หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: พ่อแม่แบบใด "ละเลยลูก"  (อ่าน 1061 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 8 มิ.ย. 10, 17:27 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 


แม้ว่าปัจจุบัน กระแสเรื่องการดูแลลูกให้มีพัฒนาการที่ดีในทุก ๆ ด้านจะเป็นสิ่งที่ได้รับการส่งเสริมจากหลายองค์กร หลายหน่วยงาน แต่เชื่อว่า เมื่อมองออกไปตามท้องถนน ห้างสรรพสินค้า หรือแหล่งชุมชนต่าง ๆ โดยเฉพาะในเมืองใหญ่เช่น กรุงเทพมหานคร เราก็ยังคงได้พบเห็นภาพของเด็ก ๆ จำนวนไม่น้อยที่สะท้อนถึงการขาดความใส่ใจจากผู้ปกครองอยู่

ซึ่งสิ่งที่สะท้อนออกมาจากตัวลูกให้คนทั่วไปพบเห็น และมองไปถึงครอบครัวว่าละเลยลูก คงหนีไม่พ้น...การแต่งตัวไม่ถูกกาละเทศะ การมีพฤติกรรมไม่ดี สร้างปัญหาให้กับสังคมส่วนรวม ไม่ใส่ใจในกฎระเบียบ เห็นประโยชน์ส่วนตนมาก่อนประโยชน์ส่วนรวม ชอบเอาเปรียบผู้อื่น เรียกร้องความสนใจ ฯลฯ

พฤติกรรมเหล่านี้ อาจเปรียบได้กับยอดของภูเขาน้ำแข็งที่โผล่ออกมาให้สังคมได้เห็น ส่วนรากลึกของปัญหานั้น ไม่ควรโทษครู โทษโรงเรียน หรือโทษเพื่อนบ้านที่ฝากลูกให้เขาเลี้ยง ฯลฯ ค่ะ เพราะตัวการที่แท้จริงก็คือ พ่อแม่นั่นเอง ซึ่งเราลองรวบรวมพฤติกรรมการละเลยลูกท็อปฮิตของบรรดา พ่อแม่ที่ทีมงานมีโอกาสได้สัมผัสมาบอกเล่ากัน โดยในวันนี้ขอนำเสนอทั้งสิ้น 6 ประการค่ะ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #1 เมื่อ: 8 มิ.ย. 10, 17:31 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 



q*057 1. ไม่ดูแลจัดเตรียมเครื่องแต่งกายที่เหมาะสมให้กับลูก

เด็ก ๆ หลายคนไปโรงเรียนโดยสวมชุดนักเรียนที่ไม่ได้ ซัก - รีด ให้เรียบร้อย บางคนก็มาพร้อมทรงผมที่ดูกระเซอะกระเซิง ปะแป้งแค่พอผ่าน รองเท้าถุงเท้าไม่สะอาด หรือไม่ก็ผิดระเบียบไปเสียเลย เด็ก ๆ เหล่านี้ แม้จะออกจากบ้านมาโดยที่พ่อแม่ไม่คิดอะไร แต่เมื่อถึงโรงเรียน เด็กอาจถูกมองด้วยสายตาแปลก ๆ จากคุณครู เพื่อน หรือแม้กระทั่งผู้ปกครองของเพื่อน สิ่งเหล่านี้อาจทำให้เด็กรู้สึกโดดเดี่ยว จิตใจหดหู่ และส่งผลให้มีพัฒนาการในด้านต่าง ๆ ช้ากว่าเด็กทั่วไปได้

ในความเป็นจริงแล้ว การดูแลเครื่องแต่งกายของลูกให้เหมาะสมกับกาละเทศะนั้น สามารถทำได้แม้จะเป็นเสื้อผ้าชุดเก่า เพียงแค่มีการซักรีดอย่างใส่ใจ มีการเก็บรักษาอย่างดี เสื้อผ้า หรือเครื่องใช้ก็พร้อมจะขาวสะอาด และอยู่กับเราไปนาน ๆ ได้เช่นกัน ซึ่งการใส่ใจเหล่านั้นของพ่อแม่ ยังทำให้เด็กได้ซึมซับวิธีถนอมของใช้ด้วยอีกทางหนึ่ง

q*057 2. ไม่ใส่ใจในการเรียนรู้ของลูก

การไม่ใส่ใจในการเรียนของลูกที่พ่อแม่แสดงออกอาจเป็นได้หลายทางเช่น

q*054 - ฝากลูกไว้กับโรงเรียน หรือโรงเรียนกวดวิชา พ่อแม่มีหน้าที่เพียงมารับ หรือส่งพี่เลี้ยงมารับลูกกลับบ้านเท่านั้น

q*054 -ไม่สนใจดูแลลูกเรื่องการบ้าน งานที่คุณครูมอบหมาย

q*054 - ไม่ทราบว่าลูกได้ทำกิจกรรมกลุ่มร่วมกับเพื่อน ๆ ที่โรงเรียนในเรื่องอะไรบ้าง ได้ความรู้อะไรบ้าง มีค่าใช้จ่ายหรือไม่ ตลอดจนปัดความรับผิดชอบในการจ่ายค่าใช้จ่ายเหล่านั้น ฯลฯ

q*054 - ไม่ทราบว่าลูกทำกิจกรรมอะไรบ้างหลังเลิกเรียนโรงเรียน

q*054 - เปิดโอกาสให้ลูกใช้คอมพิวเตอร์ อินเทอร์เน็ต ทีวี โทรศัพท์มือถือ หรือเข้าถึงสื่ออื่น ๆ ได้ตามใจชอบ

q*054 - ไม่จัดหากิจกรรมเสริมในสิ่งที่ลูกสนใจหรือมีความถนัด ให้เพิ่มเติม


ในประเด็นนี้ ผู้เขียนได้มีโอกาสสอบถามจากอาจารย์ฝ่ายปกครองหลายท่าน ซึ่งอาจารย์บางท่าน ก็มีกรณีตัวอย่างของคุณพ่อคุณแม่ ที่ไม่ใส่ใจในการเรียนของลูกขั้นรุนแรง โดยพ่อแม่กลุ่มนี้ตั้งเป้าแต่เพียงว่า เมื่อลูกได้เข้าโรงเรียนแล้ว ก็จะฝากลูกไว้กับโรงเรียน - คุณครูให้รับผิดชอบทุกความเป็นไปของลูก โดยพ่อแม่ขอทำงานหาเงินแต่เพียงอย่างเดียว ไม่ขอรับทราบถึงพฤติกรรม หรือการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ที่เกิดกับตัวลูกในสังคมโรงเรียนเลยแม้แต่น้อย ซึ่งผู้ปกครองในกลุ่มนี้ ถือว่าเป็นกลุ่มที่สร้างความลำบากใจให้กับคุณครู และโรงเรียนเป็นอันมาก

q*057 3. ประพฤติตัวไม่เหมาะสมต่อหน้าลูก

ไม่ว่าจะเป็นการสูบบุหรี่ กินเหล้าเมายา เอะอะโวยวาย ใช้ถ้อยคำไม่สุภาพ ทะเลาะเบาะแว้งกันระหว่างคู่สมรส หรือมีพฤติกรรมที่มีปัญหา สร้างความเดือดร้อนให้กับสังคมโดยรวม เช่น มีปัญหากับเพื่อนบ้านเป็นประจำ ประพฤติตัวเบียดเบียนคนอื่น ขับรถมารับลูกก็ไม่รักษากฎจราจร ฉุนเฉียว ปาดหน้าคันอื่น สบถ ฯลฯ เป็นต้น

นอกจากนั้น การมีเพศสัมพันธ์กันโดยไม่ระมัดระวัง ไม่ว่าจะเป็นการมีเพศสัมพันธ์กับคู่สมรสของตนเอง หรือการมีเพศสัมพันธ์กับบุคคลอื่นให้ลูกได้เห็น ก็ถือเป็นอีกหนึ่งพฤติกรรมที่แสดงออกถึงการไม่ให้เกียรติ เห็นแก่ตัว และขาดการใส่ใจในจิตใจของลูกเป็นอย่างมาก

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #2 เมื่อ: 8 มิ.ย. 10, 17:35 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 


q*057 4. ใช้คำพูดทำให้เด็กรู้สึกว่าตนเองไม่มีคุณค่า

เด็กทุกคนล้วนแต่อยากเป็นเด็กที่มีคุณค่าในสายตาของพ่อแม่ แต่การที่พ่อแม่ไม่เคยแสดงออกให้พวกเขารับทราบว่า ลูกสำคัญต่อพ่อแม่ขนาดไหนนั้นเป็นสิ่งที่เด็กยากจะทานทน บางคนอาจนำไปเปรียบเทียบกับครอบครัวของเพื่อน และนึกน้อยใจ เสียใจ เกิดเป็นปมด้อย ฯลฯ ไม่รวมถึงการใช้คำพูดไม่ดีกับเด็กต่าง ๆ นานา เช่น การบอกลูกว่าเกลียด การใช้กำลังตบตี การประชดประชันด้วยท่าทีมึนตึง

q*057 5. เรียกร้องหรือตั้งเป้าให้ลูกเป็นในสิ่งที่ลูกไม่สามารถเป็นได้

ไม่ว่าการเรียกร้องนั้น ๆ จะเป็นอะไร ให้ลูกเป็นหมอ ให้ลูกเป็นนักกีฬาชื่อดัง ให้ลูกไม่มีพฤติกรรมทางเพศเบี่ยงเบน ให้ลูกเป็นคนเก่ง ให้ลูกสอบเข้ามหาวิทยาลัยดัง ๆ ได้ ฯลฯ แต่มันก็คือความคาดหวังจากพ่อแม่ที่เด็กคนหนึ่งต้องแบกรับ หากเด็กมีศักยภาพที่จะเป็นในสิ่งที่พ่อแม่คาดหวังได้ และเด็กมีความพอใจที่จะทำ ก็ถือว่าเป็นโชคดีของครอบครัว แต่หากเด็กไม่ถนัด ไม่ชอบ หรือเบี่ยงเบนออกจากเป้าหมายที่พ่อแม่วางไว้ โดยที่พ่อแม่ไม่ยอมทำความเข้าใจ นั่นคงไม่ผิดหากจะบอกว่า คุณเป็นพ่อแม่อีกคู่หนึ่งที่ละเลยต่อธรรมชาติของลูก

q*057 6. ไม่เคยมีเวลาให้ลูก

ในกลุ่มนี้ อาจเป็นพ่อแม่ที่ยังสนุกกับงานประจำ งานอดิเรกที่ทำ หรือสังคมที่เคยมี จนลืมไปว่า เมื่อเป็นพ่อแม่แล้ว หน้าที่หลักของคุณคือการเลี้ยงดูปลูกฝังลูกให้เป็นคนดี พ่อแม่บางรายก่อนมีลูกทำงานกลับบ้านดึกดื่น พอมีลูกก็ยังคงทำงานเลิกดึกต่อไป ส่วนลูกที่เกิดขึ้นมาก็ต้องฝากคนอื่นดูแล ฝากคนอื่นไปรับ-ส่งลูก ฝากคนอื่นสอนการบ้านลูก ทานข้าวเย็นบ้านคนอื่น กลับถึงบ้านก็ส่งเข้าห้องนอน เมื่อเป็นเช่นนี้ ก็เป็นเรื่องยากที่สถาบันครอบครัวจะเข้มแข็งได้

สำหรับแนวทางแก้ไข หากคุณเป็นหนึ่งในพ่อแม่ที่ (เคย) ละเลยลูก ๆ ก็คือ ลองพยายามหาเวลาสักนิด ไปรับลูกที่โรงเรียนบ้าง แล้วสังเกตพฤติกรรมพ่อแม่ของเพื่อน ๆ ลูกว่าเขาปฏิบัติตัวกับลูกกันอย่างไร เขาใส่ใจ หรือดูแลลูก ๆ กันอย่างไร เพราะสำหรับพ่อแม่บางท่าน การได้ศึกษาถึงพฤติกรรมของพ่อแม่คนอื่น และจดจำสิ่งดี ๆ นำกลับมาใช้กับครอบครัวของตนเองก็ไม่ใช่เรื่องที่ผิด

ที่สำคัญ…การสังเกตความแตกต่างของผู้คนรอบข้าง อาจทำให้พ่อแม่ที่ละเลยลูก เริ่มตระหนักว่าสิ่งที่ตนทำมานั้นคือสิ่งที่ไม่เหมาะสม ซึ่งจะได้นำไปสู่การทำใจยอมรับความผิดพลาดในอดีตของตนเอง รวมถึงการตั้งใจจริงที่จะแก้ไขพฤติกรรมให้ดีขึ้นกว่าเดิม

ผู้เขียนขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่านที่พร้อมจะปรับพฤติกรรมนะคะ


ทีมงาน Life & Family




noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
NeeRaCha
เรทกระทู้
« ตอบ #3 เมื่อ: 9 มิ.ย. 10, 16:29 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ขอขอบคุณข้อมูลดีๆค่ะ
อยากได้ หลักการณ์ คุณแม่เลี้ยงเดี่ยวค่ะ
หามาปันกันบ้างนะค่ะ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #4 เมื่อ: 9 มิ.ย. 10, 20:09 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

อ่านแล้วได้ความรู้และเตือนใจได้มากค่ะ ขอบคุณมากค่ะ q*014

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
mantana
เรทกระทู้
« ตอบ #5 เมื่อ: 10 มิ.ย. 10, 10:40 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

สำหรับคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว ก็ใช้ข้อมูลนี้ได้ เพราะทุกข้อมีประโยชน์ ดิฉันก็เป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว ตอนนี้ลูกอายุ 10 ขวบ แล้ว อาจมีปัญหากวนใจบ้างตามประสาเด็ก แต่ทุกอย่างก็ผ่านไปด้วยดี ด้วยหลักการที่เกือบครบทั้ง 6 ข้อ ยกเว้นข้อ 5 เพราะทุกคนย่อมอยากให้ลูกได้ดี

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #6 เมื่อ: 10 มิ.ย. 10, 13:28 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ใช่แล้วค่ะ คุณแม่เลี้ยงเดี่ยวก็สามารถใช้หลักการนี้ได้ เพราะการเป็นพ่อแม่ ใครสักคน
บางครั้งอยู่กับหลักการมากเกินไปก็ไม่ได้ หรือเชื่อนักวิชาการมากไปก็ไม่ดี
เลี้ยงเขา ให้เป็นไปตามธรรมชาติ ศึกษาพฤติกรรมลูกของเรา ใกล้ชิดเขาให้มากๆ
ที่สำคัญอย่าคาดหวังอะไรจากเขามากนัก ค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไปนะคะ อย่าใจร้อน
ยังไงเสีย เขาก็เป็นลูกของเรา เป็นคนที่จะอยู่กับเราไปตลอดชีวิต
q*021q*021
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
NeeRaCha
เรทกระทู้
« ตอบ #7 เมื่อ: 10 มิ.ย. 10, 17:31 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ขอบคุณค่ะ

กำลังเครียดค่ะ เพราะฝ่ายคุณพ่อเค๊ามีครอบครัวใหม่ (แถมมีลูกชาย 1 คน)
เด่วนี้ยังมารับลูกสาว(ตอนนี้ 6 ขวบ) ดิฉันไปบ้านเค๊าบ้างเป็นบางคร้ง เราก็อยากเห็นลูกมีความสุข
แนะนำไปว่า มารับได้แต่ไม่อยากให้ลูกรู้ เห็น ครอบครัวใหม่ของเค๊า (ตกลงกันไว้อย่างนั้นนะค่ะ)
รับทราบค่ะ แต่ทำไม่ได้ ชิชะ! ยังเอาลูกเราไปนอนกับภรรยาใหม่และลูกใหม่ (แถมสอนให้ลูกมาโกหกดิฉัน)
กลับมา เด็กมาพูดถึงพฤติกรรมของคุณพ่อในข้อที่ 3 คงไม่ต้องอธิบายนะค่ะ

คนเป็นแม่อย่างดิฉันทำได้แค่สงสารจิตใจลูกมาก พ่อเค๊าไม่มีความรับผิดชอบ ขาดศีลธรรม
ไม่มีจิตใต้สำนึกกันเลยทั้งสองคน ทำไมคนสมัยนี้จิตใจไม่รู้ทำด้วยอะไร คิดกันไม่ได้ คิดกันไม่เป็น
เครียดมาก ไม่รู้จะสอนลูกอย่าง เงียบไปก็ตอบซิ คุณแม่

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #8 เมื่อ: 11 มิ.ย. 10, 20:27 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*062q*062q*021
ขอบคุณคะ สำหรับข้อมูลดีมาฝาก q*056

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #9 เมื่อ: 16 มิ.ย. 10, 14:07 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ขอบคุณค่ะสำหรับข้อมูลดีๆ จะได้เป็นตัวอย่างในการดูแลลูกของตัวเองให้ดีด้วยค่ะ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Tags:  

หน้า: 1

 
ตอบ
ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:   Go
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม