หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: เกาหลีก็มี! พิธีแก้กรรม  (อ่าน 98 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 8 ก.ค. 11, 22:02 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

ตาย, เพื่อจะเกิดใหม่ วิธีการรับมือ ชีวิต"บัดซบ"แบบเกาหลี

ในห้องขนาดใหญ่ที่มีเพียงแสงเทียนสลัว ชายและหญิงต่างวัยหลายสิบคน ในชุดสำหรับ"คนตาย"ตามธรรมเนียมแบบเกาหลีที่ทำมาจากต้นปอ ค่อยๆก้าวลงโลงศพที่ทำจากไม้ ฝาโลงค่อยๆปิดลง พร้อมกับเสียงค้อนที่ตอกลง

แท้จริงแล้วนี่ไม่ใช่พิธีศพ และฝาโลงถูกปิดเพียง 5 นาที และการตอกค้อนลงบนฝาโลง ก็เป็นเพียงการตอกแบบหลอกๆ เพื่อเป็นการสื่อบางสิ่งให้แก่ผู้ที่อยู่ในโลงทราบเท่านั้น

นี่ถือเป็นพิธีกรรมขั้นตอนสุดท้ายของ"มรณาสมาคม" (Coffin Academy) ของเกาหลีใต้ "นักเรียน"ของที่นี่ยังต้องเขียนคำจารึกบนหลุมฝังศพและถ้อยคำสรรเสริญคนตาย โดยต้องจ่ายเงินเป็นจำนวนราว 30 ดอลลาร์ สำหรับการสัมมนาและพิธีกรรมซึ่งกินเวลานานประมาณ 4 ชม.

นายจุง จุน วัย 40 ปี ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งกลุ่มบำบัด"มรณาสมาคม" กล่าวว่า การกระทำเช่นนี้อาจทำให้คนที่ไม่เข้าใจรู้สึกตกใจในตอนแรก แต่พวกเขาก็จะเข้าใจความหมายของการมีชีวิตอยู่ในที่สุด

ในห้องมืดที่มีเพียงแต่แสงจากเทียนส่อง โลงศพถูกวางเรียงกันเป็นแถว แต่ละคนค่อยก้าวลงไปนอนในโลงศพอย่างช้าๆ ในท่านอนราบ และแขนแนบไปกับลำตัว ก่อนที่โลงศพจะถูกปิดลงเป็นเวลาราว 5-10 นาที

"ในอเมริกามีเหตุการณ์ 11 กันยาฯ ในเฮติมีเหตุแผ่นดินไหว ชีวิตของเรามีความไม่แน่นอนและอาจถูกพรากไปเมื่อไหร่ก็ได้ ดังนั้น เราจึงจำเป็นต้องตระหนักว่าชีวิตเรามีค่ามากเพียงใด" นายจุนยังกล่าวอีกว่า ก่อนหน้านี้ ก็เคยพยายามที่จะฆ่าตัวตายมาแล้วเกินหนึ่งครั้ง โดยหลังจากที่เขาเรียนจบ เขาเริ่มจับธุรกิจเล็กๆน้อยๆหลายตัว แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ นั่นเป็นเหตุให้เขารู้สึกอับอาย และต้องการจบชีวิตตนเอง "ผมเคยพยายามกระโดดสะพาน แต่ก็ล้มเหลว พยายามเชือดข้อมือตัวเอง แต่ก็พลาดอีก"

นั่นเป็นเรื่องที่ไม่น่าแปลกใจนัก เกาหลีใต้ถือเป็นประเทศที่มีอัตราการฆ่าตัวตายที่สูงที่สุด ในบรรดา 30 ชาติสมาชิกองค์การเพื่อการพัฒนาและความร่วมมือทางเศรษฐกิจ จากการสำรวจเมื่อปี 2009 จนกระทั่งปัจจุบัน แม้ว่าประเทศอื่นๆจะมีอัตราดังกล่าวลดลง แต่เกาหลีใต้กลับยังคงไม่เปลี่ยนแปลง หรือสูงเป็นสองเท่าของอัตราการฆ่าตัวตายในสหรัฐฯ

แต่ที่สุดแล้วจุนก็ค่อยๆคิดได้ว่าชีวิตเป็นสิ่งที่มีค่าเกินกว่าที่จะโยนทิ้งไปเฉยๆ และนั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้โครงการนี้เกิดขึ้น
ในระหว่างการสัมมนา นายโอ คุน ยัง ถ่ายรูปตนเอง โดยเบื้องหลังทำเป็นรูปดอกไม้สำหรับไว้อาลัยให้คนตาย ที่จะถูกนำไปเป็นรูปประดับโลงศพ เขากล่าวว่า ชีวิตเขาสิ้นไร้หนทาง เขาจึงมาที่นี่เพื่อช่วยเปิดทางให้เขามีชีวิตใหม่อีกครั้ง

นายโอกล่าวว่า จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญในชีวิตเขาเกิดขึ้นในระหว่างที่เขากำลังอ่านคำจารึกบนหลุมศพต่อหน้าคนอื่นๆ ในระหว่างที่เขากำลังเขียนมัน เขาเริ่มคิดถึงครอบครัว ภรรยาและลูก และคิดว่าพวกเขาจะรู้สึกอย่างไรหากว่าเขาตาย และตอนนั้นเองเขารู้สึกว่าตนเองกำลังจะร้องไห้

ต่อมา เมื่อได้ทอดร่างลงในโลงศพที่ปิดตาย นั่นทำให้เขาคิดได้ว่าเขาควรจะเริ่มชีวิตใหม่ต่อไปอย่างไรต่อไป
ด้านนายกวาง มุน ลี เปิดเผยถึงความรู้สึกที่คล้ายคลึงกัน เขาเคยคิดว่า เหตุใดคนอื่นจึงดีกว่าตนเอง คนอื่นมีดีอย่างไร แต่หลังจากการเข้าร่วมโครงการครั้งนี้ ทำให้เขาตระหนักได้ว่าตนเองมีดีเช่นใด และจะดึงสิ่งเหล่านั้นออกมาได้อย่างไร

ผู้เข้าร่วมโครงการนี้ส่วนใหญ่ ถูกส่งมาจากองค์กรหรือบริษัท แต่นายจุง จุน เชื่อว่า โครงการนี้ทำให้บุคคลที่พยายามจะจบทุกสิ่งในชีวิตของตนเองรู้สึกสนใจได้

ขณะที่นายยู ซอบ ฮา จิตแพทย์และประธานสมาคมการป้องกันการฆ่าตัวตายแห่งเกาหลี ตั้งข้อสงสัยว่า อาการป่วยทางจิตและการฆ่าตัวตายในเกาหลีใต้ ถูกปลูกฝังอยู่ในความคิดของคนเกาหลีว่า คนที่ต้องการความช่วยเหลือมักจะไม่ใช้วิธีเช่นนั้น และชี้ว่า คนที่ต้องการค้นหาความหมายให้แก่ชีวิตของตนเอง ก็สามารถลงไปนอนในโลงศพได้ แต่คนที่ต้องการฆ่าตัวตายจริงๆแล้วยังจะต้องการไปร่วมพิธีกรรมเช่นนั้นหรือไม่

ข้อมูลจาก มติชนออนไลน์

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

Tags:
Guest
Why?
เรทกระทู้
« ตอบ #1 เมื่อ: 8 ก.ค. 11, 22:28 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
game the piper of Justice begin. it so late. 100 years.
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
รู้หมดแล้วหรือ
เรทกระทู้
« ตอบ #2 เมื่อ: 9 ก.ค. 11, 05:41 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
พิธีกรรมตามความเชื่อเรื่องโลกหน้า มีทุกชาตินั่นแหละ ตั้งแต่คนป่าในแอฟริกา ไปจนถึงฝรั่งตาน้ำข้าว แล้วไครว่าโลกหน้าไม่มี รู้ทุกอย่างหมดแล้วหรือ แค่เงยหน้ามองขึ้นข้างบนก็ยังไม่รู้เลยว่าบนอากาศกว้างใหญ่มีอะไรซ่อนอยู่บ้าง

หรือมองลงดินข้างล่างก็ยังไม่รู้เลยว่าแผ่นดินไต้เท้าที่ยืนอยู่มีอะไรซ่อนอยู่บ้าง มองลงทะเลที่กว้างใหญ่ไพศาลก็บอกไม่ได้ว่าในนั้นมีอะไรอยู่บ้าง เอาง่ายๆแค่มองดูตัวเองก็ยังไม่รู้เลยว่าข้างใหนมีอะไรซ่อนอยู่บ้าง

สรุปว่าเราเชื่อแค่สิ่งที่ ตาเห็น หูได้ยิน ดมกลิ่นได้ ลิ้มรสได้ สัมผัสได้ แล้วเราเห็นทุกอย่าง ได้ยินทุกอย่าง ได้กลิ่นทุกอย่าง รู้รสทุกอย่าง สัมผัสได้ทุกอย่างในโลกแล้วหรือ จึงกล้าฟันธงว่ารู้หมด
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Tags:  

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม