หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: จินตนา แก้วขาว ดอกไม้เหล็กแห่งบ้านกรูด  (อ่าน 97 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 8 ม.ค. 12, 17:12 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 
ดอกไม้เหล็กแห่งบ้านกรูด
จินตนา แก้วขาว
ติดคุกใช้หนี้แผ่นดิน
โดย เดชา เวชชพิพัฒน์
สมัยเรียนเธอผู้นี้เคยเป็นนักกีฬากระโดดสูง ความรู้สึกที่ขึ้นไปอยู่จุดเหนือพื้นดินหลายเมตร เมื่อเทียบกับตอนนี้คงไม่ต่างกัน เพราะเธอได้ขึ้นไปอยู่จุดสูงสุดของนักอนุรักษ์ โรงไฟฟ้าไม่สามารถปักเสาได้ในแถวบ้าน ด้วยการเป็นแกนนำต่อต้าน ดำเนินการอย่างห้าวหาญ ตาต่อตา ฟันต่อฟัน จนทำให้ถูกลอบยิงหลายครั้ง ล่าสุดถูกศาลพิพากษาให้จำคุกด้วยคดีป่วนงานเลี้ยงโรงไฟฟ้า ... วันเฉลิมพระชนมพรรษาฯ ที่ผ่านมาเธอได้รับพระราชทานอภัยโทษ จินตนา แก้วขาว ในวันนี้ที่มีความสุขกับครอบครัวอย่างเต็มเปี่ยม นั่งฟังสามีร้องเพลง ดูแลลูกๆ และรับอุปการะเด็ก แถมสดใสสง่างามแบบคนผ่านร้อนผ่านหนาวมาทุกรูปแบบ จึงมีประเด็นทั้งก่อนและหลังถูกจองจำมาบอกเล่า
นักวิชาการทุจริตต่อหน้าที่
“สาเหตุที่พี่กับพวกป่วนงานเลี้ยงโรงไฟฟ้า ข้อแรกคือการต่อสู้เรื่องสิ่งแวดล้อม พี่กับพวกถึงขนาดทำให้สังคมรู้ว่าสิ่งที่รัฐอนุมัติให้ทำโดยไม่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมมันเป็นความผิดพลาด เช่น EIA (Environmental Impact Assessment การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม) เราทำให้กระทรวงวิทย์ฯยอมพักใบอนุญาตของนักวิชาการ เพราะพิสูจน์แล้วว่านักวิชาการกลุ่มนี้ทุจริตต่อหน้าที่ของตน โดยบอกว่าแนวปะการังเป็นหินโสโครก เกิดคำถามว่าคุณเป็นนักวิชาการจริงหรือไม่ ทำไมถึงไม่รู้ แต่ชาวบ้านตาสีตาสารู้ว่านี่คือแนวปะการัง”
อ่านเพิ่มเติมได้ในนิตยสาร Vote ปักษ์หลัง ธ.ค. 2554


noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

add
เรทกระทู้
« ตอบ #1 เมื่อ: 8 ม.ค. 12, 17:40 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

นิตยสารหาซื้อยากแล้ว อ่านต่อจนจบเลยครับ

หกหมื่นล้านกับร้อยเดียว
“ข้อที่สองเป็นเรื่องสิทธิทำกินของชาวบ้าน พี่อาจคิดไม่เหมือนคนอื่น พี่อาจจะนอนตีพุงอยู่บ้านก็ได้ แต่มันเรื่องของพี่ ไม่จำเป็นต้องไปสนใจว่ามีโรงไฟฟ้าแล้วได้กี่หมื่นล้าน พี่เทียบหกหมื่นล้านเทียบกับเงินร้อยเดียวที่พี่มีก็ได้ มันเป็นสิทธิ์ของพี่ที่จะเลือกว่าจะอยู่กับมันหรือไม่ ตรงนี้เป็นวิถี มันเป็นวิถี คนที่ไม่เข้าใจเราก็จะบอกว่ามันเป็นเรื่องที่ต้องพัฒนา แต่พี่ขอยืนยันว่ามันเป็นวิถีที่พี่เลือก เลือกที่จะอยู่อย่างนี้ จะมีรายได้อะไรฉันไม่รู้”
ความไม่ชอบธรรม
“ข้อที่สาม การสร้างโรงไฟฟ้าที่บ้านกรูดไม่มีความชอบธรรม เพราะไม่มีที่ดินเป็นของตนเอง มันเป็นที่ดินสาธารณะที่เราเดินจากถนนใหญ่ลงทะเลได้ อยู่ๆนายทุนก็เอาลวดหนามล้อมหมดทุกด้าน ทั้งด้านทะเล ด้านถนน คำถามคือถนนเส้นเดิมหายไปไหน เขาบอกว่าขอเช่าเต็มจำนวน 9 ไร่ 3 งาน 97 ตารางวา แต่ทั้งหมดมี 11 ไร่ ที่เหลือหายไปไหน ไปจึงศึกษาพบว่ามาตรา 9 คือเรื่องการขอเช่า ระบุว่าหากเป็นระดับจังหวัดต้องไม่เกิน 10 ไร่ ถ้าเกินจากนี้ระดับจังหวัดไม่มีอำนาจในการให้ พี่จึงเห็นว่ามีเรื่องผิดปกติ เรื่องมันจะยุ่งยากขึ้น”
จัดฉากให้นักลงทุนดู
“ข้อที่สี่ คือสัญญาณสัมปทานไฟฟ้า ก่อน 2540 ค่าเงินบาทก็อัตราหนึ่ง หลังก็อัตราหนึ่ง ซึ่งโรงไฟฟ้ารู้ รัฐบาลสมัยนั้นอนุมัติสร้างก่อนประกาศลอยตัวค่าเงินบาทเพียงวันเดียว ทำให้ค่าก่อสร้างสี่หมื่นกว่าล้าน กลายเป็นหกหมื่นกว่าล้าน ตรงนี้แหละที่ไม่เป็นธรรม รวมหลายประเด็นพี่จึงเห็นว่าการจัดเลี้ยงโต๊ะจีนในวันนั้นไม่มีความชอบธรรม เป็นการข้ามหัวชาวบ้าน เกณฑ์คนมาสองหมื่นกว่า มีนักร้องชื่อดังอย่างไมค์ ภิรมย์พร มีตลกคาเฟ่ชื่อดัง ทำให้ใครก็อยากมากินโต๊ะจีน คนพามาก็ได้เงิน พามาได้สามโต๊ะได้เงินสองหมื่น เป็นการจัดฉาก เพราะฉะนั้นพี่จึงต้องยื่นหนังสือบอกว่าอย่าทำ ยื่นหนังสือสามภาษา ไทย อังกฤษ และญี่ปุ่น เพราะไม่อยากให้ถูกลักไก่ แปลผิดเพี้ยน ปรากฏว่านายทุนต่างชาติไม่สนใจหนังสือพี่ เพราะพวกเขาเห็นผู้นำท้องถิ่นเกณฑ์คนมางานเลี้ยงได้เยอะ จึงเข้าใจผิดว่าชาวบ้านเห็นด้วย พี่จึงต้องแก้ไข”
น้ำปลาวาฬ ... คิดได้ไงเนี่ย
“วันที่ 25 มีนาคม 2543 ปลาวาฬบรูด้าเกยตื้น ชาวบ้านก็ฝังไว้ 8 เดือน ซึ่งเป็นระยะเวลาที่เหมาะสมสำหรับเก็บซากไว้ศึกษา แต่ทุกคนลืมคิดไปว่าจุดที่ฝังมันเป็นชายทะเล มันจึงเหมือนการดองเค็มเอาไว้ ทำให้ได้ของเหลวหน้าตาเหมือนมะขามเปียก เหม็นมาก ขุดไปแค่ครึ่งหลุมก็เหม็นจนแทบทนไม่ไหว พี่ได้กลิ่นปุ๊บบอกว่านี่แหละ ซุปปลาวาฬ อาหารจานเด็ดที่พี่จะนำไปร่วมงานเลี้ยง จึงช่วยกันตักได้สามพันถุง นอกจากนี้ก็มีน้ำมันยางเคี่ยวกับดีหมึก ไข่เน่า ตอนนั้นมีแต่คนห้ามว่าอย่าทำ แนะนำว่าแค่ถือป้ายประท้วงหน้างานเลี้ยงก็พอแล้ว แต่พี่เห็นว่ามันไม่ใช่ ระยะห่างจากหน้างานกับในงาน 800 เมตรเป็นไปไม่ได้ที่พวกเขาจะสนใจ วิธีเดียวคือต้องทำให้เกิดความวุ่นวาย ทำให้คนออกเงินชาวฝรั่งชาวญี่ปุ่นเห็นว่าที่นี่มีปัญหา ไม่ต้อนรับโรงไฟฟ้า”

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #2 เมื่อ: 8 ม.ค. 12, 17:41 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

การติดคุกเป็นโอกาสดีที่ได้เรียนรู้
“วันแรกที่เข้าคุกนี่คิดว่าเป็นความฝัน เฮ้ย เราติดคุกแล้วหรือนี่ พอเห็นประตูคุกปิดก็คิดแต่ว่าเราจะเจออะไร จะถูกซ้อมไหม แต่บอกตัวเองว่าถ้ามันจะเจอก็ต้องเจอ เรารู้ว่าเราให้ได้แค่ไหน คุณทำเราได้แค่ไหน อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด พี่ไม่เป็นมวยนะแต่ก็พอมีกำลัง สาวๆในคุกตัวเล็กกว่าพี่หมด คิดว่าคงไม่เลวร้ายกันทั้งคุก ซึ่งพี่พบว่าทั้งหมดเลยนะ ทั้งหมดเป็นคนดี คือเวลาอยู่ในนั้นอย่าไปถามว่าถูกคดีอะไร ดูแค่ปัจจุบันตรงนั้น มีจิตใจขนาดไหน ทุกคนถอดตัวเองหมด ลดอัตตาตัวเอง เพื่อให้เข้ากันได้ หลังออกจากคุกพี่ก็ไปเยี่ยมพวกเขา พี่อยู่ในคุกไม่ได้ใช้เงินเลยสักบาท คนโน้นคนนี้ซื้อของให้ตลอด มีการสลับเวรยามดูแลพี่ตอนเข้าห้องน้ำเพราะมันอยู่สูง พี่จำได้หมดว่าใครช่วยพี่ ดูแลเรา การติดคุกครั้งนี้พี่ถือเป็นวิบากกรรม หลายคนทำผิดอย่างรุนแรงแต่ไม่ติดคุกก็มี การติดคุกครั้งนี้อาจเป็นกรรมเก่าของพี่ นอกจากนี้ พี่ยังมองว่าเป็นโอกาสดีที่ได้เรียนรู้ ได้ประสบการณ์ที่คนอื่นไม่มี เพราะคุกไม่ใช่ที่เที่ยว ถ้าศาลไม่สั่งก็เข้าไปอยู่ไม่ได้ แต่คุกไม่มีผลต่อความเข้มข้นในใจพี่นะ ไม่มีผลเลย เพราะพี่ไม่ใช่อาชญากร พี่รู้ผิดรู้ถูก พี่ไม่รังแกคนอื่น แต่นี่พี่ทำเพื่อส่วนรวม เพราะฉะนั้นจะมาขัดเกลาอะไรพี่ ในเมื่อพี่ไม่คิดว่าตนเองเป็นนักโทษ พี่จึงไม่ยอมนั่งพื้นเวลาคุยกับผู้คุม ไม่ยอมเรียกผู้คุมว่า นาย เหมือนคนอื่น รู้สึกอย่างไรก็ไม่รู้ พี่ไม่ใช่นางทาส”
แม่เธอก็อยากเป็นเหมือนแม่เรา
“ก่อนฟังคำตัดสินพี่คุยกับคนในครอบครัว พี่บอกลูกสาวว่า ถ้าแม่ติดคุกแล้วเพื่อนล้อหรือมีใครว่า ก็ให้บอกไปว่าแม่ไม่ได้ทำผิด แม่ต่อสู้เพื่อชุมชน แม่เธอก็อยากเป็นเหมือนแม่เรานั่นแหละ แต่แม่เธอไม่มีโอกาส บอกให้ลูกพูดอย่างนี้เลยนะ พอไปเรือนจำลูกสาวก็บอกว่าเพื่อนๆให้กำลังใจ พี่จึงเชื่อว่าลูกเราเข้าใจ คนในครอบครัวเข้าใจ พี่ไม่คิดไปถึงขนาดว่าการติดคุกครั้งนี้เป็นเกียรติยศ แต่พี่คิดเพียงว่าเราเป็นฝ่ายติดคุกดีกว่าให้ชาวบ้านติด เพราะถ้าเป็นคนอื่นติดแล้วลูกเมียเขามาชี้หน้าด่าว่าพี่เอาตัวรอด แบบนี้พี่คงอดสูตาย”
กฎหมายสวนทางกับสิทธิมนุษยชน
“กรอบการพิจารณาคดีของเราไม่มีหลักการที่ชัดเจน หลักของกฎหมายคือสันนิษฐานไว้ก่อนว่าจำเลยไม่มีความผิด ถ้าโจทก์ไม่สามารถให้การที่ชี้ไปในทางเดียว ถ้ายังให้การสับสนก็ต้องยกประโยชน์ให้จำเลย แต่สำหรับคดีพี่ โจทก์ให้การอย่างวกวนสับสน ชี้ก็ไม่กล้าชี้ เพราะวันงานเลี้ยงพวกเขามีผลประโยชน์ แต่พอขึ้นศาลมันก็อีกสถานการณ์ ผลประโยชน์ไม่ถึงก็ไม่อยากพูด เช่น ดาบตำรวจดำรงค์ มณีแดง ที่ไล่ยิงพี่มาไม่รู้กี่รอบก็มาเป็นพยานฝ่ายโจทก์ ซึ่งเรารู้ว่าหมอนี่รับจ๊อบมา รัฐธรรมนูญก็ระบุไว้ชัดเจนเรื่องสิทธิมนุษยชน ประเทศเราก็ไปลงนามในสัญญาเรื่องสิทธิมนุษยชนไว้ทั่วไปหมด แต่ไม่เคยนำมาประกอบการพิจารณาขั้นศาล โดยเฉพาะเรื่องนี้ที่มันเกี่ยวกับชุมชนและสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ ผู้ที่จะมาตัดสินคดีต้องมีความรอบรู้มากกว่าบอกว่าผิดหรือถูก กระบวนการยุติธรรมมีหลายขั้นตอน แต่ละขั้นตอนต้องมองอย่างละเอียด ชั้นที่ละเอียดที่สุดคือชั้นพิจารณา เห็นโจทก์ เห็นจำเลย เห็นพยาน เห็นเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง เห็นท่าทีของคนในห้องพิจารณาคดี จึงชี้ว่าเป็นเรื่องของชุมชน ถือว่าศาลชั้นต้นมีความก้าวหน้ามากในเรื่องนี้ ระบุเลยว่าคดีนี้ต้องวินิจฉัยเรื่องสิทธิชุมชน ซึ่งเราไม่ค่อยเห็นนักกฎหมายใช้ปัจจัยแวดล้อมมาพิจารณาในการตัดสิน พี่ต้องโทษครั้งนี้ถือว่าเกิดจากการไม่พิจารณาอย่างรอบด้าน มองแค่ผิดกับถูก ตัดบริบทออกไป มองเพียงว่าพี่บุกรุกเข้าไปในงานเลี้ยง ไม่ได้มองว่าพี่เข้าไปเพราะอะไร ก่อนหน้านี้เกิดอะไรขึ้น ทั้งหมดนี้ถูกตัดออกไปหมด เกิดจากอะไร เกิดจากคนใหญ่คนโตที่พี่เป็นปฏิปักษ์มีความสัมพันธ์กับผู้มีอำนาจชี้ถูกชี้ผิดหรือไม่”

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #3 เมื่อ: 8 ม.ค. 12, 17:42 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

กรณีพี่ทำไมไม่รอลงอาญา
“ประชาชนต้องมีสิทธิ์ในการจับจองทรัพยากร พี่มีสิทธิ์มากกว่าบริษัทยูเนี่ยน บริษัทนี้บอกว่าจะมาซื้อที่ดินในแถบนี้ แต่ก็จับจองไม่ได้ทั้งหมด เพราะมันมีที่ดินของพี่อยู่ด้วย มันมีที่ดินสาธารณะด้วย รัฐธรรมนูญก็ระบุว่าชุมชนมีสิทธิ์ปกป้องทรัพยากร ธรรมชาติ มีสิทธิ์ดูแลรักษาจารีตประเพณีและวัฒนธรรม รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายแม่ ถ้าผู้ตัดสินขาดวิสัยทัศน์ในการพิจารณาบริบทของปัญหา วันนี้ประเทศไทยเจ๊ง เช่น รอลงอาญาของนักการเมืองที่ทำร้ายร่างกาย แต่ไม่รอลงอาญาให้พี่ ทั้งๆที่พี่เป็นผู้รักษาที่ดินสาธารณะได้ไม่ต่ำกว่าเจ็ดไร่ มูลค่าอย่างน้อย 20 ล้าน เป็นสมบัติชาติด้วยนะ นอกจากนี้ยังช่วยให้ประเทศไม่เสียค่าโง่หลายแสนล้านที่ไปลงนามในสัญญา และพี่ยังรักษาสิ่งแวดล้อม รัฐไม่เคยนำตรงนี้มาพิจารณาเพื่อรอลงอาญา”
พี่เปรียบเป็นต้นไม้ใหญ่
“พี่ไม่มีรีสอร์ต พี่ไม่มีร้านอาหาร เพื่อนก็เพื่อนฝูง คนละกระเป๋ากัน เขาค้านโรงไฟฟ้าก็เป็นสิทธิ์ของเขา ถ้าธุรกิจรีสอร์ตจะเติบโตเพราะคัดค้านโรงไฟฟ้ามันก็เป็นเรื่องของเขา เพราะฉะนั้นอย่ามาปล่อยข่าวโง่ๆว่าพี่ทำไปเพราะผลประโยชน์ นอกจากนี้ก็มีอีกเยอะแยะ หาว่าพี่รับเงินจากลาว เพื่อให้ลาวได้สร้างโรงไฟฟ้า อีกข่าวบอกว่ามีบ้านหลังละ 50 ล้านอยู่ในกทม. หาว่าพี่มีรถใช้เป็นสิบๆคัน นั่งรถเบนซ์ ถือกระเป๋าหลุยส์ ทั้งๆที่พี่ไม่มีรถใช้สักคัน มีแต่รถสถานีตำรวจดูแลช่วงรักษาความปลอดภัย หาว่าพี่เป็นกระบอกเสียงให้กลุ่มพลังงานทางเลือกจากยุโรป พี่ไม่รู้จักค่ะ คนแบบนี้มันดีแต่พูด ถามหน่อยว่าคุณทำเพื่อใคร คุณรู้จักฉันดีหรือ พี่ไม่เคยเหยียบตีนออกไปนอกประเทศเลย พูดภาษาอังกฤษก็ไม่เป็น ถ้าพี่เป็นอย่างที่กล่าวหาพี่รวยตายห่าเลย พี่ไม่สนใจหรอก ถ้าเราฟังเสียงนกทุกตัวเราปวดหัวตาย พี่เปรียบเป็นต้นไม้ใหญ่ที่มีคนมาขูดเพื่อขอหวย ทำให้ต้องแสบๆคันๆบ้าง”
สังคมแห่งมิตรไมตรี
“เทียบตอนนี้กับสิบห้าปีที่แล้ว ปัจจุบันบ้านกรูดมีความเป็นสังคมแห่งมิตรไมตรีมากขึ้น ร้อยละ 80 เลยทีเดียว เพราะฝ่ายตรงข้ามไม่มีผลประโยชน์ เมื่อก่อนมันมีผลประโยชน์เข้ามาแทรก ทำให้มองกันไม่ได้เลย เห็นได้จากพยานฝ่ายโจทก์หลายคนไปเยี่ยมพี่ที่เรือนจำ คุณณรงค์ พุกจันทร์ เป็นหนึ่งในผู้ทำโต๊ะจีน ไปเยี่ยมพี่ ขอโทษพี่ คุณสุวัฒน์ กาญจนรัตน์ กำนันสมัยโน้นก็ไปเยี่ยมพี่ ขอโทษพี่ ยอมรับว่าวันนี้เขาทำรีสอร์ต เห็นประโยชน์จากสิ่งแวดล้อมที่ดี กำนันสมหมาย ปานทอง ที่เคี่ยวกันมาก ชนิดที่ว่าเจอกันแทบยิงกันตายก็ไปเยี่ยมพี่ที่เรือนจำ คุณบุญธรรม แดงเครือ นายกฯอบต.ก็ไปเยี่ยมพี่ที่เรือนจำ เหล่านี้ถือว่าพี่ชนะ อดีตศัตรูไปหาเราถึงเรือนจำ”
ยอมติดคุกเพื่อไม่ให้ชาวบ้านติดคุกมลพิษ
“ถ้าวันนี้ถ้ามีโรงไฟฟ้าพวกเราต้องอยู่กับสิ่งแวดล้อมที่เลวร้าย เราไม่มีอากาศดีๆให้หายใจ วันที่โรงไฟฟ้าทำ EIA เขาบอกว่าที่นี่มีค่ามลพิษเท่ากับศูนย์ หมายความว่าเพิ่มได้อีก สามารถรับมลพิษได้อีก พี่ก็บอกว่าในเมื่อมันเป็นศูนย์ก็ดีอยู่แล้ว ต้องเก็บมันไว้สิ เรื่องอะไรจะเพิ่มเพื่อหายใจเอาสารเคมีเข้าปอด พี่ไม่ต้องอยู่ในคุกที่เต็มไปด้วยมลพิษ ชาวบ้านลูกหลานก็ไม่ต้องอยู่ น้ำทะเลก็ไม่เสีย ชาวประมงจับปลาได้เหมือนเดิม สองเดือนที่พี่ติดคุกจึงถือว่าคุ้ม เพราะทุกคนอยู่สบาย บ้านกรูดใสเหมือนเดิม ตัวพี่เองก็ไม่มีอะไรเสียไปมากกว่านี้แล้ว อีกไม่กี่ปีก็แก่ตาย”

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:  ดอกไม้ บ้านกรูด เหล็ก 

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม