หน้า: 1 ... 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31 32 33 ... 45

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: เกาะติดสถานการณ์น้ำท่วม  (อ่าน 10713 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« ตอบ #1125 เมื่อ: 15 ม.ค. 12, 04:34 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 
เพราะความสวยรอไม่ได้


อยากสวยไหมละ q*031


ไปซี่ .......อยากสวยไหมล่ะ q*032


โดน

เป๊ะ q*073


เรื่องความสวยนี้เป็นเรื่องยอมกันไม่ได้อยู่แล้วละค่ะ สองถิงก็อยากจะสวยๆเหมือนกันค่ะ

ถึงแม้ว่าทุกวันนี้สองถิงจะยังสาวและสวยอยู่ก็ตาม q*073 จริงมั้ยจ๊ะมิคกี้ q*073

ไม่เจือก็ให้ป้าแช่มมานอนยันอีกคนก็ได้นะค่ะ q*020q*020 แต่สองถิงรู้ว่าสังคานเป็น

สิ่งไม่เที่ยงแท้ที่ไหนๆที่เขาบอกว่าดีและทำแล้วสวยสองถิงก็ยังอยากจะลองทำอยู่เหมือนกันค่ะ

ฉะนั้นสองถิงขอให้ศิษย์พี่ใหญ่ไปทดลองทำมาก่อนถ้าสวยจริงหล่อจังแล้วสองถิงจะได้ไปทำด้วยอีกคนนะค่ะ
q*020q*013q*012
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ไข่เยี่ยวม้า
เรทกระทู้
« ตอบ #1126 เมื่อ: 15 ม.ค. 12, 09:36 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 


อันนี้พอหาทานได้สะดวกจ๊ะที่นี่มีเยอะและก็ไม่แพงด้วยจ๊ะ

ปลาแซลมอนไม่ใช่ปลาน้ำทะเลจ๊ะ จะเป็นปลาแม่น้ำที่นี่มีเยอะทางตอนเหนือของประเทศ

เป็นปลาแม่น้ำ ในฤดูผสมพันธ์พวกมันจะลอยทวนน้ำขึ้นไปผสมพันธ์กันที่สูง(ต้นน้ำ)

ที่นี่ก็มีคนทำฟาร์มเลี้ยงแซลมอนขายเหมือนกันจ๊ะ สองถิงฝันเอาไว้ว่าอยากจะมีสักครั้ง

ในชีวิตได้ไปตกปลาแซลมอนในแม่น้ำทางตอนเหนือของประเทศนอร์เวย์เพราะสองถิง

เป็นคนที่ชอบตกปลามากๆคนหนึ่งจ๊ะ แต่คงจะเป็นไปไม่ได้เพราะไม่มีคนพาไปแล้ว q*078q*078



อ้าววว))) แซลมอนไม่ใช่ปลาทะเลเหรอ แหะแหะ มิน่า ไข่ก็ว่าทำไมไม่มีในรายการอาหารที่มีสังกะสีเยอะ งั้นปลาแซลมอนคงไม่ค่อยบำรุงผมแล้วล่ะฮะ แหะแหะ แต่ก็บำรุงอย่างอื่นเยอะนะ ทานเยอะๆเลยฮะ ของดีมีประโยชน์ q*062

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ไข่เน่า
เรทกระทู้
« ตอบ #1127 เมื่อ: 15 ม.ค. 12, 09:49 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
อย่างกะจะทวงคืนเขาพระวิหารแหนะ q*072

ทำมาแล้ว เรียกแบบป๋าเบิร์ดธงไชยก็ได้ q*073 ...ห้าสิบสี่แระ ยังดูไม่แก่เลยอ่ะ q*077

เดี๋ยวนี้ดารา หลายคนจะหกสิบแล้ว ยังดูดีอยู่เลย เช่น มยุรา เนาวรัตน์ ธงไชย


ดาราที่กล่าวๆมาทั้งหมด เค้าดูแลเรื่องอาหารการกินเป็นพื้นเลยฮะ พ่อมหาจำเริญ q*077 อย่างคุณมยุรา ถ้ามัวรอโบท็อกอยู่ คงไม่ทันการ เพราะโบท็อกเพิ่งจะมาเธอก็อายุมากแล้ว เธอเคยให้สัมภาษณ์ ว่าเธอดูแลอาหารการกินอย่างไร หมั่นออกกำลังกายอย่างไร จึงดูดี มีสุขภาพอยู่ตลอดเวลา หรืออย่างพี่เบิร์ด ก็มาออกรายการนึง ยังมาผัดมะเขือเทศกับน้ำมันมะกอกในรายการให้ได้ชิมกัน และยังบ่นเล็กน้อยว่าอาหารที่เคยอยากทาน พอมีเงินเข้าจริงๆ ก็กลับทานไม่ได้ เพราะไม่ดีกับสุขภาพและความงาม q*077 พวกเค้าดูแลตัวเองเคร่งครัด เข้านอนครบ อาหารเป๊ะ ออกกำลังกาย เข้าสปาบำรุงผิวผ่อนคลาย อาศัยดึงหน้า หรือฉีดสารต่างๆ จะได้ผลไม่ดีเลย ถ้าขาดพื้นฐานเนื้อหนังที่แข็งแรง มันก็จะปูด จะป่อง จะตึงเป็นจุดๆ ดูอุบาทว์กว่าเดิม นะพ่อมหาจำเริญ q*038q*038

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ไข่เน่า
เรทกระทู้
« ตอบ #1128 เมื่อ: 15 ม.ค. 12, 10:03 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
q*038ไปหลบอยู่หลังเขาที่ไหนมา q*031 ถึงไม่รู้ว่า ต่างชาติเขาวิจัยมาเยอะแล้ว q*033

บางตัวพวกบริษัทยาข้ามชาติ พยายามสกัดหาสารตั้งต้นที่เป็นตัวยามาผลิตยาใหม่ที่มีคุณภาพ แต่ปรากฎว่า สมุนไพรไทยเป็นพันชนิด ได้ผลจริงๆแค่ไม่กี่ตัว ส่วนใหญ่อวดอ้างสรรพคุณเกินจริง บางตัวรักษาได้เกือบทุกระบบ ... q*072เว่อร์ซะไม่มี

จริงๆแล้วยาฝรั่งหลายตัว ก็พัฒนามาจากสมุนไพรในแต่ละประเทศ

ตัวอย่างยาฝรั่งที่พัฒนาจากสมุนไพรจนเป็นที่ยอมรับ เช่น

ชิงเห่าซู่ Qinghaosu (Artemisinin)

ยา Artemisinin เริ่มงานค้นคว้าวิจัยในประเทศจีน พ.ศ.2515 จากต้น Artemisia annua L (sweet wormwood) .....






q*038q*038 นี่ก็เวอร์อีก q*038q*038 สมุนไพรไทย ก็คงเป็นระบบพอเพียงแบบที่คนไทยควรเป็นแหละฮะ คือเหมาะที่จะทานบำรุงร่างกายในชีวิตประจำวัน ไม่ใช่มีในตัวมากมายจนเอามาสกัดออกมาได้เป็นชามๆ q*075 สมุนไพรไทย มีไว้แนวให้เป็นอาหาร ทานได้ทุกวันเป็นปกติ แข็งแรงเป็นปกติ ไม่เน้นให้ทานยาฮะ อิอิ.. หรือต้องไปต้มโสมต่างๆมาบำรุงร่างกาย เมืองไทยไม่จำเป็น แค่ทานอาหาร ไม่เขี่ยใบมะกรูด เขี่ยกระเพรา โหระพา มะเขือพวง พริกชี้ฟ้า ฯลฯทิ้ง แค่นี้ ก็ไม่ป่วยบ่อย สุขภาพดี หน้าตาดูดีกันแล้วฮะ อิอิ.. q*073


q*012q*012

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #1129 เมื่อ: 15 ม.ค. 12, 10:12 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

สวัสดียามสายครับ ไข่เจียว พี่มหา ป้าแช่ม กระถิน และเพื่อนๆทุกคนครับ.... q*021

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ไข่เจ้ว
เรทกระทู้
« ตอบ #1130 เมื่อ: 15 ม.ค. 12, 10:16 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
q*072ไข่เจ้ว))))))))))) หาทางเอาตัวรอดเองนะคะ คุงป้ามี 5 อ.
ป่วยไข้ไปหาหมอ หายามากิน อยู่ตรงกลางระหว่างไข่เจ้วกับท่านพี่ใหญ่พอดี กร๊ากกกก
ยืดยกรับ ความชราอย่างกล้าหาญ ไม่ต้องหน้าซ้ำกับคนอื่นๆ เจ็บตัว เสียตังค์แบบพี่ใหญ่ด้วย
q*073q*073q*073





การยืดอกรับความชราอย่างกล้าหาญ ก็คือการต้องดูแลตัวเอง ให้เป็นคนชราที่ไม่เป็นภาระนะฮะ q*077 อายุ 70 ก็ยังวิ่งปร๋อ ไม่ต้องให้ลูกหลานมาคอยประคอง ไปเที่ยวเมืองจีน เจอส้วมนั่งยองก็ไม่หวั่น(คนแก่มักมีปัญหาข้อเข่า นั่งยองไม่ได้ q*027) เวลาป่วยไข้ กับเวลาหายป่วย ตัวเราเดินเบาสบายผิดกันแค่ไหน แค่นี้ก็เห็นๆ ว่าถ้าชราแบบไม่ดูแลตัวเอง ชีวิตจะรันทดขนาดไหน เหมือนถูกขังอยู่ในร่างกายตัวเองนะฮะ อยากทำอะไรก็ไม่สะดวกไปหมดแบบนั้น q*027


เรามาดูแลตัวเองให้มีสุขภาพดีกันตั้งแต่วันนี้กันเถอะนะฮะ q*071q*071 ร่างกายเรา พังแล้วพังเลย ยังวิจัยเรื่องอวัยวะอะไหล่กันไม่เสร็จฮะ รุ่นเราไม่น่าทันได้ใช้หรอก ดูแลของเราเองให้ใช้ได้ตลอดรอดฝั่งดีกว่า และคงจะดีมากๆ หากว่าแก่ตายไปแล้ว เราบริจาคอวัยวะไว้ แล้วอวัยวะเรายังมีคุณภาพดีพอที่ใครจะเอาไปใช้ต่อได้นะฮะ q*062

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #1131 เมื่อ: 15 ม.ค. 12, 10:18 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 


เรื่องความสวยนี้เป็นเรื่องยอมกันไม่ได้อยู่แล้วละค่ะ สองถิงก็อยากจะสวยๆเหมือนกันค่ะ

ถึงแม้ว่าทุกวันนี้สองถิงจะยังสาวและสวยอยู่ก็ตาม q*073 จริงมั้ยจ๊ะมิคกี้ q*073

ไม่เจือก็ให้ป้าแช่มมานอนยันอีกคนก็ได้นะค่ะ q*020q*020 แต่สองถิงรู้ว่าสังคานเป็น

สิ่งไม่เที่ยงแท้ที่ไหนๆที่เขาบอกว่าดีและทำแล้วสวยสองถิงก็ยังอยากจะลองทำอยู่เหมือนกันค่ะ

ฉะนั้นสองถิงขอให้ศิษย์พี่ใหญ่ไปทดลองทำมาก่อนถ้าสวยจริงหล่อจังแล้วสองถิงจะได้ไปทำด้วยอีกคนนะค่ะ
q*020q*013q*012

จร้า...มายืนยันให้แล้วครับ... q*021

กระถินเพื่อนของผม สวยจริงๆครับ..... q*020

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ไข่เยี่ยวม้า
เรทกระทู้
« ตอบ #1132 เมื่อ: 15 ม.ค. 12, 10:27 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 


q*022q*022 ตื่นเข้ามาดูอีกรอบว่าวันนี้ยังคุยกันเรื่องหัวข้อเมือตอนเช้ากันอยู่หรือเปล่าจ้า

วันนี้สองถิงกินแล้วก็นอนอยู่บ้านทั้งวันเลยค่ะมีความสูขดีจ้า ไข่เจียวไปงานกินเลี้ยงปีใหม่

เป็นอย่างไรบ้างจ๊ะสนุกหรือเปล่าเอ่ย q*021



ก็โอเคนะฮะ q*070 อาหารอร่อย ดนตรีไพเราะ หัวข้อสนทนาส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องน้ำท่วมที่ผ่านมา q*020q*020

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ไข่เน่า
เรทกระทู้
« ตอบ #1133 เมื่อ: 15 ม.ค. 12, 10:34 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

จริงซี่ q*033

รอเก็บตังค์ก่อน

ไปทดลองดูนวัตกรรมใหม่ๆของเกาหลี อินเทรนด์ อิอิ q*012

เพื่อมาประเมินเปรียบเทียบกับแบบบ้านๆของไข่เจียว

แค่แซวๆ ล้อเลียนโฆษณา วุฒิศักดิ์คลินิก
สองถิงไม่ไปหรอก เพราะกลัวเข็ม และยังไม่เหี่ยวขนาดพี่มหา coco



..... เพราะสังขาร รอไม่ได้ q*033 555 q*013


นี่นี่ ..ถ้าไปทำมาจริงนะ ทำแล้วเอาหน้ามาให้ดูหน่อยดิ่ 555555 ไข่เห็นดาราชายบางคนที่มาเล่นละครเรื่องลิขิตเสน่หาช่องสามอ่ะ ไปฉีดมา ดูฉุๆไปเลยอ่ะ q*027q*026

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ผู้ชายคนหนึ่ง
เรทกระทู้
« ตอบ #1134 เมื่อ: 15 ม.ค. 12, 11:49 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

อ้าววว))) แซลมอนไม่ใช่ปลาทะเลเหรอ แหะแหะ มิน่า ไข่ก็ว่าทำไมไม่มีในรายการอาหารที่มีสังกะสีเยอะ งั้นปลาแซลมอนคงไม่ค่อยบำรุงผมแล้วล่ะฮะ แหะแหะ แต่ก็บำรุงอย่างอื่นเยอะนะ ทานเยอะๆเลยฮะ ของดีมีประโยชน์ q*062



อ้าววว))) q*00 ทีแบบนี้ยังยอมเถียง q*038 เออออห่อหมกไปกะเขาด้วยเลยนะ q*038


ข้อมูลไม่ชัวร์เลยนะ q*074 กลับไปกลับมา q*075


q*077 แซลมอน เป็น ปลาทะเล ที่ว่ายเข้าสู่แม่น้ำเพื่อวางไข่ (Anadromous)

แซลมอน ผสมพันธุ์ในน้ำจืด แต่ชีวิตส่วนใหญ่อาศัยอยู่ ในมหาสมุทร มีเพียงส่วนน้อยที่อาศัยอยู่ในทะเลสาบ

แซลมอน วางไข่ ในช่วงฤดูฝนและฤดูหนาว ในทะเลสาบน้ำจืดหรือแม่น้ำ ที่มีปริมาณออกซิเจนสูง เท่านั้นโดยแซลมอนเพศเมีย จะขุดรังที่เรียกว่า " a redd" ด้วยปลายหางและวางไข่ หลังจากนั้นตัวผู้จะปล่อย อสุจิมาปฏิสนธิกับไข่ ตัวเมียจะใช้หางกลบไข่เพื่อให้ไข่ไม่ถูกกระแสน้ำพัดพาไปแล้วลูกปลาแซลมอนจะว่ายตามกระแสน้ำออกสู่ทะเลในช่วงฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อน

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ผู้ชายคนหนึ่ง
เรทกระทู้
« ตอบ #1135 เมื่อ: 15 ม.ค. 12, 12:01 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 


อันนี้พอหาทานได้สะดวกจ๊ะที่นี่มีเยอะและก็ไม่แพงด้วยจ๊ะ

ปลาแซลมอนไม่ใช่ปลาน้ำทะเลจ๊ะ จะเป็นปลาแม่น้ำที่นี่มีเยอะทางตอนเหนือของประเทศ

เป็นปลาแม่น้ำ
ในฤดูผสมพันธ์พวกมันจะลอยทวนน้ำขึ้นไปผสมพันธ์กันที่สูง(ต้นน้ำ)

ที่นี่ก็มีคนทำฟาร์มเลี้ยงแซลมอนขายเหมือนกันจ๊ะ สองถิงฝันเอาไว้ว่าอยากจะมีสักครั้ง

ในชีวิตได้ไปตกปลาแซลมอนในแม่น้ำทางตอนเหนือของประเทศนอร์เวย์เพราะสองถิง

เป็นคนที่ชอบตกปลามากๆคนหนึ่งจ๊ะ แต่คงจะเป็นไปไม่ได้เพราะไม่มีคนพาไปแล้ว q*078q*078


แหม ๆ q*00 เป็นปลาท้องถิ่น ยังเข้าใจผิดเลยนะ สองถิง q*038


เมื่อออกจากไข่ลูกปลาแซลมอนก็จะอพยพ ไปสู่มหาสมุทร ซึ่งเป็นแหล่งอาหาร และเจริญเติบโต และเมื่อ ถึงฤดูวางไข่ลูกปลาแซลมอนก็จะกลับไปวางไข่ที่บ้านเกิดของตัว


งานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่มีศึกษาพบว่าแซลมอนที่ถูกวิจัยทั้งหมดอพยพกลับมาเพียง 10% ส่วนที่เหลือสูญหายในทะเล สิ่งที่นำทางลูกปลาแซลมอนให้กลับมาวางไข่ได้ถูกต้อง คือกลิ่นเฉพาะของแม่น้ำที่มันเกิดและพฤติกรรมแบบฝังใจในลูกแซลมอนที่เกิดขึ้นทันทีที่มันฟักออกจากไข่ เป็นสิ่งที่ใช้นำทางปลาแซลมอนที่โตเต็มที่จากมหาสมุทรไปยังที่ที่ใช้วางไข่ สารประกอบของกลิ่นนั้นเป็นสารอินทรีย์ ระเหย ( volatile organic substance ) และคุณสมบัติทางเคมียังไม่ทราบแน่ชัด ขณะนี้ยังไม่เข้าใจถ่องแท้ว่า ปลาแซลมอนหาทางมายังปากน้ำได้อย่างไรโดยไม่มีเครื่องหมายใดๆ ในการนำทางมาจากทะเล การทดลองล่าสุดได้ให้ข้อคิดว่า ปลาตัวเต็มวัยได้รับการชักนำจากปรากฏการบนท้องฟ้าเช่น มีดวงดาวเป็นเครื่องนำทางหรือทิศทางหรือตำแหน่งของดวงอาทิตย์เป็นต้นในกรณีนี้ปลาแซลมอนจะมีความสามารถในการจับเวลาเสมือนหนึ่งเป็นนาฬิกาชีวภาพ ( biological clock ) ดังที่พบในสิ่งมีชิวิตอื่นๆ
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ผู้ชายคนหนึ่ง
เรทกระทู้
« ตอบ #1136 เมื่อ: 15 ม.ค. 12, 12:22 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

จำได้ว่ากินปลาแซลมอนครั้งแรกเมื่อสิบกว่าปีก่อนในต่างแดน อาหารเย็นมื้อนั้นเพื่อนฝรั่งพาไปกินปลาแซลมอนรมควัน ผมยังนึกสงสัยอยู่ในใจว่า ปลาอะไรหนอ เนื้อสีส้มอมชมพูแสนสวย พอได้ชิมเนื้อปลาแล้วก็เริ่มติดใจในรสชาติขึ้นมา เมื่อกลับมาเมืองไทยก็ยังหาโอกาสกินปลาแซลมอนบ้าง แต่ไม่บ่อยนัก เพราะตอนนั้นราคาปลาแซลมอนในเมืองไทยจัดว่าค่อนข้างแพง

นาน ๆ ครั้ง เพื่อนพาไปกินอาหารญี่ปุ่น อันดับแรกที่ต้องสั่งคือซาชิมิปลาแซลมอนจิ้มวาซาบิ เพื่อนสั่งปลาดิบมาให้กินกี่จาน ๆ ก็กินหมดจนพุงกาง หากวันไหนเพื่อนพาไปร้านอาหารฝรั่ง ก็จะต้องสั่งปลาแซลมอนรมควัน จนกลายเป็นอาหารจานโปรดไปเสียแล้ว

เพื่อนผมเคยบอกว่า สงสัยชาติที่แล้วผมคงเกิดเป็นหมีสีน้ำตาลแถวอะแลสกา ที่ชอบกินปลาแซลมอนตามลำธารเวลาที่มันอพยพขึ้นมาวางไข่

ผมชอบกินปลาแซลมอนเพราะเนื้อไร้กลิ่นคาว เวลาเคี้ยวก็รู้สึกได้ถึงความลื่นมัน ได้รสธรรมชาติแสนเอร็ดอร่อย และต้องกินแบบไม่ปรุงแต่ง ถ้าเอาปลาไปนึ่งหรือทอด รสชาติก็สู้กินแบบดิบ ๆ ไม่ได้

จนกระทั่ง ๔-๕ ปีให้หลัง ผมสังเกตเห็นว่ามีการนำเนื้อปลาแซลมอนเข้ามาจำหน่ายในบ้านเรามากขึ้น ราคาก็ไม่แพงเหมือนในอดีต สมัยก่อนอาจมีจำหน่ายตามซูเปอร์มาร์เกตชั้นนำไม่กี่แห่ง แต่ตอนนี้ตลาดติดแอร์แทบทุกแห่งจะมีเนื้อปลาแซลมอนวางขาย เคียงคู่กับเนื้อปลากะพง ปลาเก๋า ในราคาไม่แตกต่างกัน และดูเหมือนว่าจะถูกกว่าเนื้อปลาจะละเม็ดเสียอีก

กล่าวคือเนื้อปลาแซลมอนที่เคยขายกันกิโลกรัมละ ๗๐๐-๘๐๐ บาท บัดนี้เหลือเพียงกิโลกรัมละ ๓๐๐-๔๐๐ บาท ขณะที่เนื้อปลาจะละเม็ดขนาดใหญ่ยังคงยืนราคาอยู่ที่กิโลกรัมละ ๔๐๐-๕๐๐ บาทขึ้นไป

เมื่อเห็นว่าปลาแซลมอนส่วนใหญ่นำเข้าจากประเทศทางยุโรป ผมก็ไม่ได้คิดอะไรมาก วันไหนพอมีเวลาก็แวะซูเปอร์มาร์เกต ซื้อปลาแซลมอนมากินเล่น พลางดูรายการสารคดีชีวิตปลาแซลมอนที่ต้องว่ายน้ำข้ามทะเลหลายพันไมล์เพื่อขึ้นมาวางไข่ออกลูกหลานที่ต้นลำธาร ดูแล้วก็นึกเอาเองว่าปลาแซลมอนที่เรากินคงต้องเป็นปลาที่พลานามัยแข็งแรงแน่ แถมยังอุดมไปด้วยกรดไขมันโอเมกา-๓ ซึ่งมีคุณสมบัติในการช่วยป้องกันโรคหัวใจ อย่างนี้จะไม่ให้หลงใหลแซลมอนอย่างไรไหว

จนกระทั่งวันหนึ่ง ผมเหลือบไปเห็น บทความเกี่ยวกับปลาแซลมอนในวารสาร ecologist ฉบับเดือนตุลาคม ที่ผ่านมา ก็ตาสว่างขึ้นทันที

ปลาแซลมอนที่เรากินก็คงไม่ต่างจากกุ้งกุลาดำในฟาร์มเลี้ยง ที่เราส่งไปขายเมืองนอกจนติดอันดับโลก คือถูกเลี้ยงให้เติบโตมาด้วยการใช้สารเคมีและอัดยาเยอะ ๆ

ปลาแซลมอนที่ส่งมาขายบ้านเราส่วนใหญ่มาจากฟาร์มเลี้ยงปลาในยุโรป ปลาแซลมอนเหล่านี้อุดมไปด้วยเชื้อโรค เจ้าของฟาร์มจึงต้องใส่สารเคมีและยาปฏิชีวนะลงในบ่อปลา เพื่อกำจัดแมลงรบกวนและเชื้อโรคหลายอย่าง

ปลาแซลมอนในธรรมชาติมีเนื้อเป็นสีชมพู เพราะมัน

กินพวกกุ้งตัวเล็ก ๆ และพืชทะเล ปลาแซลมอนใน

ฟาร์มก็มีเนื้อสีชมพูน่ากินเช่นกัน แต่เป็นเพราะมันกินอาหารปลาที่มีสารให้สีจำพวก astaxanthin และ

canthaxanthin ชนิดเข้มข้น ซึ่งหากมนุษย์ได้รับสารเหล่านี้มากเกินไป อาจจะมีผลต่อระบบประสาทตา

นอกจากนี้ เนื้อของปลาแซลมอนที่ไม่ค่อยได้ออกกำลังยังอุดมไปด้วยกรดไขมันอิ่มตัว ซึ่งมีผลต่อการอุดตันของเส้นเลือด แถมยังมีกรดไขมันโอเมกา-๓ น้อยกว่าปลาแซลมอนในธรรมชาติถึง ๓ เท่า ดังนั้นหากบริโภคแซลมอนจากฟาร์มเหล่านี้มากเกินไปก็อาจส่งผลให้เกิดการอุดตันของเส้นเลือดได้

ในสหรัฐอเมริกายังมีการวิจัยพบว่า เนื้อปลาแซลมอนจากฟาร์มเลี้ยงมีสารก่อมะเร็งที่มาจากอาหารปลาในระดับที่สูงกว่าปลาแซลมอนจากธรรมชาติถึง ๑๖ เท่า มากกว่าเนื้อวัว ๔ เท่า ไม่นับรวมว่าปลาแซลมอนบางตัวมีพยาธิทะเลอาศัยอยู่ด้วย


ทุกวันนี้การเลี้ยงปลาแซลมอนกลายเป็นอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ เพราะมีความต้องการที่สูงขึ้นทั่วโลก

เมื่อไทยส่งกุ้งกุลาดำตีตลาดยุโรป ฝรั่งก็ส่งปลาแซลมอนมาเป็นบรรณาการบ้าง

ทั้งสองล้วนเป็นอาหารยอดฮิต และอุดมไปด้วยสารเคมีชนิดต่าง ๆ

ปีใหม่นี้คงต้องบอกตัวเองให้รักปลาแซลมอนน้อย ๆ ครั้นจะเหลียวมามองปลาจะละเม็ด ก็อุดมไปด้วยฟอร์มาลีน

กลับมาหาปลาทูเพื่อนยากกันดีกว่า q*077

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #1137 เมื่อ: 15 ม.ค. 12, 14:04 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*022q*022

เปลี่ยนจากเรื่องยา มาเป็นเรื่องปลาแล้วเหรอครับ ไวกันจริงๆครับ...... q*020
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #1138 เมื่อ: 15 ม.ค. 12, 14:12 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ปีใหม่นี้คงต้องบอกตัวเองให้รักปลาแซลมอนน้อย ๆ ครั้นจะเหลียวมามองปลาจะละเม็ด ก็อุดมไปด้วยฟอร์มาลีน

กลับมาหาปลาทูเพื่อนยากกันดีกว่า q*077



ปลาทูเพื่อนยากกับผมเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยครับ พี่มหา.... q*020

ถึงขนาดต้องให้คนขายเอามาส่งให้ที่บ้านเลยครับ

จำนวนการซื้อก็ดูที่ว่าอีกกี่วันคนขายถึงจะมาอีกครั้งครับ

แต่ที่แน่ๆตู้เย็นผมห้ามขาดปลาทูครับ...... q*020

ถ้าวันไหนไม่มีปลาทู น้องแมว(เจ้าสามขา)ก็จะอาละวาดครับ.... q*026

เวลาผมกับลูกสาวไม่รู้จะทานอะไรก็ปลาทูเหมือนกันครับ.... q*021
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ผู้ชายคนหนึ่ง
เรทกระทู้
« ตอบ #1139 เมื่อ: 15 ม.ค. 12, 14:18 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ปลาทูเพื่อนยากกับผมเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยครับ พี่มหา.... q*020

ถึงขนาดต้องให้คนขายเอามาส่งให้ที่บ้านเลยครับ

จำนวนการซื้อก็ดูที่ว่าอีกกี่วันคนขายถึงจะมาอีกครั้งครับ

แต่ที่แน่ๆตู้เย็นผมห้ามขาดปลาทูครับ...... q*020

ถ้าวันไหนไม่มีปลาทู น้องแมว(เจ้าสามขา)ก็จะอาละวาดครับ.... q*026

เวลาผมกับลูกสาวไม่รู้จะทาอะไรก็ปลาทูเหมือนกันครับ.... q*021


“ปลาทูแม่กลอง” ที่มีเอกลักษณ์ตรง “หน้างอ คอหัก”ได้ชื่อว่าเป็นยอดปลาทู q*062 เพราะมีรสชาติอร่อยอันดับต้นของเมืองไทย เป็นที่ถูกปากของผู้ที่ได้ลิ้มรสกันมาอย่างยาวนาน ถือเป็นของดีขึ้นหน้าขึ้นตาของจังหวัดสมุทรสงคราม ซึ่งในทุกๆ ปี ทางจังหวัดสมุทรสงครามจะจัดให้มี “เทศกาลกินปลาทูและของดีเมืองแม่กลอง” ขึ้นเพื่อให้นักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไปได้สัมผัสกับปลาทูแม่กลองและของดีของแม่กลองอีกมากมาย



กว่า 30 ปีมาแล้ว ที่ปลาทูได้ชื่อว่าเป็นปลาที่จับได้มากที่สุดในท้องทะเลไทย สำหรับคนเมืองแม่กลองนั้นเขามีวิธีการจับปลาทูที่น่าสนใจยิ่งนัก นั่นก็คือการจับปลาโดยวิธีละมุนละม่อม ค่อยๆต้อน ค่อยๆจับ ก่อนที่จะปล่อยให้ค่อยๆ ตาย เพราะจะทำให้เนื้อปลาทูจะคงความสด มัน เมื่อกินแล้วอร่อยยิ่งนัก สำหรับวิธีการจับปลาให้ตายโดยละม่อม ชาวประมงจะใช้ “โป๊ะ” เครื่องมือหาปลาพื้นบ้านเป็นอุปกรณ์สำคัญในการจับปลาทู โป๊ะ (พื้นบ้าน) มีขนาดเท่ากับสนามฟุตบอลขนาดย่อม ทำจากไม้ไผ่ล้อมให้เป็นวงกลม
เปิดช่องเป็นทางสำหรับให้ปลาทูผ่านเข้าไปได้ ตั้งอยู่กับที่ รอให้ปลาว่ายเข้ามาหาเอง ด้วยเครื่องจับปลาชนิดนี้ ปลาทูที่จับได้มาจึงมีชื่อเรียกอีกอย่างว่า “ปลาโป๊ะ”
ในอดีตเมืองแม่กลองถือว่ารุ่งเรืองเรื่อง “โป๊ะปลาทู” มาก โดยมีโป๊ะมากถึงราวๆ 100 โป๊ะ แต่ว่าเมื่อวันเวลาผันผ่าน กาลเวลาเปลี่ยนแปลง โป๊ะปลาทูก็ค่อยๆลดจำนวนลงเรื่อยๆ จนในปัจจุบันเหลือเพียงไม่กี่โป๊ะ และในไม่กี่พื้นที่เท่านั้นที่ ยังคงใช้เครื่องมือชนิดนี้ในการจับปลาทู
สำหรับปลาทูที่ได้จากการจับด้วยโป๊ะ จะมีความแตกต่างกับปลาทูที่จับด้วยเครื่องมือชนิดอื่นๆ เพราะปลาที่ได้จากโป๊ะจะมีความสดมากกว่า ทำให้กินอร่อยกว่า


noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #1140 เมื่อ: 15 ม.ค. 12, 14:20 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 


เรื่องยาและอาหารการกิน ผมคิดว่าการเดินทางสายกลางดีที่สุดครับ

ทำอะไรก็อย่าให้มากไปหรือน้อยไปครับ เพราะในสิ่งที่มีข้อดี

ก็มีข้อเสียแฝงอยู่ด้วยเช่นกันครับ...... q*021

อย่างยาแผนปัจจุบันอาจจะรักษาโรคได้ทันใจ แต่ยาบางชนิด

ถ้าสะสมในร่างกายมากๆก็จะเป็นอันตรายต่อร่างกายทันทีครับ.... q*021
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ผู้ชายคนหนึ่ง
เรทกระทู้
« ตอบ #1141 เมื่อ: 15 ม.ค. 12, 14:27 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
q*022q*022

เปลี่ยนจากเรื่องยา มาเป็นเรื่องปลาแล้วเหรอครับ ไวกันจริงๆครับ...... q*020


จริงๆก้เกี่ยวข้องกันนะครับ เพราะ ในปลาทะเลน้ำลึก ซึ่งเป็นปลาที่อยู่ในเขตหนาว อย่างปลาแซลมอน ปลาเม็คเคเรล มีโอเมก้า 3 ที่มีอยู่ในน้ำมันปลาที่หลายๆ คนรู้จัก เนื่องจากโอเมก้า 3 เป็นไขมันประเภทไม่อิ่มตัว มีประโยชน์ในเรื่องลดอัตราการตายจากโรคหัวใจและโรคหลอดเลือดตีบ และยังลดคอเลสเตอรอล ไตรกลีเซอไรด์ ตลอดถึงยังลดความหนืดของเลือด ลดการอักเสบ รวมทั้งสร้างความสมดุลและปรับระดับเลือดในร่างกายให้อยู่ในภาวะปกติได้

ปัจจุบัน นำมาสกัดเป็นยาแผนปัจจุบัน จำหน่ายมากมาย ในรูปแบบต่างๆ q*077


ในปัจจุบันนี้ ผู้คนต้องทำงานหนัก ทำให้เกิดภาวะเครียด ขณะที่บางคนรับประทานอาหารแต่ละมื้อไม่ครบ 5 หมู่
ประกอบกับมลพิษที่อยู่ในอากาศ เกิดอนุมูลอิสระขึ้นในร่างกาย ส่งผลให้เกิดโรคต่างๆ มากขึ้นกว่าในอดีต ดังนั้น วิตามินและอาหารเสริมจึงเริ่มเข้ามามีบทบาทกับชีวิต โดยเฉพาะโอเมก้า 3 ที่มีอยู่ในน้ำมันปลาที่หลายๆ คนรู้จัก


ศ.นพ.ปิติ พลังวชิรา ผอ.ศูนย์โรคผิวหนัง คณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ผู้เชี่ยวชาญด้าน Antiaging Medicine ให้คำแนะนำว่า เมื่อปลาเหล่านี้มีราคาแพง จึงอยากแนะนำให้คนไทยรับประทานปลาทู และปลากระพง ทดแทน เพราะในปลาทูจะมีสารโอเมก้า 3 ค่อนข้างมาก ราคาไม่แพง โดยในเนื้อปลาทู 100 กรัมมีสารโอเมก้า 3 ประมาณ 2-3 กรัม ซึ่งปกติในหนึ่งวันร่างกายต้องการโอเมก้า 3 ประมาณวันละ 3 กรัมต่อวัน อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ที่จะรับประทานอาหารเสริมอย่างน้ำมันปลาซึ่งมีโอเมก้า 3 นั้น ต้องได้รับการตรวจเช็กจากแพทย์ก่อนว่าร่างกายขาดโอเมก้า 3 หรือไม่ เพราะบางคนไม่จำเป็นต้องซื้อน้ำมันปลามารับประทานเพราะร่างกายได้รับสารโอเมก้า 3 เพียงพอแล้ว จะเป็นการสิ้นเปลืองเงินโดยไม่จำเป็น แต่สำหรับคนที่ไม่เดือดร้อนทางการเงินก็สามารถหาซื้อน้ำมันปลารับประทานได้

"การบริโภคอาหารของคนในปัจจุบันนี้ ส่วนใหญ่รับประทานโอเมก้า 6 มากกว่าโอเมก้า 3 ซึ่งโอเมก้า 6 นั้นมีอยู่ในน้ำมันพืชชนิดต่างๆ และยังมีอยู่ในไข่ การรับประทานโอเมก้า 6 มากกว่าโอเมก้า 3 ทำให้ร่างกายขาดความสมดุล ส่งผลให้ร่างกายเกิดการอักเสบขึ้นในระบบต่างๆ ภายในร่างกาย ทำให้เกิดเป็นโรคไขข้ออักเสบ เบาหวาน เกิดการอักเสบขึ้นในสมองและในที่สุดจะเป็นอัลไซเมอร์ได้"

"อย่างไรก็ตามในบางคนที่อยากมีคุณภาพชีวิตที่ดีควรจะหาอาหารที่ประกอบด้วยโอเมก้า 3 และหาน้ำมันปลารับประทานได้ตั้งแต่ในวัยเด็ก ซึ่งเป็นวัยแห่งการเจริญเติบโตและที่สำคัญในวัยนี้โอเมก้า 3จะช่วยบำรุงสมอง จนถึงวัยสูงอายุที่ร่ายกายเริ่มเสื่อมสภาพโอเมก้า 3 ก็ช่วยปรับสมดุลให้คุณภาพชีวิตดีขึ้นได้" ศ.นพ.ปิติแนะนำ

q*062กิน ปลาทู สู้โรคหัวใจ - บำรุงสมอง q*071

ลดการอักเสบพร้อมปรับสมดุลระดับเลือดในร่างกายให้เป็นปกติ
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #1142 เมื่อ: 15 ม.ค. 12, 14:28 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

อย่างเจ้ายาพารา ที่คนไทยเราทานกันจนเป็นยาสามัญประจำบ้านก็ตัวอันตรายเลยครับ

บางคนทานวันละเป็นสิบๆเม็ดครับ..ปวดหัวนิดหน่อยก็ พารา ปวดเมื่อยก็ พารา

เอะอะก็ทานแต่ยาพารา...โดยไม่ได้สนใจถึงพิษภัยที่จะเกิดขึ้นกับตัวเองเลยครับ... q*027

(ยาพารามีผลเสียกับตับ)

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #1143 เมื่อ: 15 ม.ค. 12, 14:33 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
“ปลาทูแม่กลอง” ที่มีเอกลักษณ์ตรง “หน้างอ คอหัก”ได้ชื่อว่าเป็นยอดปลาทู q*062 เพราะมีรสชาติอร่อยอันดับต้นของเมืองไทย เป็นที่ถูกปากของผู้ที่ได้ลิ้มรสกันมาอย่างยาวนาน ถือเป็นของดีขึ้นหน้าขึ้นตาของจังหวัดสมุทรสงคราม ซึ่งในทุกๆ ปี ทางจังหวัดสมุทรสงครามจะจัดให้มี “เทศกาลกินปลาทูและของดีเมืองแม่กลอง” ขึ้นเพื่อให้นักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไปได้สัมผัสกับปลาทูแม่กลองและของดีของแม่กลองอีกมากมาย



กว่า 30 ปีมาแล้ว ที่ปลาทูได้ชื่อว่าเป็นปลาที่จับได้มากที่สุดในท้องทะเลไทย สำหรับคนเมืองแม่กลองนั้นเขามีวิธีการจับปลาทูที่น่าสนใจยิ่งนัก นั่นก็คือการจับปลาโดยวิธีละมุนละม่อม ค่อยๆต้อน ค่อยๆจับ ก่อนที่จะปล่อยให้ค่อยๆ ตาย เพราะจะทำให้เนื้อปลาทูจะคงความสด มัน เมื่อกินแล้วอร่อยยิ่งนัก สำหรับวิธีการจับปลาให้ตายโดยละม่อม ชาวประมงจะใช้ “โป๊ะ” เครื่องมือหาปลาพื้นบ้านเป็นอุปกรณ์สำคัญในการจับปลาทู โป๊ะ (พื้นบ้าน) มีขนาดเท่ากับสนามฟุตบอลขนาดย่อม ทำจากไม้ไผ่ล้อมให้เป็นวงกลม
เปิดช่องเป็นทางสำหรับให้ปลาทูผ่านเข้าไปได้ ตั้งอยู่กับที่ รอให้ปลาว่ายเข้ามาหาเอง ด้วยเครื่องจับปลาชนิดนี้ ปลาทูที่จับได้มาจึงมีชื่อเรียกอีกอย่างว่า “ปลาโป๊ะ”
ในอดีตเมืองแม่กลองถือว่ารุ่งเรืองเรื่อง “โป๊ะปลาทู” มาก โดยมีโป๊ะมากถึงราวๆ 100 โป๊ะ แต่ว่าเมื่อวันเวลาผันผ่าน กาลเวลาเปลี่ยนแปลง โป๊ะปลาทูก็ค่อยๆลดจำนวนลงเรื่อยๆ จนในปัจจุบันเหลือเพียงไม่กี่โป๊ะ และในไม่กี่พื้นที่เท่านั้นที่ ยังคงใช้เครื่องมือชนิดนี้ในการจับปลาทู
สำหรับปลาทูที่ได้จากการจับด้วยโป๊ะ จะมีความแตกต่างกับปลาทูที่จับด้วยเครื่องมือชนิดอื่นๆ เพราะปลาที่ได้จากโป๊ะจะมีความสดมากกว่า ทำให้กินอร่อยกว่า




ปลาทูแถวบ้านผม ไม่รู้ว่าเขาส่งมาจากไหนเหมือนกันครับ พี่มหา.... q*021

แต่ก็อยากทานปลาทูแม่กลองจริงๆเหมือนกันครับ...ถ้าได้มาแบบสดๆ

ผมอยากทำฉู่ฉี่ปลาทูครับ....... q*021
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #1144 เมื่อ: 15 ม.ค. 12, 14:36 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

อยากไปเที่ยวชายทะเลจังครับ..... q*078

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #1145 เมื่อ: 15 ม.ค. 12, 14:42 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ยาอีกอย่างที่เราไม่ควรมองข้ามก็คือ ยาสมุนไพรในครัวครับ.... q*021

อย่างบ้านผมนี้ขาดพริกแกงไม่ได้เลยครับ..ต้องตำเองด้วยนะครับ

(เป็นการออกกำลังกายไปในตัวครับ).... q*020

ในพริกแกงอุดมไปด้วยสมุนไพรนานาชนิดครับ..... q*021

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #1146 เมื่อ: 15 ม.ค. 12, 14:46 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 


อาหารหลายๆชนิดก็เป็นยาเช่นกันครับ...เวลาที่ผมไม่สบาย

ผมชอบทานแกงเรียงครับ...ทานตอนร้อนๆ อร่อยมากครับ.... q*021

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #1147 เมื่อ: 15 ม.ค. 12, 14:52 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
จริงๆก้เกี่ยวข้องกันนะครับ เพราะ ในปลาทะเลน้ำลึก ซึ่งเป็นปลาที่อยู่ในเขตหนาว อย่างปลาแซลมอน ปลาเม็คเคเรล มีโอเมก้า 3 ที่มีอยู่ในน้ำมันปลาที่หลายๆ คนรู้จัก เนื่องจากโอเมก้า 3 เป็นไขมันประเภทไม่อิ่มตัว มีประโยชน์ในเรื่องลดอัตราการตายจากโรคหัวใจและโรคหลอดเลือดตีบ และยังลดคอเลสเตอรอล ไตรกลีเซอไรด์ ตลอดถึงยังลดความหนืดของเลือด ลดการอักเสบ รวมทั้งสร้างความสมดุลและปรับระดับเลือดในร่างกายให้อยู่ในภาวะปกติได้

ปัจจุบัน นำมาสกัดเป็นยาแผนปัจจุบัน จำหน่ายมากมาย ในรูปแบบต่างๆ q*077


ในปัจจุบันนี้ ผู้คนต้องทำงานหนัก ทำให้เกิดภาวะเครียด ขณะที่บางคนรับประทานอาหารแต่ละมื้อไม่ครบ 5 หมู่
ประกอบกับมลพิษที่อยู่ในอากาศ เกิดอนุมูลอิสระขึ้นในร่างกาย ส่งผลให้เกิดโรคต่างๆ มากขึ้นกว่าในอดีต ดังนั้น วิตามินและอาหารเสริมจึงเริ่มเข้ามามีบทบาทกับชีวิต โดยเฉพาะโอเมก้า 3 ที่มีอยู่ในน้ำมันปลาที่หลายๆ คนรู้จัก


ศ.นพ.ปิติ พลังวชิรา ผอ.ศูนย์โรคผิวหนัง คณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ผู้เชี่ยวชาญด้าน Antiaging Medicine ให้คำแนะนำว่า เมื่อปลาเหล่านี้มีราคาแพง จึงอยากแนะนำให้คนไทยรับประทานปลาทู และปลากระพง ทดแทน เพราะในปลาทูจะมีสารโอเมก้า 3 ค่อนข้างมาก ราคาไม่แพง โดยในเนื้อปลาทู 100 กรัมมีสารโอเมก้า 3 ประมาณ 2-3 กรัม ซึ่งปกติในหนึ่งวันร่างกายต้องการโอเมก้า 3 ประมาณวันละ 3 กรัมต่อวัน อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ที่จะรับประทานอาหารเสริมอย่างน้ำมันปลาซึ่งมีโอเมก้า 3 นั้น ต้องได้รับการตรวจเช็กจากแพทย์ก่อนว่าร่างกายขาดโอเมก้า 3 หรือไม่ เพราะบางคนไม่จำเป็นต้องซื้อน้ำมันปลามารับประทานเพราะร่างกายได้รับสารโอเมก้า 3 เพียงพอแล้ว จะเป็นการสิ้นเปลืองเงินโดยไม่จำเป็น แต่สำหรับคนที่ไม่เดือดร้อนทางการเงินก็สามารถหาซื้อน้ำมันปลารับประทานได้

"การบริโภคอาหารของคนในปัจจุบันนี้ ส่วนใหญ่รับประทานโอเมก้า 6 มากกว่าโอเมก้า 3 ซึ่งโอเมก้า 6 นั้นมีอยู่ในน้ำมันพืชชนิดต่างๆ และยังมีอยู่ในไข่ การรับประทานโอเมก้า 6 มากกว่าโอเมก้า 3 ทำให้ร่างกายขาดความสมดุล ส่งผลให้ร่างกายเกิดการอักเสบขึ้นในระบบต่างๆ ภายในร่างกาย ทำให้เกิดเป็นโรคไขข้ออักเสบ เบาหวาน เกิดการอักเสบขึ้นในสมองและในที่สุดจะเป็นอัลไซเมอร์ได้"

"อย่างไรก็ตามในบางคนที่อยากมีคุณภาพชีวิตที่ดีควรจะหาอาหารที่ประกอบด้วยโอเมก้า 3 และหาน้ำมันปลารับประทานได้ตั้งแต่ในวัยเด็ก ซึ่งเป็นวัยแห่งการเจริญเติบโตและที่สำคัญในวัยนี้โอเมก้า 3จะช่วยบำรุงสมอง จนถึงวัยสูงอายุที่ร่ายกายเริ่มเสื่อมสภาพโอเมก้า 3 ก็ช่วยปรับสมดุลให้คุณภาพชีวิตดีขึ้นได้" ศ.นพ.ปิติแนะนำ

q*062กิน ปลาทู สู้โรคหัวใจ - บำรุงสมอง q*071

ลดการอักเสบพร้อมปรับสมดุลระดับเลือดในร่างกายให้เป็นปกติ

ถึงว่า เจ้าสามขา ถึงได้แสบขึ้นทุกวัน คงเป็นเพราะกินปลาทูทุกวันครับ... q*020

ให้แยกนอนก็ไม่ยอมครับ ต้องมานอนบนที่นอนด้วยครับ..... q*027

ผมก็ชอบทานปลาครับพี่มหา แต่ปลาทะเลที่ทานประจำก็มีแต่ปลาทูเท่านั้นครับ

ส่วนมากก็จะทานแต่ปลาน้ำจืดครับ (ปลานิลนี้ประจำเลยครับ).... q*021
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #1148 เมื่อ: 15 ม.ค. 12, 15:01 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เมื่อปลายปีที่แล้วผมไปไหว้กระดูกพ่อที่เพชรบูรณ์มาครับ..... q*021



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #1149 เมื่อ: 15 ม.ค. 12, 15:10 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ตอนนี้ทำป้ายกำแพงแก้วให้ท่านใหม่แล้วครับ.... q*021

ผมไม่ได้ไปวัดนี้ 30 กว่าปีแล้วครับ...พอไปแล้วก็รู้สึกผิดหวังนิดหน่อยครับ

เพราะแทบไม่เหลืออะไรที่เป็นสิ่งของ สมัยที่ผมเป็นเด็กเลยครับ.... q*078

แต่ก็ยังโชคดีที่โบสถ์นี้ยังอยู่ครับ...... q*021



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #1150 เมื่อ: 15 ม.ค. 12, 15:20 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ทางเข้าวัดนี้แหละ ที่ผมใช้เป็นที่แอบหัดขี่จักยานครับ..... q*020


ส่วนด้านหลังของผม(ในภาพนี้) q*077q*077

คือจุดที่เคยเป็นที่ตั้งของ ที่ว่าการอำเภอชัยบาดาล ครับ

เมื่อก่อนเป็นตลาดครับ บ้านเรือนก็เยอะมากครับ

แต่เดี๋ยวนี้จมอยู่ใต้น้ำหมดแล้วครับ มองไม่เห็นเค้าโครงเดิมเลยครับ....... q*027




noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ผู้ชายคนหนึ่ง
เรทกระทู้
« ตอบ #1151 เมื่อ: 15 ม.ค. 12, 15:36 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ทางเข้าวัดนี้แหละ ที่ผมใช้เป็นที่แอบหัดขี่จักยานครับ..... q*020


ส่วนด้านหลังของผม(ในภาพนี้) q*077q*077

คือจุดที่เคยเป็นที่ตั้งของ ที่ว่าการอำเภอชัยบาดาล ครับ

เมื่อก่อนเป็นตลาดครับ บ้านเรือนก็เยอะมากครับ

แต่เดี๋ยวนี้จมอยู่ใต้น้ำหมดแล้วครับ มองไม่เห็นเค้าโครงเดิมเลยครับ....... q*027




แต่เดิมอำเภอชัยบาดาล มีฐานะเป็นเมืองชั้นโทชื่อเมือง "ไชยบาดาล" ขึ้นอยู่ในความปกครองของเมืองโคราช จังหวัดนครราชสีมา ที่ทำการตั้งอยู่ที่บ้านบัวชุม ตำบลบัวชุม ในปี พ.ศ. 2457 ทางราชการได้ยกฐานะเป็นอำเภอไชยบาดาล โอนการปกครองไปขึ้นอยู่กับเมืองเพชรบูรณ์จนถึงปี พ.ศ. 2461 ได้โอนอำนาจไชยบาดาลไปขึ้นอยู่กับจังหวัดสระบุรี และย้ายที่ว่าการอำเภอไปอยู่บ้านไชยบาดาล ตำบลไชยบาดาล ต่อมาทางราชการได้สั่งโอนอำเภอไชยบาดาล ไปขึ้นอยู่กับการปกครองของจังหวัดลพบุรี เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายนพ.ศ. 2484 ส่วนชื่อเดิมนั้นได้เปลี่ยนจากคำว่า "ไชยบาดาล" เป็น "ชัยบาดาล" เมื่อปี พ.ศ. 2514 ครั้นปี พ.ศ. 2521 ได้รับเรื่องราวจากกรมทางหลวงแผ่นดิน ขอให้รื้อที่ว่าการอำเภอหลังนี้ เพื่อตัดถนนผ่านตัวอาคาร ที่ว่าการอำเภอ และได้รับอนุมัติให้รื้อถอนได้เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2521 จึงได้ย้ายที่ว่าการอำเภอมาอยู่ที่อยู่ปัจจุบันนี้

อำเภอชัยบาดาล เคยถูกเสนอยกฐานะเป็นอำเภอเมือง ของจังหวัดพระนารายณ์ เมื่อปี พ.ศ. 2546 แต่ไม่ได้รับการอนุมัติ และได้มีการเสนอขอจัดตั้งอีกครั้งในปี พ.ศ. 2553 แต่ก็ยังไม่ได้รับการพิจารณา เนื่องจากไม่สอดคล้องกับหลักเกณฑ์การจัดตั้งจังหวัด
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #1152 เมื่อ: 15 ม.ค. 12, 15:53 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
แต่เดิมอำเภอชัยบาดาล มีฐานะเป็นเมืองชั้นโทชื่อเมือง "ไชยบาดาล" ขึ้นอยู่ในความปกครองของเมืองโคราช จังหวัดนครราชสีมา ที่ทำการตั้งอยู่ที่บ้านบัวชุม ตำบลบัวชุม ในปี พ.ศ. 2457 ทางราชการได้ยกฐานะเป็นอำเภอไชยบาดาล โอนการปกครองไปขึ้นอยู่กับเมืองเพชรบูรณ์จนถึงปี พ.ศ. 2461 ได้โอนอำนาจไชยบาดาลไปขึ้นอยู่กับจังหวัดสระบุรี และย้ายที่ว่าการอำเภอไปอยู่บ้านไชยบาดาล ตำบลไชยบาดาล ต่อมาทางราชการได้สั่งโอนอำเภอไชยบาดาล ไปขึ้นอยู่กับการปกครองของจังหวัดลพบุรี เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายนพ.ศ. 2484 ส่วนชื่อเดิมนั้นได้เปลี่ยนจากคำว่า "ไชยบาดาล" เป็น "ชัยบาดาล" เมื่อปี พ.ศ. 2514 ครั้นปี พ.ศ. 2521 ได้รับเรื่องราวจากกรมทางหลวงแผ่นดิน ขอให้รื้อที่ว่าการอำเภอหลังนี้ เพื่อตัดถนนผ่านตัวอาคาร ที่ว่าการอำเภอ และได้รับอนุมัติให้รื้อถอนได้เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2521 จึงได้ย้ายที่ว่าการอำเภอมาอยู่ที่อยู่ปัจจุบันนี้

อำเภอชัยบาดาล เคยถูกเสนอยกฐานะเป็นอำเภอเมือง ของจังหวัดพระนารายณ์ เมื่อปี พ.ศ. 2546 แต่ไม่ได้รับการอนุมัติ และได้มีการเสนอขอจัดตั้งอีกครั้งในปี พ.ศ. 2553 แต่ก็ยังไม่ได้รับการพิจารณา เนื่องจากไม่สอดคล้องกับหลักเกณฑ์การจัดตั้งจังหวัด


น่าเสียดายเมืองที่มีประวัติมายาวนานนะครับ พี่มหา..... q*021

สมัยผมเป็นวัยรุ่น ผมเคยมาทำงานอยู่ที่นี้ครับ

แต่ภาพความทรงจำในอดีตได้ถูกลบเลื่อนไปด้วยกาลเวลาครับ.... q*021
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ผู้ชายคนหนึ่ง
เรทกระทู้
« ตอบ #1153 เมื่อ: 15 ม.ค. 12, 15:56 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ความเป็นมาของชื่อไชยบาดาลนั้น ตามหลักฐานที่เล่าต่อกันมาว่ามีชายคนหนึ่งหาบของ
มาขายที่เมืองไชยบาดาล ซึ่งมีระยะทางไกลและกันดารน้ำมาก กว่าจะมาถึงจนทำให้บ่าด้าน จึงได้เรียกเมือง
นี้ว่า “ชายบ่าด้าน” ต่อมาจึงได้เพี้ยนเป็น ไชยบาดาล” แต่เมื่อสัมภาษณ์อาจารย์กำชัย แป้นจันทร์ ปัจจุบัน
เป็นนายกสมาคมผู้ปกครองและครูโรงเรียนอนุบาลลำนารายณ์ ได้เสนอไว้ว่า “เมืองชัยบาดาลนี้แต่เดิมที่เล่า
ต่อเนื่องกันมานั้นเดิมที่เรียกว่า ชายบ่าด้าน นั้นก็เป็นได้ เนื่องจากในฤดูฝนน้ำจากแม่น้ำป่าสักท่วมสูงมาก
ทุกบ้านแทบจะจมอยู่ในน้ำหมด แต่เมื่อยามหน้าแล้งก็แล้งมาก ไม่มีแหล่งน้ำในที่อื่นเลย ถึงแม้จะอยู่ในป่าก็
ตาม ชาวบ้านต้องเดินลงไปตักน้ำที่ลำแม่น้ำป่าสัก เป็นระยะทางไกลจนทำให้บ่าด้าน จึงเรียกว่า ชายบ่าด้าน
มาก่อนก็เป็นได้

อีกแนวคิดหนึ่งบางคนก็ให้ความเห็นวา่ เมืองชัยบาดาลนนี้ ่าจะเป็นป้อมค่ายทหารมาก่อน
และเขตนี้มี ท่าหลวง ลำโกฏิทอง จึงน่าจะเป็นเรื่องของการเคลื่อนกำลังรบทัพจับศึกในอดีต ประกอบกับ
แม่น้ำป่าสักในฤดูฝนจะมีน้ำท่วมสูงรวดเร็วและน้ำขังอยู่เป็นเวลานานจนคนในอดีตอาจเรียกว่าเป็นเมือง
บาดาล และอาจจะมีการสู้รบกันในบริเวณนี้เมื่อได้รับชัยชนะ จึงเรียกพื้นที่สมรภูมิตรงนี้ว่าเป็น"ไชยบาดาล"
มากกว่าเป็นคำที่แผลงมาจากคำว่า “ชายบ่าด้าน” หมู่บ้านโคกสลุง ก็คือกองทัพในอดีตที่มาตั้งกองกำลังสู้
รบและกวาดต้อนผู้คนมารวมกัน” เมื่อได้ค้นคว้าจากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ต่าง ๆ พบว่า เมือง
ชัยบาดาล ซึ่งแต่เดิมชื่อไชยบาดาลนั้นเป็นเมืองที่ปรากฏชื่อมาตั้งแต่สมัยพระเจ้าจักรพรรดิ พระมหากษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยา ช่วงที่กรุงศรีอยุธยาเสียแก่พม่า
ครั้งที่ 1 โดยเจ้าเมืองมีบรรดาศักดิ์เป็น “พระชัยบุรี เจ้าเมืองไชยบาดาล” ดังนั้นตามที่มีผู้กล่าวว่า “ชัยบาดาล”
เพี้ยนมาจากคำว่า “ชายบ่าด้าน” หรือเป็นเมืองที่มีน้ำท่วมถึงมากทุกปี และท่วมอยู่เป็นเวลานานจนคนทั่วไป
เรียกว่า เมืองบาดาล จึงน่าจะเป็นไปได้ทั้งสองชื่อ


สถานที่ตั้งตัวเมืองไชยบาดาลนั้น ตามประวัติที่ปรากฏในเอกสารหลายฉบับในปัจจุบัน
ระบุว่า แต่เดิมอำเภอไชยบาดาล ตั้งอยู่บ้านบัวชุม ตำบลบัวชุม มีฐานะเป็นเมืองชั้นโทซึ่งขึ้นอยู่ในความ
ปกครองของเมืองโคราช (ปัจจุบัน คือ จังหวัดนครราชสีมา) ต่อมา ปี พ.ศ.2457 สมัยหลวงอนุวัติบริหาร
(บุญชู) เป็นนายอำเภอ ทางราชการได้ยกฐานะเป็นอำเภอ “ไชยบาดาล” โดยได้โอนการ ปกครองไป
อยู่กับเมืองเพชรบูรณ์เมืองเก่า
ปัจจุบัน เป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดลพบุรี

ไชยบาดาลนั้น อยู่ใกล้กับเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ในปัจจุบัน เมืองเก่าตั้งอยู่ในที่ลุ่มมาก น้ำท่วมถึงอยู่เป็น
เวลานานทุกปี โดยยังมีวัดเก่า บ้านเก่าปรากฏอยู่ แต่ในปัจจุบันน้ำจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ท่วมหมดแล้ว

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #1154 เมื่อ: 15 ม.ค. 12, 16:02 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ฟังเพลงเพราะๆกันครับ.... q*021

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ไข่เจียว
เรทกระทู้
« ตอบ #1155 เมื่อ: 15 ม.ค. 12, 17:00 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*070 คุณละม่อมนี่ ..นอกจากจะจับผู้ร้ายเก่งแล้ว ยังจับปลาทูเก่งอีก q*071


noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ไข่เจียว(ของผม)
เรทกระทู้
« ตอบ #1156 เมื่อ: 15 ม.ค. 12, 17:08 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ถึงว่า เจ้าสามขา ถึงได้แสบขึ้นทุกวัน คงเป็นเพราะกินปลาทูทุกวันครับ... q*020

ให้แยกนอนก็ไม่ยอมครับ ต้องมานอนบนที่นอนด้วยครับ..... q*027

ผมก็ชอบทานปลาครับพี่มหา แต่ปลาทะเลที่ทานประจำก็มีแต่ปลาทูเท่านั้นครับ

ส่วนมากก็จะทานแต่ปลาน้ำจืดครับ (ปลานิลนี้ประจำเลยครับ).... q*021



พอๆกับเจ้าไข่หงษ์ นกเขาคอหมุนของไข่เลยฮะ ต้องให้อุ้ม ต้องพาไปนอนดูทีวีด้วย จนหลับง่วงจริงๆนั่นแหละ จึงยอมนอนที่นอนตัวเอง q*027 ไข่กลัวเผลอหลับนอนทับมันจะแย่ q*072

(วิธีประท้วงของไข่หงษ์คือ หมุนตัวตีลังกา กระพือปีก ควงสว่านไปทั่วห้องฮะ q*027q*030)
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ไข่เจียว(ของผม)
เรทกระทู้
« ตอบ #1157 เมื่อ: 15 ม.ค. 12, 17:13 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 


อาหารหลายๆชนิดก็เป็นยาเช่นกันครับ...เวลาที่ผมไม่สบาย

ผมชอบทานแกงเรียงครับ...ทานตอนร้อนๆ อร่อยมากครับ.... q*021



แกงเลียง..ก็ซุปผักอ่ะนะ q*027q*026

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ไข่เจียว(ของผม)
เรทกระทู้
« ตอบ #1158 เมื่อ: 15 ม.ค. 12, 17:19 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ทางเข้าวัดนี้แหละ ที่ผมใช้เป็นที่แอบหัดขี่จักยานครับ..... q*020


ส่วนด้านหลังของผม(ในภาพนี้) q*077q*077

คือจุดที่เคยเป็นที่ตั้งของ ที่ว่าการอำเภอชัยบาดาล ครับ

เมื่อก่อนเป็นตลาดครับ บ้านเรือนก็เยอะมากครับ

แต่เดี๋ยวนี้จมอยู่ใต้น้ำหมดแล้วครับ มองไม่เห็นเค้าโครงเดิมเลยครับ....... q*027




ภาพนี้ เป็นถนนสายไหนฮะ มิคกี้ ไข่ชอบจังเลย น้ำกว้างๆแบบนี้ ตอนที่น้ำท่วม จริงๆแล้ว ไข่ยังชอบเลยฮะ ตอนที่นั่งเรือพายเข้าบ้าน ไข่คิดว่า นี่ถ้าเป็นชีวิตที่เป็นปกติ คือบ้านไข่อยู่เป็นคลองเดินทางปกติอย่างนี้อยู่แล้ว คงดีไม่น้อย ตอนนั้นรู้สึกเหมือนมีบ้านริมคลองอย่างที่ฝัน พายเรือเข้าบ้าน รู้สึกสุขสงบดีจริงๆ q*021q*020

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #1159 เมื่อ: 15 ม.ค. 12, 17:24 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
q*022q*022ศิษย์พี่ใหญ่ขรา)))) ขอสองถิงเถียงจิ๊ดหนึ่งนะค๊า

จริงๆแล้วการเลี้ยงปลาแซลมอนของที่นี่เขาจะเลี้ยงกันในกระชังค่ะ

ในแม่น้ำสายใหญ่ทางตอนเหนือจะไม่มีการเลี้ยงในบ่อเลยค่ะ

ถ้าศิษย์พี่ใหญ่เห็นว่าส่งมาจากนอร์เวย์ก็ซื้อไปปรุงเป็นอาหารรับประทาน

ได้เลยโดยไม่กลัวว่าจะมีสารพิษจากการเร่งปลาให้โตไวๆเลยนะค่ะ

ที่นี่น้ำในแม่น้ำจะสะอาดมากเลยค่ะสามารถดื่มได้เลย อย่างน้ำปะปาของที่นี่

เราสามารถเปิดดื่มได้โดยไม่ต้องกลัวว่าจะไม่สะอาดและก็รสชาดก็อร่อย

กว่าน้ำขวดเป็นไหนๆเลยละค่ะ
q*021
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ไข่เจียว(ของผม)
เรทกระทู้
« ตอบ #1160 เมื่อ: 15 ม.ค. 12, 17:26 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ปลาทูแถวบ้านผม ไม่รู้ว่าเขาส่งมาจากไหนเหมือนกันครับ พี่มหา.... q*021

แต่ก็อยากทานปลาทูแม่กลองจริงๆเหมือนกันครับ...ถ้าได้มาแบบสดๆ

ผมอยากทำฉู่ฉี่ปลาทูครับ....... q*021



ฮี่ฮี่.. ไข่เพิ่งได้ทานฉู่ฉี่ปลาทูเมื่อสัปดาห์ที่แล้วนี่เองฮะ q*012 เพื่อนบ้านไข่เค้าไปเที่ยวแม่กลองมา ไข่ก็เลยได้ลาภปาก แหะแหะ q*033 ปกติไข่ไม่ชอบทานปลาแนวต้มๆนะฮะ เพราะกลัวคาว แต่ฉู่ฉี่ปลาทูตัวนั้น ทั้งนุ่มทั้งหอมเนื้อปลาทูเลยฮะ อิอิ.. q*024

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #1161 เมื่อ: 15 ม.ค. 12, 17:31 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
q*070 คุณละม่อมนี่ ..นอกจากจะจับผู้ร้ายเก่งแล้ว ยังจับปลาทูเก่งอีก q*071





คุณละม่อมเป็นใครมาจากไหนไข่เจียวพอรู้บ้างมั้ยจ๊ะ q*021
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ไข่เน่า
เรทกระทู้
« ตอบ #1162 เมื่อ: 15 ม.ค. 12, 17:33 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
อ้าววว))) q*00 ทีแบบนี้ยังยอมเถียง q*038 เออออห่อหมกไปกะเขาด้วยเลยนะ q*038


ข้อมูลไม่ชัวร์เลยนะ q*074 กลับไปกลับมา q*075


q*077 แซลมอน เป็น ปลาทะเล ที่ว่ายเข้าสู่แม่น้ำเพื่อวางไข่ (Anadromous)

แซลมอน ผสมพันธุ์ในน้ำจืด แต่ชีวิตส่วนใหญ่อาศัยอยู่ ในมหาสมุทร มีเพียงส่วนน้อยที่อาศัยอยู่ในทะเลสาบ

แซลมอน วางไข่ ในช่วงฤดูฝนและฤดูหนาว ในทะเลสาบน้ำจืดหรือแม่น้ำ ที่มีปริมาณออกซิเจนสูง เท่านั้นโดยแซลมอนเพศเมีย จะขุดรังที่เรียกว่า " a redd" ด้วยปลายหางและวางไข่ หลังจากนั้นตัวผู้จะปล่อย อสุจิมาปฏิสนธิกับไข่ ตัวเมียจะใช้หางกลบไข่เพื่อให้ไข่ไม่ถูกกระแสน้ำพัดพาไปแล้วลูกปลาแซลมอนจะว่ายตามกระแสน้ำออกสู่ทะเลในช่วงฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อน




อ้าวววว))) ก็ไข่ไม่รู้จริงๆนี่ ว่าปลาแซลมอนจะเป็นปลาน้ำไหน ได้ข้อมูลมาใหม่ แหล่งน่าเชื่อถือ ก็ต้องเชื่อไว้ก่อนจิ่ อย่างตะเองมาแก้ข้อมูลว่าเป็นปลาทั้งสองน้ำ ไข่ก็ยังเชื่อต่อเลย ฮึ!!! q*075

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ไข่เยี่ยวม้า
เรทกระทู้
« ตอบ #1163 เมื่อ: 15 ม.ค. 12, 17:37 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 


คุณละม่อมเป็นใครมาจากไหนไข่เจียวพอรู้บ้างมั้ยจ๊ะ q*021



q*033 พ่อมหาฯไม่พลาดแน่นอนฮะ ที่เงียบไปนี่ คงไปหาประวัติความเป็นมาของคุณละม่อมมาให้พวกเราได้อ่านกันอยู่ อย่างแน่นอนฮะ q*077 คาดว่า ความยาวประมาณ 1 หน้าเอ4 ฮะ q*077




q*012q*012q*013
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ไข่เน่า
เรทกระทู้
« ตอบ #1164 เมื่อ: 15 ม.ค. 12, 17:43 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
จำได้ว่ากินปลาแซลมอนครั้งแรกเมื่อสิบกว่าปีก่อนในต่างแดน อาหารเย็นมื้อนั้นเพื่อนฝรั่งพาไปกินปลาแซลมอนรมควัน ผมยังนึกสงสัยอยู่ในใจว่า ปลาอะไรหนอ เนื้อสีส้มอมชมพูแสนสวย พอได้ชิมเนื้อปลาแล้วก็เริ่มติดใจในรสชาติขึ้นมา เมื่อกลับมาเมืองไทยก็ยังหาโอกาสกินปลาแซลมอนบ้าง แต่ไม่บ่อยนัก เพราะตอนนั้นราคาปลาแซลมอนในเมืองไทยจัดว่าค่อนข้างแพง

นาน ๆ ครั้ง เพื่อนพาไปกินอาหารญี่ปุ่น อันดับแรกที่ต้องสั่งคือซาชิมิปลาแซลมอนจิ้มวาซาบิ เพื่อนสั่งปลาดิบมาให้กินกี่จาน ๆ ก็กินหมดจนพุงกาง หากวันไหนเพื่อนพาไปร้านอาหารฝรั่ง ก็จะต้องสั่งปลาแซลมอนรมควัน จนกลายเป็นอาหารจานโปรดไปเสียแล้ว

เพื่อนผมเคยบอกว่า สงสัยชาติที่แล้วผมคงเกิดเป็นหมีสีน้ำตาลแถวอะแลสกา ที่ชอบกินปลาแซลมอนตามลำธารเวลาที่มันอพยพขึ้นมาวางไข่




คงจะจริง q*070

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #1165 เมื่อ: 15 ม.ค. 12, 17:46 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ทางเข้าวัดนี้แหละ ที่ผมใช้เป็นที่แอบหัดขี่จักยานครับ..... q*020


ส่วนด้านหลังของผม(ในภาพนี้) q*077q*077

คือจุดที่เคยเป็นที่ตั้งของ ที่ว่าการอำเภอชัยบาดาล ครับ

เมื่อก่อนเป็นตลาดครับ บ้านเรือนก็เยอะมากครับ

แต่เดี๋ยวนี้จมอยู่ใต้น้ำหมดแล้วครับ มองไม่เห็นเค้าโครงเดิมเลยครับ....... q*027





เมือก่อนลานวัดเป็นศูนย์ร่วมที่เล่นของเด็กๆสมัยก่อนเลยนะ

กระถินจำได้ว่าเมือสมัยเด็กแม่ชอบบอกกับพี่ๆของกระถินว่า

"กินข้าวเสร็จแล้วก็ให้พาน้องไปเล่นที่วัดนะ" q*020

เพราะที่นั้นเด็กสมัยก่อนจะไปโรงเรียนวัดกันกระถินยังจำวันเก่าๆได้เป็นบางส่วน

สมัยยังเป็นเด็กๆตัวเล็กๆกระถินจะชอบตามยายไปวัดและก็จะชอบไปเก็บดอกปีบ

ที่อยู่ในวัดมาถักร้อยเป็นมาลัยกลับบ้านกระถินจะชอบกลิ่นหอมของดอกปีบมากเป็นพิเศษ

กลางคืนก็จะนำพวงมาลัยดอกปีบไปวางใว้ข้างๆหมอนเป็นประจำเลยค่ะ q*021

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ไข่เน่า
เรทกระทู้
« ตอบ #1166 เมื่อ: 15 ม.ค. 12, 17:52 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
จำได้ว่ากินปลาแซลมอนครั้งแรกเมื่อสิบกว่าปีก่อนในต่างแดน อาหารเย็นมื้อนั้นเพื่อนฝรั่งพาไปกินปลาแซลมอนรมควัน ผมยังนึกสงสัยอยู่ในใจว่า ปลาอะไรหนอ เนื้อสีส้มอมชมพูแสนสวย พอได้ชิมเนื้อปลาแล้วก็เริ่มติดใจในรสชาติขึ้นมา เมื่อกลับมาเมืองไทยก็ยังหาโอกาสกินปลาแซลมอนบ้าง แต่ไม่บ่อยนัก เพราะตอนนั้นราคาปลาแซลมอนในเมืองไทยจัดว่าค่อนข้างแพง

นาน ๆ ครั้ง เพื่อนพาไปกินอาหารญี่ปุ่น อันดับแรกที่ต้องสั่งคือซาชิมิปลาแซลมอนจิ้มวาซาบิ เพื่อนสั่งปลาดิบมาให้กินกี่จาน ๆ ก็กินหมดจนพุงกาง หากวันไหนเพื่อนพาไปร้านอาหารฝรั่ง ก็จะต้องสั่งปลาแซลมอนรมควัน จนกลายเป็นอาหารจานโปรดไปเสียแล้ว

เพื่อนผมเคยบอกว่า สงสัยชาติที่แล้วผมคงเกิดเป็นหมีสีน้ำตาลแถวอะแลสกา ที่ชอบกินปลาแซลมอนตามลำธารเวลาที่มันอพยพขึ้นมาวางไข่

ผมชอบกินปลาแซลมอนเพราะเนื้อไร้กลิ่นคาว เวลาเคี้ยวก็รู้สึกได้ถึงความลื่นมัน ได้รสธรรมชาติแสนเอร็ดอร่อย และต้องกินแบบไม่ปรุงแต่ง ถ้าเอาปลาไปนึ่งหรือทอด รสชาติก็สู้กินแบบดิบ ๆ ไม่ได้

จนกระทั่ง ๔-๕ ปีให้หลัง ผมสังเกตเห็นว่ามีการนำเนื้อปลาแซลมอนเข้ามาจำหน่ายในบ้านเรามากขึ้น ราคาก็ไม่แพงเหมือนในอดีต สมัยก่อนอาจมีจำหน่ายตามซูเปอร์มาร์เกตชั้นนำไม่กี่แห่ง แต่ตอนนี้ตลาดติดแอร์แทบทุกแห่งจะมีเนื้อปลาแซลมอนวางขาย เคียงคู่กับเนื้อปลากะพง ปลาเก๋า ในราคาไม่แตกต่างกัน และดูเหมือนว่าจะถูกกว่าเนื้อปลาจะละเม็ดเสียอีก

กล่าวคือเนื้อปลาแซลมอนที่เคยขายกันกิโลกรัมละ ๗๐๐-๘๐๐ บาท บัดนี้เหลือเพียงกิโลกรัมละ ๓๐๐-๔๐๐ บาท ขณะที่เนื้อปลาจะละเม็ดขนาดใหญ่ยังคงยืนราคาอยู่ที่กิโลกรัมละ ๔๐๐-๕๐๐ บาทขึ้นไป

เมื่อเห็นว่าปลาแซลมอนส่วนใหญ่นำเข้าจากประเทศทางยุโรป ผมก็ไม่ได้คิดอะไรมาก วันไหนพอมีเวลาก็แวะซูเปอร์มาร์เกต ซื้อปลาแซลมอนมากินเล่น พลางดูรายการสารคดีชีวิตปลาแซลมอนที่ต้องว่ายน้ำข้ามทะเลหลายพันไมล์เพื่อขึ้นมาวางไข่ออกลูกหลานที่ต้นลำธาร ดูแล้วก็นึกเอาเองว่าปลาแซลมอนที่เรากินคงต้องเป็นปลาที่พลานามัยแข็งแรงแน่ แถมยังอุดมไปด้วยกรดไขมันโอเมกา-๓ ซึ่งมีคุณสมบัติในการช่วยป้องกันโรคหัวใจ อย่างนี้จะไม่ให้หลงใหลแซลมอนอย่างไรไหว

จนกระทั่งวันหนึ่ง ผมเหลือบไปเห็น บทความเกี่ยวกับปลาแซลมอนในวารสาร ecologist ฉบับเดือนตุลาคม ที่ผ่านมา ก็ตาสว่างขึ้นทันที

ปลาแซลมอนที่เรากินก็คงไม่ต่างจากกุ้งกุลาดำในฟาร์มเลี้ยง ที่เราส่งไปขายเมืองนอกจนติดอันดับโลก คือถูกเลี้ยงให้เติบโตมาด้วยการใช้สารเคมีและอัดยาเยอะ ๆ

ปลาแซลมอนที่ส่งมาขายบ้านเราส่วนใหญ่มาจากฟาร์มเลี้ยงปลาในยุโรป ปลาแซลมอนเหล่านี้อุดมไปด้วยเชื้อโรค เจ้าของฟาร์มจึงต้องใส่สารเคมีและยาปฏิชีวนะลงในบ่อปลา เพื่อกำจัดแมลงรบกวนและเชื้อโรคหลายอย่าง

ปลาแซลมอนในธรรมชาติมีเนื้อเป็นสีชมพู เพราะมัน

กินพวกกุ้งตัวเล็ก ๆ และพืชทะเล ปลาแซลมอนใน

ฟาร์มก็มีเนื้อสีชมพูน่ากินเช่นกัน แต่เป็นเพราะมันกินอาหารปลาที่มีสารให้สีจำพวก astaxanthin และ

canthaxanthin ชนิดเข้มข้น ซึ่งหากมนุษย์ได้รับสารเหล่านี้มากเกินไป อาจจะมีผลต่อระบบประสาทตา

นอกจากนี้ เนื้อของปลาแซลมอนที่ไม่ค่อยได้ออกกำลังยังอุดมไปด้วยกรดไขมันอิ่มตัว ซึ่งมีผลต่อการอุดตันของเส้นเลือด แถมยังมีกรดไขมันโอเมกา-๓ น้อยกว่าปลาแซลมอนในธรรมชาติถึง ๓ เท่า ดังนั้นหากบริโภคแซลมอนจากฟาร์มเหล่านี้มากเกินไปก็อาจส่งผลให้เกิดการอุดตันของเส้นเลือดได้

ในสหรัฐอเมริกายังมีการวิจัยพบว่า เนื้อปลาแซลมอนจากฟาร์มเลี้ยงมีสารก่อมะเร็งที่มาจากอาหารปลาในระดับที่สูงกว่าปลาแซลมอนจากธรรมชาติถึง ๑๖ เท่า มากกว่าเนื้อวัว ๔ เท่า ไม่นับรวมว่าปลาแซลมอนบางตัวมีพยาธิทะเลอาศัยอยู่ด้วย


ทุกวันนี้การเลี้ยงปลาแซลมอนกลายเป็นอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ เพราะมีความต้องการที่สูงขึ้นทั่วโลก

เมื่อไทยส่งกุ้งกุลาดำตีตลาดยุโรป ฝรั่งก็ส่งปลาแซลมอนมาเป็นบรรณาการบ้าง

ทั้งสองล้วนเป็นอาหารยอดฮิต และอุดมไปด้วยสารเคมีชนิดต่าง ๆ

ปีใหม่นี้คงต้องบอกตัวเองให้รักปลาแซลมอนน้อย ๆ ครั้นจะเหลียวมามองปลาจะละเม็ด ก็อุดมไปด้วยฟอร์มาลีน

กลับมาหาปลาทูเพื่อนยากกันดีกว่า q*077




q*033 เป็นที่มา ว่าทำไมพ่อมหาฯจึงไปตั้งรกรากอยู่มหาชัยฮะ ท่านผู้ชม q*033

และมีแนวโน้มว่าจะคิดค้นเมนูปลาทูดิบ ในเร็วๆนี้ q*033q*077



q*012q*012
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #1167 เมื่อ: 15 ม.ค. 12, 17:53 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*033 พ่อมหาฯไม่พลาดแน่นอนฮะ ที่เงียบไปนี่ คงไปหาประวัติความเป็นมาของคุณละม่อมมาให้พวกเราได้อ่านกันอยู่ อย่างแน่นอนฮะ q*077 คาดว่า ความยาวประมาณ 1 หน้าเอ4 ฮะ q*077




q*012q*012q*013




q*020ดีๆสองถิงชอบอ่านอะไรที่เป็นสาระและเป็นประโยชน์จะได้เอาไปประดับไว้สมองอันน้อยๆของสองถิงจ้า
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #1168 เมื่อ: 15 ม.ค. 12, 18:01 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

อยากไปเที่ยวชายทะเลจังครับ..... q*078






อยากไปเที่ยวก็ไปสิค่ะ กระถินได้ข่าวมาว่ามิคกี้จะเข้ากรุงเทพปลายเดือนนี้ไม่ใช่รึค่ะ

ก็เลยไปเที่ยวทะเลสิค่ะจะได้ไม่ต้องเสียเวลาขับรถด้วยเพราะทะเลก็ไม่ไกลจากกรุงเทพด้วย q*021
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #1169 เมื่อ: 15 ม.ค. 12, 18:10 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
แหม ๆ q*00 เป็นปลาท้องถิ่น ยังเข้าใจผิดเลยนะ สองถิง q*038


เมื่อออกจากไข่ลูกปลาแซลมอนก็จะอพยพ ไปสู่มหาสมุทร ซึ่งเป็นแหล่งอาหาร และเจริญเติบโต และเมื่อ ถึงฤดูวางไข่ลูกปลาแซลมอนก็จะกลับไปวางไข่ที่บ้านเกิดของตัว


งานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่มีศึกษาพบว่าแซลมอนที่ถูกวิจัยทั้งหมดอพยพกลับมาเพียง 10% ส่วนที่เหลือสูญหายในทะเล สิ่งที่นำทางลูกปลาแซลมอนให้กลับมาวางไข่ได้ถูกต้อง คือกลิ่นเฉพาะของแม่น้ำที่มันเกิดและพฤติกรรมแบบฝังใจในลูกแซลมอนที่เกิดขึ้นทันทีที่มันฟักออกจากไข่ เป็นสิ่งที่ใช้นำทางปลาแซลมอนที่โตเต็มที่จากมหาสมุทรไปยังที่ที่ใช้วางไข่ สารประกอบของกลิ่นนั้นเป็นสารอินทรีย์ ระเหย ( volatile organic substance ) และคุณสมบัติทางเคมียังไม่ทราบแน่ชัด ขณะนี้ยังไม่เข้าใจถ่องแท้ว่า ปลาแซลมอนหาทางมายังปากน้ำได้อย่างไรโดยไม่มีเครื่องหมายใดๆ ในการนำทางมาจากทะเล การทดลองล่าสุดได้ให้ข้อคิดว่า ปลาตัวเต็มวัยได้รับการชักนำจากปรากฏการบนท้องฟ้าเช่น มีดวงดาวเป็นเครื่องนำทางหรือทิศทางหรือตำแหน่งของดวงอาทิตย์เป็นต้นในกรณีนี้ปลาแซลมอนจะมีความสามารถในการจับเวลาเสมือนหนึ่งเป็นนาฬิกาชีวภาพ ( biological clock ) ดังที่พบในสิ่งมีชิวิตอื่นๆ



แหมๆมันก็ต้องมีผิดพลาดกันได้ใครจะไปรู้จริงรู้จังเป็นศิษย์พี่ใหญ่ละคร้า q*020

แต่ที่สองถิงรู้มามันก็เป็นเรื่องจริงอยู่ไม่น้อยเหมือนกันนะคร้า q*012q*012
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

หน้า: 1 ... 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31 32 33 ... 45

 
ตอบ
ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:   Go
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม