หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: บัตรเครดิตที่ขาดอายุความต้องชำระหนี้ไหม  (อ่าน 77 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 27 ส.ค. 21, 08:24 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 
# บัตรเครดิตที่สิทธิเรียกร้องขาดอายุความ
บัตรเครดิต หรือ บัตรสินเชื่อ เป็นวัตถุอย่างหนึ่งซึ่งสถาบันการเงินต่าง ๆ ได้จัดทำให้บริการโดยออกให้แก่ลูกค้า เพื่อนำไปใช้แทนเงินสดในการชำระค่าสินค้าบริการต่าง ๆ รวมถึงสามารถนำไปใช้เพื่อเบิกเงินสดจากตู้เบิกเงินอัตโนมัติได้ด้วย    และสถาบันการเงินผู้ออกบัตรเครดิตให้นั้นมีสิทธิเรียกเก็บค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายต่าง ๆ  ตามสัญญาและตามที่กฎหมายกำหนด  โดยการใช้บัตรเครดิตถือว่าเป็นวัตถุซึ่งสะดวกและปลอดภัยในการใช้จ่ายแทนเงินสด  แต่ความสะดวกความสบายในการใช้บัตรเครดิตนั้น  หากผู้ถือบัตรเครดิตขาดวินัยในการใช้อย่างไร้เหตุผลหรือใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือยเกินอัตรากำลังการชำระหนี้ที่พึงมีในการชำระหนี้ต่อสถาบันการเงินผู้ออกบัตรเครดิตได้แล้ว  นอกจากหนี้เงินต้นในการนำไปใช้จ่ายที่ต้องชำระแก่เจ้าหนี้แล้วผู้ถือบัตรเครดิตอาจยังต้องเสียค่าใช้จ่ายต่าง ๆ  ในค่าปรับ  ค่าดอกเบี้ยผิดนัด  ค่าติดตามทวงถามเป็นจำนวนมาก  หากผู้ใช้ผิดนัดชำระหนี้    ซึ่งเจ้าหนี้มีสิทธิเรียกร้องที่จะบังคับให้ลูกหนี้ผู้ถือบัตรเครดิตชำระหนี้ได้ภายในกำหนด  2  ปี  นับแต่วันที่ลูกหนี้ผิดนัด    แต่ถ้าหากเจ้าหนี้ใช้สิทธิเรียกร้องบังคับให้ลูกหนี้ชำระหนี้เกินกว่าสองปีแล้ว  หนี้บัตรเครดิตนั้นย่อมขาดอายุความ

 
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

มาตรา 193/34  สิทธิเรียกร้องดังต่อไปนี้   ให้มีกำหนดอายุความสองปี

(7) บุคคลซึ่งมิได้เข้าอยู่ในประเภทที่ระบุไว้ใน (1) แต่เป็นผู้ประกอบธุรกิจในการดูแลกิจการของผู้อื่นหรือรับทำการงานต่าง ๆ เรียกเอาสินจ้างอันจะพึ่งได้รับในการนั้น  รวมทั้งเงินที่ได้ออกทดรองไป

 
เรื่องจริงอิงฎีกา/  คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7494/2549
..................จำเลยที่ 1 ได้สมัครเป็นสมาชิกบัตรเครดิตของโจทก์และยอมให้จำเลยที่ 2 เป็นผู้ถือบัตรเสริม  โดยจำเลยทั้งสองสามารถนำบัตรเครดิตไปใช้แทนเงินสดในการชำระค่าสินค้าบริการต่าง ๆ ตลอดจนเบิกเงินสดจากตู้เบิกเงินอัตโนมัติ  ซึ่งโจทก์มีสิทธิเรียกเก็บค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายต่าง ๆ  ทั้งนี้ โจทก์จะออกเงินทดรองแทนไปก่อนแล้วจะเรียกเก็บจากจำเลยทั้งสองในภายหลัง  จำเลยทั้งสองได้นำบัตรเครดิตไปชำระค่าสินค้า  ค่าบริการ  รวมทั้งเบิกถอนเงินเรื่อยมา  โจทก์ได้ชำระแทนจำเลยทั้งสองแล้ว และการให้บริการดังกล่าวของโจทก์  โจทก์ได้เรียกเก็บค่าบริการและค่าธรรมเนียมด้วย  โจทก์จึงเป็นผู้รับทำการงานต่าง ๆ ให้แก่จำเลยทั้งสอง  และการที่โจทก์ได้ชำระเงินแก่เจ้าหนี้ของจำเลยทั้งสองแทนจำเลยทั้งสองไปก่อน  แล้วจึงเรียกเก็บเงินจากจำเลยทั้งสองในภายหลัง เป็นการเรียกเอาค่าที่โจทก์ได้ออกเงินทดรองไป  ดังนั้น สิทธิเรียกร้องดังกล่าวจึงมีอายุความ 2 ปี ตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/34 (7)   เมื่อพิจารณาใบแจ้งยอดบัญชีเครดิต  จำเลยที่ 1 ใช้บัตรเครดิตของโจทก์ครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2539 ครบกำหนดชำระหนี้  10 ตุลาคม 2539สิทธิเรียกร้องของโจทก์จึงเริ่มนับตั้งแต่วันที่  11  ตุลาคม 2539  ดังนั้น อายุความที่โจทก์จะต้องฟ้องร้องหนี้บัตรเครดิตที่จำเลยที่ 1 ใช้ตั้งแต่วันที่ 11 ตุลาคม 2539 จึงถึงวันที่ 11 ตุลาคม 2541   โจทก์ฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2547   ซึ่งหลังครบกำหนดอายุความแล้วสิทธิเรียกร้องของโจทก์ในส่วนของจำเลยที่ 1 ที่ใช้บัตรหลักจึงขาดอายุความ

 q*062 Cr : https://www.thaiasianlaw.com/
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Tags:  

หน้า: 1

 
ตอบ
ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:   Go
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม