Sanook.commenu

ดูดวง ดวงความรัก ทํานายฝัน เซียมซี กราฟชีวิต ไพ่ยิปซี เกมทายใจ เรื่องผี พระเครื่อง ดูทีวี ฟังเพลง ฟังหวยออนไลน์

Sanook! Horoscope

เมนู

หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: รักอาภัพสุดๆ ถูกหลอก แฟนมีกิ๊ก แก้กรรมทำแท้ง โดนคุณไสย เทพคุ้มครอง มีบุตรยาก  (อ่าน 1123 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 5 ส.ค. 10, 10:50 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 
ดูดวงด้วยญาณ ปัญหาแฟนมีกิ๊ก แก้กรรมทำแท้ง แก้คุณไสย์+มีบุตรยาก
อ.เทวฤทธ์ อยู่สุนทร q*060q*054
ดูดวงทางโทรศัพท์ Tel.0829538665, 089-9945833, 02-4686623

1. ดูดวงด้วยญาณ ดูลายมือ เสริมบารมี ทำน้ำมนต์ ทางโทรศัพท์
2.แก้ปัญหาความรัก แฟนมีกิ๊ก แก้ปัญหามีบุตรยาก แท้งบุตร
3.แก้โดนคุณไสย์ ป้องกันอุบัติเหตุ
4.เสริมบารมี ด้านการศึกษา การงาน การเดินทางต่างประเทศ
5.บอกเทพที่คุ้มครองประจำตัวท่าน
6.แก้ปัญหาการเงินติดขัด และช่วยให้โชคลาภ

ที่อยู่ บ้านเลขที่ 54/96 ซ.วุฒากาศ 40 ถ.วุฒากาศ เขตจอมทอง กทม.10150
Tel. 089-9945833, 02-4686623

สามารถโอนเงินไปที่บัญชีออมทรัพย์
ธนาคารไทยพานิชย์ สาขาวุฒากาศ
ในนาม อาจารย์เทวฤทธิ์ อยู่สุนทร เลขที่บัญชี 062-2-17671-6

ค่าดูดวงและเสริมบารมี 399 บาท (เฉพาะในประเทศ)
สำหรับ นักเรียน นักศึกษา 299 บาท
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #1 เมื่อ: 5 ส.ค. 10, 10:54 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
เปิดบันทึก ของ อ.เทวฤทธฺ์ อยู่สุนทร โดยทีมงานลูกศิษย์ q*060q*054

คนเคยเกือบตาย q*035q*036

ดิฉัน ได้พบหนังสือพระเจ้าตากสินมหาราช เล่มที่ 5 ของอาจารย์จากวัดแห่งหนึ่ง จึงได้ขอหลวงพ่อมาอ่าน รู้สึกมีคนที่ชีวิตเกือบตายมาหลายหนเหมือนดิฉัน ดิฉันจมน้ำเกือบตายก็ 3 หน รถชนกัน 1 หน บ้านเดิมดิฉันก็เคยอยู่เซ็นหลุยส์และอยู่ที่นั่นมาร่วม 20 ปี ดิฉันเคยลำบากตกงานมาหลายปีเกือบจะฆ่าตัว มีครั้งหนึ่งดิฉันได้ช่วยชีวิตเจ้าสัวคนหนึ่งที่มีชื่อเสียงบอกชื่อไป อาจารย์ก็ต้องรู้จักและดิฉันไม่ขอเอ่ยชื่อ ดิฉันได้ช่วยชีวิตของท่านไว้ไม่ให้เกิดอุบัติเหตุ วันรุ่งขึ้นท่านมาขอบคุณถึงที่บ้านแล้วก็คบกันมาตลอด ช่วงที่ดิฉันมีปัญหาเรื่องการเงิน ดิฉันได้เอ่ยขอยืมเงินท่านแค่ 3 หมื่นบาท ท่านได้ปฏิเสธ จากนั้นก็เลิกคบกันไม่มาหาดิฉันอีกเลย ท่านเป็นคนใจแคบมาก ดิฉันได้ผ่านช่วงลำบากในชีวิตมามากแล้ว ปัจจุบันดิฉันมีชีวิตมีฐานะดีขึ้น ดิฉันชอบทำบุญที่โบสถ์ ดิฉันนับถือศาสนาคริสต์ และตั้งใจจะหันมานับถือศาสนาพุทธ ก็ได้ไปปรึกษาพระสงฆ์ 3 รูปว่า ต้องปฏิบัติอย่างไร พระ 2 รูปบอกว่า ต้องเข้าเป็นพุทธมามกะก่อน แล้วจึงมานับถือพุทธได้ ส่วนอีก 1 รูปบอกว่า ไม่ต้องอยู่ที่ใจ ใจนึกนับถือพุทธ ท่านก็ได้เป็นชาวพุทธแล้ว อย่าไปยึดติดและได้ถามอาจารย์ว่า จะเชื่อพระสงฆ์รูปใดดี อาจารย์ได้บอกว่า อยู่ที่จิตของเราว่า ต้องการสิ่งใด ต้องการเข้าถึงพระพุทธองค์ อยากไปนิพพาน ปล่อยวางหรือไม่ พุทธศาสนาให้ถือความเป็นกลาง ปล่อยวางไม่ยึดติด ไม่บังคับให้นับถือเป็นศาสนาที่ใครก็สามารถที่จะนับถือได้ มีชาวฝรั่งที่นับถือศาสนาคริสต์มาก่อน เมื่อมาพบหลวงพ่อชา วัดป่านานาชาติ ก่อนท่านมรณภาพก็มีชาวฝรั่งมาบวชกันมากมาย ปัจจุบันก็ยังเดินตามรอยพระพุทธองค์และเป็นเจ้าอาวาสวัดอยู่หลายองค์ อยู่ในที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ หากคุณคิดว่า คุณถือพุทธ คุณก็เป็นชาวพุทธแล้ว อย่าไปคิดมากว่าพระ 3 รูปนี้ รูปไหนพูดถูผมปไหนพูดผิด คุณโทรมาหาอาจารย์และฟังคำแนะนำก็ถือว่า คุณคิดถูกแล้วครับ อย่าไปยึดติดกับสิ่งใดและอย่าคิดมาก ดูคุณเป็นคนคิดมาก เจออุปสรรคในชีวิตมามากมายการตัดสินใจก็เลยกลัวผิดพลาด ดิฉันอ่านหนังสือของอาจารย์ได้กล่าวถึง พระโมคคัลลานะ พระสารีบุตร ดิฉันก็ทราบว่า เป็นเช่นใด อ่านแล้วเข้าใจพุทธศาสนามากขึ้น ดิฉันแน่ใจมั่นใจที่จะนับถือศาสนาพุทธแล้วค่ะ อาจารย์จะรับดิฉันเป็นลูกศิษย์ได้หรือไม่ค่ะ อาจารย์ก็บอกว่ายินดีเสมอและให้มาพบกันอีกครั้งหนึ่ง ก็ขอให้คุณจงโชคดีมีสุขครับ...


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 5 ส.ค. 10, 18:11 น โดย perfectguys » noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #2 เมื่อ: 5 ส.ค. 10, 11:04 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ได้มีสุภาพสตรีท่านหนึ่งได้มาหา อาจารย์ได้บอกว่า จะมีข่าวดีเข้ามาในปีนี้ q*060 ปีที่แล้วจะเสียของรัก เธอได้บอกว่า สามีได้เสียชีวิตไปเมื่อปีที่แล้วมา q*009 นึกว่าจะครองตัวเป็นหม้ายตลอดไปกลับมาเจอผู้ชายที่ดีในปีนี้ และผู้ชายได้สารภาพรักและขอดิฉันแต่งงานแล้ว ดิฉันก็ยังไม่ได้ให้คำตอบกับเขาไป ซึ่งเขาก็รอดิฉันตลอดมา วันนี้จึงมาให้อาจารย์ช่วยดูลายมือให้ อาจารย์ได้บอกว่า ผู้ชายเป็นคนดี ผิวขาว เป็นลูกครึ่ง หากเป็นคนผิวขาวและผมขาวด้วยจะดีที่สุด มีตำแหน่งใหญ่เลยทำให้คุณไม่กล้าตกลงและให้คำตอบ ใช่หรือไม่ เธอตอบว่า ใช่ เขาเป็นฝรั่งและมีตำแหน่งเป็นถึงท่านทูตก็ถือว่า คุณเป็นคนโชคดี ตอบตกลงเขาไปเลย คงไม่ต้องลังเลอีกแล้ว เขาตอนนี้อยู่ต่างประเทศและอาทิตย์หน้าเขาก็จะบินมาเมืองไทยอีก เพื่อมาขอคำตอบจากดิฉัน อาจารย์ช่วยเสริมบารมีและจัดของเสริมดวงให้กับดิฉันด้วยค่ะ ขอให้คุณมีความสุขตลอดไปครับ



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #3 เมื่อ: 5 ส.ค. 10, 11:08 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
มีสมาชิกสุภาพสตรีท่านหนึ่งได้เคยมาพบอาจารย์เมื่อต้นปีประมาณเดือนมกราคม 46 อาจารย์ได้บอกว่า ต้องระมัดระวังให้ดีจะต้องเสียเงิน เสียของรัก และระวังเรื่องสุขภาพของตัวคุณเองด้วย เพราะถ้าถึงเดือนเมษายน 46 เมื่อไหร่ก็จะมีปัญหาเข้ามาไว้ช่วงใกล้ ๆ แล้วค่อยมาหาอาจารย์อีกครั้งหนึ่ง แล้วเรื่องเสียของรักนั้น อาจารย์หมายถึงคู่รักด้วยหรือเปล่าค่ะ แน่นอนคุณจะมีปัญหากับแฟนคุณ ขณะนี้ไม่ทราบว่า คุณได้เจอปัญหาหรือยังล่ะ พูดจบ เธอก็นั่งร้องไห้ น้ำตาไหล เธอเล่าว่า แฟนได้ออกจากบ้านทะเลาะกัน แฟนคนนี้อายุน้อยกว่าใช่ไหม เธอบอกว่า ใช่ ขณะนี้คุณมีหนี้สินเข้ามาด้วย เธอบอกว่า ใช่มีหนี้ร่วม 2 ล้านบาทที่แฟนเป็นคนก่อขึ้น q*035 ดิฉันต้องใช้ดอกเบี้ยแทนมาตลอด คุณต้องการให้แฟนคุณกลับมาหรือไม่ เธอบอกว่า เธอต้องการ ถ้ามาอีกก็ต้องก่อหนี้มากขึ้นอีก คุณจะรับไหวไหม อาจารย์บอกว่า ที่จริงวิบากกรรมระหว่างคุณทั้ง 2 คนได้แยกจากกันแล้ว q*047 ถ้าไม่แยกกันวันนี้ก็จะแยกกันวันหน้า ช้าเร็วก็ภายในปีนี้ จากนั้นอีกไม่นานแฟนเธอก็ได้กลับมาคืนดีกันแล้วก็ไม่ได้ติดต่อกับอาจารย์เป็นเวลา 6 เดือน เธอได้ติดต่ออาจารย์ทางโทรศัพท์เดือนกรกฎาคม มาเล่าให้อาจารย์ฟังว่า ดิฉันต้องขอโทษอาจารย์ที่ไม่เชื่อฟัง รั้นทำตามอารมณ์ตนเอง ขณะนี้แฟนหนูได้ทิ้งหนูไปอย่างเด็ดขาดเป็นเวลา 1 เดือนแล้ว ใจจริงอยากจะโทรมาหาอาจารย์นานแล้ว แต่กลัวว่าอาจารย์จะโกรธ วันนี้จึงได้โทรมาหาอาจารย์อย่างตั้งใจ อาจารย์คงไม่โกรธดิฉันนะค่ะ อาจารย์จะโกรธคุณทำไมล่ะ มีก็เป็นห่วงและสงสารคุณว่า จะเป็นอย่างไรบ้าง เธอเล่าว่า แฟนได้เลิกกันแล้วและสร้างหนี้มากขึ้นมาอีกเป็น 3 ล้านกว่าบาท ดิฉันต้องรับผิดชอบหมดและเมื่อเดือนเมษายน 46 ดิฉันก็ไปทำเลสิกตาทั้ง 2 ข้าง ปรากฏว่า ตาอักเสบมีหนองทำให้ตามองไม่เห็นทั้ง 2 ข้างเหมือนกันตาบอด อาจารย์ก็เตือนไว้แล้วตั้งแต่เดือนมกราคม 46 ดิฉันก็ไม่เชื่อว่า มันจะเป็นไปได้ ขณะนี้เป็นไปตามที่อาจารย์บอกไว้ทั้งหมดแล้ว ต้องขอโทษและขอขมาอาจารย์ด้วยค่ะ ดิฉันจะแนะนำให้น้องและคุณแม่ไปหาอาจารย์ น้องชายและคุณแม่ก็ได้มาหาอาจารย์เรียบร้อยและขอให้เธอและครอบครัวจงมีความสุขตลอดไปครับ หมั่นทำบุญใส่บาตรอุทิศบุญกุศลให้กับเทพคุ้มครองของท่าน แล้วชีวิตก็จะเริ่มดีขึ้น ขอให้โชคดีทุกคน


noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #4 เมื่อ: 5 ส.ค. 10, 11:14 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ได้มีลูกค้าเข้ามาหาหลายท่าน มาบอกว่า ถูกหวยล็อตเตอรี่มาหลายหนแล้ว ตั้งแต่ที่มาหาอาจารย์ ท่านบอกว่า มีเลขขึ้นที่มือจะมีโชคลาภและตั้งแต่มาหาอาจารย์ก็มีโชคลาภมาตลอด เช่น คุณสุนทรี หัวหน้าพนักงานบริษัทฯ ได้มาร่วมทำบุญกับอาจารย์ตลอดมา ก็ขอให้โชคดีมีความสุขและถูกหวยกันทุกคน จะได้มีเงินมาใช้จ่ายและใช้หนี้สินได้ต่อไป


noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #5 เมื่อ: 5 ส.ค. 10, 11:24 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ได้มีลูกค้ามาหา อาจารย์ได้มาดูลายมือได้เตือนว่า ต้องระมัดระวังไว้หน่อยจะเสียเงินเป็นแสนเป็นล้าน เพราะปีนี้คุณเกิดปีวัวจะมีเรื่องให้เสียเงินพูดแล้ว เธอก็ร้องได้บอกว่า ได้รับการชักชวนกับเพื่อน ๆ ให้เปิดบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ (หุ้น) ในตลาดหลักทรัพย์ ดิฉันลงทุนไปหลายล้านบาท พอดีเจอช่วงตึกเวิลด์เทรดถล่ม เลยทำให้หุ้นตกเป็นทิวแถว ซื้อไว้สิบกว่าตัว เป็นเงิน 10 ล้านบาท ปรากฏว่า เงินหดหายไปกว่า 3 ล้านบาท ซื้อไว้ 10 กว่าล้านบาท ปรากฏว่า ติดลบหมดมูลค่าลดต่ำกว่า 30% - 40% ดิฉันกลุ้มใจมากเกือบจะฆ่าตัวตายแล้ว จึงตัดสินใจขายออกไปหมดเหลืออยู่แค่ 6 ล้านบาท และขาดทุนไป 4 ล้านและดิฉันได้ให้สัญญากับตัวเองว่า จะไม่ขอยุ่งกับหุ้นอีก และเก็บส่วนที่เหลืออยู่นี้ไว้ใช้จ่ายและได้มาพบกับอาจารย์ที่ได้แนะนะชี้ทางสว่างให้แก่ดิฉันและสามารถอยู่มาถึงทุกวันนี้ ดิฉันเป็นคนประหยัดและมัธยัสถ์ สะสมเงินมาจนถึงวันนี้ก็ได้ร่วม 10 ล้าน อีกครั้งหนึ่งดิฉันได้เคยมาดูกับอาจารย์เมื่อปีก่อน และปีนี้ก็มาให้อาจารย์ช่วยดูให้อีผม้สึกดีใจที่ได้พบอาจารย์อีกครั้งหนึ่ง อาจารย์ดูแล้วไม่แก่ ผมขาวนิดหน่อยยังดูดีกว่าในหนังสืออีก และอาจารย์ช่วยจัดของเสริมดวงให้แก่ดิฉันด้วยนะค่ะ ขอขอบคุณอาจารย์ค่ะ และขอให้อาจารย์ทำงานด้านนี้ตลอดไปนะค่ะ สวัสดีค่ะ



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #6 เมื่อ: 5 ส.ค. 10, 11:27 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ได้มีลูกค้ามาพบอาจารย์ที่ในวันอังคารที่ 9 พ.ค. 43 ลูกค้าท่านนี้ชื่อ คุณเหรียญชัย ปานน่วม และเป็นสมาชิกของอาจารย์ได้มาบอกว่า ได้กลับบ้านที่ต่างจังหวัด ได้ฝันว่า อาจารย์เทวฤทธิ์ได้มาบอกในฝันว่า ให้ซื้อเบอร์โทรศัพท์มือถือของอาจารย์ที่มีเลขนำ 615 และลงท้ายว่า 420 ที่อยู่ตรงหน้าปกหนังสือของอาจารย์ไปด้วย จึงบอกให้ญาติ ๆ ซื้อเลขนี้และซื้อกันทั้งหมู่บ้าน ทุกคนดีใจกันทั้งหมดเพราะท่านอาจารย์เทวฤทธิ์เข้าฝันนั่นเอง ดิฉันถูกครั้งนี้เป็นครั้งที่ 33 แล้ว ดิฉันได้ซื้อที่ดินได้แปลงหนึ่ง หนี้สินก็ใช้หมดและมีเงินเหลือใช้มากมายและจะทำบุญสร้างหนังสือกับท่านอาจารย์เทวฤทธิ์ตลอดไป ก่อนหน้านั้นดิฉันไม่เคยถูกเลย หลังจากเสริมบารมีกับอาจารย์แล้วในระยะ 2 ปีที่ผ่านมา ดิฉันถูกล็อตเตอรี่มาตลอด 33 ครั้งและมีครั้งนี้ที่ถูกมากที่สุดในชีวิต ขอให้บุญบารมีของอาจารย์ได้โปรดช่วยเหลือสมาชิกของอาจารย์ที่มีอยู่มากมายได้รับเช่นดิฉันด้วยเถิด และขอให้ทุกคนมีสุขภาพที่ดีทุก ๆ คนด้วย


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 5 ส.ค. 10, 15:38 น โดย perfectguys » noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #7 เมื่อ: 5 ส.ค. 10, 11:33 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
อาจารย์ช่วยดูวันออกรถให้ด้วยคะ q*006

ได้ มีสุภาพสตรีได้โทรศัพท์มาหา บอกว่า อาจารย์ช่วยดูวันออกรถให้ด้วย และช่วยดูว่า ใช้รถสีอะไรดี และขอขอบคุณอาจารย์ที่ได้ดูวัน เดือน ปีเกิด และได้เขียนคำทำนายใส่ซองมาให้ดิฉันได้อ่าน วันพฤหัสบดีนี้ดิฉันจะไปหาอาจารย์ที่เต็นท์เสริมมิตรนะค่ะ หลังจากนั้นวันพฤหัสก็ได้มาพบกันอีกครั้งและบอกว่า ได้นำรถออกจากศูนย์มาไว้ที่บ้านเรียบร้อยแล้วตามวัน เวลาที่อาจารย์บอกและตรงกับวันเกิดของดิฉันด้วย อาจารย์ได้ถามว่า คุณขับมาเองหรือให้ใครขับมาไว้ที่บ้าน เธอบอกว่า ให้พนักงานขายรถขับมาไว้ที่บ้าน เพราะดิฉันยังขับรถไม่เป็น ดิฉันกำลังจะเรียนขับรถอยู่ค่ะ ขอให้ขับเป็นค่อยขับรถออกจากบ้าน ตอนนี้ก็ให้จอดอยู่ที่บ้านไปก่อน อาจารย์ช่วยทำน้ำมนต์ให้ดิฉันไปพรมรถเพื่อเป็นสิริมงคลให้ด้วยและนำล็อก เก็ตอาจารย์จี้กงไปติดไว้หน้ารถเหมือนรถของอาจารย์ที่ติดล็อกเก็ตอาจารย์จี้ กงด้วยเช่นกัน ดิฉันมีเงินเหลือเก็บมากมายไม่รู้จะทำอะไร ก็นำเงินนี้มาซื้อรถใหม่มาเก็บไว้ที่บ้านรู้สึกมีความสุขค่ะ อาจารย์ก็ขอให้เธอมีความสุขตลอดไปเช่นกันแล้ววันพฤหัสหน้า ดิฉันจะมาหาอาจารย์อีกค่ะ...


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 5 ส.ค. 10, 15:41 น โดย perfectguys » noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #8 เมื่อ: 5 ส.ค. 10, 11:37 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
มีลูกค้า 3 ท่านได้มาหาอาจารย์ที่บ้าน ผู้ชาย 1 คน ผู้หญิง 2 คน ทั้ง 3 คนนั้นเป็นเพื่อนกัน บอกว่า ได้ซื้อหนังสือของอาจารย์จากซีคอนสแควร์มาอ่านก็เลยชวนเพื่อนมาหาอาจารย์เพื่อจะได้เสริมบารมีให้แก่พวกหนูทุกคน และดูลายมือเสริมบารมีให้สาว ๆ ทั้ง 2 คนเรียบร้อยก็ได้ดูให้น้องผู้ชาย อาจารย์ก็ได้บอกว่า ปีก่อน ๆ นั้นมีปัญหากลุ้มใจจากการงานที่ทำ เงินก็ขาดมือและกลุ้มใจจากเพื่อน ๆ ผู้ชายด้วยกันมาพบคุณทีเดียวก็ 2 คนทุก ๆ ครั้งจะมาเป็นคู่ คุณต้องระวังเรื่องสุขภาพ ระวังเรื่องเอดส์นะ เพราะมือผิวออกสีม่วง ๆ จะไม่ค่อยแข็งแรง ภูมิคุ้มกันของร่างกายจะบกพร่อง อาจารย์ท่านรู้ได้อย่างไรว่า ผมชอบผู้ชายด้วยกันและหากผมเจอก็จะมาเป็นคู่เสมอมาครั้งละ 2 คน นี่คุณเล่นแฮมเบอร์เกอร์เลยนะ สาว ๆ ทั้ง 2 คนนั่งหัวเราะดีใจกันยกใหญ่ว่า q*020q*013 อาจารย์พูดตรง ๆ ดี ผมบอกว่า หากคุณจะมีภรรยาเป็นผู้หญิงก็ได้ จะมีบุตรได้ 2 คนเป็นผู้ชายและผู้หญิงกำลังรอเกิดอยู่ หากคุณฝืนธรรมชาติ ธรรมชาติก็จะลงโทษให้ระมัดระวังตัวคุณเองด้วย อาจารย์เป็นห่วงไม่อยากให้ฝืนธรรมชาติน้องชายได้บอก หากผมสลัดผู้ชายทั้ง 2 คนออกไปได้ ผมก็จะออกบวช เพื่อลบล้างในสิ่งที่ผมประพฤติผิดศีลธรรมไป ผมได้วางแผนการณ์ชีวิตในอนาคตของผมไว้แล้ว ขอขอบคุณท่านที่ได้ชี้แนะให้ผมได้เห็นแสงสว่างที่เกิดขึ้นในจิตใจผมที่ว้าวุ่นมานานแสนนานและไม่กล้าปรึกษาใคร แม้แต่คุณพ่อคุณแม่ผม แต่เมื่อผมเดินทางผิดมาตลอดไม่มีใครทักท้วงก็มีอาจารย์คนเดียวที่แนะนำผมให้ผมได้เห็นสัจธรรมที่ได้รับแสงสว่างเช่นเดียวกับที่ผมได้รับจากท่านอาจารย์ คุณพ่อคุณแม่ผมก็ไม่เคยสอนผมให้ทำเช่นใดและผมก็ไม่กล้าปรึกษาใครด้วย


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 5 ส.ค. 10, 18:19 น โดย perfectguys » noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #9 เมื่อ: 5 ส.ค. 10, 11:39 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
อ่านประวัติชีวิตอันน่าทึ่งและน่าตื่นเต้นของ อ.เทวฤทธิ์ อยู่สุนทร ได้จากลิงค์ข้างล่างนี้ q*060q*054

คลิกเมาส์ที่ลิงค์ข้างล่างนี้คะ

http://webboard.horoscope.sanook.com/forum/?topic=3104370




« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 5 ส.ค. 10, 18:13 น โดย perfectguys » noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #10 เมื่อ: 5 ส.ค. 10, 11:42 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
เฮ่งเจีย เข้าร่าง q*00

มี สมาชิกท่านหนึ่งได้โทรศัพท์มาบอกว่าเมื่อ 4 ปีก่อน อาจารย์ได้รักษาคุณพ่อให้หายจากองค์เทพลิง(เฮ่งเจีย)เข้าร่างคุณพ่อ พอมาแล้วก็ชอบตีลังกาไปมาไปรักษาที่ต่างๆรวม 20 แห่ง ก็รักษาไม่หาย ครั้งล่าสุดไปโรงพยาบาลสมเด็จเจ้าพระยา หมอท่านบอกว่าคุณพ่อผมเป็นบ้าต้องรักษาที่โรงพยาบาล ผมไม่ได้ให้อยู่โรงพยาบาลเพราะจะต้องมัดมือมัดเท้า เลยพาคุณพ่อกลับ แล้วมาปรึกษาว่าจะทำอย่างไรดี เป็นมา 4 เดือนแล้ว อาจารย์บอกให้นำน้ำเปล่ามา 2 ขวด จะทำน้ำมนต์ แล้วนำไปให้คุณพ่อดื่มและอาบปรากฏว่าหลังจากดื่มและอาบอาการก็หายเป็นปลิด ทิ้งนับตั้งแต่นั้นมา และได้พาคุณพ่อมาพบอาจารย์ให้ช่วยเสริมบารมีก็หายเป็นปกติอยู่ได้ 4 ปี ขณะนั้นอายุ 76 ปี ผ่านมา 4 ปี ก็อายุ 80 ปี ก็ได้เสียชีวิตอย่างสงบเมื่อวันตรุษจีน ที่ผ่านมาไม่ได้บอกให้อาจารย์ทราบเพราะเป็นวันปีใหม่จีน เขาถือกัน จนอาจารย์เป็นผู้ถามข่าวคราวว่าวิญญาณคุณพ่อมาลาอาจารย์ ก็เลยโทรถามว่าคุณพ่อสบายดีอยู่หรือไม่ เพราะเห็นมาหาเมื่อคืน ลูกชายบอกว่าคุณพ่อเสียชีวิตไม่เกิน 10 วัน งานพิธีศพก็เพิ่งจัดเสร็จเมื่อคืนก่อน ต้องขอโทษที่ไม่ได้บอกให้ทราบต้องให้จิตวิญญาณคุณพ่อไปบอกเอง ผู้ที่ยังอยู่ต้องหมั่นทำความดี สิ่งที่ดีก็จะเข้ามาสู่ชีวิตได้ หมั่นทำบุญใส่บาตรอุทิศให้กับเจ้าคุณนายคุณของตนเอง แล้วชีวิตคุณก็จะดีขึ้นเรื่อยๆ ขอให้โชคดีมีความสุขกันทุกๆคน

พ่อมาลาตายกับอาจารย์แล้ว


noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #11 เมื่อ: 5 ส.ค. 10, 13:42 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

วันนี้มีเรื่องแปลก ๆ ของท่านสมาชิกท่านหนึ่งไม่ได้เจอกันเป็นเวลาหลายปี มาให้อาจารย์ดูลายมืออีกครั้งหนึ่ง อาจารย์ได้ทักว่า จะมีสามีถึง 3 คน คนแรกจะมีปัญหาเลิกล้างกันจะมีภรรยาคนที่สองเข้ามาในชีวิต เธอเล่า สามีคนแรกได้พาภรรยาน้อยมาเข้าบ้านมาอยู่กับหนู และอยู่ด้วยกัน 3 คนผัวเมีย อยู่ 3-4 เดือน จึงมีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งกันตลอด และหนูได้ขอเลิกกับสามีคนแรกอย่างเด็ดขาด
และไม่นานหนูก็ได้มีสามีคนที่ 2 เข้ามาในชีวิต ชีวิตก็ราบรื่นอยู่ด้วยกันมา 1 ปีก็ออกลายพาผู้ชายคนที่สองเข้ามาอยู่ในบ้านและให้มาเป็นสามีของหนูอีกคนรวมเป็นสามี 2 คน เลยเป็น 3 คนผัวเมียให้หนูต้องกลุ้มใจตลอดมา ทำไมชีวิตของหนูจึงเป็นแบบนี้ค่ะ “หนีเสือมาปะกับจระเข้” มีชีวิตที่ลำบากมากต้องทำมาหากินเลี้ยงสามีทั้ง 2 คนและต้องมีอะไรกับสามีทั้ง 2 คนจนหนูเหนื่อยที่สุดในชีวิต และสามีทั้ง 2 คนก็ยังมีอะไรกันให้หนูได้เห็นอีกด้วย หนูเลยรับไม่ได้ต้องขอเลิกกับสามีทั้ง 2 คนอย่างเด็ดขาด
หนูน่าจะเลิกตั้งแต่แรก ไม่ต้องปล่อยเนิ่นนานมาถึง 6 เดือน อาจารย์ได้บอกว่า มันเป็นวิบากกรรมของหนูเองที่ต้องชดใช้ในชาตินี้ หากไม่ชดใช้ก็ต้องชดใช้ในชาติหน้า ก็ถือว่า วิบากกรรมได้ตัดขาดกันไปแล้ว ให้หมั่นนั่งสมาธิ สวดมนต์ คุณเป็นคนพิเศษที่ได้เจอเหตุการณ์ต่าง ๆ เหล่านี้ ซึ่งเรื่องแบบนี้มันไม่ใช่เจอกันง่าย ๆ ก็ขอให้คุณอดทนและสร้างกำลังใจขึ้นมาใหม่และหยุดร้องไห้ได้แล้ว ขอให้สบายใจ คุณเกิดปีมะเมีย-ม้า ปีนี้จะได้พบผู้ชายคนใหม่ในเร็ว ๆ นี้และเป็นคู่แท้ไม่เป็นเหมือนกับสามีทั้ง 3 คนที่ผ่านมา



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 5 ส.ค. 10, 18:16 น โดย perfectguys » noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #12 เมื่อ: 5 ส.ค. 10, 15:59 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
อาจารย์ได้เจอท่านสมาชิกท่านหนึ่ง เธอทำงานบริษัท ท่านพาไปต่างจังหวัดแล้วพาหนูเข้าโรงแรมและมีอะไรกันหลายเดือนแล้ว หนูกลัวว่าท่านภรรยาท่านจะจับได้ เพราะภรรยาท่านทำงานอยู่ที่เดียวกันและเป็นกรรมการผู้จัดการอยู่ และดูแลพนักงานในบริษัททุกคน หนูและภรรยาท่านดีกับหนูมากนำของที่ภรรยาไปเที่ยวต่างประเทศมาซื้อของมาฝากหนูบ่อยๆ หนูรู้สึกทำผิดกับภรรยาท่านมากและขณะนี้หนูมีท้องแล้วเดือนครึ่ง ไม่รู้จะเอาออกดีหรือไม่ สามีที่เป็นประธานบริษัทก็ทราบแล้ว บอกจะเลี้ยงไว้ห้ามเอาออกกลัวว่าท้องโตแล้วภรรยาท่านจะรู้เรื่องกลุ้มใจมากเลยค่ะ q*027 ภรรยาท่านมีลูกหรือไม่ เธอบอกว่ายังไม่มีเพิ่งมามีกับหนูค่ะ ก็เช่นนั้นก็ห้ามเอาออกตามที่ประธานบอก ประธานบอกว่าจะซื้อบ้านทาวเฮาส์ให้หลังหนึ่งให้หนูพักอยู่ที่นี่ หากท้องโตมากๆแล้วก็ให้หยุดพักสักระยะหนึ่งให้ลูกแข็งแรงจะได้เกิดมาร่างกายสมบูรณ์ที่สุด ช่วงหลังนี้ภรรยาท่านก็ก็เอาอกเอาใจหนูเป็นพิเศษ ไม่รู้ว่าท่านประธานไปเล่าให้ภรรยาท่านทราบหรือไม่ หนูก็ได้แต่เก็บเงียบมาตลอด ไม่รู้จะเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นมาบ้าง มีความรู้สึกกลัวท่านโกรธ เกลียดหนูในภายหลัง ขอให้อาจารย์ช่วยเหลือให้เป็นเหตุการณ์ที่ดีด้วยเถิดค่ะ ก็ขอให้เธอจงมีความสุข ประธานก็คงจะรับเลี้ยง หากลูกคลอดแล้ว ภรรยาแกก็จะมาช่วยกันเลี้ยงอีกคน ไม่ต้องตกใจกลัวหลอกนะ เขาทั้ง 2 อยากมีลูกหากเกิดจากหนูก็ไม่เป็นไรก็คงจะเลี้ยงดูเหมือนลูกของตัวเองนั่นแหละ ขอให้สบายใจได้ ขอขอบคุณอาจารย์มากนะค่ะที่ให้ความสว่างแก่หนู มีโอกาสจะมาเยี่ยมบ่อยๆค่ะ.......


noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #13 เมื่อ: 5 ส.ค. 10, 16:07 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ได้มีสุภาพสตรีอีกท่านหนึ่งมาพบ บอกเดินหาร้านอาจารย์อยู่หลายวันที่ศรีย่าน เห็นเพื่อนๆมาดูกับอาจารย์บอกว่าแม่น ดิฉันเลยมาถามหาคนแถวนี้ โชคดีที่พบคุณป้าท่านหนึ่งบอกว่ารู้จักร้านจึงพาดิฉันมาหาอ. ในวันนี้ อาจารย์ได้ดูให้และบอกว่าจะเสียของรักและเสียในสามปีที่ผ่านมา อาจจะเสียของรักปีละ 1คน 3 ปีก็3คน ปีนี้เสียไปรึยัง เธอบอกว่าเสียพี่สาวไปเมื่อเดือนกันยายน 50 ที่ผ่านมา ปี 49 ได้เสียน้องชายไป ปี 48 ได้เสียคุณแม่ไป รวม 3 ปี 3 คน และปีนี้จะเสียทรัพย์สินไปเช่น รถ หรือบ้าน เธอบอกว่าเสียรถโดนยึดไป 2 คัน 1 คันเป็นแท็กซี่ อีกคันเป็นรถลูกสาว ผ่อนไปไม่กี่เดือนก็เลยโดนยึดไป พูดไปก็น้ำตาไหลไป q*009 อาจารย์ช่วยจัดของเสริมดวงให้ดิฉันด้วยนะค่ะ เบื้องบนคงไม่มาเอาชีวิตของดิฉันและลูกสาวไป อาจารย์ขอให้ทำบุญใส่บาตรอุทิศให้เจ้าคุณนายคุณของตัวเองแล้วท่านก็จะช่วยคุณได้ ขอให้ระมัดระวังให้ดี ขอให้มีความสุขตั้งแต่บัดนี้......


noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #14 เมื่อ: 5 ส.ค. 10, 16:09 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
มีสุภาพสตรีได้มาพบอาจารย์ อาจารย์ได้ทักว่าจะมีสามีถึง 3 คน เธอก็บอกว่าที่แล้วมาเลิกกันไปแล้ว 2 คน และก็กำลังคบกับคนที่ 3 มีครอบครัวกับคนอื่นแล้ว มีภาระที่ดูแลครอบครัวเขาอยู่ จึงไม่สามารถดูแลดิฉันได้ต่างคนต่างมีภาระกัน เหงาก็มาพบอาทิตย์ละครั้งหนึ่ง และมีอะไรกันด้วย สักวันภรรยาเขาก็คงจะมาลุยกับดิฉันที่บ้านแน่ และมีอะไรกันหลายครั้งแล้ว อาจารย์ว่าดิฉันจะมีผู้ชายคนใหม่เข้ามาในชีวิตอีกหรือไม่ หากคุณคบกับคนนี้อยู่ เบื้องบนคงไม่ส่งคนใหม่มาให้ คนนี้ก็คงจะเป็นทางผ่าน เป็นแค่กิ๊กกันไม่ต้องรับผิดชอบอะไรกัน ก็เหมือนกับคู่อื่นๆที่รู้จักทางอินเทอร์เน็ต ที่เปลี่ยนคู่กันไปเรื่อยๆ มีโอกาสเป็นโรคเอดส์มาก ขอให้ระมัดระวังให้ดี ขอให้โชคดีครับ.......


noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #15 เมื่อ: 5 ส.ค. 10, 16:15 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ได้มีสุภาพบุรุษมาพบอาจารย์บอกว่า ได้อ่านหนังสือประวัติพระเจ้าตากสินมหาราช และมีขุนศึกคู่พระทัยชื่อ พระยาพิชัยดาบหัก ผมไปหาสืบประวัติของท่านที่จังหวัดอุตรดิตถ์หลายหน จนได้ทราบว่าในอดีตนั้นท่านมีชื่อเล่นว่า “นายทองดี ฟันขาว” หรือเจ้าพระยาพิชัยดาบหัก และพบพิพิธภัณฑ์ของโบราณของท่านมากมาย อยู่ในบริเวณเนื้อที่หลายไร่ เดินดูจนหมด เช่น ดาบของท่านที่ใช้สู้รบกับข้าศึกในรุ่นต่างๆ เสื้อผ้าที่ท่านสวมใส่ในชุดต่างๆมากมาย ผมไปมา 2 หนแล้วครับ เลยนำมาเล่าให้อาจารย์ฟังและสมาชิกของอาจารย์ได้ทราบกัน และบอกต่อๆกันไป หากใครจะไปจะได้ไปถูกครับ ก็ขอให้รู้กันทุกๆคนครับ....... q*014q*054


noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #16 เมื่อ: 5 ส.ค. 10, 17:05 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
กรณีพิพาทปราสาทเขาพระวิหาร q*056q*054

คดีปราสาทพระวิหาร พ.ศ. 2505

จากเว็บวิกิพีเดีย

คดีปราสาทเขาพระวิหาร เป็นความขัดแย้งระหว่างราชอาณาจักรกัมพูชากับราชอาณาจักรไทย ซึ่งเริ่มเกิดขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2501 ในการอ้างสิทธิเหนือบริเวณปราสาทเขาพระวิหาร ซึ่งตั้งอยู่ที่ชายแดนไทยด้านอำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ และชายแดนกัมพูชาด้านจังหวัดพระวิหาร ปัญหาดังกล่าวเกิดจากการที่ทั้งไทยและกัมพูชา ถือแผนที่ปักปันเขตแดนตามแนวสันปันน้ำของเทือกเขาพนมดงรักคน ละฉบับ ทำให้เกิดปัญหาพื้นที่ทับซ้อนของทั้งสองฝ่ายในบริเวณที่เป็นที่ตั้งของตัว ปราสาท โดยทั้งฝ่ายกัมพูชาและฝ่ายไทยได้ยินยอมให้มีการพิจารณาปัญหาดังกล่าวขึ้นที่ ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ศาลโลก) ณ กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ ในปี พ.ศ. 2502

คดีนี้ศาลโลกได้ตัดสินให้ตัวปราสาทเขาพระวิหารตกเป็นของกัมพูชา เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2505 ด้วยคะแนนเสียง 9 ต่อ 3 ท่ามกลางความไม่พอใจของฝ่ายไทย ซึ่งเห็นว่าศาลโลกตัดสินคดีนี้อย่างไม่ยุติธรรม เนื่องจากศาลโลกยึดติดอยู่บนแผนที่ฉบับเดียว โดยที่ศาลโลกมิได้มีการตรวจสอบสถานที่อย่างจริงจังตามข้อตกลงไทย-ฝรั่งเศส อย่างไรก็ตาม การตัดสินคดีครั้งนี้ไม่ได้แก้ปัญหาเรื่องอาณาเขตทับซ้อนระหว่างไทย-กัมพูชา ในบริเวณดังกล่าวให้หมดไป และยังคงเป็นปัญหาเรื้อรังต่อมาจนถึงปัจจุบัน


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 5 ส.ค. 10, 18:14 น โดย perfectguys » noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #17 เมื่อ: 5 ส.ค. 10, 17:17 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
คำประท้วงของรัฐบาลไทยต่อคำพิพากษา q*010q*011

วันที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2505 หลังจากศาลโลกตัดสินแล้ว 20 กว่าวัน รัฐบาลไทยโดย ถนัด คอมันตร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้มีหนังสือไปยัง นายอูถั่น เลขาธิการสหประชาชาติ เพื่อประท้วงคำพิพากษาของศาลโลกโดยอ้างว่าคำพิพากษานั้นขัดต่อกฎหมายและความ ยุติธรรม นอกจากนี้ ยังสงวนสิทธิที่ประเทศไทยจะเรียกร้องปราสาทพระวิหารกลับคืนในอนาคตด้วย

โดยมีคำประท้วงดังนี้

ข้าพเจ้ารู้สึกเป็นเกียรติที่จะอ้างถึงคดีเกี่ยวกับปราสาทพระวิหาร ซึ่งได้นำขึ้นสู่ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ โดยคำร้องเริ่มคดีฝ่ายเดียวของกัมพูชา เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม ค.ศ. 1959 (พ.ศ. 2502) และซึ่งศาลได้พิพากษา เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน ค.ศ. 1962 (พ.ศ. 2505) ยอมรับนับถืออธิปไตยของกัมพูชาเหนือซากของปราสาทพระวิหาร

ในแถลงการณ์เป็นทางการลงวันที่ 3 กรกฎาคม ค.ศ. 1962 (พ.ศ. 2505) รัฐบาลของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ประกาศต่อประชาชนแสดงความไม่เห็น พ้องด้วยกับคำพิพากษาของศาลที่กล่าวข้างต้น q*015 โดยมีเหตุผลว่า ตามความเห็นของรัฐบาล คำพิพากษาขัดต่อข้อกำหนดอันชัดแจ้งของบทที่เกี่ยวเนื่องของสนธิสัญญา ค.ศ. 1904 (พ.ศ. 2447) และ ค.ศ. 1907 (พ.ศ. 2450) และขัดต่อหลักกฎหมาย และความยุติธรรม แต่อย่างไรก็ดีรัฐบาลก็ยังแถลงว่าในฐานะที่เป็นสมาชิกสหประชาชาติรัฐบาลของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะปฏิบัติตามพันธกรณีที่ตนมีอยู่ตามคำพิพากษาดัง กล่าว เพื่อปฏิบัติหน้าที่ของตนให้สมบูรณ์ตามข้อ 94 ของกฎบัตร

ข้าพเจ้าใคร่จะแจ้งให้ท่านทราบว่า ในการตัดสินใจที่จะปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศในคดี เกี่ยวกับปราสาทพระวิหารนั้น รัฐบาล ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ปรารถนาที่จะตั้งข้อสงวนอันชัดแจ้งเกี่ยวกับสิทธิใด ๆ ที่ประเทศไทยมีหรืออาจมีในอนาคต เพื่อเอาปราสาทพระวิหารกลับคืนมา โดยอาศัยกระบวนการกฎหมายที่มีอยู่หรือที่จะพึงนำมาใช้ได้ในภายหลัง และตั้งข้อประท้วงต่อคำพิพากษาของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ ที่ตัดสินให้ปราสาทพระวิหารเป็นของกัมพูชา”

ฉะนั้น ข้าพเจ้าจึงรู้สึกเป็นเกียรติที่จะแจ้งข้อความข้างต้นให้ท่านทราบ พร้อมกับขอให้ท่านแจ้งข้อความในหนังสือฉบับนี้ให้สมาชิกทั้งปวงขององค์การ นี้ทราบทั่วกันด้วย
q*056


noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #18 เมื่อ: 5 ส.ค. 10, 17:19 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
รายละเอียดของคดี q*056q*063

คดีนี้มีข้อเท็จจริงอยู่ว่า ในช่วงปี พ.ศ. 2447 ถึง พ.ศ. 2451 ประเทศฝรั่งเศสมีฐานะเป็นรัฐผู้อารักขากัมพูชา ได้ทำสัญญากับประเทศไทยอยู่หลายฉบับ แต่มีสัญญาอยู่ฉบับหนึ่งที่เป็นต้นเหตุของปัญหานี้ คือ สัญญาซึ่งลงในวันที่ 13 กรกฎาคม ปี พ.ศ. 2447 มีความตกลงอยู่ว่า พรมแดนที่เป็นปัญหาให้ ถือเอาสันปันน้ำเป็นเกณฑ์ในการแบ่งเขตแดน และให้แต่งตั้งคณะกรรมการปักบันเขตแดน เพื่อได้ทำการสำรวจบริเวณพื้นที่แถบนั้น [2]

ต่อมาในปี พ.ศ. 2450 ทางการไทยได้ขอให้ทางฝรั่งเศสทำแผนที่พรมแดน ฝรั่งเศสได้จัดทำแผนที่ขึ้นจำนวนหนึ่ง หนึ่งในนั้นเป็นแผนที่ที่ฝรั่งเศสลากเส้นเอาเขาพระวิหาร ซึ่งอยู่ในความครอบครองของประเทศไทย ไปอยู่ในฝั่งเขตแดนกัมพูชาของทางฝรั่งเศสด้วย โดยมิได้ยึดแนวสันปันน้ำเป็นเกณฑ์ q*00(แผนที่นี้ต่อมาเรียกว่า "แผนที่ผนวก 1" (Annex I map))

แม้กระนั้น ทางไทยกลับไม่ได้คัดค้านแผนที่นั้นภายในเวลาอันสมควร คณะกรรมการฝ่ายไทยไม่ได้ดำเนินการใด ๆ เลย แม้จะไม่ได้แสดงการยอมรับ แต่ก็ไม่ได้ทำการคัดค้านว่าแผนที่ฉบับที่มีปัญหานั้นไม่ถูกต้อง ท่านเสนาบดีกระทรวงมหาดไทยในขณะนั้นคือ สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ก็ตรัสขอบใจราชทูตฝรั่งเศสผู้นำส่งแผนที่นั้น และผู้ว่าราชการจังหวัดก็มิได้ทำการทักท้วง [2]

ต่อมา มีการประชุมคณะกรรมการที่กรุงเทพ ฯ ในปี พ.ศ. 2452 โดยใช้แผนที่ผนวก 1 นี้เป็นหลัก ก็ไม่มีผู้คัดค้าน

ปี พ.ศ. 2468 มีการจัดทำสนธิสัญญาระหว่างไทย-ฝรั่งเศส โดยมีการอ้างอิงถึงเขตแดนดังกล่าว และในการเจรจาสนธิสัญญาระหว่างไทย-ฝรั่งเศส ณ กรุงวอชิงตัน เมื่อปี พ.ศ. 2490 รัฐบาลไทยไม่ได้ประท้วงประเด็นดังกล่าว [2] นอกจากนี้ในปี พ.ศ. 2473 สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ได้เสด็จไปเขาพระวิหาร โดยมีผู้สำเร็จราชการฝรั่งเศสรับเสด็จในฐานะทรงเยือนจังหวัดหนึ่งของกัมพูชา [2] แม้ในระหว่าง พ.ศ. 2477-2478 มีการสำรวจพบว่ามีความแตกต่างระหว่างเส้นพรมแดนในแผนที่และแนวสันปันน้ำจริง และได้มีการทำแผนที่อื่น ๆ ซึ่งแสดงว่าปราสาทดังกล่าวอยู่ในประเทศไทย แต่ประเทศไทยก็ยังคงใช้และจัดพิมพ์แผนที่ที่แสดงว่าพระวิหารตั้งอยู่ใน กัมพูชาต่อไป [2] เหตุการณ์ต่าง ๆ เหล่านี้ ทำให้ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศพิจารณาว่า รัฐบาลไทยในขณะนั้นได้ยอมรับ (acquiese) ว่า ฝรั่งเศส มีอำนาจอธิปไตยเหนือเขาพระวิหารเป็นเวลายาวนานถึง 50 ปีมาแล้ว ตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ ว่าด้วยหลักกฎหมายปิดปาก (estoppel)

ปี พ.ศ. 2501 หลังจากที่กัมพูชาได้รับเอกราชจากฝรั่งเศส จึงเริ่มมีข้อขัดแย้งเรื่องเขตแดนรอยต่อระหว่างไทยกับกัมพูชา จนกระทั่ง เจ้านโรดมสีหนุ นายกรัฐมนตรีกัมพูชาขณะนั้น นำเรื่องขึ้นเสนอสู่ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศในปี พ.ศ. 2502 โดยใช้แผนที่ผนวก 1 เป็นหลักฐานสำคัญ ซึ่งแม้เส้นเขตแดนบนแผนที่จะไม่ได้ใช้สันปันน้ำเป็นเกณฑ์ แต่แผนที่ฉบับนี้ไม่เคยถูกคัดค้านจากรัฐบาลไทยมาก่อน

ดังนั้นในวันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2505 ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ จึงได้ตัดสินให้ปราสาทเขาพระวิหารเป็นของกัมพูชา ด้วยคะแนนเสียง 9 ต่อ 3 นอกจากนั้นยังตัดสินด้วยคะแนนเสียง 7 ต่อ 5 ให้ประเทศไทยส่งคืนโบราณวัตถุที่นำออกมาจากปราสาทเขาพระวิหารตั้งแต่ปี พ.ศ. 2497 ซึ่งเป็นปีที่ประเทศไทยได้เข้ายึดครองพื้นที่ดังกล่าว ต่อมาอีกราวยี่สิบกว่าวัน รัฐบาลไทยโดย ถนัด คอมันตร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้มีหนังสือไปยัง นายอูถั่น เลขาธิการสหประชาชาติ เพื่อประท้วงคำพิพากษาของศาลโลก และสงวนสิทธิที่ประเทศไทยจะเรียกร้องปราสาทพระวิหารกลับคืนในอนาคต

ประสิทธิ์ ปิวาวัฒนพานิช นักกฎหมายชาวไทย ตั้งข้อสังเกตว่าการตัดสินคดีในศาลโลก ในคดีทำนองเดียวกันนี้ ทั้งก่อนหน้าและหลังคดีพระวิหาร มีเพียงคดีนี้เพียงคดีเดียวที่ผู้พิพากษาให้ความสำคัญกับแผนที่เหนือสนธิสัญญา ในคดีอื่นศาลจะให้น้ำหนักกับแผนที่ก็ต่อเมื่อเป็นแผนที่แนบท้ายสนธิสัญญา หรือเป็นแผนที่ที่ทำโดยฝ่ายที่เสียสิทธิ์ จะไม่ให้ความสำคัญกับแผนที่ฝ่ายเดียว ซึ่งถือเป็นพยานบอกเล่า q*031


noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #19 เมื่อ: 5 ส.ค. 10, 17:23 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ กรุงเฮก ระหว่างการพิจารณาคดีเขาพระวิหาร พ.ศ. 2505


noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #20 เมื่อ: 5 ส.ค. 10, 17:30 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
คณะทนายฝ่ายไทย ในศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ ระหว่างพิจารณาคดีเขาพระวิหาร พ.ศ. 2505ประกอบด้วย

* หม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช (ขวาสุดในภาพ)
* หม่อมเจ้าวงษ์มหิป ชยางกูร เอกอัครราชทูตไทย ประจำเนเธอร์แลนด์
* อองรี โรแลง ชาวเบลเยียม
* เซอร์ แฟรงก์ ซอสคีส ชาวอังกฤษ
* เจมส์ เนวินส์ ไฮด์ ชาวอเมริกัน


noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #21 เมื่อ: 5 ส.ค. 10, 17:36 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
หลังการพิพากษา q*056q*063

...ไม่เคยเห็นการวินิจฉัยกฎหมายระหว่างประเทศที่หละหลวม เช่นคำพิพากษานี้...

— ดร.ถนัด คอมันตร์ รมต.ต่างประเทศในสมัยนั้น



...คำพิพากษาศาลโลกผิดพลาดอย่างยิ่ง...แม้อีกร้อยสองร้อยปี คำพิพากษาของศาลโลกครั้งนี้จะไม่ทำให้นักกฎหมายคนใดในอนาคตเห็นด้วยเลย...

— ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช ทนายฝ่ายไทย


...ด้วยเลือดและน้ำตา...สักวันหนึ่งเราจะต้องเอาเขาพระวิหารคืนมาให้จงได้...

— จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ นายกรัฐมนตรีไทยในสมัยนั้น


...เราคืนให้เฉพาะพื้นที่รองรับตัวปราสาทเขาพระวิหารเท่านั้น ส่วนเขมรจะขึ้นหรือเข้ามาทางไหนเราไม่รับรู้ เป็นเรื่องของเขมรเอง...

— พลเอก ถนอม กิตติขจร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของไทยในสมัยนั้น







noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #22 เมื่อ: 5 ส.ค. 10, 17:39 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ผู้พิพากษาที่ตัดสินให้ไทยชนะ q*056

...สันปันน้ำไม่ใช่นามธรรมที่คิดขึ้นด้วยสติปัญญา สันปันน้ำเป็นผลอันเกิดขึ้นจากลักษณะของพื้นภูมิประเทศ และย่อมเป็นลักษณะของภูมิประเทศอยู่เสมอ สันเขา แนวชะง่อนผา หรือส่วนสูงของพื้นดินเหล่านี้ย่อมจะประกอบกันเป็นเส้นสันปันน้ำธรรมชาติ...

— ลูซิโอ มอเรโน กินตานา ผู้พิพากษาชาวอาร์เจนตินา


...ข้าพเจ้าคิดว่าฝรั่งเศสได้จัดทำแผนที่ขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ของตนเองเป็นสำคัญ

— เซอร์เพอร์ซี สเปนเดอร์ ผู้พิพากษาชาวออสเตรเลีย

...การยอมรับโดยการนิ่งเฉยหลักกฎหมายโรมันที่ว่า "ใครที่นิ่งจะถูกถือว่ายินยอม ถ้าเขาสามารถพูดได้" นั้น ตามความเห็นของข้าพเจ้านำมาใช้ในคดีนี้มิได้

— เซอร์ เวลลิงตันคู ผู้พิพากษาและอดีตนายกรัฐมนตรีชาวจีน



ผู้พิพากษา 12 ท่าน 3 ท่าน ให้ไทยชนะคดี 9 ท่าน ให้เขมรชนะคดี
q*015
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #23 เมื่อ: 5 ส.ค. 10, 17:46 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
เปิดคำปราศรัย “จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ” นายกรัฐมนตรีไทยในสมัยนั้น ย้ำชัดไทยทวงคืน “พระวิหาร” q*056q*054

ที่มา www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9510000073920

ค่ำวันที่ 4 กรกฎาคม 2505 หลังจากศาลโลกตัดสินให้ปราสาทพระวิหาร ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของกัมพูชา ได้ประมาณ 20 วัน จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ นายกรัฐมนตรีของไทย ในขณะนั้น ได้กล่าวปราศรัยผ่านสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย แสดงความรู้สึกต่อการสูญเสียปราสาทพระวิหาร และยืนยันสิทธิ์ที่จะทวงคืนปราสาทพระวิหารในอนาคต ดังนี้

“พี่ น้องร่วมชาติ และมิตรร่วมชีวิตที่รักของข้าพเจ้าทั้งหลาย ตามที่ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ หรือที่เรียกว่า ศาลโลก ได้วินิจฉัยชี้ขาดเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ.2505 ให้ปราสาทเขาพระวิหารตกเป็นของกัมพูชา และทางรัฐบาลได้ออกแถลงให้พี่น้องทั้งหลายได้ทราบเป็นลำดับนั้น

รัฐบาลของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยเฉพาะตัวของข้าพเจ้า ถือว่าเรื่องนี้มีความสำคัญยิ่ง เพราะเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับผลได้ผลเสียของชาติ อันเป็นเรื่องของแผ่นดินไทย ซึ่งเป็นมรดกที่บรรพบุรุษของเราสู้มา อุตส่าห์ฝ่าคมอาวุธรักษาไว้ และตกทอดมาถึงรุ่นเรา

เนื่องจากในคำปราศรัยนี้เป็นเรื่องที่สะเทือนใจพี่น้องทั้งหลาย ข้าพเจ้าทราบดีว่า ในส่วนลึกและหัวใจแล้ว คนไทยผู้รักชาติทุกคน มีความเศร้าสลดและมีความข่มขืนใจเพียงใด แสดงออกถึงของประชาชนในการเดินขบวนทั่วประเทศ เพื่อคัดค้านคำพิพากษาของศาลโลกเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เป็นสิ่งที่เห็นกันอยู่อย่างชัดเจนแล้ว

ทั้งนี้ มิใช่ว่าพวกเราจะนั่งนิ่งเฉยหรือท้อแท้ใจ ชาติไทยยอมท้อแท้ทอดอาลัยไม่ได้ เราเคยสูญเสียดินแดนแก่ประเทศมหาอำนาจที่ล่าอาณานิคมมาแล้วหลายครั้ง หากบรรพบุรุษของเรายอมท้อแท้ เราจะเอาแผ่นดินที่ไหนมาอยู่กันได้จนถึงทุกวันนี้ เราจะต้องหาวิธีการสู้ต่อไป

สำหรับกรณีเขาพระวิหาร ซึ่งศาลโลกได้วินิจฉัยชี้ขาดไปแล้วนั้น ข้าพเจ้าขอทบทวนเข้าใจกับเพื่อนร่วมชาติทั้งหลาย ว่า รัฐบาลและประชาชนชาวไทย ไม่ได้เห็นด้วยกับคำตัดสินของศาลโลก ทั้งในข้อเท็จจริงกฎหมายระหว่างประเทศ และหลักความยุติธรรม

เมื่อเป็นดังนี้ แม้นรัฐบาลและปวงชนชาวไทย จะได้มีความรู้สึกสลดใจและขมขื่นเพียงใด ในฐานะที่ประเทศไทยเป็นสมาชิกของสหประชาชาติ ก็ต้องปฏิบัติตามพันธกรณีในกฎบัตรสหประชาชาติ กล่าวคือ ต้องยอมให้กัมพูชามีอธิปไตยเหนือเขาพระวิหาร ตามพันธกรณีแห่งกฎบัตรสหประชาชาติ แต่รัฐบาลขอตั้งประท้วงและขอสงวนสิทธิ์อันชอบธรรมของประเทศไทยในเรื่องนี้ ไว้ เพื่อสงวนสิทธิ์ที่จะดำเนินทางกฎหมายที่จำเป็น ซึ่งอาจจะมีขึ้นในภายภาคหน้า ให้กรรมสิทธิ์นี้กลับคืนมาในโอกาสอันสมควร

พี่น้องทั้งหลายคงทราบดีว่า ชาติของเราต้องเสียศักดิ์ศรีและเกียรติภูมิไป เนื่องจากเขาพระวิหาร อีกสิบปีอีกกี่ร้อยปี เราก็สามารถสร้างเกียรติภูมิคราวนี้กลับคืนมาได้ ข้าพเจ้าทราบว่า การสูญเสียปราสาทเขาพระวิหารครั้งนี้ เป็นการสูญเสียที่สะเทือนใจของคนไทยทั้งชาติ

ฉะนั้น แม้นว่า กัมพูชาจะได้ปราสาทเขาพระวิหารนี้ไป ก็คงไปได้แค่ซากปรักหักพัง และแผ่นดินเฉพาะรองรับเขาพระวิหารเท่านั้น วิญญาณของปราสาทเขาพระวิหารยังคงอยู่กับคนไทยตลอดไป ประชาชนชาวไทยจะระลึกอยู่เสมอว่า ปราสาทเขาพระวิหารของไทยถูกปล้นเอาไป ด้วยอุปเล่ห์เพทุบาย คนที่ไม่มีเกียรติและไม่รับผิดชอบ ไม่รักความเป็นธรรม เมื่อประเทศไทยเราประพฤติปฏิบัติดีในสังคมโลก อันเป็นที่มีศีลธรรม มีสัตย์ ในวันหนึ่งข้างหน้าไม่ช้าก็เร็ว ปราสาทเขาพระวิหารจะต้องกลับมาสู่ดินแดนไทยอีกครั้งหนึ่ง

เหตุการณ์เกี่ยวกับเขาพระวิหารครั้งนี้ สลักแน่นอยู่ในความทรงจำของคนไทยสืบไปชั่วลูกชั่วหลาน และเป็นรอยจารึกอยู่ในประวัติศาสตร์ของชาติไปตลอด เสมือนแผลที่อยู่ในใจของคนไทยทั้งชาติ แต่ข้าพเจ้าหวังอยู่เสมอว่า ในที่สุด ธรรมะย่อมชนะอธรรม การหัวเราะที่หลังย่อมดังกว่า และนานกว่า

พี่น้องร่วมชาติทุกท่าน ได้โปรดวางใจรัฐบาลซึ่งข้าพเจ้าเป็นนายกรัฐมนตรีอยู่นี้ จะสามารถนำชาติและพี่น้องชาวไทยที่รักก้าวสู่อนาคตอันสุกใสให้ได้ และข้าพเจ้ารับรองแก่ท่านทั้งหลายว่า เมื่อถึงคราวที่ชาติคับขันแล้ว ข้าพเจ้าจะกอดคอร่วมเป็นร่วมตายกับพี่น้องประชาชนชาวไทย เอาเลือดทาแผ่นดิน ไม่เสียดายชีวิตแม้แต่นิดเดียว แต่เราจะทำอย่างไรได้ ข้าพเจ้าเองมีความเจ็บช้ำน้ำใจไม่น้อยไปกว่าเพื่อร่วมชาติทั้งหลาย

การที่ข้าพเจ้าต้องมากล่าวถึงเรื่องนี้ ข้าพเจ้าอยากจะกล่าวว่า การมาพูดกับท่านด้วยน้ำตา น้ำตาของข้าพเจ้า เป็นน้ำตาของลูกผู้ชาย ของเลือด ของความคับแค้น และการผูกใจเจ็บชั่วชีวิตชาตินี้และชาติหน้า ต่อดวงวิญญาณของบรรพบุรุษผู้กล้าหาญของชาวไทย

ข้าพเจ้าขอกล่าวคำปฏิญาณด้วยสัตย์วาจาดังนี้ พี่น้องที่รักชาติทั้งหลาย น้ำตาไม่อาจทำให้เราฉลาดขึ้น แต่เราจะต้องได้อะไรคืนมา ในขั้นสุดท้ายชาติไทยจะต้องประสบกับชัยชนะเสมอ เราต้องกล้าสู้ เราต้องกล้ายิ้มรับภัยที่มาถึงตัวเรา ชาติไทยเป็นชาติที่เชื่อมั่นในบริวารพุทธศาสนา ตั้งตนอยู่ในความเป็นธรรมตลอดมา

ข้าพเจ้าเชื่อมั่นเสมอว่า ชาติของเราจะไม่อับจนเป็นอันขาด เรื่องนี้เป็นเพียงเรื่องหนึ่งในบรรดาเรื่องใหญ่ทั้งหลาย มีความสำคัญมากกว่านี้ ชาติที่รักของเรากำลังพัฒนาไปในสู่วิถีทางที่ดีขึ้น เหตุนี้ไม่ใช่เหตุผลความอับจนของเรา จงหวังและทำในเรื่องชาติที่สำคัญกว่านี้ ข้าพเจ้าเชื่อมั่นเหลือเกินว่า ชาติไทยของเรามีอนาคตแจ่มใสและรุ่งโรจน์อย่างแน่นอนและมั่นคงในอนาคตอันใกล้ นี้ เราจงมาช่วยกันสร้างชาติที่รักยิ่งของเราต่อไป

พี่น้องชาวไทยที่รักทั้งหลาย วันนี้เป็นวันหนึ่งและเป็นในวันข้างหน้า เราจะต้องเอาปราสาทเขาพระวิหารกลับคืนมา ให้เป็นของชาติไทยให้จงได้ สวัสดี”


noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #24 เมื่อ: 5 ส.ค. 10, 17:54 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
4 ยุทธวิธี..ทวงคืนเขาพระวิหาร q*060q*054
ที่มา www.komchadluek.net วันจันทร์ที่ 2 สิงหาคม 2553

คมชัดลึก : ช่วงกลางดึกวันที่ 29 กรกฎาคมที่ผ่านมา มีชาวบ้าน 2 หมู่บ้านจาก 2 ประเทศที่ลุ้นระทึกจนไม่เป็นอันหลับอันนอน เพราะไม่รู้ว่าตอนเช้าที่ลืมตาตื่น "สงครามชายแดน" จะระเบิดขึ้นหรือไม่ ในที่สุดคณะกรรมการมรดกโลกที่ประชุมกันในประเทศบราซิลก็มีมติเลื่อนการ พิจารณาแผนพัฒนาพื้นที่บริเวณปราสาทพระวิหารออกไปเป็นปี 2554

หลายคนเข้าใจผิดคิดว่านี่เป็นการต่อสู้เพื่อแย่งชิง "ปราสาทพระวิหาร" ซึ่งที่จริงๆ แล้วศาลโลกสั่งให้กัมพูชามีอธิปไตยเหนือปราสาทพระวิหารมา ตั้งแต่ปี 2505 และในวันที่ 8 กรกฎาคม 2551 คณะกรรมการมรดกโลกก็ผ่านการคัดเลือกให้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกของประเทศ กัมพูชาไปเรียบร้อยแล้วด้วย แต่ที่กำลังถกเถียงกันหน้าดำคร่ำเครียด ขนาดสั่งเคลื่อนย้ายกองทัพทหารขนาดย่อมไปกดดันที่ชายแดนทั้งสองฝ่าย เป็นเรื่องสิทธิในการดูแลพื้นที่ทับซ้อน 4.6 ตารางกิโลเมตร ที่ยืดเยื้อกันมานานกว่า 50 ปี

พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ร่วมกับผู้ชุมนุมที่เป็นตัวแทนกลุ่มภาคีเครือข่ายผู้ติดตามสถานการณ์ปราสาทพระวิหาร กลุ่มสันติอโศก และพันธมิตรภาคใต้ 16 จังหวัด เดินทางไปประท้วงกดดันองค์การการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชา ชาติ (ยูเนสโก) ให้ยกเลิกการขึ้นทะเบียนที่ผ่านมา และคัดค้านแผนการพัฒนาพื้นที่ทับซ้อนรอบปราสาทพระวิหาร

ขณะที่ฝ่ายกัมพูชาก็มีรายงานว่า ชาวเขมรจำนวนหนึ่งไปรวมตัวกันที่กรุงพนมเปญ เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลกัมพูชาแสดงท่าทีให้ชัดเจนว่าจะแก้ปัญหาความขัดแย้ง เรื่องเขตแดนระหว่างไทยกับกัมพูชาอย่างไร พร้อมกับเรียกร้องให้ไทยถอนทหารทั้งหมดออกจากพื้นที่ทับซ้อน บริเวณปราสาทพระวิหาร และขอให้ไทยเคารพต่อสนธิสัญญาไทย-ฝรั่งเศส รวมถึงคำตัดสินของศาลโลกเมื่อปี 2505 ด้วย

"อรรถพล ศิริเวชพันธุ์" นักวิชาการศูนย์ศรีสะเกษศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ ผู้รับผิดชอบการดำเนินงานวิจัยชื่อ "โครงการศึกษาข้อเท็จจริงความสัมพันธ์ระหว่างปราสาทเขาพระวิหารกับ ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นศรีสะเกษ และแนวทางการแก้ไขความขัดแย้งชายแดนไทยกัมพูชา" แสดงความเห็นว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบต่อหลายฝ่าย แต่กลุ่มที่ได้รับความเดือดร้อนโดยตรงคือชาวบ้านที่อาศัยอยู่บริเวณรอบ พื้นที่ปราสาทพระวิหารทั้ง ฝ่ายไทยและเขมร งานวิจัยชิ้นนี้อยู่ในขั้นตอนการเก็บข้อมูล มีการสัมภาษณ์เจาะลึกข้อเท็จจริงจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เพื่อหาทางออกและข้อเสนอแนะร่วมกันในการที่จะแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง

"จุดสำคัญฝั่งไทยคือหมู่บ้านภูมิซรอล ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ มีคนอาศัยอยู่ประมาณ 1,800 คน อยู่ห่างพื้นที่ทับซ้อน 5-6 กิโลเมตร ส่วนฝั่งเขมรคือหมู่บ้านโกมุย (Ko Muoy) อยู่ห่างไป 1 กิโลเมตร มีชาวบ้านอาศัยอยู่ 400 กว่าคน ทั้งสองหมู่บ้านเป็นเพื่อนกัน พึ่งพาอาศัยกันมาตลอด แม้ว่าจะเกิดเรื่องนี้ ถ้าถามว่าชาวบ้านอยากให้ทำอย่างไร เขาก็อยากให้เปิดปราสาทพระวิหารเป็น ที่ท่องเที่ยวโดยเร็วจะได้ทำมาค้าขาย ส่วนพื้นที่ทับซ้อนก็ดูแลร่วมกัน สำหรับคนไทยมีพิเศษตรงที่ว่าหากต้องเสียดินแดนก็ยอมรับไม่ได้ สำหรับยุทธวิธีแก้ปัญหาจากนี้ไปอีก 1 ปี รัฐบาลไทยต้องเจรจาปักปันเขตแดนให้ได้ เพราะการสั่งทหารทั้งสองฝ่ายให้มาเผชิญหน้ากัน ไม่ใช่ทางออกที่ดี"
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #25 เมื่อ: 5 ส.ค. 10, 17:58 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
(ต่อ)

นักวิชาการข้างต้นตั้งข้อสังเกตว่า ในวันนี้เขมรไม่ต้องง้อไทยอีกต่อไป เพราะเขาสร้างถนนเป็นระยะทาง 7 กิโลเมตร จากพื้นที่ด้านล่างไปสู่เขตปราสาทพระวิหารได้ แล้ว แม้จะไม่สะดวกเท่าทางขึ้นฝั่งไทย แต่ก็สามารถเข้าเยี่ยมชมปราสาทได้ ส่วนพื้นที่ทับซ้อน 4.6 ตารางกิโลเมตร ที่กัมพูชาอยากได้ก็เพื่อนำไปปรับภูมิทัศน์ให้สวยงามเพื่อการท่องเที่ยว เช่น ทำพิพิธภัณฑ์ ทำเขตอนุรักษ์ สร้างพื้นที่กันชนรอบปราสาท ฯลฯ

"ส่วนตัวแล้วผมว่าเขาดำเนินการเร็วมาก มีการเตรียมพร้อมทุกด้าน ฝ่ายไทยก็คงไม่ยอมเหมือนกัน การหาทางออกเรื่องพื้นที่ทับซ้อนเป็นเรื่องยาก นอกจากสองฝ่ายต้องลดทิฐิ ก็เป็นเรื่องไม่ง่าย คงต้องรอให้หมดสมัยของ ฮุน เซน ในอนาคตอาจมีความหวังครับ" อรรถพล กล่าวติดตลก

ขณะที่ อาจารย์พิสิฐ เจริญวงศ์ ผอ.ศูนย์ภูมิภาคด้านโบราณคดีและวิจิตรศิลป์ แห่งองค์การรัฐมนตรีศึกษา ประจำสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SPAFA : SEAMEO) นักโบราณคดีที่เป็นแกนนำทวงคืน "ทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์" จากสถาบันศิลปะชิคาโกของอเมริกา แนะนำว่า หากอยากได้ปราสาทพระวิหารคืนมา คนไทยทั้งประเทศต้องปรับเปลี่ยนทัศนคติและท่าทีใหม่ทั้งหมด

โดยเฉพาะตัวแทนของกลุ่มพรรคการเมือง นักวิชาการ หรือกลุ่มต่างๆ ที่ออกมาต่อว่าขุดคุ้ยประณามว่ากลุ่มอื่นไม่ดี ไม่ฉลาด หรือไม่มีความรู้ ไม่มีการศึกษา ฯลฯ และต้องไม่มีท่าทีดูถูกหรือรังเกียจชาวกัมพูชาที่เป็นเพื่อนบ้านของไทย เนื่องจากเรื่องนี้มีความละเอียดอ่อน และมีประวัติศาสตร์การเจรจาต่อรองสืบเนื่องมาหลายร้อยปี ไม่มีใครรู้ความจริงทั้งหมด ไม่รู้ว่าคนที่อยู่ในสถานการณ์นั้นต้องตัดสินใจแบบนั้นเพราะอะไร ดังนั้นในสถานการณ์ปัจจุบันที่ได้ต่อเวลาอีก 1 ปี ต้องรีบตั้งสติแล้วไตร่ตรองข้อมูลก่อนสรุปให้ถูกต้องชัดเจน โดยมียุทธวิธีสำคัญ 4 ประการ คือ

1.ควรนำข้อเท็จจริงในอดีตมาสรุปให้สั้นๆ เข้าใจง่าย อธิบายให้ประเทศสมาชิกที่เป็นกรรมการมรดกโลกได้รับรู้เรื่องนี้อย่างถูกต้อง เช่น สนธิสัญญาไม่เป็นธรรมที่ฝรั่งเศสเอาเปรียบไทยมาตลอด หรือข้อมูลเกี่ยวกับแผนการที่ฝรั่งเศสวางแผนเรื่องนี้ไว้ก่อนถอนตัวออกจาก กัมพูชา คนไทยต้องไม่ลืมว่าผู้ที่ทำสัญญาเอาเปรียบไทยในเรื่องนี้คือฝรั่งเศสในสมัย นั้น ไม่ใช่กัมพูชา เช่น แผนที่มาตราส่วน 1 : 200,000 ของฝรั่งเศสที่นำมาอ้างนั้นไม่เป็นสากล เพราะแผนที่ซึ่งจะนำมาใช้ปักปันเขตแดนต้องละเอียดกว่านี้มาก

2.กรณีของกฎหมายปิดปาก ที่ทำให้ไทยแพ้คดีศาลโลกเมื่อปี 2505 ควรมีการหยิบยกเรื่องนี้มาเป็นประเด็น เพราะเท่าที่ผ่านมายังไม่เคยมีคดีไหนที่ศาลโลกใช้กฎหมายปิดปากมาตัดสิน ถ้าหลายประเทศเห็นด้วยกับเรื่องนี้อาจทำให้เข้าใจว่าไทยไม่ได้รับความ ยุติธรรมจากการตัดสินคดีในอดีต เป็นการแพ้คดีเพราะถูกเล่ห์เหลี่ยมของประเทศมหาอำนาจ

3.รัฐบาลต้องเร่งเปิดเจรจาเสนอให้กัมพูชากับไทยได้บริหารจัดการพื้นที่ ทับซ้อนร่วมกัน รวมถึงการทำแผนที่ฉบับใหม่ให้ถูกต้อง เพราะเทคโนโลยีปัจจุบันสามารถใช้ดาวเทียมมาช่วย ทำให้ถูกต้องแม่นยำขึ้น

4.จากระยะเวลาที่เหลืออีก 1 ปี ก่อนจะมีการประชุมกรรมการมรดกโลกในปี 2554 ประเทศไทยต้องมีคณะกรรมการศึกษาปัญหาปราสาทพระวิหารอย่าง ต่อเนื่อง คัดเลือกกลุ่มที่เป็นกลางและคำนึงถึงประโยชน์ของทุกฝ่าย ไม่ใช่เลือกเฉพาะกลุ่มที่คำนึงถึงแต่ผลประโยชน์ของตัวเอง ต้องเป็นผู้ที่รู้ปัญหาอย่างแท้จริงและรู้ทั้งหมด ไม่ใช่กลุ่มนักวิชาการที่รู้ความจริงบางส่วน ซึ่งกลุ่มนี้จะทำให้เกิดความขัดแย้งมากขึ้น ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาอย่างถูกต้องและเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย

ทั้งนี้ในจุลสารฉบับที่ 38 ได้กล่าวถึงกรณีเขาพระวิหาร (The Mount Phra Viharn Case) โครงการความมั่นคงศึกษา สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย ตีพิมพ์เมื่อเดือนเมษายน 2551 สรุปถึงทางออกของเรื่องนี้ว่า ควรนำพื้นที่ปราสาทพระวิหารมา จัดทำเป็น "พื้นที่พัฒนาร่วมทางวัฒนธรรม (Joint Cultural Development Areas) และ "พื้นที่ท่องเที่ยวร่วม" (Joint Tourism Areas) เพื่อพลิกวิกฤติเป็นโอกาส ลดความบาดหมางในอดีตให้หมดไป พร้อมกับระบุตัวเลขที่น่าสนใจ คือเมื่อปี 2549 มียอดนักท่องเที่ยวไปเยี่ยมชมเขาพระวิหาร 4.3 หมื่นราย ประมาณว่ามีรายรับจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ 90 ล้านบาทต่อปี การขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจะสามารถสร้างรายได้เพิ่มอีก 10 เท่า หรือปีละ 900 ล้านบาท

ข้อมูลนี้ทำให้เข้าใจทันทีว่า ทำไมกัมพูชาต้องพยายามทุกทาง เพื่อจะเร่งเปิด "ปราสาทพระวิหาร" ให้ชาวโลกได้มาเที่ยวชื่นชม ในฐานะมรดกของมวลมนุษยชาติ ?!!
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #26 เมื่อ: 5 ส.ค. 10, 18:03 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
สรุปข่าวเขาพระวิหารล่าสุด กรณีพิพาทปราสาทเขาพระวิหาร แผนที่เขาพระวิหาร ข่าวเขาพระวิหารวันนี้ มรดกโลก
ที่มา www.bloggang.com/mainblog.php?id=polball&month=30-07-2010&group=2&gblog=77

30 กรกฎาคม 2553
นายสุวิทย์ คุณกิตติ รัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผู้แทนประเทศไทยเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการมรดกโลก ที่กรุงบราซิเลีย เมืองหลวงประเทศบราซิล

จากการประชุม คณะกรรมการมรดกโลก มีมติเลื่อนวาระพิจารณาแผนพัฒนาพื้นที่บริเวณปราสาทพระวิหาร ออกไปเป็นปีหน้า โดยให้เหตุผลว่าว่าได้รับเอกสารของกัมพูชา โดยที่ไทยไม่ได้รับรองและรับทราบเอกสารดังกล่าว

ที่ประชุมมีจึงมติให้เลื่อนการพิจารณาแผนการบริหารจัดการพื้นที่ปราสาทเขาพระวิหาร ออกไปเป็นปี 2011 ที่ประเทศบาห์เรน



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #27 เมื่อ: 6 ส.ค. 10, 10:38 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
มีสุภาพสตรีมาหาอาจารย์ บอกว่า ดิฉันได้อ่านหนังสือพระเจ้าตากสินมหาราชโพธิสัตว์ ก็เลยมาหามาให้อาจารย์ดูลายมือเสริมบารมีให้ครบ 3 หน ดิฉันจะมาหาบ่อย ๆ ค่ะ อาจารย์ได้ดูลายมือให้บอกว่า คุณจะมีสามี 2 คน เป็นชาวต่างชาติและจะมีลูก 2 คนด้วย คุณจะมีเงินแต่ไม่ค่อยมีความสุขเท่าไหร่ จะมีชีวิต 2 วงจร เธอได้บอกว่า ตอนนี้ดิฉันมีสามี 2 คนเป็นคนต่างชาติ ทั้ง 2 คนจะมาหาดิฉัน 1 เดือนครั้งสลับกันไปและทั้งสองคนมีเงินมากช่วยเปิดร้านขายจิวเวอรี่ให้ 1 ร้าน ส่วนอีกคนเปิดร้านขายกระเป๋าหนัง รองเท้าหนัง ดิฉันเลยดูแล 2 ร้านและจ้างลูกจ้างร้านละ 2 คน มาคอยช่วยเป็นลูกมือ ดิฉันไม่บอกให้สามีทั้ง 2 คนรู้และเป็นความลับตลอดมา 2-3 ปี แต่ดิฉันก็กังวลใจว่า วันหนึ่งเขาคงจะรู้ อาจารย์บอกว่า คุณก็ไม่ต้องพูด เขาก็จะไม่รู้คุณเป็นคนเก็บความลับเก่ง และแบ่งแยกได้ดีแต่ตอนนี้คุณมีครอบครัว 2 วงจร คุณก็จะมีทุกข์อยู่ในใจเสมอ เก็บเงินให้มาก ๆ ถึงตอนนั้นคุณก็จะแก้ปัญหาได้เองและขณะนี้ คุณมีลูกอยู่ 2 คนใช่หรือไม่ เธอบอกเธอมี 2 คนกับสามีคนไทยแต่แยกทางกันแล้วค่ะ ลูก ๆ ดิฉันก็ส่งให้คุณยายเลี้ยงที่ต่างจังหวัด สามีชาวต่างชาติไม่รู้หรอกค่ะ ว่าดิฉันมีลูกแล้วจึงอยากจะให้ดิฉันมีลูกกับเขาทั้ง 2 คนให้ได้ ซึ่งดิฉันก็ไปทำหมันเสียแล้ว ดิฉันอยากจะแก้หมัน ไม่ทราบว่า มีที่ไหนที่จะสามารถทำให้ดิฉันได้ ขอให้อาจารย์แนะนำให้ด้วยค่ะ อาจารย์ก็ได้แต่อนุโมธนาขอให้เธอมีความสุขตลอดไป และแนะนำให้เธอไหว้องค์เทพของเธอ และหมั่นนั่งสมาธิสวดมนต์ยอดพระกัณฑ์ไตรปิฎก ขอขอบคุณอาจารย์มากนะค่ะ สวัสดีค่ะ


noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #28 เมื่อ: 7 ส.ค. 10, 08:21 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
องค์พระแม่อุมาเทวี q*056q*054

มี ลูกค้าอีกท่านหนึ่ง ชื่อ คุณตุ๊ก ได้เดินผ่านร้านหลายหนแล้วไม่เคยเดินเข้ามาหา มีอยู่คืนหนึ่งได้นอนครึ่งหลับครึ่งตื่น เห็นท่านอาจารย์จี้กงได้มาหาที่บ้าน มือถือพัดใส่หมวด สวมชุดขาวมาหา เธอเล่าไปก็ขนลุกไป เธอยังบอกอีกว่า ไม่ใช่ฝัน แต่เป็นครึ่งหลับครึ่งตื่นอยู่ เธอมีองค์พระแม่อุมาเทวี เธอบอกว่า ท่านอาจารย์จี้กงบอกว่าให้ไปที่ร้านพบท่านอาจารย์เทวฤทธิ์ และหาของมาเสริมดวงแก้เคล็ด จะได้เป็นสิริมงคลกับตัวเอง คุณตุ๊กท่านนี้ได้มองดูตัวผมและบอกว่า มีองค์ท่านอาจารย์จี้กงอยู่ด้านหลัง มือถือพัดและใส่หมวกเหมือนกับที่มองเห็นครึ่งหลับครึ่งตื่นเหมือนกันเลย และทุกครั้งเมื่อเธอเดินผ่านหน้าร้าน เธอก็จะเข้ามาคุยและเสริมบารมีทุกคราวไป เธอนั้นมีตำหนักและลูกศิษย์ลูกหามากมาย

จากเล่มที่ 1

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #29 เมื่อ: 9 ส.ค. 10, 11:06 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ได้ มีสุภาพสตรีมาหาอาจารย์เพื่อดูลายมือ อาจารย์ได้ทักว่า ให้ใจเย็นจะมีปากเสียงอกับคนรอบข้างหรือบริวารต้องระวังให้ดี เธอเล่าว่า เมื่อวานเพิ่งทะเลาะกับคุณแม่ตัวเองมา ทะเลาะรุนแรงมาก อาจารย์ได้บอกว่า ให้ใจเย็นและเป็นคุณแม่ของคุณเอง เธอบอกว่า คุณแม่ได้แช่งชักหักกระดูกดิฉันด้วย ดิฉันก็เลยแช่งกลับไปทะเลาะกันรุนแรงที่สุด ไม่เคยทะเลาะรุนแรงเช่นนี้เลย วันนี้เลยมาหาอาจารย์ให้ช่วยดูดวง และช่วยเสริมบารมีให้ หลังจากดูกับอาจารย์แล้วจะไปทะเลาะกับท่านใหม่ ดูสิใครจะแน่กว่ากัน คอยดูเย็นนี้คงได้เจอกันแน่
อาจารย์ ได้ดูลายมือเธอต่อและบอกว่า คุณเป็นคนอารมณ์ร้อนเป็นไฟ โมโหขึ้นมาแล้วเหมือนกับผู้ชายไม่ยอมคนจะต้องเอาชนะให้ได้ ชาตินี้เกิดเป็นหญิงต้องสำรวมพูดจานุ่มนวลไพเราะอ่อนหวาน หากคุณไม่ยอมอ่อนและแช่งคุณแม่กลับไปอีก ไม่นานท่านก็ต้องจากคุณไปและถึงตอนนั้นคุณจะต้องเสียคุณแม่และสามีก็ต้องจาก คุณไปเช่นกัน คุณต้องเป็นคนใจเย็น และชาติที่แล้วคุณเกิดเป็นผู้ชาย มาชาตินี้เกิดเป็นหญิงจึงต้องใจเย็นที่สุดเชื่ออาจารย์แล้วคุณก็จะมีชีวิต ที่ดีขึ้น คุณแม่ได้แช่งดิฉันและไล่ดิฉันให้ออกจากบ้าน คูณก็ไม่ต้องไปทะเลาะกับท่าน ไม่ต้องเถียงให้ใจเย็น ๆ เดินเข้าห้องหรือเดินเข้าห้องน้ำไป อย่าไปต่อล้อต่อเถียงท่าน เดี๋ยวหัวใจวายแล้วจะเกิดวิบากกรรมต่อกัน ขอให้คุณหยุดและอย่าไปแช่งท่าน เพราะลายมือคุณเป็นแผ่นยาวลึกเลย หากแช่งใครแล้วจะเป็นไปตามปากต้องระวังไว้ด้วย จึงขอให้คุณระวังปากไว้ให้ดี บุญเก่าในชาติก่อนทำไว้เยอะชาตินี้ต้องทำต่อเนื่องแล้วจะดีเอง ดิฉันต้องขอขอบคุณอาจารย์ค่ะ ที่แนะนำให้มีสติขึ้นมาไม่อย่างนั้นดิฉันก็จะทำตามอารมณ์เป็นใหญ่ และจะไม่ไปทะเลาะกับคุณแม่แล้วค่ะจะไม่แช่งใคร

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #30 เมื่อ: 9 ส.ค. 10, 11:09 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
เจ้าแม่กวนอิม มาช่วยปลดหนี้ปลดสินให้กับร่าง

อ. ได้ดูลายมือให้ลูกค้าท่านหนึ่ง ได้พบหนังสือที่ร้านหนังสือ แพร่พิทยา ห้างเซ็นทรัลลาดพร้าว แล้วได้มาพบอาจารย์ที่บ้านเล่าว่า ได้ให้หมอดูจากที่อื่นดูให้เมื่อไม่นานมานี้ บอกว่า จะมีรถเบนซ์มารอหน้าบ้านเป็น 10 คัน ชีวิตรุ่งโรจน์จะเป็นมหาเศรษฐีในเร็วนี้ ดิฉันก็รอแล้วรออีกก็ไม่มีรถเบนซ์เข้ามาจอดหน้าบ้านสักคัน ดิฉันช่วงที่ดูจากที่อื่นใหม่ ๆ ดิฉันฮึกเหิมจิตใจพองโต ก่อนที่จะมีรถเบนซ์มาหาดิฉันก็จะต้องหาเงินให้มีเป็นล้าน ก็เลยหาวิธีรวยทางลัด ดิฉันได้แทงหวยและล๊อตเตอรี่งวดหนึ่งประมาณร่วมแสนบาทจนเป็นหนี้สินมากมาย ไม่ถูกสักงวดจากมีเงินหลายแสนบาทกลายเป็นหนี้ร่วมล้านบาท ดิฉันกลุ้มใจมากอยากจะทำร้ายตัวเองว่า ไม่น่าไปฟังหมอดูท่านนั้นเลย เธอพูดไปก็น้ำตาไหลพรากซึ่งผู้ที่อยู่ในภวังค์ เช่นนี้ ย่อมเป็นผู้ที่น่าสงสาร อาจารย์ได้บอกเธอว่า ที่ผ่านมานั้นมันเป็นวิบากกรรมที่ได้เผชิญมาแล้วขอให้มีสติคือ ศีล สมาธิและปัญญา

สักพักเธอรู้สึกมือเย็นและเหมือนกับจะวูบ ผมได้ถามเธอว่า เคยครอบครูหรือรับขันธ์จากที่ใดมาหรือไม่ ผมบอกว่า จะลองเชิญองค์เทพที่อยู่รอบตัวคุณดูว่า ท่านจะมาหรือไม่ เธอบอกว่า อยากให้อาจารย์ลองเชิญดูว่า เป็นองค์อะไร แต่คิดว่าไม่น่าจะเข้าร่างเธอได้ ผมได้เชิญองค์เทพประจำตัวของเธอดู ปรากฏว่า องค์มาเลย เป็นองค์เจ้าแม่กวนอิม พูดภาษาจีนกลาง ผมก็ได้พูดภาษาจีนกลางโต้ตอบกันอยู่พักหนึ่ง ซึ่งเจ้าแม่ได้บอกว่า ต้องการจะมาช่วยร่างเพราะเธอนั้นมีหนี้สินมากมายร่วมสองแสนบาท กลุ้มใจมาก เจ้าแม่กวนอิมเลยมาช่วย
ผมบอกว่า ถ้าต้องการช่วยร่างก็ต้องซื้อหวยและล็อตเตอรี่ขอให้ท่านช่วยเขียนเลข 3 ตัวบน ปรากฏว่า ท่านยอมเขียนให้และให้เลข 915 และ 715 ปรากฏว่า ออกตัว 715 ตรง ๆ ลูกค้าท่านนี้ถูกและใช้หนี้สินได้ ขอบุญบารมีของท่านเจ้าแม่กวนอิมและท่านอาจารย์จี้กงช่วยเหลือสมาชิกทุก ๆ คนให้ได้รับความสำเร็จ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #31 เมื่อ: 10 ส.ค. 10, 11:29 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ได้ มีสุภาพสตรี ท่านหนึ่ง อายุประมาณ 60 ปี ได้มาพบอาจารย์ได้บอกว่า มีโรคประจำตัว แต่ร่างกายนั้นอยู่มาถึงวันนี้ได้อย่างไรเป็นที่น่าแปลกใจอย่างยิ่ง เธอก็นั่งยิ้ม และบอกว่า ดิฉันเป็นโรคไตต้องฟอกเลือดทุก 2 ครั้งใน 1 เดือน แต่ดิฉันไม่ยอมไปฟอกเลือดออกกำลังกายให้แข็งแรง เดินระยะทางไกล ๆ เพื่อออกกำลังกาย ปรากฏว่า ดิฉันไม่เป็นไรไม่ตายและอยู่มาถึงทุกวันนี้ เป็นโรคนี้มา 8 ปีแล้ว คุณหมอก็งงมากที่ไม่เป็นไร q*031 ดิฉันไม่ฟอกเลือดตั้งแต่แรก ร่างกายจะได้ไม่ปรับตัว หากเมื่อฟอกเลือดแล้ว หากไม่ไปฟอกอีกก็จะต้องตาย ดิฉันไม่ฟอกเลือดแต่ออกกำลังกายแทน จึงมีชีวิตอยู่ได้ จึงมาพบอาจารย์ช่วยเสริมบารมีให้กับดิฉันด้วยเถิด ขอให้โชคดีมีความสุขตลอดไป
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
เงินจะไหลออก
เรทกระทู้
« ตอบ #32 เมื่อ: 11 ส.ค. 10, 08:09 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ได้มีสุภาพสตรีมาพบอาจารย์ได้บอกว่า เกิดปีชวด อาจารย์บอกเธอว่า เงินจะไหลออกไปประมาณ 3 ปี รั่วเหมือนน้ำไหลหมดไปเป็นล้าน ๆ หลายล้านบาท q*009 เธอบอกว่า ไหลออกเป็นเงินไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท ไปลงทุนเสื้อผ้า ปรากฏว่า ไม่ดีเท่าที่ควรเลยขาดทุนไปเป็นเงิน 10 ล้านบาท ลงทุนแถวประตูน้ำเช่าร้านเสียอย่างดี ปรากฏว่า ล้มไม่เป็นท่า ขณะนี้เปิดร้านขายดอกไม้ประดิษฐ์ ดอกไม้ขายตอนเช้า ๆ มาพบอาจารย์ มาครั้งนี้เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีประมาณ 6 ปีที่ไม่ได้มา วันนี้มาเป็นวันแรก วันพฤหัสบดีที่ 29 มกราคม 2552 ลูกค้ามาพบกันมากมาย มาปรับทุกข์ถามเรื่องต่าง ๆ ที่เก็บอยู่ในใจมานานและไม่ได้พบกันมาเป็นเวลาหลายปี ขอให้มีความสุขกันทุกคน
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Tags:  

หน้า: 1

 
ตอบ
ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:   Go
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม