หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: คนใต้เซ็ง ผิดหวัง ปชป.ช่วยน้ำท่วมช้า'ศรีธนญชัย'อ้างว่าฝนตกหนักเกิน!  (อ่าน 809 ครั้ง)
Guest
สาวเสื้อแดง
เรทกระทู้
« เมื่อ: 7 เม.ย. 11, 17:52 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 
บางกอกทูเด วันพฤหัสบดีที่ 7 เมษายน พ.ศ.2554 11:30 น.

ฝนตกขี้หมูไหล คนใต้เซ็ง!ผิดหวัง ปชป.ช่วยน้ำท่วมช้า 'ศรีธนญชัย'อ้างว่าฝนตกหนักเกิน!


ใครจะคิดว่าปัญหาน้ำท่วมภาคใต้ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ พรรคประชาธิปัตย์ โดยเฉพาะนายอภิสิทธิ์ เวชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ จะโดนถล่มหนักขนาดนี้ข้อสำคัญเพราะว่า ภาคใต้ถือเป็นพื้นที่ไข่แดงของพรรคประชาธิปัตย์เป็นพื้นที่ฐานเสียงที่ทำให้พรรคประชาธิปัตย์มีทุนจำนวน ส.ส.มากเพียงพอที่จะอยู่ยืนยงมาได้ในทุกวันนี้

แต่เมื่อปรากฏว่าการช่วยเหลือพื้นที่สำคัญกลับมีภาพเปรียบเทียบที่แพ้แม้กระทั่งรายการข่าวโทรทัศน์ ที่ลงพื้นที่เร็วกว่านายกรัฐมนตรี กระแสสังคมเลยกระหน่ำนายอภิสิทธิ์ จนแทบจะเละเป็นโจ๊ก
เพราะตลอดมานายอภิสิทธิ์ จะถูกมองว่าเป็นคนที่บริหารงานไม่เป็น การตัดสินใจยังเป้นเด็กๆที่ไม่เคยทำงาน ร้ายที่สุดที่โดนเหน็บโดนยกป้ายใส่ก็คือ “ดีแต่พูด”


ซึ่งหากให้ความเป็นธรรม จะต้องยอมรับว่านายอภิสิทธิ์ ไม่เคยทำงานอะไรเป็นหลักเป็นแก่นมาก่อน สิ่งที่เป็นมาตลอดก็คือเป็นคนที่สนใจการเมือง จนกระทั่งก้าวเข้ามาเป็นนักการเมืองอาชีพแม้แต่การสอนหนังสือ ก็เป็นเพียงอาจารย์พิเศษ ช่วงระยะเวลาสั้นๆเท่านั้นเอง
ในการทำงานการเมืองก็เป็นแค่รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ไม่เคยว่าการกระทรวงใดกระทรวงหนึ่งมาก่อน แล้วจะคาดคั้นอะไรหนักหนากับการทำงานเป็นายกรัฐมนตรี ภายใต้การอุ้มชูของขั้วอำนาจพิเศษ ของขั้วอำนาจกองทัพ และพรรคการเมืองที่อะไรก็ได้ขอแค่ให้เป็นฝ่ายรัฐบาลเท่านั้นเป็นพอ


ดังนั้นการลงพื้นที่น้ำท่วมล่าช้ากว่าพิธีกรข่าว จึงเป็นเรื่องที่แม้แต่คนในพรรคประชาธิปัตย์เองก็ควรจะต้องทำความเข้าใจให้ได้
จนถึงวันนี้คนรอบข้างนายอภิสิทธิ์ ก็ยังพยายามที่จะบอกนายอภิสิทธิ์ว่า เสียงวิพากษ์วิจาร์ในเรื่องการทำงานล่าช้า การแก้ปัญหาไม่ทันเกมนั้น เป็นเรื่องของการโจมตีทางการเมืองเท่านั้นเอง ไม่ได้มีอะไรมาก
ดังนั้นจึงจะเห็นได้ว่า ล่าสุด นายอภิสิทธิ์ ยังให้สัมภาษณ์ว่า เรื่องที่น้ำท่วมภาคใต้นั้นประชาชนเข้าใจดี และจะบอกได้ว่าปริมาณฝนที่ตกลงมา ไม่เคยเป็นอย่างนี้มาก่อน ขณะความสามารถในการรองรับน้ำมีข้อจำกัด แต่ก็เป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะเข้าไปช่วยเหลืออย่างเต็มที่


ส่วนเสียงวิพากษ์วิจารณ์ที่เป็นประเด็นการเมืองนั้น ไม่ต้องการที่จะไปตอบโต้ทางการเมือง เพราะว่ามีหน้าที่แก้ไขปัญหา ก็แก้ไป ส่วนคนที่วิพากษ์วิจารณ์นั้น ก็ให้ประชาชนดูเหตุดูผลกันเองแล้วกัน
ส่วนการที่พรรคเพื่อไทยระบุว่าต้องการเจาะฐานคะแนนเสียงในภาคใต้ให้ได้ 6-7 ที่นั่ง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่ได้คิดเรื่องนี้ คิดแต่ว่าทำอย่างไรให้คนที่ได้รับความเดือดร้อนนั้น ได้รับการดูแลแก้ไขปัญหา ส่วนที่คนวิพากษ์วิจารณ์ก็ปล่อยไป


สะท้อนได้เป็นอย่างดีว่า มุมมองของการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมภาคใต้ของนายอภิสิทธิ์ ไม่ได้คิดว่าเป็นการบกพร่องอย่างที่มีการพูดกัน
ซึ่งคงว่าอะไรกันไม่ได้ นอกจากฝากในเรื่องของการป้องกันการทุจริตคอรัปชั่น ว่าอย่าได้ปล่อยให้เกิดขึ้นมาซ้ำเติมประชาชนก็แล้วกัน เพราะหากเกิดขึ้นให้ประชาชนรู้สึกเมื่อไหร่ นั่นแหละพรรคประชาธิปัตย์อาจจะเดี้ยงได้เหมือนกันพรรคอื่นไม่ต้องเจาะฐานเสียง แต่พรรคประชาธิปัตย์ทำเสียคะแนนเสียเองเพราะมีรายงานข่าวว่า ชาวพัทลุงที่ได้รับความเดือดร้อนบางคน ไม่พอใจมากขึ้นเรื่อยๆ ที่ตัวเลขเงินช่วยเหลือแต่ละครัวเรือนไม่เป้นไปตามมติคณะรัฐมนตรี


มี การอ้างว่าที่ได้เงินน้อยกว่าประกาศ ก็เพราะตัวเลขจำนวนครัวเรือนที่เดือดร้อนของทางอำเภอ ของทางจังหวัด ไม่เท่ากับที่รัฐบาลพิจารณาอนุมัติ คือของรัฐบาลมีจำนวนครัวเรือนน้อยกว่าของจังหวัด เงินที่ได้มาเมื่อต้องเอามาแบ่งให้ทั่ว จึงเท่ากับว่าแต่ละครัวเรือนได้น้อยลงไปเป็นการสะท้อนว่าทำงานเป็นหรือไม่เป็น สังคมและประชาชนต้องไปคิดกันเอาเอง แต่ที่แน่ๆในทางการเมือง พรรคการเมืองอื่นๆ ยิ้มแฉ่ง ประชาธิปัตย์หากจะสะดุด ก็สะดุดขาตัวเองนั่นแหละ ไม่ใช่ขาคนอื่นเลยสักนิด
ดังนั้นจึงไม่แปลกที่ นายศุภชัย ใจสมุทร โฆษกพรรคภูมิใจไทย จะออกมาคาดการณ์ในทันที ว่าพรรคมีโอกาสได้ ส.ส. ในการเลือกตั้งใหญ่ครั้งนี้ ประมาณถึง 70 ที่นั่งขณะที่เพื่อความไม่ประมาท พรรคเห็นว่า ทุกพรรคการเมือง เป็นคู่แข่งที่น่ากลัวของภูมิใจไทยทั้งหมด
“แต่แน่นอน เราจะต่อสู้อย่างเต็มที่เพราะเราพูดจริง และเป็นนักสู้อยู่แล้ว”
ส่วนเรื่องการตัดสินใจชูใครเป็นนายกรัฐมนตรี นายศุภชัยระบุ อย่าเพิ่งกล่าวไป เพราะยังมีเวลาอีกหลายเดือน


สำหรับ ส.ส.บัญชีรายชื่อลำดับ 1 ของพรรคภูมิใจไทย (ระบบปาร์ตี้ลิสต์) แน่นอนว่า เป็น นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยอยู่แล้ว ซึ่งถือเป็นหลักเกณฑ์ปกติที่หัวหน้าพรรคต้องได้ลำดับ 1
ที่สำคัญ นายศุภชัย เชื่อมั่นว่า การเลือกตั้งใหญ่ที่กำลังจะมาถึงพรรคภูมิใจไทย จะสามารถปักธง ส.ส. ลงในพื้นที่ภาคใต้เป็นครั้งแรก แต่ยังไม่ระบุว่าเป็นจังหวัดไหนแม้แต่พรรคร่วมรัฐบาลยังเชื่อว่า การแก้ไขปัญหาน้ำท่วมภาคใต้ครั้งนี้มีปัญหาจริงๆ ไม่อย่างนั้นคงไม่เชื่อมั่นว่าจะชิงเก้าอี้ ส.ส.ได้แน่ๆ


แบบนี้พรรคประชาธิปัตย์ จะรู้สึกอย่างไร คงไม่ต้องเดาแล้ว!!
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #1 เมื่อ: 7 เม.ย. 11, 20:44 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ในความคิดของผมแล้ว ท่านนายกทักษิน คือสุดยอดนายก หลงทำงานเพื่อประเทศชาติเพื่อจะได้เห็นคนไทยอยู่ดีกินดี และทำสำเร็จแต่อีกจำพวกหนึ่ง อดอยากปากแห้ง เลยเกิดขบวนการอุบาทว์ทำลายคนที่ตั้งใจทำงานเพื่อให้ประชาชนอยู่ดีกินดี และเมื่อตัวเองเข้ามามีอำนาจ ผล กินกันตั้งแต่สากกะเบือยันเรือรบ พาบ้านเมืองจนล่มจม สื่งศักดฺสิทธิมีจริงท่านได้สาบแช่งคนชั่ว และนี่คือผลกรรมแห่งความชั่วที่สั่งสมมานาน
แผ่นดินแยก ภูเขาถล่ม น้ำท่วม เมือง ชาวประชาเดือดร้อน ข้าวยากหมากแพง บ้านเมืองจะสงบลงได้เมื่อพวกคนไม่ดีหมดอำนาจ อีกไม่นานบ้านเมืองสงบแล้ว ขอท่านทั้งหลายจงช่วยกำจัดคนเช่วอย่าไห้มามีอำนาจอีก

เลือกคนที่ตั้งใจทำงาน เลือกคนที่ไม่ดีแต่พูด เลือกคนที่มีสมอง
เลือกพรรค เพื่อไทย เพื่อท่านทั้งหลายจะได้อยู่ดีกินดี

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
???...
เรทกระทู้
« ตอบ #2 เมื่อ: 8 เม.ย. 11, 00:07 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ประกาศด่วน

สาวเสื้อแดง

ซึ่งอยู่ในระหว่าง

การบำบัดรักษาโรค "บ้า"

ได้เดินหายไปจากโรงพยาบาล

ผู้ใดพบเห็นกรุณาระวังตัวอย่าให้ถูกกัด

เพราะอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

โปรดแจ้งโรงพยาบาล

เพื่อนำไปรักษาด่วน
[/quote]
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
。。。
เรทกระทู้
« ตอบ #3 เมื่อ: 8 เม.ย. 11, 12:43 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ผ่านความวิปโยคมาเกือบครบขวบปี หลังชายชุดดำปรากฏตัวโจมตีทหารกลางสี่แยกกคอกวัว จนเป็นเหตุแห่งโศกนาฏกรรม วันที่ 10 เมษายน 2553 เป็นสิ่งที่คนไทยควรจะได้เรียนรู้จากสถานการณ์ มากกว่าที่จะปล่อยให้คนเสื้อแดงอย่าง “เหวง โตจิราการ” ออกมาบิดเบือนประวัติศาสตร์ด้วยการประณามกระทรวงศึกษาธิการ ที่สอดแทรกความจริงวันแดงเผาเมืองไว้ในบทเรียนของเยาวชน


เพราะความจริงที่ปรากฏต่อสาธารณะมันแจ่มชัดยิ่งว่า ใครออกแบบให้ชาติก้าวสู่หุบเหวแห่งหายนะ จึงมีความจำเป็นที่คนไทยควรจะได้ย้อนรอยระลึกถึงเหตุการณ์ดังกล่าวเพื่อจะได้ตระหนักระแวดระวังคนไทยที่เป็นศัตรูชาติ

91 ศพ ที่ "คางคกตู่" จตุพร พรหมพันธ์ พยายามลากเข้าสภาด่าทอรัฐบาลจะไม่เกิดขึ้นเลย หากพรรคเพื่อไทยจะไม่เดินออกจากข้อตกลงร่วมของวิปสามฝ่าย ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญตามคำสั่งของทักษิณ ชินวัตร ป่านนี้ก็คงมีการยุบสภาเลือกตั้งใหม่ไปแล้ว

จะไม่มีความตาย 91 ศพในบ้านเมืองนี้ ถ้าเศษแดนแดงจะไม่เดินออกจากโต๊ะเจรจากับอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ที่ยื่นข้อเสนอยุบสภาภายใน 9 เดือน ตั้งแต่ช่วงแรกที่มีการชุมนุม

จะไม่มีความตาย 91 ศพในบ้านเมืองนี้ ถ้าไม่มีกองกำลังติดอาวุธแฝงตัวอยู่ในที่ชุมนุมคนเสื้อแดง

จะหยุดความตายไม่ให้ถึงศพที่ 91 ได้ ถ้าคนเสื้อแดงจะไม่ยื้อถ่วงเวลาที่จะยุติการชุมนุมเดินหน้าแผนปรองดอง 5 ข้อ เดินหน้าสู่การเลือกตั้งวันที่ 14 พฤศจิกายน 2553 ตามข้อเสนอของนายกรัฐมนตรี

10 เมษายน 2553 เกิดเหตุการณ์นองเลือด ช็อกคนทั้งประเทศได้อย่างไร ลองลำดับเหตุการณ์ดูก็จะรู้ว่า ใครออกแบบวางแผน

ใกล้เที่ยงของวันที่ 10 เมษายน ขวัญชัย ไพรพนา นำฮาร์ดคอร์แดงหลายร้อยคน บุกกองทัพภาคที่ 1 กดดันทหารที่กำลังรวมพลรอปฏิบัติการขอคืนพื้นที่ จนเกิดเหตุปะทะกัน ระหว่างทหารและคนเสื้อแดงที่บุกไปยั่วยุทหาร

จากนั้นทหารนำกำลังออกปฏิบัติการขอคืนพื้นที่ตลอดช่วงบ่ายจนถึงเย็น มีผู้บาดเจ็บจากเหตุปะทะกันแต่ไม่มีรายงานว่ามีผู้เสียชีวิต จนกระทั่งใกล้ค่ำ คุณกีร์ “อริสมันต์ พงษ์เรืองรอง” ประกาศกลางเวทีราชประสงค์ว่า “สงครามเต็มรูปแบบกำลังจะเริ่มต้น”

ผ่านไปไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ปรากฏภาพชายชุดดำโจมตีทหารจนเป็นเหตุให้ พล.อ.ร่มเกล้า ธุวธรรม และนายทหารอีกจำนวนหนึ่งเสียชีวิต ตามมาด้วยความสูญเสียครั้งใหญ่กลางสี่แยกคอกวัว

ทันทีที่กลิ่นคาวเลือดโชย ความตายก็ถูกนำไปหามแห่บนเวทีของคนเสื้อแดง ปลุกระดมรุกไล่ ขับ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ให้พ้นจากประเทศไทย

นี่คือโมเดลใช้ศพเป็นบันไดคืนสู่อำนาจที่ถูกออกแบบไว้ล่วงหน้า ซึ่งหากเราย้อนไปมองภาพเหตุการณ์วันที่ 13 เมษายน ปี 2552 ทักษิณ ให้สัมภาษณ์กับ อาชิช โจชิ ผู้สื่อข่าวของสถานีโทรทัศน์สกายนิวส์ ของอังกฤษ จากนครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เวลาประมาณ 18.22 น. ของวันที่ 13 เมษายน ตรงกับเวลา 00.22 น. ของวันที่ 14 เมษายน ตามเวลาในประเทศไทย ก็จะเห็นภาพชัดเจนมากขึ้น

“ไม่มีใครสามารถทำให้ประเทศสงบสุขได้ในตอนนี้ นอกจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผมขอเรียกร้องให้พระองค์ท่านได้โปรดลงมาคลี่คลายสถานการณ์ หากพระองค์ยังไม่ทรงใช้พระราชอำนาจเพื่อคลี่คลายสถานการณ์ในคืนนี้ (14 เม.ย. 52) คุณจะเห็นประชาชนเสียชีวิตเพิ่มขึ้นอีก”

ผ่านเหตุการณ์เมษาแดงถ่อยไปหนึ่งปี มาถึงปี 53 มีศพให้แห่ มีเลือดคนไทยให้ ทักษิณ ก้าวข้าม และวาทกรรมเดิมที่ ทักษิณ เคยใช้เมื่อปีที่แล้ว ก็ออกจากปากของ "จิ๋ว" คนทรยศชาติ

“หวังในสิ่งนี้ว่าจะมีพระมหากรุณาธิคุณให้พวกเรายุติความขัดแย้งที่มีมานานพอสมควร และสร้างความเสียหายให้กับบ้านเมืองอย่างมหาศาล กระผมคิดว่า ถ้าไม่มีพระมหากรุณาธิคุณดังกล่าว กระผมไม่แน่ใจต่อการสูญเสียภายใน 1-2 วันข้างหน้านี้ มันจะเป็นตราบาป หรือสิ่งที่พี่น้องคนไทยไม่ต้องการจะเห็นในชีวิต”

คงเห็นภาพชัดเจนว่า ความตายและความสูญเสียของชาติล้วนเกิดจากความตั้งใจที่มี ทักษิณ ชินวัตร เป็นจอมบงการทั้งสิ้น ผ่านพรรคเพื่อไทย มวลชน และกองกำลัง ที่เดินทางไปรับงานจาก ทักษิณ ถึง ดูไบ

แต่ฟ้ามีตา เหตุการณ์ไม่เป็นไปตามที่ ทักษิณ คาด สังคมส่วนใหญ่ร่วมกันปฏิเสธคนที่ใช้ความรุนแรง จนเป็นสาเหตุสำคัญที่หนุนเนื่องให้ อภิสิทธิ์ ประคับประคองสถานการณ์ในขณะนั้นมาได้

วันนี้กำลังจะครบ 1 ปี โศกนาฏกรรม 10 เมษายน 2553 ไม่ว่าบนเวทีคนเสื้อแดง ในวันที่ 10 เมษายน 2554 จะโกหกอย่างไร ก็คงมิอาจหนีความจริงที่ว่า

ทักษิณ คือจอมบงการ ใช้พรรคเพื่อไทย กองกำลัง และมวลชน เป็นเครื่องมือในการทวงคืนอำนาจโดยไม่คำนึงถึงความย่อยยับของบ้านเมือง

แม้ว่าในวันหนึ่งหากฟ้าเปลี่ยนสี อำนาจเปลี่ยนไปอยู่ในมือพรรคเพื่อไทย ก็อย่าหวังว่าจะบิดเบือนประวัติศาสตร์จากความจริงที่ว่า “เสื้อแดงเผาบ้านเผาเมือง” ไปได้

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
。。。。。
เรทกระทู้
« ตอบ #4 เมื่อ: 9 เม.ย. 11, 12:24 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ผ่านความวิปโยคมาเกือบครบขวบปี หลังชายชุดดำปรากฏตัวโจมตีทหารกลางสี่แยกกคอกวัว จนเป็นเหตุแห่งโศกนาฏกรรม วันที่ 10 เมษายน 2553 เป็นสิ่งที่คนไทยควรจะได้เรียนรู้จากสถานการณ์ มากกว่าที่จะปล่อยให้คนเสื้อแดงอย่าง “เหวง โตจิราการ” ออกมาบิดเบือนประวัติศาสตร์ด้วยการประณามกระทรวงศึกษาธิการ ที่สอดแทรกความจริงวันแดงเผาเมืองไว้ในบทเรียนของเยาวชน


เพราะความจริงที่ปรากฏต่อสาธารณะมันแจ่มชัดยิ่งว่า ใครออกแบบให้ชาติก้าวสู่หุบเหวแห่งหายนะ จึงมีความจำเป็นที่คนไทยควรจะได้ย้อนรอยระลึกถึงเหตุการณ์ดังกล่าวเพื่อจะได้ตระหนักระแวดระวังคนไทยที่เป็นศัตรูชาติ

91 ศพ ที่ "คางคกตู่" จตุพร พรหมพันธ์ พยายามลากเข้าสภาด่าทอรัฐบาลจะไม่เกิดขึ้นเลย หากพรรคเพื่อไทยจะไม่เดินออกจากข้อตกลงร่วมของวิปสามฝ่าย ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญตามคำสั่งของทักษิณ ชินวัตร ป่านนี้ก็คงมีการยุบสภาเลือกตั้งใหม่ไปแล้ว

จะไม่มีความตาย 91 ศพในบ้านเมืองนี้ ถ้าเศษแดนแดงจะไม่เดินออกจากโต๊ะเจรจากับอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ที่ยื่นข้อเสนอยุบสภาภายใน 9 เดือน ตั้งแต่ช่วงแรกที่มีการชุมนุม

จะไม่มีความตาย 91 ศพในบ้านเมืองนี้ ถ้าไม่มีกองกำลังติดอาวุธแฝงตัวอยู่ในที่ชุมนุมคนเสื้อแดง

จะหยุดความตายไม่ให้ถึงศพที่ 91 ได้ ถ้าคนเสื้อแดงจะไม่ยื้อถ่วงเวลาที่จะยุติการชุมนุมเดินหน้าแผนปรองดอง 5 ข้อ เดินหน้าสู่การเลือกตั้งวันที่ 14 พฤศจิกายน 2553 ตามข้อเสนอของนายกรัฐมนตรี

10 เมษายน 2553 เกิดเหตุการณ์นองเลือด ช็อกคนทั้งประเทศได้อย่างไร ลองลำดับเหตุการณ์ดูก็จะรู้ว่า ใครออกแบบวางแผน

ใกล้เที่ยงของวันที่ 10 เมษายน ขวัญชัย ไพรพนา นำฮาร์ดคอร์แดงหลายร้อยคน บุกกองทัพภาคที่ 1 กดดันทหารที่กำลังรวมพลรอปฏิบัติการขอคืนพื้นที่ จนเกิดเหตุปะทะกัน ระหว่างทหารและคนเสื้อแดงที่บุกไปยั่วยุทหาร

จากนั้นทหารนำกำลังออกปฏิบัติการขอคืนพื้นที่ตลอดช่วงบ่ายจนถึงเย็น มีผู้บาดเจ็บจากเหตุปะทะกันแต่ไม่มีรายงานว่ามีผู้เสียชีวิต จนกระทั่งใกล้ค่ำ คุณกีร์ “อริสมันต์ พงษ์เรืองรอง” ประกาศกลางเวทีราชประสงค์ว่า “สงครามเต็มรูปแบบกำลังจะเริ่มต้น”

ผ่านไปไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ปรากฏภาพชายชุดดำโจมตีทหารจนเป็นเหตุให้ พล.อ.ร่มเกล้า ธุวธรรม และนายทหารอีกจำนวนหนึ่งเสียชีวิต ตามมาด้วยความสูญเสียครั้งใหญ่กลางสี่แยกคอกวัว

ทันทีที่กลิ่นคาวเลือดโชย ความตายก็ถูกนำไปหามแห่บนเวทีของคนเสื้อแดง ปลุกระดมรุกไล่ ขับ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ให้พ้นจากประเทศไทย

นี่คือโมเดลใช้ศพเป็นบันไดคืนสู่อำนาจที่ถูกออกแบบไว้ล่วงหน้า ซึ่งหากเราย้อนไปมองภาพเหตุการณ์วันที่ 13 เมษายน ปี 2552 ทักษิณ ให้สัมภาษณ์กับ อาชิช โจชิ ผู้สื่อข่าวของสถานีโทรทัศน์สกายนิวส์ ของอังกฤษ จากนครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เวลาประมาณ 18.22 น. ของวันที่ 13 เมษายน ตรงกับเวลา 00.22 น. ของวันที่ 14 เมษายน ตามเวลาในประเทศไทย ก็จะเห็นภาพชัดเจนมากขึ้น

“ไม่มีใครสามารถทำให้ประเทศสงบสุขได้ในตอนนี้ นอกจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผมขอเรียกร้องให้พระองค์ท่านได้โปรดลงมาคลี่คลายสถานการณ์ หากพระองค์ยังไม่ทรงใช้พระราชอำนาจเพื่อคลี่คลายสถานการณ์ในคืนนี้ (14 เม.ย. 52) คุณจะเห็นประชาชนเสียชีวิตเพิ่มขึ้นอีก”

ผ่านเหตุการณ์เมษาแดงถ่อยไปหนึ่งปี มาถึงปี 53 มีศพให้แห่ มีเลือดคนไทยให้ ทักษิณ ก้าวข้าม และวาทกรรมเดิมที่ ทักษิณ เคยใช้เมื่อปีที่แล้ว ก็ออกจากปากของ "จิ๋ว" คนทรยศชาติ

“หวังในสิ่งนี้ว่าจะมีพระมหากรุณาธิคุณให้พวกเรายุติความขัดแย้งที่มีมานานพอสมควร และสร้างความเสียหายให้กับบ้านเมืองอย่างมหาศาล กระผมคิดว่า ถ้าไม่มีพระมหากรุณาธิคุณดังกล่าว กระผมไม่แน่ใจต่อการสูญเสียภายใน 1-2 วันข้างหน้านี้ มันจะเป็นตราบาป หรือสิ่งที่พี่น้องคนไทยไม่ต้องการจะเห็นในชีวิต”

คงเห็นภาพชัดเจนว่า ความตายและความสูญเสียของชาติล้วนเกิดจากความตั้งใจที่มี ทักษิณ ชินวัตร เป็นจอมบงการทั้งสิ้น ผ่านพรรคเพื่อไทย มวลชน และกองกำลัง ที่เดินทางไปรับงานจาก ทักษิณ ถึง ดูไบ

แต่ฟ้ามีตา เหตุการณ์ไม่เป็นไปตามที่ ทักษิณ คาด สังคมส่วนใหญ่ร่วมกันปฏิเสธคนที่ใช้ความรุนแรง จนเป็นสาเหตุสำคัญที่หนุนเนื่องให้ อภิสิทธิ์ ประคับประคองสถานการณ์ในขณะนั้นมาได้

วันนี้กำลังจะครบ 1 ปี โศกนาฏกรรม 10 เมษายน 2553 ไม่ว่าบนเวทีคนเสื้อแดง ในวันที่ 10 เมษายน 2554 จะโกหกอย่างไร ก็คงมิอาจหนีความจริงที่ว่า

ทักษิณ คือจอมบงการ ใช้พรรคเพื่อไทย กองกำลัง และมวลชน เป็นเครื่องมือในการทวงคืนอำนาจโดยไม่คำนึงถึงความย่อยยับของบ้านเมือง

แม้ว่าในวันหนึ่งหากฟ้าเปลี่ยนสี อำนาจเปลี่ยนไปอยู่ในมือพรรคเพื่อไทย ก็อย่าหวังว่าจะบิดเบือนประวัติศาสตร์จากความจริงที่ว่า “เสื้อแดงเผาบ้านเผาเมือง” ไปได้
[/center]


q*013q*095q*095q*095
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
。。。。。
เรทกระทู้
« ตอบ #5 เมื่อ: 9 เม.ย. 11, 12:27 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ผ่านความวิปโยคมาเกือบครบขวบปี หลังชายชุดดำปรากฏตัวโจมตีทหารกลางสี่แยกกคอกวัว จนเป็นเหตุแห่งโศกนาฏกรรม วันที่ 10 เมษายน 2553 เป็นสิ่งที่คนไทยควรจะได้เรียนรู้จากสถานการณ์ มากกว่าที่จะปล่อยให้คนเสื้อแดงอย่าง “เหวง โตจิราการ” ออกมาบิดเบือนประวัติศาสตร์ด้วยการประณามกระทรวงศึกษาธิการ ที่สอดแทรกความจริงวันแดงเผาเมืองไว้ในบทเรียนของเยาวชน


เพราะความจริงที่ปรากฏต่อสาธารณะมันแจ่มชัดยิ่งว่า ใครออกแบบให้ชาติก้าวสู่หุบเหวแห่งหายนะ จึงมีความจำเป็นที่คนไทยควรจะได้ย้อนรอยระลึกถึงเหตุการณ์ดังกล่าวเพื่อจะได้ตระหนักระแวดระวังคนไทยที่เป็นศัตรูชาติ

91 ศพ ที่ "คางคกตู่" จตุพร พรหมพันธ์ พยายามลากเข้าสภาด่าทอรัฐบาลจะไม่เกิดขึ้นเลย หากพรรคเพื่อไทยจะไม่เดินออกจากข้อตกลงร่วมของวิปสามฝ่าย ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญตามคำสั่งของทักษิณ ชินวัตร ป่านนี้ก็คงมีการยุบสภาเลือกตั้งใหม่ไปแล้ว

จะไม่มีความตาย 91 ศพในบ้านเมืองนี้ ถ้าเศษแดนแดงจะไม่เดินออกจากโต๊ะเจรจากับอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ที่ยื่นข้อเสนอยุบสภาภายใน 9 เดือน ตั้งแต่ช่วงแรกที่มีการชุมนุม

จะไม่มีความตาย 91 ศพในบ้านเมืองนี้ ถ้าไม่มีกองกำลังติดอาวุธแฝงตัวอยู่ในที่ชุมนุมคนเสื้อแดง

จะหยุดความตายไม่ให้ถึงศพที่ 91 ได้ ถ้าคนเสื้อแดงจะไม่ยื้อถ่วงเวลาที่จะยุติการชุมนุมเดินหน้าแผนปรองดอง 5 ข้อ เดินหน้าสู่การเลือกตั้งวันที่ 14 พฤศจิกายน 2553 ตามข้อเสนอของนายกรัฐมนตรี

10 เมษายน 2553 เกิดเหตุการณ์นองเลือด ช็อกคนทั้งประเทศได้อย่างไร ลองลำดับเหตุการณ์ดูก็จะรู้ว่า ใครออกแบบวางแผน

ใกล้เที่ยงของวันที่ 10 เมษายน ขวัญชัย ไพรพนา นำฮาร์ดคอร์แดงหลายร้อยคน บุกกองทัพภาคที่ 1 กดดันทหารที่กำลังรวมพลรอปฏิบัติการขอคืนพื้นที่ จนเกิดเหตุปะทะกัน ระหว่างทหารและคนเสื้อแดงที่บุกไปยั่วยุทหาร

จากนั้นทหารนำกำลังออกปฏิบัติการขอคืนพื้นที่ตลอดช่วงบ่ายจนถึงเย็น มีผู้บาดเจ็บจากเหตุปะทะกันแต่ไม่มีรายงานว่ามีผู้เสียชีวิต จนกระทั่งใกล้ค่ำ คุณกีร์ “อริสมันต์ พงษ์เรืองรอง” ประกาศกลางเวทีราชประสงค์ว่า “สงครามเต็มรูปแบบกำลังจะเริ่มต้น”

ผ่านไปไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ปรากฏภาพชายชุดดำโจมตีทหารจนเป็นเหตุให้ พล.อ.ร่มเกล้า ธุวธรรม และนายทหารอีกจำนวนหนึ่งเสียชีวิต ตามมาด้วยความสูญเสียครั้งใหญ่กลางสี่แยกคอกวัว

ทันทีที่กลิ่นคาวเลือดโชย ความตายก็ถูกนำไปหามแห่บนเวทีของคนเสื้อแดง ปลุกระดมรุกไล่ ขับ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ให้พ้นจากประเทศไทย

นี่คือโมเดลใช้ศพเป็นบันไดคืนสู่อำนาจที่ถูกออกแบบไว้ล่วงหน้า ซึ่งหากเราย้อนไปมองภาพเหตุการณ์วันที่ 13 เมษายน ปี 2552 ทักษิณ ให้สัมภาษณ์กับ อาชิช โจชิ ผู้สื่อข่าวของสถานีโทรทัศน์สกายนิวส์ ของอังกฤษ จากนครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เวลาประมาณ 18.22 น. ของวันที่ 13 เมษายน ตรงกับเวลา 00.22 น. ของวันที่ 14 เมษายน ตามเวลาในประเทศไทย ก็จะเห็นภาพชัดเจนมากขึ้น

“ไม่มีใครสามารถทำให้ประเทศสงบสุขได้ในตอนนี้ นอกจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผมขอเรียกร้องให้พระองค์ท่านได้โปรดลงมาคลี่คลายสถานการณ์ หากพระองค์ยังไม่ทรงใช้พระราชอำนาจเพื่อคลี่คลายสถานการณ์ในคืนนี้ (14 เม.ย. 52) คุณจะเห็นประชาชนเสียชีวิตเพิ่มขึ้นอีก”

ผ่านเหตุการณ์เมษาแดงถ่อยไปหนึ่งปี มาถึงปี 53 มีศพให้แห่ มีเลือดคนไทยให้ ทักษิณ ก้าวข้าม และวาทกรรมเดิมที่ ทักษิณ เคยใช้เมื่อปีที่แล้ว ก็ออกจากปากของ "จิ๋ว" คนทรยศชาติ

“หวังในสิ่งนี้ว่าจะมีพระมหากรุณาธิคุณให้พวกเรายุติความขัดแย้งที่มีมานานพอสมควร และสร้างความเสียหายให้กับบ้านเมืองอย่างมหาศาล กระผมคิดว่า ถ้าไม่มีพระมหากรุณาธิคุณดังกล่าว กระผมไม่แน่ใจต่อการสูญเสียภายใน 1-2 วันข้างหน้านี้ มันจะเป็นตราบาป หรือสิ่งที่พี่น้องคนไทยไม่ต้องการจะเห็นในชีวิต”

คงเห็นภาพชัดเจนว่า ความตายและความสูญเสียของชาติล้วนเกิดจากความตั้งใจที่มี ทักษิณ ชินวัตร เป็นจอมบงการทั้งสิ้น ผ่านพรรคเพื่อไทย มวลชน และกองกำลัง ที่เดินทางไปรับงานจาก ทักษิณ ถึง ดูไบ

แต่ฟ้ามีตา เหตุการณ์ไม่เป็นไปตามที่ ทักษิณ คาด สังคมส่วนใหญ่ร่วมกันปฏิเสธคนที่ใช้ความรุนแรง จนเป็นสาเหตุสำคัญที่หนุนเนื่องให้ อภิสิทธิ์ ประคับประคองสถานการณ์ในขณะนั้นมาได้

วันนี้กำลังจะครบ 1 ปี โศกนาฏกรรม 10 เมษายน 2553 ไม่ว่าบนเวทีคนเสื้อแดง ในวันที่ 10 เมษายน 2554 จะโกหกอย่างไร ก็คงมิอาจหนีความจริงที่ว่า

ทักษิณ คือจอมบงการ ใช้พรรคเพื่อไทย กองกำลัง และมวลชน เป็นเครื่องมือในการทวงคืนอำนาจโดยไม่คำนึงถึงความย่อยยับของบ้านเมือง

แม้ว่าในวันหนึ่งหากฟ้าเปลี่ยนสี อำนาจเปลี่ยนไปอยู่ในมือพรรคเพื่อไทย ก็อย่าหวังว่าจะบิดเบือนประวัติศาสตร์จากความจริงที่ว่า “เสื้อแดงเผาบ้านเผาเมือง” ไปได้
q*013q*095q*095q*095
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
สมชัย ไวเสมอ
เรทกระทู้
« ตอบ #6 เมื่อ: 14 เม.ย. 11, 10:53 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

สวัสดีปีใหม่ไทยครับ. ผมบอกเสมอว่าการสาดโคลนใส่กันนั้นไม่ใช่วิธีที่ถูกต้องในการแก้ไขปัญหาบ้านเมือง ควรตั้งกลุ่มประท้วงแดงและเหลืองแล้วโจมตีกันให้พังไปข้างหนึ่ง ที่เหลืออยู่จึงจะเป็นผู้ที่รักชาติที่แท้จริงและจะไม่มีสีใดใดให้วุ่นวายกับบ้านเมืองเราอีกนานเท่านาน..เมื่อไรจะเริ่มเสียที ?

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
สำคัญกว่าทุกสิ่ง !
เรทกระทู้
« ตอบ #7 เมื่อ: 14 เม.ย. 11, 14:51 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

คนดี สำคัญกว่าทุกสิ่ง !
ท่านพุทธทาสภิกขุ
ในโลกนี้ จะให้ลัทธิไหนครองโลกไม่สำคัญ ขอแต่ให้เป็น คนดี ก็พอแล้ว
คนดี เผด็จการ ก็เผด็จการไปในทางดี นำไปสู่ความดี และความเจริญอันแท้จริง
คนดี เป็นประชาธิปไตย ก็พร้อมเพรียงกันทำดีได้จริง โดยไม่ต้องสงสัย
แต่ถ้าคนชั่วแล้ว แม้จะเป็นประชาธิปไตย ก็มีแต่จะ "นอนหาความสำราญ" กันทั่วไปหมด ในที่สุดก็ล่มจม
ฉะนั้น ขอแต่ให้คนดีอย่างเดียวก็แล้วกัน จะซ้ายจัดหรือขวาจัดย่อมใช้ได้ทั้งนั้น

" "
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Tags:  

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม