หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: ลดใช้พลังงานแก้โลกร้อน ทางที่ดี เปิดแอร์กี่องศา กำลังดี หรือ เปิดใช้เมื่อจำเป็นเ  (อ่าน 16 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 8 ธ.ค. 21, 14:48 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

q*077q*077q*077q*077q*077q*077q*077
เพราะปัญหาโลกร้อน สาเหตุใหญ่ของภาวะโลกร้อนมาจากการปล่อยก๊าซก่อเรือนกระจกในภาคพลังงาน ดังนั้นจึงมีตั้งหลายวิธีที่คุณจะช่วยลดอุณหภูมิให้กับโลกได้ด้วยการประหยัดพลังงาน ไม่ว่าจะฮิตอินเทรนด์กับกระเป๋าแบกกระเป๋าผ้าต้าน "โลกร้อน" หันมาใช้บริการขนส่งมวลชน หรือตั้งเครื่องปรับอากาศไว้ที่ 23-25 องศา ถือว่าเป็นเรื่องปกติ แต่ถ้าทางที่ดีถ้าไม่จำเป็นในต่อการใช้เครื่องปรับอากาศในชีวิตประจำวันก็ไม่ควรที่จะเปิดก็ได้ หรือ เปิดเมื่อจำเป็น และปิดใช้ ก่อนไม่อยู่ในห้องนั้นแล้วประมาณ 5-10 นาที ก็ช่วยได้ เช่นกัน
ทั้งนี้นักวิชาการจากบัณฑิตวิทยาลัยร่วมด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม (JGSEE) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ได้ร่วมกันแปลหนังสือที่มีชื่อเป็นภาษาไทยว่า "ทางเลือกพลังงานเพื่อดับโลกร้อน" (Energy Future's Beyond Carbon) ของนิตยสารไซแอนทิฟิก อเมริกัน (Scientific American) ว่ากว่า 60% ของก๊าซเรือนกระจกทั่วโลกมาจากการเผาพลาญเชื้อเพลิงในภาคพลังงาน และหากพิจารณาเฉพาะเจาะจงที่ประเทศไทยก็มีตัวเลขที่ไม่แตกต่างกันมากนักนั่นคือ 56% ดังนั้นสารพัดกลวิธีเพื่อประหยัดหลังงานจึงได้รับการชูให้เป็นหนทางกู้วิกฤตภาวะโลกร้อน (Global Warming) อันนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ (Climate Change)

รศ.ดร.บัณฑิต ฟุ้งธรรมสาร ผอ.JGSEE ให้ข้อมูลว่ามีการใช้โรงไฟฟ้าถ่านหินเพื่อเป็นเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้ามานานแล้ว โดยเมืองไทยใช้อยู่ในสัดส่วน 20% ของการผลิตไฟฟ้าทั้งหมดแต่ส่วนใหญ่คือก๊าซธรรมชาติ 60% ซึ่งข้อดีของเชื้อเพลิงชนิดนี้คือมีปริมาณสำรองเยอะและราคาถูก แต่ข้อเสียคือทำให้เกิดมลพิษทางอากาศโดยชุมชนที่อยู่ใกล้เคียง และยังปล่อยก๊าซเรือนกระจกโดยปล่อยมากกว่าก๊าซธรรมชาติถึง 2 เท่า

"ทุกหน่วยการใช้พลังงานปล่อยคาร์บอนสู่ชั้นบรรยากาศ 1 กิโลกรัม แล้วเราจะไม่ใช้ได้ไหม? ถ่านหินยังมีข้อดีอยู่คือมีสำรองไว้ใช้ 100-200 ปี ขณะที่ก๊าซธรรมชาติในบ้านเราสำรองได้แค่ 20 ปี ส่วนน้ำมันก็เหลือใช้อีก 40 ปีก็จะหมด ที่เหลือก็อยู่ในแหล่งที่นำขึ้นมายาก แต่จะทำอย่างไรกับข้อเสียของถ่านหินซึ่งมีก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์"

ผู้อำนวยการ JGSEE กล่าวว่ามีทางออก 2 แนวทางคือ ในระยะใกล้ต้องใช้เทคโนโลยีเผาถ่านหินที่ก้าวหน้าและมีประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้น เพื่อช่วยลดปริมาณการปล่อยคาร์บอน ซึ่งอาจจะลดจาก 1 กิโลกรัมต่อหน่วยไฟฟ้า เหลือ 0.8 กิโลกรัม เป็นต้น ทั้งนี้โรงไฟฟ้าใหม่ๆ ที่จะสร้างขึ้นนั้นต้องใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ปล่อยคาร์บอนน้อยลง

"อีกแนวทางคือเก็บหรือดักคาร์บอนไดออกไซด์ ต้องหาทางเอาไปเก็บไว้ใต้ดิน ตามบ่อน้ำมันหรือหลุมก๊าซธรรมชาติที่ใช้แล้ว อัดลงไปในรูปของเหลวอย่างถาวร ถ้าทำได้ก็หมดห่วง แต่ตอนนี้ยังเป็นเทคโนโลยีในขั้นทดลอง ก็ฝากความหวังไว้กับการกักเก็บคาร์บอนไว้ใต้ดิน" รศ.ดร.บัณฑิตกล่าว

ส่วนเชื้อเพลิงชีวภาพจะเกิดได้ในเมืองไทยหรือไม่ รศ.ดร.บัณฑิตให้ความเห็นว่าแนวทางที่เป็นไปได้คือนำวัสดุเหลือใช้จากการเกษตรมาหมักเพื่อให้ได้ก๊าซชีวภาพที่นำไปเป็นเชื้อเพลิงได้ แต่ทั้งนี้ในเมืองไทยมีการใช้ก๊าซที่ได้จากการหมักน้ำเสียจากฟาร์มสุกรและโรงงานอุตสาหกรรมอาหารเพื่อผลิตเป็นไฟฟ้าใช้ในระบบของฟาร์มและโรงงานมานานกว่า 20 ปีแล้ว

ขณะที่แนวทางช่วยลดปัญหาโลกร้อนนั้น รศ.ดร.สิรินทรเทพ เต้าประยูร ประธานสายสิ่งแวดล้อม JGSEE กล่าวว่า การช่วยลดก๊าซเรือนกระจกเป็นปัญหาที่ทั่วโลกช่วยได้แต่ต้องรู้ที่มา-ที่ไปของก๊าซเรือนกระจกว่ามาจากไหน ซึ่งส่วนใหญ่มาจากภาคพลังงาน โดยระดับโลกคิดเป็น 60% ขณะที่ไทยคิดเป็น 56% ดังนั้นการลดใช้พลังงานจึงเห็นผลได้มากที่สุด

"การลดทำได้ไม่ยาก ปิดไฟที่ไม่จำเป็น ลดใช้ไฟฟ้าลง 1 หน่วยก็ช่วยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 1 กิโลกรัม การประหยัดไฟเป็นเรื่องใกล้ตัว การใช้ถุงผ้าก็เพื่อลดใช้ถุงพลาสติกซึ่งต้องใช้พลังงานในการผลิต เมื่อใช้ถุงผ้าจึงเป็นเรื่องของการลดใช้พลังงาน" รศ.ดร.สิรินทรเทพกล่าว

ขณะที่ ศ.ดร.สุรพงษ์ จิระรัตนานนท์ อาจารย์ประจำ JGSEE ซึ่งศึกษาทางด้านการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ให้ความเห็นว่าการใช้พลังงานสูงนั้นส่วนหนึ่งมาจากการใช้เครื่องปรับอากาศและการใช้รถยนต์ส่วนตัว ดังนั้นต้องพยายามรณรงค์ให้มีการใช้ระบบขนส่งมวลชนมากขึ้น ลดการใช้เครื่องปรับอากาศซึ่งไม่เพียงแค่ตั้งอุณหภูมิไว้ที่ 25 องศาเซลเซียส จริงๆ แล้วเครื่องปรับอากาศยิ่งตั้งอุณหภูมิก็ยิ่งประหยัดพลังงานไฟฟ้าแต่ทางที่ดีไม่เปิดเลยดีกว่า

"บ้านที่มีแอร์จะทราบว่า 70% ของพลังงานที่ใช้ในบ้านคือไฟฟ้าในการเปิดแอร์ ดังนั้นปิดไปเลยดีกว่า แล้วพัฒนาระบบที่มาทดแทนแอร์ ทำให้รู้สึกสบายเหมือนกันแต่ใช้พลังงานนอยกว่า หรือสร้างอาคารที่สามารถใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพคือใช้พลังงานน้อยแต่ให้แสงสว่างและทำให้ผู้อยู่ในอาคารรู้สึกสบายได้ ระบบเก่าที่ใช้กันอยู่นั้นเปลืองพลังงานมาก"
ดังความสำคัญของการลดภาวะโลกร้อน สำหรับการเปิดแอร์แล้วเปลี่ยนอุณหภูมิในห้องให้อยู่ ที่23-25 องศา ถือว่าเป็นเรื่องปกติ แต่ถ้าเป็นการเปลี่ยนอุณหภูมิของโลกเพิ่มเพียง1.2 องศาเซลเซียส ถือว่าไม่ใช่เรื่องปกติ นับจากการปฎิวัติยุคอุตสาหกรรมเป็นต้นมา โลกร้อนขึ้นอย่างมา สัตว์ป่า divercity เกิดน้ำแข็งขั้วโลกละลายเร็วขึ้น เกิดคลื่นความร้อน กระทบเศรษฐกิจต่างๆที่ต้องพึ่งพาการเกษตร อุตสหกรรมเหล่านั้นอาจเดินต่อไม่ได้ ตอนนี้ประเทศไทยเป็นประเทศที่ได้รับผลกระทบเยอะที่สุด เพราะเป็นประเทศเกษตรกรรม เกิดภาวะแห้งแล้ง ฝนฟ้าตกไม่ตรงฤดูกาล กระทบต่อการเก็บเกียวผลผลิตของชาวบ้านและเกษตรเป็นอย่างมาก
ทางด้าน ศ.ดร.สุรพงษ์กล่าว และยกตัวอย่างว่าที่มาเลเซียมีตึกที่ใช้พลังงานเพียง 25% ของการใช้ทั่วไป แต่ให้แสงสว่างและให้ผู้อยู่รู้สึกสบายได้ เช่นเดียวกับอาคารที่มีระบบเครื่องปรับอากาศทั่วไป พร้อมแนะว่าการใช้พัดลมในห้องแอร์เมื่อตั้งอุณภูมิจะช่วยให้รู้สึกเย็นสบายได้มากขึ้น แต่หากออกแบบบ้านให้มีฉนวนกันความร้อนดีๆ ก็ไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องปรับอากาศเลย
#ภาวะโลกร้อน #ก๊าซเรือนกระจก #กระทรวงทรัพยกรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม #การเปิดเครื่องปรับอากาอาศ
ขอบคุณที่มา https://mgronline.com/science/detail/9510000040798
https://becommon.co/world/airconditioner-climatechange/




noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

Tags:
Tags:  

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม