Sanook.commenu

ค้นหา ตรวจหวย ข่าว อีเมล์ ดูทีวีออนไลน์ ฟังเพลงออนไลน์ คลาสสิฟายด์ ริงโทน เกมส์ ดูทั้งหมด »

หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: รู้ทัน Kbank  (อ่าน 2755 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 23 พ.ย. 11, 08:46 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 
เชิญชวนลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากการกระทำผิดธรรมาภิบาล ที่สถาบันการเงินมืออาชีพ พึงกระทำ เล่าประสบการณ์ดังกล่าวให้ประชาชนทั่วไปได้รับฟังเพื่อเป็นอุทธาหรณ์ และนำเรื่องดังกล่าวร้องเรียน สำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค ธนาคารแห่งประเทศไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมุ่งเน้นเรื่องดังต่อไปนี้

- การบังคับขายประกันชีวิต   เพื่อแลกกับการอนุมัติสินเชื่อ
- การขอรับค่าตอบแทนต่างๆ เพื่อแลกกับการอนุมัติสินเชื่อ
- การใช้วาจาที่ไม่เหมาะสม เช่น การขับไล่ให้ไปใช้สินเชื่อที่อื่น
- การดำเนินการไถ่ถอนหลักประกันที่ล่าช้าเกินระยะเวลาที่สมควร
- อื่นๆ

 q*038 q*069
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags: kbank
add
เรทกระทู้
« ตอบ #1 เมื่อ: 23 พ.ย. 11, 22:31 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ลูกค้ากสิกรฯ แพร่เหลืออด! แจกใบปลิวหน้าสาขา อ้างแบงก์ไม่รับผิดชอบหลังถูกพนักงานโกง

แพร่ - ลูกค้าแบงก์กสิกรฯ สาขาเมืองแพร่ โวยแบงก์ไม่รับผิดชอบ หลังถูกพนักงานโกงเงิน ที่นำส่งชำระหนี้ผ่านเคาน์เตอร์ธนาคารแล้วไม่รับผิดชอบ ทั้งที่ศาลชั้นต้นตัดสินจำคุก 2 พนักงานแบงก์ตัวต้นเหตุแล้ว กลับไม่ยอมปรับสถานะบัญชีให้ แจ้งต้องรอให้คดีถึงที่สุดก่อน ลงทุนถ่ายเอกสารคำตัดสิน-บันทึกการติดต่อ ทำใบปลิวแจกคนทั่วไปถึงหน้าแบงก์
       
       เมื่อเวลา 10.00 น.วันนี้ (21 มิ.ย.) น.ส.ลดาวัลย์ วัฒนโกศัย อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 151 หมู่ 1 ต.หางดง อ.หางดง จ.เชียงใหม่ ได้นำนางหล่าน วัฒนโกศัย มารดาอายุ 67 ปี อยู่บ้านเลขที่ 51 หมู่ 2 ต.ร้องกวาง อ.ร้องกวาง จ.แพร่ ออกแจกใบปลิวกล่าวหาธนาคารกสิกรไทยสาขาแพร่ หลังศาลตัดสินให้เป็นฝ่ายชนะคดี กรณีที่นางหล่าน วัฒนโกศัย กู้เงินธนาคารกสิกรไทย สาขาแพร่จำนวน 7 ล้านบาท นำไปรับซื้อพืชไร่ (ข้าวโพด) เมื่อปี 2550
       
       หลังการซื้อข้าวโพดเสร็จได้นำเงินไปส่งคืนวันที่ 12 ก.พ.2550 จำนวน 2 ล้านบาท ต่อมาวันที่ 9 เมษายน 2550 ได้นำเงินไปส่งคืนธนาคารอีก 5 ล้านบาท โดยนำมาส่งคืนให้ที่เคาท์เตอร์ของธนาคารกสิกรไทยสาขาแพร่ เมื่อใช้เงินหมดก็สบายใจแล้วว่าหมดภาระ รอการกู้ในฤดูกาลผลิตใหม่ต่อไป
       
       แต่ปรากฏว่า ธนาคารมีหนังสือมาทวงหนี้ที่เหลืออีกจำนวน 5 ล้าน แสดงว่าพนักงานธนาคารไม่ได้นำเงินเข้าระบบจึงไม่มีการหักล้างหนี้ จึงได้เข้าติดต่อธนาคารอีกครั้งเพื่อให้มีการตรวจสอบ ซึ่งนายวิวัฒน์ พิเชียรเสถียร ผู้จัดการธนาคารในสมัยนั้นไม่รับผิดชอบ โดยอ้างว่าเป็นเรื่องส่วนตัวไม่เกี่ยวกับธนาคาร จึงได้ไปแจ้งความที่ สภ.เมืองแพร่ ทำให้กลายเป็นคดีมาอย่างต่อเนื่อง
       
       จนกระทั่งวันที่ 29 ม.ค. 2553 ศาลจังหวัดแพร่มีคำพิพากษาให้จำคุกพนักงานธนาคารสองคนคือ นายชัยฤกษ์ วงศ์ฟู รวม 11 ปี และนางศุกร์ธิวรรณ ชุ่มใจ รวม 8 ปี ซึ่งคำตัดสินดังกล่าวทำให้นางสาวลดาวัลย์ ผู้เสียหายได้เข้าทวงถามธนาคารอีกครั้งเมื่อวันที่ 8 เม.ย. 2553 โดยระบุให้มีการปรับบัญชีลูกหนี้เจ้าหนี้ให้ถูกต้อง
       
       ธนาคารตอบกลับมาเมื่อวันที่ 7 มิ.ย.2553 แจ้งผลดำเนินคดี พนักงานทั้งสองคนและแจ้งให้ทราบว่า คดีดังกล่าวเป็นคดีอาญาที่ไม่เกี่ยวกับธนาคาร ผู้กระทำผิดกำลังยื่นอุทธรณ์คำพิพากษา และคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ ข้อเรียกร้องจึงต้องให้คดีถึงที่สุดก่อน โดยมี นายฉลอง พาทัน ผู้บริหารเครือข่ายลูกค้าผู้ประกอบการ ธนาคารกสิการไทยสาขาแพร่ เป็นผู้แจ้งข่าวให้ทราบ
       
       ขณะที่ น.ส.ลดาวัลย์ และนางหล่าน เห็นว่า การทำธุรกรรมกับธนาคารและเกิดความผิดพลาดโดยพนักงาน ธนาคารต้องรับผิดชอบและดำเนินการให้ลูกค้าสามารถทำธุรกรรมกับธนาคารได้ต่อไป น.ส.ลดาวัลย์ ผู้เสียหายได้เข้าพบนายเทียนชัย เกิดวงศ์หงส์ ผู้จัดการธนาคารกสิกรไทย สาขาแพร่ อีกครั้งเมื่อเวลา 08.00 น.วันนี้ (21 มิ.ย.) แต่ไม่ได้รับคำตอบที่น่าพอใจคือ ยังคงไม่รับผิดชอบการกระทำดังกล่าว จึงได้ทำการถ่ายเอกสารของธนาคารที่ติดต่อกับตนแจกเป็นใบปลิวให้กับประชาชนที่เดินผ่านในย่านถนนช่อแฮ เพื่อให้ประชาชนรับทราบการไม่รับผิดชอบของธนาคาร
       
       น.ส.ลดาวัลย์กล่าวต่อผู้สื่อข่าวว่า ปัญหาดังกล่าวตนและมารดาทำธุรกิจพืชไร่ โดยใช้ธนาคารกสิกรไทย เป็นแหล่งเงินทุนในการทำธุรกิจ ได้นำที่ดินพร้อมที่อยู่อาศัยและสำนักงานรับซื้อข้าวโพด เป็นตึกแถว 3 ชั้น2 คูหาที่ดิน 65 ตารางวา มีมูลค่าตามการประเมิน 20 ล้านบาท มาเป็นหลักทรัพย์กู้เงิน เมื่อทำการกู้เงินธนาคารควรที่จะให้บริการลูกค้า
       
       “เข้าใจได้ว่าพนักงานเป็นผู้ฉ้อโกง แต่เมื่อพบว่ามีการฉ้อโกงและศาลตัดสินแล้ว ก็ควรที่จะแก้ปัญหาให้กับลูกค้า แต่ธนาคารกลับปัดความรับผิดชอบโดยอ้างว่าเป็นเรื่องส่วนตัวระหว่างลูกค้า กับพนักงาน ในขณะเดียวกันตนได้ส่งเงินกู้จนหมดแล้ว แต่ธนาคารยังไม่ยอมคืนหลักทรัพย์ ทั้งๆ ที่เป็นสิทธิอันชอบธรรมที่จะได้รับหลักทรัพย์คืนเมื่อจ่ายเงินกู้หมดแล้ว”
       
       น.ส.ลดาวัลย์กล่าวด้วยว่า ตนจะนำคำพิพากษาเข้าร้องเรียนต่อธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค และฟ้องศาลเรียกค่าเสียหายต่อไป
       
       ด้าน นายเทียนชัย เกิดวงศ์หงส์ ผู้จัดการธนาคารกสิกรไทย สาขาแพร่ กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ธนาคารรับทราบปัญหาซึ่งเกิดมานานแล้ว เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจากการบริหารงานของผู้จัดการคนเก่า อย่างไรก็ตามตนเข้ามารับตำแหน่งได้ 1 ปีก็พยายามที่จะแก้ปัญหา โดยจะทำรายงานหารือไปที่ธนาคารสำนักงานใหญ่ เพื่อหาทางออก
       
       ส่วนการปรับสถานะของลูกค้า ในบัญชีลูกหนี้เจ้าหนี้นั้น จำเป็นที่จะต้องให้คดีไปถึงที่สุดก่อน จึงจะสามารถทำธุรกรรมให้ได้ ซึ่งถ้าคดีถึงที่สุด พนักงานทั้งสองคนก็คงต้องถูกลงโทษไปตามกฎหมาย และจากนั้นก็จะมีคำสั่งจากทางธนาคารต่อไป แต่ขณะนี้ยังไม่สามารถลงโทษหรือทำอย่างใดอย่างหนึ่งต่อพนักงานสองคนได้ เนื่องจากต้องรอศาลสั่งถึงที่สุดเสียก่อน
       
       “ต้องยอมรับว่าการที่ลูกค้าออกไปแจกใบปลิวให้ข้อมูลปัญหาดังกล่าว ส่งผลกระทบต่อธนาคารอย่างรุนแรงซึ่งไม่อยากให้เกิดขึ้นเลย” นายเทียนชัยกล่าว

http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9530000085268
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 1 ธ.ค. 11, 07:20 น โดย pakpoomvj » noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags: kbank
add
เรทกระทู้
« ตอบ #2 เมื่อ: 23 พ.ย. 11, 22:38 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
แฉเล่ห์ Kbank ยึดหลักประกัน

ASTVผู้จัดการรายวัน - ลูกค้าแฉแบงก์กสิกรไทย (KBANK) เอาเปรียบ เตะถ่วง ไม่ยอมให้ไถ่ถอนที่ดินติดจำนอง ทั้งที่มีผู้ขอซื้อที่ดิน จนสุดท้ายกลายเป็นเอ็นพีแอล ติดแบล็กลิสต์เครดิตบูโร เสียหายยับ! ตัดสินใจฟ้อง ศาลสมุทรปราการ ยอมรับแม้สู้ยากแต่อยากให้สังคมได้รับรู้จะได้ไม่หลงกล
       
       นายภาคภูมิ วัชรขจร กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินชัวร์โบรกเกอร์ จำกัด เปิดเผยว่า ครอบครัวของตนประกอบธุรกิจทางด้านประกันภัยมาหลายสิบปี กิจการรุ่งเรืองมาเป็นลำดับ กระทั่งมีปัญหาสภาพคล่อง เมื่อต้นปี 2552 เนื่องจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ประกาศบังคับใช้ Cash Before Cover เพื่อให้เป็นตามแบบมาตรฐานสากล
       "คปภ.ให้บริษัทประกันภัย เรียกคืนเงินที่เคยให้เครดิต 60-90 วัน ซึ่งบริษัทฯได้นำไปชำระหนี้สมัยเกิดวิกฤตต้มยำกุ้งก่อนหน้าแล้ว ทำให้บริษัทฯ ขาดสภาพคล่อง จึงติดต่อธนาคารกสิกรไทย สาขาเทพารักษ์ ที่ใช้สินเชื่ออยู่ ขอเพิ่มวงเงินสินเชื่อ 10 ล้านบาท โดยใช้หลักทรัพย์ที่ผ่อนชำระแล้วเกินครึ่งเป็นหลักประกัน ส่วนเกินขอใช้ บสย.ค้ำประกันแทน" นายภาคภูมิกล่าวแล้วว่า เจ้าหน้าที่สินเชื่อธนาคารฯ ให้คำตอบว่าไม่น่ามีปัญหา เพราะบริษัท อินชัวร์โบรกเกอร์ เป็นลูกค้าชั้นดี แต่ขอให้ใช้เป็นตั๋วสัญญาใช้เงินแทนวงเงินโอดี เวลาจะใช้ต้องเอาเอกสารไปขอเบิกเงินที่ธนาคาร เนื่องจากธนาคารจะควบคุมการใช้เงินได้ง่าย แต่เวลาผ่านไปหลายเดือนก็ยังไม่ได้สินเชื่อ
       
       กระทั่งวันที่ 19 พ.ย. 52 ธนาคารกสิกรไทยได้อนุมัติสินเชื่อใ 2.2 ล้านบาท เพื่อซื้ออาคารพาณิชย์ด้อยคุณภาพจาก บจ.โพรเกรสแอพไพรซัล ซึ่งเป็นอาคารพาณิชย์ที่ธนาคารกสิกรไทยยึดไปจากลูกหนี้และบริษัทในเครือธนาคารกสิกรไทยประมูลซื้อไปได้ อ้างว่าการปล่อยสินเชื่อในครั้งนี้ไม่เกี่ยวข้องกับสินเชื่อที่ขอไปเมื่อต้นปี
       
       เมื่อถูกปฏิเสธ ตนจึงไปขอสินเชื่อที่ธนาคารไทยพาณิชย์โดยใช้หลักทรัพย์เดียวกับธนาคารกสิกรไทยแต่ถูกปฏิเสธเช่นเดียวกับธนาคารออมสินและเอสเอ็มอีแบงก์ ส่งผลใบริษัทขาดสภาพคล่องอย่างรุนแรง ในปี 2553 จึงหาทางออกโดยประกาศขายที่ดิน โฉนดที่ดินเลขที่ 243965 ตำบลบางเมือง อำเภอเมือง สมุทรปราการ ซึ่งติดจำนองอยู่กับธนาคารกสิกรไทย ซึ่งมีผู้สนใจมาขอซื้อ แต่ธนาคารกสิกรไทยขอเลื่อนการไถ่ถอนไม่ต่ำกว่า 2 ครั้งก่อนจะส่ง E-mail มาแจ้งยอดหนี้คงเหลือที่จะต้องไถ่ถอนซึ่งต่ำกว่าราคาที่มีผู้ขอซื้อที่ดินแปลงดังกล่าว
       
       หลายครั้งที่มีการขอเลื่อน บางครั้งเจ้าหน้าที่สินเชื่อแจ้งว่า เช้าทำเรื่องโอนไม่ทันเพราะประวัติผมถูกโอนไปหน่วยปรับโครงสร้างหนี้ เลยไม่มีแฟ้มเรื่อง ทั้งๆที่ ไม่มีเรื่องค้างหนี้ทำไมจึงส่งไปปรับโครงสร้างหนี้ ก่อนจะถูกเลื่อนนัดไปอีกหลายครั้งในหน่วยงานปรับโครงสร้างหนี้ที่แจ้งว่า แฟ้มประวัติยังมาไม่ถึง เหมือนจงใจกลั่นแกล้ง ในที่สุดผู้ซื้อขอยกเลิกสัญญาพร้อมขอเงินมัดจำคืน เพราะเกรงว่าที่ดินจะมีปัญหาภายหลัง
       
       "กระทั่งวันที่ 30 ส.ค. 53 ธนาคารกสิกรไทยมีหนังสือทวงถามให้ไปชำระหนี้เงินกู้จำนวน 3 ฉบับและยังไม่ยอมให้ไถ่ถอนที่ดินติดจำนอง แต่ยอมรับว่าเป็นความผิดของสำนักงานใหญ่ ที่เปลี่ยนระบบการจัดการลูกหนี้แล้วอ้างว่าไม่มีแฟ้มเอกสาร ผมจึงตัดสินใจยื่นฟ้องผู้เกี่ยวข้องที่ศาลจังหวัดสมุทรปราการ คดีหมายเลขดำที่ ผบ.1634 / 2553"
       
       ทั้งนี้ ตนได้ฟ้อง ธนาคารกสิกรไทย จำเลยที่ 1 นายเฉลิมพล นิลเดช จำเลยที่ 2 น.ส.จินตนา พึ่งธรรม จำเลยที่ 3 และนายอนันต์ จงสู่วิวิฒน์วงศ์ จำเลยที่ 4 นอกจากนี้ ยังได้ร้องเรียนไปยังธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ซึ่งธนาคารกสิกรไทยแจ้งว่าได้ทำความเข้าใจกับลูกค้ามาตลอด ปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนของศาลจึงต้องรอคำพิพากษาของศาล ธปท.จึงได้แค่ตอบกลับมาว่า จะนำข้อสังเกตต่างๆ ไปใช้ในการตรวจสอบธนาคารกสิกรไทยไทยต่อไป ตนเห็นว่าพฤติกรรมของธนาคารดังกล่าวควรถูกลงโทษเพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างกับธนาคารอื่น อย่างน้อยช่วยลดความเสียหายที่อาจเกิดกับประชาชนได้บ้าง
       
       นายภาคภูมิกล่าวอีกว่า มีการฟ้องร้องกันทั้งสองฝ่าย จากเดิมทียังไม่คิดจะฟ้อง เพราะมีการไกล่เกลี่ยโดยผู้บริหารแต่ไม่เป็นไปตามที่ตกลงกัน เพราะหลังจากประชุมเสร็จ มีการยอมเลื่อนแค่ 2 คดีที่ไม่สำคัญ อีก 1 คดี ไม่เลื่อนอ้างว่าถ้าให้ธนาคารเลื่อนจะดูแล้วไม่ดี อย่างไรก็ตาม ตนไม่ได้รับหมายศาล ขณะที่ธนาคารบอกให้รอคำพิพากษาอย่างเดียว ตนจึงฟ้องบ้าง เพราะเห็นว่า ที่ผ่านมาธนาคารกสิกรไทยไม่เคยทำตามสัญญา มีแต่มาหลอกสอบถามข้อมูลเพื่อต่อสู้คดี อยากให้คดีชนะอย่างเดียวโดยไม่คำนึงถึงความถูกต้องและเป็นธรรม
       
       "ธนาคารโกหกว่าจะเลื่อนคดีให้ ผมหลงเชื่อทำให้ขาดนัดศาล ศาลจึงพิพากษาให้ผมชดใช้เงินเต็มตามฟ้อง ทั้งที่ผมไม่ได้รับหมายศาล การกระทำที่ผิดพลาดของธนาคาร ทำให้ผมได้รับผลกระทบเป็นอย่างมาก เช่น ถูกธนาคารอื่นยกเลิกวงเงิน ถูกขึ้นเครดิตบูโร เป็นหนี้เสีย ถูกคู่ค้ายกเลิกสัญญาประกันภัยที่สำคัญทำให้ธุรกิจซึ่งเป็นอาชีพของครอบครัวที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ปีพ.ศ.2500 ได้รับผลกระทบขาดความเชื่อมั่นจากลูกค้า" นายภาคภูมิกล่าว.

http://www2.manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9540000125405&TabID=1&#Commenttab
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 1 ธ.ค. 11, 07:48 น โดย pakpoomvj » noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags: kbank
add
เรทกระทู้
« ตอบ #3 เมื่อ: 23 พ.ย. 11, 22:44 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ตามที่ผมได้ตั้งกระทู้หลายสิบกระทู้เรื่องธนาคารกสิกรไทยและธนาคารต่างๆ ใช้เล่ห์เหลี่ยมเอาเปรียบประชาชนโดยมิชอบนั้น และไม่ได้ตั้งกระทู้เพิ่มเติมอีกเลยเกือบปี แต่เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นอีกครั้งหนึ่ง ทำให้ผมจำเป็นต้องมาตั้งกระทู้แจ้งข่าวความคืบหน้านี้ให้เพื่อนสมาชิกรับทราบเพิ่มเติม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การร้องเรียนท่านราชเลขาธิการเมื่อวันที่ 26-5-54 และการร้องเรียนนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์  ชินวัตร ที่สำนักงานนายกรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาลโดยตรงเมื่อวันที่ 9 กันยายน 2554

เมื่อวันศุกร์ที่ 11-11-11 นี้ ผมได้ไปแจ้งความจำนงแก่ผู้จัดการสาขาว่า กรณีมหันตอุทกภัยนี้ ทางธนาคารจะสามารถพิจารณาลดดอกเบี้ย คืนเงินวงกู้ที่หั่นไปโดยมิชอบ หรือแก้ปัญหาที่แบงค์กลั่นแกล้งลูกค้าโดยมิชอบด้วยเหตุผลตามที่ได้ร้องเรียนมาประมาณกว่า  6 ปี นี้ได้อย่างไรบ้าง  ผู้จัดการกลับเลี่ยงความรับผิดชอบโดยตรงและโยนเรื่องไปให้หน่วยปรับโครงสร้างหนี้แทน ซึ่งไม่ตรงจุดและไม่สามารถทำได้เพราะผมยังเป็นลูกค้าที่ดีอยู่ ผมจึงได้เสนอเรื่องจะขายบ้าน 2 หลังและที่ดินที่ได้ช่วยซื้อจากหนี้เสียธนาคารกสิกรไทยไป เพื่อจะได้เงินส่วนต่างอีกหลายล้านบาทมาทำธุรกิจต่อได้ แต่ขอให้ทางธนาคารพักการชำระหนี้หรือดอกเบี้ยชั่วคราวจนกกว่าจะสามารถขายทรัพย์สินได้และไม่ให้เสียเครดิตที่ดีด้วย  ผู้จัดการก็ว่าจะปรึกษากันดู แต่พอขอคำตอบว่าอย่างช้าใช้เวลาประมาณเท่าไร กลับแกล้งตอบว่า 6 เดือน  ทำให้ผมต้องโทรไป 02-8888888 เพื่อร้องเรียนผู้จัดการที่มีพฤติกรรมไม่ใส่ใจบริการลูกค้า แฝงเร้นด้วยเจตนาไม่ดีอย่างเห็นได้ชัด call center ว่า เรื่องนี้โดยทั่ว ๆ ไปใช้เวลา 1-2 เดือน จะให้ผู้จัดการเขตและภาคตรวจสอบ และจะแจ้งให้ทราบใน 3-4 วัน  เรื่องนี้บ่งให้เห็นชัดเหมือนกับตอนที่ขอวงเงินกู้เพิ่มเมื่อประมาณ 5 ปีก่อน ตอนเรียกไปเจรจาที่สำนักงานใหญ่ มีเจ้าหน้าที่ท่านหนึ่งว่าหากให้กู้เดี๋ยวแบงค์ชาติจะมาเล่นงาน แต่เมื่อผมสอบถามเจ้าหน้าที่แบงค์ชาติแล้ว ก็ได้พบความจริงว่าเจ้าหน้าที่กสิกรไทยโกหก เพราะแบงค์ชาติจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับลูกค้าที่เครดิตยังดีอยู่ และนี่เป็นจุดเริ่มต้นของการร้องเรียนแบงค์ชาติจนถึงทุกวันนี้  นี่คือกระทู้หลังสุดที่ตั้งเมื่อวันที่ 14-12-53 และได้สำเนากระทู้นี้ไปร้องเรียนนายประสาร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 17-2-54  และมีสำเนาให้ทางสคบ.เมื่อวันที่ 22-02-54 ด้วย

http://webboard.news.sanook.com/forum/?topic=3517987.msg17680511#msg17680511
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 30 พ.ย. 11, 13:25 น โดย pakpoomvj » noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags: kbank
add
เรทกระทู้
« ตอบ #4 เมื่อ: 23 พ.ย. 11, 22:47 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ส่วนสาเหตุที่ไปร้องเรียนท่านราชเลขาธิการเมื่อวันที่ 26-5-54 นั้นเป็นเพราะถูกการกลั่นแกล้งและกีดกันไม่ให้พบนายบัณฑูร ไม่ว่าจะไปกี่ครั้งกี่หนก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นเลขาหน้าห้องมารยาททราม แม่บ้าน และล่าสุดคือ คุณ.... ที่ว่ายังไงก็ไม่ได้พบคุณบัณฑูร แสดงความไม่เป็นมิตรให้การ์ดส่วนตัวประกบทำนองอยากไล่ออกไป แต่ติดที่ผมอยู่รออยู่ตามสิทธิที่มี เลยไม่กล้า ซ้ำยังถามเชิงท้าทายให้ไปฟ้องร้องอีกด้วย  ผมเห็นว่าไม่มีประโยชน์ที่จะนั่งรอต่อ จึงลากลับและตรงไปยื่นรื่องร้องเรียนที่เจ้าหน้าที่ราชเลขาธิการ โดยแนบหนังสือร้องเรียนหลังสุด 4 ฉบับประกอบไปด้วย(ดังปรากฎในในกระทู้เดิม) แต่รอจนถึงทุกวันนี้ ยังไม่มีคำตอบแต่อย่างไร

ผมจึงตัดสินใจไปยื่นเรื่องถึงนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์  ชินวัตร ที่สำนักงานนายกรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาลโดยตรงเมื่อวันที่ 9 กันยายน 2554 โดยมีหนังสือสำเนาเอกสารประกอบล่าสุด 4-5 ฉบับ พร้อมดีวีดี กระทู้ในสนุกทั้งหมดด้วย แต่เนื่องจากเกิดเหตุน้ำท่วมหรืออย่างไรไม่ทราบ เรื่องที่ร้องเรียนเอาผิดผู้ว่าธนาคารแห่งประเทศไทยในฐานะที่ละเลยการปฏิบัติหน้าที่และเรื่องอื่น ๆ จึงยังไร้คำตอบใด ๆ ทั้งสิ้น

ส่วนวันที่   4 ตุลาคม 2554 (เลื่อนจาก 21-9-54)  ผมได้ไปตามนัดเจรจา 3 ฝ่าย ที่สคบ.เป็นครั้งที่ 2 โดยมีท่านเลขาธิการ สคบ. เป็นประธานพร้อมคณะอีกหลายท่าน แต่ก็ไร้ผลเพราะทางกสิกรไทยและโพรเกรส ฯ ยังยืนยันเช่นเดิม ไม่ยอมรับผิด ผมเกรงว่าข้อชี้แจงในวันนั้นจะถูกบิดเบือน จึงต้องทำหนังสือเพิ่มเติมอีกฉบับหนึ่งในวันที่ 5-10-54 กล่าวหาสรุปย่อรวม 12 ข้อส่งให้ทั้งเจ้าหน้าที่สำนักงานนายรัฐมนตรีและท่านเลขาธิการสคบ.โดยมีทั้งแฟกซ์และอีเมล์ด้วย จะได้ไม่มีข้ออ้างว่ายังไม่ได้รับ แต่เนื่องจากมีเหตุวิกฤติการณ์น้ำท่วม หรืออย่างไรไม่ทราบ เรื่องก็ยังเงียบเชียบ ไร้วี่แววว่า เมื่อไรจะมีคำตอบเสียที
 
 
 http://webboard.news.sanook.com/forum/?action=post;msg=17705842;topic=3522138.0;sesc=ee88f913b4a793b8f12c7fd58a3cd9cc
 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 30 พ.ย. 11, 13:29 น โดย pakpoomvj » noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags: kbank
Guest
Mr.Grave
เรทกระทู้
« ตอบ #5 เมื่อ: 23 พ.ย. 11, 22:54 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
จับแล้วผจก.สาวใหญ่แบงก์กสิกรไทย โกงเงินลูก ค้า 200 ล้าน

ท่ามกลางลูกค้าผู้เสียหายรอชี้ตัวเต็มโรงพัก ตร. เตรียมเชิญแม่พระเอก"ซี-ศิวัฒน์"ผู้เสียหายอีกคนมาสอบปากคำ เพื่อแจ้งข้อหาเพิ่มด้วย จากกรณีแม่ของ"ซี-ศิวัฒน์" พระเอกละครทีวีชื่อดัง พร้อมด้วยเพื่อนนักธุรกิจเข้าแจ้งความสภ.หาดใหญ่ จ.สงขลา กล่าวหานางอัมพวัน หรือตุ๊ก พานิชย์ อายุ 51 ปี อดีตผู้จัดการฝ่ายที่ปรึกษาการบริหารสินทรัพย์ กลุ่มลูกค้าบุคคลพิเศษ 28 เขตบริการและการขาย 74 สายงานธุรกิจ ดูแลพื้นที่ภาคใต้ของธนาคารกสิกรไทย ฉ้อโกงโดยใช้ตำแหน่งล่อลวงเงินกลุ่มนักธุรกิจใน.สงขลากว่า 20 คน วงเงินร่วม 200 ล้านบาท แล้วหลบหนีไปนาน 1 ปี ตามข่าวที่เคยเสนอไปแล้ว

ความคืบหน้าเกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อเวลา 08.00 น.วันที่ 12 ม.ค.เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวนางอัมพวัน หรือตุ๊ก พานิชย์ อดีตผู้จัดการของธนาคารกสิกรไทย

ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดสงขลา วันที่ 2 พ.ย. 2552 ข้อหายักยอกทรัพย์ ส่งมอบพ.ต.ต.โชคชัย หนูคง พงส. (สบ2) สภ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เพื่อดำเนินคดี โดยมีผู้เสียหายรอชี้ตัวและอายัดตัวจำนวนมาก สำหรับคดีนี้สืบเนื่องจากธนาคารกสิกรไทย ในฐานะผู้เสียหาย แจ้งความร้องทุกข์กล่าวหานางอัมพวันมีพฤติกรรมใช้ตำแหน่งหน้าที่ยักยอกเงินลูกค้าจำนวน 12 ล้านบาท ทำให้ธนาคารเสียหาย จึงแจ้งความดำเนินคดี ต่อมานายบัณฑูร ล่ำซำ ประธานบริหารธนาคารกสิกรไทย ตั้งรางวัลนำจับนางอัมพวันถึง 1 ล้านบาท พร้อมกับประสานนายตำรวจระดับสูงของนครบาล สันติบาล กองปราบปราม ติด ตามจับกุมมาโดยตลอด

ต่อมาเวลา 11.00 น.วันที่ 11 ม.ค. ที่ผ่านมา พล.ต.ต.ประยนต์ ลาเสือ ผบก.กต.9 จต. สั่งการพ.ต.ท.ทรงศักดิ์ จันทรพัชร สว.สส.สน. ลาดพร้าว

พ.ต.ท.สรวิช เสมอใจ สว.สส.สน. บางชัน นำกำลังเจ้าหน้าที่พร้อมหมายค้นศาลจังหวัดสมุทรปราการ เข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 123/795 หมู่บ้านธนพฤกษ์ ซอยธนสิทธิ ถนนเทพารักษ์ ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ภายหลังสืบทราบว่านางอัมพวันหนีมาหลบซ่อนในบ้านหลังดังกล่าว จากการเข้าตรวจค้นพบนางอัมพวันกำลังพักผ่อนอยู่ในบ้าน จึงควบคุมตัวนำส่งพนักงานสอบสวนสภ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เจ้าของคดี ดำเนินคดีต่อไป


http://tnews.teenee.com/crime/46294.html
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 1 ธ.ค. 11, 08:06 น โดย pakpoomvj » noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags: kbank
add
เรทกระทู้
« ตอบ #6 เมื่อ: 24 พ.ย. 11, 06:51 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
8 กันยายน 2554

เรื่อง ร้องเรียนธนาคารกสิกรไทย PROGRESS APPRAISAL CO.,LTD. สคบ.และผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย

เรียน ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี

   ข้าพเจ้าเป็นลูกค้าธนาคารกสิกรไทยจำกัด มหาชน มาตั้งแต่วันที่ 28 สิงหาคม 2531 โดยกู้เงินครั้งแรกเพื่อมาลงทุนค้าขายด้วยวงเงิน ...... บาท จนกระทั่งปัจจุบันมีวงเงินกู้ ...... บาท  ตลอดเวลากว่า 23 ปีที่ผ่านมานี้ ข้าพเจ้าเป็นลูกค้าที่ดี มีบัตรเครดิตทั้งบัตรทองและบัตรพลาตินัม จ่ายเงินดอกเบี้ยโอดีและเงินผ่อนบ้านและที่ดินที่ซื้อจากหนี้เสียอีกกว่า ... ล้าน (ธันวาคม 2546) ด้วยดีโดยไม่มีปัญหาใด ๆ ทั้งสิ้น มีก็แต่ทางธนาคารมักจะเอารัดเอาเปรียบข้าพเจ้าในรูปแบบต่าง ๆ มากมาย จนต้องร้องเรียนที่สำนักงานใหญ่หลายต่อหลายครั้ง ซึ่งส่วนใหญ่ทางธนาคารเมื่อสู้เหตุผลของข้าพเจ้าไม่ได้ ก็ยอมพบกันครึ่งทาง จึงไม่มีปัญหาแต่อย่างไร ยกเว้นการขอวงเงินกู้เพิ่มเติมด้วยหลักทรัพย์เดิมในครั้งหลังสุดนี้ ซึ่งเกิดขึ้นแต่ปี 2548 จนถึงบัดนี้ แต่ก็ยังไม่มีหน่วยงานใดแก้ไขให้ความเป็นธรรมได้

   เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2548 ข้าพเจ้าต้องการวงเงินกู้โอดีเพื่อการค้าเพิ่มเติมอีก .... บาท จึงได้ยื่นเรื่องให้ธนาคารกสิกรไทยดำเนินการ โดยได้ให้ PROGRESS APPRAISAL CO.,LTD. ซึ่งเป็นบริษัทประเมินทรัพย์สินในเครือข่ายธนาคารกสิกรไทย เป็นผู้ประเมินที่ดินโฉนดเลขที่  .... ตำบลโพธิ์ชัย อำเภอเมือง จังหวัดหนองคาย เนื้อที่ 9 ไร่ 3 งาน 7 ตารางวา ซึ่งจำนองอยู่ก่อนแล้ว โดยจำนองครั้งที่ 1 วันที่  22 มิถุนายน 2544 เป็นเงิน .... บาทและครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2545 เป็นเงิน .... บาท ปรากฏว่า ผลการประเมินเมื่อวันที่  29 พฤศจิกายน 2548 ได้แค่  .... บาท (เมื่อวันโอน 14 พฤศจิกายน 2543 ที่ดินแปลงนี้ ที่ดินจังหวัดตีราคา .... บาท) ขอให้ประเมินใหม่อีกหลายครั้งก็ยังยืนยันราคาเดิม  แม้ว่าจะมีถนนคอนกรีตผ่านหน้าที่ดินแล้วก็ตาม ข้าพเจ้าจึงให้ประเมินที่ดิน น.ส. 3 ก เลขที่ ... และ .... (รวม 12 ไร่กว่า) ต.ค่ายบกหวาน จ.หนองคาย ซึ่งจำนองไว้กับกสิกรไทยเมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2545 ในวงเงิน .... บาท  โดยหวังว่าจะได้เพิ่มขึ้น แต่ผลปรากฏว่า นอกจากจะประเมินแค่ประมาณ ... บาท ซึ่งต่ำกว่าเก่าแล้ว ยังมาหั่นเงินเดิมไป ... บาท จากเดิมที่ได้แค่ .... บาท เหลือแค่ .... บาท  สาเหตุเพราะข้าพเจ้าขายที่ดินแปลงหนึ่ง เนื้อที่ 1 ส่วน 3 ไร่ ซึ่งจำนองไว้กับธนาคาร .... บาท (ขายเมื่อปี 2550 ราคา ... บาท หากคิดเป็นไร่เท่ากับ .... บาท ห่างจากที่ดินโฉนดเลขที่  .... ประมาณ 7-800 เมตร) และที่ดินแปลงนี้ได้ทำสัญญากู้พร้อมกับที่ดิน น.ส. 3 ก 2 แปลงดังกล่าวรวมวงเงิน .... บาท โดยแบ่งเป็นวงเงินโอดี .... บาทและวงเงินกู้ ... บาท ทำให้ธนาคารถือโอกาสมัดมือชกตัดวงเงินสัญญาโอดี ... บาทจนหมด แทนที่จะหักไปแต่ ... บาท ตามที่จำนองไว้เดิม ซึ่งแม้ว่าข้าพเจ้าร้องเรียนทวงคืนมาโดยตลอดรวมเวลากว่า 4 ปีแล้ว แต่ทางธนาคารก็ยังไม่ยอมคืนให้แต่อย่างไร  เรื่องนี้นับว่าเป็นเรื่องเลวร้ายมาก ไร้ทั้งคุณธรรมและจริยธรรมอย่างยิ่ง การที่ข้าพเจ้ายอมเสียค่าธรรมเนียมในการประเมินที่ดินถึง 2 ครั้ง แทนที่จะได้วงเงินเพิ่ม กลับมาถูกหั่นตัดวงเงินเดิมในขณะที่ข้าพเจ้ามีความจำเป็นต้องใช้เงินอย่างมาก จนมีส่วนทำให้ข้าพเจ้าต้องสูญโอกาสดี ๆ ทางการค้าขายและเสียลูกค้าไปจนหมดสิ้นในที่สุด แต่สิ่งที่เป็นฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้ข้าพเจ้าต้องมาร้องเรียนธนาคารแห่งประเทศไทยครั้งแรกเมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2550 นั้น เป็นเพราะทางธนาคารมาโกหกว่า หากให้ข้าพเจ้ากู้เดี๋ยวธนาคารแห่งประเทศไทยจะมาเล่นงานซึ่งเจ้าหน้าที่ธนาคารแห่งประเทศไทยตอบว่าไม่จริง เพราะหากเป็นลูกค้าดี เขาจะไม่มายุ่งเกี่ยว ประกอบกับช่วงนั้นเผอิญธนาคารเปลี่ยนแปลงสัญญาเงินฝากอีกครั้งหนึ่งด้วยการเพิ่มยอดต่ำสุดใหม่เพื่อหวังลบล้างบัญชีที่ไม่มีการหมุนเวียนโดยไม่แจ้งลูกค้าทราบเป็นลายลักษณ์อักษร ทำให้แม่และพี่สาวข้าพเจ้าซึ่งเปิดบัญชีออมทรัพย์ไว้ต้องโดนหักเงินค่ารักษาบัญชี 50 บาทต่อเดือน ข้าพเจ้าเคยร้องเรียนกสิกรไทยแค่ตอนโดนหักครั้งแรกแล้ว แต่ธนาคารก็ไม่ใส่ใจใด ๆ ทั้งสิ้น จนกระทั่งแม่ข้าพเจ้านั้นโดนหักอีกเป็นครั้งที่สอง จึงต้องร้องเรียนแบงค์ชาติจนถึงทุกวันนี้ แม้ว่าธนาคารจะยอมคืนให้ในภายหลัง แต่พี่สาวข้าพเจ้าก็ได้ปิดบัญชีไปแล้วและยังไม่ได้ไปรับเงินคืนแต่อย่างไร  นอกจากนี้บัญชีเงินออมทรัพย์และห้างหุ้นส่วนของข้าพเจ้าเองก็ยังโดนหักจนหมด แต่ข้าพเจ้าไม่อยากให้ยุ่งยาก จึงไม่ได้ร้องเรียนแต่อย่างไร (ตอนเกิดเรื่อง ขนาดผู้จัดการสาขาดาวคะนองยังไม่ทราบเลยว่า เงื่อนไขระหว่างบัญชีออมทรัพย์และกระแสรายวันต่างกันอย่างไร แล้วจะให้ลูกค้าเข้าใจได้อย่างไร ข้าพเจ้าเองเคยโดนหักเงินในกระแสรายวัน 1,000 บาทจนเกลี้ยงบัญชี รองผู้จัดการคืนให้ ฝากใหม่ก็ยังโดนอีกเพราะขาดความเข้าใจนี่เอง) แต่สิ่งที่ข้าพเจ้าต้องร้องเรียนต่อเนื่องไม่ว่าจะเป็น ธนาคารแห่งประเทศไทย สคบ. (ครั้งแรกวันที่ 19 มิถุนายน 2550) 1111 และ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ก็เพราะว่า ยังไม่มีหน่วยงานใดที่จะดำเนินการให้ธนาคารต่าง ๆ คืนเงินค่าธรรมเนียมที่หักโดยไม่ชอบธรรมนี้แก่ลูกค้ารายอื่น ๆ ด้วย และอีกประการหนึ่งก็คือธนาคารกสิกรไทย(รวมทั้งธนาคารอื่น ๆ ) มักเอารัดเอาเปรียบลูกค้าอย่างสุด ๆ ไม่ว่าเป็นส่วนต่างดอกเบี้ยที่ไม่เป็นธรรม การเปลี่ยนแปลงสัญญาโดยไม่แจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรล่วงหน้าเหมือนมัดมือชกลูกค้าอย่างหน้าด้าน ๆ การใช้เล่ห์เหลี่ยมหลอกให้ลูกค้าเสียเงินค่าธรรมเนียมฟรี ๆ โดยไม่เป็นธรรม การกลั่นแกล้งเอาเปรียบลูกค้าเพื่อผลงานโดยไม่คำนึงถึงศีลธรรมจรรยาอันดีงาม การไม่รักษาสัญญาตามคำการโฆษณา “บริการทุกระดับประทับใจ” แต่ในความเป็นจริงที่ข้าพเจ้าได้รับคือ “บริการเอารัดเอาเปรียบจนกว่าลูกค้าจะตาย” ต่างหาก จริงอยู่ธนาคารมีสิทธิในการพิจารณาให้กู้ การลดดอกเบี้ย ฯลฯ ตามหลักเกณฑ์ที่ตั้งเอาไว้ แต่ทำไมผู้จัดการแต่ละท่านจึงต้องใช้เล่ห์เหลี่ยมโกหกซ้ำซากซึ่ง ๆ หน้าให้เสียความรู้สึกและความน่าเชื่อถือจนทนรับไม่ได้และไม่อยากเจรจาด้วย และจำต้องมาร้องเรียนถึงท่านในที่สุดเพราะผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยที่เป็นคู่กรณีของข้าพเจ้านั้น เคยเป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่ธนาคารกสิกรไทย และเคยเข้าข้างลูกน้องอย่างไร้เหตุผลจนโดนข้าพเจ้าต่อว่าซึ่งหน้าและลุกหนี และยังมีส่วนละเลยการปฏิบัติหน้าที่ด้วยการห้ามรับหนังสือร้องเรียนตามหนังสือฉบับวันที่ 17 กุมพาพันธ์นี้

http://webboard.news.sanook.com/forum/?topic=3517987.msg17680511#msg17680511
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 30 พ.ย. 11, 13:32 น โดย pakpoomvj » noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags: kbank
add
เรทกระทู้
« ตอบ #7 เมื่อ: 24 พ.ย. 11, 08:16 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
- เมื่อวันจันทร์ที่ 21 พฤศจิกายน 2554 เวลา 09.00-16.30 น. 1.ขึ้นศาลคดี Kbank ฟ้องผม 1 คดี เวลา 09.00 น. 2.ขึ้นศาลคดีผมฟ้อง  Kbank 1 คดี เวลา 13.00 น. 1.คดี Kbank เป็นโจทก์ฟ้องผม   คดีนี้ศาลท่านอนุญาตให้สู้คดีแบบอนาถาได้โดยไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม(รวมทั้งหมด 2 คดีที่ได้รับความอนุเคราะห์จากศาลแล้ว) 2.คดีที่ผมเป็นโจทก์ฟ้อง Kbank - เจ้าหน้าที่บอกการไถ่ถอนหลักทรัพย์ต้องใช้เวลา 30 วัน ถาม  ทำใมในเอกสาร + ไฟล์เสียง บอกใช้เวลา 3 วัน ทำเอกสารมาผิดหรือครับ ในไฟล์เสียงพวกคุณเลื่อนการไถ่ถอนไป 4-5 ครั้งนะครับ - ยอดปิดบัญชีที่แจ้งมาเป็นลายลักษณ์อักษร 1.7 ลบ.แต่ก่อนโอน 3 ชั่วโมง คุณโทรมาแจ้งยอดใหม่บอกว่าต้องเพิ่มเงินไถ่ถอนอีก 2.9 ลบ.(มีไฟล์เสียง) ประเด็นไม่สำคัญจะ 1.7 ลบ.หรือบวกเพิ่มอีก 2.9 ลบ.มันสำคัญตรงที่ทำไมคุณไม่ไปที่ที่ดินในวันนัด(วันนั้นพวกคุณทั้งสามคนบอกว่า หาแฟ้มไม่เจอ ผมมีไฟล์เสียง)   เวลาเบิกความคุณบอกว่าKbankคิด 1.9 ลบ.ที่เหลือลดเงินต้นให้ผม 1 ลบ.คุณเป็นเจ้าของKbankหรือครับ ถึงกล้าลดเงินต้นให้ผมได้ตั้ง1ล้านบาท ขนาดนั้น ผู้ถือหุ้นไม่ฟ้องคุณติดคุกแย่หรือ       - ที่ผมฟ้องคุณเพราะคุณเลื่อนการไถ่ถอนหลักประกันหลายครั้ง ทำให้ผู้ซื้อยกเลิกสัญญา ไม่ใช่ยอดเงินเท่าไหร  ผมขายที่ได้เงิน 7 ล้านบาท - คุณบอกว่าประวัติผมไม่ดีมีการค้างชำระ ถาม  คุณดูเครดิตบุโรที่ผมส่งให้หรือยัง  มียอดค้างที่ไหนสักบาทหรือเปล่า หรือเจ้าหน้าที่ Kbank ดูไม่เป็นจะได้ไปสอนให้ - กล่าวหาผมในศาลว่า ผมวิกลจริต สติไม่ดี จึงจำบัญชีทั้ง 3 บัญชีไม่ได้ว่าบัญชีไหนมีวงเงินเท่าไหร่ เหลือเท่าไหร่ ถาม  ข้อมูลอยู่ในมือคุณแท้ๆคุณยังบอกผมผิดเลย บัญชีของผมทั้งหมดมี 7 บัญชี ไม่ใช่ 3 บัญชี          - ถ้าผมสติไม่ดีหรือปัญญาอ่อนผมก็คงไปขอทำงานอยู่กับพวกคุณแล้ว ไม่ต้องมาเป็นเจ้าของธุระร้อยล้านให้ ขอทาน เปรตอสุร กลั่นแกล้งกันหลอกครับ  ผมเรียนน้อยไม่กล้าต่อกลอนอะไรกับพวกคุณหลอก หมายเหตุ : ที่คุณบอกว่าจะฟ้องหมิ่นประมาทผม แต่นายใหญ่ใจดีไม่เอาเรื่อง  ต้องขอขอบพระคุณอย่างมาก  แต่ไม่ต้องหลอกครับ ฟ้องเลยครับเพราะชีวิตผมมันตายตั้งแต่ถูกคุณกลั่นแกล้งระงับสินเชื่อเพราะผมยกเลิกกรรมธรรม์ประกันชีวิตไปแล้วครับ
- วันที่ 17 มกราคม พ.ศ.2555 เวลา 13.00 น.ศาลจังหวัดสมุทรปราการ นัดฟังคำพิพากษาคดีผมฟ้อง Kbank
- ไม่ว่าผลคดีที่ออกมา ผมจะชนะหรือแพ้ ประชาชนทั่วประเทศรวมทั้งผู้ถือหุ้นของ Kbank และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดจะได้อ่าน - สุดท้ายผมขอให้พวกคุณและหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง ที่ร่วมมือกันกลั่นแกล้งผมและคนดี จงมีอายุที่ยืนยาว เพื่อดูตราบาปที่ยัดเยียดให้เขาเหล่านั้นต้องเสียอนาคด อย่าพึ่งรีบตายกันนะครับ ถึงป่วยอาการสาหัสอย่างไรก็อย่าพึ่งตายครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 29 พ.ย. 11, 08:30 น โดย pakpoomvj » noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags: kbank
add
เรทกระทู้
« ตอบ #8 เมื่อ: 27 พ.ย. 11, 00:31 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ธุรกิจธนาคารทุกวันนี้เอาเปรียบประชาชนมากจริงๆ(รู้สึกได้เลย) สารพัดค่าธรรมเนียม จุกจิกไปหมด ยิ่งเกี่ยวกับATM ค่อนข้างจะโหดมาก กดต่างธนาคารก็เสียค่าธรรมเนียม 1เดือนกดเกิน4ครั้งก็ไม่ได้(รวมถามยอดด้วย) ในความเป็นจริงน้อยคนที่จะใช้บัตรเดือนละ4ครั้ง หรือจะต้องให้ไปเข้าคิวเบิกถอนหน้าเคาน์เตอร์อย่างเดียววะ...อ้างแต่ว่าต้นทุนดำเนินงานสูง ก็พนักงานของแบงค์เขาจ้างมาทำงานก็ให้เขาทำเต็มที่ซิ่ครับ เงินเดือนก็จ่ายเต็มอยู่แล้ว โบนัสก็มีเยอะ และต้นทุนดำเนินงานอะไรอีกล่ะพ่อ..... ดำเนินยังไงวะ ไปต่างจังหวัดขนาดกดธนาคารตัวเอง ยังเสียค่าธรรมเนียมข้ามเขต ชีวิตนี้ไม่ต้องเดินทางไปใหนเลยหรือเปล่า หรือจะต้องเปิดบัญชีทุกจังหวัดกันครับ...เงินของประชาชนแท้ๆ แต่มาหากำไรสุดๆกับประชาชน...พอแบงค์ใหนสิ้นปีมากำไรเยอะที่สุด ออกข่าวใหญ่โตภูมิใจในการบริหารงาน.........กำไรพวกคุณน่ะหยาดเหงื่อแรงงานพวกผมทั้งนั้น ไม่คิดจะบริหารงานด้านอื่นเลยในการหารายได้ หากินกับค่าธรรมเนียมอย่างเป็นล่ำเป็นสันเลย...........กว่า40เปอร์เซนต์ของรายได้หลักก็มาจากค่าธรรมเนียม(มัดมือชก)นี่แหละครับ...นี่แหละโจรใส่สูทตัวจริง.......
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags: kbank
add
เรทกระทู้
« ตอบ #9 เมื่อ: 28 พ.ย. 11, 17:38 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ผมหาเงินเลี้ยงพวกมันปีละกว่า 2 ล้านบาท เครดิตก็ไม่เสีย บลูโรก็ไม่ติด พอยกเลิกกรมธรรม์ประกันชีวิตเท่านั้นเอง เจ้าหน้าที่ระดับเขตมันไล่ผมอย่างหมูอย่างหมา เหมือนกับพ่อมันเป็นเจ้าของ Kbank อย่างนั้นแหละ   พอผมจะโอนวงเงินไปใช้ที่อื่นมันก็ล๊อบบี้ ต่อหน้าผมเลยครับ  พอผมขายที่ได้มันก็แกล้งดึงเรื่องไถ่ถอนจนผู้ซื้อยกเลิก  ลูกค้าหลายคนถูกแกล้งเช่นเดียวกับผม ไปร้องเรียนหน่วยงานของรัฐก็ไม่สนใจ ตอนนี้ผมหาที่ลงให้ลูกค้าที่ถูกแกล้งลงได้ทั้งหมดแล้วครับ  
- รายแรกได้วงเงินจากที่ใหม่ 900 ล้านบาท  
- รายที่สองได้วงเงิน 30 ล้านบาท  
- รายที่สาม 7 ล้านบาท
- รายที่สี่กำลังประเมิณราคา 25 ล้านบาท
ส่วนที่เหลือกำลังพิจารณา

ใครได้รับผลกระทบจากการกระทำของธนาคาร ต้องการความช่วยเหลือ ติดด่อ :
E-mail : pakpoom@109wat.com
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 1 ธ.ค. 11, 07:34 น โดย pakpoomvj » noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags: kbank
add
เรทกระทู้
« ตอบ #10 เมื่อ: 28 พ.ย. 11, 17:53 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
- มีผู้บริหารและสมาชิก สมาคมธนาคารไทย โทรมาหา บอกว่าเรื่องของผมพยานหลักฐานแน่นมาก ทำไมธนาคารแห่งประเทศไทยไม่ยอมทำอะไร ได้แต่รอคำพิพากษาจากศาล ซึ่งแท้จริงแล้วควรต้องออกตรวจสอบเพราะเป็นเรื่องเกี่ยวกับผิดธรรมาภิบาล มันไม่เกี่ยวกับเรื่องละเมิดที่ผมฟ้องKbankว่าไม่ยอมให้ไถ่ถอนที่ดินตามนัดหมาย
- ท่านบอกว่า มติที่ประชุมให้ส่งเรื่องของผมให้กรรมการบริหาร Kbank เนื่องจากสมาคมไม่มีอำนาจดำเนินการตามกฎหมาย  เรื่องนี้บางทีผู้ใหญ่ไม่ทราบเรื่อง แต่ผมกลับมองว่าเขากำลังตบหน้าใครบางคนมากกว่า เพราะ...
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 1 ธ.ค. 11, 08:19 น โดย pakpoomvj » noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags: kbank
add
เรทกระทู้
« ตอบ #11 เมื่อ: 1 ธ.ค. 11, 07:42 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
กสิกรไทย แพ้คดี อคินฯ ตอน 1

เรื่องที่เป็นข่าวอื้อฉาว ขึ้นมาใน ช่วงหนึ่ง ๆ กว่าจะพิสูจน์อะไรออกมาได้ว่า ความจริงเป็นอย่างไร ก็ต้องผ่านกระบวนการกลั่นกรองข้อเท็จจริงด้วยเวลาอันยาวนาน หลายปี ในขณะที่ความสนใจของผู้คน จืดจางไปกับกาลเวลา ยากที่จะเรียกร้องให้ความจริง ที่เป็นจริงกลับมาปรากฏได้อย่างทั่วถึงในปัจจุบัน อคิน ทนต่อสู้กับความทุกข์ทรมานนี้มานาน 4 ปีเต็ม เพื่อที่จะพิสูจน์ว่าเขาไม่ได้โกงธนาคาร กสิกรไทยอย่างที่ถูกกล่าวหา แต่กว่าจะผ่านกระบวนการพิสูจน์ ของศาลสถิตยุติธรรม ว่าเขาไม่ ได้ผิดตามที่ถูกกล่าวหานั้น ผู้คน ก็คงลืมเรื่องราวอันอื้อฉาว ของเขากันหมดแล้ว อคิน ถูกไล่ออกจากธนาคารกสิกรไทย เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2530 ขณะที่เขาขึ้นเป็นรองผู้อำนวยการฝ่ายกิจการสาขาได้เพียงมม่กี่เดือน โดยฐานความผิด ที่ฉกาจฉกรรจ์ ที่สุดในวิชาชีพนายธนาคารอย่างเขาคือใช้ตำแหน่งหน้าที่กระทำการทุจริตทำให้ธนาคารได้รับความเสียหาย เขายื่นฟ้องธนาคารต่อศาลแรงงานฐานยกเลิกจ้างไม่เป็นธรรม เมื่อันที่ 29 กุมภาพันธ์ ปีเดียวกัน ในขณะที่เขาร้องขอความเป็นธรรม จากศาลแรงงานกลาง กรุงเทพฯ กล่าวหาธนาคารว่าเลิกจ้างไม่เป็นธรรม นั้น วันที่ 23 เมษายน อคิน ถูกธนาคารนำกรณีเดียวกันนี้ แจ้งความร้องทุกข์ต่อเจ้าพนักงานสอบสวน กองปราบปราม กรมตำรวจ ด้วยข้อหายักยอกทรัพย์ อันเป็นความผิดอาญา ธนาคารกล่าวว่าเมื่อปี 2527 อคิน ใช้ให้ผู้จัดการสาขาท่าแพ รับจำนองที่ดิน ของเขาในราคา ประเมินที่สูงกว่า ความเป็นจริง คือที่ดินประมาณ 1 ไร่จำนอง ได้เงิน 300,000 บาท ในขณะที่ ธนาคารกล่าวว่า ราคาจริงประมาณ 260,000 บาทเท่านั้น ประมาณ 2 ปี ต่อมา ได้ย้ายหลักทรัพย์ดังกล่าวมารวมกับที่ดินที่นครนายกอีก 2 แปลง จำนวน 6 ไร่ ในชื่อของสืบพงษ์ รุ่งเรือง จำเลยที่ 2 ในคดีเดียวกันนี้ซึ่งธนาคารระบุว่าเป็นญาติกับอคินค้ำประกันเงินกู้ 900,000 บาท นอกจากนี้ ยังกู้เงินเบิกเงินเกินบัญชี โดยมีบุคคลค้ำประกันอีก 500,000 บาท รวมเป็น เงินที่ธนาคารอ้างว่าเสียหายทั้งสิ้น 1,400,000 บาท แม้จะเจอมรสุม กระหน่ำซ้ำเติมด้วยการถูกแจ้งจับเป็นคดีอาญา อคินไม่ยอมถอนคดีแรงงานที่เขายื่นฟ้องธนาคารไว้ต่อศาลแรงงานกลางดำเนินต่อไปจนถึงชั้นศาลกีฏาชี้ออกมาว่า อคิน เป็นผู้บริสุทธ์และสั่งให้ธนาคารกสิกรไทย จ่ายคาชดเชย กรณีเลิกจ้างไม่เป็นธรรม เป็นเงิน 800,000 บาท " นึกถึงภาพในวันที่ไปมอบตัว กับกองปราบ แล้วยังนึกเศร้าเสียใจอยู่ทุกวันนี้ ตอนนั้นเราจะไปบอกความจริงกับใครว่าเราสไม่เคยทำความผิด โกงธนาคารอย่างไรก็ไม่มีใครเชื่อ หน้าที่ของพนักงานสวบสวน เมื่อรับแจ้งความไว้แล้วก็ต้องควบคุมตัว ทำประวัติ ยืนถือป้ายชื่อ และนามสกุลตัวเอง ที่มีฐานความผิด ไว้ใต้ชื่อ นั้นว่า " ข้อหายักยอกทรัพย์" ไว้หน้า อก ให้เจ้าหน้าที่ถ่ายรูปรูปพิมพ์นิ้วมือทั้งยี่สิบนิ้ว รวมทั้งฝ่ามือด้วย ซึ่งมันเป็นครั้งแรกในชีวิตที่ผ่านความดีความชอบมามากมาย มือที่เคยขึ้นไปรับของรางวัล กับบัญชา ล่ำซำ ประธานธนาคารปีแล้วปีเล่า ในฐานะพนักงานดีเด่นของธนาคารกลับต้องเปลี่ยนมาเป็นถือป้ายข้อหายักยอก ทรัพย์ โดยธนาคารผู้เคยให้รางวัล แก่เราทุกปี เป็นผู้แจ้งจับ ดูมันมืดมน ไปหมด เรียนก็เรียนมาสูง ความรู้ความสามารถ ก็ดี หน้าที่การงานก็สูง อายุก็มากแล้ว ลูกก็โตเป็นหนุ่ม เป็นสาว จะเข้ามหาวิทยาลัย แล้ว ต้องมาเจอในสิ่งที่ไม่เคยคิดมาก่อนว่ามันจะเจอ" อคิน กล่าว อย่างเรียกร้องกับ " ผู้จัดการ" มีคนกล่าวว่า ถ้าอคิน ไม่โดนไล่ ออกเสียก่อน ป่านนี้ก็คงเป็นผู้อำนวยการฝ่ายกิจการสาขาไปแล้วเรียบร้อย หรืออาจสูงกว่า นั้น ถ้า บัญชา ล่ำซำ ประธานกรรมการบริหารธนาคารกสิกรไทย ยังคงใช้เขาเช่นลูกน้องผู้ซื่อสัตย์เหมือนกับหลาย ๆ ปีที่ผ่านมา อัยการสรุปสำนวนจาการสอบสวน ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ กองปราบมีความเห็นสั่งไม่ฟ้อง เพราะข้อเท็จจริง ไม่เพียงพอที่จะฟ้องได้ ธนาคารตัดสินใจเป็นโจทก์ยื่นฟ้องต่อศาลอาญาด้วยตัวเอง อคิน ต้องไปประกันตัวที่ศาล เป็นคำรบสอง และต่อสู้คดีจนถึงที่สุด จนปลายปีที่ผ่านมา ศาลอาญา มีคำสั่งยกฟ้องของธนาคาร ชี้ว่าอคิน ไม่ได้ทุจริตยักยอก ตามที่ธนาคารกล่าวหา จำเลยไม่ได้ทุจริต
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags: kbank
add
เรทกระทู้
« ตอบ #12 เมื่อ: 1 ธ.ค. 11, 07:44 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
กสิกรไทย แพ้คดี อคินฯ ตอน 2

และธนาคารไม่ได้รับความเสียหาย ตามข้อกล่าวหาของโจทก์ คำให้การของฝ่ายโจทก์ เป็นการกล่าวขึ้นมาลอย ๆ โดยเฉพาะในประเด็นสำคัญที่คนในอาชีพนี้ จะต้องเจอกันทุกราย ถ้าจะคิดห้ำหั่นกันด้วย วิธีนี้คือการตีราคาที่ดิน อันเป็นหลักทรัพย์ จำนองสูงกว่าความเป็นจริง เพื่อช่วยเหลือญาติพี่น้องของตนเอง ที่เข้ามาเป็นลูกค้าธนาคาร เพราะว่า เมื่อตัวเองทำงาน อยู่ที่แบงก์ไหนก็อยากจะให้ ญาติพี่น้องมาใช้บริการแบงก์นั้น ไม่เฉพาะญาติ ๆ เท่านั้นแม้แต่คนก็ไม่รู้จัก ก็ยังจะต้องวิ่งกราบกรานเขาถึงบ้าน เพื่อให้มาใช้บริการ ซึ่งเป็นหน้าที่ของพนักงาน ทุกคน ที่จะต้องช่วยกันหาลูกค้ามาให้แบงก์ " เมื่อลูกค้าดี ส่งดอกเบี้ยส่งเงินต้นสม่ำเสมอ ผลประโยชน์ทั้งหมดแบงก์เอาไป แต่พอลูกค้า ชักเริ่มมีปัญหา กลายเป็นว่า พนักงานจะต้องมีการรับผิดชอบ ดีไม่ดี ถูกกล่าวหากลายเป็นว่า พนักงานจะต้องรับผิดชอบ ดีไม่ดีถูกกล่าวหาว่าร่วมมือกับลูกค้าโกงธนาคารเข้าไปอีก" อดีต ผู้จัดการสาขาธนาคารคนหนึ่งกล่าวกับผู้จัดการอย่างคับแค้นใจ กรณีของอคิน เขาต่อสู้ว่าเมื่อวิธีการตรวจสอบรังวัดที่ดินอันเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน เงินกู้นั้น กระทำโดยถูกต้อง ตามระเบียบของธนาคาร ทุกประการ ลูกค้าผู้ขอกู้ แม้จะเป็นญาติกับเขา แต่ก็ได้เงินต้นและดอกเบี้ยมาชำระแก่ธนาคารอย่างสมำเสมอ จึงเรียกไม่ได้ว่า ธนาคารได้รับความเสียหายอย่างไร อคิน ให้การต่อสู้ ว่ากรณีที่สาขาท่าแพ เขายอมรับว่า ขอให้ผู้จัดาการสาขา ท่าแพในขณะนั้น ช่วยขายที่ดินให้ในราคา 400,000 บาท เมื่อขายไม่ได้ ก็ให้ช่วยหาแหล่งเงินกู้ให้ โดยตนเองได้เซ้นใบมอบอำนาจลอยไว้ ไม่ทราบว่าผู้จัดการ สาขาท่าแพ จะโอนเป็นชื่อของ คนื่นที่เขาเองไม่เคยรู้จักมาก่อน และนำเข้าจำนองกับธนาคารกสิกรไทย ซึ่งรับกับคำให้การของอดีตผู้จัดการสาขาท่าแพที่บอกว่าเดิมจะจำนองกับธนาคารอื่น แต่เพื่อที่เป็นผู้จัดการ สาขาธนาคารนั้นได้ย้ายอออกไป เสียก่อน อคินมาทราบเรื่องตอนหลังที่ได้มีการจ่ายเงินงวดแล้ว ส่วนที่สาขาเทพารักษ์ อคิน ยอมรับว่าลูกค้ารายที่ชื่อ สืบพงษ์ รุ่งเรือง เคยเป็นลูกน้องเก่าที่ร้านจิวเวลลี่ ของพี่ชายมานาน หลายปี จนสามารถค้าขายด้วยตัวเอง มีกำไรซื้อที่ดิน อยากลงทุนค้าขายจึงได้มาขอกู้กับธนาคาร โดยมีที่ดินและบุคคลค้ำประกัน เขาต่อสู้ว่าธนาคารได้ให้ความเชื่อถือในเครดิต ของผู้กู้จน หลังวันที่เขาถูกไล่ออกจากธนาคารแล้วยังให้รักพงษ์ เบิกเกินบัญชีอีกหลายครั้ง เกือบเต็มวงเงิน และก่อนที่จะนำเรื่องมาฟ้องที่ศาลได้มีการบอกเลิกสัญญาเงินกู้เบิกเกินบัญชี ทั้งสองฉบับพร้อมกับได้มีการนำเงินมาชำระทั้งเงินตน แ ละดอกเบี้ยจนครบถ้วน ซึ่งเป็นข้อที่ ศาลชี้ว่า ธนาคารไม่ได้รับความเสียหาย แต่กว่า จะรู้ความจริงเป็นอย่างไร คนก็ลืมหมดสิ้นเสียแล้ว ไม่มีใครสนใจนำเรื่อง ความจริงทีเป็นจริงมากล่าวถึงกันอีก ในวันนี้ " ผู้จัดการ" จำต้องกล่าวถึง กรณีของอคินอีกครั้ง เพราะเขาควรจะได้รับความเป็นธรรมในแง่ของข่าวสารด้วยเช่นกัน เมื่อผลการพิสูจน์โดยกระบวนการศาลสถิตยุติธรรมออกมาแล้วว่าเขาเป็นผู้บริสุทธ์
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags: kbank
add
เรทกระทู้
« ตอบ #13 เมื่อ: 1 ธ.ค. 11, 08:15 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ใครใช้ KBANK ระวัง ! แย่สมคำร่ำลือจริงๆ Bank letter คิดเงินผิดไปเกือบ 8,000 ปอนด์

   เมื่อวานไปเอา bank letter มาที่สาขาหนึ่ง เราแนบใบตัวอย่างไปให้ดูด้วย บอกว่า ขอให้ช่วยทำแบบนี้ ตอนไปให้ทำก็รับปากรับคำอย่างดี แต่พอไปเอากลับไม่เหมือนกับใบตัวอย่างที่เราแนบไปให้ เราก็ขอให้ fax ไปให้ที่เอเจนซี่ดู ว่าใช้ได้มั้ย เจ้าหน้าที่เธอก็บอกไม่เป็นไร แต่ระหว่างแก้ให้ เธอบอกว่า ความจริงมันเป็นสิทธิ์ของแบงค์ที่จะให้อะไรหรือไม่ให้ก็ได้ ไม่ใช่ว่าลูกค้าจะมาบอกว่าจะเอาอย่างนั้นอย่างนี้ เพราะแบงค์ก็มีฟอร์มของตัวเองอยู่ (ซึ่งมันไม่มีคำว่า ฝากไว้ 28 วัน)เราก็อึ้งไปทีหนึ่งแระ ว่ามาพูดจากับลูกค้าแบบนี้เลยเหรอ เพราะสาขาอื่น เค้าก็ทำให้แบบนี้เหมือนกัน จะมาพูดวางมาดแบบนี้ทำไม พอได้มาเสร็จ เราก็เช็คดู ชื่อ เลขที่บัญชี กับตัวหนังสือภาษาอังกฤษทั้งหมดว่าถูกต้องดีมั้ย พอถูกต้องแล้วเราก็ขึ้นไปทำ ดราฟท์ต่อ ใช้เวลานานมากกว่าจะเสร็จ แล้วเราก็กลับบ้าน ปรากฏพอมาถึงบ้าน(แบงค์ปิดไปแล้ว) ลองเช็คเงินดูที่เค้าเทียบเป็นปอนด์มาให้ ก็ตะหงิดใจว่าทำไมมันน้อยๆ ตอนที่อยู่ที่แบงค์เราก็เอ๊ะ ได้น้อยจัง แต่ตอนนั้นเราไม่มีเครื่องคิดเลข และโทรศัพท์ก็ไม่ได้อยู่กับตัว เลยไม่ได้คิด แล้วเราก็คิดว่า ตัวเลขที่เทียบมาจากคอมพิวเตอร์ซึ่งมันไม่น่าจะผิด แต่ปรากฏว่า เจ้าหน้าที่แบงค์คิดเทียบเงินเป็นปอนด์ให้เราผิด เราใส่เงินไว้ 1,501,000 บาท เรทวันนั้น 1ปอนด์เท่ากับ 51.468 เจ้าหน้าที่แบงค์ให้เราเป็น 21,984.66 ปอนด์ ซึ่งที่ถูกคือ 29,163.752 ซึ่งเรางงมากว่า เจ้าหน้าที่เอาตัวเลข21,984.66 มาจากไหน เพื่อนๆลองช่วยคิดหน่อยนะคะว่าเราคิดผิดเองรึป่าว วันจันทร์นัดทำวีซ่าตอนบ่ายด้วย ตอนเช้าต้องไปนั่งแก้อีก เสียอารมณ์กับแบงค์นี้มาก ตั้งแต่พูดจาแย่ๆใส่ แล้วยังคิดเลขผิดได้ยังไง คุณเป็นพนักงานแบงค์อ้ะ เราก็ตรวจสอบในส่วนอื่นๆแล้ว ไม่คิดว่าจะมีคิดเลขผิดด้วย เพราะเราก็ไว้ใจธนาคารว่าใช้คอมพิวเตอร์คิดเลข แต่มันเป็นแบบนี้ได้ยังไง มึน เจ้าหน้าที่กสิกรในนี้ ช่วยออกมาบอกหน่อยค่ะว่า ปกติไม่ได้ใช้คอมพิวเตอร์คิดเลขเหรอคะ ต่อไปนี้จะได้ระวัง เพราะเราก็พยายามเช็คในส่วนอื่นหมดแล้วนอกจากตัวเลข ซึ่งเราก็ผิดเอง ที่ไม่ได้เช็คด้วย เพราะไม่มีเครื่องคิดเลขและโทรศัพท์ อีกทั้งต้องไปทำดราฟท์ต่อ กลัวแบงค์จะปิด (เราไปช่วงบ่ายเพราะเจ้าหน้าที่บอกให้มาเอาตอนหลังเที่ยง) กสิกร รับฝากทุกอย่างจริงๆค่ะ แต่ไม่ได้เรื่องซักอย่าง เบื่อหน่ายมากค่ะ เดี๋ยวพอทำวีซ่าเสร็จ จะปิดบัญชีทุกบัญชีของที่นี่ให้หมดเลยค่ะ ไม่ไหวแระ ทำอะไรก็คิดค่าธรรมเนียมยิบย่อย แล้วยังพูดจาแย่ คิดเลขผิด คิดแต่จะให้ลูกค้าทำบัญชีพิเศษกับตัวเองอย่างเดียว พูดชวนหลายรอบมาก ลาขาดกันทีค่ะ เสียหายมาก จะไปทำวีซ่า ก็ยังต้องไปแก้จม.นี้ก่อน นี่ถ้าเชื่อใจแบงค์ไป จะทำไงเนี่ย เสียเครดิตไปเกือบ 8000 ปอนด์

แนบใบจม.มารบกวนให้ช่วยดูด้วยค่ะ ว่าเราคิดเงินผิดเองรึป่าว เพราะเราก็ไม่เก่งเลขเลยค่ะ หรือว่าเจ้าหน้าที่คิดผิด เราจะได้ไม่หน้าแตกตอนไปให้เค้าแก้ค่ะ ขอบคุณมากค่ะ

http://www.pantown.com/board.php?id=12274&area=4&name=board1&topic=6711&action=view
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags: kbank
Tags:  kbank 

หน้า: 1

 
ตอบ
ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 200 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม
         
ทางสนุก! จะทำการตรวจสอบ
และขออนุญาตไม่แสดงข้อความ
ที่ไม่เหมาะสม ข้อความที่
ก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่
สถาบันชาติ ศาสนา
พระมหากษัตริย์ รวมถึงข้อความที่
เข้าข่ายหลอกลวง การเผยแพร่
ภาพลามกอนาจาร หรือข้อความ
ใดๆ ที่ทำให้ผู้อื่นได้รับความ
เสียหาย บนกระทู้นี้