเรื่องที่เกี่ยวกับพยาบาลมากเท่าไหร่  มีแต่เรื่องดาราเต็มไปหมด)
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
Siren
เรทกระทู้
« ตอบ #37 เมื่อ: 8 ก.พ. 13, 12:37 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
เห็นด้วยค่ะ ว่างานพยาบาลเหนื่อยจริง
พยาบาล ร.พ.รัฐ เหนื่อยกับจำนวนคนไข้
พยาบาล ร.พ.เอกชนเหนื่อยกับความเอาแต่ใจของคนไข้

พยาบาลได้ค่าตอบแทนน้อยนี่ พยาบาลต้องเรียกร้องนะคะ มันเป็นเรื่องที่ต้องแก้กันที่ระบบ หมอเขาไม่ได้จ่ายเงินให้คุณ ร.พ.หรือหน่วยงานต่างหากที่จ่าย หมอเขาวัดไข้ฉีดยาเช็ดตัวคนไข้เป็นตั้งแต่เป็นนักเรียนก็จริงอยู่(สำหรับคนไม่ทราบ: ก่อนแพทย์เขาจะเรียนจบ เขาโดนใช้งานและฝึกงานพยาบาล) แต่พอเข้าระบบหน่วยงาน มันก็ไม่ใช่หน้าที่เขาแล้วค่ะ (ยกเว้นขาดคน)  

แต่ค่าแรงพยาบาล ค่าแรงแพทย์นี่ ขึ้นยาก เพราะคนไทยไม่ยินดีกับการทำประกันสุขภาพ แล้วยังไม่เต็มใจจะจ่ายค่าบริการทางการแพทย์อีกด้วย   ประมาณว่าหมอกับพยาบาลห้ามพักกลางวัน ห้ามกิน ห้ามนอน ห้ามผ่อนบ้าน ห้ามผ่อนรถ ต้องเสียสละร่ำไป  
พูดง่าย ๆ คือคนไทยชอบของฟรีของถูก และหมอกับพยาบาลก็โดนสร้างภาพพจน์ให้ต้องเสียสละ ต้องไม่คิดเงิน (ขนาดนางเอกในละคร เป็นหมอ แต่เที่ยวรักษาฟรีไปทั่ว ไม่รู้พ่อแม่เป็นเศรษฐีมาจากไหน)  

แต่ก่อนคนมักคิดว่า หมอที่ดี = รักษาฟรี รักษาถูก ช่างใจบุญ  
น่าดีใจที่คนไทยสมัยใหม่ มองหมอกับมองพยาบาลเป็น "คนทำงาน"มากขึ้นแล้ว

งานใน ร.พ.มันเหมือนเครื่องจักร หลายฝ่ายหลายหน้าที่ช่วยกัน
ถ้าเปรียบเป็นร้านอาหาร

แพทย์ก็เหมือนกับ "เชฟ" กำหนดเมนู ปรุงรสอาหาร สะบัดกระทะ ต้มผัดแกงทอด ใส่จานให้คนกิน ร้านก็เปิดไม่ได้
พยาบาลก็เหมือน "กุ๊กลูกมือเชฟ" คอยหั่นผัก สับเนื้อ แกะเปลือกกุ้ง เลาะกระดูกไก่ จัดจานให้เชฟอีกที แม้ปรุงเองไม่เป็น แต่หน้าที่นี้สำคัญมาก
ผู้ช่วยพยาบาล ก็เหมือน"คนล้างจาน" คอยเก็บกวาด เก็บล้างจาน ล้างเขียง ล้างมีดให้กุ๊ก และล้างกระทะให้เชฟ
เภสัชกร ก็เหมือน "คนทำเครื่องปรุง" ที่คอยหมักเต้าเจี้ยว ดองผัก บ่มซอสเครื่องปรุงให้เชฟ และจักน้ำปลาพริก เครื่องพวงให้คนกิน

ถ้าไม่มี"คนล้างจาน"ละก็ "กุ๊กลูกมือ"จะเหนื่อยมากขึ้น ต้องทำงานจิปาถะเก็บล้าง  และ ถ้าไม่มี"กุ๊กลูกมือ" อีก "เชฟ"ก็ต้องมานั่งหั่นผักเอง อาหารก็จะออกช้า คนกินก็จะแย่ได้

ดังนั้น พยาบาลต้องให้เกียรติผู้ช่วยด้วยนะคะ อย่าเอาแต่สั่งแล้วนั่งอยู่เคาน์เตอร์(บางคนนะ)

แต่คนที่บอกว่า พยาบาลทำให้หมอรวยนี่ขอค้านคะ (ส่วนใหญ่ที่ทำคลินิกเขาก็ไม่มีพยาบาล พวกงานฉีดยาเจาะเลือด หมอเขาทำเอง ยกเว้นคนไข้เยอะมาก ๆ ถึงจะยอมจ้างพยาบาลมาช่วย) มันเหมือนไปบอกว่า ผู่ช่วยกุ๊กเป็นคนทำให้เชฟรวย ซึ่งไม่จริง มันคนละงานกัน  คนที่พูดแบบนี้ แปลว่าไม่รู้ระบบงานทางการแพทย์เลย

เอาใจช่วยครอบครัวเจ้าของกระทู้นะคะ
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
วี
เรทกระทู้
« ตอบ #38 เมื่อ: 9 ก.พ. 13, 10:51 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
น่าเห็นใจจริง ๆ บางคนถึงบ้านก็สลบ ไม่มีแรงออกไปเที่ยวไหนหรอก
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #39 เมื่อ: 9 ก.พ. 13, 11:21 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
พยาบาล บางคน เป็นสาวใหญ่
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #40 เมื่อ: 9 ก.พ. 13, 15:59 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ชอบกระทู้นี่จัง ขอบคุณทุกคนนะค่ะที่ให้กำลังใจ ถ้าทุกคนไม่มีอคติกับพยาบาลเราก็ดูแลคุณเหมือนญาติคนหนึ่งแหละค่ะแต่ถ้าใครเรื่องมากหน่อยเราอาจเป็นพยามารก็ได้นะ
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ด้วยคน
เรทกระทู้
« ตอบ #41 เมื่อ: 10 ก.พ. 13, 09:09 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
อาชีพ พยาบาล / ครู เป็นอาชีพของคนที่มีพื้นฐานจิตใจ ที่เป็นคนมีเมตตาอย่างสูง ดังนั้นพวกเขารู้อยู่แล้วว่า หากจะประกอบอาชีพนี้ เขาเหล่านั้นต้องพบเจออะไร เช่นเดียวกับทหารอาชีพ(ขอย้ำว่า...ทหารอาชีพ ที่มีความมุ่งมั่นเข้ามาในสายงานด้วยความคิดเสียสละเพื่อผู้อื่นจริงๆ) ดังนั้นการรับบริการจากพวกเขาหล่านี้ เราต้องให้ความเคารพในศักดิ์ศรีของเขาด้วย ขอชื่นชมผู้เสียสละทุกท่านค่ะ
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ชื่นใจจัง..
เรทกระทู้
« ตอบ #42 เมื่อ: 10 ก.พ. 13, 13:08 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
พยาบาล..วันๆเจอแต่คนเจ็บ คนป่วย..
คนเจ็บ คนป่วย มักจะออดอ้อน..พยาบาล..เหนื่อยหน่าย แต่ก็ต้องฝืน..
พยาบาล เป็นผู้ที่ใกล้ชิดผู้ป่วยมาก..กลางคืนดึกๆ..พยาบาลก็ยังอยู่เป็นเพื่อน...เรียกหาได้ตลอดเวลา..

  จะมีบ้าง...ที่ไม่ได้อย่างความต้องการของเรา..
  แต่ให้ระงับความต้องการใว้ก่อน..
  ความอดทน ความไม่เอาแต่ใจ หมายถึงความจองเวรกัน...
     ความประเสริฐก็อยู่แค่เอื้อม..

ผมนะครับ ในอดีต การเจ็บป่วย หากไม่ต้องไปหาหมอ แล้วรักษาตนเองได้..ผมไม่ไปเป็นอันขาด..
     ผมพูดกับหมอไม่ค่อยจะรู้เรื่อง..หมอเด็กๆชอบตะคอกผม..แต่นั่น มันหลายปีมาแล้ว..
     ความไม่สุภาพมีแฝงปนอยู่กับมนุษย์ในทุกสังคม...

ความน่ารื่นรมณ์ของสังคม มันอยู่กับความเมตตาที่มีให้แก่กันครับ..

    กระทู้นี้ เป็นการให้กำลังใจในการทำหน้าที่ของเหล่าพยาบาล..และกำลังใจที่มีให้กันนี้..จะเป็นแรงบันดาลใจให้เกิดอุดมคติในด้านดี..ความรัก ความสามัคคีจักเกิดขึ้นได้ ก็ด้วยความเข้าใจกัน มีเมตตาให้แก่กัน..(พระว่าอย่างนี้ครับ)
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
Dr sutrr
เรทกระทู้
« ตอบ #43 เมื่อ: 12 ก.พ. 13, 17:21 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ผมเป็นอาจารย์ ม. ของรัฐ ก็มีเมียพยาบาลเหมือนกัน มีลูก 2 คนแล้ว คนโต 2 ขวบ กับคนเล็ก 3 เดือน

คือเราต้องเข้าใจอาชีพเขาครับ ต้องช่วยกันเลี้ยงลูก ผมว่าเรื่องการนอกใจ เรื่องเลิกรา หย่าร้าง มันไม่จำเป็นต้องเป็น สามีพยาบาล ก็สามารถนอกใจได้ครับ มันอยู่ที่ีตัวบุคคลมากกว่า ว่าคุณมีความรับผิดชอบมากแค่ไหน 

แต่เดี๋ยวนี้เปอร์เซ็นต์หย่าร้างมีสูงประมาณ หนึ่งในสามของการจดทะเบียนสมรส ก็นับว่าสูงขึ้นเรื่อยๆ
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ภูผา
เรทกระทู้
« ตอบ #44 เมื่อ: 17 มิ.ย. 14, 18:16 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
เห็นด้วยครับที่ว่าอาชีพพยาบาลหนักจริง
แต่ไม่ใช่ว่าเพื่อนร่วมอาชีพจะสบายกว่านะครับ
แพทย์ เรียน 6 ปี ต้องใช้ทุน 3 ปี ถ้าไม่ต่อเฉพาะทางก็ทำงานไปเป็นแค่แพทย์ทั่วไป (ซึ่งน่าจะอยู่ได้ยากในสังคมตอนนี้)

ต้องเรียนต่อเฉพาะทางอีก 3 ถึง 5ปี ขึ้นกับว่าเรียนอะไร (สูตินารี เด็ก อายุรกรรม ศัลยกรรม)
ถ้าจบตอนนี้ก็รวมเป็นเรียน9-14 ปี ใในี่ยังไม่รวมเวลาที่ต้องไปใช้ทุน

จากนั้นถ้าอยากเป็นผู้เชี่ยวชาญในสาขาที่เรียนมาเช่นหมอหัวใจ ก็อาจต้องไปต่ออีก2-3 ปี
รวมทั้งหมดที่จะจบมาเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางนั้นๆ 11-17 ปี
นี่ยังไม่นับเวลาที่คุณต้องไปใช้ทุนอยู่ที่ต่างจังหวัด ซึ่งแพทย์ส่วนใหญ่ก็ยินดีที่จะไปนะครับ การใช้ทุนมีตั้งแต่ 3 ปี ถึง 10 ปีขึ้นกะว่าคุณเอาทุนไปเรียนต่อเฉพาะทางหรือไม่ อันนี้อยู่ที่ตัวแพทย์เอง

 ตอนนี้เท่าที่ทราบอาชีพพยาบาลใช้เวลารียน 4 ปีบางที่ไม่ต้องใช้ทุนครับ รพ.เอกชนบางที่จะมารับตั้งแต่คุณยังไม่จบเลยต่างกับแพทย์ครับ ถ้าจะทำงาน รพ เอกชนจบแค่6 ปี ไม่มีสิทธิ์ครับ

ยังครับ ยังไม่จบแค่นั้น ถ้าคุณอยากเป็นอาจารย์โรงเรียนแพทย์คุณอาจต้องไปศึกษาลงลึกสาขานั้นๆ บางคนเรียกว่า supersubboard ส่วนใหญ่ต้องไปศึกษาที่ต่างประเทศ แต่ก็อาจมีบ้างที่ศึกษาทำการวิจัยที่เมืองไทย จึงจะจบมาเป็นอาจารย์แพทย์ผู้ทรงเกียรติ์

ความรับผิดชอบผมว่ามันมองต่างกัน ซึ่งยอมรับครับว่าพยาบาลทำงานหนักจริงๆแต่แพทย์ก็ไม่ต่างกันนะครับ
แพทย์จำเป็นต้องอยู่เวรได้ติดต่อกันได้ 48-72 ชั่วโมง (ไม่ได้อยากอยู่ครับแต่หมอมันน้อยจริงๆ ไม่อยากอยู่ก็โดนขอร้องกึ่งบังคับ ครับเป็นใครก้ต้องอยู่คงทิ้งผู้ป่วยไม่ได้จริงๆ)

แต่ทราบมาครับว่าพยาบาลอยู่เวรเช้าบ่ายได้แต่ห้ามเวรดึกแล้วต่อเช้าเพราะประสิทธิภาพการทำงานจะลดลง  แต่แพทย์นั้นจำเป็นต้องอยู่ได้ไม่มีสิทธิ์ที่จะอ้างได้เหมือนเพือนร่วมอาชีพ อันนี้มันเป็นสิ่งที่เป็นมานานไม่มีคำตอบอธิบายครับ

ความรับผิดชอบเวลาเกิดความผิดพลาดต่อผู้ป่วยรายหนึ่งๆ ไม่ว่าจะจากใครก็ตาม แพทย์รับไปก่อนเลยครับจากนั้นค่อยไปสืบหาว่าใครเป็นคนทำเพราะถือว่าทำงานเป็นทีม ครับอันนี้ต้องเข้าใจว่าทำงานเป็นทีมแพทย์เป็น leader รับไปก่อนครับ

ผมเห็นใจทุกสายงาน ไม่มีพยาบาล แพทย์และผู้ร่วมอาชีพอื่นเช่นเภสัช ผู้ช่วยพยาบาล ลำบากแน่นอน ต้องขอบคุณพยาบาลมากๆครับ
แต่บางความเห็นที่อ้างอิงถึงอาชีพแพทย์สบายกว่าอย่างนั้นอย่างนี้ ถ้าคุณลองได้มาเรียนและทำงาน รับทราบในหลายๆด้านผมว่าคุณจะไม่พูดแบบนีครับ
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:  อาชีพ nurse นางพยาบาล รู้ไหม 

หน้า: 1

 
ตอบ
ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 200 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม
         
ทางสนุก! จะทำการตรวจสอบ
และขออนุญาตไม่แสดงข้อความ
ที่ไม่เหมาะสม ข้อความที่
ก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่
สถาบันชาติ ศาสนา
พระมหากษัตริย์ รวมถึงข้อความที่
เข้าข่ายหลอกลวง การเผยแพร่
ภาพลามกอนาจาร หรือข้อความ
ใดๆ ที่ทำให้ผู้อื่นได้รับความ
เสียหาย บนกระทู้นี้