หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: ถึงมวลชนทุกท่าน ผมจะบอกความจริงเรื่อง ไข้หวัด 2009 ให้ทราบ..โดยหมอหล่อใสไร้รัก  (อ่าน 3405 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 20 ส.ค. 10, 02:08 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 
ผมเห็นกระทู้นี้มีประโยชน์มาก และได้โพสต์เสริมในกระทู้ซึ่งกำลังเป็นประเด็นร้อนอยู่ในขณะนี้

นายไพบูลย์สำนึกผิดแล้ว แล้วนายมาร์ค ม.7 คิดจะสารภาพบาปผิดคิดชั่วช้าบ้างหรือยัง ?
http://webboard.news.sanook.com/forum/?topic=3195444#


จึงขออนุญาตนำมาเผยแพร่ต่อครับ


ความจริงเรื่อง ไข้หวัด 2009 .....เอามาฝาก
เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 03:21:05 PM
http://www.tfn3.info/board/?topic=13955.0


ถึงมวลชนทุกท่าน ผมจะบอกความจริงเรื่อง ไข้หวัด 2009 ให้ทราบ.........โดยคุณหล่อใสไร้รัก (คุณหมอท่านหนึ่ง)

พวกคุณงง และสับสนกับเจ้าหน้าที่และหมอหลายคนที่ให้ข่าวไม่ค่อยตรงกันใช่มั้ยครับ?
ผม จะบอกข้อมูลอะไรให้ฟัง ซื่งคุณสามารถตรวจสอบได้เอง จากแพทย์ผู้เชื่ยวชาญด้าน ไวรัสวิทยา หรือ จุลชีววิทยา ตามภาควิชาจุลชีววิทยา คณะแพทย์มหาลัยใหญ่ๆนะครับ
(กรุณาเลิกสัมภาษณ์นักการเมืองได้แล้ว ไม่มีอะไรคืบหน้าเลย ควรสัมภาษณ์อาจารย์ที่เขารู้จริง ทำงานเรื่องนี้จริงๆดีกว่า)นับประสาอะไรกับหมอบ้านนอกอ้างตำราไม่ค่อยเป็นอย่างผม
เมื่อคืนนี้คืนเดียว รพ.ที่ผมอยู่เวร รับคนไข้ใหม่สงสัยหวัด 2009 เข้านอนรพ. 4 คน (เฉพาะเวรดึก)
อะไรกันจ๊ะ ไหนบอกไม่น่ากลัว ไหนบอกควบคุมได้ แล้วตัวเลขการแพร่ระบาดขนาดนี้มันอะไรกัน??
มาดูสรุปความจริงกันอีกที

ใคร มีคนรู้จัก ทำงานสื่อมวลชน ได้โปรด copy ข้อความนี้ไปถึงเขาด้วยนะครับ ผมไม่ได้อยากดัง ไม่อยากเปิดเผยตัว(ให้ภัยมาถึงตัว) แต่ทนไม่ไหวแล้ว ที่คนไทยอยู่ท่ามกลางหายนะ แต่ไม่มีใครรู้ร้อนรู้หนาวแบบนี้
ถามตอบยอดฮิต เกี่ยวกับหวัด 2009
1. โรคนี้ไม่รุนแรง ไม่น่ากลัว อย่าสะดิ้งไปนะตะเอง?

Answer : มะเหงกแน่ะ ความจริงคือ
1. ไข้หวัด 2009 ดูเหมือนไม่รุนแรง อัตราตายต่ำ แต่แพร่ระบาดง่ายและรวดเร็ว ( การแพร่กระจายสูง)
2. ความน่ากลัวของหวัด 2009 คือการกลายพันธุ์ต่างหาก และการกลายพันธุ์จะเกิดง่ายที่สุด เมื่อคน 1 คน หรือสัตว์ 1 ตัว ทะลึ่งติดหวัด 2 ชนิดพร้อมกัน (เช่นหวัด 2009 + หวัด ธรรมดา พร้อมกัน หรือ หวัด 2009 + หวัดนก พร้อมกัน)
ขณะนี้"หวัดนกซึ่งรุนแรงและมีอัตราตายสูงมากกก ยังไม่ได้หายไป"
และแนวโน้มของหวัดนก จะ"ระบาดซ้ำอีก ทุกๆปลายปี"
แม้ว่าหวัด 2009 มันไม่รุนแรง แต่ถ้าปล่อยให้แพร่แบบนี้ "อีกไม่นานมันอาจผสมกัน"
.........เอาความสามารถในการแพร่กระจายของหวัด 2009 บวกกับความรุนแรงของหวัดนก เมื่อนั้นก็หายนะ !!!!!
และนั่นคือสาเหตุ ที่อยากให้คนไทยทุกคนดูแลสุขภาพให้ดี อย่าให้เป็นหวัด อย่าให้โรคนี้แพร่กระจายไปกว่านี้
ถ้า เป็นหวัดแล้ว แยกตัวจากคนอื่นทันที อย่าแรดเดินตลาด อย่าแรดไปห้างหรือที่ชุมชน และ ใส่หน้ากากทันทีอย่าให้แพร่เชื้อสู่คนและสัตว์รอบข้าง ถึงแม้จะอยู่บ้านที่มีสมาชิกแค่ 2 คนก็ตาม

2. ถ้าเป็นขึ้นมา ไปหาหมอเดี๋ยวก็หาย???

Answer : แม่เจ้า พศ.นี้ยังเข้าใจกันแบบนี้อีกเหรอนี่??
คุณรู้มั้ยว่า เวลาคุณไปหาหมอเพราะเป็นหวัด หมอจะจ่ายยาลดไข้ ยาลดน้ำมูก ยาแก้ไอ ให้คุณ แต่ไม่มียาฆ่าเชื้อหวัด!!!
นอก จากคุณติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำเติม เช่น ทอนซิลอักเสบ คออักเสบ หมอจึงจะจ่ายยาฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่ติดซ้ำเติมให้ แต่ก็ยังไม่มียาฆ่าเชื้อไวรัสหวัดให้อยู่ดี!!
เพราะอะไรน่ะเหรอ เพราะยาฆ่าไวรัส มันแพงมาก และไม่คุ้มที่จะแจกจ่ายพร่ำเพรื่อ เพราะจะทำให้ไวรัสยิ่งกลายพันธุ์ดื้อยาขึ้นไปอีก
99.99% ของคลินิก และ โรงพยาบาลขนาดเล็ก จึงไม่มียารักษาการติดเชื้อไวรัสหวัด ไว้ในสต็อกยาเลยครับ
สิ่ง ที่ดีที่สุดในการรักษาไข้หวัด คือการกินยาลดไข้ ยาลดน้ำมูก ยาแก้ไอ ตามอาการ แล้วนอนพักผ่อนมากๆ พยายามอย่าไปแพร่เชื้อใส่ใคร เดี๋ยวก็หายเพราะร่างกายรักษาตัวเองครับ
แต่กรณีไข้หวัดใหญ่ มีลุ้นหน่อย เพราะเชื้อรุนแรงกว่าไข้หวัดธรรมดา บางคนหาย บางคนไม่รอด
ณ จุดนี้ยังนับว่าโชคดี ที่อัตราตายจากไข้หวัดใหญ่ 2009 ยังนับว่าต่ำอยู่.... แต่อย่างที่บอกข้อแรก มันจะเป็นอย่างนี้ตลอดไปไหม?....
(ข้อแปลก เกี่ยวกับหวัด 2009 ที่ไม่เหมือนหวัดใหญ่สเปน คือ หวัดสเปน คนตายมักเป็นคนร่างกายอ่อนแอชัดเจนเช่นคนแก่ และเด็ก
แต่ หวัด2009 อัตราตายค่อนข้างมั่วซั่ว คนหนุ่มสาวก็มีตาย มีบางทฤษฎี บอกว่า อาจเป็นเพราะไม่ได้ตายจากเชื้อ แต่ตายจากระบบภูมิคุ้มกันตัวเองที่พยายามฆ่าเชื้อโรค แต่ร่างกายแยกแยะไม่ออกว่าอันไหนเซลล์ติดเชื้อ อันไหนเซลล์ตัวเองที่ยังดีอยู่ เลยทำลายล้างบางหมด ร่างกายคนหนุ่มสาวภูมิต้านทานดี ระบบทำลายนี้เลยทำลายตัวเองได้ดีตามไปด้วย........อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ ความเห็นนี้ยังเป็นแค่ทฤษฎี ....)
ส่วน Tamiflu น่ะ อย่าไปหวังอะไรกับมันมากเลยครับ เพราะ
- ตอนนี้ยาขาดตลาดสุดๆ รพ. หลายแห่ง หายานี้มา Stock ไว้ไม่ได้
- ยานี้จะออกฤทธิ์ได้ดี เมื่อคนไข้ถูกตรวจพบเจอก่อนเกิดอาการ แล้วคนไข้คนไหนจะกระแดะเดินไปหาหมอตอนไม่มีอาการล่ะครับ ( ถึงกระแดะไปหา หมอก็ไม่กระแดตรวจ Swab ให้หรอก หรือ ถึงหมอกระแดะตรวจให้ คุณจะกระแดะจ่ายค่าตรวจราคา4000+ บาท(ไม่รู้อัพราคารึยัง?) โดยมีอาการแค่นิดๆมั้ยล่ะครับ?)
- ตอนนี้เริ่มมีรายงาน เชื้อดื้อยา Tamiflu แล้วครับ (บอกแล้ว ว่าไวรัสมันกลายพันธุ์ เร็วค่อดๆ)

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #1 เมื่อ: 20 ส.ค. 10, 02:08 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 


3. ฉีดวัคซีนป้องกันได้???


Answer : วัคซีนที่ใช้กันอยู่ทุกวันนี้คือวัคซีน ป้องกัน ไข้หวัดใหญ่สเปนครับ
เป็น H1N1 เหมือนกัน แต่เป็นเชื้อคนละตัว ( เหมือนตระกูลงวงคำเหมา เหมือนกัน แต่ หม่ำกับ ตุ๊กกี้เป็นคนละคนกัน มีสิ่งที่ชอบที่กลัวไม่เหมือนกัน) พูดง่ายๆ คือ ในทางทฤษฎี วัคซีนนี้ ไม่น่าจะป้องกันหวัด 2009 ได้เลย แต่ให้ฉีดไว้ก่อนเพราะ
- ตอนแรกนักวิทย์คำนวณไว้อยู่แล้วว่า ปีนี้ ไข้หวัดสเปนต้องระบาด (ใครจะนึกว่ามันทะลึ่งกลายพันธุ์เป็น 2009 ) อย่างน้อยการฉีดนี้เป็นการตัดไข้หวัดสเปนออกไปก่อน พูดง่ายๆ คือ ถ้าใครเดินมา รพ. เราจะได้สงสัยไปเลยว่าเป็น หวัด 2009 ไม่ใช่หวัดสเปน จะได้ง่ายต่อการควบคุมรักษา
- ถ้าเกิดไข้หวัดสเปน เกิดบ้าจี้ ระบาดขึ้นมาพร้อมกันตอนนี้ อัตราตายมันสูงกว่า หวัด 2009 มากนะครับ
- แม้ทางทฤษฎี วัคซีนนี้จะกัน 2009 ไม่ได้เลย แต่ไหนๆมันก็เชื้อตระกูลเดียวกัน และเป็นเชื้อใหม่ด้วย ใครจะไปรู้ว่ามันอาจป้องกันหวัด 2009 ได้ซัก 1% ก็ได้ มีตังค์ก็ฉีดๆ ไปเหอะ Better Than Nothing แต่ต้องรู้นะ ว่า การฉีดวัคซีนนี้ ไม่ได้แปลว่า คุณไม่ต้องกลัวแล้ว ไม่ได้แปลว่าคุณมีภูมิคุ้มกันต่อหวัด 2009 แล้ว มันแค่ลดความเสี่ยงไปซักถึง 1% รึเปล่ายังไม่รู้เลย??

4. แล้วอะไร คือสิ่งที่ควรทำตอนนี้???

Answer :
4.1 ระดับส่วนตัวและครอบครัว
ในภาวะปกติ
ตอนนี้ต้องยอมรับว่า ทุกแหล่งชุมชนคือจุดเสี่ยงในการแพร่ระบาด โดยเฉพาะบริเวณที่เป็นห้องแอร์ระบบปิด เช่นในห้างสรรพสินค้า โรงหนัง บนรถไฟฟ้า รถไฟใต้ดิน ถ้าจะเดินเข้าแหล่งชุมชนเหล่านี้ ควรใส่หน้ากากป้องกันตัวเองได้แล้วครับ!!!!!
ถ้าคุณมีอาการของโรคหวัด แค่ ไอ จามเล็กๆน้อยๆ
ควรแยกตัวจากครอบครัวและสังคมเท่าที่ทำได้ เช่นแยกห้องนอนจากคนอื่น ถ้าต้องอยู่ร่วมกันก็ใส่หน้ากากตลอดเวลา (หาซื้อไม่ได้ ก็เอาผ้าเช็ดหน้ามาผูกไว้ก็ยังดีกว่าหายใจรดกันตรงๆ)
ปิดปากปิดจมูกเสมอ อย่าหายใจรดใคร อย่าไอจามใส่ที่สาธารณะ เลิกถ่มน้ำลายลงพื้นได้แล้ว
ล้างมือให้บ่อยที่สุด การเอามือไปป้ายโน่นป้ายนี่ เป็นช่องทางการแพร่เชื้อที่ดีเยี่ยม
ตอน เช้าตื่นนอน กรุณา เปิดหน้าต่างกว้างๆ เปิดพัดลมไล่อากาศออกซักนิด ก่อนจะให้ใครคนอื่นเดินเข้ามาในห้องเรา เสื้อผ้า ผ้าปูเตียง ปลอกหมอน หมั่นซักบ่อยๆ ( ไม่รู้มีคราบเสมหะ ตอนเราไอจามติดอยู่รึเปล่า ) ล้างมือให้บ่อยที่สุด แต่ไม่ต้องถึงกับแยกห้องน้ำหรอกนะ แค่เอาแปรงสีฟันเราออกมาเก็บเอง อย่าใส่ถ้วยเดียวกะคนอื่นก็พอ

อาการอย่างไรจึงควรไปตรวจที่รพ.?
1. มีไข้ 38 ํC ขึ้นไปร่วมกับ
2. อาการอย่างใดอย่างหนึ่งได้แก่ ปวดกล้ามเนื้อ, ไอ, หายใจผิด ปกติ (หอบ, ลำบาก), หรือแพทย์วินิจฉัยว่าเป็นปอดบวม ร่วมกับ มีผู้สัมผัสร่วมบ้านหรือในที่ทำงานป่วยสงสัยไข้หวัดใหญ่หรือปอดอักเสบ ภายใน 1 สัปดาห์ก่อนวันเริ่มป่วย
ถ้าอาการแค่เป็นหวัดเจ็บคอธรรมดา ไข้ไม่สูง ไม่นอนซม ไม่ต้องสะดิ้งวิ่งไปรับเชื้อที่รพ.นะครับ อย่าลืมว่าตอนนี้ รพ.นั่นแหละ เป็นแหล่งแพร่เชื้อที่ดีที่สุด.................

4.2 ระดับนโยบายของรัฐ และ สื่อมวลชน
มาดูกัน นิดนึง ว่าทำไมประเทศเราถึงควบคุมการระบาดไม่ได้เลย ขณะที่ประเทศต้นตำรับการระบาดอย่าง Mexico ซึ่งไม่ได้เจริญกว่าบ้านเราเลย เขาถึงควบคุมการระบาดระลอกแรกได้ จำข่าวได้มั้ยครับ ว่าตอนแรกที่ Mexico เขาระบาดเขาทำอะไรบ้าง ??
ปิด เลยครับ !!! เขากล้าพอที่จะปิด โรงเรียนทุกแห่ง โรงหนังทุกแห่ง ห้างสรรพสินค้าทุกแห่ง ทั่วประเทศ พร้อมกัน 1 สัปดาห์ พร้อมทั้ง พ่นยาฆ่าเชื้อ ตามโรงหนัง ห้างสรรพสินค้า ใหญ่ๆด้วย
นั่นคือสาเหตุที่เขาควบคุมการระบาดระลอกแรกได้ทันทีในสัปดาห์ต่อมา....
แล้วพี่ไทยล่ะทำอะไรบ้าง ?? นอกจากออกข่าว ว่า ไม่มีอะไร้ ไม่น่ากลัว แต่คนติดเชื้อเพิ่มเป็นหลักร้อย หลักพันทุกวัน???

มัวแต่กลัวว่าเศรษฐกิจจะทรุด การท่องเที่ยวจะกระทบ ...
คิดกันบ้างมั้ยว่า ถ้าคนไทย ตัยหอง กันหมด จะมีเศรษฐกิจดีๆไว้ทำอารายจ๊ะ??
เศรษฐกิจ คือ สิ่งที่เราสร้างได้แน่นอน ถ้าคนไทยยังมีลมหายใจอยู่คับ (ว้อยยยยยย )
และคุณสื่อมวลชนครับ ... ผมว่า ถึงเวลาแล้วที่พวกคุณจะต้องพูดความจริง.....

ถ้าจำไม่ได้ว่าผมพล่ามอะไร ให้ พูดดังนี้นะครับ
1. โรคนี้ อันตรายครับ .... และยังกลายพันธุ์ให้อันตรายกว่านี้ได้อีกในปลายปีนี้ครับ
2. โรคนี้ หวังพึ่งยารักษา ไม่ได้ครับ และตอนนี้เริ่มดื้อยาแล้วด้วยครับ
3. โรคนี้ต้องป้องกันอย่างเดียวครับ
4. จะควบคุมการระบาดได้ ต้องพร้อมใจกัน ใส่หน้ากาก ล้างมือบ่อยๆ พร้อมกันทั้งสังคมครับ
5. จะควบคุมการระบาดได้ ปิดโรงเรียน โรงหนัง ศูนย์การค้าใหญ่ๆ ได้แล้วครับ ขอแค่ 3 วันก็ยังดีครับ!!!!



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #2 เมื่อ: 20 ส.ค. 10, 02:10 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ผมอ่านเจอกระทู้นี้เห็นว่าดี มีประโยชน์มากและเกี่ยวกับหัวข้อกระทู้ด้วย
จึงขออนุญาตนำมาแปะ ขอให้คุณ fanny เจ้าของกระทู้ผู้มีเจตนาดีนี้แข็งแรงปลอดภัยและหายไว ๆ นะครับ


.สวัสดีค่ะ..หายไป 3-4 วัน.......fanny เป็นไข้หวัดใหญ่2009
พฤ, 08/19/2010 - 12:34 | by fanny
http://freedom.dhewa.com/forum/สวัสดีค่ะหายไป-3-4-วันfanny-เป็นไข้หวัดใหญ่2009



หายไปจากบอร์ด 3-4 วัน เพราะ fanny เป็นไข้หวัด 2009 ไปนอนโรงพยาบาลมาค่ะ...

ขอเล่าให้พี่ๆเพื่อนๆฟัง เพื่อเป็นการเล่าประสบการณ์ที่ได้ไปประสบด้วยตัวเองมา หลังจากได้ยินแต่ชื่อเจ้าหวัดนี้อาละวาดมาปีกว่าๆ...

(อีกทั้งในตอนท้าย จะขอเล่าเรื่องการรับมือการสถานการณ์การแพร่ขจายของโรคนี้ ด้วยฝีมือรัฐบาลเด็กนรก..ด้วยค่ะ)


noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #3 เมื่อ: 20 ส.ค. 10, 02:11 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
by fanny | พฤ, 08/19/2010 - 12:34



คืนวันอาทิตย์ประมาณสัก 3 ทุ่ม...

fanny จำได้ว่ากำลังโพสตอบกระทู้ยินดีต้อนรับ คุณ malee mala อยู่..
ตอนนั้นกำลังหารูปดอกไม้จะเอามาแปะต้อนรับเข้าบอร์ด...รู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัว ไม่ค่อยสบาย..ก็โพสตอบกระทู้คุณ malee mala เสร์จก็ปิดเครื่องทานยาพาราเข้านอนประมาณ 4ทุ่ม....
จากนั้น ก็มีไข้ขึ้นสูงทั้งคืน....fanny ก็เอาเจลดูดความร้อนมาแปะศรีษะ ทานยาพาราทุก 4 ชั่วโมง มีทุเลาลงไปบ้าง แต่ก็สัก 1-2 ชั่วโมง อาการไข้สูงก็กลับมาอีก..

พอรุ่งเช้า...ประมาณ 10 โมง fanny เห็นท่าไม่ดีเพราะไข้ไม่มีลดเลย แถมมีอาการอ่อนเพลีย เปลี้ยเหมือนคนหมดแรง เหมือนจะวูบๆ มึนงง เพิ่มขึ้นมาอีก..
พี่fanny พาไปส่งไปโรงพยาบาล ตั้งใจว่าให้หมดฉีดยาสักเข็ม ...
ปรากฏว่า หมอดูอาการแล้วบอกว่า มีความเป็นไปได้สูงว่า จะเป็นไข้หวัดใหญ่ 2009..

ตอนที่หมอ admit ให้ fanny นั้น... fanny มีไข้ 39.8...ความดัน 105/50
(ความดันตัวบน 105 ไม่น่าสงสัย..แต่ทำไม ตัวล่าง มันต่ำจัง แค่ 50 เอง......fanny ก็ไม่ใช่เป็นคนความดันต่ำ)

แล้วตอนนี้ fanny ก็เริ่มมีอาการสับสน(ด้วยการที่ไข้ขึ้นสูง ??)..เพราะขนาดคุณหมอถามเบอร์โทรที่บ้าน fanny ยังนั่งนึกอยู่ตั้งนาน...มัน blank ไปหมด...


จากนั้น คุณหมอก็บอกให้คุณพยาบาล พา fanny ไป เริ่มขั้นตอนของการตรวจหาเชื้อไข้หวัด 2009...ที่ห้องปฏิบัติการณ์

ขั้นตอนการตรวจเพื่อดูว่าเป็นเชื้อของไข้หวัด 2009 หรือไม่...คือ

1) เจาะเลือด...
2) เก็บเชื้อจากน้ำมูกในโพรงจมูกของเรา..

หง่ะ...พอหมอบอกแบบนี้ fannyแทบอยากกระโดดออกจากห้องวิ่งหนี..แต่มองซ้ายมองขวาหาทางหนีไม่มี..
หมอก็บอกให้คุณนางพยาบาล (ซึ่งตัวเล็กกว่าภูเขานิดเดียว)พา fanny ไปห้อง treatment..เพื่อเฉือน..เอ๊ย เพื่อดำเนินการ.

ขั้นตอนการเจาะเลือด fanny ข้ามไปเลยนะคะ..เพราะพวกเราทราบขั้นตอนนี้กันดี...(แต่ขอชมว่าพี่เค้าเจาะเลือดได้ มือเบามากค่ะ)
มาถึง ขั้นที่ 2 ที่ จะดูดเอาน้ำมูกออกจากโพรงจมูกเพื่อตรวจหาเชื้อ...

เครื่องมือที่จะใช้นี้ ลักษณะคล้ายๆ ตะเกียบ (มั๊งคะ)...fanny ก็ไม่แน่ใจ เพราะหลับตาปี๊ (มีแอบหรี่ มองบ้าง เลยมองไม่ถนัด)
แล้ว คุณนางพยาบาล (ที่ตัวเล็กกว่าภูเขานิดเดียว) ท่านก็ค่อยๆเสียบเข้าไปในจมูกข้างขวา เข้าไปตามดั้งจมูกของเรา...แล้วก็ดึงออก.
ถามว่าเจ็บไม๊..มันไม่เจ็บแบบเราโดนเข็มฉีดยานะคะ...
มันจะเป็นลักษณะ "จี๊ดๆๆๆ " เหมือนเวลาเราทานวาซาบิมากไป อ่ะค่ะ..แต่อันนี้จะแสบมากกว่า

จากนั้นก็ส่งไปให้ห้องแลบตรวจ..จะรู้ผลในวันต่อมา..


จากนั้นfanny ก็ไป x-say ปอด..ว่า เชื้อหวัด ได้เข้าไป attack ปอดมากน้อยแค่ไหน..

(ในกรณีของ fanny... เชื้อยังไม่ได้จู่โจมไปทำลายปอด - อาจเนื่องจาก fanny ไปถึงมือหมอเร็ว)

จากนั้นก็ได้ขึ้นมานอนที่ห้องพัก ...มาเจอกับ คุณพยาบาลชุดใหม่ที่วอร์ด...(ซึ่งส่วนใหญ่จะตัวใหญ่ กว่าไม้เสียบลูกชิ้นเล็กน้อย)
ท่านก็คว้ามือ fanny มาดีด แปะๆๆๆ หาเส้นเลือด เพื่อจะให้น้ำเกลือ..
จากการควานหาเส้นเลือดเจาะเพื่อให้น้ำเกลือครั้งนี้...ทำให้ fanny คิดถึง คุณพี่นางพยาบาลที่อยู่ห้องปฏิบัติการณ์ที่ข้างล่างจับใจ..
เพราะ คุณพี่นางพยาบาลข้างบนวอร์ดนี้...แกแทงเข็มได้ไม่เนียนเท่าคุณพี่พยาบาลข้างล่าง...ที่แม้ตัวคุณพี่เค้าจะตัวเล็กกว่าภูเขาเพียงเล็กน้อย แต่คุณพี่มือเบามาก

หลังจากควานหาเส้นเลือดเพื่อให้น้ำเกลือจนเจอ....fanny ก็ได้รับยา ทามิฟลู และ ยาอื่นๆอีก 3-4 ชนิด....
ซึ่งคุณนางพยาบาลที่วอร์ดบอกว่า..คนส่วนใหญ่ที่ได้รับผลข้างเคียงของยาทามิฟลูจะมีอาการ วิงเวียน หรือ คลื่นไส้ ..บางคนก็เป็นมากอาเจียนเลยก็มี....
แต่โชคดี fanny ไม่มีอาการอย่างที่ คุณนางพยาบาลคนที่ 2 (ขู่) บอก...

ขั้นตอนอื่นก็ไม่มีอะไรต้องเล่าแล้วค่ะ ก็เหมือนกับที่เราไปพักโรงพยาบาลทั่วๆไป มีวัดความดัน วัดไข้ ทุก 4 ชั่วโมง..


noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #4 เมื่อ: 20 ส.ค. 10, 02:12 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
by fanny | พฤ, 08/19/2010 - 12:34


ที่นี้มาเข้าประเด็นที่ fanny อยากขอฝากไปยัง พี่ๆ เพื่อนๆ ค่ะ...

ตอนนี้ไข้หวัดใหญ่2009 กำลังระบาดอย่างหนัก...
คิดดูสิคะว่า ขนาดโรงพยาบาลที่fannyไปนี้ เป็นโรงพยาบาลเอกชน (ซึ่งเค้ามีห้องพักมากมาย)
แต่ห้องยังเต็มเอี๊ยด...เต็มขนาดเล่นเก้าอี้ดนตรีกันเลยทีเดียว...คือ พอคนไข้คนหนึ่งออกไป อีกคนถึงจะได้เข้าadmit ได้...ไม่มีห้องว่างเลย

fanny ถามคุณพยาบาลว่า ทำไมห้องถึงเต็มกันขนาดนี้ พี่เค้าบอกว่า... "เพราะไข้หวัดใหญ่ระบาดค่ะ "...

ขนาดโรงพยาบาลเอกชนยังขนาดนี้..แล้วโรงพยาบาลของรัฐคนไข้จะแออัดกันขนาดไหน

ไข้หวัดระบาดกันจนขนาดนี้ ตามสื่อต่างๆ ไม่มีการออกข่าวเตือนประชาชนถึงเรื่องนี้กันเลย...
เล่นแต่ข่าวอื่นกลบไปหมด...

ยังค่ะ..ยังมีอีกเรื่อง....

คนไข้ที่มีอาการไข้ขึ้นสูง เป็นไข้หวัดใหญ่ และมีอาการบ่งบอกว่าคล้าย ไข้หวัดใหญ่ 2009 ...คุณหมอก็จะให้การรักษาแบบเดียวกันกับ คนที่เป็นไข้หวัด 2009..ไปเลย
แต่หากคนไข้ต้องการทราบว่า ไข้หวัดใหญ่ที่ตัวเองเป็นนั้น เป็น ไข้หวัดใหญ่ 2009 หรือไม่...ก็ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการตรวจห้องแล็บเพิ่มอีก4000บาท.. ตลกไม๊คะ

แรกๆfannyก็ งง ว่าทำไมต้องเป็นแบบนี้...

เลยมาคิดได้ว่า...ก็เพื่อเป็นการลดสถิติของ คนที่เป็น ไข้หวัด 2009 แบบมั่วๆ ของ รัฐบาลเด็กนรก ไง..



ก็ลองคิดดูนะคะ..ยกตัวอย่างกรณีของ fanny...

หลังจาก fanny เข้าพบหมอนั้น เมื่อออกมา ปรากฏว่ามีคนที่เป็นไข้หวัดใหญ่ที่กำลังรอการเข้า admitห้องพัก ทั้งหมด 5 คน (รวม fanny ด้วย)
ทุกคนต่างได้รับการบอกว่า ...เป็นไข้หวัดใหญ่ทั้ง 5 คน..การรักษาจะได้การรักษาด้วยยาทามิฟลุ เหมือนทุกคนเป็นไข้หวัดใหญ่ 2009
(เพราะจากอาการต่างๆ ที่แสดงออกทางภายนอก บ่งบอกว่า 80 % ตรงตามอาการของไข้หวัดใหญ่ 2009)

แต่หากคนไข้ต้องการทราบแน่นอนว่า ตัวเองเป็นไข้หวัก 2009 จริงๆหรือไม่ ต้องใช้วิธีการตรวจทางห้องแล็บ ซึ่งต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม คนละ 4000 บาท
fanny ถามหน่อย...ใครมันจะยอมควักเงินตัวเองจ่ายอีก 4000 ..(เพียงเพื่อคำยืนยันจากห้องแล็บ ว่า ตัวเองเป็น ไข้หวัดใหญ่ 2009 จริง)

ฉนั้น..คนส่วนใหญ่ ก็จะบอกว่า ไม่ต้องส่งตรวจแล็บก็ได้...
(เพราะยังไงไม่ว่าจะส่งตรวจแล็บหรือไม่ส่งคนไข้ก็จะได้รับการรักษาเหมือนกับเป็น ไข้หวัดใหญ่ 2009 ด้วยยาทามิฟลู เหมือนกัน)


ตอนแรกfanny ก็คิดว่าเป็นนโยบายของโรงพยาบาลนี้ที่ทำแบบนี้...แต่พอสืบๆไป ถามจากหมอบ้าง จากนางพยาบาลบ้าง...ถึงทราบว่า
นี่เป็นขั้นตอนที่เหมือนกันในทุกโรงพยาบาล ทั้งเอกชน และของรัฐ

ซึ่งในความเป็นจริง...การเก็บข้อมูลว่า มีประชาชนเป็น ไข้หวัดใหญ่ 2009 หรือไม่นั้น..
ค่าใช้จ่ายในการตรวจแล็บ ต้องเป็นหน้าที่ของ ภาครัฐเพื่อเก็บข้อมูล...
จะมาผลักภาระให้ประชาชนจ่ายได้เช่นไร....เพราะประชาชนที่ไหน ใครเค้าจะยอมควักกระเป๋าตัวเองมาจ่าย..

ตรงนี้ต้องเป็นหน้าที่ของรัฐ เพื่อเก็บเป็นฐานข้อมูลสถิติ เพื่อใช้ในการควบคุมโรคนี้ต่อไป..

fanny ขอสมมุติเหตุการณ์ว่า ....หากรัฐมีนโยบายว่า..
หากหมู่บ้านใดอยากรู้ว่า หมู่บ้านตนเองนั้น หรือ จังหวัดตนเองนั้น มีจำนวนประชากรเท่าไหร่..
ก็ให้ เสียค่าใช้จ่ายคนละ 4000 บาท ทางราชการจะสำรวจ ให้....

แบบนี้. มันจะเป็นนโยบายที่งี่เง่า พอๆกับ เรื่องที่ให้ประชาชนจ่ายค่าตรวจแล็บเอง....

เพราะเรื่องในลักษณะนี้มันเป็นเรื่องของรัฐ ที่ต้อง "จัดการ" เพื่อเป็นฐานข้อมูล...
แต่นี่กลับมาผลักภาระให้ประชาชนจ่าย...แล้วรัฐจะได้จำนวนสถิติทีแท้จริง เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลในการแก้ไขปัญหาได้อย่างไร..

การที่รัฐมีนโยบายให้โรงพยาบาล ทำเช่นนี้.. ก็จะได้จำนวนคนที่เป็น ไข้หวัดใหญ่ 2009 ในจำนวนที่ไม่ตรงกับความจริง....
และเป็นจำนวนที่น้อยกว่าความเป็นจริงหลายสิบเท่า

เพราะอย่างกรณีของ fanny...ทั้ง 5 คน..ก็มี fanny เพียงคนเดียวที่ให้ส่งตรวจห้องแล็บ..
(เพราะ fanny ไม่ได้ต้องจ่ายเงินเอง..หากต้องจ่ายเอง fanny ก็อาจจะไม่ส่งตรวจเช่นเดียวกับอีก 4 คนเช่นกัน)


นี่คือ การทำงานของรัฐบาลเด็กนรก...ที่ใช้วิธีแยบยลหลอกลวงในทุกเรื่อง...
หลอกแม้กระทั่ง การเก็บสถิติของ การเป็นไข้หวัด 2009 เพื่อ "สร้างภาพ" ว่าไม่มีการระบาดของ ไข้หวัดใหญ่ 2009
เพื่อ "สร้างภาพ" ว่าจำนวนคนที่ติดโรคนี้ มีจำนวนที่ลดลง..
นี่เป็น นโยบายที่ กวาดฝุ่นไว้ใต้พรม สร้างภาพว่า ไม่มีฝุ่นไปวันๆ...แต่ที่สุดฝุ่นนั้นมันก็ไม่ได้หายไปไหน รอวันล้นทะลัก เกิดเป็นปัญหาใหญ่ตามมาอีกต่างหาก


และแม้ในขณะนี้ ที่ได้มีการแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่2009 อย่างรุนแรง (พิสูจน์ได้ตามโรงพยาบาลทุกแห่ง ทั้งของรัฐ และเอกชน)
แต่กลับไม่มีการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้รับทราบ และ ระมัดระวังตัว..
กลับให้ประชาชนเผชิญหน้าแก้ปัญหากันเอง ตามยถากรรม....

ในขณะที่ ได้มีการเตือนให้ คณะรัฐมนตรี ข้าราชการ และ ทหาร ให้ไปฉีด วัคซีนไข้หวัดใหญ่ 2009 กันตั้งแต่ 2 เดือนที่แล้ว..
(ทำไม fanny รู้....ก็เพราะที่บ้าน fanny ก็ได้รับการบอกกล่าวให้ไปฉีดวัคซีนนี้เหมือนกัน..
แต่ fanny ไม่ไปเอง..เพราะไมอยากเสวนากับรัฐบาล)

โอเค...พวกนายเอาตัวรอดก่อนประชาชน ได้ฉีดวัคซีน (ฟรีมั่ง ราคาพิเศษมั่ง)กันไปก่อนแล้ว....
อย่างน้อยมีจิตใจเอื้ออารีต่อประชาชนสักนิด ด้วยการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนไปฉีดไม๊.....
ทั้งที่หากประชาชนต้องการจะฉีดวัคซีนไข้หวัด 2009 นี้ ต้องเสียค่าใช้จ่ายคนละ 960 บาท..
ทุกวันนี้ ไข้หวัดใหญ่ 2009ระบาดมากขนาดนี้ ...มีการประชาสัมพันธ์ อะไรให้ประชาชน ทราบบ้าง นอกจากการใช้เล่ห์กลลวงในการลดจำนวนสถิติคนที่เป็น


noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #5 เมื่อ: 20 ส.ค. 10, 02:13 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
by fanny | พฤ, 08/19/2010 - 20:03


มาถึงตรงนี้...fanny ก็อยากเตือนให้พี่ๆเพื่อนๆ ไปฉีดวัคซีนป้องกันไว้นะคะ...
เพราะแม้เราจะต้องจ่ายเงินพอสมควรในการฉีด...แต่fannyก็คิดว่า มันจำเป็น..

เพราะโรคนี้ เวลาเป็นแล้ว มัน attack เร็วมาก...เราจะทรุดเร็วมาก....หากถึงมือหมอช้า อาการก็จะหนักมากจนถึงแก่ชีวิตได้



จากที่ fanny เป็น ...อาการไข้หวัด 2009 ก็เหมือนอาการไข้หวัดทั่วๆไป..(จึงทำให้เราชะล่าใจ)
แต่มันจะมีข้อแตกต่าง ที่ fanny สังเกตุจากที่เกิดกับตัวเอง...

1)จะมีอาการไข้ ขึ้นสูงอย่างรวดร็วมาก....ให้สังเกตุว่า หากเราทานพารา 2 ทุกๆ 4 ชั่วโมงแล้ว ไข้ก็ยังไม่ลด (หรือลดนิดหน่อย พอหมดฤทธิ์ยา ก็ขึ้นสูงอีก)

2) อ่อนเพลีย อ่อนเปลี้ย หมดแรง...แบบไม่มีเหตุผล..
(คือ fanny ไม่ได้ไปยกของหนัก ..ไม่ได้ทำอะไรที่ต่างไปจากวันอื่นๆ..แต่กลับหมดแรงเหมือนโดนใช้ให้ไปอุ้มช้างอาบน้ำ)
คือ มันหมดแรง ไม่มีแรงเลย..จะหยิบแก้วน้ำทานน้ำ ยังไม่มีแรง ..(นู๋ป่าว กระแดะ นะคะ..เรื่องจริง)

fannyอยากให้พี่ๆเพื่อนๆไปฉีดวัคซีนป้องกันไว้...เพราะเมื่อเป็นแล้ว กว่าจะหายก็นาน..
อย่างfannyแม้หมอจะอนุญาติให้ออกจากโรงพยาบาลได้แล้วก็ตาม..แต่ก็ใช่ว่า fanny จะหายแล้ว..
ยังต้องพักฟื้นอีกเป็นอาทิตย์ เพราะขนาดได้ยา ได้น้ำเกลือมาแล้ว 3 วัน..ก็ยังอ่อนเพลียอยู่ดี

เมื่อ2 เดือนก่อน..ตอนที่ fanny ได้รับการเตือนนายทหารผู้ใหญ่ท่านหนึ่งให้ไปฉีดวัคซีนไข้หวัด 2009...fanny ก็ไม่ไป
เพราะคิดว่า ตัวเองไม่น่าอยู่ในกลุ่มเสี่ยง...
เพราะ fanny เป็นคนไม่ชอบไปที่ที่มีคนเยอะๆ..เช่น ไม่ไปห้างในวันเสาร์ อาทิตย์..ผับ บาร์ fanny ก็ไม่ไปอยู่แล้ว.. ก็คิดว่าตัวเองน่าจะมีความเสี่ยงน้อย..
แต่หากคนเราจะติด ก็ติดได้จากสถานที่เดิมๆ คุ้นๆ ที่เราไปเสมอๆ นั่นเอง..ไม่จำเป็นต้องติดจากสถานที่ที่เป็นคนหมู่มากเสมอไป

แต่หากพี่ๆเพื่อนๆจะยังไม่ฉีดวัคซีน ก็ขอให้ระมัดระวัง และหากเริ่มมีอาการเป็นหวัดแล้วมีไข้ ก็ขอให้สังเกตุอาการของตัวเองตามข้อบ่งชี้แบบที่ fanny ได้เรียน
หากเป็นเช่นที่ว่า..ก็รีบไปพบแพทย์โดยด่วนค่ะ...



อย่าลืมว่า เราต้องรักษาชีวิตเราให้ยืนยาว เพื่อรออยู่ดูวันที่ประเทศไทยเป็นประชาธิปไตย นะคะ

take care ค่ะ


noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #6 เมื่อ: 20 ส.ค. 10, 02:23 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ขอแนะนำกระทู้ที่กำลังฮ็อตอยู่ในขณะนี้ด้วยครับ (ตอบ-138 อ่าน-7422)


นายไพบูลย์สำนึกผิดแล้ว แล้วนายมาร์ค ม.7 คิดจะสารภาพบาปผิดคิดชั่วช้าบ้างหรือยัง ?
http://webboard.news.sanook.com/forum/?topic=3195444#


สืบเนื่องมาจากกระทู้ที่เป็นประเด็นร้อนสุด ๆ ข้างล่างนี้ และมีข่าว บทความ ความคิดเห็น รวมทั้งกระทู้ที่เกี่ยวข้องมาประกอบอีกมากมาย นับว่าเป็นกระทู้ที่รวบรวมข้อคิดเห็นต่าง ๆ มาประมวลไว้เป็นอย่างดีเพื่อให้กระทู้ครบถ้วนสมบูรณ์ยิ่งขึ้นจนกระทั่งมีข่าวว่า นายไพบูลย์นั้น ได้สำนึกผิดแล้ว ส่วนนายมาร์ค ม. 7 นั้นกลับนิ่งเฉยทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ ทั้ง ๆ ที่ความผิดและความชั่วร้ายนั้นมีมากมายกว่านายไพบูลย์มากนักจนเหลือสุดที่จะบรรยายให้ครบถ้วนได้

บ้าหมิ่นเพี้ยนจัดเช่นนี้มีหรือที่"นรกจะไม่กินหัว" คปร.มั่วยกมาร์ค"อภิสิทธัตถะ" !
http://webboard.news.sanook.com/forum/?topic=3182095.msg16147321#msg16147321


นี่คือคำตอบสุดท้ายจากกระทู้นี้ซึ่งมีกว่า 100 ความคิดเห็น

ผมขอตอบคุณ ---------- (ไม่มีชื่อ) ดังนี้ครับ

คุณเจ้าของกระทู้ปล่อยวางบ้างเถอะ - -

"โลกเต็มไปด้วยอันตราย มิใช่เพราะมีคนทำสิ่งชั่วร้าย แต่เพราะมีคนยืนดูเฉยๆ
และมีการปล่อยให้มีการทำสิ่งชั่วร้ายขึ้น" -อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์-

"อาชญากรรมที่เกิดขึ้นมากมายในโลกนี้ มิได้เป็นเพราะมีผู้กระทำความผิดจำนวนมาก
แต่เป็นเพราะมีผู้คนจำนวนมากกว่าที่นิ่งเฉย - มิได้กระทำการใด ๆ"

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ถ้าคุณไม่ชอบที่มาร์คเป็นนายกแล้วคุณคิดว่าใครเหมาะสมหรอ ?

โดยส่วนตัวผมถือว่าคุณทักษิณยังเป็นนายกของไทยอยู่ครับเพราะมาจากประชาชนเป็นผู้เลือก
ไม่ใช่มาจากรากเหง้าพวกเผด็จการทรราชชาติชั่วที่ทั่วโลกโดยเฉพาะผู้รักเสรีประชาธิปไตยต่างไม่ยอมรับ


+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

แล้วคนที่ออกมาพูดว่า อภิสิทธัตถะ คือนายไพบูลย์ไม่ใช่หรอ ถ้าคุณคิดว่านายกเป็นคนจ้างให้เขาพูดแบบนี้มีหลักฐานอะไรยืนยันได้ชัดหรอ ?

คุณได้ยินตอนเขาสั่งการหรอ ?


ผมขอให้คุณอ่านข่าวและข้อความวิพากษ์วิจารณ์ต่าง ๆ มากมายที่ผมยกมาประกอบก็จะเข้าใจได้


++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

แต่เราเป็นชาวพุทธ ก็ไม่เห็นด้วยที่จะกล่าวล่วงเกินพระศาสดาของพุทธ มันเกินไปจริงๆนะ q*015

คนที่บาปนรกกินหัวควรจะเป็นผู้สั่งการหรือนายไพบูรณ์นะ


ขอบคุณครับที่เห็นด้วยกับกระทู้นี้
ขอให้คุณพิจารณาจากความคิดเห็นต่าง ๆ ที่ผมประมวลมาให้เป็นอย่างดีก็จะได้คำตอบครับ


+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

แล้วที่นายกไม่ออกมาปฏิเสธ คุณไม่คิดหรอว่านายกมีเวลาว่างมากขนาดมานั่งแถลงข่าวเหมือนดาราหรอ ?

นายมาร์ค ม.7 จริง ๆ แล้ว ควรปฏิเสธเสียตั้งแต่วันนั้นแล้วด้วยซ้ำไปจึงจะถูก
ใคร ๆ ก็รู้ว่านายมาร์คนี้ไม่มีความจริงใจ สร้างภาพยิ่งกว่าดาราเสียอีก แต่ก็ยังห่างไกลคนละชั้นกับคนบงการ


***************************************************************************

นายไพบูลย์สำนึกผิดแล้ว แล้วนายมาร์ค ม.7 คิดจะสารภาพบาปผิดคิดชั่วช้าบ้างหรือยัง ?

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #7 เมื่อ: 20 ส.ค. 10, 02:48 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
กระทู้แนะนำครับ

บ้าหมิ่นเพี้ยนจัดเช่นนี้มีหรือที่"นรกจะไม่กินหัว"
คปร.มั่วยกมาร์ค"อภิสิทธัตถะ" !
http://webboard.news.sanook.com/forum/?topic=3182095.msg16147321#msg16147321


คปร.ยกมาร์ค อภิสิทธัตถะ ตั้งใจดีเพื่อชาติ
http://www.thairath.co.th/content/pol/100266



ไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม คณะกรรมการปฏิรูป(คปร.) ยกย่อง มาร์ค "อภิสิทธัตถะ" เชื่อตั้งใจดีเพื่อชาติ ย้ำ การปรองดองต้องเริ่มที่นักการเมือง พร้อม แนะยึดหลักสามประการแก้ปัญหาแตกแยก...

เมื่อเวลา 09.00 น. ของวันที่ 31 ก.ค. 2553 ที่ รร.เมอร์ลิน บีช รีสอร์ท หาดป่าตอง จ.ภูเก็ต นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้เป็นประธานการสัมมนากรรมการบริหารและ ส.ส.ของพรรคประชาธิปัตย์ ในหัวข้อ “รวมพลังแก้ไขวิกฤตชาติ” ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 31 ก.ค.-1 ส.ค. ช่วงเช้ามีการบรรยายในหัวข้อ “อนาคตประเทศไทยบนพื้นฐานความปรองดอง” โดยนายไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม คณะกรรมการปฏิรูป(คปร.)
โดย นายไพบูลย์กล่าวว่า พรรคการเมืองเป็นกลไกและเป็นแรงผลักดันที่สำคัญ แต่พรรคการเมืองยังอ่อนแอ ไม่ได้เป็นเสาหลักให้กับบ้านเมือง บ้านเมืองจึงประสบกับวิกฤต พรรคการเมืองไม่ได้เป็นเสาหลักที่ดี เพราะนักการเมืองเป็นต้นเหตุและไม่สามารถเข้าไปแก้ไขสถานการณ์ได้ เป็นคำถามให้เราต้องคิดโดยเฉพาะอย่างยิ่งรัฐบาลและนายกรัฐมนตรีและหลายฝ่ายในสังคมมีความตั้งใจร่วมกันว่าจะต้องทำให้เกิดการปรองดองและปฏิรูป

นายไพบูลย์กล่าวว่า คำว่าปรองดองและปฏิรูปเป็นสองคำที่วนเวียนเวียนอยู่ในสังคม เพราะเราแตกแยกสับสนและเป็นปฏิปักษ์กันมามากพอและนานจนเกิดความรุนแรง แต่ถ้าเทียบกับหลายประเทศแล้ว วิกฤตประเทศไทยไม่ถึงกับรุนแรงเช่น แอฟริกาใต้ที่รบกันเป็นสิบปีฆ่าฟันกันจนล้มตายเป็นจำนวนมาก กระทั่งคิดได้ ทำให้สองฝ่ายหันมาเจรจาพูดคุยจนทำให้เกิดสันติภาพ เกิดการเลือกตั้งประธานาธิบดีที่คนส่วนใหญ่พอใจ ได้ริเริ่มคณะกรรมาธิการค้นหาความจริงและสร้างความปรองดอง ซึ่งก็เหมือนกับประเทศไทย ที่ได้คณะกรรมการอิสระเพื่อการตรวจสอบและค้นความจริงเพื่อความปรองดอง(คอป.) ที่มีนายคณิต ณ นคร เป็นประธาน

ทั้งนี้ถ้าเทียบกับแอฟริกาใต้แล้ว เรายังไม่เกิดความชัดเจนมากนัก ก้ำกึ่งครึ่งๆ กลางๆ แต่นายกฯและรัฐบาลมีความตั้งใจ แต่นายคณิต จะสร้างการค้นหาความจริงได้หรือไม่ เป็นสิ่งที่น่าคิด ทั้งนี้นักการเมืองควรเป็นฝ่ายนำในการสร้างความปรองดอง แต่ต้องหาวิธีแก้ให้ถูกต้อง และต้องกลับไปสู่หลักพื้นฐานโดยมีเพื่อนสนับสนุน ปัญหาวิกฤตเกิดจากนักการเมืองและมีประชาชนต้องเข้าไปสมทบจนกลายเป็นความแตกแยกไปทั่วประเทศ นายอานันท์ ปันยารชุน น.พ.ประเวศ วะสี และนายคณิตแก้ปัญหาไม่ได้

นายไพบูลย์กล่าวว่า หลักการแก้ปัญหามีหลัก 3 อย่างคือ

1.ต้องมีกระบวนการที่ดี มีการจัดขั้นตอนการสรรหาคนที่เหมาะสมจากจุดเล็กๆ นำไปสู่การขยับที่สูงขึ้น ไม่ใช่เริ่มต้นจากนายรัฐมนตรีไปเจรจากับกลุ่ม นปช.ซึ่งเป็นการทำที่ไม่มีกระบวนการเป็นการข้ามไปสู่สาระ ผลที่ออกมาคือไม่สามารถตกลงกันได้ บรรยากาศแทนที่จะดีกับไม่ดี เพราะมีการกล่าวหากันในที่สาธารณะ ต้องมีการสรรหาคนกลางที่เป็นที่ยอมรับให้ได้ และต้องหากติกาว่าจะใช้กติกาแบบไหน

2.ต้องทัศนคติซึ่งถือเป็นสามเส้า สันติวิธีป้องกันแก้ไขความขัดแย้ง ต้องมีทัศนคติที่เป็นบวก ไม่ถึงกับรักใคร่ปรองดองกัน แต่สามารถคุยกันได้ จากนั้นค่อยเริ่มคุยกันในประเด็นที่

3.คือ สาระ โดยเริ่มจากคุยกันจากเรื่องง่ายๆ ไป หากยากขึ้นไปและทำสัญญาประชาคม มีกลไกติดตามดูแลข้อตกลงให้มีความต่อเนื่อง แผนปรองดองเป็นแผนข้างเดียว คิดข้างเดียว ไม่ใช่ข้อตกลง จะมีฝ่ายต่อต้านไม่เห็นด้วยเป็นธรรมดา อะไรที่คิดข้างเดียวจะมีปัญหา ถูกต้องแต่เนื้อในยังมีปัญหา

นายไพบูลย์ ยังกล่าวถึงทฤษฎีสามเหลี่ยมเขยื้อนภูเขาของ น.พ.ประเวศ วะสี ที่ใช้พลังทางสังคม พลังปัญญา และพลังอำนาจรัฐ เข้ามาช่วยการแก้ไขปัญหา เพราะความขัดแย้งเป็นเรื่องธรรมชาติ แต่ความขัดแย้งสามารถนำไปสู่การแปรเปลี่ยนไปสู่การสร้างสรรค์ จากสู้เป็นสร้าง เราต้องสร้างก่อนซ่อม หากเราสร้างก่อนซ่อมจะไม่มีคนตายกว่า 80 คน คนเจ็บเป็นพัน อาคารบ้านเรือนเสียหายเป็นหมื่นเป็นแสนล้านบาท การสร้างต้องลงทุนมาก ซึ่งรัฐบาลและนายกฯได้ลงทุนด้วยการตั้งคณะกรรมการชุดต่างๆ และการมุ่งสู่การลดความเหลื่อมล้ำสร้างความเป็นธรรม ต้องเริ่มต้นจากตัวเรา ไม่ใช่ไปเสนอให้คนอื่นปฏิรูปแต่ตัวเองไม่ทำ ถือว่าไม่เป็นธรรม เพราะชี้นิ้วสั่งคนอื่นแต่ตัวเองไม่ทำอะไร

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงท้ายการบรรยาย นายไพบูลย์ ได้กล่าวชื่นชมนายอภิสิทธิ์ว่า ส่วนตัวแล้วชื่นชมและให้ความเคารพนับถือนายอภิสิทธิ์ ที่กำลังสร้างความปรองดองมีปณิธานที่ถูกต้องเพื่อนำไปสู่การปฏิรูปประเทศให้ดีกว่า ถ้าทำได้ก็จะเป็นสัตตอภิสิทธิ์คือเป็นคนดี และถ้าทำได้สำเร็จคนเป็นสัตตบุรุษ ซื่อตรงตามภาษาบาลีก็จะเรียกว่า สิทธัตถะ ที่แปลว่าผู้สำเร็จความมุ่งหมายซึ่งไม่ได้ใช้เฉพาะกับพระพุทธเจ้าเท่านั้น เรียกนายอภิสิทธิ์ว่า จาก “สัตตอภิสิทธิ์” เป็น “อภิสิทธัตถะ” ขอเอาใจช่วยนายกฯด้วยความจริงใจ และมีคนไทยจำนวนมากเอาใจช่วยนายกฯ แต่คนไม่ชอบนายกฯ ก็มี ซึ่งเป็นธรรมชาติ เพราะแม้แต่พระพุทธเจ้ายังมีคนไม่ชอบได้ แต่เชื่อว่าคนส่วนใหญ่เอาใจช่วยนายกฯ


noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #8 เมื่อ: 20 ส.ค. 10, 03:16 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ไข้หวัด2009 ไข้หวัดใหญ่ ที่ระบาดทั่วโลก
http://health.kapook.com/view2410.html




เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม

ข่าวคราวการแพร่ระบาดของ โรคไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ 2009 หรือ ไข้หวัด2009 ปรากฎให้เห็นมาตั้งแต่เดือนมีนาคม 2552 แล้ว และยังระบาดไปทั่วโลกไม่เว้นแม้แต่ประเทศไทย ที่มีผู้ติดเชื้อจำนวนมาก ดัง นั้นโรคไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ 2009 จึงไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป วันนี้กระปุกจึงนำเรื่องราวของโรค ไข้หวัด2009 มาบอกต่อเพื่อเป็นความรู้ค่ะ


รู้จักโรคไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ 2009 ( ไข้หวัด2009 )


โรคไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ 2009 ( ไข้หวัด2009 ) มี ชื่อเรียกในประเทศต่างๆ หลายชื่อ คือ ไข้หวัดเม็กซิโก, ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เอชวัน เอ็นวัน 2009, ไข้หวัดใหญ่จากสุกร (Swine Influenza) เป็นต้น เป็นไข้หวัดใหญ่ ชนิดเอ ตามปกติมีการระบาดในหมูเท่านั้น สามารถพบได้ทั้งในหมูเลี้ยง และหมูป่า ซึ่งมีหลากหลายสายพันธุ์ ทั้ง H1N1, H1N2 และ H3N2 แต่บางครั้งหมูอาจมีเชื้อไข้หวัดอยู่ในตัวมากกว่า 1 ชนิด ซึ่งอาจทำให้เกิดการผสมกันของยีนได้ ทำให้เกิดเป็นไวรัสชนิดใหม่ที่สามารถข้ามสายพันธุ์มาติดต่อยังมนุษย์ได้ เริ่มต้นจากการสัมผัสกับหมูที่เป็นโรค

สำหรับโรคไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ 2009 ( ไข้หวัด2009 ) ที่ เริ่มแพร่ระบาดในประเทศเม็กซิโก และสหรัฐอเมริกา ก่อนจะแพร่ระบาดไปหลายๆ ประเทศทั่วโลกนั้น เกิดจากเชื้อไข้หวัดใหญ่ ชนิดเอ สายพันธุ์ เอช 1 เอ็น 1 (H1N1) ซึ่งเป็นไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ของคน และไม่เคยพบมาก่อน เนื่องจากเป็นการผสมกันของสารพันธุกรรมไข้หวัดใหญ่ในมนุษย์, ไข้หวัดนกที่พบในทวีปอเมริกาเหนือ และไข้หวัดหมูที่พบในทวีปเอเชีย และยุโรป ทำให้องค์การอนามัยโลกต้องเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ 2009 เนื่องจากหวั่นวิตกว่า เชื้อ H1N1 อาจจะกลายพันธุ์เป็นสายพันธุ์ที่อันตรายยิ่งขึ้น

วิวัฒนาการไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ 2009 ( ไข้หวัด2009 )


ก่อนที่ไข้หวัดหมูดั้งเดิมจะกลายพันธุ์เป็นไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ 2009 นั้น ไข้หวัดหมูสายพันธุ์ดั้งเดิม พบมาตั้งแต่ ค. ศ.1918-1919 ในช่วงที่ไข้หวัดใหญ่สเปน (Spanish Flu) ระบาดครั้งใหญ่ทั่วโลก จนมีผู้เสียชีวิตประมาณ 50 ล้านคน ส่วนใหญ่อายุ 20-40 ปี และตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป จากนั้นโรคไข้หวัดหมูได้แพร่ระบาดในช่วงต่างๆ ก่อให้เกิดโรคในคนอยู่มากกว่า 50 ราย โดยผู้ป่วย 61% มีประวัติสัมผัสหมู และมีอายุเฉลี่ย 24 ปี หลังจากนั้นใน ค.ศ.1974 ไข้หวัดหมูได้แพร่ระบาดในค่ายทหาร (Fort Dix) ที่รัฐนิวเจอร์ซี่ มีผู้ป่วย 13 ราย เสียชีวิต 1 ราย โดยที่อีก 230 ราย ติดเชื้อแต่ไม่มีอาการ หรือมีอาการแต่น้อยมาก ทั้งหมดนี้ไม่มีประวัติสัมผัสหมู ซึ่งแสดงว่าน่าจะมีการพัฒนาจนมีการติดต่อจากคนสู่คน

ต่อมาใน ค.ศ.1988 หญิงตั้งครรภ์คนหนึ่งเสียชีวิตในรัฐวิสคอนซิน และมีประวัติสัมผัสหมู จึงเกิดการสงสัยว่าไข้หวัดหมูอาจไม่ใช่พันธุ์หมูล้วน (classic H1N1) จนกระทั่งปี ค.ศ.1998 จึงพิสูจน์พบว่า หมูที่เลี้ยงในประเทศสหรัฐอเมริกา มีไวรัสไข้หวัดหมูกลายพันธุ์ โดยมีพันธุกรรมผสมระหว่างหมู คน และนก เกิดสายพันธุ์ผสม (Triple assortant virus) H3N2, H1N2, และ H1N1 (วารสารโรคติดเชื้อ JID 2008) และสายพันธุ์ผสมนี้ยังพบได้ในเอเชีย และแคนาดา

จากนั้นในเดือนพฤศจิกายน 2008 ได้พบไข้หวัดหมูผสมสายพันธุ์ใหม่ (H1N1) ที่ประเทศสเปน จากหญิงอายุ 50 ปีที่ทำงานในฟาร์มหมู โดยมีอาการไข้ ไอ เหนื่อย ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ คันคอ คันตา และหนาวสั่น แต่อาการเหล่านี้หายไปได้เอง โดยไม่ต้องเข้ารับการรักษาใดๆ จึงไม่มีการคาดการณ์ว่า ไข้หวัดหมูสายพันธุ์ใหม่จะเป็นอันตรายมากนัก

จนกระทั่งล่าสุด เกิดการแพร่ระบาดของไข้หวัดหมู หรือที่มีการบัญญัติชื่อใหม่ว่า ไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ 2009 ( ไข้หวัด2009 ) ลามไปทั่วโลก และมีการยืนยันอย่างแน่ชัดว่า โรคนี้สามารถแพร่กันระหว่างคนสู่คน เนื่องจากเชื้อโรคได้วิวัฒนาการอย่างสมบูรณ์แล้ว

การติดต่อโรคไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ 2009 ( ไข้หวัด2009 )

เชื้อไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ 2009 ( ไข้หวัด2009 ) มีการติดต่อเหมือนกับโรคไข้หวัดใหญ่ในคนทั่วไป และเชื้อจะมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา โดยระยะฟักเชื้อของ ไข้หวัด2009 นั้นอยู่ที่ประมาณ 3-7 วัน หากผู้ป่วยได้รับเชื้อมากระยะฟักตัวก็จะเร็ว ซึ่งทั้งนี้จะขึ้นอยู่กับตัวผู้ป่วยด้วยว่าสุขภาพร่างกายแข็งแรงมากน้อยแค่ ไหน

ทั้งนี้เชื้อโรคจะอยู่ในเสมหะ น้ำมูก น้ำลายของผู้ป่วย และสามารถแพร่กระจายไปยังผู้อื่นด้วยการไอ หรือจามรดกันในระยะใกล้ชิด รวมทั้งติดต่อกันทางลมหายใจ หากอยู่ใกล้ชิดผู้ติดเชื้อ และสามารถติดต่อได้จากมือ หรือสิ่งของที่มีเชื้อปนเปื้อนอยู่ ทั้งนี้เชื้อโรคจะเข้าสู่ร่างกายทางจมูกและตา เช่น การแคะจมูก การขยี้ตา ซึ่งสามารถแพ้เชื้อได้ ตั้งแต่ผู้ติดเชื้อยังไม่ปรากฎอาการ หรือหลังจากปรากฎอาการไข้แล้ว

ขณะที่นักวิชาการขององค์การอนามัยโลก ระบุไว้ว่า โรคไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ 2009 ( ไข้หวัด2009 ) มี อัตราการแพร่ระบาดมากกว่าโรคซาร์ส และไข้หวัดนก แต่อัตราการเสียชีวิตมีน้อยกว่า คืออยู่ที่ร้อยละ 5-7 ขณะที่โรคไข้หวัดนกมีอัตราการเสียชีวิตสูงถึงร้อยละ 60

อาการของโรคไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ 2009 ( ไข้หวัด2009 )

เมื่อเชื้อไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ 2009 ( ไข้หวัด2009 ) เข้า สู่ร่างกายจะมีระยะฟักตัวประมาณ 1 สัปดาห์ ก่อนจะปรากฎอาการที่คล้ายกับผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่ธรรมดา แต่มีอาการรุนแรงกว่าและรวดเร็วกว่า นั่นคือ มีไข้สูงราว 38 องศาเซลเซียส ปวดเมื่อยตามร่างกาย ตามข้อ ไอ มีน้ำมูก มีเสมหะ ปอดบวม เบื่่ออาหาร บางรายอาจท้องเสีย คลื่นไส้ อาเจียน จากนั้นเชื้อจะแพร่เข้าสู่กระแสโลหิต จึงทำให้เกิดเยื่อหุ้มสมองอักเสบ ผู้ป่วยจะมีการทรงตัวผิดปกติ เดินเอนไปเอนมาเหมือนคนเมาสุรา นอกจากนี้อาจสูญเสียการได้ยินจนถึงขั้นหูหนวกได้ และอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตหากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #9 เมื่อ: 20 ส.ค. 10, 03:19 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 



ระยะติดต่อของโรค ไข้หวัด2009

ระยะติดต่อหมายถึงระยะเวลาที่เชื้อสามารถติดต่อไปยังผู้อื่น ระยะเวลาที่ติดต่อคนอื่นคือ 1 วันก่อนเกิดอาการ ห้าวันหลังจากมีอาการ ในเด็กอาจจะแพร่เชื้อ 6 วันก่อนมีอาการ และแพร่เชื้อได้ นาน 10 วัน

โรคแทรกซ้อนที่สำคัญของ ไข้หวัด2009

ผู้ป่วยที่ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ 2009 ( ไข้หวัด2009 ) มี ความเสี่ยงที่จะเป็นโรคปอดอักเสบตามมา รวมถึงหัวใจวาย และอาจจะทำให้เกิดเยื่อหุ้มสมองอักเสบ ซึ่งโรคแทรกซ้อนนี้สามารถคร่าชีวิตได้ หากผู้ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ อยู่ในกลุ่มเสี่ยง เช่น เด็กเล็ก, ผู้สูงอายุ และหญิงตั้งครรภ์ รวมถึงผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน และติดยาเสพติด เป็นต้น


ผู้ป่วย ไข้หวัด2009 ควรจะพบแพทย์เมื่อไร


ผู้ที่เดินทางกลับมาจากต่างประเทศ หรือมีประวัติสัมผัสกับผู้ที่ต้องสงสัยติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ 2009 แล้วพบว่าตัวเองมีไข้สูง 38.5 องศา มีไข้นานเกิน 7 วัน เจ็บหน้าอก ปวดท้อง อาเจียน มีจุดเลือดตามตัว ตาเหลือง เจ็บคอมาก มีเสมหะสีเขียวๆ เหลืองๆ ผิวสีม่วง หรือได้พยายามรักษาตัวเองแล้ว แต่ยังไม่หาย ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจร่างกาย ด้วยวิธี PCR ซึ่งการตรวจด้วยวิธีนี้สามารถหาเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ได้ภายใน 24 ชั่วโมง และควรเข้ารับการตรวจรักษาภายในห้องตรวจพิเศษ Negative Pressure เพื่อป้องกันการกระจายของเชื้อไวรัสต่อไปยังผู้อื่น

การรักษาโรคไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ 2009 ( ไข้หวัด2009 )


องค์การอนามัยโลก ระบุว่าการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ ยังไม่สามารถป้องกัน และรักษาโรคไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ 2009 ( ไข้หวัด2009 ) นี้ได้ แต่จากผลการทดสอบในห้องทดลองทางวิทยาศาสตร์บ่งชี้ว่า ไวรัสสายพันธุ์ใหม่นี้ สามารถรักษาได้ด้วยยาปฏิชีวนะ คือ

1. "โอเซลทามิเวียร์" (ชื่อทางการค้าว่า ทามิฟลู) เป็นยาที่สามารถใช้ได้ตั้งแต่เด็กอ่อนถึงผู้ใหญ่ มีตัวยาทั้งที่เป็นเม็ดและเป็นน้ำ แต่มีผลข้างเคียง ที่พบบ่อยที่สุด คือ อาการคลื่นไส้ อาเจียน นอกจากนั้นในเด็กอาจมีอาการปวดท้อง เลือดกำเดาออก ปัญหาเรื่องหู และโรคตาแดง

2."ซานามิเวียร์" (ชื่อทางการค้าว่า รีเลนซา) เป็นยาที่ใช้ได้เฉพาะในผู้ป่วยอายุมากกว่า 5 ปี และไม่แนะนำให้ใช้ในคนที่เป็นโรคปอดเรื้อรัง เช่น โรคหืด หรือผู้ป่วยในสถานพยาบาล และผู้ที่มีอาการแพ้สารแลคโตส ตัวยามีลักษณะเป็นเบบชนิดพ่นเท่านั้น ผลข้างเคียงของยานี้คือ เพิ่มความเสี่ยงของอาการหายใจลำบาก ในเด็กวัยเล็กและวัยรุ่น อาจมีความเสี่ยงสูงขึ้นจากอาการชัก อาการสับสน ความประพฤติผิดปกติ ซึ่งอาจเกิดจากไข้หวัดใหญ่ในระยะแรก

ทั้งนี้ ยาทั้งสองชนิด สามารถป้องกันเชื้อไวรัสไม่ให้แตกตัว แต่ต้องรับยาภายใน 48 ชั่วโมง เพราะมีโอกาสที่เชื้อไวรัสจะกลายพันธุ์ได้อีกในอนาคต นอกจากนี้ ยังมีการผลิตวัคซีนป้องกัน โรคไข้หวัดใหญ่ 2009 ออกมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว


วัคซีนโรค ไข้หวัดใหญ่ 2009

วัคซีนสำหรับรักษาโรค ไข้หวัดใหญ่ อาจไม่สามารถป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ได้ แต่ก็ป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ ที่จะเกิดขึ้นตามฤดูกาลได้ ซึ่งอาจจะช่วยป้องกันไม่ให้ ไข้หวัดใหญ่ ตามฤดูกาล ผสมกับ ไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ จนกลายพันธุ์เป็นพันธุ์ที่รุนแรงมากกว่าเดิม

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันนี้ได้มีการผลิตวัคซีนป้องกัน โรคไข้หวัดใหญ่ 2009 ออกมาเป็นผลสำเร็จ และกระจายไปยังหลาย ๆ ประเทศทั่วโลก สำหรับกระทรวงสาธารณสุข ได้กำหนดให้คน 5 กลุ่ม เป็นกลุ่มเสี่ยงซึ่งต้องเข้ารับการฉีดวัคซีน ไข้หวัดใหญ่ 2009 ก่อน ซึ่งได้แก่

1.แพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ด่านหน้าดูแลผู้ป่วย

2.หญิงตั้งครรภ์อายุครรภ์มากกว่า 3 เดือน

3.ผู้ที่มีน้ำหนักมากกว่า 100 กิโลกรัม

4.ผู้พิการที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้

และ 5.ผู้ป่วยโรคเรื้อรังอายุ 6 เดือน–64 ปี ได้แก่ โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง หอบหืด โรคหัวใจทุกประเภท โรคหลอดเลือดสมอง โรคไตวาย ผู้ป่วยมะเร็งที่อยู่ระหว่างรับเคมีบำบัด โรคธาลัสซีเมียที่มีอาการรุนแรง ผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง เบาหวานที่มีและไม่มีโรคแทรกซ้อน

โดยผู้ใหญ่ฉีดครั้งเดียวคนละ 0.5 ซีซี. ที่ต้นแขน เด็กเล็กฉีดที่หน้าขา โดยเด็กอายุมากกว่า 6 เดือน-9 ปี ฉีด 2 ครั้ง ห่างกัน 1 เดือน หลังฉีดวัคซีน 2 สัปดาห์ ร่างกายจะสร้างภูมิต้านทานโรคไข้หวัดใหญ่ 2009

ทั้งนี้ กลุ่มเสี่ยงที่ห้ามฉีดวัคซีนไข้หวัด ใหญ่ 2009 ได้แก่ เด็กที่อายุน้อยกว่า 6 เดือน ผู้ที่แพ้ไข่ขาว หรือสารเคมีอื่นที่อยู่ในวัคซีน รวมทั้งผู้ที่เคยฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่แล้วมีอาการแพ้รุนแรง


การป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ 2009 ( ไข้หวัด2009 )


โรคไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ 2009 ( ไข้หวัด2009 ) เป็น ไข้หวัดใหญ่ที่ติดต่อจากคนสู่คน ซึ่งวิธีการป้องกันการติดต่อของโรคได้ดีที่สุด คือ การรักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอ โดยการออกกำลังกาย รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ อีกทั้งควรหลีกเลี่ยงการไปในที่ชุมชน หรือสถานที่แออัด และล้างมือบ่อยๆ รวมทั้งผู้ที่ป่วยเป็นหวัด ควรสวมหน้ากากอนามัย เพื่อป้องกันโอกาสการกลายพันธุ์ของเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ที่จะเข้าไปผสมกับไวรัสไข้หวัดใหญ่ประจำฤดูกาลในตัวผู้ป่วย ซึ่งอาจจะทำให้เกิดเชื้อใหม่ที่มีความรุนแรงเพิ่มขึ้น ดื้อยาเพิ่มขึ้น และแพร่ระบาดจากคนสู่คนมากขึ้นต่อไป

นอกจากนี้หากใครที่เดินทางกลับมาจากต่างประเทศ และมีไข้สูง ให้รีบไปพบแพทย์โดยทันที เพื่อจะได้เฝ้าระวังและรักษาได้ทัน


แม้ว่าโรคไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ 2009 ( ไข้หวัด2009 ) จะมีอัตราการเสียชีวิตของผู้ติดเชื้อไม่มากนัก แต่ก็เป็นโรคที่ยังคงระบาดอยู่อย่างต่อเนื่อง ดังนั้นเราควรรักษาสุขภาพให้แข็งแรง และล้างมือบ่อยๆ เพื่อกำจัดเชื้อโรคออกไปนั่นเอง
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #10 เมื่อ: 20 ส.ค. 10, 03:42 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ไข้หวัด2009 วิธีป้องกัน ไข้หวัดใหญ่ h1n1 ไข้หวัด2009
http://hilight.kapook.com/view/38460




วิธีป้องกัน ไข้หวัดใหญ่ ไข้หวัด2009


วิธีการป้องกันตัวจาก ไข้หวัด2009 ความรู้เรื่อง ไข้หวัดใหญ่ แบบง่ายๆ (Pantip)

โดย หมอแมว



ไข้หวัด2009 หรือ ไข้หวัดใหญ่ ตามสื่อยังไม่เห็นบอกวิธีป้องกันตัว ไข้หวัด2009 แบบชัดๆ วันนี้หมอแมว มีข้อแนะนำ เรื่อง ไข้หวัด2009 มาฝาก

ไข้หวัดใหญ่2009 ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด แต่ก็ไม่ควรประมาท และในอนาคตอาจจะเกิดการระบาดของไข้หวัดใหญ่ที่รุนแรงกว่านี้ได้ และยังรวมไปถึงเรื่องโรคติดต่อทางเดินหายใจโรคอื่นๆ ที่ระบาดกันทุกๆ ปี และวันนี้หมอแมวขอนำเสนอเกร็ดเล็กเกร็ด น้อย ที่เกี่ยวกับการรักษาสุขอนามัยส่วนบุคคล ที่จะช่วยให้คุณและสังคมรอบข้างรอดพ้นจากการแพร่ระบาดของเชื้อโรค ไข้หวัด2009

การแพร่เชื้อ ไข้หวัด2009 เกิดขึ้นได้ยังไง

เวลาเราหายใจ พูด ไอ หรือจาม จะมีละอองฝอยของหยดน้ำลอยออกมาจากร่างกายของเรา (Droplets) หยดน้ำเล็กเหล่านี้สามารถลอยฟุ้งไปในอากาศได้ และในระหว่างที่มันยังไม่ระเหยไปเชื้อโรค ไข้หวัด2009 ที่อยู่ในนั้นก็ยังสามารถแพร่ไปยังคนรอบข้างได้ ซึ่งระยะอันตราย คือ 1 เมตร ส่วนระยะการจามอาจจะไกลถึง 3 เมตร ดังนั้น ถ้าอยู่ใน กทม. แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย ที่เราจะหลีกเลี่ยงละอองเหล่านี้



ถ้าไม่มีหน้ากาก ทำอย่างไรถึงจะป้องกัน ไข้หวัด2009


ถ้า ไม่มีหน้ากากให้จามใส่ทิชชู่ จากนั้นก็ทิ้ง แต่ถ้าไม่มีจริงๆ ก็ควรจะใช้อะไรมาบังปากไว้ แต่ปัญหาคือถ้าเราใช้มือ พอเราเดินไปก็จะเอาน้ำลายไปป้ายที่อื่นๆ ได้ ดังนั้น จึงขอแนะนำว่าเวลาไอ จาม ให้ไอ จาม ใส่ข้อพับแขน เป็นคำแนะนำที่กองควบคุมโรคของสหรัฐอเมริกาแนะนำกัน


อาการไข้หวัดใหญ่ ไข้หวัด2009



ใส่หน้ากากป้องกัน ไข้หวัด2009 อย่างไร


วิธีการใส่หน้ากากอนามัยป้องกัน ไข้หวัด2009 อย่างถูกต้อง คือ การใส่แล้วทำให้อากาศผ่านตัวหน้ากาก เพราะหน้ากากจะได้กรองเอาละอองไป ส่วนการใส่หน้ากากที่ไม่มิดชิดหรือมีรูรั่วจะไม่เกิดประโยชน์ในแง่การกรอง เลย อาจจะแค่ป้องกันละอองใหญ่ๆ ที่กระเด็นมาโดนหน้า


หน้ากากอนามย ป้องกัน ไข้หวัด2009


1. ใส่ N95 แต่ใส่ไม่มิด...ป้องกันละอองไม่ได้ ไม่เท่
2. หน้ากากทักซิโด้ ไม่คลุมจมูก...ป้องกันไม่ได้ แต่เท่
3. หน้ากากแสงจันทร์...โอเค คลุมมิด พอป้องกันได้...ดูไม่เท่เท่าไหร่

จะเลือกเท่หรือเลือกติด ไข้หวัด2009 ก็ต้องเลือกเอา

สำหรับคนที่ไปซื้อหน้ากากอนามัยมาจากร้านต่างๆ แล้วไม่แน่ใจว่าใส่ถูกหรือไม่ ผมทำเป็นคลิปมาให้ดู



การใส่หน้ากากป้องกัน ไข้หวัด2009 ให้ได้ผล


noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #11 เมื่อ: 20 ส.ค. 10, 03:43 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
การล้างมือป้องกัน ไข้หวัด2009

บางคนอาจจะสงสัยว่า เชื้อหวัดมันมากับอากาศ แล้วเราจะล้างมือไปทำไม ช่วยอะไรได้หรือ คงต้องย้อนกลับไปดูที่ภาพการแพร่เชื้อทางอากาศ จะเห็นว่าขนาดของอนุภาคที่ออกมามีตั้งแต่เล็กไม่กี่ไมครอน ไปจนกระทั่งถึง 1,000 ไมครอน เมื่ออนุภาคลอยออกมา พวกที่เล็กมากๆ จะระเหยไปและเชื้อก็ตายไป พวกที่เล็กปานกลางลอยไปได้ประมาณ 1-3 เมตร และลอยเข้าจมูกไปได้ ส่วนพวกที่ขนาดใหญ่ๆ บางทีจะติดตามมือที่เอาไปบังปากเวลาไอ จากนั้นก็ไปจับลูกบิดประตู จับโต๊ะ ทำให้เชื้อไปเปื้อนตามพื้นผิว คนที่เดินตามมาทีหลังจับเข้าไป เชื้อก็ไปอาศัยความชื้นจากเหงื่อในมือทำให้อยู่ได้นานขึ้น สุดท้ายพอเอามือไปขยี้ตา แคะจมูก หรือหยิบของเข้าปาก เชื้อโรคก็แล่นเข้าได้อย่างรวดเร็ว

เชื้อ ไข้หวัด2009 จะติดตามมือได้ไหม

บางคนอาจจะมองว่าเว่อร์เกินไปหรือเปล่า มาทำให้ตระหนก งั้นมาฟังเรื่องนี้…

ชายพิการแขนขาขยับไม่ได้คนหนึ่ง ไปโรงพยาบาลเพื่อไปตรวจร่างกายตามนัดปกติ เมื่อไปถึงเจ้าหน้าที่ก็ได้ตรวจหน้าท้องของชายคนนั้น เป็นหน้าท้องแห้งๆ ไม่ได้สกปรกอะไร คุณคิดว่าจะต้องล้างมือหรือไม่? ทั้งที่ไม่มีอะไรเปียกชื้น




คำตอบอยู่ในภาพ ชายพิการคนนั้นมีการตรวจพบว่ามีเชื้อ MRSA ซึ่งเป็นเชื้อโรคดื้อยาอยู่ในช่องจมูก และเมื่อเอามือเจ้าหน้าที่ที่ตรวจหน้าท้องไปป้ายเจลเพาะเชื้อ ก็พบว่ามีเชื้อ MRSA ซึ่งเป็นเชื้อดื้อยาอยู่จริงๆ ดังนั้น หวัด...แม้ว่าจะเป็นไวรัสซึ่งแตกต่างจาก MRSA แต่ว่ามันก็มีความเสี่ยงที่จะติดได้ ที่สำคัญ...ที่เราเน้นกัน เราไม่ได้ป้องกันแต่หวัดอย่างเดียว เราต้องการป้องกันโรคอื่นๆ ไปด้วยพร้อมกัน ซึ่งการล้างมือนั้นช่วยได้

การล้างมือ การป้องกัน ไข้หวัด2009 ที่ถูกวิธีมีอย่างไร


จากการรณรงค์ให้ล้างมือเป็นเวลา 10 กว่าปี อุปสรรคสำคัญ คือ จำไม่ได้ว่าต้องล้างอย่างไร สมัย 10 ปีก่อน มีการล้างมือ 7 ขั้นตอน ซึ่งถ้าให้ท่องผมก็จำไม่ได้หรอก (แต่ทำเป็น) และคิดว่านั่นคือสาเหตุหนึ่งที่คนอาจจะยังไม่ชอบการล้างมือให้ถูกวิธี เพราะคิดว่ายุ่งยากจนเกินไป กับการมานั่งจำว่าต้องล้างอย่างไร



การป้องกัน ไข้หวัด2009


ภาพนี้เป็นภาพที่ผมเห็นภาพแรกๆ เมื่อสัก 10 ปีก่อน และค่อนข้างชัดเจน อาจจะนำไปลองหัดกันได้ แต่ถ้ารู้สึกว่ายังมากวิธีเกินไป เดี๋ยวเรามาดูวิธีอื่นกัน

การล้างมือ 6 ขั้นตอน ป้องกัน ไข้หวัด2009


กระทรวงสาธาณสุข วิทยาลัยแพทยศาสตร์กรุงเทพมหานครและวชิรพยาบาล และหน่วยงานที่รับผิดชอบด้านสาธารณสุข ได้ประชาสัมพันธ์ให้ทุกคนล้างมือให้ครบ 6 ขั้นตอน เพื่อลดการติดเชื้อ

วิธีล้างมือ 6 ขั้นตอน ป้องกัน ไข้หวัด2009

* หน้ามือ 2 ถูฝ่ามือซอกนิ้ว ปลายนิ้ว และลายเส้น
* หลังมือ 2 ถูหลังมือ ซอกนิ้ว เน้นข้อต่างๆ
* หมุน 2 หมุนหัวแม่มือ และข้อมือ อย่างเบาบาง

จริงๆ มันมีแค่ 3 ขั้นตอนเท่านั้นเอง เพียงแต่ว่าเค้านับมือทั้ง 2 ข้าง แยกขั้นตอนกัน ดังนั้น ง่ายมากๆ เลย (รายละเอียดเข้าไปดูได้ที่นี่)

แต่ถ้ายังไม่แน่ใจว่าล้างยังไง เรามาดูคลิปตัวต่อไปกัน



วิธีการล้างมือแบบ 6 ขั้นตอน


และคลิปนี้เป็นการล้างมือแบบเดิม แต่ผมทำเน้นๆ ให้ดูมือเดียว เพื่อให้เห็นกันชัดๆ ส่วนที่จะเข้ามามีปัญหาคือส่วนที่แคะ แกะ เกา หรือปลายนิ้วนั่นเอง ดังนั้น เวลาล้างทุกครั้งต้องใช้ปลายนิ้วถูลงไป จำอะไรไม่ได้เลย ก็ล้างเน้นปลายนิ้วมือ



วิธีล้างมือ 6 ขั้นตอน ป้องกัน ไข้หวัด2009


สรุปแล้วมาตรการแบบบ้านๆ ในการป้องกันเชื้อหวัดและเชื้อโรคที่มากับอากาศ มีดังนี้...

1. ไอ จามใส่ผ้าหรือกระดาษทิชชู่ (ใช้แล้วทิ้งให้เป็นที่)
2. ถ้าไม่มีจริงๆ ให้ไอ จามใส่ข้อพับแขน
3. ถ้ามีหน้ากากอนามัย ก็ให้คนที่ไอใส่
4. ล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ หรือ น้ำ + สบู่ โดยล้างตามขั้นตอนทั้ง 6


ล้างมือให้สะอาด ใส่หน้ากากอนามัย ป้องกันไข้หวัดใหญ่ ไข้หวัด2009 กันเถอะ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #12 เมื่อ: 22 ส.ค. 10, 00:23 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

วันที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2553 ปีที่ 20 ฉบับที่ 7205 ข่าวสดรายวัน
ไพบูลย์รุดมหาเถรฯ กราบขมา ยุติ"อภิสิทธัตถะ"
http://www.khaosod.co.th/view_news.php?newsid=TUROd01ERXdNakl4TURnMU13PT0=§ionid=TURNd01RPT0=&day=TWpBeE1DMHdPQzB5TVE9PQ==

รับผิดพูดชื่นชมมาร์ค พระผู้ใหญ่อนุโมทนา องค์กรพุทธไม่ติดใจ





อภิสิทธัตถะ -นาย ไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม คณะกรรมการสมัชชาปฏิรูปประเทศ (คสป.) นำพานดอกไม้ ธูปเทียน ขอขมาต่อที่ประชุมมหาเถรสมาคม เมื่อวันที่ 20 ส.ค. กรณียกย่องนายกฯ ว่าเป็นอภิสิทธัตถะ ซึ่งไม่เหมาะสม

ยุติ ศึกวาทกรรม "อภิสิทธัตถะ" แล้ว "ไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม" กก. สมัชชาปฏิรูป เข้ากราบขอขมาต่อพระรัตนตรัย และมหาเถรสมาคมทุกรูป กลางที่ประชุม หลังนำพระ นามพระพุทธเจ้า กล่าวยกย่องนายกฯ อภิสิทธิ์ ยอมรับเป็นความประมาท ยันไม่มีเจตนาลบหลู่ ขอโทษพุทธศาสนิกชน รับปากต่อไปจะระมัด ระวังคำพูด ด้านสมเด็จพระมหาธีราจารย์ ขออนุโมทนา ที่ประชุมมหาเถรฯ ไม่ติดใจแต่ประ การใด ขณะที่องค์กรพุทธพอใจ ไม่ติดใจเอาความใดๆ อีก

จากกรณีที่ นายไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม กรรมการสมัชชาปฏิรูป (คสป.) กล่าวยกย่องนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ว่า "การสร้างความปรองดอง หรือปฏิรูปประเทศ ถ้าทำได้จะเป็นนายอภิสิทธัตถะ" ต่อมาคณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร ได้ประชุมพิจารณาถึงคำพูดของนายไพบูลย์ พร้อมทั้งนิมนต์พระเทพดิลก ประธานกรรมการบริหารศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย ผู้ร้องเรียน และนาย ไพบูลย์ เข้าร่วมประชุมเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริง โดยนายไพบูลย์ ยอมรับว่าได้กล่าวเช่นนั้นจริง และจะเดินทางไปขอขมาต่อที่ประชุมมหาเถรสมาคม ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 20 ส.ค. ที่หอประชุมสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ อ.พุทธ มณฑล จ.นครปฐม สถานที่ประชุมมหาเถรสมาคม (มส.) นายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ ประธานคณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะและวัฒน ธรรม สภาผู้แทนราษฎร และนายไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม เดินทางนำพานดอกไม้ถวายแด่ สมเด็จ พระมหารัชมังคลาจารย์ กรรมการมหาเถรสมา คม และเจ้าอาวาสวัดปากน้ำ เพื่อขอขมาต่อ กรรมการมหาเถรสมาคมทุกรูป กรณีพูดยกย่องนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี

นายวิรุฬ กล่าวรายงานต่อที่ประชุมมหาเถรฯ ว่า คณะกรรมาธิการการศาสนาฯ ประชุมพิจารณาเรื่องวาทกรรมของนายไพบูลย์ เมื่อวันที่ 11 ส.ค.ที่ผ่านมา สรุปได้ว่า นายไพบูลย์ ยอมรับว่าได้กล่าวเช่นนั้นจริง แต่ไม่ได้มีเจตนา จาบจ้วง หรือลบหลู่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า อีกทั้งพร้อมจะขอขมาต่อพระรัตนตรัย กรรมการมหาเถรฯ และพุทธศาสนิกชนทั้งหลาย

ส่วนนายไพบูลย์ กล่าวว่า มาขอขมาต่อพระรัตนตรัย และที่ประชุมมหาเถรฯ ยอมรับว่าคำที่พูดไปเป็นความประมาท แต่ไม่ได้มีเจตนาที่จะลบหลู่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และพระ พุทธศาสนา ดังนั้น จึงมาขอขมาต่อมหาเถรฯ และขอโทษพุทธศาสนิกชน ที่ได้พูดไปเช่นนั้น ต่อไปจะระมัดระวังคำพูดที่จะกระทบต่อความรู้สึกของประชาชนเป็นสำคัญ

จาก นั้น สมเด็จพระมหาธีราจารย์ เจ้าอาวาสวัดชนะสงคราม หนึ่งในกรรมการมหาเถรฯ กล่าวว่า เรื่องที่เกิดขึ้นนี้ ทางคณะสงฆ์ได้ติด ตามข่าวสารอยู่ตลอดเวลา และเห็นว่ากรณีที่เกิดขึ้นไม่ได้มีความเกี่ยวข้องต่อที่ประชุมมหาเถรฯ แต่อย่างใด เป็นเพียงเรื่องระหว่างนายไพบูลย์ กับนายอภิสิทธิ์ เท่านั้น อย่างไรก็ตาม การที่นายไพบูลย์ มากราบขอโทษต่อพระรัตนตรัย และกรรมการมหาเถรฯ ถือเป็นเรื่องที่ดี จึงขออนุโมทนาในการกระทำครั้งนี้ด้วย อีกทั้งขอให้สบายใจได้ว่าที่ประชุมมหาเถรฯ ไม่ได้ติดใจในเรื่องนี้แต่ประการใด

ด้าน นายเสถียร วิพรมหา ตัวแทนเครือข่ายองค์กรชาวพุทธ กล่าวว่า หลังจากได้รับฟังนายไพบูลย์ขอขมาต่อที่ประชุมมหาเถรฯ และชาวพุทธแล้ว รู้สึกพอใจ จากนี้ไปกรณีอภิสิทธัตถะ ถือว่าจบ และไม่ติดใจเอาความใดๆ ทั้งสิ้นกับนายไพบูลย์อีก



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #13 เมื่อ: 22 ส.ค. 10, 23:10 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
บทความของคุณวโรทาห์มาแล้ว
http://www.internetfreedom.us/showthread.php?tid=4601
red-heart

บทความของคุณวโรทาห์มาแล้ว
ไปเยี่ยม blog ของคุณวโรทาห์มา

ยิ่งดิ้นยิ่งเสื่อม


เหิมเกริมเข้าขั้น ขนาดไปลากเอาพระนามเดิมของพระพุทธเจ้ามาล้อเล่นกันแล้ว เมื่อนกตะกรุมเฒ่าจอมสร้างภาพ ไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม โดดก๋าออกมายกก้นทรราช 100 ศพ ขึ้นชั้น"อภิสิทธัตถะ"เทียบเท่าพระพุทธเจ้า โดยไม่กลัวนรกจะกินกบาล

ถือเป็นปฏิบัติการ"เลีย"ที่สมบูรณ์แบบ ไร้ที่ติจริงๆ


ออก ลายมาเลย ออกลายมาให้เห็นกันชัดๆ กับอีกหนึ่งสมุนเครือข่ายอำมาตย์ แผนกฝีพายเรือโจร ผู้ทำหน้าที่พายเรือให้โจรนั่ง ลงทุนขายศักดิ์ศรี ขายจิตวิญญาณ เพียงเพื่อแลกกับยศฐาบรรดาศักดิ์ ทรัพย์สินเงินทอง

ที่รู้ทั้งรู้ว่า ไม่อาจใช้ชำระหนี้ตามกฎหมายในนรกได้

เอา บรรดาขาโจ๋วัยเล่นขี้ มารับจ๊อบงานใหญ่ ผลที่ได้มันก็ต้องเป็นอย่างนี้ แทนที่จะฉุดเหรตติ้งให้กระเตื้องขึ้นมาบ้าง มันกลับตาลปัตรปักหัวจมดิ่ง เสื่อมทรุดหนักข้อเข้าเนื้อไปกันใหญ่ ยิ่งออกฤทธิ์ออกเดชความเสื่อมยิ่งย่ามใจ เข้าย่ำยีบีฑาทำลายล้างระบอบโบราณพันปี อย่างไม่ปรานีปราศัย

ส่งผลให้คนแก่ใกล้ตาย ต้องไปยืนโบกมือหย็อยๆ อยู่ตามแยกหัวมุมถนน อย่างคนสิ้นหวัง

ถ้าจะบอกว่า "ยิ่งดิ้นยิ่งเสื่อม" ก็คงจะไม่ผิด

แต่ อย่างว่า ตราบใดที่พวกมันยังไม่บรรลัยวอดวายไปคาตา ประชาชนก็คงต้องตุ๊มๆต่อมๆ สลับกับอาการปวดหัวใจจี๊ดๆ ที่ต้องทนเห็นอยู่ตำตา ว่ามันโกงกินกันมูมมามขนาดไหน ขณะที่มือหนึ่งถือปืนไล่ยิงเจ้าบ้าน อีกมือหนึ่งก็เก็บกวาดทรัพย์สินใส่ย่ามอย่างอุกอาจ

ปากที่อยู่ว่างๆ ก็พล่าม "ปรองดองๆๆ"..แหลเอาตัวรอดไปวันๆ

ที่ น่าเจ็บใจคือ ดันมีกองเชียร์มืดบอดออกมาส่งเสียงเย้วๆ ยุส่งพวกโจรให้ปล้นบ้านตัวเอง เพราะสำคัญผิดคิดว่ากงจักรเป็นดอกบัว เข้าใจว่าทรัพย์ของตัว เป็นสมบัติมหาโจรไปซะฉิบ โจรมันปล้นญาติพี่น้องอยู่เหย็งๆ ดันส่งเสียงเชียร์มันตะบันราด เพียงเพราะหวังส่วนแบ่งที่กระเด็นมาให้ แค่เศษเนื้อข้างเขียง

สภาพอย่างนี้กระมัง ที่โบราณท่านเรียกว่า "อัปรีย์กินเมือง"

เรื่อง ราวทั้งหลายมันถึงได้วิปริตผิดเพี้ยนไปซะหมด กระเบื้องตันๆที่หนักอึ้งก็ดัน"เฟื่องฟูลอย" แต่ทีน้ำเต้าน้อยที่กลวงโบ๋กลับ"ถอยจม" นับประสาอะไร กระบวนการยุติธรรมจะไม่
เอียงกระเท่เร่ เป็นนกปีกด้วน แทนที่จะ"ยุติโดยธรรม" ก็กลายเป็น"ยุติความเป็นธรรม"ไปซะงั้น

กรม สอบสวนคดีพิเศษ ถูกแปรสภาพเป็นหน่วยเกสตาโป ออกไล่ล่าสังหารประชาชนคนเสื้อแดง อย่างเมามัน อยู่ๆตัวอธิบดีเอง ก็ออกมาสารภาพแทนผู้ต้องหาเป็นตุเป็นตะ ทั้งๆที่เจ้าตัวยังไม่ได้พูดอะไรสักแอะ

แต่ทีเมียตัวออกมาสารภาพเองอย่างหมดเปลือกว่า แอบ***พิเศษครั้งละแสนห้า ดันทำปากแข็ง ประกาศสู้ยิบตา

ยังไม่ต้องพูดถึงองค์กรอิสระ ที่เป็นอิสระจากประชาชน แต่ขึ้นตรงต่ออำมาตย์ ว่าจะออกลิงออกค่าง ซักขนาดไหน

จะ เอาแบบเร่งเกมเร็วม้วนเดียวจบเหมือนคดีเสื้อแดง หรือจะเอาแบบลากเลื้อยเจ็ดชั่วโคตรอย่างคดีเสื้อเหลือง ก็ไม่มีปัญหา ตบได้สั่งได้แล้วแต่ใจอำมาตย์

คดีเสื้อแดงไม่ว่าหนักว่าเบา มันเอาเข้าคุกลูกเดียว แต่ทีพันธมิตรขับรถไล่บี้ตำรวจ ดันได้รับความปราณีเป็นพิเศษให้รอลงอาญา ฐานที่ทำไปเพราะ"บันดาลโทสะ"ที่ถูกตำรวจล่วงเกินก่อน ทั้งๆที่มีหลักฐานอยู่ทนโท่ว่า ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์เขาทำตามหน้าที่กันแท้ๆ

จะทำยังไงได้ ในเมื่อวันนี้มันเป็นทีของอำมาตย์ อยากทำอะไรก็คงต้องเชิญทำไปตามที่เห็นสมควร แต่อย่าให้วันไหนถึงทีพวกไพร่ก็แล้วกัน

ถ้าประชาชน"บรรดาลโทสะ"เมื่อไหร่..แล้วพวกคุณจะหนาว

สื่อ สารมวลชน แทนที่จะเป็นกระบอกเสียงให้รากหญ้าผู้ด้อยโอกาส ดันไปรับใช้อำมาตย์ มาปิดหู ปิดตา ปิดปากประชาชน ข้ออ้างว่าทำไปเพราะเห็นแก่เงิน ก็"ฟังไม่ขึ้น" เพราะอาการระริกระรี้ กระดี๊กระด๊าให้ท่าอำมาตย์ มันฟ้องอยู่ในตัว

ถ้าจะยกระดับสื่อไทย ให้ขึ้นชั้นเทียบกับโสเภณี ก็คงเปรียบได้กับโสเภณีโดยสันดาน ผู้ถือคติประจำใจ "เงินย่อมไม่สำคัญไปกว่าความเสียว" ถ้าถูกใจใช่เลย รับรองบริการให้ฟรีไม่มีชาร์จ แถมจับพลัดจับผลู จะมีแอบติ๊ปให้ตาค้างอีกต่างหาก

ประเภทโสเภณีจำเป็น ถูกบังคับ***นั้น มีน้อยซะยิ่งกว่าน้อย นับยังไงก็คงไม่ครบสิบนิ้ว

ไม่ใช่สิ! ถ้าไล่เรียงกันดูจริงๆ ยังได้ไม่ถึงห้านิ้วด้วยซ้ำไป

จึง ไม่แปลกที่ความโกหกจะระบาดไปทั่วทุกวงการ ก็ขนาดคำว่า "ขอคืนพื้นที่" กับ "กระชับพื้นที่" ยังส่งให้จอมแหลอย่างมาร์ค 100 ศพ ขึ้นชั้นผู้ใช้ภาษาไทยดีเด่น ตีคู่ไปกับพันธมิตรห่มเหลือง "มหา ว.สี่ตาพาซวย" ผู้ที่สามารถใช้ภาษาไทย เทศนาอย่างพลิกพลิ้ว ชนิดมะกอกสามตะกร้าปาไม่ถูก

จาก"เป็นกลาง=เป็นก้าง" สมัยม็อบพันธมิตร มาถึง"เสียใจที่คนไทยเลือกข้าง" ในยุคม็อบเสื้อแดง เล่นเอาอุบาสกอุบาสิกาพากันตีหน้าเหวอ ว่านี่ "หลงพี่" จะเอายังไงกันแน่

ระยะ ทางพิสูจน์ม้า กาลเวลาพิสูจน์คน วิกฤติอำมาตย์ในครั้งนี้ ก็ได้พิสูจน์คุณธรรมจอมปลอมของพวกอีแอบ ที่รวมหัวกันปลิ้นปล้อน หลอกลวง มอมเมาประชาชน อย่างเป็นขบวนการ จนส่งผลให้เกิดปรากฏการณ์ "ตาสว่างทั้งแผ่นดิน" อย่างไม่น่าเชื่อ

คนมันถึงคราวจะฉิบหาย ผีห่าซาตานเลยดลใจ ให้เดินดุ่มๆไปบนหนทางเสื่อม อย่างไม่มีอาการลังเลแม้แต่น้อย


noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #14 เมื่อ: 22 ส.ค. 10, 23:11 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
(ต่อ)

เรื่อง ของเรื่อง ที่มันเลอะเทอะเละเทะอยู่ทุกวันนี้ ผู้สันทัดกรณีที่ไม่กล้าเปิดเผยนาม ท่านให้ทัศนะว่า เป็นเพราะเราดันทะลึ่ง “เลี้ยงงูไว้บนเรือ เลี้ยงเสือไว้นอกกรง” เลี้ยงไม่เลี้ยงเปล่า ดันผ่าไปบูชาเซ่นไหว้ ยกเป็นของศักดิ์สิทธิ์ซะงั้น เรื่องมันถึงได้เลยเถิดลามปามไปกันใหญ่

อันธรรมดาคนเรา ถ้าฐานะพอมีอันจะกิน เกิดมีอาการครึ้มอกครึ้มใจ อยากเลี้ยงเสือไว้ในบ้านให้เป็นสง่าราศี มันก็เก๋ไปอีกแบบ แต่ถ้าจนกรอบเป็นข้าวเกรียบกุ้งแล้ว ยังอุตส่าห์กระเบียดกระเสียนค่าข้าวค่าน้ำ เอามาเลี้ยงเจ้าลายพาดกลอนนี่ มันก็เกินไปหน่อย

แล้วถ้าดันผ่าปล่อยให้เดินเพ่นพ่านอย่างกับเป็น เจ้าบ้านซะเอง ก็ยิ่งดูไม่จืด เสือแก่เติบใหญ่กลายเป็นเสือสมิง เที่ยวแอบจับคนในบ้านกินเป็นดินเนอร์มื้อใหญ่ โดยที่ไม่มีใครระแคะระคายมาหลายทศวรรษ แม้จะมีคนสงสัยอยู่บ้าง แต่ก็ไม่มีใครกล้าจับอุ้งตีนมันดม

แค่เห็นเสือใหญ่ยิ้มยาก นั่งหน้ามึนไม่รู้ไม่ชี้ ก็หนาวไปถึงกระดูกแล้ว

แสงสว่างเท่านั้น ที่จะทำลายเวทย์ไสยมนตร์ดำ ความจริงเท่านั้น ที่จะสยบความโกหกให้อยู่หมัด

ความ จริงเป็นสิ่งไม่ตาย แต่มันทำให้คนพูดความจริง ตายมาแล้วนักต่อนัก ดังนั้นจึงต้องอาศัยหลวงตาชู ให้รับหน้าเสื่อเสี่ยงตาย พูดความจริงแต่เพียงผู้เดียว เพื่อที่พวกเราจะได้ก๊อปปี้แจกจ่ายกันไป ให้ทั่วบ้านทั่วเมือง

เพราะว่างานนี้ ยังไงก็ลากยาวข้ามภพข้ามชาติ ประชาชนสู้ยิบตาอยู่แล้ว

”คุณ รู้หรือเปล่าว่ากำลังสู้กับใคร” ถ้าเป็นสมัยก่อน ได้ยินคำถามทำนองนี้ เป็นได้ถอดใจวิ่งป่าราบกันเป็นแถว แต่มาถึงวันนี้ หลัง 19 พฤษภาเลือด อันแสนขมขื่น สถานการณ์มันหล่อหลอมให้ใจคนเปลี่ยนไป กลายเป็นหนังคนละม้วน

หมูในอวยกลับกลายเป็นหมูไม่กลัวน้ำร้อนขึ้นมาดื้อๆ จึงไม่แปลก ที่วันนี้คนถามจะมีโอกาสได้เจอสวนว่า

”ทำไม กูจะไม่รู้ว่ากำลังสู้กับใคร แต่ฝากคุณไปถามมันด้วยว่า มันรู้ไม๊ว่า กำลังสู้กับประชาชน แล้วถามมันด้วยว่า คุณอีหน้าไหนที่บังอาจสู้กับประชาชน จะลงเอยด้วยชะตากรรมแบบไหน แล้วคงไม่ต้องให้บอกว่า...”

”จุดจบสุดท้าย..พวกมันตายกันยังไง”

วโรทาห์: 22 ส.ค. 53
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
ตัวแม่
เรทกระทู้
« ตอบ #15 เมื่อ: 23 ส.ค. 10, 13:35 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เรื่องหวัด2009นี่ ok นะดี
แต่การเมืองน่าเบื่อ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
123
เรทกระทู้
« ตอบ #16 เมื่อ: 23 ส.ค. 10, 22:15 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

กลัวไข้หวัดอยู่ คลิกเข้ามาอ่านแล้วไหงผสมกับการเมือง

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #17 เมื่อ: 24 ส.ค. 10, 10:56 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ก่อนอื่นขอชมหมอนะว่าขยันแปะ อายุของเราสองคนดูจากอารมณ์น่าจะไม่ใกล้กันมาก ฐานะของอาจารย์แพทยืโรคติดเชื้อและไวรัสวิทยาที่ทำ Influenza ไม่น้อยนัก แนะนำอ่านและติดตามก่อนพูด หน้าที่ของแพทญ์ไม่ฬช่ชี้นำ และถ้าชี้ผิดผิดถูกๆแบบนี้ ไปกันใหญ่ ใจเย็นเย็นอ่านก่อนคิดก่อน update ก่อน

http://www.hhs.gov/news/press/2010pres/08/20100810b.html
หรือ follow CDC or ECDC website ก็จะได้รายละเอียดของ regional report wekly เลยหล่ะ

คงไม่มีเวลามา correct หมอไปทีละจุด แต่ขอย้าว่า การเพิ่ม mass panic โดยเฉพาะจาก professional จะต้องชั่อารมณ์ให้ดี

virus เกือบทุกชนิดmute ง่ายไม่ใช่เฉพาะไวรัสนี้ ต้องพูดให้หมด ดู HIV ซิคะ หรือไวรัสใดก็ตาม โดยเฉพาะ under pressure, แม้กระทั่ง revolution หรือ stable host switching เกิดขึ้นได้กับทุก virus อย่าพูดไม่หมด

vaccine SEASONAL influenza ย้ำ ให้หมอไป review ก่อนพูด 2009H1N1 is included already in to this trivalent vaccine

Good luck ka

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #18 เมื่อ: 24 ส.ค. 10, 13:17 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ขอบคุณครับ คุณหมอ brownnose ที่มาร่วมแสดงความคิดเห็นและแปะลิ้งค์ให้อ่าน ผมไม่ใช่หมอตามที่คุณเข้าใจหรอกครับ เพียงแต่ผมเห็นว่าโรคนี้หากปล่อยปละละเลยไปอาจจะนำความเสียหายมาสู่ประเทศชาติได้ จึงได้นำมาตั้งกระทู้เพื่อเป็นการ "กันไว้ดีกว่าแก้" ครับ
กระทู้นี้ผมได้ชี้แจงให้ทราบแล้วถึงแหล่งที่มาของกระทู้ หากคุณหมอสนใจอ่านความคิดเห็น รวมทั้งการวิพากษ์การวิจารณ์การทำงานที่แสนห่วยของรัฐบาลเด็กเวรเดน(ปีศาจ)นรก นายมาร์ค ม.7 ก็ลองคลิกอ่านความคิดเห็นต่าง ๆ จากเว็บประชาธิปไตยที่เป็นที่มาของกระทู้นี้สิครับ บางทีคุณหมออาจจะเปลี่ยนใจมาเป็นคนวิจารณ์รัฐบาลเช่นเดียวกับผมก็เป็นได้
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #19 เมื่อ: 24 ส.ค. 10, 13:27 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
เรื่องหวัด2009นี่ ok นะดี
แต่การเมืองน่าเบื่อ

ขอบคุณครับที่มาร่วมแสดงความคิดเห็น และเห็นว่ากระทู้นี้ดี
หากไม่เกี่ยวกับความเลวของรัฐบาลเด็กเวรนี้แล้ว บ้านเมืองเราคงดีกว่านี้เยอะครับ
คุณคิดหรือว่าผมเองจะไม่เบื่อและเซ็งกับความไม่เอาไหนของรัฐบาลนี้
นับแต่มีรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 บ้านเมืองถูกโจรกบฏปล้นครอบงำไร้ความสงบสุข
ทำให้ผมต้องเสียเวลาและความรู้สึก และจากการอยู่อย่างชาวบ้านธรรมดา ๆ คนหนึ่ง
ต้องพลอยมาปากเสียด่าไล่รัฐบาลเผด็จการทรราชชาติชั่วจนถึงทุกวันนี้
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #20 เมื่อ: 24 ส.ค. 10, 13:32 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
กลัวไข้หวัดอยู่ คลิกเข้ามาอ่านแล้วไหงผสมกับการเมือง

คุณได้ประโยชน์นอกจากทางด้านการป้องกันรักษาสุขภาพแล้ว
คุณยังได้ข้อมูลทางด้านสังคมและการเมืองพร้อม ๆ กันไปด้วยอย่างผสมกลมกลืนกัน
คลิก 1 ได้ถึง 3 คุ้มเสียยิ่งกว่าคุ้ม จริงไหมครับ
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #21 เมื่อ: 24 ส.ค. 10, 13:51 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ขออนุญาตินะคะว่าจะไม่แต่ทนเห็นไม่ได้ เอาเรียงเป็น point ไปเลยนะคะ ถุกผิดแย้งกันได้

ถึงมวลชนทุกท่าน ผมจะบอกความจริงเรื่อง ไข้หวัด 2009 ให้ทราบ.........โดยคุณหล่อใสไร้รัก (คุณหมอท่านหนึ่ง)

พวกคุณงง และสับสนกับเจ้าหน้าที่และหมอหลายคนที่ให้ข่าวไม่ค่อยตรงกันใช่มั้ยครับ?
ผม จะบอกข้อมูลอะไรให้ฟัง ซื่งคุณสามารถตรวจสอบได้เอง

นี่เป็นคำพูดที่ดี ให้คนไข้มีโอกาสได้ทราบข้อมูลทุกด้าน แพทยไม่ควรใส่อารมณ์ ใส่ความเห็นส่วนตัวที่ชี้นำ [/color]

จากแพทย์ผู้เชื่ยวชาญด้าน ไวรัสวิทยา หรือ จุลชีววิทยา ตามภาควิชาจุลชีววิทยา คณะแพทย์มหาลัยใหญ่ๆนะครับ
(กรุณาเลิกสัมภาษณ์นักการเมืองได้แล้ว ไม่มีอะไรคืบหน้าเลย ควรสัมภาษณ์อาจารย์ที่เขารู้จริง ทำงานเรื่องนี้จริงๆดีกว่า)นับประสาอะไรกับหมอบ้านนอกอ้างตำราไม่ค่อยเป็นอย่างผม

ถ้าหมออ้างว่าอยู่บ้านนอกไม่อ่านตำราไม่ถูก คนไข้จะแย่ เค้าให้คุณมาพูด มารักษาเค้าให้ถูกไม่ใช่เอาข้อมูลสมัยอริสโตเติลมาอ้าง

เมื่อคืนนี้คืนเดียว รพ.ที่ผมอยู่เวร รับคนไข้ใหม่สงสัยหวัด 2009 เข้านอนรพ. 4 คน (เฉพาะเวรดึก)
อะไรกันจ๊ะ

[color=green]( confirmed cases หรือ แค่สงสัย ที่โรงพยาบาลที่บอกบ้านนอก ทำ PCR 24 ชั่วโมงได้หรือ แยกให้ถูกนะหมอ เคสที่วินิจฉัยแล้วหรือแค่สงสัย) [/color]

ไหนบอกไม่น่ากลัว ไหนบอกควบคุมได้ แล้วตัวเลขการแพร่ระบาดขนาดนี้มันอะไรกัน??มาดูสรุปความจริงกันอีกที

ตัวเลขไหนคะคุณหมอ แล้วแน่ใจนะว่าที่หมอจะสรุปให้พวกเราฟังมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์พอ หมอคิดว่าตนเองทำงานหนักคนเดียวก็ไม่ถูก คนอื่นเค้าก็ทำอยู่ ทำหนักด้วย

ใคร มีคนรู้จัก ทำงานสื่อมวลชน ได้โปรด copy ข้อความนี้ไปถึงเขาด้วยนะครับ ผมไม่ได้อยากดัง ไม่อยากเปิดเผยตัว(ให้ภัยมาถึงตัว) แต่ทนไม่ไหวแล้ว ที่คนไทยอยู่ท่ามกลางหายนะ แต่ไม่มีใครรู้ร้อนรู้หนาวแบบนี้

แนะนำว่าไม่ควร copyไปที่ไหนเพราะจะสร้างปัญหางานเข้าได้

ถามตอบยอดฮิต เกี่ยวกับหวัด 2009
1. โรคนี้ไม่รุนแรง ไม่น่ากลัว อย่าสะดิ้งไปนะตะเอง?

Answer : มะเหงกแน่ะ ความจริงคือ
1. ไข้หวัด 2009 ดูเหมือนไม่รุนแรง อัตราตายต่ำ แต่แพร่ระบาดง่ายและรวดเร็ว ( การแพร่กระจายสูง)
2. ความน่ากลัวของหวัด 2009 คือการกลายพันธุ์ต่างหาก และการกลายพันธุ์จะเกิดง่ายที่สุด เมื่อคน 1 คน หรือสัตว์ 1 ตัว ทะลึ่งติดหวัด 2 ชนิดพร้อมกัน (เช่นหวัด 2009 + หวัด ธรรมดา พร้อมกัน หรือ หวัด 2009 + หวัดนก พร้อมกัน)
ขณะนี้"หวัดนกซึ่งรุนแรงและมีอัตราตาย สูงมากกก

หมอขา อัตราการตาย น้อยกว่า 0.5 เทียบไข้หวัดนกไม่ติดฝุ่น ที่อัตราการตาย มากกว่า 60 % แค่อ่านถึงตรงนี้ก็อยากจะ copy ข้อความโพสของหมอไปเป็นกรณีศึกษาให้ นักษึกษาแพทย์ ว่า อย่าทำ เป็นตัวอย่างการแนะนำคนไข้ที่.......แตก


ยังไม่ได้หายไป"
และแนวโน้มของหวัดนก จะ"ระบาดซ้ำอีก ทุกๆปลายปี"
แม้ว่าหวัด 2009 มันไม่รุนแรง

สับสนหรือเปล่าคะ เมื่กี้ก้อคุณหมอบอกอัตราการตาย mortality rate หน่ะสูงมาก แล้วไหงคืนคำ

แต่ถ้าปล่อยให้แพร่แบบนี้ "อีกไม่นานมันอาจผสมกัน"
.........เอาความสามารถในการแพร่กระจายของหวัด 2009 บวกกับความรุนแรงของหวัดนก เมื่อนั้นก็หายนะ !!!!!
เออตอนนี้เอาอีกหละบอกรุนแรงขั้น disaster อัตราการตาย less than 0.5 % จะรู้เรื่องม๊ยเนี่ย

และนั่นคือสาเหตุ ที่อยากให้คนไทยทุกคนดูแลสุขภาพให้ดี อย่าให้เป็นหวัด อย่าให้โรคนี้แพร่กระจายไปกว่านี้
ถ้า เป็นหวัดแล้ว แยกตัวจากคนอื่นทันที อย่าแรดเดินตลาด อย่าแรดไปห้างหรือที่ชุมชน และ ใส่หน้ากากทันทีอย่าให้แพร่เชื้อสู่คนและสัตว์รอบข้าง ถึงแม้จะอยู่บ้านที่มีสมาชิกแค่ 2 คนก็ตาม

everyone needs N95 or N99 mask GOD!!!!










noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #22 เมื่อ: 24 ส.ค. 10, 13:56 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

2. ถ้าเป็นขึ้นมา ไปหาหมอเดี๋ยวก็หาย???

Answer : แม่เจ้า พศ.นี้ยังเข้าใจกันแบบนี้อีกเหรอนี่??
คุณรู้มั้ยว่า เวลาคุณไปหาหมอเพราะเป็นหวัด หมอจะจ่ายยาลดไข้ ยาลดน้ำมูก ยาแก้ไอ ให้คุณ แต่ไม่มียาฆ่าเชื้อหวัด!!!
นอก จากคุณติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำเติม เช่น ทอนซิลอักเสบ คออักเสบ หมอจึงจะจ่ายยาฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่ติดซ้ำเติมให้ แต่ก็ยังไม่มียาฆ่าเชื้อไวรัสหวัดให้อยู่ดี!!
อันนี้ ถูกค่ะ ไม่มียาฆ่าเชื้อหวัดเพราะหวัดเกิดจากไวรัสหลายหลายชนิดไม่ใช่แต่ flu อย่างเดียว เพราะอะไรน่ะเหรอ เพราะยาฆ่าไวรัส มันแพงมาก และไม่คุ้มที่จะแจกจ่ายพร่ำเพรื่อ เพราะจะทำให้ไวรัสยิ่งกลายพันธุ์ดื้อยาขึ้นไปอีก
99.99% ของคลินิก และ โรงพยาบาลขนาดเล็ก จึงไม่มียารักษาการติดเชื้อไวรัสหวัด ไว้ในสต็อกยาเลยครับ

อันนี้สับสนหมอ ก้อไหนบอกยาไวรัสหวัดไม่มีไงตอนแรก ต้องพูดให้ถูกว่าถ้าเป็นไข้หวัดใหญ่ที่พิสูจน์แล้ว และต้องการการใช้ยา รักษาไข้หวัดใหญ่ ต้องมีข้อบ่งชี้ ไอแพงหน่ะไม่แพงแล้วหมอ เราผลิตได้เอง GPOflu ไงคะองค์การเภสัชผลิตให้ หาข้อมูลหน่อยค่ะ Tamiflu ตัวจริงก็ตัวยาเดียวกับ GPOflu ประสิทธิภาพเหมือนกัน ยาฆ่าไวรัสหรือยาชลอการแบ่งตัวของไวรัส เพื่อให้ร่างกานเราต่อสู้ หมอพูดให้ดี และ ถ้าจะพูดต้องเคลียร์ ยา ต้าน ไวรัสเอดส์ ยาต้านเริม ยาต้านไวรัส CMV ยาต้านไวรัสตับอักเสบ บี ซี มีไม่ใช่ไม่มี และมีคุณค่าต่อการใช้ด้วยถ้าอยู่ในมือผู้รู้จริง และใช้เมื่อจำเป็นจริง
สิ่ง ที่ดีที่สุดในการรักษาไข้หวัด คือการกินยาลดไข้ ยาลดน้ำมูก ยาแก้ไอ ตามอาการ แล้วนอนพักผ่อนมากๆ พยายามอย่าไปแพร่เชื้อใส่ใคร เดี๋ยวก็หายเพราะร่างกายรักษาตัวเองครับ
แต่กรณีไข้หวัดใหญ่ มีลุ้นหน่อย เพราะเชื้อรุนแรงกว่าไข้หวัดธรรมดา บางคนหาย บางคนไม่รอด
ณ จุดนี้ยังนับว่าโชคดี ที่อัตราตายจากไข้หวัดใหญ่ 2009 ยังนับว่าต่ำอยู่

ไหนบอกเมื่อกี้ว่าหายนะเลยไงคะ
.... แต่อย่างที่บอกข้อแรก มันจะเป็นอย่างนี้ตลอดไปไหม?....
(ข้อแปลก เกี่ยวกับหวัด 2009 ที่ไม่เหมือนหวัดใหญ่สเปน คือ หวัดสเปน คนตายมักเป็นคนร่างกายอ่อนแอชัดเจนเช่นคนแก่ และเด็ก
แต่ หวัด2009 อัตราตายค่อนข้างมั่วซั่ว คนหนุ่มสาวก็มีตาย มีบางทฤษฎี บอกว่า อาจเป็นเพราะไม่ได้ตายจากเชื้อ แต่ตายจากระบบภูมิคุ้มกันตัวเองที่พยายามฆ่าเชื้อโรค แต่ร่างกายแยกแยะไม่ออกว่าอันไหนเซลล์ติดเชื้อ อันไหนเซลล์ตัวเองที่ยังดีอยู่ เลยทำลายล้างบางหมด ร่างกายคนหนุ่มสาวภูมิต้านทานดี ระบบทำลายนี้เลยทำลายตัวเองได้ดีตามไปด้วย........อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ ความเห็นนี้ยังเป็นแค่ทฤษฎี ....)
ส่วน Tamiflu น่ะ อย่าไปหวังอะไรกับมันมากเลยครับ เพราะ
- ตอนนี้ยาขาดตลาดสุดๆ รพ. หลายแห่ง หายานี้มา Stock ไว้ไม่ได้

เอาคำพูดใครมาคะหมอ คุยกันซักวันดีมั๊ย ชาวไทยเราโชคดีค่ะ เรามีการวางแผน เราเปิดช่องให้ copy and modify ได้ ขอแก้ ว่าเรามี GPOfluใช้พอ แม้แต่ original Tamiflu oche company มีส่วนในการช่วย stockpile
ดูยาต้านไวรัสเอดส์ ซิคะ เราก็ copy and modify จนได้ GPOvir, GPOvir Z มีแม้กระทั่ง preperation ที่ได้มาตรฐานโรคให้เด็ก ลดราคาค่ารักษาจากเดือนละหลายร้อย US dollar เป้นตำ กว่า 50Us dollar ด้วยซ้ำ การจายภาษี การช่วยกันรักษาบ้านเกิดเมืองนอนที่มีพระคุณนี้ไว้ควรอยู่ในสำนึก
- [/size]

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #23 เมื่อ: 24 ส.ค. 10, 13:59 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ยานี้จะออกฤทธิ์ได้ดี เมื่อคนไข้ถูกตรวจพบเจอก่อนเกิดอาการ แล้วคนไข้คนไหนจะกระแดะเดินไปหาหมอตอนไม่มีอาการล่ะครับ ( ถึงกระแดะไปหา หมอก็ไม่กระแดตรวจ Swab ให้หรอก หรือ ถึงหมอกระแดะตรวจให้ คุณจะกระแดะจ่ายค่าตรวจราคา4000+ บาท(ไม่รู้อัพราคารึยัง?) โดยมีอาการแค่นิดๆมั้ยล่ะครับ?)

หมอไปดู ข้อบ่งชี้ในการให้ยามาใหม่แล้วค่อยมาพูดกัน ส่งข้อความมาก็ได้ อาจารย์หลายท่านอยากคุยด้วย ความไวของควิกเทส ไม่ดี เราไม่หวัพึ่งการเก็บ swab อยู่แล้ว แค่อาการหนัก แพทย์สงสัย และถ้ายิ่งในคนไข้ที่เป็นคนอ้วน เด็ก คนท้อง คนมีความเสี่ยง แพทย์ก็ตัดสินใจได้เลย เราให้ความเห็นแพทย์มากว่าการทดสอดวิเศษที่ไหน ที่ผลไม่เต็มร้อยเสียอีก แตจะให้โปรยยาให้หมดให้ดื้อยาก็ไม่มีใครทำ ดู ข้อบ่งชี้ให้ดีและคิด หมอ - [/size]
ตอนนี้เริ่มมีรายงาน เชื้อดื้อยา Tamiflu แล้วครับ (บอกแล้ว ว่าไวรัสมันกลายพันธุ์ เร็วค่อดๆ)

[color=maroon]หมออ่าน update ของ WHO or weekly update ของ CDC ถ้าหมอมีคอมไว้เล่นเน็ตการเมือง ก็คลิกต่ออีกนิดค่ะ เดียอายคนไข้เด็กๆ
การกลายพัธุ์เกิดขึ้นได้กับทุกไวรัสโดยเฉพาะไวรัส ที่มีสายโครโมโซมเดี่ยว ไวรัสเอดศ์ ต้องใช้ยาไปถึงระดับ3ข4 แล้ว ในปัจจุบัน เราต้องรับผิดชอบการใช้ยาที่ไม่สมเหตุผลร่วมกันทั้งคนไข้และแพทยื โดยเฉพาะแพทย์ต้องใช้ความรู้ เหตุผลและความสำนึก มาก จะไปโทษคนไข้ขอยาไม่ได้ ก็คุรให้ข้อมูลเค้าไปไม่จริงก้เข้าป่าไปกันใหญ่
ไวรัสไข้หวัใหญ่ตามฤดุกาล หรือสายพันธ์ระบาดใหม่ก็มีโอกาดดื้อเท่ากัน ณ ข้อมูงปัจจุบันภาษาทางการแพทย์ การดื้อทางพันธุกรรมยังเป็นแบบ sporadic
ให้หมอไปคิดเอาเองว่าการเอาเรื่อง genotypic resistance มาพูดเป้นตุเป้นตะ ว่าจะ corresponse to phenotypic บวกกับความรู้ไม่หมดของหมอ จะคุ้มกันกับการกระตุ้น mass public panic หรือไม่ ในเชิงจรรยาบรรณ [/color]



3. ฉีดวัคซีนป้องกันได้???

Answer : วัคซีนที่ใช้กันอยู่ทุกวันนี้คือวัคซีน ป้องกัน ไข้หวัดใหญ่สเปนครับ
เป็น H1N1 เหมือนกัน แต่เป็นเชื้อคนละตัว ( เหมือนตระกูลงวงคำเหมา เหมือนกัน แต่ หม่ำกับ ตุ๊กกี้เป็นคนละคนกัน มีสิ่งที่ชอบที่กลัวไม่เหมือนกัน) พูดง่ายๆ คือ ในทางทฤษฎี วัคซีนนี้ ไม่น่าจะป้องกันหวัด 2009 ได้เลย แต่ให้ฉีดไว้ก่อนเพราะ
- ตอนแรกนักวิทย์คำนวณไว้อยู่แล้วว่า ปีนี้ ไข้หวัดสเปนต้องระบาด (ใครจะนึกว่ามันทะลึ่งกลายพันธุ์เป็น 2009 ) อย่างน้อยการฉีดนี้เป็นการตัดไข้หวัดสเปนออกไปก่อน พูดง่ายๆ คือ ถ้าใครเดินมา รพ. เราจะได้สงสัยไปเลยว่าเป็น หวัด 2009 ไม่ใช่หวัดสเปน จะได้ง่ายต่อการควบคุมรักษา
- ถ้าเกิดไข้หวัดสเปน เกิดบ้าจี้ ระบาดขึ้นมาพร้อมกันตอนนี้ อัตราตายมันสูงกว่า หวัด 2009 มากนะครับ
- แม้ทางทฤษฎี วัคซีนนี้จะกัน 2009 ไม่ได้เลย แต่ไหนๆมันก็เชื้อตระกูลเดียวกัน และเป็นเชื้อใหม่ด้วย ใครจะไปรู้ว่ามันอาจป้องกันหวัด 2009 ได้ซัก 1% ก็ได้ มีตังค์ก็ฉีดๆ ไปเหอะ Better Than Nothing แต่ต้องรู้นะ ว่า การฉีดวัคซีนนี้ ไม่ได้แปลว่า คุณไม่ต้องกลัวแล้ว ไม่ได้แปลว่าคุณมีภูมิคุ้มกันต่อหวัด 2009 แล้ว มันแค่ลดความเสี่ยงไปซักถึง 1% รึเปล่ายังไม่รู้เลย??

หมอตาม link vaccine 2010 ของ WHO นะคะ แล้วมาแก้คำพูดด้วย

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #24 เมื่อ: 24 ส.ค. 10, 14:03 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

4. แล้วอะไร คือสิ่งที่ควรทำตอนนี้???

Answer :
4.1 ระดับส่วนตัวและครอบครัว
ในภาวะปกติ
ตอนนี้ต้องยอมรับว่า ทุกแหล่งชุมชนคือจุดเสี่ยงในการแพร่ระบาด โดยเฉพาะบริเวณที่เป็นห้องแอร์ระบบปิด เช่นในห้างสรรพสินค้า โรงหนัง บนรถไฟฟ้า รถไฟใต้ดิน ถ้าจะเดินเข้าแหล่งชุมชนเหล่านี้ ควรใส่หน้ากากป้องกันตัวเองได้แล้วครับ!!!!!
ถ้าคุณมีอาการของโรคหวัด แค่ ไอ จามเล็กๆน้อยๆ
ควรแยกตัวจากครอบครัวและสังคมเท่าที่ทำได้ เช่นแยกห้องนอนจากคนอื่น ถ้าต้องอยู่ร่วมกันก็ใส่หน้ากากตลอดเวลา (หาซื้อไม่ได้ ก็เอาผ้าเช็ดหน้ามาผูกไว้ก็ยังดีกว่าหายใจรดกันตรงๆ)
ปิดปากปิดจมูกเสมอ อย่าหายใจรดใคร อย่าไอจามใส่ที่สาธารณะ เลิกถ่มน้ำลายลงพื้นได้แล้ว
ล้างมือให้บ่อยที่สุด การเอามือไปป้ายโน่นป้ายนี่ เป็นช่องทางการแพร่เชื้อที่ดีเยี่ยม
ตอน เช้าตื่นนอน กรุณา เปิดหน้าต่างกว้างๆ เปิดพัดลมไล่อากาศออกซักนิด ก่อนจะให้ใครคนอื่นเดินเข้ามาในห้องเรา เสื้อผ้า ผ้าปูเตียง ปลอกหมอน หมั่นซักบ่อยๆ ( ไม่รู้มีคราบเสมหะ ตอนเราไอจามติดอยู่รึเปล่า ) ล้างมือให้บ่อยที่สุด แต่ไม่ต้องถึงกับแยกห้องน้ำหรอกนะ แค่เอาแปรงสีฟันเราออกมาเก็บเอง อย่าใส่ถ้วยเดียวกะคนอื่นก็พอ

อาการอย่างไรจึงควรไปตรวจที่รพ.?
1. มีไข้ 38 ํC ขึ้นไปร่วมกับ
2. อาการอย่างใดอย่างหนึ่งได้แก่ ปวดกล้ามเนื้อ, ไอ, หายใจผิด ปกติ (หอบ, ลำบาก), หรือแพทย์วินิจฉัยว่าเป็นปอดบวม ร่วมกับ มีผู้สัมผัสร่วมบ้านหรือในที่ทำงานป่วยสงสัยไข้หวัดใหญ่หรือปอดอักเสบ ภายใน 1 สัปดาห์ก่อนวันเริ่มป่วย
ถ้าอาการแค่เป็นหวัดเจ็บคอธรรมดา ไข้ไม่สูง ไม่นอนซม ไม่ต้องสะดิ้งวิ่งไปรับเชื้อที่รพ.นะครับ อย่าลืมว่าตอนนี้ รพ.นั่นแหละ เป็นแหล่งแพร่เชื้อที่ดีที่สุด.................

4.2 ระดับนโยบายของรัฐ และ สื่อมวลชน
มาดูกัน นิดนึง ว่าทำไมประเทศเราถึงควบคุมการระบาดไม่ได้เลย ขณะที่ประเทศต้นตำรับการระบาดอย่าง Mexico ซึ่งไม่ได้เจริญกว่าบ้านเราเลย เขาถึงควบคุมการระบาดระลอกแรกได้ จำข่าวได้มั้ยครับ ว่าตอนแรกที่ Mexico เขาระบาดเขาทำอะไรบ้าง ??
ปิด เลยครับ !!! เขากล้าพอที่จะปิด โรงเรียนทุกแห่ง โรงหนังทุกแห่ง ห้างสรรพสินค้าทุกแห่ง ทั่วประเทศ พร้อมกัน 1 สัปดาห์ พร้อมทั้ง พ่นยาฆ่าเชื้อ ตามโรงหนัง ห้างสรรพสินค้า ใหญ่ๆด้วย
นั่นคือสาเหตุที่เขาควบคุมการระบาดระลอกแรกได้ทันทีในสัปดาห์ต่อมา....
แล้วพี่ไทยล่ะทำอะไรบ้าง ?? นอกจากออกข่าว ว่า ไม่มีอะไร้ ไม่น่ากลัว แต่คนติดเชื้อเพิ่มเป็นหลักร้อย หลักพันทุกวัน???

มัวแต่กลัวว่าเศรษฐกิจจะทรุด การท่องเที่ยวจะกระทบ ...
คิดกันบ้างมั้ยว่า ถ้าคนไทย ตัยหอง กันหมด จะมีเศรษฐกิจดีๆไว้ทำอารายจ๊ะ??
เศรษฐกิจ คือ สิ่งที่เราสร้างได้แน่นอน ถ้าคนไทยยังมีลมหายใจอยู่คับ (ว้อยยยยยย )
และคุณสื่อมวลชนครับ ... ผมว่า ถึงเวลาแล้วที่พวกคุณจะต้องพูดความจริง.....

ตอนนั้นกับตอนนี้สาหร่ายังจะใช้คำพูดเดิมหรือไม่ ขอรอฟัง
หมอรู้มั๊ยว่า
1.ทั่วโลกแยกเชื้อตัวอย่าง flu sample ของ อาทิตย์สองอาทิตย์ที่ผ่านมาได้เป็น H1N1 seasonal, H3N2 seasonal, H1N1 2009 ได้ เป็นอัตราส่วนเท่าไหร่ 2. graph การลดลงของ H1N1 ของแต่ละ WHO แต่ละ region ปี 2010 เป็นอย่างไร เดี่ยวหาเจอจะ attach file ให้หมอจะได้มีแหล่งอ้างอิงบ้าง
3. Genotypic resistance todate เท่าไหร่
4. สำคัญมาก Trivalent influenzavaccine มี A อยู่ 3 ตัว มีอะไรบ้าง B 1ตัวสายพันธ์ไหน ลองดูซิ ถ้า Trivalent vaccine 2010 มี สายพันธ์ A/California 2009 หมอต้องมาโพสขออภัยคนอ่านแล้วแก้ใหม่หมดรวมถึงนิสัยหมอเอง และ update อย่าให้ต้องย้าว่าอายคนไข้ยุคนี้ เสื้อสีไหนที่หมอใส่ไม่สำคัญอย่าใส่สีในวิชาชีพ

ถ้าจำไม่ได้ว่าผมพล่ามอะไร ให้ พูดดังนี้นะครับ
1. โรคนี้ อันตรายครับ .... และยังกลายพันธุ์ให้อันตรายกว่านี้ได้อีกในปลายปีนี้ครับ

อันนี้ขอหลักฐาน ให้ นักษึกษาแพทย์ปี 4 อ่านยังวิจารย์กัไม่เลิกเลยคะ หมอดูยังจะใช้เงินเรียนน้อยกว่าเรียนเป็นคุณหมอนะคะ

2. โรคนี้ หวังพึ่งยารักษา ไม่ได้ครับ และตอนนี้เริ่มดื้อยาแล้วด้วยครับ
3. โรคนี้ต้องป้องกันอย่างเดียวครับ
4. จะควบคุมการระบาดได้ ต้องพร้อมใจกัน ใส่หน้ากาก ล้างมือบ่อยๆ พร้อมกันทั้งสังคมครับ
5. จะควบคุมการระบาดได้ ปิดโรงเรียน โรงหนัง ศูนย์การค้าใหญ่ๆ ได้แล้วครับ ขอแค่ 3 วันก็ยังดีครับ!!!!

ทำไม 3 วัน viral shedding พอแล้ว????



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #25 เมื่อ: 24 ส.ค. 10, 14:10 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

คงจะยากค่ะ ดิฉันเป็นศิษย์อาจารย์อรรถสิทธิ์ เวชาชีวะ ไม่ใช่ศิษย์ อาจารย์เหวง

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #26 เมื่อ: 24 ส.ค. 10, 14:18 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

อาจารย์อรรถสิทธิ์เป็นผู้ใหญ่ที่มีวุฒิภาวะทางอารมณ์ มั่นคงและมีเหตุผลมาก สิ่งหนึ่งที่เราเห็นคือลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น

ถ้าเป็นลูกได้แทนคุณให้ประเทศชาติบ้านเกิดเมืองนอนก็คงดี แค่ไม่หนีงาน ไม่มั่วกับการสอนการรักษา จ่ายภาษีคืนให้ประเทศชาติ และเลี้ยงลูกให้เป็นคนดีแก่แผ่นดินก็ถือว่าสำเร็จแล้ว

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
ดังดัง
เรทกระทู้
« ตอบ #27 เมื่อ: 24 ส.ค. 10, 14:28 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ต่างคนต่างก็มีหน้าที่ของตัวเอง..ใครทำดีก็ได้ดี..ทำไม่ดีสักวันกรรมต้องตามสนองค่ะ

อย่าไปจองเวรจองกรรมกันเลยนะ....

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #28 เมื่อ: 24 ส.ค. 10, 18:16 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ขอบคุณครับคุณหมอ brownnose ที่มาร่วมแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม แต่ผมคงไม่สามารถตอบแทนคุณหมอผู้เป็นเจ้าของกระทู้นี้ได้เพราะผมไปลอกมาตามที่ได้แจ้งไว้แล้วแต่ต้น ส่วนท่านผู้ใดสนใจจะศึกษาเพิ่มเติมก็ไปหาอ่านเพิ่มเติมเอาเองจาก www.google.com ก็แล้วกันนะครับ (ค้นคำว่า ไข้หวัด 2009)

คุณว่าคุณเป็นศิษย์คุณอรรถสิทธิ์ เวชาชีวะ ซึ่งเป็นผู้ใหญ่ที่มีวุฒิภาวะทางอารมณ์ มั่นคงและมีเหตุผลมากนั้น แต่ก็ไม่ได้หมายถึงนายมาร์ค ม.7 เด็กเวรเดน(ปีศาจ)นรก จะเป็นลูกไม้หล่นไม่ไกลต้นนะครับ ขอให้คุณแยกแยะให้ดีและให้ตรงไปตรงมาด้วย อย่าเอาอคติความนับถือพ่อมาตัดสินลูกว่าต้องดีเช่นเดียวกัน คุณสามารถวิเคราะห์แยกแยะประเด็นและวิพากษ์วิจารณ์ตามหลักวิชาการที่คุณทราบมา แม้ผมยังไม่ได้ไปค้นคว้าหาข้อเท็จจริงตามที่คุณเขียนว่าถูกต้องตรงจริงทั้งหมดหรือเปล่า แต่ส่วนมาก ประชาชนธรรมดาเดินดินมักจะให้เกียรติหมออยู่แล้วเพราะได้ศึกษาค้นคว้ามาเป็นอย่างดีก่อนที่จะมาเป็นหมอ แต่ก็ไม่ได้หมายถึงว่าหมอทุกคนจะเป็นคนดีและมีจริยธรรมกันหมดทุกคนไปจริงไหมครับ แม้แต่ตัวคุณเองก็อ้างหลักการพ่อดีลูกต้องดีด้วยนี้ผิดอย่างหน้ามือเป็นหลังมือ คุณลองไปสอบถามชาวบ้านทั่ว ๆ ไป ดูสิว่า มีคนรักหรือเกลียดนายอภิสิทธิ์มากกว่ากัน การที่คุณจะไม่เปลี่ยนใจตำหนิคนสารเลวเช่นนายมาร์คบ้างเลยนั้น ความเป็นแพทย์ที่มีคนยกย่องให้เกียรตินั้น ย่อมมลายเสื่อมสิ้นศรัทธาตามไปด้วย คนเก่ง ไม่สู้หรือไม่เทียบเท่ากับคนดีครับ ขอให้คุณจงตระหนักไว้


noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #29 เมื่อ: 24 ส.ค. 10, 18:19 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ผมขอฝากความเห็นนี้ให้คุณหมออ่านดูบ้างนะครับ


วาระแห่งชาติแก้ปัญหาไข้หวัด 2009 รัฐบาลคิดช้าเกินไปหรือเปล่า?
http://www.thaipost.net/news/100709/7545

* บทบรรณาธิการ

10 กรกฎาคม 2552 - 00:00


นับวันความรุนแรงของการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ในประเทศไทยจะเพิ่มมากขึ้น จนกลายเป็นว่ามีการเปิดเผยจำนวนผู้เสียชีวิตจากการติดเชื้อโรคนี้ตายเป็นราย วันแล้ว

โดยล่าสุด เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 9 กรกฎาคมที่ผ่านมา ก็มีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นอีกสองรายตามรายงานข่าวของสื่อมวลชน คือ นักเรียนหญิงระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ที่ได้เสียชีวิตจากโรคไข้หวัดใหญ่ 2009 ในช่วงค่ำของวันที่ 7 ก.ค.52 ที่ผ่านมา

และก่อนหน้านี้ก็พบว่า ในวันเดียวกันก็มีการเสนอข่าวยืนยันว่ามีเจ้าหน้าที่ตำวจจราจรวัย 52 ปี เสียชีวิตด้วยอาการติดเชื้อไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ 2009 เช่นกัน โดยตำรวจคนดังกล่าวมีอาการแทรกซ้อนจากภาวะไตวาย ทำให้เสียชีวิต

อันทำให้ตอนนี้ล่าสุดเป็นว่าเวลานี้มีผู้เสียชีวิตไปแล้วจากการติดเชื้อไข้ หวัดสายพันธุ์ใหม่รวมกันทั้งสิ้น 13 ราย และเชื่อว่าในระยะเวลาอันใกล้คงไม่จบแค่ที่ตัวเลขนี้แน่นอน

ล่าสุดมีการเปิดเผยข้อมูลอันน่าตกใจไม่น้อยสำหรับคนไทย แต่ก็ถือเป็นเรื่องดีที่หน่วยงานราชการต้องเปิดเผยข้อเท็จจริงทั้งหมดต่อ ประชาชน นั่นก็คือการออกมาเปิดเผยของ นพ.ปราชญ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ที่ระบุว่าขณะนี้ตัวเลขผู้ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 มีจำนวนมากกว่าที่ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ป่วยยืนยันของกระทรวงสาธารณสุข โดยหลักการประมาณการจำนวนผู้ป่วยจะต้องนำจำนวน 68 คูณกับจำนวนผู้ป่วยที่ขึ้นทะเบียนทั้งหมด ซึ่งตัวเลข 68 เป็นเปอร์เซ็นต์ของผู้ป่วยที่เป็นไข้หวัดแล้วเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล ดังนั้น ขณะนี้มีผู้ป่วยยืนยันเป็นโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ในประเทศไทยจำนวน 2,925 เท่ากับมีผู้ติดเชื้อประมาณ 198,900 ราย!

ถึงตอนนี้แม้รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จะเร่งระดมกำลังทุกฝ่ายและทุกวิธีการเพื่อรับมือกับการแพร่ระบาดของไข้หวัด สายพันธุ์ใหม่ ด้วยการนำเรื่องนี้เข้าไปหารือเป็นการเร่งด่วนในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อ วันที่ 9 กรกฎาคมที่ผ่านมา เพื่อกำหนดมาตรการและนโยบายต่างๆ ออกมาในการป้องกันการแพร่ระบาดของไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่

อาทิ การที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้โรงเรียนกวดวิชาทั่วประเทศปิดทำการเรียน การสอนเป็นเวลา 15 วัน เริ่มตั้งแต่วันที่ 13-28 ก.ค.นี้ เพื่อสกัดการแพร่ระบาดของเชื้อโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 หลังพบผู้ป่วยติดเชื้อดังกล่าวส่วนใหญ่เป็นนักเรียนนักศึกษา

บนเสียงวิจารณ์ว่ารัฐบาลและตัวนายกรัฐมนตรีเพิ่งตื่นหรืออย่างไรกับการรับ มือเรื่องนี้ ทั้งที่ก็มีสัญญาณบ่งชี้ให้เห็นมาตลอดว่า การแพร่ระบาดของไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ในประเทศไทยก็เหมือนกับอีกหลายประเทศ ทั่วโลก คือ สามารถแพร่กระจายเชื้อได้อย่างรวดเร็ว และโอกาสในการควบคุมทำได้ยาก และไม่สามารถทำได้ภายในเวลาอันรวดเร็ว

แต่ที่ผ่านมารัฐบาลทั้งตัวอภิสิทธิ์และตัวรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข คือ นายวิทยา แก้วภราดัย ก็ไม่ได้สนใจในการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง แถมยังพยายามสร้างความเชื่อมั่นกับประชาชนว่า รัฐบาลรับมือได้ไม่ต้องเป็นห่วง มีทั้งยาที่เตรียมไว้พร้อมในการรักษาผู้ติดเชื้อ และให้ข้อมูลกับประชาชนว่าโรคนี้การติดเชื้อและการแพร่ระบาดไม่มีอะไรน่า วิตก

แต่มาถึงวันนี้จะพบว่า เดินไปยังสถานที่แต่ละแห่งก็พบว่ามีคนใช้ผ้าปิดจมูกเพื่อป้องกันตัวเองไม่ ให้ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่มากขึ้นเรื่อยๆ บนความไม่ไว้วางใจต่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของไข้หวัดว่าจะมาถึงตัวเองและ ครอบครัวเมื่อใด

จึงถือเวลาแล้วที่รัฐบาลต้องสั่งให้ทุกหน่วยงานหยิบยกเรื่องปัญหานี้เป็น ปัญหาเร่งด่วน และวาระแห่งชาติระยะสั้นในการควบคุมการแพร่ระบาดของโรค และการให้ความเชื่อมั่นกับประชาชนได้ว่า รัฐบาลสามารถจัดการปัญหาได้ภายในเวลาอันรวดเร็วที่สุด ไม่ใช่เอาแต่เวลาไปบริหารจัดการปัญหาทางการเมืองเพื่อรักษาเก้าอี้ตัวเอง

โดยเฉพาะตัวนายวิทยา แก้วภราดัย รมว.สาธารณสุข ที่จนป่านนี้ยังทำทองไม่รู้ร้อน นอกจากไม่มีฝีมือในการทำงานแล้ว ความรับผิดชอบทางการเมืองก็หาได้มีไม่ มัวแต่กอดเก้าอี้กอดตำแหน่งแล้วทำแต่งานรูทีน อย่างเช่นปัญหาเรื่องโรงพยาบาลเอกชนคิดค่าใช้จ่ายในการตรวจหาเชื้อไข้หวัด สายพันธุ์ใหม่ และการรักษาด้วยจำนวนเงินที่แพงก็เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นมาหลายเดือนแล้ว และทำให้ประชาชนจำนวนมากที่ป่วยหรือคิดว่าตัวเองติดเชื้อ เมื่อไม่มีเงินไปตรวจทั้งในโรงพยาบาลเอกชนหรือแม้แต่โรงพยาบาลของรัฐ ก็เลยต้องมีอาการป่วยและติดเชื้อมากขึ้น แต่ปรากฏว่าตัว รมว.สาธารณสุข กลับเพิ่งมาตื่นตัวปัญหานี้

หรือเพราะที่ผ่านมาดีแต่ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนเรื่องโรคไข้หวัดสายพันธุ์ ใหม่รายวัน เพื่อกลบเกลื่อนความล้มเหลวและความไร้ประสิทธิภาพของตัวเอง ที่ทำงานทั้งเชิงรุกและเชิงรับไม่เป็นในการจัดการกับปัญหานี้

มันจึงทำให้ประชาชนรู้สึกว่า สุดท้ายตนเป็นที่พึ่งแห่งตน นี่แหละดีที่สุด เพราะจะไปหาหลักประกันหรือความช่วยเหลือจากภาครัฐก็คงช้าไม่ทันการ เรื่องการแพร่ระบาดของไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่จึงเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ที่แสดง ให้เห็นถึงความไม่ได้เรื่องในการทำงานของรัฐบาลชุดนี้.
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #30 เมื่อ: 24 ส.ค. 10, 18:34 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ต่างคนต่างก็มีหน้าที่ของตัวเอง..ใครทำดีก็ได้ดี..ทำไม่ดีสักวันกรรมต้องตามสนองค่ะ

อย่าไปจองเวรจองกรรมกันเลยนะ....


คุณกล่าวได้ถูกต้องครับ คุณ ดังดัง
ทุกวันนี้เรามักจะได้เห็นเวรกรรมชั่วจองเวรจองกรรมกับคนทำต่างหากครับ
คุณคงเห็นได้จากกระทู้ที่ผมมาแปะไว้เพื่อให้ไปอ่านเพิ่มเติมตามลิ้งค์ที่ให้ไว้ว่า
เด็กเวรเดนปีศาจนรกเช่นนายมาร์ค ม.7 นั้น ปากแข็งแค่ไหน ไม่เคยเอ่ยคำขอโทษสารภาพผิดแม้แต่ครั้งเดียว
ผมเคยตั้งกระทู้ที่ลงท้ายด้วยคำว่า
นี่แหละที่เขาเรียกว่า "สันดานโคตรชั่วแสนเลวขนานแท้"
แต่ก็โดนลบทิ้งถึง 3 ครั้ง จึงเบื่อเกือบจะเลิกโพสต์เสียด้วยซ้ำ
พอดีมีคุณหมอ brownnose มาทึกทักว่าผมเป็นหมอ ก็เลยต้องหันกลับมาตอบเช่นเิดิมเพื่อกันไม่ให้เกิดความเข้าใจผิด
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
Bakka
เรทกระทู้
« ตอบ #31 เมื่อ: 24 ส.ค. 10, 21:01 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

อยากจะบอกว่า เท่าที่ดูคุณfunnyรู้เพราะที่บ้านบอกให้ไปฉีดแต่มีอคติส่วนตัวเลยไม่ไปฉีด พอตัวเองโดนไข้หวัด2009ก็เลยโทษคนอื่นอะดิ เตือนแล้วไม่ทำชอบแหก

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #32 เมื่อ: 24 ส.ค. 10, 22:22 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
อยากจะบอกว่า เท่าที่ดูคุณfunnyรู้เพราะที่บ้านบอกให้ไปฉีดแต่มีอคติส่วนตัวเลยไม่ไปฉีด พอตัวเองโดนไข้หวัด2009ก็เลยโทษคนอื่นอะดิ เตือนแล้วไม่ทำชอบแหก

ผมว่าคุณควรให้เกียรติเรียกชื่อคุณ fanny ให้ถูกต้องนะครับ สาเหตุที่ผมมาตั้งกระทู้ต่างหากนี้ก็เพราะความมีน้ำใสใจจริงและความเสียสละที่เต็มไปด้วยเจตนาดีของคุณ fanny ที่เอาประสบการณ์ส่วนตัวที่มีค่านี้มาแนะนำเพื่อนสมาชิกในเว็บ ผมเองก็ไม่ทราบจนกระทั่งได้อ่านกระทู้นี้ หากคุณเคยอ่านความคิดเห็นของคุณ fanny มาก่อนและคุณกล้าลองไปออกความคิดเห็นในแนวดูหมิ่นเย้ยหยันเช่นในนี้ในกระทู้ของเธอดูสิ รับรองคุณต้องเจอดีแน่ ๆ ไม่เชื่อก็ลองดู
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
หนังขายยา
เรทกระทู้
« ตอบ #33 เมื่อ: 25 ส.ค. 10, 13:50 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ยังกับหนังขายยาสมัยก่อนเลย ฉายหนังให้คนดูก่อนพอใกล้ๆจะจบก็เอายาออกมาขาย ตามสูตรเป๊ะเลย

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #34 เมื่อ: 25 ส.ค. 10, 14:10 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ล้านคำบรรยาย การ์ตูนเซีย วันที่ 25/8/53
พุธ, 08/25/2010 - 07:36 | by blablabla
http://www.freedom.dhewa.com/forum/ล้านคำบรรยาย-การ์ตูนเซีย-วันที่-25853





สวมหน้ากาก แสร้งทำที ว่าดีล้น
เที่ยวหลอกคน ให้หลง พะวงคิด
แท้มันซ่อน ความใจดำ อำมหิต
สิงสถิตย์ เอาไว้ ในใจมัน.....

ใช้ทั้งเล่ห์ เพทุบาย อันหลายหลาก
แสนเชื่อยาก คำละเมอ เหมือนเพ้อฝัน
ปากปรองดอง ใจเชือดคอ เลวพอกัน
พวกชมมัน นี่ตาถั่ว หรือมั่วชม.....

มันสั่งฆ่า สั่งปราบ จนราบเรียบ
เก็บเรื่องเงียบ ทำเฉไฉ ไว้ทับถม
หว่านงบไป ปิดปากซ้ำ ย้ำโสมม
เบื้องหลังที่ชม สุดจังไร ใจอัปรีย์.....

blablabla32@hotmail.co.th
http://www.facebook.com/profile.php?id=100001177832717
วันพุธที่ 25 สิงหาคม 2553


***********************************************

คลิกที่ลิ้งค์กระทู้นี้ จะได้อรรถรสมันสะใจจากการแต่งกลอนเสริมกระทู้
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #35 เมื่อ: 25 ส.ค. 10, 14:32 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ข้อความเมื่อ: วันนี้ 13:50 น
ข้อความโดย: หนังขายยา

ยังกับหนังขายยาสมัยก่อนเลย ฉายหนังให้คนดูก่อนพอใกล้ๆจะจบก็เอายาออกมาขาย ตามสูตรเป๊ะเลย

***********************************************************

ทำไมคุณไม่รู้จักมองให้ถ่องแท้ถึงเจตนาดีของเจ้าของกระทู้ที่ยอมเสียสละเวลามาตั้งกระทู้ให้ความรู้ผู้อ่านโดยไม่หวังผลตอบแทนล่ะครับ ผมไม่เคยคิดหวังทำเพื่อเงินอย่างพ่อค้าฉายหนังเร่เพื่อขายยาหรอก จริง ๆ แล้วผมก็ตั้งกระทู้วิจารณ์นายมาร์คโดยตรงทั้งที่ผมโพสต์ไว้ข้างบนนี้และบอร์ดการเมือง แต่ก็ถูกลบทิ้งหมดหลายครั้งด้วยกัน เมืองไทยภายใต้รัฐบาลเผด็จการโจรกบฏก็เป็นเช่นนี้แหละครับ ปิดกั้น ไม่ยอมรับควาจริงและี่้ที่ร้ายยิ่งกว่านั้ก็คือ ไม่ยอมรับความผิดที่ได้ก่อเอาไว้จนไม่รู้จะสรรหาคำด่าใดให้สมกับความชั่วช้าสารเลวนี้
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
นิดหน่อย
เรทกระทู้
« ตอบ #36 เมื่อ: 27 ส.ค. 10, 18:08 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

บางสิ่งใช่ บางสิ่งก็ไม่ไช่

คนอ่านก็อย่าเชื่ออะไรทั้งหมดนะคะ

ส่วนข้อความของคุณ fanny ที่พูดเรื่อง วัคซีน

ขอบอกว่าเค้าจัดฉีดให้ฟรี ตามกลุ่มเป้าหมาย ยากดีมีจนอย่างไรถ้าอยู่ตามกลุ่มเป้าหมายแล้วเค้าก็ฉีดให้ค่ะ

ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการของสถานพยาบาลอีกทีค่ะ

อย่าใช้อารมณ์เกินไปนะคะ คนที่เค้าทำงานจะเสียใจที่ทำเพื่อประชาชน

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #37 เมื่อ: 27 ส.ค. 10, 20:18 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ขอบคุณครับ คุณนิดหน่อย
คุณได้อ่านข่าวนี้แล้วหรือยัง ขนาดสส.ยังโดนเล่นงานเลย
คราวนี้ถึงได้เต้นเป็นเจ้าเข้ายังไงละครับ


สธ.สั่งฉีดวัคซีนกันหวัด 09 ให้เจ้าหน้าที่รัฐสภา
http://www.thairath.co.th/content/edu/106733

"จุรินทร์"สั่ง ฉีดวัคซีนป้องกันหวัด 09 ให้ ส.ส.-เจ้าหน้าที่รัฐสภา หลังพบ ส.ส.สมุทรปราการมีอาการป่วยจากการเข้าประชุมสภาฯ โดยจะฉีดให้แล้วเสร็จราวสิ้นเดือน ต.ค.นี้ พร้อมสั่งจับตาเฝ้าระวัง...

กรณีมี ส.ส.พรรคเพื่อไทย จ.สมุทรปราการ ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ 2009 หลังกลับจากการประชุมรัฐสภาเมื่อกลางดึกวันที่ 20 ส.ค. โดยมีอาการปวดศีรษะ มีไข้ และเข้ารับการรักษาตัวที่ รพ.ศิครินทร์ เขตบางนานั้น ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 27 ส.ค. นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า ได้สั่งการให้กรมควบคุมโรค นำทีมแพทย์ พยาบาล จากสถาบันบำราศนราดูร ไปฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ ซึ่งป้องกันได้ 3 สายพันธุ์ ได้แก่ สายพันธุ์ 2009 และสายพันธุ์ตามฤดูกาลอีก 2 สายพันธุ์ ให้แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐสภา ที่อาคารรัฐสภา และจะฉีดให้ ส.ส.ในวันพุธ และวันพฤหัสหน้า พร้อมได้สั่งการให้รองอธิบดีกรมควบคุมโรค หารือกับเลขาธิการรัฐสภา เพื่อทำความสะอาด ฆ่าเชื้อตามจุดเสี่ยงต่างๆ เช่น ราวบันได ลูกบิดประตู ปุ่มลิฟท์ แป้นพิมพ์คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ ห้องน้ำ เป็นต้น เพื่อป้องกันการระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่

ด้าน นพ.ไพจิตร์ วรา ชิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุข ได้กำชับเร่งรัดให้นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด เร่งดำเนินการบริการฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ ซึ่งในปีนี้ ได้จัดเตรียมไว้ 2.1 ล้านโดส ฉีดให้ประชาชนที่เป็นกลุ่มเสี่ยง 7 กลุ่ม เช่น หญิงตั้งครรภ์ คนอ้วนน้ำหนักตัวมากกว่า 100 กิโลกรัมขึ้นไป ผู้พิการทางสมอง ผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป ผู้ที่เป็นโรคประจำตัว ขณะนี้ฉีดไปแล้ว 400,000 คน ขอให้เร่งฉีดให้ครบตามเป้าหมายภายในวันที่ 31 ต.ค. ซึ่งวัคซีนนี้ให้ผลในการป้องกันโรคได้ 3 สายพันธุ์ได้อย่างรวดเร็ว

อย่างไรก็ตาม มาตรการปฏิบัติตัวเพื่อป้องกันไม่ให้ป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ ยังมีความสำคัญและจำเป็นต้องปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง ขอให้ประชาชนทุกคนรวมทั้งกลุ่มเสี่ยง ยึดหลัก กินร้อน ใช้ช้อนกลาง และล้างมือบ่อยๆ เมื่อมีอาการป่วยเป็นไข้หวัดให้หยุดพักอยู่บ้าน อย่างน้อย 5 วันจนหายป่วย และคาดหน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อจากการไอ จาม รดผู้อื่น ซึ่งในช่วงป่วย 3 วันแรก จะมีโอกาสแพร่เชื้อได้มากที่สุด และอาจแพร่ได้นานถึง 7 วัน

โดยทั่วไปผู้ที่ป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ มักจะมีอาการไข้ ปวดศีรษะ หนาวสั่น ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ไอ เจ็บคอ คัดจมูก มีน้ำมูกไหล อาการจะค่อยๆ ดีขึ้นภายใน 5- 7 วัน ประการสำคัญผู้ที่กำลังป่วยเป็นไข้หวัดทุกคน ห้ามออกกำลังกายหรือทำงานหนัก เนื่องจากอาจทำให้อาการทรุดลงจากการติดเชื้อลงที่ปอดได้ และหากรายใดมีอาการป่วยจากไข้หวัดใหญ่รุนแรง เช่น ไข้สูง และไข้ไม่ลดลงภายใน 2 วัน มีอาการไอมาก เจ็บหน้าอก หายใจถี่ หอบเหนื่อย ซึม เด็กร้องไห้งอแงมาก กินอาหารไม่ได้หรือกินได้น้อยมาก อาเจียน ท้องเสีย ขอให้รีบพาไปพบแพทย์ทันที.



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #38 เมื่อ: 27 ส.ค. 10, 21:41 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 


สส.สมุทรปราการติดหวัด 2009 กลายพันธ์ วอนสื่อเผยเรื่องจริง
http://www.paknam.com/latest-news/samut-prakan-mp-ill-with-the-flu.html


เมื่อเวลา 18.00 น.วันที่ 26 สิงหาคม 2553 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งมี ส.ส.สมุทรปราการล้มป่วยด้วยโรคไข้หวัด 2009 พักรักษาตัวอยู่ที่ห้อง 2501 ชั้น 5 อาคาร 2 โรงพยาบาลศิครินทร์ แขวงและเขตบางนา กรุงเทพมหานคร จึงได้เดินทางไปตรวจสอบ พบนางอรุณลักษณ์ กิจเลิศไพโรจน์ ส.ส.สมุทรปราการ เขต 1 จ.สมุทรปราการ นอนซมรักษาตัวอยู่บนเตียง โดยมีสายออกซิเจนเสียบคาอยู่ที่จมูกในสภาพนอนซม โดยมีนายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ สามี ได้เข้าเยี่ยมยื่นให้กำลังใจด้วยความเป็นห่วงอย่างใกล้ชิด

โดยนางอรุณลักษณ์ กิจเลิศไพโรจน์ ได้ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนว่า แพทย์ได้แจ้งว่าตนป่วยเป็นโรคไข้หวัด ตามฤดูกาลสายพันธ์ A ซึ่งเป็นโรคที่กลายพันธ์จากโรคไข้หวัด 2009 โดยได้เข้าพักรักษาตัวหลังจากตนเดินทางกลับจากการประชุมสภาเกี่ยวกับงบประมาณเมื่อช่วงกลางดึก วันศุกร์ที่ 20 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยตนมีอาการปวดหัว ต้องกินยาแก้ปวดทุก 3 ชม.แต่อาการก็ไม่ได้ทุเลา จนกระทั่งถึงวันอาทิตย์ที่ 22 สิงหาคม ตนมีอาการหนักขึ้น ญาติจึงรีบพาตัวเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลศิครินทร์ ในขณะนี้ญาติที่เดินทางมาเยี่ยมตนก็ได้ล้มป่วยตนต้องนอนรักษาตัวที่โรง พยาบาลถึง 7 คน ขณะเดียวกันตนทราบว่ามีผู้ป่วยด้วยโรคไข้หวัด 2009 เข้าพักรักษาตัวอีกจำนวน มาก จนทางโรงพยาบาลไม่มีเตียงให้คนไข้พักรักษา โดยญาติที่ป่วยต้องมานอนรวมกันกับห้องตนถึง 2 คน

“ตนขอฝากเตือนให้รัฐบาลและกระทรวงสาธารณสุขได้มีมาตรการที่เข้มงวดในการที่จะป้องกันโรคไข้หวัดสายพันธ์ใหม่ 2009 เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ ควรจะมีการประชาสัมพันธ์ข้อเท็จจริงแจ้งเตือนให้ประชาชนได้รับรู้ข้อมูลข่าว สาร เพื่อที่จะหาแนวทางในการป้องกันโรค ที่ผ่านมารัฐบาลไม่ได้ให้ความสนใจเท่าที่ควร พยายามปิดกั้นข่าวสาร ในข้อเท็จจริงโรคไข้หวัดสายพันธ์ใหม่ ยังไม่ได้หายไปไหนยังคงมีอยู่ในเมืองไทย”


noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #39 เมื่อ: 27 ส.ค. 10, 21:48 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ส.ส.เพื่อไทยติดหวัด2009สภาระดมฉีดพ่นฆ่าเชื้อ
Fri, 27 Aug 2010 13:29:08 +0000
http://www.isnhotnews.com/2010/08/ส-ส-เพื่อไทยติดหวัด2009สภาร/



สภาฯระดมสำนักอนามัยฯฉีดพ่นฆ่าเชื้อห้องประชุมสภาฯ หลังพบส.ส.หญิง ติดไข้หวัด 2009
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อเวลา 12.30 น. เจ้าหน้าที่จากสำนักอนามัยกรมควบคุมโรค กรุงเทพมหานคร ได้นำน้ำยาฆ่าเชื้อมาทำการฉีดพ่น ภายในห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร หลังจากนางอรุณลักษณ์ กิจเลิศไพโรจน์ ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ติดเชื้อไข้หวัด 2009 ในช่วงการพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2554 เมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยมีการฉีดน้ำยาฆ่าเชื้อใน 2 จุดที่สำคัญ คือบริเวณห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร และภายในห้องอาหารชั้นสอง เนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบว่าระหว่างที่มีการอภิปรายงบประมาณฯ นางอรุณลักษณ์ จะนั่งอยู่ในบริเวณห้องอาหารและพื้นที่ด้านหลังห้องประชุมตลอด นอกจากนี้ในการประชุมสภาฯในสัปดาห์หน้าก็จะให้เจ้าหน้าที่มาทำความสะอาดเก้าอี้ และโต๊ที่นั่งทั้งหมดอีกครั้ง
ด้านนายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า ปกติสภาฯจะมีการทำความสะอาดเป็นประจำทุกวันอยู่แล้ว โดยปกติทุก3-6 เดือนจะมีการทำความสะอาดใหญ่ แต่เมื่อ