หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: หลากหลายปัญหาที่มาของอุทกภัยในน้ำมือมนุษย์....บทเรียนที่ยิ่งใหญ่ ?  (อ่าน 64 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 12 ต.ค. 11, 09:25 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 
มันก็หลาย ๆ อย่าง ที่มันเป็นองค์ประกอบของปัญหาครับ...
หากจะ นับหนึ่ง เริ่มแรกเลยก็น้ำมือมนุษย์ ทั้งนั้น...
ไม่ว่าจะเป็นการกระทำ ความคิด และความมุ่งหวัง
ในความเติบโตทางเศรษฐกิจ...มากจนเกินตัว...

สอง การตัดไม้ทำลายป่าต้นน้ำ ที่จะใช้ซับน้ำ..
และไม่มีการปลูกขึ้้นมาทดแทน หรือปลูกแล้ว...
แต่ยังไม่ทันโตเต็มที่ ก็โดนมือดีเข้ามาตัดตอนไปอีก?

สาม พฤติกรรมของมนุษย์ที่เปลี่ยนแปลงไป กับการใช้
ชีวิต จากพื้นเพดั้งเดิมแต่โบราณ คนสมัยก่อนปลูกบ้าน
เป็นบ้านไม้แบบยกพื้นบ้านสูงโปร่ง เรียกว่ายกสูงไว้..
เพื่่อให้เป็นที่ทางน้ำไหลเวลาฝนตก แถมยังมีเรือประจำไว้
ทุกหลังคาเรือน เพราะคนสมัยก่อนเขาทราบดี ว่าอาศัย
อยู่ในแถบที่ลุ่ม อุ้มน้ำหรือเป็นที่ไหลผ่านของทางน้ำ
อีกทั้งธรรมชาติของการปลูกบ้านเรือนใกล้กับแม่น้ำลำคลอง

สี่ การรุกล้ำเส้นเข้าไปในแม่น้ำ ทำให้แออัดคับแคบลง
อีกทั้งการไม่บำรุงรักษา ปล่อยให้มีสิ่งกีดขวางแม่น้ำ ลำคลอง
หรือทำให้แม่น้ำตื้นเขิน จนทำให้การไหลของน้ำเปลี่ยนทิศทาง
อีกทั้้งยังมีการถมดินรุกล้ำเข้าไป จนปิดเส้นทางการไหลของน้ำเลย?

ห้า การวางผังเมือง ของหน่วยงานราชการ ไม่เคยกำหนด
หรือจัดระเบียบให้เป็นระบบ ให้ครบวงจร ไม่ว่าจะเป็นการ
สร้างถนนหนทาง วงแหวนรอบเมือง การขุดท่อระบายน้ำ
การลอกท่อ การทำสะพาน การสร้างสถานที่ราชการต่าง ๆ
ไม่ได้คำนึงถึงหลักภูมิศาสตร์ ของแต่ละภูมิลำเนา ชัยภูมิใด ๆ
ใครบริจาคให้ก็รับและจัดสร้างกันขึ้นตามมีตามเกิดกันไป....
ไม่สนใจในผังเมือง การหมุนเวียนถ่ายเทของน้ำ..ในอนาคคเป็นต้น

หก ข้าราชการขาดความเป็นเอกภาพ และขาดวิสัยทัศน์
ในการมองภาพในอนาคต...ขาดองค์ความรู้หรือความรับผิดชอบ
ที่แท้จริง อีกทั้งยังต้องพูดถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็น
กรมที่ดิน กรมทางหลวง กรมทาง กรมชลประทาน ประปา น้ำไฟ
มันเกี่ยวเนื่องกันหมด หากมีการทุจริตคอรัปชั่น การออกเอกสารสิทธิ์
การกำหนดทิศทาง การวางแนวนโยบายร่วมกัน ครบทุกภาคส่วน...
เพื่อไม่ให้เกิดหลักการขัดกันในการบริหารจัดการ แต่ส่วนใหญ่
หน่วยงานราชการของไทย มันมักจะสวนทางกัน ต่างคนต่างทำ
สร้างถนนเสร็จเพิ่งจะมาวางท่อ ก็ต้องทุบลงมือขุดทำกันใหม่..
สร้างถนนวงแหวนรอบเมือง ปิดกั้นทางน้ำ ทำให้ทั้งเมืองจมบาดาล
อย่างนี้เป็นแ่ค่ฉากตัวอย่างที่เรา ๆ ท่าน ๆ เห็นกันได้ดี??

เจ็ด ก็อย่างที่ท่านว่า สนามกอลฟ์ มันมาได้อย่างไร??....
หากไม่ใช่การออกโฉนด หรือการครอบครองในท้องที่ไหน?
มันเป็นแหล่งป่าเสื่อมโทรม หรือเป็นแหล่งให้เป็นที่ทำกิน (สปก)
ทำไมถึงเปลี่ยนมือกันมาได้ ดูง่าย ๆ อย่างที่วังน้ำเขียว หรือเขาแพง

และสุดท้าย ก็คือข้าราชการ ที่เช้าชาม เย็นชาม...ไม่ได้ทำงาน
คุ้มกับภาษีที่เสียไป...รวมถึงสส. สว. หรือแม้แต่นักการเมืองท้องถิ่น
ที่หากไม่ได้กลิ่นไอ ของงบประมาณ ก็จะไม่บริหารจัดการในสิ่งที่ควร?
อาทิเช่น การขุดลอกท่อ การขุดลอกแม่น้ำ ลำคลอง ไม่ให้มีสิ่งกีดขวาง
ทางน้ำ ในระหว่างที่ใกล้จะถึงฤดูกาลของฝน ทำตนให้สมกับเป็น
ตัวแทนของประชาชน ลงมือ ลงแรง แต่งแต่งความสุขให้กับประชาชน
ไม่ใช่นั่งกันสุขสม บนความทุกข์ระทมของชาวบ้าน พอเกิดอุบัติภัย
ขึ้นมา ครั้งแล้วครั้งเล่า ค่อยจะมาเสนอหน้า ว่าจะำทำอย่างนั้นอย่างนี้
หลังภัยสงบ...หวังจะกินงบประมาณและมาเอาหน้าแค่นั้นเอง??

และก่อนจะจบ ก็ต้องโทษตัวท่านเองด้วยว่า ท่านก็เป็นส่วนหนึ่ง
หรือไม่ที่ทำให้ปัญหาเหล่านี้มันใหญ่ขึ้นมาได้ ก็ด้วยน้ำมือของพวก
ท่านเอง ไม่ว่าการใช้สิทธิ์เลือกตัวแทน อีกทั้งการเห็นแก่ตัว...
ในเรื่องของการจัดทิ้งเศษขยะ มีการคัดแยก มีภาชนะที่ใส่
ที่สามารถทำให้มันเป็นระเบียบเรียบร้อยหรือไม่ ไม่รกหรือหกเรี่ยราด
ทำให้ขยะมันสะสมจนไหลไปอุดตัน ท่อ หรือทางน้ำไหล...
จนทำให้เวลาฝนตกหนักน้ำท่วมขัง รวมกับน้ำที่ไหลมาทางอื่น...
มันเพิ่มปริมาณกักเก็บน้ำ....ซ้ำซากอย่างที่เป็นกัน...ว่าม๊ะท่าน
สำรวจกันให้ดี เพราะมันหนีไม่พ้น น้ำมือของคนแทบจะทั้งนั้น??

เห็นกันหรือยัง?????
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

add
เรทกระทู้
« ตอบ #1 เมื่อ: 12 ต.ค. 11, 09:39 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
แนวทางแก้ไข....ทั้งระยะสั้น ระยะกลาง ระยะยาว บวกกับระยะประชิดตัว

หากเป็นกรณีที่รู้แน่ชัดว่าบ้านเราโดนแน่ ๆ...หรือว่าอาจจะโดนหางเลข
แบบไม่ต้องสงสัย อยู่ในเขตที่ทางการประกาศเเตือน...เรื่องภายนอกของ
บ้านก็ต้องหากระสอบทราย วางเรียงรายกั้นทางเข้าของบ้าน ตรงไหนมี
ช่องทางให้น้ำเข้า ก็พยายามหาอะไรมาปิดกั้นกันเอาไว้ก่อน เพื่อลดการ
ไหลบ่าของน้ำเข้ามาอย่างรวดเร็ว ก็โดยใช้กระสอบทราย หรือไม้ปิดกั้น
ประตูทางเข้าบ้าน เป็นการชั่วคราว...วางแนวกระสอบทรายหรือหาอิฐกั้น
แนวท่อระบายน้ำ เวลามันเอ่อล้นขึ้นมา...

ถ้าว่ากันเป็นครอบครัวในระยะประชิดตัวก็ต้องช่วยเหลือตัวเองกันก่อน...
การเตรียมความพร้อม ด้วยการรับฟ้งสื่อรับทราบข่าวสารตลอดเวลา...
ด้วยความไม่ประมาท จัดเตรียมอุปกรณ์ในบ้านให้พร้อมสรรพ ไม่ว่าจะเป็น
ไฟฉาย เทียนไข ไฟแช๊ค แบตเตอรรี่ ของกินของใช้ที่จำเป็น น้ำดื่มตุนไว้
ต้มไว้อย่าให้ขาด แก๊สหุงต้มต้องมีหรือจะให้ดีก็เตาแก๊สปิดนิคติดบ้านไว้
ข้าวปลาอาหารแห้งอย่างน้อยก็ไม่ต่ำกว่า สองสัปดาห์ที่จะต่อชีวิตกันได้?
แต่ถ้าหากเป็นพื้นที่เสี่ยงและอยู่ไกลจากชุมชน ก็คงจะต้องตุนกันเป็นเดือน
อุปกรณ์ที่จำเป็นก็พวกส้วมลอยน้ำ หรือถังส้วมที่ทำขึ้นเองแบบประหยัด...
จัดเก็บรักษาอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านหาที่วางให้พ้นน้ำ...ตู้เตียง โต๊ะ
ดูตามความเหมาะสม น้ำยา น้ำมันเครื่อง ต่าง ๆ ที่อาจจะมีอันตรายต้องย้าย
ออกให้หมด จัดเก็บให้เรียบร้อย ปลั๊กฟงปลั๊กไฟ ดูกันให้ดี ๆ ว่ามันอยู่เหนือ
น้ำมากหรือไม่ อุปกรณ์ตัดไฟในบ้านมีความพร้อมไหม ตัดได้เป็นจุด ๆ หรือไม่
หรือมีคัตเอาท์สับไฟได้ในทันทีที่มีปัญหาน้ำมาถึง...เครื่องมือสื่อสารวิทยุที่
จำเป็นแบบเล่นด้วยถ่านไฟฉาย โทรศัพท์เคลื่อนที่ควรมีแบตเตอรี่สำรองไว้
และชารต์เตรียมไว้ให้พร้อม....หยูกยาจัดหาในสิ่งที่จำเป็นติดบ้าน ไม่ว่า
จะเป็นพวกเกี่ยวกับหลอดลม ทางเดินอาหาร ท้องไส้ แมลงมีพิษกัดต่อย
ยาแก้ไข้ แก้ปวด ยานวดต้องเต็มที่ เช่นนี้ก็ถือว่าปลอดภัยเฉพาะหน้าและ
เป็นระยะประชิดตัว ช่วยตัวเองกันได้ไปก่อน ไม่ต้องรอพึ่งทางการครับ...
นี่เป็นแนวทางระยะประชิดตัว ระยะสั้น แก้ปัญหากันเฉพาะหน้า
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #2 เมื่อ: 12 ต.ค. 11, 10:21 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ทีนี้มาว่ากันระยะกลางและระยะยาวกันบ้าง...
กรณีที่เป็นของชาวบ้านทั่วไปนะครับ...
แนวทางศึกษา จะย้ายที่อยู่อาศัยหรือไม่??....หากย้าย
ก็ต้องศึกษาหาลู่ทางจะย้ายไปในที่ใด ที่จะไม่ประสบกับปัญหา
อุทกภัยแบบนี้อีก....หรืออย่างน้อยก็น้อยที่สุดก็ยังดี....
แต่กรณีแบบนี้ ในกทม..น้อยนักที่จะหนีพ้น แต่ก็คงจะไม่นาน..
แต่หากเป็นชาวบ้านที่อยู่ตามจังหวัด ที่มักมีน้ำท่วมซ้ำซาก...
ก็ต้องคิดมากกันหน่อย ว่าจะอพยพกันไปอาศัยอยู่ตรงไหน
แบบถาวร...อันนี้เป็นเรื่องต้องพิจารณากัน...
แต่หากจะอยู่กันที่เดิม ก็ต้องเริ่มต้นที่จะคำนึงถึงผลร้ายที่จะตามมา
ในอนาคต หากทางการไม่สามารถบริหารจัดการน้ำได้ดีกว่าที่เป็น...
ท่านจะต้องพึ่งตนเองอย่างไร?? นี่คือโจทย์ใหญ่ ในระยะกลาง
และระยะยาวต้องตัดสินใจ...ยกบ้านให้สูงขึ้น หรือรื้อสร้างใหม่?
หันกลับมาใช้วิถีชีิวิตแบบดั้งเดิม เหมือนคนโบราณ..ที่ต้อง
สร้างบ้านเรือนแบบยกพื้นสูงเป็นเมตร ๆ และโล่งกว้าง แถมมีเรือ
พายไว้ใช้ในยามน้ำหลากอีกด้วย...มันก็จะช่วยได้เยอะเลยทีเดียว
และต้องศึกษาเส้นทางน้ำหลาก ว่ามันจะมาจากทิศทางใด...
บริเวณที่พักอาศัย อยู่ในแนวหรือทิศทางของทางน้ำไหลหรือไม่?
และเหนืออื่นใด ก็ต้องดูว่าเงินในกระเป๋าเราพอไหม? มีลู่ทางใด
บ้าง? ที่เป็นแหล่งกู้ยืม หรือมีทุนรอนจากรัฐบาล มาเจือจานให้กันก่อน
แล้วชาวบ้านค่อยผ่อนส่งกันทีหลัง....อันนี้ก็น่าฟังและดำเินินการ??

ส่วนในส่วนของรัฐบาล ก็ต้องจัดทำเรื่องการบริหารจัดการน้ำ...
และภัยพิบัติจากอุทกภัยครั้งนี้ ให้มันเป็นวาระแห่งชาิติไ้ด้แล้ว...
พร้อมทั้งนำเสนอแนวทางแก้ไข เยียวยา ป้องกันใ้ห้มันเป็นแบบบรูณาการ
ด้วยการดึงงบประมาณจากส่วนอื่น ๆ ที่คิดจะทำหรือดำเนินโครงการ
ตามนโยบายที่วางไว้...จัดลำดับความสำคัญก่อน/หลังกันใหม่...
เอามาใช้แก้ไขปัญหาพวกเหล่านี้เป็นการด่วนเสียก่อน...
เพื่อใช้เป็นงบซ่อมแซม ซ่อมบำรุง เยียวยา และบูรณะสาธารณูปโภค
ที่เสียหายไป อีกทั้งยังต้องตั้งกองทุนเพื่อฟื้นฟูชาวบ้านและเศรษฐกิจ
ในแต่ละจังหวัดให้กลับมาโดยเร็ว....ควบคู่กันไปกับจัดทำโครงการ
การสร้างเขื่อนกักเก็บน้ำ แก้มลิง ขุดคูคลองหรือสร้างอุโมงส่งน้ำ..
ขึ้นมาใหม่ เพื่อแบ่งย่อยๆ ให้มีเส้นทางน้ำแยกออกไปเป็นหลากหลาย
สาย...และเป็นการผันน้ำให้มันกระจายไปคลอบคลุมทุกพื้นที่แบบเป็น
ระบบ เพื่อให้ชาวบ้านได้กักเก็บน้ำไว้ใช้ในยามแล้ง และเป็นแหล่ง
ที่น้ำไปไม่ถึง หรืออยู่ในชัียภูมิที่สูงกว่า หรืออยู่ในพื้นที่ที่แล้งทั้งปี??
ให้มีแหล่งกักเก็บน้ำสำรองไว้ใช้ในยามจำเป็น เพื่อการเพาะปลูกหรือ
บริโภคกัน...จัดทำแหล่งน้ำให้มีทรัพยากรเพิ่มขึ้น พร้อมทั้งหนุน
เรื่องอาชีพแก่เกษตรกร...ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเพาะปลูกหรือเลี้ยงปลา
หรือสัตว์น้ำชนิดอื่น เพิ่มขึ้นเป็นอาชีพทางเลือกให้เขาอีกทาง...
และเหนืออื่นใด หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหลายต้องพร้อมทุกด้าน...
ประสานความร่วมมือและสื่อสารกันได้อย่างลงตัว...เป็นเอกภาพเป็นระบบ
ครบวงจร...ข้าราชการต้องมุ่งมั่น นักการเมืองท้องถิ่นต้องจริงใจ มุ่งเน้น
พัฒนาศักยภาพขององค์กร และประสิทธิภาพในการทำงานเพื่อประชาชน
กันอย่างแท้จริง??...ไม่ใช่นั่งรอจิ้มแต่งบประมาณกันไปพลาง ๆ....
มันต้องมีทิศทาง และแนวทางปฎิบัติที่ค่อนข้างชัดเจน ว่านี่เป็นภัยพิบัติ
ครั้งร้ายแรง...และจำต้องไม่เกิดขึ้นอีกในอนาคต ซึ่งมันเป็นบทเรียนที่
เจ็บปวดและสูญเสียอย่างมากมาย...เกินกว่าที่จะบรรยายได้กันแล้ว...

ดังนั้นเราต้องคิดถึงแนวทางป้องกัน...ไม่ใช่สักแต่นั่งรอแต่ซ่อมแซม??
และก็เยียวยา...อยู่กับปัญหาซ้ำ ๆ ซาก ๆ อย่างเดิมทั้งปี ทั้งชาติกัน??

หรือพวกท่าน ๆ ทั้งหลายมีแนวคิดกันอย่างไร?? เชิญนำเสนอมา
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #3 เมื่อ: 12 ต.ค. 11, 10:40 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
และที่จะหนีไม่พ้น ...ก็คือน้ำใจของคนไทยด้วยกัน ต้องอยู่กันแบบเอื้ออาทร
อยู่กันแบบผ่อนสั้น ผ่อนยาว....รู้จักคำว่าการเสียสละ เพื่อส่วนรวม และ
เหนืออื่นใด...การสื่อสาร การทำความเข้าใจกับชาวบ้านของทางการต้องเป็น
ไปแบบประนีประนอม สร้างความสัมพันธ์กับชุมชน ด้วยเหตุและผล และผู้นำ
ชุมชนนั้น ๆ ต้องเข้าใจ เข้าถึง ความยากลำบากของแต่ละพื้นที่ด้วยเช่นกัน?
เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหา การกระทบกระทั่งกันระหว่างเจ้าหน้าที่ของทาง
การ หรือแม้แต่ชาวบ้านระหว่างสองฝั่งคลองหรือสองหมู่บ้าน สองจังหวัดที่
เราได้เห็นกันประปราย...จนขยายกลายเป็นเรื่องราวใหญ่โตกันได้ ก็เพราะ
การสื่อสาร และการสร้างความเข้าใจกันอย่างทั่วถึงและกว้างขวางอีกทั้งรอบด้าน
ไม่ใช่การสื่อสารกันทางเดียว และเที่ยวโจมตีกล่าวหากัน สาระสำคัญคนการเมือง
ต้้องไม่สร้างเรื่องให้มันเกิดปมปัญหาขึ้นมาให้กันและกัน...

ดังนั้นความเข้าใจจุดนี้ต้องชี้ให้เห็นว่า มันเป็นไปไม่ไ้ด้ที่จะคิดเฉลี่ยเกลี่ย
ความเสียหายให้มันเท่า ๆ กัน....มันจำต้องมีคำว่า "เขตเศรษฐกิจ เขตปกครอง" เหล่านี้เป็นต้น...เพราะเขตเหล่านี้คือหัวใจในการหล่อเลี้ยง หรือ
คอยให้ความช่วยเหลือชุมชนที่ได้รับความเดือดร้อน...หากปล่อยให้น้ำ
ท่วมกันเสียหมด ทั้งจังหวัด แล้วจะมีใครในจังหวัดนั้น ๆ มาเยียวยาหรือหา
เสบียงกรังมาช่วยเหลือพวกท่านได้...และอะไรไม่ว่าคำว่าเขตเศรษฐกิจและเขตเมือง มันก็ประกอบไปด้วยหน่วยงานราชการที่สำคัญ ๆ อีกทั้งยัง
ประกอบไปด้วย โรงพยาบาล ประปา ไฟฟ้า ซึ่งมันเป็นปัจจัยสำคัญรองรับ
กับชีวิตพื้นฐานของมนุษย์ทั้งนั้น...รวมถึงแหล่งสำคัญในนิคมอุตสาหกรรม
ใหญ่ ๆ เพราะนั่นคือหัวใจของแหล่งทุนระดับชาติ...หรืออย่างกรณีที่ชาว
บ้านบางพื้นที่ต้องขอเก็บเกี่ยวผลผลิตที่ยังสามารถเก็บเกี่ยวกันได้ก่อน...
เป็นต้น เราก็ควรจะต้องช่วยเหลือกันเพราะมันเป็นหลายหมื่นหลายพันไร่
หากปล่อยให้เขาเสียหาย ...แล้วเราจะได้อะไรมาเยียวยา หากว่าเพื่อนบ้าน
ใกล้เคียงก็เดี้ยงเหมือนกัน...มันต้องพึ่งพากันและกันในยามที่จำเป็น...
ซึ่งไม่ใช่เป็นเรื่องของความเห็นแก่ตัว?..แต่เป็นความเห็นใจแลเสียสละ
กันเสียมากกว่า...คนไม่ท่วมก็ช่วยเหลือคนที่ถูกน้ำท่วม ไม่ใช่ปล่อยให้
มันท่วมจนน่วมกันทุกจังหวัดทุกอำเภอเท่า ๆ กัน...แล้วจะมีใครมาช่วย
เหลือเรา เพราะเขาก็โดนเหมือนกัน สรุปก็กอดคอกันตายไปพร้อม ๆ กัน
แล้วมันได้หรือเกิดประโยชน์อันใด ที่จำต้องให้มันเจ็บตัวกันทั้งคู่จริงไหม?
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:  ยิ่งใหญ่ บทเรียน มนุษย์ 

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม