หน้า: 1 2  ทั้งหมด

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: จดหมายจากเมียน้อย  (อ่าน 42786 ครั้ง)
Guest
แม่ดุ้ย
เรทกระทู้
« เมื่อ: 23 ม.ค. 11, 18:18 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 
ไม่มีความในใจอะไรหลงเหลือไว้เพื่อที่จะบอกแก่คุณอีกแล้ว แต่หากคุณไม่เบื่อที่จะฟังซ้ำ..คำว่า" ฉันรักคุณและไม่มีวันที่จะมีใครได้อีกนอกจากคุณ" ก็อยากจะบอกอยู่นั่นแล้ว

ข้อความข้างต้นนี้ เป็นหนึ่งในหลายๆข้อความที่เมียน้อยติดต่อกับผู้ชายที่มีครอบครัวแล้ว ช่างอ่อนหวานน่าหลงใหล จนแทบไม่น่าเชื่อว่า หญิงหม้ายลูกสองวัยใกล้สี่สิบ(ในขณะนั้น) เป็นผู้เขียน

ผู้เป็นภรรยาได้มาพบเห็น ก็ต่อเมื่อเวลาล่วงเลยเป็นสิบปี หลังจากที่เขาทั้งสองได้ยุติความสัมพันธ์ละเมิดศีลกาเมแล้ว (แต่พวกเขาบอกว่ายังเป็นกัลยาณมิตรที่คุยกันได้ทุกเรื่อง ก็คงจะจริงมั้ง รู้จักกันทุกซอกมุมแล้วนี่นา)

อันที่จริงคลุมเครือมานานแล้วตั้งแต่ภรรยารับรู้ว่า สามีเปลี่ยนแปลงไป สังหรณ์ของคนเป็นเมียนี่ ขอบอกว่าแรงจริงๆ เพียงแต่ไม่มีหลักฐาน จึงปล่อยเวลาให้ล่วงเลย ถามไปก็ยืนยันว่าเป็นเพื่อนที่ดี ปรึกษากันได้ทุกเรื่อง(อยู่กระทรวงเดียวกัน ที่เกิดเหตุได้เพราะตัวสามีย้ายข้ามภาคไปทำงานที่สำนักงานเดียวกับผู้หญิง ทำงานประสานกัน
รู้ใจ ถูกใจกัน แต่ศีลขาดเลยก่อกรรมลำเค็ญ)

ช่วงต้นปีเถาะ ภรรยาก็สืบเสาะได้หลักฐานโดยบังเอิญ เป็นจดหมาย , note ต่างๆ เป็นปึก ที่สามีตัวร้ายเก็บไว้จนลืมที่ซ่อนไปแล้ว

เกิดการสะสางขึ้นมา สามีบอกว่ามันเป็นอดีต จะให้นึกย้อนมาทบทวนอีก ทำไม่ได้ ( ทำเป็นปัญญาอ่อน ความจำเสื่อมกระทันหัน) อย่าไปคิดเลย ตัวเขาอยู่ตรงนี้แล้วไง.. โอ้ พูดง่าย ฟังยาก

ภรรยาโทร.คุยกับผู้เป็นอดีตเมียน้อย ตอนแรกเขาบอกเหมือนเคยว่าเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันมากๆ คุยกันแบบผู้ใหญ่ที่มีวุฒิภาวะและบริสุทธิ์ใจต่อกัน (หลังจากภรรยาถามว่าคบกันในฐานะอะไรคะ พูดเพราะค่ะ ไม่มีกรีดเสียงเด็ดขาด)

อืม!!บริสุทธิ์ใจเหรอคะ แต่ว่าเห็นจดหมายแล้วค่ะ เป็นปึกค่ะ เมียน้อยบอกว่า ขอให้สบายใจนะคะ ตอนนี้มันจบไปแล้วค่ะ อย่าได้เอามาทำให้ครอบครัวมีปัญหาเลย พูดง่าย แต่ฟังยากอีกละ

จบไปนานแค่ไหนคะ...ก็ตั้งแต่เขาย้ายกลับไปแล้ว
เขาย้ายกลับ ปี 41ต้นปี แต่หลังจากนั้นจนถึงปี 43 ยังเห็นจดหมายมาเรื่อยๆนะคะ...เงียบไปพักก่อนจะบอกอีกว่ามันจบไปแล้วค่ะ
!!!!
พอก่อนนะคะ ไว้จะมาเล่าต่อเพราะมีคนเรียกแล้ว ขอบคุณที่อ่านเนอะ
คิดถึงทุกคนค่ะ..
แม่ดุ้ย
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
ไข่เจียว
เรทกระทู้
« ตอบ #1 เมื่อ: 23 ม.ค. 11, 19:51 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ไข่มองว่าเรื่องมันจบไปแล้ว ก็ลองเชื่อใจเค้าทั้งสองดูดีกว่านะฮะ .. ร้อนไปก็เผาใจแม่ตุ้ยเอง.. เค้าทั้งสองรู้ดีว่าพวกเค้าทำผิด แม่ตุ้ยเป็นแม่พระที่สงบเย็นให้โอกาสพวกเค้ากลับตัวกลับใจไม่ดีกว่าเหรอฮะ .. เป็นน้ำใสไหลเย็นให้คนร้อนรักทั้งสองได้สงบเย็นและไฟกิเลสนั้นก็จะดับมอดไปเอง เพราะทั้งแม่ตุ้ยที่ใสเย็น และเค้าทั้งสองที่ตั้งใจจะกลับตัวไม่ทำผิดอีก..

เรื่องการติดต่อ คงต้องเอาหูไปนาเอาตาไปไร่บ้าง.. ความผูกพันมันย่อมมี คิดเสียว่าทำบุญ ให้สายใยนั้นค่อยๆขาดจากกันเองดีกว่า แม่ตุ้ยไม่เป็นไฟไปเผาสายใยนั้นดีกว่านะฮะ .. เป็นน้ำเย็นที่ค่อยๆให้สายใยของคนคู่นั้นละลายหายไปเองดีกว่าฮะ q*021

น้ำร้อนปลาเป็น.. น้ำเย็นปลาตาย เพราะอะไร.. ก็น้ำมันเดือดๆยังงั้น ปลาลงหม้อก็ดิ้นกระโดดหนีลงคลองหลังบ้านไปด้วยกันทั้งคู่ไงฮะ q*021


ให้อภัย ให้โอกาส ไม่ถือสา เป็นแม่ตุ้ยน้ำใสไหลเย็นนะฮะ q*021

ไข่ขอส่งใจมาช่วยให้แม่ตุ้ยเข้มแข็ง ทำได้ และทุกอย่างผ่านพ้นไปได้อย่างสงบสุขและเป็นสุขอบอุ่นกันตลอดไปนะฮะ q*042


noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #2 เมื่อ: 23 ม.ค. 11, 20:05 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*022q*022q*022

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #3 เมื่อ: 23 ม.ค. 11, 20:32 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

คดีที่ถูกรื้อฟื้น ผู้ต้องหา จะเป็นอย่างไร q*021

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
vy'8ki
เรทกระทู้
« ตอบ #4 เมื่อ: 23 ม.ค. 11, 21:40 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

สวัสดีค่ะแม่ดุ้ย q*014

เคยอ่านเรื่องของแม่ดุ้ยเมื่อปีก่อน
ไม่เห็นแม่ดุ้ยในบอร์ด คิดว่าเรื่องคงจบแล้ว .. แต่แท้จริงแล้วกลับยังไม่จบ (ไม่งั้นคงไม่มีกระทู้นี้)

ดิฉันก็เคยผ่านประสบการณ์คล้ายๆ แม่ดุ้ย จึงพอจะเข้าใจความรู้สึก

รออ่านเรื่องของแม่ดุ้ยอยู่นะคะ q*014
แม้ว่าดิฉันจะไม่สามารถช่วยให้คำปรึกษาหรือปลอบใจแม่ดุ้ยได้ .. แต่ก็คิดว่าการที่แม่ดุ้ยได้เขียนและมีคนอ่าน..คงช่วยให้แม่ดุ้ยได้รู้สึกผ่อนคลายจากความรู้สึกที่มันอัดแน่นอยู่ในใจได้บ้าง... q*014

..เป็นกำลังใจให้แม่ดุ้ยค่ะ.. q*063q*060

...อังคาร...

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #5 เมื่อ: 23 ม.ค. 11, 22:01 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*021q*012
ขอโทษที่ทำให้งงค่ะ แต่ไม่เป็นไร งงต่ออีกนิด ถือว่าแชร์ประสบการณ์ก็แล้วกันค่ะ

"คิดถึงคุณเหลือเกินค่ะ ยิ่งนานวันก็ยิ่งแน่ใจว่าเวลาไม่ได้ช่วยให้ความรู้สึกที่มีต่อคุณลดน้อยลงไปแม้แต่น้อย กลับยิ่งร่ำร้อง..โหยหา เคยนึกอยากให้วันเวลาเคลื่อนไปอย่างช้าๆ เมื่อครังที่ได้อยู่กับคุณ ช่างมีค่า มีความหมาย มีแต่ความสุข
ปล. ขอบคุณเป็นที่สุดสำหรับกำลังใจ และความห่วงใยที่ส่งถึงในวันที่ ....ขอให้คุณจงรู้ว่า รางวัลที่มีค่าที่สุดแก่ใจดวงนี้คือ..หัวใจของคุณเท่านั้น"


นี่เป็นอีกข้อความที่หวานมากๆ คนรับก็คงใจละลายทีเดียว เขียนมาหลังจากที่ผู้ชายย้ายกลับมาอยู่กับครอบครัวแล้ว มีอีกหลายๆตอน ที่ถ้าเป็นเหตุการณ์ปัจจุบัน สงสัยจะต้องเกิดการกระชับพื้นที่ สลายการชุมนุมเป็นแน่

ฝ่ายหญิงนั้น ปัจจุบันก้าวหน้าในการงานเป็นอันมาก ได้เป็นผู้บริหารของหน่วยงานที่ดูแลทุกข์ของประชาชนผู้ด้อยโอกาส โดยเฉพาะอย่างยิ่งทุกข์ของสตรีที่ถูกทำทารุณกรรมในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการค้ามนุษย์ ความรุนแรงในครอบครัว
ไม่น่าเชื่อว่าเขาเคยผ่านการทำร้ายครอบครัวผู้อื่นมาก่อน(ถึงแม้ภรรยาเขาจะไม่รู้ตัวก็ตาม) ถ้าเขาไม่ยอมหยุด จะก้าวหน้าต่อไปได้ไหมหนอ.. น่าสงสัยจัง!!

แม่ดุ้ยเองหลังจากเจอหลักฐาน ความรู้สึกมันก็มีหลากหลาย เครียด ทุกข์ โล่งใจ ผิดหวัง เศร้าใจ ที่โล่งใจเพราะได้พิสูจน์เสียที่ว่าเราไม่ได้ระแวงลมๆแล้งๆ และได้เคลียร์กับสามีแบบวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่จินตนาการ ไม่งั้นไม่มีทางยอมรับเด็ดขาด

ส่วนความรู้สึกด้านลบทั้งหลายนั้น แน่นอนว่ามันไม่สามารถลบเลือนได้ในเร็ววัน ต้องใช้เวลาสักหน่อย เพราะได้ทำความตกลงกันแล้วว่า ตลอดระยะเวลาทีแยกกัน (เพราะหน้าที่การงาน) ต่างคนก็ต้องดูแลตัวเอง ยึดมั่นเชื่อใจกัน เราก็ไม่เคยระแวง เพราะสามีก็เป็นผู้ใหญ่แล้ว อายุมากกว่าเราสิบกว่าปี ไม่เคยคิดว่าจะเหลวไหล หักห้ามใจตัวเองไม่ได้ เล่าให้น้องชายฟัง มันก็พูดแซวว่า เมียน้อยเป็นแม่ม่าย แถมอายุมากกว่าเมียหลวงเป็นสิบปี น่าเจ็บใจไม่น้อยนะนี่!!!

แต่แม่ดุ้ยไม่เคยรังเกียจหรือมองลบกับแม่ม่ายนะคะ ไม่ว่าเราจะอยู่ในสถานะไหน ถ้าไม่ประพฤติผิดศีลธรรม ก็เป็นสัตว์ประเสริฐทั้งนั้นแหละค่ะ
หลังคุยกับสามีแล้วก็ได้โทร.ไปคุยกับผู้หญิง อย่างที่บอกว่ามันเป็นอดีต แต่มันก็ใหม่มากสำหรับเรา เพราะเพิ่งกระจ่างชัดเมื่อ 4 มค. 54 ที่ผ่านมา

มีอยู่ช่วงหนึ่งที่คุยกัน ( 5 มค. 54) แม่ดุ้ยถามว่าไม่รู้สึกผิดเลยหรอที่ทำไป ผู้หญิงบอกว่าถ้าไม่รู้สึก ก็คงต้องปล่อยให้เหตุการณ์ดำเนินต่อไป และได้บอกกับผู้ชายเสมอว่าให้กลับมาหาครอบครัว แต่จากจดหมายมันมีแต่ร่ำร้องยอดรัก ไม่มีตรงไหนที่สำนึกเลยนี่นา แถมไม่พอนัดเจอกันกรุงเทพอีกต่างหาก ( สังกัดเดียวกัน เวลาประชุม อบรมเขาจะเจอกันเรื่อย ถึงแม้จะอยู่ภูมิภาค )
พอถามสามีเขาก็บอกว่าผู้หญิงเห็นเขามีความมั่นคงต่อครอบครัวก็พากันถอยไปเองแหละ ...แต่คุณไปตอบสนองชู้สาวกับผู้หญิงทำไมล่ะ ตบมือข้างเดียวไม่ดังหรอก กว่าจะถอยได้ก็ปล่อยเวลาล่วงเลยตั้งหลายปี.. ก่อนหน้านี้สามีเคยยืนยันกับเราว่าไม่เคยมีความรักความผูกพันกับใคร เคยมีฉาบฉวย ซื้อบริการบ้างเท่านั้น (บอกหลังจากเราจับได้)

แล้วพอมาเจอจังๆกับผู้หญิงคนนี้เขาก็เสียศูนย์ไปเลยทีเดียวกับคำพูดที่บอกว่ารักเราคนเดียว ไม่เคยมีเมียน้อยก็เป็นอันเสียหมา(คำเปรียบเปรยนะ อย่าคิดมาก)

ที่คุยมาทั้งหมดส่วนหนึ่งอยากระบายบ้าง แต่ถ้าเป็นภาระในการอ่านก็ ขอโทษอีกทีค่ะ แต่ที่สำคัญ อยากจะสื่อว่า อย่าปล่อยโอกาสให้เกิดการใกล้ชิดเกินขอบเขต ไม่งั้นผู้หญิงที่ดีและเก่ง ผู้ชายที่ เป็น family man ก็พากันดำดิ่งลงทางด้านมืดได้ และที่สำคัญส่งผลกระทบต่อคนรอบข้างโดยเฉพาะครอบครัวแน่นอน ถ้ายังหยุดไม่ได้ การงานก็พลอยมีปัญหาด้วยแน่ๆค่ะ

แม่ดุ้ยก็อยากจะให้ระวังใจของใครของมันก็แล้วกันนะคะ อย่าล่วงละเมิดใคร ในทำนองเดียวกันก็อย่าให้ใครมารุกล้ำง่ายๆก็แล้วกัน

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #6 เมื่อ: 23 ม.ค. 11, 22:11 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*022q*022q*022q*069

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #7 เมื่อ: 23 ม.ค. 11, 22:12 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ขอบคุณที่นำมาให้อ่านคะ เเม่ดุ้ย

คิดถึงเเม่ดุ้ย เสมอ นะคะ

เจเจ... q*021
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #8 เมื่อ: 23 ม.ค. 11, 22:28 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ขอบคุณค่ะ
เมื่อกี้แม่ดุ้ยพิมพ์นานมาก เพราะยุ่งๆ ทำอย่างอื่นไปด้วย หลังจากส่งข้อความที่สองแล้วจึงมาเห็น ข้อความของเพื่อนๆ ขอบคุณน้ำใสใจจริงของทุกท่านค่ะ โดยเฉพาะคุณไข่ รู้สึกร่มรื่นในใจเสมอเมื่อได้อ่าน แรกๆแม่ดุ้ยก็เป็นน้ำเดือดเลยที่เดียว พอดีจำเลยจนด้วยหลักฐานเขาก็เลยไม่ทำสงครามกับเรา

คุณอังคารคะ รู้สึกดีจังที่จำกันได้ เรื่องนี้มันต่างกรรม ต่างวาระกันค่ะ คิดๆดูแล้วเรื่องที่เคยมาเล่าให้ฟัง มันเป็นเรื่องจ้อยไปเลยที่เดียวเมื่อเทียบกับเรื่องนี้ ถึงแม้ว่าตอนนั้นจะรับไม่ได้เลยที่เกิดเหตุนั้นขึ้น แต่ว่าพอเข้าใจได้แล้วว่า ผู้ชายไกลบ้าน เกิดความเหงาได้ สังคมไทยเป็นอย่างนี้ ฯลฯ เรื่องราวมันก็ผ่านไป กำลังปรับสภาพได้ก็เอาอีกละ

ตอนนี้ยอมรับค่ะว่ามันยังทำใจลำบาก มันเสียความไว้วางใจและศรัทธาน่ะค่ะ ความรักอาจจะเหมือนเดิม แต่ความเกลียดมันโผล่มานิดๆแล้ว (คงไม่ว่ากันนะ พูดตามตรง) ได้บอกเขาแล้วว่า เกลียดคุณ..คนเดิมจัง อยากได้คนใหม่ ขอถือว่าคุณคนนั้นตายไปแล้วได้ไหม เขาก็ไม่ต่อปากต่อคำ พูดแต่ว่าอย่ารื้อฟื้นได้ไหม ปัจจุบันเขาก็เหมือนเดิมแล้ว ต้องเชื่อเขาใช่ไหมคะคุณไข่ ขอเวลาหน่อยนะคะ จะพยายาม

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #9 เมื่อ: 23 ม.ค. 11, 23:50 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
แม่ดุ้ยจ๋า จะผิดกติกาไหมจ๊ะถ้าเค้าจะจำเอาข้อความของผู้หญิงคนนั้น

ที่ส่งข้อความถึงสามีแม่ดุ้ย แล้วส่งต่อข้อความไปให้แฟนเค้าน่ะค่ะ q*020 เพราะฟังดูแล้วมันให้

ความรู้สึกดีสำหรับคนรับจังเลยค่ะ q*020 คงจะรู้สึกภาคมิใจที่มีคนรู้สึกกับเขาแบบที่ผู้หญิงคนนั้น

เขียนมาน่ะค่ะ แต่เค้าไม่ได้เป็นเมียน้อยหรือกิ๊กใครน่ะค่ะขอบอกก่อนค่ะ แค่ผู้หญิงคนหนึ่งที่มี

ความรู้สึกดีๆกับผู้ชายที่น่ารักและก็น่าคบคนหนึ่งน่ะค่ะ q*021
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
vy'8ki
เรทกระทู้
« ตอบ #10 เมื่อ: 24 ม.ค. 11, 02:04 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
q*021q*012
ขอโทษที่ทำให้งงค่ะ แต่ไม่เป็นไร งงต่ออีกนิด ถือว่าแชร์ประสบการณ์ก็แล้วกันค่ะ

"คิดถึงคุณเหลือเกินค่ะ ยิ่งนานวันก็ยิ่งแน่ใจว่าเวลาไม่ได้ช่วยให้ความรู้สึกที่มีต่อคุณลดน้อยลงไปแม้แต่น้อย กลับยิ่งร่ำร้อง..โหยหา เคยนึกอยากให้วันเวลาเคลื่อนไปอย่างช้าๆ เมื่อครังที่ได้อยู่กับคุณ ช่างมีค่า มีความหมาย มีแต่ความสุข
ปล. ขอบคุณเป็นที่สุดสำหรับกำลังใจ และความห่วงใยที่ส่งถึงในวันที่ ....ขอให้คุณจงรู้ว่า รางวัลที่มีค่าที่สุดแก่ใจดวงนี้คือ..หัวใจของคุณเท่านั้น"


นี่เป็นอีกข้อความที่หวานมากๆ คนรับก็คงใจละลายทีเดียว เขียนมาหลังจากที่ผู้ชายย้ายกลับมาอยู่กับครอบครัวแล้ว มีอีกหลายๆตอน ที่ถ้าเป็นเหตุการณ์ปัจจุบัน สงสัยจะต้องเกิดการกระชับพื้นที่ สลายการชุมนุมเป็นแน่

ฝ่ายหญิงนั้น ปัจจุบันก้าวหน้าในการงานเป็นอันมาก ได้เป็นผู้บริหารของหน่วยงานที่ดูแลทุกข์ของประชาชนผู้ด้อยโอกาส โดยเฉพาะอย่างยิ่งทุกข์ของสตรีที่ถูกทำทารุณกรรมในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการค้ามนุษย์ ความรุนแรงในครอบครัว
ไม่น่าเชื่อว่าเขาเคยผ่านการทำร้ายครอบครัวผู้อื่นมาก่อน(ถึงแม้ภรรยาเขาจะไม่รู้ตัวก็ตาม) ถ้าเขาไม่ยอมหยุด จะก้าวหน้าต่อไปได้ไหมหนอ.. น่าสงสัยจัง!!

แม่ดุ้ยเองหลังจากเจอหลักฐาน ความรู้สึกมันก็มีหลากหลาย เครียด ทุกข์ โล่งใจ ผิดหวัง เศร้าใจ ที่โล่งใจเพราะได้พิสูจน์เสียที่ว่าเราไม่ได้ระแวงลมๆแล้งๆ และได้เคลียร์กับสามีแบบวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่จินตนาการ ไม่งั้นไม่มีทางยอมรับเด็ดขาด

ส่วนความรู้สึกด้านลบทั้งหลายนั้น แน่นอนว่ามันไม่สามารถลบเลือนได้ในเร็ววัน ต้องใช้เวลาสักหน่อย เพราะได้ทำความตกลงกันแล้วว่า ตลอดระยะเวลาทีแยกกัน (เพราะหน้าที่การงาน) ต่างคนก็ต้องดูแลตัวเอง ยึดมั่นเชื่อใจกัน เราก็ไม่เคยระแวง เพราะสามีก็เป็นผู้ใหญ่แล้ว อายุมากกว่าเราสิบกว่าปี ไม่เคยคิดว่าจะเหลวไหล หักห้ามใจตัวเองไม่ได้ เล่าให้น้องชายฟัง มันก็พูดแซวว่า เมียน้อยเป็นแม่ม่าย แถมอายุมากกว่าเมียหลวงเป็นสิบปี น่าเจ็บใจไม่น้อยนะนี่!!!

แต่แม่ดุ้ยไม่เคยรังเกียจหรือมองลบกับแม่ม่ายนะคะ ไม่ว่าเราจะอยู่ในสถานะไหน ถ้าไม่ประพฤติผิดศีลธรรม ก็เป็นสัตว์ประเสริฐทั้งนั้นแหละค่ะ
หลังคุยกับสามีแล้วก็ได้โทร.ไปคุยกับผู้หญิง อย่างที่บอกว่ามันเป็นอดีต แต่มันก็ใหม่มากสำหรับเรา เพราะเพิ่งกระจ่างชัดเมื่อ 4 มค. 54 ที่ผ่านมา

มีอยู่ช่วงหนึ่งที่คุยกัน ( 5 มค. 54) แม่ดุ้ยถามว่าไม่รู้สึกผิดเลยหรอที่ทำไป ผู้หญิงบอกว่าถ้าไม่รู้สึก ก็คงต้องปล่อยให้เหตุการณ์ดำเนินต่อไป และได้บอกกับผู้ชายเสมอว่าให้กลับมาหาครอบครัว แต่จากจดหมายมันมีแต่ร่ำร้องยอดรัก ไม่มีตรงไหนที่สำนึกเลยนี่นา แถมไม่พอนัดเจอกันกรุงเทพอีกต่างหาก ( สังกัดเดียวกัน เวลาประชุม อบรมเขาจะเจอกันเรื่อย ถึงแม้จะอยู่ภูมิภาค )
พอถามสามีเขาก็บอกว่าผู้หญิงเห็นเขามีความมั่นคงต่อครอบครัวก็พากันถอยไปเองแหละ ...แต่คุณไปตอบสนองชู้สาวกับผู้หญิงทำไมล่ะ ตบมือข้างเดียวไม่ดังหรอก กว่าจะถอยได้ก็ปล่อยเวลาล่วงเลยตั้งหลายปี.. ก่อนหน้านี้สามีเคยยืนยันกับเราว่าไม่เคยมีความรักความผูกพันกับใคร เคยมีฉาบฉวย ซื้อบริการบ้างเท่านั้น (บอกหลังจากเราจับได้)

แล้วพอมาเจอจังๆกับผู้หญิงคนนี้เขาก็เสียศูนย์ไปเลยทีเดียวกับคำพูดที่บอกว่ารักเราคนเดียว ไม่เคยมีเมียน้อยก็เป็นอันเสียหมา(คำเปรียบเปรยนะ อย่าคิดมาก)

ที่คุยมาทั้งหมดส่วนหนึ่งอยากระบายบ้าง แต่ถ้าเป็นภาระในการอ่านก็ ขอโทษอีกทีค่ะ แต่ที่สำคัญ อยากจะสื่อว่า อย่าปล่อยโอกาสให้เกิดการใกล้ชิดเกินขอบเขต ไม่งั้นผู้หญิงที่ดีและเก่ง ผู้ชายที่ เป็น family man ก็พากันดำดิ่งลงทางด้านมืดได้ และที่สำคัญส่งผลกระทบต่อคนรอบข้างโดยเฉพาะครอบครัวแน่นอน ถ้ายังหยุดไม่ได้ การงานก็พลอยมีปัญหาด้วยแน่ๆค่ะ

แม่ดุ้ยก็อยากจะให้ระวังใจของใครของมันก็แล้วกันนะคะ อย่าล่วงละเมิดใคร ในทำนองเดียวกันก็อย่าให้ใครมารุกล้ำง่ายๆก็แล้วกัน


q*014 จบแล้วก็ยินดีด้วยค่ะ.. ตอนแรกคิดว่ายังไม่จบซะอีก ( q*020) .. อ่านถึงตอนจบแล้วโล่งเชียว q*021

ขอบคุณนะคะที่นำเรื่องของแม่ดุ้ยมาเตือนใจกัน q*021

ว่าแต่.. ถ้าใจมันระวังไม่ทันแล้ว... ขอเป็นระวังกายแทนได้มั๊ยคะ q*020q*012


..คนถูกลอยอังคาร..
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
vy'8ki
เรทกระทู้
« ตอบ #11 เมื่อ: 24 ม.ค. 11, 02:19 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ขอบคุณค่ะ
เมื่อกี้แม่ดุ้ยพิมพ์นานมาก เพราะยุ่งๆ ทำอย่างอื่นไปด้วย หลังจากส่งข้อความที่สองแล้วจึงมาเห็น ข้อความของเพื่อนๆ ขอบคุณน้ำใสใจจริงของทุกท่านค่ะ โดยเฉพาะคุณไข่ รู้สึกร่มรื่นในใจเสมอเมื่อได้อ่าน แรกๆแม่ดุ้ยก็เป็นน้ำเดือดเลยที่เดียว พอดีจำเลยจนด้วยหลักฐานเขาก็เลยไม่ทำสงครามกับเรา

คุณอังคารคะ รู้สึกดีจังที่จำกันได้ เรื่องนี้มันต่างกรรม ต่างวาระกันค่ะ คิดๆดูแล้วเรื่องที่เคยมาเล่าให้ฟัง มันเป็นเรื่องจ้อยไปเลยที่เดียวเมื่อเทียบกับเรื่องนี้ ถึงแม้ว่าตอนนั้นจะรับไม่ได้เลยที่เกิดเหตุนั้นขึ้น แต่ว่าพอเข้าใจได้แล้วว่า ผู้ชายไกลบ้าน เกิดความเหงาได้ สังคมไทยเป็นอย่างนี้ ฯลฯ เรื่องราวมันก็ผ่านไป กำลังปรับสภาพได้ก็เอาอีกละ

ตอนนี้ยอมรับค่ะว่ามันยังทำใจลำบาก มันเสียความไว้วางใจและศรัทธาน่ะค่ะ ความรักอาจจะเหมือนเดิม แต่ความเกลียดมันโผล่มานิดๆแล้ว (คงไม่ว่ากันนะ พูดตามตรง) ได้บอกเขาแล้วว่า เกลียดคุณ..คนเดิมจัง อยากได้คนใหม่ ขอถือว่าคุณคนนั้นตายไปแล้วได้ไหม เขาก็ไม่ต่อปากต่อคำ พูดแต่ว่าอย่ารื้อฟื้นได้ไหม ปัจจุบันเขาก็เหมือนเดิมแล้ว ต้องเชื่อเขาใช่ไหมคะคุณไข่ ขอเวลาหน่อยนะคะ จะพยายาม


น่าอิจฉาแม่ดุ้ยจังค่ะที่ "เขา" ของแม่ดุ้ยกลับตัวกลับใจได้แล้ว q*021

"เขา" ของดิฉันไม่สามารถกลับตัวกลับใจได้ในขณะที่ดิฉันให้โอกาส ....สุดท้ายก็คือการ "เลิกรา" q*015

ช่วงที่หายโกรธหายเกลียดเขาแล้ว เคยคิดเหมือนกันว่าจะกลับมาเป็นครอบครัวกันได้มั๊ย?

แต่คำตอบที่ได้มาจากใจของตัวเองก็คือ.."ไม่ได้".. เพราะมันรู้สึกรังเกียจอยู่ลึกๆ และก็ระแวงทุกครั้งที่ห่างกัน ยิ่งจับได้ชัดๆ หลายครั้งว่าเขาโกหก/พูดไม่จริง บ่อยๆ ..ความไว้ใจจึงยิ่งเลือนลาง..

สงสารตัวเอง.. แต่สงสารยิ่งกว่า คือ "ลูก" q*015 ..แต่มันไม่ไหวจริงๆ... q*036



q*022q*020 กลายเป็นมาบ่นเรื่องตัวเองให้แม่ดุ้ยฟังซะงั้น q*020q*012
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #12 เมื่อ: 24 ม.ค. 11, 07:18 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ผมแวะมาอ่านครับ แม่ตุ้ย... q*021

ขอบคุณที่เล่าสู่กันฟังครับ... q*021

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #13 เมื่อ: 24 ม.ค. 11, 08:44 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ยังไม่ได้ทักทายน้องเจเจเลยค่ะ น่ารักเสมอนะคะ แม่ดุ้ยไม่ได้หายไปไหนหรอก ยังติดตามเพื่อนๆในบอร์ดอยู่ค่ะ สายใยที่นี่เหนียวแน่นเสมอล่ะ

คุณกระถิน (เห็นเพื่อนๆเรียกอย่างนั้นใช่ไหมคะ) แม่ดุ้ยไม่สงวนลิขสิทธ์หรอกค่ะ เราอ่านเองยังหวามไหวเลย ผู้ชายที่เป็นที่รักของเขาจะตัดใจลงได้ง่ายๆอย่างไรกัน แบ่งๆ เจือจานกันไป โลกจะได้สดใสเบ่งบานด้วยความรัก แต่ต้องถูกที่ ถูกเวลานะ ไม่งั้นเกิดปัญหาโลกร้อนผ่าวๆแน่ค่ะ

เข้าใจคุณอังคารมากค่ะ อย่าคิดว่าบ่นเลย ดีใจที่เรามีพื้นที่ในการคุยกัน แม่ดุ้ยเองก็ได้บอกสามีเหมือนกันว่าถ้าเกิดเหตุอีก อยู่กันต่อไปในสถานะเดิมไม่ได้แน่นอน จริงๆครั้งนั้ก็คิดว่าเราจะอยู่กับคนที่ทรยศ หักหลังเรามาตลอดได้อย่างไร แต่การจะเลิกกันมันซับซ้อนมากค่ะ เพราะ" ลูก " ก็เป็นปัจจัยหลักด้วย อีกอย่างเขาก็ทำตัวปกติแล้ว (แต่ลึกๆก็ยังระแวงอยู่นะคะ เพราะเขาก็ยังคุยกัน เจอกันเรื่องงานอยู่บ้าง ถ่านไฟเก่ายังมีเชื้ออยู่บ้างก็ไม่อาจทราบได้)

จะว่าไปช่วงที่เขามีเมียน้อย ก็ทำให้ความสุขในครอบครัวกระเทือนเหมือนกัน แต่สัญญาณมันไม่ค่อยชัด เวลาเขากลับมาเยี่ยมครอบครัว ชีวิตก็ปกติ จะมีบางครั้งที่รู้สึกว่าเขาเครียดๆ มีอะไรในใจ เราก็รีบสร้างบรรยากาศครอบครัว เขาก็คงจะชดเชยความผิดที่เขาทำไว้ จึงให้ความรักความอบอุ่นเวลากลับมาบ้าน ดูเป็นมืออาชีพดีเนาะสามีเรา (กลับเดือนละ1-2 ครั้ง ก็เข้าใจนะว่ามีเวลาอยู่กับผู้หญิงมาก แล้วก็เปิดมาขนาดนั้น ไม่หวั่นไหวเลยคงแปลกเหมือนกัน)

แต่ที่มันชัดขึ้นก็หลังจากเขาย้ายกลับมาช่วงปี 41-44 เพราะอยู่ด้วยกันตลอด ทำให้รู้ถึงความเปลี่ยนแปลง อย่างที่บอกผู้หญิงก็ครวญมาเรื่อยๆ เราสัมผัสได้ว่าเขาเครียดและทุกข์ในบางครั้ง และด้วยภาระงานที่มากขึ้น ทำให้เราเชื่อว่าเขาเหนื่อยเรื่องงานจริงๆ

จะว่าไปแล้วเรื่องสัมพันธภาพทางเพศก็กระทบนะ ด้วยงานเขาต้องออกพื้นที่บ้าง สังสรรค์บ่อยทั้งในและนอกหน่วยงาน กลับบ้านมาก็เมาหลับ บอกอยากพัก (ทั้งๆที่เมื่อก่อนไม่พักขนาดนี้ก็ได้) บางเรื่องบางราวก็หงุดหงิดง่ายกว่าปกติ แม่ดุยก็น้ำใสไหลเย็นนะ เพราะไม่รู้เรื่องจดหมายไง ระแวงก็นิดๆ มันไม่มีหลักฐาน แต่พอมานึกย้อนหลังไป มันเจ็บใจตรงนี้มากเลย แหม!! ปล่อยเรานอนหนาว ที่แท้เครียดเพราะคิดเรื่องเมียน้อย โธ่!!!!

หลังจากปี44 จนถึงปัจจุบัน ก็ย้ายไปอีกหลายจังหวัดค่ะ ยังไม่ได้กลับเลย ตอนนี้อยู่ภาคกลาง กลับบ้านทุกสัปดาห์ (ถ้าไม่ติดงานจริงๆ) อยากฝากใครในบอร์ดช่วยๆดูแลให้หน่อยได้มั๊ยเนี่ย ก็ยังมีเรื่องราวของโก๋แก่ให้เคลียร์เป็นพักๆเหมือนกัน

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #14 เมื่อ: 24 ม.ค. 11, 09:30 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
"...เขียนอะไรต่อมิอะไรถึงคุณมากมาย ดูเหมือนจะเป็นวิธีการเดียวที่ได้ระบายความรู้สึกที่อัดแน่นในอก ให้บรรเทาลงได้บ้างกับความรักที่มีอยู่เต็มหัวใจ แต่บอกใครไม่ได้ ทุกข์น้อยอยู่หรือ? ฟังดูไม่น่าเชื่อนะคะที่ผู้หญิงวัยใกล้จะสี่สิบ ลุกขึ้นมานั่งรำพึงรำพันถึงความรักที่ไม่รู้จบ จะมีใครสักกี่คนหนอที่คร่ำครวญหาหัวใจตัวเองได้มากมายถึงเพียงนี้ บ่อยครั้งที่นึกอยากถามคุณว่า "คุณเคยรักใตรมากๆและได้บอกเขาคนนั้นว่าไม่มีวันจะรักใครได้อีกมั้ยคะ?" คุณไม่ต้องตอบก็ได้ เพราะเพียงแต่อยากจะบอกคุณเท่านั้นว่าเธอคนนี้มั่นใจว่าเธอได้บอกความรู้สึกนี้ในครั้งเดียวของชีวิตกับผู้ชายคนเดียวและคนสุดท้าย "Believe me when I tell you I"ll never love anybody but you" เมื่อวันที่...ตุลาคม 2540 คืนวันที่แสนจะดื่มด่ำกับบรรยากาศริมน้ำโขง จ.หนองคาย เชื่อว่าคุณนึกถึงคืนวันนั้นช้ากว่า..."

อันนี้แถมให้คุณกระถิน เพื่อโปรดพิจารณานำไปประยุกต์ใช้ค่ะ ทั้งพากษ์ไทย/อังกฤษ วันที่เขาดื่มด่ำกัน เป็นวันเกิดสามีค่ะ ได้แต่สะท้อนใจเมื่อนึกถึง เพราะวันเกิดก็คุยหวานฉ่ำกับลูกเมียอยู่เลย (โทร.คุยกันทุกวันเมื่อห่างกัน ปฏิบัติต่อเนื่องมาตลอดค่ะ) คงทราบนะคะว่าความรู้สึกของคนเป็นภรรยาเป็นอย่างไร ฉบับนี้มาถึงหลังย้ายกลับได้เกือบปีแล้วค่ะ เจ็บปวดจริงๆ++

ที่น่าแปลกใจคือเขามีลูกสองแล้วนะ ไม่เคยคลั่งไคล้ ร้อนรักกับสามีตัวเองเหมือนที่มีต่อสามีแม่ดุ้ยเลยเหรอ

คร่ำครวญหวนไห้ขนาดนี้ ผู้ชายจะไม่รักได้หรือ จริงไหมคะคุณมิค ช่วยบอกเป็นวิทยาทานหน่อยเถอะ

นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งในหลายๆข้อความที่แม่ดุ้ยประทับจิต และได้ตัดแปะลงบนกระดาษ พร้อมทั้งบรรยายใต้ข้อความแต่ละตอน ตัวจริงส่งไปให้สามี ตัวX-rox ส่งไปให้ผู้หญิง(สามียังไม่รู้จากเรา แต่อาจรู้จากผู้หญิงแล้ว )

อย่างตอนนี้แม่ดุ้ยเขียนว่า...ดูเหมือนคุณจะบอกภรรยาคุณแล้วว่ารักมากและจะไม่รักใตรอีก คืนวันอันดื่มด่ำริมน้ำโขง หนองคาย_-ตค. 40 เป็นคืนวันที่แม่และลูกอวยพรวันเกิดให้กับพ่อที่รักที่อยู่ห่างไกลออกไปค่ะ..
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
ถ่านไฟเก่า
เรทกระทู้
« ตอบ #15 เมื่อ: 24 ม.ค. 11, 10:26 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เรื่องเมื่อ 10 ปีมาแล้ว.. q*003งานนี้ภรรยาหลวงเป็นผู้จุดถ่านไฟเก่าให้คุขึ้นมาอีกครั้ง.. q*00

ภรรยาน้อย ป่านนี้คงอายุ 50 กว่าแล้ว.. q*012 แต่ขอโทษครับ อย่าประมาทไป ผมเคยพบหญิงอายุ 50 กว่าที่ดูแลตัวเองอย่างดีมาหลายคนครับ คนนึงก็ที่ทำงานของผม เดินรวมๆกับลูกน้องที่อายุ 30 กว่าๆ แยกไม่ออกเลยครับ.. q*062

เหนื่อยใจและเป็นหวาดเสียวแทนเจ้าของกระทู้ครับ.. q*007



ปล. จะบอกว่าอยากไปก็ไป ..ผิดถนัดครับ เพราะคนกลางต้องไปแน่ อย่าหลุดปากเชียวนะครับ q*016



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #16 เมื่อ: 24 ม.ค. 11, 11:53 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ขอร้องเพลงสักท่อน..แอบรักผัวชาวบานเขา เปลืองใจ๋ q*021ขำขำค่ะแม่ดุ้ย

จดหมายที่แม่ดุ้ยเจอ อ่านไปอ่านมาเหมือนอ่านไดอารี่เล่มแดง บันทึกเรื่องราว

ในความประทับใจของฝ่ายชาย(มีลูกเมียแล้ว) ถึงเรื่องจะผ่านมานาน แต่คนเป็นเมีย

ยังไงมันก็อพึ่งเกิดขึ้นตลอดเวลา..รักและไว้ใจ..คำพูดนี้จะยังใช้ได้จริงเหรอ..มีใครกล้า

รับประกันคุณภาพมั๊ย...นิ่มคิดว่าทุกอย่างมันขึ้นอยู่กับจิตใต้สำนึก(สำนึกว่ามีเมียแล้ว)

จริงค่ะสามีทำผิดเราต้องให้โอกาสเขา..แต่ถ้าให้บ่อยจนเกิดความชินและชา..จิตสำนึกก็จะหายไป

สุดท้ายคำว่ารักและไว้ใจจะมีประโยชน์อะไร..ถ้าทุกอย่างยังเหมือนเดิม...คุณทั้งสองต้องช่วยกัน

แก้ปันหาค่ะ..อย่าแก้คนเดียว..ตบมือข้างเดียวมันไม่ดังหรอกค่ะ...แม่ดุ้ยสู้ สู้ q*014
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #17 เมื่อ: 24 ม.ค. 11, 11:54 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ขอบคุณคุณถ่านไฟเก่ามากค่ะ

นี่เป็นอีกความเห็นหนึ่งที่ต้องการค่ะ "ภรรยาหลวง"

จริงๆตอนแรกก็ไม่คิดจะจุดไฟอะไรหรอก เพียงแต่ว่าการที่ปรามๆไว้บ้างก็คงจะดี เขาเจอกันเรื่อยแหละค่ะ เป็นผู้บริหารหน่วยงานในกระทรวงเดีนวกัน คุยโทรศัพท์บ้าง ต่อแต่นี้เขาก็คงระวังตัว ระวังใจมากขึ้น หลังจากยืนยันมาตลอดว่าเป็นเพื่อนร่วมงานที่ดีต่อกันเท่านั้น

เชื่อว่าเขาเป็นผู้ใหญ่กันแล้ว ความรู้ผิดชอบชั่วดี ก็ต้องมีมากขึ้น คงจะระงับอารมณ์ฝ่ายต่ำกันได้ แม่ดุ้ยไม่ต้องบอกเขาหรอกค่ะว่าให้ไป หรือไม่ให้ไป

ตอนที่เคลียร์กันสามีบอกว่าไม่มีใครมาแย่งเขาไปได้หรอก มีอยู่ช่วงหนึ่งเราอาจจะแสดงอาการรังเกียจพฤติกรรมเขามากไปหน่อยเขาบอกงั้นก็ยกพ่อให้เค้าไปเสียเลยสิ

เราก็บอกว่า กรุณาทำตัวให้มีคุณค่าหน่อย
เขาถามว่ายังไงเหรอ..
..เราบอก พ่อน่ะเป็นคน ไม่ใช่สัตว์ หรือสิ่งของ ที่จะให้ใครมาแย่งไป หรือแม่เองก็ไม่มีสิทธิยกให้ใครทั้งนั้น และไม่ต้องรอให้ใครมาบอกว่าให้กลับไปหาครอบครัว คิดเอง ทำเองไม่เป็น ก็ไม่ใช่คนที่แม่รู้จักและรักมาตลอดชีวิตแล้วล่ะ

ใช่ค่ะ..คนที่ไม่รู้จัก และไม่รักกันก็คงอยู่ด้วยกันลำบาก ชีวิตจะมีอะไรมากมายไปกว่านี้ล่ะคะ ดำรงชีวิตที่เหลือด้วยความรักความเข้าใจดีกว่า ถ้าไม่ใช่ก็อย่าฝืนค่ะ คิดอย่างนั้นจริงๆ ได้พูดกันไปแล้ว อย่างมีสติ และสงบ ทำได้หรือไม่คงต้องดูต่อไปค่ะ


เขาเองพยายามจะบอกว่าเขาแยกแยะได้ว่าอันไหนจริง อันไหนภาพลวงตา เขารับรู้เสมอว่าเขาเลือกเราตั้งแต่แรกหลังจากผ่านชีวิตโสดโชกโชนมาแล้วเพราะอะไร และขอให้เราเป็นเหมือนเดิม

ได้ถามเขาไปว่าถ้าผู้หญิงรู้สึกว่าหลักที่ยึดอยู่มันไม่อบอุ่น ไม่มั่นคงแล้ว ถ้ามีที่เชื่อมั่นกว่าจะปล่อยเขาไปได้ไหม สามีถามว่าต้องดูว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร(คงมีหลายคน) เราบอก..ก็เมียพ่อนี่แหละ เขาอึ้งสักพักบอกว่าได้มั้ง(เสียงอ่อยๆ) ไม่ได้ท้าทาย หรือประชดนะคะ เป็นเรื่องจริงที่อาจเกิดขึ้นได้

โอ้..แต่ใครๆก็คงไม่อยากให้หญิงอื่นมายึดติดสามีตัวเองหรอกจริงไหม จะว่าไปมีสามีเสน่ห์แรงและเจ้าชู้นี่ก็ลำบากใจมากกว่าภาคภูมิใจนะนี่

จะว่าตาบอดก็ว่าได้ แม่ดุ้ยเพิ่งรู้ไม่นานมานี้เองว่าสามียังเจ้าชู้อยู่หลังจากเชื่อมาตลอดว่าเขาถอดลายแล้วหลังแต่งงาน สงสัยจะทั้งบ้าและโง่กระมังเรา เพราะเชื่อที่เขาบอกว่ามันอิ่มตัวแล้ว รู้เห็นมาทุกอย่างแล้ว ไม่มีใจแตกแน่นอน แค่คิดถึงหน้าลูกหน้าเมียก็หมดอารมณ์แล้ว ทำไม่ได้หรอก เออหนอใจคน!!!

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
ผ่านมาให้กำลังใจ
เรทกระทู้
« ตอบ #18 เมื่อ: 24 ม.ค. 11, 14:56 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
แม่ดุ้ยค่ะ
เราอ่านเรื่องราวในบอร์ดนี้มานานพอสมควร
แต่อาจจะไม่นานพอที่ได้อ่านเรื่องราวที่แม่ดุ้ยเคยโพส
หรือมันอาจจะผ่านไปโดยที่เราไม่ทันได้เข้ามา

ชีวิตคนเราเดี๋ยวนี้ โดยเฉพาะครอบครัวในโลกปัจจุบันนี้
มันต้องทันกับเทคโนโลยี เพราะคุณเจ้าเทคโนโลยีนี่แหละที่พาให้คนในครอบครัว มีความคิด ความรู้สึกในฝ่ายต่ำมากขึ้น
เราเห็นข้อความหลายๆข้อความเรื่องของมือที่สาม เรื่องของเมียน้อย หรือทำนองนี้มากขึ้นเรื่อยๆ
มักเกิดจากการที่ผู้ชายและผู้หญิงอีกคนไม่รู้จักหักห้ามใจ
ตัวเราเองก็เคยตกอยู่ในสถานะของเมียหลวง โดยที่ไม่รู้ตัว
ได้แต่ก้มหน้าก้มตาทำงาน เลี้ยงลูก ดูแลสามี
พอหันกลับมาดูแลตัวเองก็ไม่ทัน "เด็กโลกไซเบอร์"
แต่...ความรัก และภักดี ความแข็งแรงของครอบครัว ก็สามารถบั่นทอนตัณหา ความคิดฝ่ายต่ำลงได้
หากแต่ต้องใช้ความอดทน แรงใจ สัมผัส หลากหลายวิธีมากมายเข้าช่วย
รวมถึงประสบการณ์ของความเหนือชั้นค่ะ (เราบอกเรียกมันว่า "กระดูกคนละเบอร์นะน้องเอ้ย")
ถ้าถามว่าลืมเรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้นได้มั๊ย
ตอบได้เลยว่าไม่มีวันลืมไปจนตาย
หากแต่เก็บมันไว้ในเบื้องลึกของหัวใจ ให้แค่คอยส่งสัญญาณเตือนหากมีสิ่งผิดปกติเท่านั้น
และไม่ยอมให้เป็นสัณญาณรบกวนเป็นอันขาดค่ะ

เป็นกำลังใจให้ค่ะ ความรักที่สามีมีต่อภรรยา และความรักที่ภรรยามีต่อสามี และความรักที่พ่อมีต่อลูกๆ และความรักจากลูกๆที่มีต่อพ่อและแม่ค่ะ จะช่วยให้แม่ดุ้ยผ่านพ้นเหตุการณ์ครั้งนี้ไปได้ด้วยดีค่ะ
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
งง
เรทกระทู้
« ตอบ #19 เมื่อ: 24 ม.ค. 11, 17:43 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เลิกเหอะ อยู่ไปก็เผาใจปล่าวๆ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
แม่ดุ้ย
เรทกระทู้
« ตอบ #20 เมื่อ: 25 ม.ค. 11, 10:09 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ขอให้กำลังใจคุณผ่านมาฯ ด้วยเช่นกันค่ะ
ยอมรับว่ายากลำบากใจ แต่จะลองดูค่ะ
คุณเก่งจังที่เก็บไว้ได้มิดชิด
แม่ดุ้ยเอง พอคิดถึงว่าเขารักและผูกพันกันอย่างไร
ก็ทำให้ปรี๊ดขึ้นมาทุกที ต้องใช้เวลามากทีเดียว

มันก็จริงแหละค่ะคุณงง มันเผาใจ ขอบคุณที่เข้าใจความรู้สึกค่ะ
ถ้ายังไม่เกิดการปรับตัวปรับใจก็คงอยู่ต่อลำบากแน่ๆ


noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
mmnana
เรทกระทู้
« ตอบ #21 เมื่อ: 25 ม.ค. 11, 17:12 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

หนูอยู่กระทรวง(ช่วยเหลือสังคม 1300)นี้นะคะ จะฝากบอกอะไรไหมคะแม่ดุ้ย หนูเห็นใจจริงๆๆเลยคะ แต่ปล่อยวางได้ก็น่าจะดีนะคะ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
หนูนา
เรทกระทู้
« ตอบ #22 เมื่อ: 25 ม.ค. 11, 17:31 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

หนูเป็นบุคคลหนึ่งที่นั่งอ่านบทความของแม่ดุ้ย เข้าใจและเห็นใจหัวอกผู้หญิงนะคะ หนูผ่านเหตุการณ์แบบนี้มามากมาย ต้องสู้รบปรบมือกับผู้หญิงคนหนึ่งที่เราไม่รู้จัก แต่ใช้ชื่อว่า "เมียน้อย" แต่อย่างว่าคะตบมือข้างเดียวมักจะไม่ค่อยดัง คนของเราก็ใช่ย่อย ตอนนี้หนูก็เริ่มเบื่อหน่ายความรัผม้สึกท้อแท้ เวลาที่เรารักสามีเรามากๆๆ ผลสะท้อนมันมักจะมาทำลายความรักที่มีให้เขาเสมอ บางทีนั่งอยู่น้ำตาก็ไหลเอง ตอนนี้ก็ปล่อยวางลงได้บ้างแล้ว เพราะว่าคิดว่าชีวิตนี้เกิดมาแค่ครั้งเดียวอยากทำอะไรให้กับตัวเองบ้าง หนูไม่รู้ให้กำลังใจแม่ดุ้ยยังไงดี แม่เชื่อเรื่องคู่เวรคู่กรรมหรือป่าวคะ หนูเชื่อนะคะว่าหนูน่ะเป็นคู่เวรคู่กรรมกับเขาไม่ว่าจะยังไงเขาก็กลับมาหาหนู -- หนูเชื่อว่ายามเมื่อแก่เฒ่า (ชรา) จริงๆๆ คนที่ดูแลสามีก็คือตัวเรานี่แหละ มันคงไม่พ้นเราแน่นอนคะ -- ขอเป็นกำลังใจให้นะคะ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
ละครเศร้า
เรทกระทู้
« ตอบ #23 เมื่อ: 25 ม.ค. 11, 17:40 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ที่ได้ฟังเรื่องของแม่ตุ้ยมาดูคล้ายๆ เรื่องของดิฉันเลยค่ะช่วง 2 ปีที่แล้วดิฉันก็เกิดปัญหาแบบนี้เหมือนกันคือสามีดิฉันทำงานอยู่ที่บริษัทแห่งหนึ่งและได้อยู่ใกล้ชิดกับผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งมีตำแหน่งหน้าที่การงานสูงกว่าเขา ตอนนั้นสามีดิฉันจะกลับบ้านดึกทุกวันเลยปีหนึ่งมี 365 วันเขาก็ไม่เคยกลับบ้านแต่หัววันเลยแม้แต่วันเดียวเขาอ้างว่าทำงาน มีงานมาก งานยุ่ง ดิฉันก็ทำงานในสายงานเดียวกันกับเขาเพียงแต่อยู่กันคนละบริษัททำไมดิฉันจะไม่รู้ว่าเนื้อหน้างานมันเป็นไร มันคงจะไม่เยอะทุกวันจนไม่มีเวลาให้กับครอบครัวหรอกนะ กลับบ้านมาตีหนึ่ง ตีสอง เกือบทุกวัน กลับเร็วสุดก็ 4-5 ทุ่ม ฉันก็ไม่ได้คิดอะไรมากจนอยู่มาวันหนึ่งเขากลับบ้านสว่างฉันเองก็เลยไปหยิบโทรศัพท์เขาดูแล้วโทรไปเบอร์สุดท้ายที่โชว์เบอร์ ปรากฏว่าเป็นผู้หญิงรับ รู้มั้ยค่ะว่าผู้หญิงคนนั้นพูดว่าอย่างไร เขาพูดว่า "ว่าไงค่ะผัวขา" ถ้าเป็นคุณ คุณจะคิดอย่างไร ดิฉันได้ยินอย่างนั้นแล้วดิฉันเข่าแทบทรุด เพราะผู้หญิงคนนั้นฉันเองก็รู้จักเขาดีว่าเขาทำงานอยู่ในตำแหน่งไหนของบริษัทฯ ที่สามีฉันทำอยู่ แต่เมื่อดิฉันได้ยินดังนั้นดิฉันก็ใจดีสู้เสือ เลยตอบเขากับไปว่า "ดิฉันเองแฟนคุณ.....คือที่โทรมาคืออยากรู้ว่าเมื่อคืนสามีดิฉันทำงานอยู่ถึงเช้าเลยหรือ" และพอเขาได้ยินว่าเป็นฉันน้ำเสียงเขาก็รนรานมากและก็ตอบดิฉันอยู่สองสามประโยคจากนั้นดิฉันก็วางสาย แต่ในใจคิดว่าแน่แล้วล่ะสิ งานเข้าเราแล้วมั้ยล่ะ สิ่งที่เราคิดสิ่งที่เรานึกมันกำลังเป็นจริงแล้วล่ะสิ จากนั้นมาดิฉันก็ระแวงเขามาตลอดและก็ถามเขาด้วยว่าทำไมถึงเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น เขาตอบฉันว่าอย่างไรรู้มั้ย เขาบอกว่า " ไม่มีอะไรเป็นแค่เพื่อนกัน อยู่บริษัทฯ ก็พูดหยอกล้อกันแบบนี้เป็นประจำ อย่าคิดมาก" บอกกับฉันว่าอย่าคิดมากแต่การกระทำมันไม่ใช่มันขัดแย้งกันอยู่ตลอดเวลา พอเวลาวันไหนที่เขากลับบ้านมาแต่วันเขาก็จะโทรศัพท์คุยกันทุกวันเหมือนว่าไม่ได้อยู่บริษัทเดียวกันอย่างนั้นแหละเหมือนว่าอยู่ที่ทำงานคุยกันไม่สะดวกอย่างนั้นแหละ แล้วคำพูดของเขาที่โทรศัพท์คุยกันมันช่างหวานปานไม่ใช่เพื่อนกันธรรมดาซะแล้วสิ ฉันเคยแอบได้ยินเขาคุยกันบ้างครั้งวันหยุดเขาก็โทรหากัน แล้วใช้คำพูดแบบหวานหูไม่รู้หายอะไรปานนั้น แล้วเวลาตอนเช้าที่เขาจะไปทำงานเขาก็จะโทรถามกันอีกว่าจะกินอะไรหรือเปล่าจะซื้อไปฝาก แล้วเขาก็ซื้อกับข้าวไปกินที่ทำงานทุกวันแต่เขาก็ไม่ได้ซื้อไปให้ผู้หญิงคนนี้กินคนเดียวหรอกนะ เพราะสามีฉันเป็นคนฉลาดเขาไม่ทำให้ใครในบริษัทรู้ความเลวร้ายหรือจับพิรุทของเขาได้ง่ายๆ หรอก เขาก็จะซื้อไปฝากพวกน้องๆ หรือลูกน้องผู้หญิงคนนี้ด้วย เรียกได้ว่าไม่ทำให้กระต่ายตื้น เขาทำแบบนี้มาเป็นปีๆ โดยที่ดิฉันไม่เคยเขาไปยุ่งเกี่ยวอะไรกับเขาเลย เขาบอกว่าเป็นเพื่อนก็คือเพื่อนเพราะกลัวว่าถ้าทำอะไรที่รุนแรงไปอาจจะทำให้สามีฉันเดือดร้อนเพราะผู้หญิงคนนี้เป็นคนคุมงานสามีดิฉันอีกต่อหนึ่ง คือมีอำนาจในหน้าที่การงานเหนือกว่าสามีดิฉัน ฉันจึงต้องทนมานานเป็นปีๆ ทั้งๆ ที่ใจเหมือนไฟรุกไหม้อยู่ในใจ อยู่มาวันหนึ่งดิฉันก็เกิดท้องลูกคนที่สองขึ้นมา และหวังว่าเขาจะจบกับผู้หญิงคนนั้น และกลับบ้านไวกว่าที่เคยเป็นมา แต่ก็ไม่เคยเลย ไม่เคยแม้แต่จะเป็นห่วงดิฉันว่าจะอยู่อย่างไรเป็นอย่างไรคิดมากหรือไม่ มีวันหนึ่งดิฉันทนไม่ได้ดิฉันเลยถามเขาว่า งานเสร็จแล้วทำไมไม่รีบกลับบ้านทำไมต้องอยู่ที่บริษัทฯ เขาบอกฉันว่าเขาอยู่เป็นเพื่อนผู้หญิงคนนั้น เพราะผู้หญิงคนนั้นเขารอตอบเมลไปต่างประเทศฉันเลยถามเขาอีกว่าทำไมไม่ทำตอนกลางวัน เขาก็ตอบอีกว่าเพราะที่ไทยเรากับที่ต่างประเทศเวลามันไม่ตรงกัน สามมีดิฉันพูดอีกว่าเขาเป็นผู้หญิงอยู่คนเดียวฉันเป็นห่วงจะปล่อยให้เขาอยู่คนเดียวก็ไม่ได้ ฉันก็ถามเขาอีกว่าทำไม่เขาไม่ไปตอบที่บ้านเขาเพราะคนระดับนั้นที่บ้านเขาต้องมีคอมพิเตอร์กันทุกบ้านอยู่แล้ว ทำไมต้องนั่งทำที่ทำงานดึกๆ ดื่นๆ ด้วย แล้วเธอ(หมายถือสามีฉัน)เป็นห่วงเขาแล้วฉันล่ะซึ่งกำลังท้องอยู่เธอเคยเป็นห่วงฉันบ้างมั้ย สามีฉันตอบว่า ก็เธออยู่บ้านแล้วฉันเลยไม่ค่อยห่วงมากนัก ฉันก็ถามเขาอีกว่าแล้วฉันจะอยู่อย่างไร กินแบบไหน เธอเคยใส่ใจฉันบ้างมั้ย เธอใส่ใจแต่คนอื่นแล้วลูกเมียเธอที่อยู่ที่บ้านล่ะเธอเคยสนใจมั้ย พูดไปฉันก็ร้องไห้ไปน้อยใจแบบสุดๆ จากนั้นมาก็ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง สามีดิฉันก็ยังคงทำตัวเหมือนเดิม ไม่เคยกลับบ้านเร็ว และอยู่มาวันหนึ่งฉันเกิดเอะใจไปดูกระเป๋าทำงานของเขาฉันก็ได้ตกใจอีกครั้งในกระเป๋าทำงานเขามีถุงยางอนามัย และยาไวอาก้า เตรียมพร้อมอยู่ตลอดเวลา แล้วแบบนี้ คุณๆ ผู้อ่านคิดว่าฉันคิดไปเองมั้ย แล้วฉันจะทำอย่างไรต่อไป คงต้องมาเขียนให้อ่านใหม่ในวันพรุ่งนี้แล้วล่ะ วันนี้ต้องกลับบ้านก่อนล่ะนะ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
กุ้งประทุม
เรทกระทู้
« ตอบ #24 เมื่อ: 26 ม.ค. 11, 10:33 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
q*004หนูเป็นอีกคนที่รักพ่อตัวเองทั้งรักทั้งห่วงพ่อโดยที่จะไม่ยอมแต่งงานกับใครตอนนี้ก็ยังรักอยู่แบบเดิมมีผู้ชายมาจีบแต่ไม่รักจะรักพ่อห่วงพ่อที่สุดไม่ได้คิดว่าพ่อเป็นพ่อแต่คิดว่าเป็นสามี ใครมียารักษาช่วยบอกหนูหน่อยซิ
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
ละครเศร้า
เรทกระทู้
« ตอบ #25 เมื่อ: 26 ม.ค. 11, 15:26 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

จากเหตุการณ์ที่พบเจอถุงยางอนามัยและยาไวอาก้าในกระเป๋าทำงานของเขา ฉันแทบสติแตก และวีนแตกแบบสุดๆ ฉันหยิบถุงยางมาขวางใส่หน้าสามีของฉันและถามเขาว่า เดี๋ยวนี้เขาต้องพกถุงยางไปทำงานกันแล้วหรือทำแบบนี้มันหมายความว่าไง เขาก็แก้ตัวไปแบบน้ำขุ่นๆ ว่าบางครั้งผู้ชายอาจมีไปเที่ยว ไปกินกันบ้างก็ต้องเตรียมพร้อมไว้ก่อนกันพลาด ผู้เหมือนว่าฉันเป็นควายที่ไม่รู้เลยนะว่าเวลาเขาไปเที่ยวผู้หญิงแบบอย่างว่ากันสถานที่แบบนั้นเขาต้องแจกถุงยางอนามัยให้อยู่แล้ว ทำไมต้องพกไปเองด้วยผู้หญิงพวกนั้นเขาก็คงต้องป้องกันตัวเองอยู่แล้วคงไม่ให้คุณไปทำซี้ซั้วกับเขาหรอก เขาก็พูดๆ ไป แต่ฉันก็ยังไม่เชื่อและก็ไม่พูดกับเขาอีกเลย จนอยู่มาวันหนึ่งเจ้านายเขาอีกคนที่เป็นผู้ชายที่เคยไปกินไปเที่ยวด้วยกันโทรมาเคลียร์กับฉันและบอกกับฉันว่าผู้หญิงคนนั้นกับแฟนฉันไม่มีอะไรกันซึ่งเป็นไปไม่ได้ และก็ยังบอกอีกนะว่าผู้หญิงคนนั้นมีแฟนแล้ว ฉันก็รู้ว่าผู้หญิงคนนั้นมีแฟนแล้วและแฟนเขาเป็นเจ้าของเหมืองแร่อยู่ที่จันทบุรี ซึ่งไปๆ มาๆ ไม่ได้อยู่ด้วยกันทุกวันกับผู้หญิงคนนี้ และช่วงหลังๆ มานี้ผู้ชายที่เป็นแฟนผู้หญิงคนนี้ก็ไม่ค่อยมาหานานแล้ว เพราะเหตุนี้กระมังที่เป็นสาเหตุให้ผู้หญิงคนนี้ว้าเหว่อาจจะอยากมีใครสักคนที่เข้าใจเขา และสามีดิฉันก็เป็นผู้ชายที่เอาใจคนเก่งอยู่แล้ว และเข้าอกเข้าใจคนอื่นเป็นอย่างดี พูดคุยกันไปกันมาก็คงจะเห็นอก เห็นใจ จนเห็นอะไรต่อมิอะไรไปถึงไหนกันแล้วก็ไม่รู้ กลับมาพูดถึงเจ้านายของสามีดิฉันอีกคนที่โทรมาเคลียร์ให้ อาจจะเป็นสามีฉันขอร้องเขาให้โทรมาหรืออะไรก็ตามแต่ แต่ที่เจ้านายเขาพูดเขารู้ได้อย่างไรว่าสองคนนี้ไม่มีอะไรกัน เขาอยู่ด้วยกับสองคนนี้ตลอดเวลาเลยหรือ แล้วเวลาที่เขาแอบไปเที่ยวด้วยกันสองต่อสองทำไมเขาไม่รู้ล่ะ เวลาเขานั่งทำงานอยู่ด้วยกันสองต่อสองดึกๆ ดื่นๆ ด้วยกันล่ะผู้ชายกับผู้หญิงที่มีความเข้าใจกันมันจะเกิดอะไรขึ้นล่ะ แล้วทำไมต้องพกถุงยางไปทำงานด้วยล่ะ แล้วที่โทรหากันอยู่ทุกวันแบบหวานเจี๊ยบเลยล่ะมันหมายความว่าไร แล้วถ้าบริสุทธิ์ใจจริงทำไมต้องแอบโทรคุยกันด้วยล่ะ ใครจะบอกกับดิฉันได้บ้างว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับฉัน แล้วฉันจะทำอย่างไรดี แต่ที่แน่ๆที่ฉันรู้มาคือคนที่มีความรู้ ความสามารถ ไม่ว่าจะเกิดมาดี ครอบครัวดี ฐานะดีแค่ไหน การศึกษาดีแค่ไหนก็ไม่ได้ทำให้คนเป็นคนดีได้เลย ใฝ่ต่ำ ไร้ยางอาย ไร้สติ ไร้รสนิยม มั่วกามา ผิดศีลธรรมไม่ว่าลูกผัวใครก็ไม่สนทั้งๆ ที่รู้อยู่แล้วว่าเขามีลูกมีเมียอยู่แล้วก็ยังทำ แต่เรื่องแบบนี้มันตบมือข้างเดียวมันไม่ดังอย่างว่านั้นแหละ มันชั่วกันทั้งสองคน มีอยู่วันหนึ่งในช่วงวันปีใหม่พอดีผู้หญิงคนนั้นส่งข้อความมาอวยพรสามีดิฉัน เขียนมาในทำนองว่า รักและคิดถึง เป็นห่วงเป็นใย หวังดี ห่วงหาอาทร อะไรประมาณนี้แหละฉันเองก็น่าจะจดข้อความนั้นไว้จะได้ไม่ลืมเอามาเล่าให้เพื่อนๆ พี่ๆ ฟัง แต่เพียงเพราะว่าฉันไม่อยากจำให้มันรกสมองจึงไม่จำ แต่ก็ไม่ลืมสิ่งที่มันเกิดขึ้นกับตัวฉันซักที เท่าทุกวันนี้ก็ยังไม่ลืม อยากจะคิดว่าทุกวันนี้เขาไม่ได้ติดต่อกันแต่ความรู้สึกมันก็ยังมี ยังโกรธแต่ก็ฝืนยิ้ม ที่คิดว่าเขาไม่ได้ติดต่อกันหรือสบายใจได้อีกอย่างหนึ่งคือทุกวันนี้เขาได้ลาออกจากบริษัทฯ นั้นมาแล้วทั้งสองคน และก็ต่างคนต่างไปทำงานกันคนละที่ แต่เขาจะแอบติดต่อกันหรือเปล่านั้นฉันก็ไม่อาจทราบได้เพราะตอนนี้สามีดิฉันทำตัวเนียนมาก พี่ๆ เพื่อนๆ น้องๆ ช่วยแนะนำดิฉันหน่อยได้มั้ยค่ะว่าควรจะทำอย่างไรต่อไปดี

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
คนโง่
เรทกระทู้
« ตอบ #26 เมื่อ: 26 ม.ค. 11, 16:16 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

กับบางคนที่มีการศึกษาสูงส่ง หน้าที่การงานสูงๆ บางครั้งก็ไม่ทำให้จิตใจสูงส่งตามไปด้วยหรอกนะ คนที่ใฝ่ต่ำมีอยู่มากมาย พร้อมที่จะเป็นเมียน้อยคนอื่นได้เสมอ ก็อย่างว่าเดี๋ยวนี้ผู้หญิงมีมากกว่าผู้ชาย ถ้าไม่ด้านได้ก็อายอด ขอให้มีเงินเลี้ยงดูพวกผู้หญิงเหล่านั้นได้พวกเขาก็พร้อมที่จะพลีกาย ถวายตัวให้อยู่แล้ว โดยที่ไม่สนใจว่าจะเป็นลูกผัวใคร แบบว่า "เงินมาผ้าก็หลุด"
คงจะเคยได้ยินกันบ้างแล้วนะสำนวนนี้ เพราะฉะนั้นคงไม่แปลกหรอกที่คนเหล่านั้นจะได้ชื่อว่า "เมียน้อย"

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
แม่ดุ้ย
เรทกระทู้
« ตอบ #27 เมื่อ: 26 ม.ค. 11, 18:17 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

หนู mmnana คะ ขอบคุณที่หนูห่วงใย แม่ดุ้ยก็อยากให้หนูนำเรื่องนี้ไปเป็นอุทาหรณ์ เผื่อมีใครมีปัญหา
มาขอคำปรึกษาแนะนำจากสายด่วน ก็จะได้ประกอบเป็นวิทยาทาน

นี่เป็นเรื่องจริงที่ไม่อยากให้เกิดกับผู้หญิงทุกคน แม่ดุ้ยได้บอกเมียน้อย( จริงๆ ก็ยังไม่แน่ชัดว่าเป็นอดีตไปแล้วจริงๆหรือไม่)แล้วว่าขอเป็น case study ได้ไหม เพราะชีวิตจริงยังไม่เคยเห็นเลยว่า มีหญิงวัยทองพร่ำเพ้อ คร่ำครวญโหยหาสามีคนอื่นด้วยถ้อยคำอันเร้าอารมณ์รักมากยิ่งกว่าวัยรุ่นอีก

ถ้าเป็นหญิงวัยรุ่นมาทำอย่างนี้กับครอบครัว อาจจะเข้าใจได้ว่าวุฒิภาวะ หิริโอตัปปะของเด็กมันไม่ค่อยมี แต่นี่กับคนที่อ้างตัวว่ามีวุฒิภาวะและคบแบบผู้ใหญ่ บริสุทธิ์ใจ แล้วทำอย่างนี้..สังคมมันจะมั่วกันไปหมดหรือเปล่า

ส่วนหนูนาที่เข้ามาอ่านและให้ความเห็น แม่ดุ้ยก็ถือว่าได้รับกำลังใจแล้วค่ะ หนูช่างเป็นคนที่มั่นคงในรักยิ่งนัก
อยากให้สามีของหนูระลึกได้ในเร็ววันนะคะ ถ้ามีอะไรที่จะเล่าและแบ่งปันกันได้ ก็ยินดีค่ะ

ปัจจุบันปัญหานี้มาเป็นอันดับต้นๆของปัญหาในครอบครัวไทยเลยที่เดียว ทัศนคติของผู้ชายไทยเปลี่ยนแปลงยากมาก เอาเป็นว่าเราปลูกฝังรุ่นลูกรุ่นหลานเรา ให้รู้ผิดชอบชั่วดี มีความสำนึก ซื่อสัตย์ต่อคู่สมรสก็แล้วกันนะคะ รู้ว่าไม่ใช่เรื่องที่จะเห็นการเปลี่ยนแปลงในเร็ววัน แต่ดีกว่าไม่ทำอะไรค่ะ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
แม่ดุ้ย
เรทกระทู้
« ตอบ #28 เมื่อ: 26 ม.ค. 11, 18:37 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

น้องละครเศร้าคะ แม่ดุ้ยไม่แน่ใจว่าน้องต้องพึ่งพาสามีเรื่องเศรษฐกิจสังคมแค่ไหน เขาผูกพันกับลูกเพียงไร
สิ่งเหล่านี้อาจเป็นอำนาจต่อรองในการที่จะให้สามีมีมโนสำนึกที่ดีค่ะ

ทั้งนี้ก็คงต้องคุยกัน แต่อย่าทะเลาะกันให้ลูกเห็นนะคะ
ถึงแม้ตอนนี้แม่ดุ้ยจะยังไม่สงบนัก แต่ประสบการณ์ชีวิตดู่ก็บอกอย่างหนึ่งว่าสายใยรักครอบครัวคือลูกค่ะ
บางครั้งที่มีปัญหาหนาหนัก พอคิดถึงความสุขของเด็กๆมันก็ทำให้สงบเย็นได้มากขึ้น

หนูลองคุยกับสามีด้วยเหตุด้วยผล เอาความรัก และความรู้สึก ความผูกพันที่มีต่อกันมาเป็นตัวเริ่มต้น
ก่อนที่จะคุยกับผู้หญิง แต่ถึงอย่างไรก็คงไม่ยอมรับง่ายๆถ้าไม่มีหลักฐาน

เฉกเช่นรื่องของแม่ดุ้ย หลักฐานขนาดนี้ยังมัดตัวไม่ได้ ด้วยเหตุผลที่ได้รับจากชายหญิงว่ามันจบไปแล้ว
มันเท่ากับลบล้างความผิดชั่วไปแล้วเลยหรือ..มันมีอายุความกี่ปีนะนี่

คงต้องพยายามให้อภัยได้อย่างแท้จริง คดีความถึงจะสิ้นสุด..หมดเวรกรรมต่อกัน ดังที่แม่ดุ้ยได้กล่าวอโหสิกรรมไปแล้ว

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
ผู้หญิง
เรทกระทู้
« ตอบ #29 เมื่อ: 27 ม.ค. 11, 09:52 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
เลิกเหอะ อยู่ไปก็เผาใจปล่าวๆ
ต้องการจบคำนี้ไหมคะ เพราะฉะนั้นอย่าหาว่าสอนนะคะ แต่ด้วยเป็นหญิง เป็นแม่เหมือนกัน ควรปล่อยวางเถอะคะ อย่างไรเขาก็อยู่กับคุณและลูก โกรธแค้นใครเขาไม่มีประโยชน์อะไร เราเจ็บ เราเหนื่อยเปล่าๆ เอาเวลาไปดูแลตัวเอง ดูแลสามี ดูแลครอบครัวที่ทำให้ทุกคนอยู่มีความสุขดีกว่า ผู้ชายเขาก็แสดงแล้วว่าเขาเลือกคุณ เลือกที่อยู่กับครอบครัว ผู้หญิงอีกฝ่ายที่เขียนมาหวานนะอารมณ์นั้น ผู้ชายก็คงไปให้ความหวังเขาเหมือนกันกับอีกฝ่ายก็ต้องการหวังนั้นเหมือนกัน แต่เมื่อจบไปแล้วความหลงหมดไปแล้ว อยู่กับความเป็นจริงแล้ว ฉะนั้น ทำครอบครัวให้เป็นสุขเถอะ อย่าทำครอบครัวให้ร้อนจนสามีอยู่ไม่ได้ต้องเผ่น เราเป็นภรรยาและแม่ของลูก ใจเย็นไว้เถอะ แล้วเวลาจะช่วยให้ดีขึ้น อดทนเพื่อครอบครัว ชายดีแท้หายาก แค่เขารู้ว่าเขาไม่สามารถทิ้งครอบครัวเขาได้ก็พอแล้วคะ ดีกว่าเขาทิ้งไม่รับผิดชอบอะไร เป็นกำลังใจให้ หยุดโกรธ หยุดเกียจ เริ่มยิ้มแย้ม อภัย ครอบครัวจะได้มีความสุข นั้นคือหน้าที่ของภรรยา และแม่ของลูกนะคะ สู้สู้คะ
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
ผู้หญิง
เรทกระทู้
« ตอบ #30 เมื่อ: 27 ม.ค. 11, 10:02 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

อีกครั้งคะ พอเห็นเรื่องผู้ชายพกถุงยางอนามัยนะคะ จะต้องขอโทษว่า นั้นถือว่าเขาแสดงถึงความรับผิดชอบป้องกันอย่างหนึ่ง ขอให้คุณใจกว้าง เข้าใจว่าหญิงทุกคนก็ไม่ต้องการใช้สิ่งใดร่วมกับคนอื่น รับไม่ได้เช่นกัน แต่จะเล่าให้ฟังว่า ดิฉันเคยรู้จักภรรยาเจ้านายญี่ปุ่นท่านหนึ่ง เขาจะจัดกระเป๋าให้กับสามีมีอะไรบ้างรู้ไหมคะ ทุกครั้งที่ต้องเดินทางไปอีกประเทศหนึ่งที่เป็นสาขาของงาน สิ่งสำคัญที่พลาดไม่ได้จะต้องใส่ในกระเป๋าของเขาก็คือ "ถุงยางอนามัย" คะ ไม่ว่าไปไหนก็ต้องจัดเตรียมให้ ตอนนั้นดิฉันยังโสด ฉันยังคิดเหมือนคุณรับไม่ได้ แต่ปัจจุบันนี้มีครอบครัวและมีปัญหามากกว่าคุณอีกคะ แต่เรื่องนี้ก็คือว่าปกติคะ อย่าไปคิดมากเลยคะ ผู้ชายเขาสามารถมีอะไรกับทุกคนได้โดยไม่มีความรัก ซึ่งตรงข้ามกับผู้หญิง ฉะนั้นที่เขาเตรียมไปเพื่อป้องกันการติดเชื้อโรคต่างๆมากมาย นั้นนะดีแล้ว ดีกว่าเขาไม่พกแล้วสักวันกับกลายมีโรคอะไรไม่คาดคิด หรือเชื้อโรคที่มีทางนี้ไม่มช่น้อยๆนะคะ แค่การจูบก็มีโรคร้ายเหมือนกัน ไวรัสตับอักเสบ ก็จากปาก ลมหายใจและอีกมาก เมื่อคุณสามีเขาพกไปเพื่อปลอดภัยให้เขาทำเถอะ ดีกว่าโรคร้ายมาถึงคุณและลูกนะคะ ลองคิดอีกด้านนะคะ แล้วจะมีความสุข ปล่อยวางอีกนะคะ ฉันเชื่อว่าคุณทำได้ เพราะคุณคือผู้หญิงและแม่ของลูกนะคะ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #31 เมื่อ: 27 ม.ค. 11, 11:40 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ขอบคุณค่ะ คุณผู้หญิง
รู้สึกดีมากๆที่ได้อ่านความเห็นของคุณค่ะ

ด้วยความสัตย์จริงคือ ไม่เคยคิดทำให้ครอบครัวแตกแยกเลยค่ะ ข้อเท็จจริงอันนี้สามีแม่ดุ้ยเขาทราบดี
เขารู้ว่าเราทุกข์ได้ แต่จะไม่มีวันเป็นต้นเหตุให้ลูกๆต้องไร้สุข

แม่ดุ้ยอยู่กับลูกมาตลอด ช่วงที่เขาหลงทางไป ยังมีลูกคนเดียว ที่เกิดความรู้สึกสะทกสะท้อนมากเพราะเมื่อห่างกัน เราโทร.หากันทุกวัน บอกรักลูกเมีย เขียนจดหมายด้วยถ้อยคำรักใคร่ เฉกเช่นที่เมียน้อยเขียน

เวลาที่ไปส่งเขานั่งรถกลับไปทำงานต่างจังหวัด ภาพที่จำไม่รู้ลืม คือลูกน้อยวัย 4 ขวบ หอบสมบัติของตัวเองคือขวดนม 1 ขวด และผ้าประจำกายสุดรัก 1 ผืน ปีนป่ายอยู่บนตักพ่อบนรถ ร่ำร้องไม่อยากให้พ่อไป ถ้าไปก็จะขอไปด้วย
เขาคิดว่าด้วยของที่เขามี เขาสามารถไปอยู่ที่ไหนๆก็ได้ขอให้มีพ่อและแม่อยู่ด้วย แม่ดุ้ยกับพ่อเขานั่งนำตาคลอกันทั้งคู่ แต่พอไปถึงปลายทางก็มีผู้หญิงอีกคนหนึ่งมารอรับ นั่นมันเป็นการกระทำที่สามีตอบแทนความรักความผูกพันที่เราแม่ลูกมีต่อเขาหรือ

ช่วงที่ท้องลูกคนที่สอง เราต้องทำงานไปด้วย ดูแลตัวเองไปด้วย เขาย้ายไปตามวาระตำแหน่ง แม่ดุ้ยขับรถไปฝากท้องเอง เชื่อไหมว่าขับรถไปคลอดเอง อยู่กับแม่ค่ะ แต่แม่เขาขับรถไม่เป็น เมื่อไปถึงโรงพยาบาลปากมดลูกเปิด 3 ซม.แล้ว สามีกลับมาก็ไม่ทัน ลูกคลอดไปแล้ว

แต่เราไม่เคยนึกน้อยเนื้อต่ำใจนะ ปรับตัวปรับใจไปตามสถานการณ์ได้ ด้วยความรู้สึกของการทำหน้าที่แม่ และภรรยา บอกเขาเสมอว่าอย่าได้กังวลเป็นห่วงเราดูแลตัวเองและลูกๆได้ ขอเพียงให้เชื่อมั่นในรักและไว้วางใจกันได้ สามีบอกเรายังมีความสุขมากกว่าเขาที่มีลูกๆอยู่ด้วย

แต่เรามารู้ทีหลังว่าเขากับผู้หญิงยังติดต่อกันอยู่ตลอด ไม่ว่าจะย้ายไปที่ใด (ทั้งๆทั่เขาบอกว่าจบแล้วนั่นแหละ)

แล้วความสุขของเขาที่เขาทำ มันจึงกลายเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดบาดแผลในใจที่กำลังเยียวยาอยู่นี่แหละค่ะ

เพราะฉะนี้นการที่เราภรรยาไทยทั้งหลายพร้อมเสมอที่จะให้อภัย อดทน อดกลั้น ก็เพราะคำว่าครอบครัวค่ะ
เพียงแต่บางครั้งก็ต้องส่งสัญญาณเตือนกันหน่อยว่า คุณทำเกินไปแล้วนะ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
หญิงสูงวัย
เรทกระทู้
« ตอบ #32 เมื่อ: 27 ม.ค. 11, 12:57 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

นานๆเข้มาอ่านสักที ด้วยชอบที่จะอ่านเรื่องราว ของเด็กรุ่นใหม่ๆ
กระทู้นี้ ขอบอกตามตรงว่า พวกคุณกำลังแก้ปัญหา กับด้วยวิธีแบบเก่าๆ ซึ่งมันล้าสมัยไปนะ
จริงอยู่ สังคม วัฒนธรรม ที่เราถูกอบรมมาแต่เยาว์วัย มันฝังในตัว
ลองคิดซิ เหมือนระบบราชการ ที่ต้องผ่านทีละโต๊ะ ตามลำดับขั้น แต่ปัจจุบัน มันไม่ใช่
ชีวิตคน ก้อเปลี่ยนไป การแก้ปัญหา พยายาม ดูเด็กรุ่นใหม่ๆ ที่มาแทนที่พวกเรากันบ้าง

ถามว่าเด็กรุ่นใหม่ ปัจจุบัน คบใครคนเดียวมั้ย ร้อยละ70 ไม่ใช่ ถามว่าดีมั้ย หากเป็นสังคมที่คนอายุ40 ขึ้นมา คงตอบเหมือนหรือคล้ายกันว่า ไม่ดี แต่ไปฟังเหตุผลพวกเค้าซิ เค้าจะตอบกันว่า เผื่อผิดหวัง ไม่ต้องเจ็บมากไง ...เหตุผลเค้าพอมั้ย บอกได้เลยว่า ไม่พอ แต่ในใจอีกใจนึง เราก้อไม่ได้แย้งมาก เพราะรู้ว่า อนาคต ไม่แน่นอน

กลับมาประเด็นของพวกคุณ คุณมองปัญหา เพียงเพื่อต้องการเอาชนะ แต่หากคุณเอาการรักษาสถาบันครอบครัว ให้คงอยู่ แล้วคุณหาวิธีซิ ว่าทำไงให้สถาบันครอบครัวคงอยู่ โดยให้เหตุผลว่า โลกมันเปลี่ยนไปแล้ว การเลิก การแยกทาง นั้นง่ายมาก คนที่แก้ปัญหา แล้วสามารถรักษาสถาบันครอบครัวไว้ได้ซิ อันนั้นละสุดยอด ชีวิตคนมี 2 ด้านเสมอ ไม่ใช่ทุกคนไมมี..

เรื่องsex เป็นเรื่องธรรมชาติ และส่วนตัว เหมือนเป้นโลกมืดของผู้ชาย เปิดใจเราให้กว้างซิ ในเมื่อร่างกายเราเปลี่ยนไป เป็นธรรมดาที่ผู้ชายจะเบื่อ การอยู่ด้วยกัน 24 ชม. ก้อเป็นอีกเหตุใหญ่ ที่ทำให้เกิดการทะเลาะ และทำให้เบื่อหน่ายเรื่องsex หากตัวเราเข้าใจ และแก้ โดยเปิดโลกให้กว้าง คุณจะค้นพบเอง อย่าลืมซิ ปัจจุบันสิทธิเราเท่าเทียมกัน แต่เรื่องบางเรื่อง เป็นเรื่องส่วนตัว คุณก้อสามารถทำได้นี่

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
ลันล้า
เรทกระทู้
« ตอบ #33 เมื่อ: 27 ม.ค. 11, 17:11 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ใช่อย่างที่คุณหญิงสูงวัยพูด เรื่อง sex กับผู้ชายมันเป็นของคู่กัน เราควรจะพยายามเข้าใจ และศึกษาว่าทำไมผู้ชายถึงชอบแบบนี้ หากเขามองภรรยาเป็นปลาร้าค้างปี เราก็ควรเปลี่ยนจากปลาร้าค้างปีมาเป็นพิชซ่าหน้าทะเลดูบ้างสิ จากผู้หญิงที่เหนียมอายเปลี่ยนให้กลายเป็นโสเภณีดูบ้างสิ(เป็นคำเปรียบเปรย ไม่ได้ให้เป็นโสเภณีจริงๆ จะเป็นก็สำหรับสามีเราคนเดียว) เวลาเขามาก็คอยเอาอกเอาใจเขา ไม่ต้องให้เขาเป็นฝ่ายรุกก่อน เราก็เปลี่ยนจากรับเป็นรุกบ้าง มีให้มันทุกวันดูสิว่าเขาจะมีแรงไปหาคนอื่นอีกมั้ย ทำให้เขาอยากที่จะกลับมาหาเราบ่อยๆ ไม่ใช่เวลาเขามาก็ตีหน้ายักษ์ใส่เขาใครล่ะจะอยากกลับมา ไม่เคยทำก็ต้องฝืนใจตัวเองดูบ้างแหละแล้ววันหนึ่งเขาจะอยู่กับเราเอง แต่ของแม่ตุ้ยนี่คิดหนักอยู่เหมือนกันเพราะเขาต้องไปทำงานอยู่ที่อื่น กว่าจะได้กลับมาทีก็นานเลย ผู้ชายน่ะทนที่จะไม่มี sex ได้ไม่นานหรอกอาทิตย์หนึ่งๆ เขาจะต้องมีสักครั้งเป็นอย่างน้อยและสามีของแม่ตุ้ยเขาอยู่ไกลเขาคงเหงาพอมีผู้หญิงที่เอาอกเอาใจเก่งเข้ามาเขาก็คงเผลอใจไป จนต้องเลยตามเลย ทางแก้ก็มีอีกวิธีหนึ่งคือให้แม่ตุ้ยหมั่นสวดมนต์ นั่งสมาธิ อุทิศส่วนกุศลให้กับเขาทั้งสองไป เขาทั้งสองอาจจะเป็นเจ้ากรรมนายเวรของเรามาตั้งแต่ชาติปางก่อนก็เป็นได้ ชาติที่แล้วเราคงไปทำกรรมอะไรไว้กับเขาพอมาชาตินี้เขาเลยตามมาทำกับเรา ถ้าคิดได้แบบนี้ก็จะสบายใจ อุทิศส่วนกุศลให้เขาบ่อยๆ ได้ผลจริงๆ นะ ไม่เชื่ออย่าลบหลู่

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
แม่ดุ้ย
เรทกระทู้
« ตอบ #34 เมื่อ: 27 ม.ค. 11, 19:25 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

อ่านความเห็นของคุณหญิงสูงวัยแล้วก็ให้อึ้ง ทึ่ง เสียว q*001
ความคิดอ่านร่วมสมัยมากค่ะ ขอบคุณจริงๆค่ะ

หลากหลายความคิดก็ดีกว่าคิดคนเดียวค่ะ แม่ดุ้ยถึงอยากเปิดความคิด แชร์ความเห็นกันผ่านบอร์ดนี้
เพราะบางที่คิดคนเดียวก็วนไปมาที่เดิมเหมือนกัน
แล้วเราก็ไม่ได้เล่าเรื่องนี้ให้ใครฟังทั่วๆไป ส่วนหนึ่งไม่อยากให้ใครทุกข์ใจไปด้วยน่ะค่ะ

เห็นด้วยอย่างยิ่งที่คุณบอกว่าสุดยอดที่เรารักษาสถาบันครอบครัวไว้ได้ พร้อมๆกับแก้ปัญหาไปด้วยได้ กำลังหาทางที่เหมาะสมค่ะ

เพียงแต่แม่ดุ้ยยังนึกภาพไม่ออกว่าถ้าเรามีโลกมืดส่วนตัวเหมือนสามี ไปพร้อมๆกับกับการดำรงครอบครัวไปด้วย มันจะเป็นไปได้อย่างไร ก็ในเมื่อผู้ชายไทยเขายังยึดหลักฆ่าได้ หยามไม่ได้อยู่
เราน่ะใจกว้าง เปิดกว้างได้ แต่พวกเขามันไม่ใช่หรอกค่ะ
ไม่ใช่ไม่เคยคุยประเด็นนี้นะคะ เราถามว่าถ้าทั้งสองคนสามี-ภรรยา คิดเหมือนกันล่ะว่าข้างนอกน่ะมันก็แค่สนุกๆ เป็นทางผ่านฯลฯ
ครอบครัวจะเป็นอย่างไร เขาบอกไม่ได้ๆ มันอยู่ที่สามัญสำนึกของเรา ..อ้าว!! แล้วสามัญสำนึกของเขาล่ะ???
แปลกแต่จริงมั๊ยล่ะ


noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
แม่ดุ้ย
เรทกระทู้
« ตอบ #35 เมื่อ: 27 ม.ค. 11, 21:56 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ความเห็นของคุณลันล้า ขึ้นมาช้าจัง ตอนที่แม่ดุ้ยคุยไปสักครู่ใหญ่ๆแล้วยังไม่มาเลย
แต่ก็ให้ข้อคิดดีมากเลย ขอบคุณค่ะ

แม่ดุ้ยไม่ค่อยได้สวดมนต์ภาวนา แต่ไม่ได้ประพฤติผิดศีลนะคะ ทำบุญวิธีอื่นบ่อยๆ แต่ไม่ค่อยมีโอกาสเข้าวัด นอกจากเทศกาลงานบุญจริงๆ

น่าจะเป็นเรื่องใกล้ชิด เข้าใจ เห็นใจกันทั้งเรื่องงานและส่วนตัว เขาทั้งสองจึงเลยเถิด เพราะตอนนั้นฝ่ายหญิงสามีเสียชีวิต
มีภาระเลี้ยงดูลูกสองคน อายุไม่ถึงสิบขวบทั้งคู่
สามีแม่ดุ้ยเขาเป็นคนอบอุ่น เอาใจใส่คนรอบข้าง (โดยเฉพาะผู้หญิง) ดีค่ะ ฝ่ายหญิงคงขาดตรงนี้ เขาเลยติดหนึบเลย

จะว่าเป็นเพราะสรีระไหม ก็ไม่น่าจะใช่ แต่ประสบ(กาม)การณ์และลีลา การเอาอกเอาใจและใกล้ชิด แม่ดุ้ยน่าจะพ่ายเขา ผู้หญิงคนนั้นวัยใกล้สี่สิบ แต่แม่ดุ้ยยี่สิบปลายๆอยู่เลย รูปร่างหน้าตาก็ไม่ขี้เหร่เท่าไหร่ ยังรักษาดีกรีเชียร์ลีดเดอร์เมื่อสมัยยังเป็นนักศึกษาได้อยู่ (เข้าข้างตัวเองหรือเปล่าน้อ)

แม่ดุ้ยจะพยายามปฏิบัติตามที่แนะนำค่ะ ไม่ลบหลู่แน่ๆ จะถือโอกาสใช้กับชีวิตประจำวันอย่างอื่นด้วย

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
หญิงสูงวัย
เรทกระทู้
« ตอบ #36 เมื่อ: 28 ม.ค. 11, 00:52 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

หากคุณคิดได้ คุณกำลังมาถูกทางแล้วละ
คิดต่ออีกนิดซิ แก้ปัญหา โดยรักษาสถาบันครอบครัวเอาไว้ ท่องให้ขึ้นใจ

เรื่องบางเรื่องเป็นเรื่องส่วนตัว อยู่ที่คุณจะเลือกรึป่าว จิตใจที่มัวแต่คิดเรื่องแฟน จะเบาบางลง หันไปคิดเรื่องอื่นแทน
เรียน ดู คิด แล้วตัดสินใจ อย่างรอบคอบ สถาบันครอบครัว ก้อยังคงอยู่

ขอให้คุณโชคดีนะ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #37 เมื่อ: 28 ม.ค. 11, 11:48 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ผมพ่อลูกหนึ่ง ..รู้สึกไม่ดีทุกครั้งที่ได้อ่านเรื่องแบบนี้ รังเกียจ ผู้ชาย หรือผู้หญิงที่สำส่อน โดยเฉพาะคนที่มีครอบครัวแล้ว...ผมเลิกคิดกับผูหญิงทุกคนเมื่อมีลูกแล้ว...อยากบอกทุกคนอย่าพยายามใจง่ายเพราะมันเผลอไปรักคนอื่นแล้ว ก้อเกิดความสงสาร แล้วเกิดความผูกพัน ..เลยคิดไม่ออกจริงๆผิดหรือถูก...ผมถือคติอย่างเดียว ..รักลูก...ไม่อยากให้ลูกมีปัญหาตอนโตเป็น สาว....



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #38 เมื่อ: 28 ม.ค. 11, 12:32 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

โห..แม่ดุ้ยยี่สิบปลายๆ เองหรอคะ..จากทีอ่านดูแล้วรู้สึกเหมือนมีวุฒิภาวะสูงมากกว่าอายุอีก..เคยประสบปัญหานี้กับตัวเองเหมือนกันค่ะ..แต่ทุกวันนี้พยายามลืมๆ ไป ไม่งั้นคงไม่สามารถมีความสุขในชีวิตได้อีกเลยค่ะ..เมื่อก่อนเชื่อมาตลอดว่าสามีเป็นคนดีมาก ไม่เคยที่ต้องคิดระแวงอะไรเลย แล้ววันนึงก็มาพบข้อควาวมเหมือนๆ แม่ดุ้ย ความรู้สึกดีๆ จากร้อยเหลือเพียงแค่ศูนย์เลยค่ะ บางวันซึ่งเปนวันพิเศษที่เราจำได้เราก็ได้แค่โทรหา ส่วนทางนู้นเ้ค้ากลับมีมื้ออาหารที่แสนจะโรแมนติคกัน..TT ทุกวันนี้ได้แต่ทำใจค่ะ ไม่รู้จะทำอย่างไรดี..แล้วแต่บุญแต่กรรมค่ะ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
กิ๊บคะ
เรทกระทู้
« ตอบ #39 เมื่อ: 28 ม.ค. 11, 13:05 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ขอบคุณแม่ดุ้ยที่แบ่งปันประสบการณ์ดีดีให้นะค่ะ กิ๊บเองก็แต่งงานมาประมาณ 7 ปีกว่าแล้วค่ะ
เคยคิดเรื่องสามีนอกใจอยู่หลายครั้ง หรือ ทะเลาะกันจนต้องเลิกรากันไป
(เห็นหลายๆชีวิตคู่ประสบปัญหาหย่าร้างกัน บ้างครั้งเราก็กลับมามองชีวิตของเราด้วย)
ว่าถ้าเกิดกับเราขึ้นมาจริงๆ เราจะทำยังไง ???

ขอบคุณ คุณหญิงสูงวัยค่ะ ให้แง่คิดอีกด้าน กิ๊บชอบมากคะ..
เป็นอีกมุม ที่ไม่เคยคิดถึงเลย..


และขอขอบคุณ ทุกๆท่านที่มาแบ่งปันเรื่องราวให้ได้อ่านคะ..

และอยากจะเล่าว่า มีเพื่อน เพื่อนที่เรียนมหาวิทยาลัยมาด้วยกัน
ก็ตกอยู่ในกลุ่ม "เมียน้อย" ด้วย 1 คนคะ
เพื่อนเป็นคนนิสัยดี น่ารัผมป ร่าง หน้าตา หน้าที่ การงาน ดี !!
แต่ไปรัก คนที่เค้ามีครอบครัวแล้ว
เพื่อนเราก็รักเค้าคะ รักเค้ามาก เวลาฟังเพื่อนเล่า ก็เหมือนเพื่อนหวังอะไรที่มันลมๆแล้งๆ
กิ๊บเองก็แต่งงาน มีครอบครัว และมีลูกแล้ว .. เข้าใจหัวอก เมียจริงๆดีคะ
ทุกครั้งจะบอกเพื่อน เตือนเพื่อน หรือบางทีก็ว่าเพื่อนด้วย !!
แต่พอเพื่อนกลับไป มาเจอกันอีกวันหลัง เพื่อนก็ยังเหมือนเดิม .
โกรธเพื่อนนิดๆเหมือนกัน ตัวเองก็สวย การงานก็ดี นิสัยก็ดี ไปหลงคารมอะไรกับผู้ชายที่ มีครอบครัว มีลูก มีเมียแล้ว
(อายุเราก็แค่ 20ปลายๆ)
จนทุกวันนี้เพื่อนก็ยังรอ รอ รอ วันที่เค้าเลิกกัน !!
..
เพื่อนเอง ก็มีคนมาจีบบ้าง แต่เพื่อนก็ไม่สนใจ ถามเพื่อนว่าทำไม?
เพื่อนก็ว่า "เรารักใครรักได้แค่คนเดียว" ..................
หลังๆก็ฟังเพื่อน แต่ไม่กล้าว่าเพื่อนหนักเกินไป เพราะ ไม่อยากให้ความสัมพันธ์ระหว่างเราต้องพังไปด้วย
เพราะอย่างน้อย เพื่อนก็ยังไว้ใจที่มาเล่าให้เราฟัง

มองมุมของเพื่อน ผู้หญิงที่มาทีหลัง ก็ทุกข์ไม่น้อยเหมือนกัน
มองมุมของภรรยาจริงๆ ก็ทุกข์หนักมากเหมือนกัน

..................................................

ขอบคุณคะ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
กิ๊บ
เรทกระทู้
« ตอบ #40 เมื่อ: 28 ม.ค. 11, 13:18 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ขอบคุณแม่ดุ้ยที่แบ่งปันประสบการณ์ดีดีให้นะค่ะ กิ๊บเองก็แต่งงานมาประมาณ 7 ปีกว่าแล้วค่ะ
เคยคิดเรื่องสามีนอกใจอยู่หลายครั้ง หรือ ทะเลาะกันจนต้องเลิกรากันไป
(เห็นหลายๆชีวิตคู่ประสบปัญหาหย่าร้างกัน บ้างครั้งเราก็กลับมามองชีวิตของเราด้วย)
ว่าถ้าเกิดกับเราขึ้นมาจริงๆ เราจะทำยังไง ???

ขอบคุณ คุณหญิงสูงวัยค่ะ ให้แง่คิดอีกด้าน กิ๊บชอบมากคะ..
เป็นอีกมุม ที่ไม่เคยคิดถึงเลย..
^_____^

และขอขอบคุณ ทุกๆท่านที่มาแบ่งปันเรื่องราวให้ได้อ่านคะ..

และอยากจะเล่าว่า มีเพื่อน เพื่อนที่เรียนมหาวิทยาลัยมาด้วยกัน
ก็ตกอยู่ในกลุ่ม "เมียน้อย" ด้วย 1 คนคะ
เพื่อนเป็นคนนิสัยดี น่ารัผมป ร่าง หน้าตา หน้าที่ การงาน ดี !!
แต่ไปรัก คนที่เค้ามีครอบครัวแล้ว
เพื่อนเราก็รักเค้าคะ รักเค้ามาก เวลาฟังเพื่อนเล่า ก็เหมือนเพื่อนหวังอะไรที่มันลมๆแล้งๆ
กิ๊บเองก็แต่งงาน มีครอบครัว และมีลูกแล้ว .. เข้าใจหัวอก เมียจริงๆดีคะ
ทุกครั้งจะบอกเพื่อน เตือนเพื่อน หรือบางทีก็ว่าเพื่อนด้วย !!
แต่พอเพื่อนกลับไป มาเจอกันอีกวันหลัง เพื่อนก็ยังเหมือนเดิม .
โกรธเพื่อนนิดๆเหมือนกัน ตัวเองก็สวย การงานก็ดี นิสัยก็ดี ไปหลงคารมอะไรกับผู้ชายที่ มีครอบครัว มีลูก มีเมียแล้ว
(อายุเราก็แค่ 20ปลายๆ)
จนทุกวันนี้เพื่อนก็ยังรอ รอ รอ วันที่เค้าเลิกกัน !!
..
เพื่อนเอง ก็มีคนมาจีบบ้าง แต่เพื่อนก็ไม่สนใจ ถามเพื่อนว่าทำไม?
เพื่อนก็ว่า "เรารักใครรักได้แค่คนเดียว" ..................
หลังๆก็ฟังเพื่อน แต่ไม่กล้าว่าเพื่อนหนักเกินไป เพราะ ไม่อยากให้ความสัมพันธ์ระหว่างเราต้องพังไปด้วย
เพราะอย่างน้อย เพื่อนก็ยังไว้ใจที่มาเล่าให้เราฟัง

มองมุมของเพื่อน ผู้หญิงที่มาทีหลัง ก็ทุกข์ไม่น้อยเหมือนกัน
มองมุมของภรรยาจริงๆ ก็ทุกข์หนักมากเหมือนกัน

..................................................

ขอบคุณคะ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
อ้วน
เรทกระทู้
« ตอบ #41 เมื่อ: 28 ม.ค. 11, 13:41 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เป็นกำลังจัยให้แม่ดุ้ยนะค่ะ เอาใจช่วบค่ะ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #42 เมื่อ: 28 ม.ค. 11, 13:44 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

โถลูก เเม่ตุ่ย ใจคอหนูไม่ค่อยอยากจะเล่าเลยเน๊อะลูกกกก เกือบหมดกระทู้เเนะ
ปู่ขอด่าหน่อย ไอบรรลัยใส้ อีกนิด น่ารัก จ๊ะเอ๋ loveyou ปู๊ดดดดดดดดดดดดดดดด

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
หนูยุ้ย
เรทกระทู้
« ตอบ #43 เมื่อ: 28 ม.ค. 11, 14:09 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

สวัสดีแม่ดุ้ยค่ะหนูมีเรื่องจะปรึกษาแม่ค่ะในฐานะที่แม่เป็นผู้ใหญ
เรื่องมันมีอยู่ว่าหนุเคยแต่งงานมาแล้วมีลูกด้วยกัน1คนค่ะ
แฟนคนที่หนูแต่งเขาได้เสียชีวิตลงด้วยอุบัติเหตุและตอน
นี้หนูก็กำลังคบหาดูใจกับแฟนใหม่อยู่ค่ะก็คบกันมาได้สักพักละค่ะ
เขาก็รู้ว่าหนูมีลูกแล้วเขาก็รับได้
แต่ส่งที่หนูจะปรึกษาคือว่า พ่อ แม่แฟนใหม่หนูยังไม่รู้เรื่องนี้
แล้วอยู่ดีๆๆก็มีผู้ที่หวังดีกับหนูเขียน จดหมายไปบอกแม่แฟนหนู
ว่าหนูมีลูกแล้ว หนูไม่รู้จะทำอย่างไรต่อไปค่ะหนูกลัว
กลัวว่าเขาจะให้หนูกับแฟนเลิกกัน
ในฐานะที่แม่ดุ้ยเป็นแม่คนแล้วช่วยชี้แนะหนูด้วย
แต่หนูไม่ได้คิดจะปิดบังแต่แค่ยังไม่ได้บอกอะค่ะ
รอเวลาที่หนูสองคนเรียนจบมีงานทำแล้ว
หน้าที่การงานที่ดีเพื่อให้แม่เขารับหนูได้
แต่เรื่องมันกับเกิดขึ้นมาไวเกินไป
***ช่วยหนูคิดด้วยนะค่ะ**
ด้วยความเคารพ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
nansa
เรทกระทู้
« ตอบ #44 เมื่อ: 28 ม.ค. 11, 14:23 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ของเราแยกกันอยู่ได้ 2 ปีแล้ว เพราะว่า ติดหญิง การพนัน จนเป็นหนี้ ต้องหนีไปอยู่ข้างนอกค่ะ แบบนี้จะสงสารหรือสมเพชดีค่ะ ไปอยู่ข้างนอกแต่ก็สร้างหนี้ให้หนูนะ บัตร อิออน อีซีบาย เฟิสท์ช้อย เป็นเงินร่วมแสน และก็มีรถยนต์นะค่ะผ่อนอยู่ปี52นี่หมดล่ะแต่สุดทายก็ต้องขายให้คนอื่นเค้าเพราะรถเอาไปทำสีทำหลายอย่างจนไม่มีเงินไปให้เจ้าของอู่ ไหนรถต้องผ่อนอีก เดือดร้อนหนูมาก หนูต้องหาเงินสองหมื่นขายให้เจ้าของอู่รถไปขายต่อให้คนอื่นอีกทีนึง ผ่านไปสองปีล่ะ ชีวิตหนูก็ดีขึ้น(ถ้าไม่มีมัน) หนี้สินก็เบาบางลง ที่เบาบางลงเพราะหนูจ่ายเองนะค่ะ มันไม่เคยมาหยิบยื่นช่วยเหลืออะไรเลย ขนาดออกไปอยู่ข้างนอกคนเดียว เงินไม่พอใช้ เอ่ยปากบอกเลิกหลายครั้งก็ยังหน้าด้านไม่ยอมเลิกประมาณว่าจะจับหนูให้ได้ว่ามีคนใหม่รึป่าว หนูยอมรับว่าหนูมีนะ แต่หนูไม่กล้าบอกมันเพราะมันเคยตบตีหนูมาครั้งนึงแล้วตอนบอกเลิกมัน มีผู้ใหญ่แนะนำนะค่ะว่าให้สวดมนต์ทำใจให้ปกติ นิ่งๆ ไม่ต้องสนใจอะไร สักพักก็จะดีเอง ทุกวันนี้ก็พยายามสวดมนต์ค่ะ แผ่เมตตา อโหสิกรรมให้มันค่ะ อภัยให้มันทุกอย่าง ขอให้มันไปจากชีวิตค่ะ อ้อ ลืมบอกไป มีลูกค่ะ 1 คน เป็นหญิง 10 ขวบแล้ว แต่ลูกก็เคยเห็นพ่อแม่ทะเลาะกันนะค่ะ แต่จะรับได้หรือไม่อันนี้ไม่ทราบ ณ ตอนนี้มันก็ไปๆมาๆ ค่ะ หนูอยากเลิกกับมันมาก ทำยังไงดีค่ะ หนูประคองชีวิตคู่ของหนูไปไม่ไหวแล้ว มันบอกว่าให้โอกาสมันบ้าง หนูก็ให้มาตลอด จับได้ว่ามีกิ๊ก บอกว่าจะเลิกก็เลิกค่ะ พอเรื่องซามันก็มีอีกแต่ตอนนี้คิดว่าไม่น่าจะมีเพระไม่มีเงินไปเลี้ยงเค้า คือมันหน้าใหญ่ใจโตมากค่ะ เวลามีเงินจะไปเลี้ยงเพื่อนเลี้ยงฝูง แต่คนที่บ้านมันไม่เคยสนใจ ทุกวันนี้ปลงค่ะ เบื่อมาก อยากอยู่กับลูกสองคนมากกว่า ไม่มีพ่อของลูกได้มั้ยค่ะ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Tags:  

หน้า: 1 2  ทั้งหมด

 
ตอบ
ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:   Go
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม