หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: แพทย์เผย...โรคไตตรวจพบเร็วรักษาได้ หมั่นตรวจสุขภาพประจำปีสม่ำเสมอ  (อ่าน 13 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 2 ส.ค. 18, 10:24 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 
ปัจจุบันคนไทยป่วยด้วยโรคไตเรื้อรังประมาณ8 ล้านคน เป็นผู้ป่วยไตเรื้อรังระยะสุดท้ายประมาณ 100,000 คน ที่ต้องได้รับการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม หรือล้างไตทางช่องท้อง และมีจำนวนผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะสุดท้ายรายใหม่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องประมาณ20,000 คนต่อปี หรือคิดเป็นร้อยละ 15-20 ต่อปี หากไม่รีบแก้ไข คาดว่าใน 5 ปีข้างหน้าจะมีผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มสะสมเป็นกว่า2 แสนราย แพทย์จึงชี้แนะโรคไตตรวจพบเร็วสามารถรักษาให้หายขาดได้ด้วยหมั่นตรวจสุขภาพประจำปีอย่างสม่ำเสมอ ป้องกันโรคเบื้องต้นที่นำมาซึ่งโรคไตเช่น เบาหวาน ความดัน ควบคุมการกินอาหารรสเค็มหรือรสจัดมากเกินไป รวมถึงหลีกเลี่ยงการซื้อยารับประทานเองที่ไม่ได้ผ่านการรับรองว่าปลอดภัยต่อไตควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทานยา...
นพ.กำธร ลีลามะลิ หัวหน้าศูนย์ไตเทียม นายแพทย์เชี่ยวชาญโรงพยาบาลราชวิถี เปิดเผยว่า โรคไตโดยทั่วไปจะมี 2 ประเภทคือแบบเฉียบพลัน และแบบเรื้อรัง
1.โรคไตวายเฉียบพลันเป็นภาวะการศูนย์เสียการทำงานอย่างรวดเร็วเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น ภาวะช็อครุนแรง การเสียเลือดในปริมาณมากการได้รับสารพิษที่มีผลต่อไต เป็นต้น แต่หากได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง ไตก็สามารถกลับมาทำงานได้ภายใน1 เดือน
2. โรคไตแบบเรื้อรังเป็นภาวะการทำลายไตอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน โดยจะไม่แสดงอาการในระยะแรกๆซึ่งสาเหตุที่พบบ่อยคือ โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคทางเดินปัสสาวะอุดตันและโรคไตอักเสบ โดยไตเรื้อรังแบ่งออกเป็น 5 ระยะซึ่งส่วนมากจะมาแสดงอาการในระยะท้ายๆ การวินิจฉัยโรคไตนั้น ปัจจุบันวินิจฉัยจากอาการและโรคประจำตัวของผู้ป่วย การตรวจจากห้องปฏิบัติการ ทั้งปัสสาวะและเลือด และการอัลตร้าซาวน์ไตว่าผิดปกติหรือไม่หากพบว่าเป็นโรคไต แพทย์จะหาสาเหตุว่าเกิดจากสาเหตุใด เช่น จากโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูงทางเดินปัสสาวะอุดตัน หรือไตอักเสบ ถ้าทราบสาเหตุและได้รับการรักษาตั้งแต่ในระยะแรก โรคไตที่เป็นอยู่ก็มีโอกาสรักษาให้หายขาดได้ แต่ถ้าตรวจพบในระยะที่เป็นมากแล้วเช่นโรคไตเรื้อรังระยะที่ 3 การรักษาให้หายขาดจะยาก แต่จะช่วยชะลอการเสื่อมของไตลดโอกาสที่ผู้ป่วยต้องล้างไตได้ โดยการคุมน้ำและอาหารหลีกเลี่ยงการกินยาที่มีผลทำให้ไตเสื่อม เช่น ยาแก้ปวดข้อ ปวดกระดูกบางชนิด รวมทั้งยาที่ไม่ได้มีการพิสูจน์หรือรับรองว่าปลอดภัยกับไตเช่นยาสมุนไพรต่างๆ ที่ไม่ได้จดทะเบียนไว้ว่ามีความปลอดภัยต่อไตหรือไม่
ผู้ป่วยที่เป็นโรคไตเรื้อรังในระยะที่ 5 ที่ต้องทำการรักษาโดยการฟอกเลือดผ่านเครื่องฟอกไตเทียมนั้นจะต้องมีการทำเส้นฟอกเลือด เพื่อใช้ในการนำเลือดออกจากร่างกายของผู้ป่วยไปยังเครื่องฟอกเลือดเพื่อกำจัดพิษต่างๆและนำเลือดที่ฟอกสะอาดแล้วกลับคืนเข้าสู่ร่างกายของผู้ป่วยผ่านทางเส้นฟอกเลือดนี้ ข้อเสียของการรักษาด้วยวิธีนี้คือเส้นฟอกเลือดอาจเกิดการตีบและอุดตันได้ซึ่งทาง รพ.ราชวิถี มีแพทย์ผู้ชำนาญการสามารถแก้ไขเส้นฟอกเลือดที่ตีบหรืออุดตันให้สามารถกลับมาใช้งานได้เหมือนเดิมช่วยให้คนไข้ไม่ต้องไปทำเส้นใหม่ หรือลดการใส่สายที่คอได้
การรักษาโรคไตเรื้อรังระยะสุดท้ายที่ดีที่สุดคือการปลูกถ่ายไต ซึ่งเป็นวิธีที่ทำให้คนไข้กลับมามีใช้ชีวิตได้เหมือนคนปกติทั่วไปมีคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุด และอยู่ได้ยาวนานที่สุด เมื่อเปรียบเทียบกับการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมหรือการล้างไตทางช่องท้องเพียงแต่ปัจจุบันมีการบริจาคไตค่อนข้างน้อย ในอนาคตถ้ามีการบริจาคไตมากขึ้นคนไข้ที่ล้างไตอยู่ก็มีโอกาสที่ได้รับการปลูกถ่ายไตมากขึ้น แต่ผู้ป่วยจำเป็นต้องกินยากดภูมิต้านทานไปตลอดชีวิตเพื่อไม่ให้ร่างกายต่อต้านเนื้อไตของผู้บริจาค
ปัจจุบันโรคไตป้องกันได้ โดยหลีกเลี่ยงอาหารเค็มควบคุมโรคเบาหวาน และความดันโลหิตสูงให้ดีควรหลีกเลี่ยงการใช้ยาบางตัวที่มีผลเสียต่อไต เช่น การใช้ยาแก้ปวด แก้อักเสบอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน หรือหลีกเลี่ยงการใช้ยาสมุนไพรที่ไม่มีการขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้องได้มาตรฐานแต่ถ้าเกิดโรคไตขึ้นแล้ว โรคไตหลายอย่างสามารถรักษาให้หายได้ถ้าตรวจพบตั้งแต่ในระยะแรกๆ ซึ่งมักจะตรวจพบได้จากการตรวจคัดกรองโรคไตในการตรวจสุขภาพประจำปี
“โรงพยาบาลราชวิถีได้รักษาผู้ป่วยโรคไตมากว่า 50 ปีมีผู้ป่วยเข้ารับการรักษากว่า 12,000 คนต่อปีโดยปัจจุบันยังมีผู้ป่วยที่ทำการรักษาที่ศูนย์ไตเทียมโรงพยาบาลราชวิถีกว่า1,500 คนต่อปี เนื่องจาก รพ.ราชวิถี มีพื้นที่ที่จำกัด ทำให้ผู้ป่วยโรคไตที่เข้ามารับการรักษาที่รพ.ราชวิถี ต้องรอรับการรักษาเป็นเวลานาน และปัจจุบันเทคโนโลยี่สำหรับการวินิจฉัยและรักษาโรคไตมีการพัฒนาไปมากดังนั้นศูนย์โรคไตครบวงจร ที่อาคารศูนย์การแพทย์ราชวิถี แห่งใหม่จึงถูกออกแบบเพื่อตอบปัญหาดังกล่าวประกอบด้วย 5 หน่วยงานที่ดูแลผู้ป่วยคือ (1) คลินิกโรคไต (Kidney Disease Clinic) ที่ทำการวินิจฉัยรักษาโรคไตให้หาย หรือ ชะลอความเสื่อมในกรณีที่รักษาไม่หายขาด (2) คลินิกล้างไตทางช่องท้อง (Peritoneal Dialysis Clinic) สำหรับผู้ป่วยไตวาย ที่ต้องรักษาด้วยการล้างไตทางช่องท้องซึ่งเป็นการรักษาด้วยตนเองที่บ้านเป็นหลักจึงต้องมีทีมที่ออกเยี่ยมผู้ป่วยที่บ้านและดูแลให้คำปรึกษาได้ตลอด 24 ชั่วโมง (3) หน่วยฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม (HemodialysisUnit) ที่ทำการฟอกเลือดให้กับผู้ป่วยไตวายทั้งแบบวิกฤติ เฉียบพลันและ แบบเรื้อรัง (4) คลินิกเส้นฟอกเลือด (VascularAccess Clinic) ที่ทำการเฝ้าติดตามประสิทธิภาพของเส้นฟอกเลือดและสายฟอกเลือดสำหรับการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม เพื่อดูแลรักษาเส้นฟอกเลือดให้ใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพและยาวนานที่สุดและ (5) ศูนย์ปลูกถ่ายไต ให้บริการครบวงจรตั้งแต่ก่อนปลูกถ่ายไตและดูแลต่อเนื่องหลังปลูกถ่ายไต ศูนย์โรคไตครบวงจรนี้ จะสามารถรองรับผู้ป่วยได้มากขึ้นลดระยะเวลาการรอคอย และเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาผู้ป่วยทำให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและกลับไปใช้ชีวิตได้อย่างปกติ ซึ่งหน่วยงานต่างๆที่กล่าวมานี้ยังขาดแคลนอุปกรณ์ และต้องการรับการบริจาคจากผู้มีจิตศรัทธา” นพ.กำธร กล่าวในท้ายสุด
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

Tags:
Tags:  

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม