หน้า: 1 2 3

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: ถมทะเล3แสนไร่-ได้อะไร?  (อ่าน 36228 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 2 ส.ค. 11, 15:06 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

ถมทะเล3แสนไร่ ‘สิ่งที่เราจะได้จากแผ่นดินตรงนั้นคืออะไร?’คำถามจาก“ศักดิ์อนันต์ ปลาทอง” นักวิชาการจาก ม.สงขลานครินทร์

หลังจากได้รับฉันทามติจากเสียงส่วนใหญ่ให้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล คำสัญญาและนโยบายต่างๆ ที่พรรคเพื่อไทยประกาศไว้ขณะหาเสียงกำลังตามมากดดัน หลายประเด็นสร้างข้อถกเถียงเป็นวงกว้างในสังคมไทย ทั้งที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ความสนใจของสังคมขณะนี้กำลังเพ่งไปที่การขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท และเงินเดือน 15,000 บาท

ขณะที่สังคมถกเถียงกันเอาเป็นเอาตายเรื่องค่าแรง อีกหนึ่งนโยบายที่เริ่มถูกพูดถึงก็คือ การถมทะเล 3 แสนไร่ในบริเวณอ่าวไทยรูปตัว ก เพื่อสร้างเมืองใหม่ อภิโปรเจ็กต์จากไอเดียของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่เชื่อแน่ว่า หากผลักดันให้เกิดเป็นจริงๆ อาจสร้างผลกระทบต่ออ่าวไทยตอนในอย่างไม่อาจเรียกคืน

ศูนย์ข้อมูลและข่าวสืบสวนเพื่อสิทธิพลเมือง (TCIJ)สัมภาษณ์ นายศักดิ์อนันต์ ปลาทอง นักวิชาการด้านนิเวศวิทยาทางทะเล คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ผู้ที่พยายามผลักดันให้มีการขึ้นทะเบียนทะเลอันดามันเป็นมรดกโลกคนนี้ ตั้งคำถามว่า ประเทศไทยมีความจำเป็นเพียงใดที่จะต้องเดินหน้าโครงการนี้ ซึ่งเป็นคำถามที่เขาเห็นว่าพรรคเพื่อไทยจะต้องตอบให้ได้ก่อนจะเดินหน้า

“ผมอยากให้ลองย้อนกลับไปถามก่อนว่า เหตุผลของการถมทะเลแต่ละที่คืออะไร เพราะในโลกนี้ก็มีหลายประเทศที่มีการถมทะเล ซึ่งมีเหตุผลและความจำเป็นที่แตกต่างกัน ผมยกตัวอย่างสิงคโปร์ เขาต้องถมแน่ๆ เพราะพื้นที่เขามีน้อยมาก เรียกว่าแทบจะเชื่อมเกาะกับแผ่นดินเลยด้วยซ้ำ เพราะพื้นที่เขาเล็กมาก ต้องซื้ออิฐ หิน ดิน ทราย จากมาเลเซียบ้าง อินโดนีเซียบ้าง

หรืออย่างญี่ปุ่นที่ต้องถมทะเลเพื่อทำเขตอุตสาหกรรมหรือสนามบิน เนื่องจากพื้นที่ประเทศญี่ปุ่นเป็นเกาะ ส่วนตอนในก็เป็นภูเขาหมดเลย มีที่ราบริมทะเลค่อนข้างน้อย สนามบินไปอยู่ใกล้ๆ ภูเขามากก็ไม่ดี เขาจึงถมทะเลเพื่อสร้างสนามบิน หรืออย่างดูไบ ซึ่งเข้าใจว่าพรรคเพื่อไทยคงได้แนวคิดมาจากที่นี่ แต่ก็ต้องรู้ด้วยว่า เขาไม่ได้ประสบความสำเร็จทั้งหมด ขาดทุนด้วยซ้ำไป บางแห่งก็เจ๊ง นั่นคือเหตุผลของแต่ละประเทศ

ทีนี้ ของประเทศไทย ถ้ามองด้วยเหตุผลในระดับนั้น ก็ต้องถามว่าประเทศไทยมีความจำเป็นแค่ไหนที่จะต้องถมทะเล ทั้งที่เรายังมีพื้นที่ที่ยังไม่ได้ใช้ประโยชน์หรือยังใช้ประโยชน์อย่างไม่คุ้มค่าอีกเยอะขนาดไหน”

นายศักดิ์อนันต์ อธิบายต่อว่า การสร้างสิ่งปลูกสร้างขนาดใหญ่ในทะเลจะเกิดผลกระทบอะไรบ้าง
“หลักการง่ายๆ ของทะเลที่เราเห็นกันอยู่ก็คือ เมื่อใดก็ตามที่เราทำอะไรก็แล้วแต่รุกล้ำเข้าไปในทะเล สิ่งที่ตามมาคือผลกระทบต่อเนื่อง ทั้งที่เรารู้และไม่รู้ คาดเดาไม่ได้ เราจะเห็นว่าหลายๆ ที่ แม้แต่ท่าเรือขนาดเล็กๆ ยื่นออกไปในทะเล มันก็ขวางกระแสน้ำ ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของกระแสน้ำ

สิ่งที่เราเห็นอยู่บ่อยๆ ก็คือการกัดเซาะชายฝั่ง บางที่อาจจะมีแผ่นดินงอก แต่อีกบริเวณหนึ่งเกิดการกัดเซาะ แผ่นดินหายไป จากการที่เราไปสร้างสิ่งปลูกสร้างในทะเล แล้วไปขัดขวางการไหลเวียนของมัน

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #1 เมื่อ: 2 ส.ค. 11, 15:06 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

อีกประเด็นหนึ่งคือชายฝั่งทะเลหลายที่ของประเทศไทย โดยเฉพาะในอ่าวไทยตอนในที่เราพูดถึงอยู่ มันเป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำวัยอ่อน เป็นแหล่งที่มีธาตุอาหารเยอะมาก เรียกว่าเป็นแหล่งประมงที่สำคัญของประเทศเลยก็ว่าได้ อ่าวไทยตอนในมีหาดเลน หาดโคลน บางทีเราดูว่าดำๆ ไม่มีค่า แต่จริงๆ มันเป็นแหล่งธาตุอาหารที่สำคัญของสัตว์น้ำหลายชนิด โดยเฉพาะอ่าวไทยตอนในเป็นแหล่งปลาทูที่สำคัญ ที่มาวางไข่แถวสุราษฎร์ฯ ชุมพร แล้วก็ว่ายขึ้นไปข้างบน ไปโตแถวสามสมุทร

อย่างที่เรารู้จักกันดีคือปลาทูแม่กลองที่อ้วนท้วน เป็นเพราะได้ประโยชน์จากสภาพพื้นที่ที่เป็นโคลน นั่นคือความสมบูรณ์ของอ่าวไทยตอนใน ซึ่งประมงพาณิชย์และประมงพื้นบ้านได้ใช้ประโยชน์มาเป็นเวลานาน”
นอกจากนี้ ยังมีอีกหลายปัจจัยที่จะส่งผลเสียต่อระบบนิเวศของอ่าวไทยตอนใน ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนของกระแสน้ำ การกัดเซาะชายฝั่ง ปัญหาจากน้ำทิ้ง

“ผมไม่รู้หรอกว่า เขาจะถมทะเลตรงบริเวณไหน แต่กระแสน้ำต้องมีการเปลี่ยน พื้นที่ทำกินที่หายไป ผลกระทบต่อมาคือเวลาที่เราไปพัฒนาอะไรชายฝั่งทะเลมากๆ สิ่งที่เกิดขึ้นคือน้ำทิ้งจากแผ่นดินที่เราถม

ถ้าจะอ้างว่ามีระบบบำบัดก็ต้องย้อนไปดูว่าที่ผ่านมาระบบบำบัดของเราไม่เคยได้ผลเลย ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาเมืองใหม่หรือเขตอุตสาหกรรมที่อยู่ริมทะเล หลายที่สร้างปัญหาทั้งนั้น ไม่สามารถจัดการน้ำทิ้ง น้ำเสียได้ เมื่อของเสียเหล่านี้ไปอยู่ในทะเลก็จะเข้าสู่ห่วงโซ่อาหาร เข้าสู่สิ่งมีชีวิต แล้วเราก็เอามันมากินต่อ ซึ่งเกิดปัญหาแล้วหลายที่”

นายศักดิ์อนันต์ เห็นว่า ประเทศไทยไม่มีความจำเป็นต้องถมทะเลเพื่อสร้างเมืองใหม่ เพราะหากเทียบกับผลประโยชน์ในระยะยาวแล้วถือว่าได้ไม่คุ้มเสีย เนื่องจากปัจจุบัน มีการใช้ประโยชน์จากความอุดมสมบูรณ์ในพื้นที่อ่าวไทยตอนในในหลายมิติ ไม่ใช่เพียงแค่การประมงเท่านั้น

ส่วนที่มีความเห็นว่า พื้นที่อ่าวไทยตอนในซึ่งเป็นดินเลน ไม่มีความเหมาะสมในการถมหรือสร้างสิ่งปลูกสร้างขนาดใหญ่ นายศักดิ์อนันต์ มองว่า ด้วยความรู้ในทางวิศวกรรมคงไม่มีปัญหาในการก่อสร้าง แต่คงจะต้องใช้งบประมาณมหาศาล

“ณ เวลานี้ การมองเรื่องความคุ้มหรือไม่คุ้มมันสามารถพิสูจน์ได้ด้วยข้อมูล ศึกษาออกมาให้ชัดเจนว่า ประโยชน์ของการเก็บทรัพยากรเหล่านี้ไว้ เทียบกับสิ่งที่เราจะถมลงไปในทะเล มันอาจจะมีการคิดเป็นเชิงตัวเลขออกมาก็ได้ เพียงแต่ว่าในมิติของการประเมินมูลค่าในเชิงเศรษฐศาสตร์สิ่งแวดล้อม มันมีเยอะมาก มีหลายมิติมาก ที่บางทีการคิดในเชิงเศรษฐศาสตร์อาจจะมองไม่เห็น

คำถามสำคัญที่จะต้องถามคือ ผลกระทบจากการใช้ประโยชน์ในปัจจุบันกับโอกาสที่เราจะใช้ประโยชน์ในวันข้างหน้า มีอะไรบ้าง ต้องศึกษาให้หมด ถ้าเราจะอยู่บนพื้นฐานขององค์ความรู้ เราต้องหาให้หมดว่าข้อดี ข้อเสีย นำมาเปรียบเทียบ ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นคืออะไร มิติด้านสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ สังคม ชุมชน ต้องศึกษาให้ครอบคลุมครบถ้วนก่อน

แต่ในมุมมองของผมคิดว่า มันไม่จำเป็นต้องสร้าง และเราไม่ควรสูญเสียระบบนิเวศที่สำคัญมากๆ ของประเทศไทยไป อ่าวไทยตอนในเป็นพื้นที่ที่มีผลผลิตทางการประมงสูงมาก”

อีกจุดหนึ่ง ที่ นายศักดิ์อนันต์ ชี้ให้เห็นคือระบบการหมุนเวียนของกระแสน้ำในอ่าวไทยรูปตัว ก ซึ่งเป็นการหมุนเวียนอยู่ภายใน ดังนั้น หากเกิดมลพิษขึ้นจะทำให้เกิดการกระจายตัวไปทั่วพื้นที่อ่าวรูปตัว ก และมลพิษจะสะสมอยู่ภายในพื้นที่

“ปัจจุบันในอ่าวไทยรูปตัว ก ก็ได้รับผลกระทบอยู่แล้ว ซึ่งข้อมูลละเอียดต้องเอาจากกรมควบคุมมลพิษ แต่ตัวหลักคือพวกสารเคมีการเกษตรและอุตสาหกรรมที่ไหลลงทะเลมาสะสมที่อ่าวไทยรูปตัว ก ถือเป็นปัญหาใหญ่มากที่ต้องแก้กัน แต่ทะเลในหลายๆ ที่ยังอยู่ในภาวะที่เยียวยาตัวเองได้ แต่ถ้าเกิดมีอะไรที่มันมากกว่านั้น ไม่แน่ มันอาจจะรับไม่ได้ สภาวะการเน่าเสียอาจจะเกิดขึ้น”

นายศักดิ์อนันต์ ทิ้งท้ายว่า
“คือเราอาจจะได้แผ่นดิน แต่สิ่งที่ได้จากแผ่นดินตรงนั้นคืออะไรจะต้องคิดต่อ การมีโครงสร้างขนาดใหญ่ๆ แล้วเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน มันก็จะส่งผลกระทบต่อด้านที่อยู่ปลายน้ำ การสะสมดินตะกอนต่างๆ ก็จะเปลี่ยนไป อย่าไปสร้างปัญหาเพิ่มเติมมากกว่านี้ ไม่อย่างนั้นเราจะแก้ไขอะไรไม่ได้”
...................
(หมายเหตุ : ที่มา : ศูนย์ข้อมูลและข่าวสืบสวนเพื่อสิทธิพลเมือง (TCIJ)
http://www.tcijthai.com/)

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #2 เมื่อ: 2 ส.ค. 11, 15:56 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ในทางปฎิบัติเราทำได้ครับ แต่ต้องศึกษาเชิงลึกกันให้ดีกว่านี้อีกนิด ข้อดีมันก็เยอะ แต่ข้อเสียก็ย่อมมี ประเทศญี่ปุ่นก็ถมทะเลและทำระบบจัดการทุกอย่างได้ดีครับ หลายประเทศก็ถมด้วยทราย แน่นอนว่าระบบนิเวศต้องเปลี่ยนแปลงแต่เราก็ทำให้มีดีขึ้นได้ด้วยเช่นกันครับ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
ยังไม่เข็ดกันอีกหรือ?
เรทกระทู้
« ตอบ #3 เมื่อ: 2 ส.ค. 11, 16:53 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ได้ถมงัยล่ะ เงินสะพัดเข้ากระเป๋านักการเมืองได้อื้อเลยโครงการแบบนี้

แล้วตอนนั้น ก็จะเกิดน้ำท่วม เพราะส่วนที่ถมมันจะกั้นน้ำไม่ให้ไหลลงสู่ทะเลได้ทันที ก็จะมีโครงการอื่นเกิดขึ้นมาใหม่ให้ได้กินกันต่อไป

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
นะฮะ
เรทกระทู้
« ตอบ #4 เมื่อ: 2 ส.ค. 11, 18:09 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ปัญหาที่รอการแก้ไขของกรุงเทพมหานครในวันนี้ก็คือ.

โอกาสที่กรุงเทพฯจะจมอยู่ใต้น้ำนั้นมีมากในอีกไม่กี่

ทศวรรษข้างหน้านี้...ด้วย

สาเหตุ

1. จากภาวะโลกร้อน ปริมาณน้ำทะเลจะเพิ่มมากขึ้น ด้วยน้ำแข็งจากขั้วโลก
ละลายออกมาเป็นจำนวนมากมหาศาล

2. กรุงเทพฯและปริมนฑลตั้งอยู่ภูมิประเทศที่เป็นดินอ่อน มีการทรุดตัวสูง
จึงทำให้มีระดับต่ำกว่าระดับน้ำทะเลอย่างรวดเร็วมาตลอด

3. เกิดการกัดกร่อนจากคลื่นลมในทะเในบริเวณปากอ่าวไทย จนสูญเสียพื้น
ดินไปจำนวนมากมายแล้ว...โดยเฉพาะในเขตพื้ที่ จ.สมุทรปราการ

ไทยขึ้นแท่นวิกฤิตน้ำทะเลสูง

น้ำทะเลที่เพิ่มสูงขึ้นเป็นหนึ่งในผลพวงจากภัยคุกคามของภาวะโลกร้อน ข้อมูลวิชาการบ่งชี้ชัดเจนว่า เรากำลังเผชิญอยู่กับปัญหาสำคัญนี้ ที่ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศแผ่กระจายไปในพื้นที่ชายฝั่งเกือบทั่วประเทศ ความเดือดร้อนของชาวบ้านในพื้นที่อ่าวไทยตอนบน วิกฤติด้านการกัดเซาะชายฝั่ง

ความเสียหายของบ้านเรือนริมชายฝั่งที่เพิ่มขึ้น คือกรณีตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่า เกิดผลกระทบอย่างไรต่อระบบนิเวศ และวิถีชีวิต ขณะที่ข่าวคราวของนักวิชาการที่ออกมาเตือนน้ำจะท่วมกรุงเทพฯ จากภาวะโลกร้อน หรือกรุงเทพในอนาคตจะจมใต้บาดาล ก็สร้างความตื่นตระหนกให้กับคนที่อยู่อาศัยในเมืองกรุง

ในงานประชุมทางวิชาการ ครั้งที่ 48 ประจำปี 2553 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ร่วมกับคณะวิทยาศาสตร์ จัดเสวนาเรื่อง "สภาวะโลกร้อน...ผลกระทบต่อประเทศไทยและทางออก" ณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน โดย ศ.ดร.ธนวัฒน์ จารุพงษ์สกุล ภาควิชาธรณี คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นำเสนอเรื่องราวการเปลี่ยนแปลงระดับน้ำทะเลของประเทศไทยและของโลก เพื่อกระตุ้นให้ทุกคนตระหนักถึงปัญหาภาวะโลกร้อนยิ่งขึ้น

ศ.ดร.ธนวัฒน์ จารุพงษ์สกุล อธิบายว่า วิวัฒนาการเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่เกิดขึ้นเพื่อทำให้เกิดสมดุลของธรรมชาติ ซึ่งสิ่งที่เราพบเห็นในปัจจุบันเป็นผลผลิตจากกระบวนการที่ต่อเนื่องจากอดีตที่ผ่านมา เราไม่สามารถเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีตและอนาคตได้โดยปราศจากองค์ความรู้ กับการเปลี่ยนระดับน้ำทะเลสัมพัทธ์ในอดีตของประเทศไทย จากการที่ได้ตรวจสอบทางธรณีวิทยา พบว่า เมื่อ 1.5 แสนล้านปีที่แล้วสภาวะโลกร้อนเคยเกิดขึ้น ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำทะเล พื้นที่ที่เป็นประเทศไทยเคยมีระดับน้ำทะเลท่วมชายฝั่งจนถึงเขต จ.สิงห์บุรี และอ่างทอง จากนั้นโลกเข้าสู่ยุคน้ำแข็ง และได้ทิ้งร่องรอยการเปลี่ยนแปลงระดับน้ำทะเลไว้ในพื้นที่อ่าวไทย

นอกจากนี้ เมื่อ 6,000 ปีก่อน ยังมีหลักฐานบ่งชี้ว่า น้ำทะเลในอ่าวไทยเคยเหือดแห้งและมีน้ำท่วมถึงจังหวัดอยุธยา และอีกหลักฐานที่หาได้จากชั้นหิน บ่งบอกว่าชายฝั่งแม่น้ำท่าจีน เมื่อ 1.5 หมื่นปีที่แล้ว มีระดับน้ำทะเลขึ้นเร็วที่สุดประมาณ 16-26 มิลลิเมตรต่อปี เคยเกิดน้ำท่วมสูงกว่า 100 เมตร ส่งผลกระทบให้ทางน้ำเปลี่ยนแปลง มีน้ำทะเลรุกเข้ามาถึงอยุธยาและอ่างทอง ไม่ต้องพูดถึงกรุงเทพมหานครที่จมอยู่ใต้น้ำในยุคนั้น ซากหอยจำนวนมหาศาลที่ทับถมกัน ณ วัดเจดีย์หอย จ.ปทุมธานี เป็นหลักฐานแสดงถึงสภาพแวดล้อมดั้งเดิมได้ดี สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อ 6,000 ปีที่แล้ว คือ อุณหภูมิและระดับน้ำทะเลที่สูงกว่าปัจจุบันนี้ นี่คือ สภาพการณ์ที่เราไม่เคยเห็น เพราะช่วงอายุของมนุษย์สั้น ขณะที่วิวัฒนาการชายฝั่งมีกาลเวลากว่าล้านปี

สำหรับสภาพพื้นที่อ่าวไทยที่มีแม่น้ำสำคัญ 4 สายไหลลงสู่ทะเล ได้แก่ แม่น้ำแม่กลอง บางปะกง เจ้าพระยา และท่าจีน ศ.ดร.ธนวัฒน์ยังได้ศึกษาการเปลี่ยนแปลงระดับน้ำทะเลสัมพัทธ์ในปัจจุบันจากการตรวจวัดระดับน้ำเฉลี่ยรายปีอย่างลึกซึ้ง และแสดงข้อมูลให้เห็นว่าเกิดความเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำทะเลสูงขึ้นทุกขณะ

"เมื่อตรวจวัดสถานีปากแม่น้ำท่าจีน พบว่า ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น 42 มิลลิเมตรต่อปี สถานีป้อมพระจุลจอมเกล้า 20.5 มิลลิเมตรต่อปี สถานีปากแม่น้ำเจ้าพระยา 15 มิลิเมตรต่อปี สถานีบางปะกง 4 มิลลิเมตรต่อปี ล้วนแต่เป็นตัวเลขที่สูงกว่าการเปลี่ยนแปลงระดับน้ำทะเลสัมพัทธ์ในอดีตมาก" นักวิชาการจากจุฬาฯ กล่าว

และอธิบายถึงระดับน้ำทะเลในอดีตว่า เมื่อ 150 ปีที่ผ่านมา ระดับน้ำทะเลทั่วโลกสูงขึ้น 1.2-1.8 มิลลิเมตรต่อปี แต่จากรายงานของไอพีซีซี ปี 2550 พบว่า ระดับน้ำทะเลของโลกเพิ่มสูงขึ้นเป็น 3 มิลลิเมตรต่อปีแล้ว ขณะที่ไทยตัวเลขจากรายงานของกรมทรัพยากรธรณีมีถึง 5.8 มิลลิเมตรต่อปี จากประเทศไทยมาสู่พื้นที่ชายฝั่งในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ที่มีการเก็บบันทึกการเปลี่ยนแปลงระดับน้ำทะเลเอาไว้ เช่น มาเลเซีย 2.4 มิลลิเมตรต่อปี เวียดนาม 2.56 มิลลิเมตรต่อปี บังกลาเทศ 7.8 มิลลิเมตรต่อปี มัลดีฟส์ 4.1 มิลลิเมตรต่อปี


( มีต่อ )

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
นะฮะ
เรทกระทู้
« ตอบ #5 เมื่อ: 2 ส.ค. 11, 18:13 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
( ต่อ )
จากระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น ทำให้ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ชายฝั่งทะเลอ่าวไทยไปทั่ว โดยเฉพาะปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง ซึ่งเป็นต้นเหตุสำคัญแห่งการทำลายพื้นที่ ก่อปัญหา และสร้างความเดือดร้อนให้คนในชายฝั่งซ้ำแล้วซ้ำเล่า และยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นทุกขณะ

ศ.ดร.ธนวัฒน์เล่าถึงสภาพปัญหาที่เกิดขึ้นว่า พื้นที่อ่าวไทยตอนบน ตั้งแต่ปากแม่น้ำบางปะกงถึงจังหวัดเพชรบุรี มีชายฝั่งยาวกว่า 120 กิโลเมตร ที่กำลังเผชิญปัญหากัดเซาะอย่างรุนแรง โดย 30 ปีที่ผ่านมา ที่ดินชายฝั่งทะเลของอ่าวไทยหายไป 18,000 ไร่ ยิ่งไปกว่านั้น การกัดเซาะไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะชายฝั่งเท่านั้น แต่กัดเซาะลึกลงไปที่พื้นผิวทะเลด้วย เราสูญเสียทุกวินาที พบว่า 30 ปีมานี้ แผ่นดินใต้ทะเลหายไปแล้วประมาณ 180,000 ไร่ นอกจากนั้น ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งของไทยตลอด 2,600 กิโลเมตร ก็ถูกกัดเซาะไปแล้วถึง 600 กิโลเมตร ถือว่าผิดปกติมาก

และจากการสำรวจติดตามผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงระดับน้ำทะเล พบว่า พื้นที่บางปู จ.สมุทรปราการ ในอดีตเมื่อระดับน้ำทะเลลงต่ำสุดมีหาดโคลน ซึ่งเป็นแหล่งทรัพยากรให้คนชายฝั่ง โผล่พ้นน้ำยาวกว่า 5 กิโลเมตรจากชายฝั่ง ปัจจุบันเหลือเพียง 1 กิโลเมตร ส่วนที่บ้านขุนสมุทรจีน ก็มีการเปลี่ยนแปลงเดิมมี 2.5 กิโลเมตร ก็เหลือ 1 กิโลเมตร อีกแห่งพื้นที่มหาชัย เคยมีหาดโคลน 1 กิโลเมตร เหลือเพียง 250 เมตรเท่านั้น

" พื้นที่กรุงเทพและปริมณฑล มีอัตราการกัดเซาะ 65 เมตรต่อปี ถ้าไม่มีมาตรการป้องกันใดๆ อีก 10 ปีข้างหน้า แผ่นดินจะหายไป 1.3 กิโลเมตร อีก 50 ปีข้างหน้า 2.3 กิโลเมตร และในอีก 100 ปีข้างหน้าประมาณ 6 กิโลเมตร

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ระดับน้ำทะเลสัมพัทธ์เปลี่ยนแปลงและมีแนวโน้มสูงขึ้น ศ.ดร.ธนวัฒน์สรุปให้ฟังว่า ปัญหาแผ่นดินทรุดของประเทศไทย มีส่วน 70-80% ที่ทำให้ระดับน้ำทะเลประเทศไทยสูงขึ้น ที่เห็นได้ชัดคือบริเวณพื้นที่ริมชายฝั่งทะเลปี 2527 พื้นที่กรุงเทพฯ มีอัตราการทรุดของแผ่นดินมากกว่า 10 เซนติเมตรต่อปี แต่เมื่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกมาตรการป้องกันต่างๆ ปัจจุบันนี้อัตราการทรุดประมาณ 1-4 เซนติเมตรต่อปี ถือเป็นข่าวดี ส่วนข่าวร้ายจุดศูนย์กลางของการทรุดตัวเปลี่ยนอยู่ใกล้พื้นที่ชายฝั่ง ซึ่งได้รับความเดือดร้อนจากระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นอยู่แล้ว ทุกวันนี้ผลกระทบปรากฏแล้ว ป้อมพระจุลฯ ตั้งอยู่บริเวณปากอ่าวไทย แผ่นดินทรุดไปแล้วราว 55 เซนติเมตร

ปัจจัยที่เหลือก็คือ อุณหภูมิโลกที่สูงขึ้นทำให้น้ำแข็ง และธารน้ำแข็งทั่วโลกละลายรวดเร็วกว่าในอดีต ส่งผลให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น ซึ่งมีการคำนวณแล้วว่ามีอัตราเฉลี่ยทั่วโลกประมาณ 3 มม./ปี นอกจากนี้ การก่อสร้างเขื่อนบริเวณต้นน้ำ ซึ่งส่งผลให้ตะกอนไหลลงสู่พื้นที่ชายฝั่งน้อยลง เช่น เขื่อนเจ้าพระยา, เขื่อนภูมิพล, เขื่อนสิริกิติ์ หลังสร้างเขื่อนที่ต้นน้ำทำให้อัตราการงอกของแผ่นดินเหลือ 4.5 เมตรต่อปีเท่านั้น จากเดิมที่มีการงอก 60 เมตรต่อปี ตะกอนที่หายไปเพราะเขื่อนกักเก็บไว้ ส่งผลกัดเซาะหนักกว่าเดิม

ความรุนแรงของปัญหาการเปลี่ยนแปลง "ระดับน้ำทะเลสัมพัทธ์" นั้น นักวิชาการผู้เชี่ยวชาญยังระบุว่าอาจเกิดปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับเมืองชายฝั่งของบ้านเรา โดยยกตัวอย่าง กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งตั้งอยู่บริเวณชายฝั่งทะเล ระดับน้ำทะเลที่เพิ่มขึ้นจากแผ่นดินทรุดและภาวะโลกร้อน ส่งผลต่อเมืองใหญ่แห่งนี้ เกิดปรากฏการณ์น้ำหนุนสูง มีน้ำทะเลเข้าท่วมถึงระดับหน้าอก ชาวบ้านที่นี่ก็พยายามปรับตัว ไม่ทิ้งพื้นที่

" ระดับน้ำทะเลทั่วโลกสูงขึ้น 3 มิลลิเมตรต่อปี แต่จาการ์ตา 8 มิลลิเมตร ขณะที่ไทยระดับน้ำทะเลสัมพัทธ์เพิ่มขึ้น 30 มิลลิเมตรต่อปี นับเป็นอัตราที่มากสุดในโลก ปรากฏการณ์น้ำทะเลหนุนสูงแบบนี้จะเห็นบ่อยขึ้นในบ้านเรา ขณะนี้แถบสมุทรปราการเจอปัญหาเดียวกัน แต่ยังไม่รุนแรงเท่าจาการ์ตา ซึ่งชุมชนริมชายฝั่งอย่าง จ.สมุทรสงคราม, สมุทรสาคร ก็จะเผชิญสภาพอย่างนี้ เราจะเตรียมรับมือยังไง "

ทุกวันนี้ผลกระทบหลายอย่างปรากฏจากวิกฤติระดับน้ำทะเลที่เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งที่รุนแรงมากในพื้นที่อ่าวไทยตอนบน ทุกหน่วยงาน นักวิชาการ ตลอดจนชุมชนพยายามหามาตรการ วิธีการที่เหมาะสมในการป้องกันและแก้ไขปัญหา ทำให้เกิดโครงการรูปแบบต่างๆ หลั่งไหลลงสู่พื้นที่ เมื่อเร็วๆ นี้ ก็มีแนวคิดจะก่อสร้างเขื่อนป้องกันน้ำท่วมแบบประเทศเนเธอร์แลนด์ จากกลุ่มของ ดร.สมิทธ ธรรมสโรช และ ดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา โดยใช้ข้อมูลสตรอมเสิร์ช (Strom Surge) ที่จะพัดเข้ากรุงเทพฯ ทำให้น้ำทะเลท่วมเข้ามา 30 กิโลเมตร และข้อมูลระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นของแผนที่นาซา ที่จะทำให้น้ำทะเลท่วมตั้งแต่ 4-12 เมตร

อย่างไรก็ตาม ประเด็นนี้ในทัศนะของ ศ.ดร.ธนวัฒน์เห็นว่า การสร้างเขื่อนขนาดใหญ่แบบเนเธอร์แลนด์ นอกจากจะส่งผลกระทบรุนแรงต่อพื้นที่ชายฝั่งที่มีความอ่อนไหวสูงแล้ว เขื่อนยังก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของหาดโคลน ทำให้หาดโคลนหายไป พูดถึงหาดโคลนถือเป็นแหล่งอนุบาลสัตว์วัยอ่อนที่สำคัญที่สุดของอ่าวไทย เพราะมีความหลากหลายทางชีวภาพสูง และมีความสำคัญเป็นแหล่งห่วงโซ่อาหารของระบบนิเวศบกและทะเล

อีกทั้งยังเป็นที่ทำมาหากินของชุมชนประมงพื้นบ้านไม่น้อยกว่า 1 ล้านคนที่มีอาชีพเพาะเลี้ยงสัตว์และหาจับสัตว์น้ำชายฝั่งทะเล รวมไปถึงอาจจะส่งผลกระทบต่อการเคลื่อนย้ายถิ่นของปลาทู การท่องเที่ยวเชิงนิเวศจัดโดยชุมชน เรียกได้ว่ากระทบโดยตรงต่อวิถีชุมชนประมงพื้นบ้าน เป็นความเสียหายที่ประเมินค่าไม่ได้เลย ฉะนั้น สิ่งสำคัญที่สุดในการป้องกันปัญหาต้องมีการเข้าใจในพื้นที่ และเชื่อมโยงระบบนิเวศกับวิถีชีวิตของชาวบ้าน โดยใช้ข้อมูลที่ต้องศึกษาอย่างจริงจัง

ความผิดปกติของระดับน้ำทะเลที่เพิ่มขึ้น ผลกระทบในพื้นที่ชายฝั่งที่เริ่มปรากฏให้เห็น และสิ่งที่นักวิชาการคาดการณ์ถึงปัญหาที่จะเกิดขึ้นในอนาคต 50 ปี 100 ปี เราจะแตกตื่นหรือเตรียมรับมือก่อนสถานการณ์เหล่านี้จะเกิดขึ้นจริง ถือเป็นปัญหาใหญ่ที่ทุกหน่วยงานต้องตระหนัก แม้หลายคนจะมองเป็นเรื่องไกลตัว แต่การรู้เท่าทันทำให้เราปรับตัวและวางแผนเพื่อความอยู่รอดได้ เพราะภัยคุกคามจากภาวะโลกร้อนคงไม่ใช่เรื่องไกลตัวเราอีกต่อไป.
q*073q*074q*032q*032q*039
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
เรื่องง่ายๆทำได้แน่!
เรทกระทู้
« ตอบ #6 เมื่อ: 3 ส.ค. 11, 00:21 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ทำได้แน่ และต้องทำให้ได้

เพราะเป็นโครงการใหญ่ กินได้เยอะ

มีปัญหาตามมาแน่

ทางหนีคือโทษโลกร้อน

สูตรนี้เคยเห็นมาแล้วไม่ใช่หรือ?
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
k542
เรทกระทู้
« ตอบ #7 เมื่อ: 3 ส.ค. 11, 01:58 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

กระทู้ถามว่า...ถมทะเล3แสนไร่-ได้อะไร?

ขอตอบตรงคำถามแล้วกันนะว่า

ได้ผืนดินที่เคยเป็นทะเลมาก่อน จำนวน 3แสนไร่

q*031q*032

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #8 เมื่อ: 3 ส.ค. 11, 04:37 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
มุมมองของกลุ่มอนุรักษ์นิยมก็ยังเหมือนเดิม คือคงรูปแบบเดิมๆอยู่ไปวันๆโดยไม่คิดเปลี่ยนแปลงอะไรเลย ร้อยปีก่อนแบบใหนร้อยปีให้หลังก็ยังรักษาความเหมือนเดิมไว้อย่างเหนียวแน่น

แต่โลกไม่ใช่แบบนั้น โลกเปลี่ยนเกือบจะทุกนาทีในทุกๆด้าน ทั้งจำนวนคนที่เพิ่มขึ้น ทั้งสภาพแวดล้อมภูมิประเทศและดินฟ้าอากาศที่เปลี่ยนอย่างรวดเร็วในช่วงบั้นปลายของโลก มันส่งผลกระทบต่อโลกและคนในโลกอย่างรุนแรง

สิ่งที่จำเป็นสำหรับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของโลก คือการปรับตัวเพื่อความอยู่รอดของโลกและคนในโลกเอง ถ้าปรับตัวไม่ได้การสูญพันธุ์ก็จะตามมา การถมทะเลถึงแม้จะมีทั้งผลดีและผลเสีย แต่ก็จำเป็นต้องชั่งน้ำหนัก ถ้าผลดีมากกว่า ก็จำเป็นต้องทำเพื่อความอยู่รอด จะนอนกอดความเดิมๆไว้เพื่อรอความตายก็ไม่ใหว

ไม่มีอะไรรักษาสภาพเดิมๆไว้ได้หรอก แม้แต่ชีวิตตัวเองก็เถอะ ต้องปรับตัวไปตามระยะของความเปลี่ยนแปลง ซึ่งก็รู้ว่าสุดท้ายคือความล่มสลายของระบบนิเวศน์โลก แต่ว่านั่นมันเป็นเรื่องต้องเกิดอยู่แล้ว จำนวนคนที่มากขึ้นทุกวัน แต่โลกและทรัพยากรโลกนอกจากไม่เพิ่มขึ้นมันยังลดลงทุกวัน หลับตาก็มองเห็นจุดจบ

แต่เมื่อยังไม่ถึงเวลาจบก็ต้องชะลอมันไว้จนสุดความสมารถ ความไม่เปลี่ยนแปลงไม่ใช่ชะลอ แต่เป็นการยอมจำนนและเร่งวันล่มสลาย ของโลกและคนในโลก สิ่งไดถ้ามันจำเป็นและทำแล้วดีกว่าไม่ทำก็ต้องทำ สิ่งไดมันไม่จำเป็นและทำแล้วผลร้ายมากกว่า เหมือนทุกเรื่องที่ขั้วอำนาจที่แล้วทำ ก็อย่าได้ริทำ เพราะมันไม่ใช่การชะลอ แต่เร่งล่มจมทุกเรื่อง
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
k542
เรทกระทู้
« ตอบ #9 เมื่อ: 3 ส.ค. 11, 05:19 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

คุณredbird2011

ขอบคุณมาก q*071

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
ควาย
เรทกระทู้
« ตอบ #10 เมื่อ: 3 ส.ค. 11, 09:19 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

อยู่ดูไบมากไป เลยจะเอาอย่างดูไบ ว่างั้น

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #11 เมื่อ: 3 ส.ค. 11, 09:29 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

คนที่พูดก็มีความรู้ความสามารถในสายงานของเขา เรามันก็แค่หาข้อมูลจากในอินเตอร์เน็ตจะเอาอะไรสู้ข้อมูลเขาได้ แล้วที่ว่ากรุงเทพจะท่วมไหนล่ะทุกวันนี้ก็ยังเหมือนเดิมอยู่ แล้วที่ว่าจะถมทะเลทำเป็นเมืองหลวงแล้วในประเทศไม่มีแผ่นดินว่างแล้วเหรอ ถมทะเลมันใช้เงินเยอะแล้วต้องอาศัยคนมีความรู้ด้านนี้ซึ่งเราไม่หน้าจะมี ขนาดถมที่ดินใหม่ยังต้องรอเป็นสิบปีให้ดินมันปรับสภาพได้ก่อนค่อยสร้างบ้าน แล้วใครจะกล้าไปอยู่น่ำทะเลเสาะทุกวันดินถมใหม่ๆด้วย งานนี้ทำขึ้นได้เห็นเมืองจมบาดาลของจริงล่ะ อย่างที่ว่าต่างชาติเขาทำเพราะเขามีความจำเป็นจริงๆ เราไม่มีความจำเป็นแล้วมีพิ้นที่เหลืออีกเยอะ จะทำไมซื้อที่ดินมันใช้เงินน้อยกว่า ถมที่ในทะเลอีกผลเสียเยอะกว่าผลดี แค่ได้เมืองใหม่ที่ดินใหม่ในทะเล นักการเมืองไทยดีแต่ปากเท่านั้นทำจริงๆทำได้ไม่สักตัว ถ้าทำได้อย่างปากปานนี้เราเจริญพอๆกับสหรัฐแล้ว

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
gdj'0y'
เรทกระทู้
« ตอบ #12 เมื่อ: 3 ส.ค. 11, 09:35 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ได้งาบงบไง

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
คนกรุง..
เรทกระทู้
« ตอบ #13 เมื่อ: 3 ส.ค. 11, 09:36 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ถ้าไม่ทำอะไร รักษาป่าชายเลน หาดโคลนที่ว่าเอาไว้ อีกไม่กี่ปี มันก็จะถูกกลืนหายไปอยู่ดี รวมทั้ง กทม และจังหวัดริมทะเล อย่ามาพูดเลยว่า คุณระบบนิเวศน์ชายทะเลจะเสีย ....มันจะไม่เหลืออะไรให้เสียอีกต่อไป ...ลองไปเปิดตาดูแถว สมุทรปราการตอนนี้ดูซิว่า มันเป็นยังไง ไม่ใช้ อะไรๆ ก็จะเสียระบบ น่าเบื่อกับพวกไม่ยอมรับความเปลี่ยนแปลง .......

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
ประเทศถึงไม่เจริญ
เรทกระทู้
« ตอบ #14 เมื่อ: 3 ส.ค. 11, 09:36 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*069 สิ่งที่ตรูเห็น คือ คนกลุ่มนึงคิดจะทำอะไรบางอย่างเพื่อแผ่นดิน
q*074 แต่คนอีกกลุ่มนึง พยายามขวาง
แทนที่จะช่วยกันคิด ช่วยกันทำ ให้สิ่งดีๆมันเกิดขึ้น

วันนี้ตรูเห็นแต่ความเสื่อสลาย
ความโทรมทรุด เพราะความเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน
มากกว่าความรักแผ่นดิน อย่างจริงใจ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
.....................
เรทกระทู้
« ตอบ #15 เมื่อ: 3 ส.ค. 11, 09:42 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*062q*062 ห็นด้วยกับความคิดที่112 อย่างมากมาย

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
ม่ายบอก
เรทกระทู้
« ตอบ #16 เมื่อ: 3 ส.ค. 11, 09:44 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เบื่อสื่อที่ไม่เป็นกลางจัง

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #17 เมื่อ: 3 ส.ค. 11, 09:49 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ถ้าไม่ทำอะไร รักษาป่าชายเลน หาดโคลนที่ว่าเอาไว้ อีกไม่กี่ปี มันก็จะถูกกลืนหายไปอยู่ดี รวมทั้ง กทม และจังหวัดริมทะเล อย่ามาพูดเลยว่า คุณระบบนิเวศน์ชายทะเลจะเสีย ....มันจะไม่เหลืออะไรให้เสียอีกต่อไป ...ลองไปเปิดตาดูแถว สมุทรปราการตอนนี้ดูซิว่า มันเป็นยังไง ไม่ใช้ อะไรๆ ก็จะเสียระบบ น่าเบื่อกับพวกไม่ยอมรับความเปลี่ยนแปลง .......

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
จาวไทย
เรทกระทู้
« ตอบ #18 เมื่อ: 3 ส.ค. 11, 09:49 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

คนไม่มีแผ่นดินอยู่เลยต้องหาแผ่นดิน ( จากการถมทะเล )อยู่

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #19 เมื่อ: 3 ส.ค. 11, 10:08 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
สู้กับธรรมชาติเหรอคะ q*032
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
เอกกี้
เรทกระทู้
« ตอบ #20 เมื่อ: 3 ส.ค. 11, 10:20 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ก็ได้ที่ดินให้ บางตระกูลเข้าไปกว้านซื้อทำบังกะโล รีสอร์ท โดยไม่ต้อง ผิดกฎหมายฯมาตรา 100 แบบ ที่ดินรัชดาไงฮับพ๊ม q*073

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
คิดแบบโปร่งใส
เรทกระทู้
« ตอบ #21 เมื่อ: 3 ส.ค. 11, 10:36 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

มันจำเป็นสำหรับประชาชนมากมั๊ยครับ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
วรวุธ
เรทกระทู้
« ตอบ #22 เมื่อ: 3 ส.ค. 11, 10:41 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ถมเพื่อให้ได้บ่อน้ำมันในอ่าวไทยเพิ่มไง เพราะไทยมีพื้นที่ทางแผ่นดินเพิ่มขึ้มมา แทนที่เสียไป 4.7 ตร.กิโลเมตร อะอะจริงเปล่าคุณทักกี้ ทำไมไม่คิดกันถึงข้อนี้นะ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
wrc
เรทกระทู้
« ตอบ #23 เมื่อ: 3 ส.ค. 11, 10:47 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

สู้เอาเงินที่จะถมทะเลไปพัฒนาภาคอีสานดีกว่ามั้ง

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
ภานุวัฒน์
เรทกระทู้
« ตอบ #24 เมื่อ: 3 ส.ค. 11, 10:55 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

สรุปว่า ไม่ควรทำอะไรเลย

พอไม่ทำอะไรเลย ก็จะมีอีกพวก (ที่จริงก็พใกเดิมแหละ) ออกมาโวยวายว่า "รัฐบาลไม่ทำอะไรเลย" อีก

แล้วถ้าหาก หันไปทำอย่างอื่นแทน เจ้าพวกนี้ก็จะตามไปโวยเช่นเดิมว่า ทำไมไม่ทำเรื่องโน้น

มันก็แค่นี้เอง ขอให้ตรู ได้ขวาง ได้ด่า ได้แสดงความเห็นขัดง้าง

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #25 เมื่อ: 3 ส.ค. 11, 11:02 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*070..ไม่เห็นมีไรต้องน่าตกใจ...กับการถมทะเล..ต่างประเทศเข้าก็ใช้ขยะมารีไซเคิ้ล..แล้วมีสูตรผสม..ให้เกิดการแข็งตัว..แล้วยังทำเป็นสนามฟุตบอล..และสถานที่ตากอากาศ..ขยะก็ลดลง..แล้วกับสิ่งแวดล้อมตรงไหนมันก็กระทบทั้งนั้นแหระ..แม้แต่เมรุเผาศพบางวัด..ยังใช้อิทธิพลแย่งตั้งศพกันเลย..เอาไรกับมนุษย์...

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #26 เมื่อ: 3 ส.ค. 11, 11:07 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ได้ตัวเลขที่เป็นเงินไงครับถึงวันข้างหน้าเมืองไทยจะย่อยยับอย่างไรก็ไม่กลัวมีเงินซะอย่างไปซื้อเกาะส่วนตัวอยู่ที่ไหนสักแห่งก็ได้ และขอเวทนาความเห็นที่ว่าป่าชายเลนไม่มีประโยชน์วันหนึ่งข้างหน้าต้องหายไปอยูดี ถ้าคนที่มีสมองสักหน่อยต้องหาวิธีป้องกันไม่ไให้มันหายไปซิครับ เพราะสิ่งนี้คือหัวใจของความคงอยู่ของทรัพยากรและระบบนิเวศน์ทางทะเลนะครับ หรือถ้าอยากโง่แบบหน้าชื่นตาบานต่อไปก็ไม่ต้องเชื่อก็ได้ แม้ธรรมชาติให้บทเรียนกับเราแล้วแต่บางคนก็หลับหูหลับตาไม่เข้าใจไม่รับรู้ โอย...เหนื่อยจัง สงสารเมืองไทยครับ q*069

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #27 เมื่อ: 3 ส.ค. 11, 11:25 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*073ถมทะเลก็เพื่อเพิ่มแผ่นดินให้ประเทศไทยมั้งอะ ฮิฮิฮิ พวกคนรวยและมีอำนาจ เขาจะได้สร้างที่พักตากอากาศไง q*070

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
คนเดิมครับ
เรทกระทู้
« ตอบ #28 เมื่อ: 3 ส.ค. 11, 11:31 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

แล้วจะเอาหิน ดิน ทราย ขยะ ที่ไหน ไปถมให้ได้ 300000 ไร่

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
จัดไป
เรทกระทู้
« ตอบ #29 เมื่อ: 3 ส.ค. 11, 11:33 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ใครๆ ก็อยากให้มีการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นทั้งนั้นแหละ แต่เชื่อมั้ยถ้าผู้ดำเนินนโยบายทำตัวให้น่าไว้ใจหน่อยก็คงดีครับ บางคนเหมือนเหลือบ บางคนเหมือนเห็บ คอยสูบเลือดไปวันๆ มาทำงานบ้าง ไม่มาบ้าง หลับในที่ทำงานบ้าง ทำตัวใหญ่คับฟ้าบ้าง ไม่เคยเปลี่ยน
หลายๆท่านบอก โลกเปลี่ยนไปแล้ว แต่ผมอยากบอกว่า นัก(เล่น)การเมืองไทย แ.่.ง ไม่เคยเปลี่ยนวะ q*038q*038

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
ยอมรับซะบ้าง
เรทกระทู้
« ตอบ #30 เมื่อ: 3 ส.ค. 11, 11:38 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

แล้วที่ดูไบเขาเจริญไม๊หละ
แล้วไม่อยากให้ไทยเจริญมั่งหรือไง ?

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
งง
เรทกระทู้
« ตอบ #31 เมื่อ: 3 ส.ค. 11, 11:49 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ถ้าชอบการเปลี่ยนแปลง ตอนนั้นคงได้เห็นน้ำท่วมกทม.แล้ว ถึงเวลานั้นหวังว่าพวกชอบการเปลี่ยนแปลงคงยังไม่ย้ายไปไหนกันนะ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
ได้กับได้
เรทกระทู้
« ตอบ #32 เมื่อ: 3 ส.ค. 11, 11:55 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

มีแต่ได้ กับ ได้

ตั้งแต่ใต้โต๊ะ สัมปทานบัตร ระเบิดภูเขา สัมปทานโรงโม่หิน
การขนส่ง เบี้ยบ้ายรายทางจากรถบรรทุก
ถนนพังเพราะบรรทุกน้ำหนักเกิน ได้ซ่อมถนน ได้งาบงบประมาณซ่อมถนน
กินใต้โต๊ะจากผู้รับเหมา ฯลฯ โอ๊ย รวยเละ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
Dinosaur Hunter
เรทกระทู้
« ตอบ #33 เมื่อ: 3 ส.ค. 11, 12:00 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

มาแล้วอ้ายพวกไดโนเสาร์

ทุกครั้งที่จะสร้างเขื่อน อ้ายพวกนี้แหล่ะ มาบอกว่าเดี๋ยวปลาซิวปลาสร้อยจะสูญพันธุ์ แต่มันไม่ห่วงว่าชาวบ้านลูกเด็กเล็กแดงเค๊าเดือดร้อนยังไง

เรารับรู้มาตลอดว่าทะเลชายฝั่งถูกกัดเซาะทุกปี ในเวลาไม่กี่ปีนี้ อำเภอบางขุนเทียนชายทะเล จะอยู่ใต้น้ำ อีกทั้งปัญหาน้ำท่วม ปัญหาภัยธรรมชาติ สตอร์มเซิรต ซึ่งมีผู้เชี่ยวชาญหลายฝ่ายฟันธงว่ามันมีโอกาสเกิดขึ้นที่ชายฝั่งกรุงเทพฯ

ทีนี้อย่ามาบอกนะว่าให้มันเกิดก่อนแล้วค่อยสร้าง อยากให้ไปดูที่นิวออร์ลีนว่าเสียหายและมีคนเสียชีวิตตั้งเท่าไหร่

ถมทะเลเป็นความคิดที่ดี และรบ.ใหม่เค็าก็บอกแล้วด้วยว่าไม่ต้องใชงบแผ่นดินมากมาย ให้พวกคนรวยที่มันมีเงินเหลือใช้ลงทุน ให้มันเป็นเกราะให้คนกรุงเทพฯ บ้าง

สรุปว่าโครงการณ์ถมทะเล มีแต่ได้ไม่มีเสียหรอก อย่าไปขวางเค็าเลย

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
spkwfkpwptgf
เรทกระทู้
« ตอบ #34 เมื่อ: 3 ส.ค. 11, 12:03 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ดูไบ สภาพภูมิประเทศไม่เหมือนบ้านเราก็ต้องถม แต่บ้านเรามีพร้อมทุกอย่างแล้วไม่จำเป็น สิ่งที่ธรรมชาติสร้างมาดีที่สุดแล้วมันจะปรับสภาพของมันเอง ถ้าถมปัญหาตามมาเยอะแน่ ระบบนิเวศน์เพื้ยนหมด อย่าไปตามนักการเมืองคนนั้น ที่เห็นแก่ตัว จะหาเงินมหาศาลเข้ากระเป๋าตัวเอง...คนไทยต้องเฝ้าระวัง สามัคคีกัน ไม่เช่นนั้นต้องตกเป็นเมืองขึ้นต่างชาติแน่ๆ นักการเมืองคนนี้มันเห็นแก่ตัว มันไม่สนถ้าชาติล่มจมมันมีตัง จะไปอยู่ประเทศไหนก็ได้ ระวังข้อตกลงลับๆ กับเขมร อินโด เยอะมัน อเมริกา เรื่องกาซธรรมชาติในอ่าวไทย ...ตอนนี้อเมริการมีปัญหาเศรษฐกิจไม่สามารถชำระหนี้ได้ 14.3 ล้านล้านเหรียญ รัฐแทบจะไม่มีเงินจ่ายเงินเดือนข้าราชการแล้ว คนอเมริกากว่า 50 ล้านคนแทบไม่มีกิน ก็เลยต้องล่าอาณานิคมใหม่ และประเทศเป้าหมายคือประเทศไทย ที่อุดมสมบูรณ์ทุกอย่าง ไทยส่งออกข้าวอันดับ 1 ของโลก มีกาซธรรมชาติอ่าวไทย ที่ท่องเที่ยวมากมายทั้ง 4 ภาค...ประเทศเหล่านี้จ้องอยากได้ตาเป็นมัน เมื่อรวมหัวกับนักการเมืองแสนชั่ว เห็นแก่ตัว อนาคตจะเกิดอะไรขึ้น คนไทยตาสว่างกันสักที หันหน้าสามัคคีกัน รักกัน ลองคิดดู อยากให้บ้านเมืองเราสงบสุข คนไทยต้องมีสติ อย่าให้ใครมาล้างสมอง แตกแยกกันได้ถึงขนาดนี้ ไม่มีที่ไหนที่ดีที่สุดเท่าประเทศไทยอีกแล้ว q*062

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
บูบู้
เรทกระทู้
« ตอบ #35 เมื่อ: 3 ส.ค. 11, 12:11 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

การเปลี่ยนแปลงหากเปลี่ยนแปลงไปเพื่อคนหมู่มากและเป็นประโยชน์ในภายหน้าก็ดีค่ะ สิ่งที่เราอาจจะได้คือ เศรษฐกิจอาจจะดีขึ้น แต่หากว่าข้อเสียนั้นเราต้องต่อสู้กับภัยธรรมชาติ ก็คงไม่ฉลาดนักค่ะ เพราะทุกวันนี้ก็มีตัวอย่างภัยธรรมชาติที่เลวร้ายขึ้นให้เห็น และเราก็ยังไม่สามารถจัดการได้เลย อย่างก่อเรื่องใหม่ ที่จะมีปัญหายิ่งใหญ่มากตามมาเลยค่ะ เพราะเมื่อเกิดปัญหาภัยธรรมชาติแล้ว พวกประชาชนคนธรรมดาที่เคยสนับสนุนโครงการใหญ่ๆนี่แหระจะเดือดร้อน แล้วก็จะได้เห็นน้ำใจเล็กๆน้อยๆของรัฐบาลในการแจกมาม่าปลากระป๋องค่ะ เราไม่เคยแก้กันที่ต้นเหตุ แก้ที่ปลายเหตุทุกที ความจำเป็นในการถมทะเลนั้นมีอะไรบ้าง คุ้มแล้วเหรอกับการที่ต้องเสี่ยงกับภัยธรรมชาติ ในขณะที่ระบบการจัดการบ้านเรายังเทียบไม่ได้กับชาติที่เค้าทำกัน ความจิงแล้วการทำอภิมหาโปรเจคนั้นผลประโยชน์ใครได้รับกันแน่ ลองคิดกันดีดีนะคะ คุณเดือดร้อนก็ต้องแก้ไขเอง ทนรับสภาพและคำแก้ตัวของนักการเมืองต่างๆนานา ถ้าเค้าเดือดร้อน ไม่มีปัญหาค่ะเพราะไ้ด้เงินก้อนโตจากอภิมหาโปรเจคนี้แล้ว ก็บินไปเที่ยวต่างประเทศหนีภัยต่างๆสบายๆ
ความจำเป็นในการถมอันน้อยนิด ต้องแลกกับการเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติมากมาย คุ้มแล้วใช่มั๊ย

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
บูบู้
เรทกระทู้
« ตอบ #36 เมื่อ: 3 ส.ค. 11, 12:14 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

การเปลี่ยนแปลงหากเปลี่ยนแปลงไปเพื่อคนหมู่มากและเป็นประโยชน์ในภายหน้าก็ดีค่ะ สิ่งที่เราอาจจะได้คือ เศรษฐกิจอาจจะดีขึ้น แต่หากว่าข้อเสียนั้นเราต้องต่อสู้กับภัยธรรมชาติ ก็คงไม่ฉลาดนักค่ะ เพราะทุกวันนี้ก็มีตัวอย่างภัยธรรมชาติที่เลวร้ายขึ้นให้เห็น และเราก็ยังไม่สามารถจัดการได้เลย อย่างก่อเรื่องใหม่ ที่จะมีปัญหายิ่งใหญ่มากตามมาเลยค่ะ เพราะเมื่อเกิดปัญหาภัยธรรมชาติแล้ว พวกประชาชนคนธรรมดาที่เคยสนับสนุนโครงการใหญ่ๆนี่แหระจะเดือดร้อน แล้วก็จะได้เห็นน้ำใจเล็กๆน้อยๆของรัฐบาลในการแจกมาม่าปลากระป๋องค่ะ เราไม่เคยแก้กันที่ต้นเหตุ แก้ที่ปลายเหตุทุกที ความจำเป็นในการถมทะเลนั้นมีอะไรบ้าง คุ้มแล้วเหรอกับการที่ต้องเสี่ยงกับภัยธรรมชาติ ในขณะที่ระบบการจัดการบ้านเรายังเทียบไม่ได้กับชาติที่เค้าทำกัน ความจิงแล้วการทำอภิมหาโปรเจคนั้นผลประโยชน์ใครได้รับกันแน่ ลองคิดกันดีดีนะคะ คุณเดือดร้อนก็ต้องแก้ไขเอง ทนรับสภาพและคำแก้ตัวของนักการเมืองต่างๆนานา ถ้าเค้าเดือดร้อน ไม่มีปัญหาค่ะเพราะไ้ด้เงินก้อนโตจากอภิมหาโปรเจคนี้แล้ว ก็บินไปเที่ยวต่างประเทศหนีภัยต่างๆสบายๆ
ความจำเป็นในการถมอันน้อยนิด ต้องแลกกับการเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติมากมาย คุ้มแล้วใช่มั๊ย

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
df
เรทกระทู้
« ตอบ #37 เมื่อ: 3 ส.ค. 11, 12:31 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ความคิดโง่ๆ จากคนชั่วๆ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
ขอ1เสียง
เรทกระทู้
« ตอบ #38 เมื่อ: 3 ส.ค. 11, 12:33 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เห็นด้วยในการถมทะเล เพราะทุกวันนี้น้ำมากกว่าผืนดินอยู่แล้วและธรรมชาติก็เปลี่ยนไปเราต้องปรับสภาพภูมิอากาศและความเป็นอยู่ควบคู่กันไปด้วยเพราะที่ภูเก็ตก็ถมทะเลเหมือนกันที่สะพานหินสภาพธรรมชาติก็เหมือนเดิมระบบนิเวศน์ก็เหมือนเดิมทุกวันนี้น้ำทะเลเซาะตะลิ่งแทบจะไม่เหลืออยู่แล้วต้องรอให้แผ่นดินน้อยกว่านี้ก่อนเหรอแล้วค่อยมาคิดถมทะเลอย่าทำตัวเป็นวัวหายแล้วค่อยล้อมคอกอยู่เลยมองวิสัยทัศน์ให้กว้างไกลกว่านี้มองที่การทำงานอย่ามองด้านอคติ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
เห็นๆๆๆๆๆ
เรทกระทู้
« ตอบ #39 เมื่อ: 3 ส.ค. 11, 12:39 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ถาม ถมทะเล3แสนไร่-ได้อะไร?
ตอบ ได้พวก" มือไม่พายเอาเท้าราน้ำ" ไง

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
นนน
เรทกระทู้
« ตอบ #40 เมื่อ: 3 ส.ค. 11, 12:46 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*077q*077q*077ไม่เห็นด้วยไม่ควรทามอย่างแรง

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
wannah
เรทกระทู้
« ตอบ #41 เมื่อ: 3 ส.ค. 11, 12:50 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ผืนแผ่นดินไทย แม้แต่ 1 ตารางนิ้วเราก็จะไม่ยอมเสียให้ใคร
ขออภัย ยกคำพูดผิดไป
ต้องถามว่าเราจะยอมให้เสียดินแดนไปเรื่อย ๆ โดยไม่ป้องกันอย่างนั้นหรือ
เห็นด้วยที่เราจะถมทะเล ทางเทคนิคทำได้หลายวิธี
ยิ่งถ้าหากว่ามันจะสร้างมูลค่าให้มากกว่าการลงทุนยิ่งดี
เห็นด้วย ๆ ๆๆๆๆๆๆ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #42 เมื่อ: 3 ส.ค. 11, 12:50 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

redbird2011 q*071q*071 เห็นด้วย อย่างยิ่งกับคุณ เรดเบิร์ด 2011 พวกนี้มันแย้งตั้งแต่เค้ายังไม่ตั้งรัฐบาล เดี๋ยวก็ลอกนโยบายเค้ามาอีกเหมือน ลอกนโยบายพรรคไทยรักไทย นั่นแหละ น่าอนาจใจพวก ประชาพิบัติ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
toa
เรทกระทู้
« ตอบ #43 เมื่อ: 3 ส.ค. 11, 12:51 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*070 ต้องเป็นโคลงสร้างแต่หนี้ แต่ไม่เคยคิดจะหารายได้แบบรัฐบาลที่ผ่านๆมาใช่ใหม พวกคุณถึงจะชอบสร้างหนี้ไว้ให้ลูกหลานชดใช้ เมื่อก่อนหน้านี้มันหาหัวไปไหนหมด ท่านนักวิชาการทั้งหลาย หรือกลัวอะไร.....หรือต้องเปนแบบจีนชาติจะได้เจริญ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
เบื่อนักโกงเมือง
เรทกระทู้
« ตอบ #44 เมื่อ: 3 ส.ค. 11, 13:16 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
เห็นด้วยกับความเห็นที่ 34 อ่านเกมส์ได้ทะลุปุโปร่ง นี่หล่ะแผนของคนโลภไม่แบ่งใคร คนในชาติเดือดร้อนก็ไม่สนใจ ถึงเวลาก็หอบเงินลี้ภัยไปอยู่ต่างแดน คนไทยอยู่รับกรรมต่อไป
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Tags:  

หน้า: 1 2 3

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม