หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: "เราจะสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจอีกครั้งหนึ่งได้หรือไม่"มาเสนอความเห็นร่วมกัน..  (อ่าน 1319 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 21 ม.ค. 12, 06:34 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

"เราจะสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจอีกครั้งหนึ่งได้หรือไม่" ช่วยกันเสนอความคิดเห็นเข้ามาอย่างสร้างสรร์เพื่อเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป

ท่านสมาชิก ท่านผู้มีเกียรติ ท่านผู้อ่านและประชาชน ต้องการให้รัฐบาลบริหารประเทศและ ทำอะไรบ้างในทิศทางหรือเป้าหมายที่ถูกต้อง
ให้ท่านช่วยเสนอแนะอย่างสร้างสรรค์เข้ามา เพราะขณะนี้ มี ส.ส.ของพรรคร่วมรัฐบาลหลายพรรคต้องการความคิดสร้างสรรค์จากท่านอยู่ว่า จะให้ท่านเหล่านั้น ดำเนินการร่วมกับฝ่ายค้าน ช่วยกันบริหารประเทศและทำอะไรบ้าง ช่วยกันออกความคิดเห็นกันเข้ามา ฝ่ายรัฐบาลจะได้ทำงานได้ถูกวิธีและตรงกับเป้าหมายที่วางไว้และเพื่อเป็นการส่งเสริมประชาธิปไตย

ในการเรียนรู้ร่วมกันอีกทางหนึ่งร่วมกัน โดยให้ทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านมีจุดมุ่งหมายเดียวกันให้ชาติไทยเรากลับมายิ่งใหญ่ และเข้มแข็งอีกครั้งหนึ่งเป็นขุนพลทางด้านเศรษฐกิจในเอเซีย เพราะอีก 3 ปี อาเชี่ยนจะรวมกันเป็นหนึ่งเดียว ประชาชน ต้องทำอย่างไรบ้าง ยังไม่มีใครทราบเลยว่าประชาชนต้องทำตัวอย่างไร เราได้ประโยชน์หรือเสียประโยชน์อย่างไร ให้ช่วยกันเสนอแนะกันเข้ามา ส.ส.ของฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาลจะร่วมเสนอความคิดเห็นเข้ามาได้เช่นกัน กระทู้นี้เป็นกระทู้เปิดกว้างสำหรับท่านทุกคน เรามาร่วมมือกันใช้สิทธิ์และเสียงในการเสนอความคิดเห็นร่วมกันโดยไม่มีสีเข้ามาเกี่ยว เพราะทุกคนนั้นเป็นคนไทยด้วยกันและคนไทยต้องมีความรักสามัคคีรวมใจเป็นหนึ่งเดียวเท่านั้น......



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

Tags:
Guest
เล่าปี่
เรทกระทู้
« ตอบ #1 เมื่อ: 21 ม.ค. 12, 16:04 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ได้ทำไมจะไม่ได้ สติปัญญาคนไทยไม่ได้ด้อยกว่าชาติใหนหรอก ให้เวลาไม่เกินสามปีด้วยซ้ำ ถ้าไม่มีอุบัติภัยตามธรรมชาติหรืออุบัติภัยที่เหนือธรรมชาติมาแทรกแซง เรื่องวิธีการบริหารหรือทิศทางบริหาร ไม่จำเป็นต้องแนะนำหรือชี้ทิศทางอะไรหรอก ฝีมือไม่ได้แตกต่างกันเท่าไหร่ ไม่ว่าฝ่ายใหน ใช้ได้ในระดับดีทั้งนั้น แต่ที่บางชุดประสบความสำเร็จบางชุดประสบความล้มเหลว เพราะมีหรือขาดหัวใจสำคัญของการบริหารไปสองข้อ

ข้อแรก จะบริหารไปในทิศทางไดก็แล้วแต่ ที่เห็นว่าน่าจะเป็นผลดีต่อประเทศมากที่สุดในสภาวะนั้นๆ อย่ายึดติดตายตัวต้องพลิกแพลงไปตามสภาวะโลก ผู้บริหารทั้งชุด ต้องมีความจริงใจต่อการบริหารประเทศโดยไม่อะไรเคลือบแฝงอยู่ในการบริหารนั้น ตรงไปตรงมา ไม่มีเห็นแก่พวกพ้อง เห็นแก่ผลประโยชน์ส่วนตัวบุคคลที่ไม่ใช่ส่วนรวม ไม่มีการทุจริต เบียดบัง ฉ้อโกง กินตามน้ำ เหนือน้ำ ไต้โต๊ะ บนโต๊ะ ไดๆทั้งนั้น ทุกอย่างต้องมุ่งประชาชนทั้งประเทศเป็นหลัก ห้ามมุ่งเพื่อตัวบุคคลหรือกลุ่มบุคคล ทุกกรณี

ข้อสอง ทุกทิศทางในการบริหาร ไม่ว่าจะโครงการไดๆ ให้เริ่มจากส่วนล่างมาก่อน เพราะส่วนล่างเป็นฐานของทุกเรื่องทุกอย่างทุกโครงการ และเป็นฐานรองรับประเทศด้วย อย่าเริ่มจากบนลงล่าง เพราะน้ำหนักจากบนจะทับลงฐานล่าง ไม่นานก็พังทั้งเรื่องทั้งโครงการนานไปก็พังทั้งประเทศ ไม่ว่าเรื่องได เมื่อเริ่มจากฐานเป็นหลัก ฐานที่แข็งแรงก็จะเสริมสร้างส่วนบนให้แข็งแรงขี้นมาเอง จำไว้ ลดการกดขี่ กดทับฐานชั้นล่าง เพื่อให้เขาได้สร้างชั้นบนให้แข็งแรงมั่นคง อย่าฟังเสียงทักทวงจากชั้นบนมากนัก เขาย่อมรักษาผลประโยชน์ของเขาโดยความเห็นแก่ตัวเป็นธรรมดา อะไรพังเขาก็ไม่เดือดร้อน กอบโกยได้มากพังเขาก็ไปประเทศอื่น เขาไม่ด้อยู่ที่นี่ชั่วนาตาปีเหมือนคนไทย

ข้อผิดพลาดของรัฐบาลที่แล้วก็สองข้อนี้ ที่จริงโครงการก็ดีๆทั้งนั้น แต่บุคคลากรที่บริหารไม่ได้มีความจริงใจทั้งต่อประเทศชาติและประชาชนเลย จึงพังไม่เป็นท่าทุกเรื่อง มุ่งแต่ประโยชน์ตนและพวกพ้องมากไป รักษาอำนาจโดยไม่รักษาประเทศมากเกินไป ยังไงก็ไปไม่รอด ชื่อแต่ละโครงการที่ใช้บริหารประเทศมุ่งลงสู่ชั้นล่างเกือบทั้งหมดก็จริง แต่ผลประโยชน์ที่เกิดกลับกระจุกตัวอยู่เฉพาะชั้นบน หลายเรื่องยังเป็นปัญหาคาราคาชังอยู่จนถึงทุกวันนี้ เพราะขาดความจริงใจในการบริหาร และไม่มุ่งให้เกิดผลดีแก่ฐานล่างของประเทศนั่นเอง
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #2 เมื่อ: 22 ม.ค. 12, 09:21 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

การสร้างความมั่นคงมั่งคั่งให้กับประเทศชาติและประชาชน จะเกิดขึ้นได้เมื่อเรามีประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ มีรัฐบาลที่เป็นของประชาชนอย่างแท้จริงเท่านั้น รัฐบาลเผด็จการหรือเผด็จการซ่อนรูป จะไม่ยอมให้ประเทศชาติเจริญ ไม่ยอมให้ประชาชนมีการศึกษาที่ดี ไม่ให้พ้นจากความยากจน เพราะถ้าประชาชนฉลาดและไม่ยากจน เผด็จการก็จะปกครองได้ยาก


noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
ชาวสวนยาง
เรทกระทู้
« ตอบ #3 เมื่อ: 23 ม.ค. 12, 15:53 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เราเคยส่งออกยางอันดับที่ 1 ในราคา 150- 160 บาท แต่ปัจจุบันราคาตกลงมาเหลือแค่ 70 กว่าบาท เท่านั้น ชาวสวนยางเครียดกันหมดเลยครับ
รัฐบาลช่วยเหลือด้วยครับ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
คนโดนน้ำท่วม
เรทกระทู้
« ตอบ #4 เมื่อ: 24 ม.ค. 12, 14:42 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ผมเชื่อว่าเศรษฐกิจที่ดีจะเกิดขึ้นจากศักยภาพในการแข่งขันของภาคธุรกิจ และ ภาคประชาชน ที่สูงกว่าประเทศคู่แข่งเป็นสำคัญ ซึ่งประเทศไทยเราได้เปรียบในเรื่องทรัพยากรธรรมชาติอยู่แล้วในเบื้องต้น ดังนั้นสิ่งที่จำเป็นต้องทำก็คือ หาวิธีการใช้ทรัพยากรนั้นให้มีประโยชน์สูงสุด ซึ่งเป็นที่โชคดีว่าในสังคมของการสื่อสารไร้พรมแดนนั้น ความรู้ใหม่ๆนั้นสามารถถูกค้นพบ และ นำมาแบ่งใช้ได้อย่างรวดเร็วโดยมีต้นทุนที่ต่ำลงกว่าสมัยก่อนแล้ว ผมคิดว่ารัฐบาล ควรมีการดำเนินการดังนี้
1. จัดตั้งหน่วยงานหลักในการรวบรวมความรู้ และ การค้นพบใหม่ๆ จากทุกประเทศในวงกว้างที่สุด เพื่อนำมาศึกษาอย่างจริงจัง และ จัดระเบียบให้ง่ายต่อการนำมาใช้จริง ซึ่งหัวข้อที่ควรมีการรวบรวมความรู้นั้นได้แก่
1.1. ความรู้ด้านการแพทย์ และ เภสัชศาสตร์
1.2. ความรู้และเทคโนโลยีที่มีการคิดค้นใหม่ๆ เกี่ยวกับ Machinery และ Tooling สำหรับวงการอุตสาหกรรมต่างๆ และ เทคนิคการแปรรูปสินค้าต่างๆที่มีวัตถุดิบจากธรรมชาติ
1.3. ความรู้และเทคโนโลยีด้านสิ่งแวดล้อม และ การ Recycle
1.4. แนวคิดใหม่ๆ ทางการตลาดโดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับการบริโภคของมนุษย์ในวงกว้าง ซึ่งจะมีประโยชน์ 2 ทางคือ รู้ว่าตลาดอนาคตจะเป็นเช่นไรทำให้ลงทุนได้อย่างเหมาะสม และ เมื่อผสานความรู้ในเรื่องนี้เข้าด้วยกันได้อย่างหลากหลายและสร้างสรรค์ ธุรกิจต่างๆจะสามารถสร้างรูปแบบการบริโภคใหม่ที่เป็นเอกลักษณ์ได้ซึ่งเท่ากับเป็นการสร้างสถานภาพผู้นำตลาดขึ้นได้ในระยะยาว
1.5. ความรู้ใหม่ๆเกี่ยวกับ Research Methodology ที่เป็นสากลของวงการต่างๆ (จำเป็นอย่างสูงเนื่องจากเทคโนโลยี และ การค้นพบใหม่ๆ ล้วนต้องการระเบียบวิธีวิจัย และ ระเบียบวิธีการตรวจประเมินที่ทันสมัยมากขึ้นกว่าเดิมด้วย การมีข้อจำกัดทางความรู้ด้านนี้จะทำให้การคิดค้นใหม่ๆ ไม่สามารถเกิดขึ้นหรือแม้เกิดขึ้นก็ไม่มีผู้ใดสามารถรับรองให้ได้ ท้ายที่สุดภูมิปัญญาเหล่านี้จึงกลายเป็นสมองไหลไปในที่สุด
1.6. ความรู้ใหม่ๆ ในด้านเทคนิคการเลี้ยงดูเด็ก และ เทคนิคการสอนที่ทันสมัย เพื่อให้เยาวชนของชาติมีคุณภาพดีขึ้นโดยมวลรวม และ เปิดโอกาสให้พรสวรรค์ของเยาวชนได้ถูกใช้งานอย่างเหมาะสม
ในข้อ 1 เน้นที่การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานภายในประเทศเป็นหลัก

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
คนโดนน้ำท่วม
เรทกระทู้
« ตอบ #5 เมื่อ: 24 ม.ค. 12, 15:13 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

2. ในส่วนที่เกี่ยวกับกลไกการทำงานของภาครัฐควรทำดังนี้ (ประเด็นที่เกี่ยวข้องระหว่างภายนอกและภายใน)
2.1. การทำ Standardization ในเรื่องระบบที่เกี่ยวกับงานด้านการนำเข้าส่งออก, ระบบพิกัดศุลกากร, ข้อบังคับเกี่ยวกับสินค้าเข้าออก, ตลอดจนระบบเอกสาร และ แบบฟอร์มระบบเอกสารที่เป็นสากลที่สามารถอ้างอิง และ แปลได้ในทุกภาษาที่ต้องการ และ หน่วยงานของรัฐต้องมีระบบแปลภาษาที่ดีพอในระดับภาษาธุรกิจไม่ใช่แค่ระดับภาษาทั่วไป นอกจากนี้กฏระเบียบที่เกี่ยวกับการเคลื่อนย้ายแรงงานก็ถือเป็นเรื่องที่ต้องเร่งดำเนินการด้วยเช่นกัน
เหตุผล: ในทางธุรกิจนั้นเวลาเป็นสิ่งสำคัญ ทางผู้ประกอบการต้องการระบบบริหารที่มีความชัดเจน และ กระชับ ดังนั้นกระบวนการทำงานจะต้องมีการ Simplify ให้สั้น และ มีประสิทธิภาพสูงเป็นหลัก นอกจากนั้นยังต้องลบล้างความสับสน อันเกิดจากของการสื่อสารจากต่างภาษา ต่างวัฒนธรรมอีกด้วย ซึ่งเรื่องนี้ทางรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องทำให้ได้โดยเร็ว2.2. การพัฒนาประสิทธิภาพของระบบการขนส่งมวลชน และ ขนส่งอุตสาหกรรมให้มีความรวดเร็ว และ ปลอดภัยมากขึ้น โดยเฉพาะระบบขนส่งสินค้าทางเรือ + ท่าเรือ และ ระบบรถไฟ เพื่อช่วยลดต้นทุนให้แก่ผู้ประกอบการอีกทางหนึ่ง
เหตุผล : การขนส่งที่รวดเร็วช่วยประหยัดเวลาได้มาก และ ทำให้ธุรกิจมีการสูญเสียโอกาสที่น้อยลงได้ อีกทั้งต้นทุนความเสี่ยงต่างๆจะลดลงด้วยเช่นกัน
2.3. การดำเนินการเกี่ยวกับสัญญาด้านการค้าตามแนวชายแดนระหว่างไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน รวมไปถึงการจัดวางโมเดลของ Multi National Trade-Route อย่างเป็นระบบมากขึ้น เช่น ระเบียบการขนส่งตู้สินค้าผ่านพรมแดนไทย-ลาว, ไทย-เขมร, ฯลฯ หรือ โมเดลช่องทางการจัดส่งสินค้าที่เกี่ยวโยงหลายประเทศ อาทิ จากภาคใต้ของเวียดนามไปยังบังกลาเทศ, จากมาเลเซียไปลาว เป็นต้น
เหตุผล : เส้นทางการค้าต่างๆพึงถูกตรวจสอบเพื่อสร้างแผนนำร่องโดยรัฐเพื่อตรวจสอบความเป็นไปได้ในการดำเนินการ เพื่อให้รัฐสามารถให้ข้อเสนอแนะแก่ผู้ประกอบการทั้งในและต่างประเทศได้อย่างถูกต้อง เนื่องจากในภูมิภาคอาเซียนนั้นประเทศไทยอยู่ในเขตใจกลางจึงเป็น Hub ของภูมิภาคอยู่แล้ว
*การศึกษาในเรื่องนี้สามารถดูตัวอย่างพื้นฐานได้จากสถาบัน AOTS ญี่ปุ่น ในหัวข้อเรื่อง ลุ่มน้ำโขงอินเดีย และ การศึกษาต่อเนื่องอื่นๆ ครับ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
คนโดนน้ำท่วม
เรทกระทู้
« ตอบ #6 เมื่อ: 24 ม.ค. 12, 15:35 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ในหัวข้อที่ 3 ขอเสนอความเห็นเกี่ยวสิ่งที่รัฐบาลพึงกระทำเพื่อสร้างความได้เปรียบให้แก่ผู้ประกอบการไทยในการขยายการลงทุนในต่างประเทศ
1. สืบเนื่องจากหัวข้อที่ 1 ว่าด้วยการรวบรวมความรู้ทางการตลาด และ รูปแบบการบริโภคของประชาชน รัฐบาลจะต้องมีหน่วยงานที่ทำหน้าที่ในการวิจัยข้อมูลเหล่านี้อย่างจริงจังร่วมกับผู้ประกอบการไทย ทั้งด้านสังคมศาสตร์, การตลาด, จิตวิทยา ศาสนา และ วัฒนธรรม เพื่อทำความเข้าใจกับตลาดต่างประเทศอย่างลึกซึ้ง
เหตุผล : ความเข้าใจที่ลึกซึ้งเกี่ยวกับผู้บริโภคจะทำให้สามารถนำเสนอ Package ของผลิตภัณฑ์ต่างๆให้แก่ตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพและตรงประเด็น ซึ่งจะทำให้สินค้าไทยมีบทบาทในฐานะสินค้าที่ผู้นำการบริโภคในสังคมนั้นๆ ต้องการ ซึ่งหากมีการใช้สื่อโฆษณาอย่างถูกหลักแล้วอาจทำให้รูปแบบการบริโภคสินค้าไทยกลายเป็นเอกลักษณ์ และ จุดขายที่ถาวรได้ หรือ อาจจะเรียกได้ว่าประเทศไทยจะมีอาณานิคมทางเศรษฐกิจเล็กๆได้ในต่างแดน ไม่ต่างกับกรณีไชน่าทาวน์ หรือ อินเดียนทาวน์ในประเทศอเมริกาซึ่งมีรูปแบบการบริโภคที่เป็นเอกลักษณ์ของตนเอง
2. รัฐบาลจะต้องดำเนินการทำวิจัยอย่างจริงจังเกี่ยวกับศักยภาพด้านแรงงาน และ ประชากรของต่างชาติ ที่ผู้ประกอบการไทยจะไปลงทุน ว่ามีศักยภาพมากน้อยแค่ไหน ทั้งในเชิงลึก และ เชิงกว้าง รวมทั้งปัจจัยเสี่ยงอันเกิดจากความแตกต่างทางวัฒนธรรมซึ่งมักกลายเป็นประเด็นเปราะบางได้เสมอสำหรับธุรกิจข้ามชาติ
เหตุผล : การลงทุนในตลาดต่างประเทศนั้นปัจจัยด้านแรงงานมีความสำคัญอย่างสูง ดังนั้นการวิจัยด้านแรงงานจึงมีความสำคัญแต่เรื่องวัฒนธรรม และ ศาสนาก็นับเป็นประเด็นที่สำคัญที่ผู้ประกอบการต้องให้ความสำคัญอย่างสูงเพื่อไม่ให้เกิดภาพลักษณ์ที่เป็นลบในสายตาเจ้าของประเทศได้ ในเรื่องนี้รัฐบาลพึงทำการศึกษาอย่างจริงจังเพื่อให้ข้อมูลและโอกาสเหล่านี้กับประชาชน
"โดยรวมผมเชื่อว่าการพัฒนาศักยภาพของประเทศและโอกาสในการแข่งขันเป็นทางเลือกที่ Win-Win มากที่สุดในเวลานี้ สำหรับความมั่นคงทางเศรษฐกิจของไทยปัจจุบัน"

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #7 เมื่อ: 26 ม.ค. 12, 10:38 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เกษตรกรมันสำปะหลังก็เป็นพืชอีกชนิดหนึ่งที่ส่งออกมากแต่ราคาตก จึงมีการประท้วงที่ทำเนียบเกิดขึ้นดังนี้

เกษตรกรสาวบุกทำเนียบ ลงทุนแก้ผ้าประท้วงรัฐบาล จี้หยุดรับจำนำมันสำปะหลัง ชี้เกษตรกรไม่ได้รับผลประโยชน์ที่แท้จริง

(26 ม.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่หน้าทำเนียบรัฐบาล วานนี้ (25 ม.ค.) น.ส.พัชริดา กีรตินพดล อายุ 40 ปี อาชีพเกษตรกรทำไร่มันสำปะหลัง จากอ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา ได้เดินทางมาประท้วงรัฐบาล โดยสวมใส่แต่เพียงชุดชั้นใน พร้ืือมถือป้ายระบุข้อความ "เกษตรกรไพร่ จบปริญญาตรี มาประท้วงให้หยุดโครงการรับจำนำมันสำปะหลัง หยุดบิดเบือนกลไกทางการตลาด"

น.ส.พัชริดา กล่าวว่า ได้ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองกลางสูงสุด เมื่อวันที่ 23 ม.ค.ที่ผ่านมา เพราะเดือดร้อนและเสียหายจากมติ ครม.สัญจรที่ จ.เชียงใหม่ ที่เห็นชอบอนุมัติโครงการรับจำนำมันสำปะหลัง 10 ล้านตัน โดยเห็นว่าโครงการนี้ไม่สามารถแก้ปัญหาราคามันสำปะหลังตกต่ำได้อย่างทั่วถึงและเป็นธรรม พร้อมขอเรียกร้องต่อนายกฯ ให้รัฐบาลยกเลิกโครงการนี้ เพราะเกษตรกรไม่ได้รับผลประโยชน์ที่แท้จริง รัฐบาลควรหาทางเลือกอื่นที่ดีกว่านี้ ทั้งนี้ศาลปกครองกลางได้รับเรื่องร้องเรียนของตนไว้แล้ว จึงขอให้รัฐบาลนำเรื่องดังกล่าวหารือในที่ประชุมครม.ครั้งต่อไปโดยเร็ว

น่าเห็นใจชาวเกษตรกรรัฐบาลต้องรีบช่วยเหลือเป็นการด่วน....



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #8 เมื่อ: 26 ม.ค. 12, 10:45 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

สมาชิกในบอรด์ได้แสดงทัศนะดังนี้

ราคามันสำปะหลังก็ตกต่ำอย่างที่เธอพูดจริงๆแหละคนสมัยใหม่ที่ไม่เคยปลูกหรือไม่ใช่เกษตรกรก็คงไม่เข้าใจหัวอก เราลงทุนลงแรงเราก็คิดจะหวังผลกำไรบ้างแต่รัฐบาลยุคนี้กลับมองไม่เห็นคุณค่าของพลังงานเกษตรมีแต่กดราคาพืชผลทางการเกษตร แต่ค่าครองชีพ ค่าน้ำมัน ค่าแก็ส กลับเพิ่มขึ้น มันสวนทางกันรัฐบาลบอกว่าต้นทุนการผลิตมันสูงเลยต้องขึ้นราคา แต่มันสำปะหลัง เป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตเอทานอลกลับราคาตกต่ำ แย่จริง คนที่ไม่ใช่เกษตรกรคงไม่เข้าใจ เห็นด้วยกับเจ๊ ถ้าเจ๊มาชวนก็คงจะไปเป็นกำลังใจให้เจ๊ด้วย รัฐบาลยุกนี้ไม่รู้คิดได้ยังไง

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #9 เมื่อ: 31 ม.ค. 12, 15:35 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

กฎและกติการ่วมกัน จะต้องเสนอแนะความรู้อย่างสร้างสรรค์ไม่กล่าววาจาที่ไม่สุภาพหรือรุนแรงไม่ทำให้เว็บสนุกหรือบุคคลเสียหาย ข้อความที่ไม่สุภาพจะถูกคัดออก ตามกฎและกติการ่วมกันและจะไม่กล่าวถึงสถาบันสูงสุดเป็นที่เคารพของประชาชน.....จะต้ัองเสนอความคิดเห็นที่สร้างสรรค์และมีประโยชน์ต่อรัฐบาลและฝ่ายค้าน สมาชิกสภาผู้แทนทุกท่านจะได้นำความคิดเห็นของประชาชนไปทำหน้าที่ของท่านให้เป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนทุกๆคนต่อไป.....



ขอขอบตุณทุกท่านที่ร่วมกันแสดงความคิดเห็นที่สร้างสรรค์เข้ามา...
ผู้ที่ร่วมแสดงความคิดเห็นที่ดีและสร้างสรรค์เข้ามา ท่านส.ส.อันทรงเกียรติทุกท่านคงดูกระทู้นี้อยู่ เชิญร่วมกันแสดงความคิดเห็นที่สร้างสรรค์เข้ามา ต้องการให้ รัฐบาลบริหารประเทศให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างไรบ้าง หรือท่าน ส.ส.หากดูอยู่และอยากจะแสดงความคิดเห็นเข้ามาตอบกระทู้หรือเสนอผลงานของท่าน ก็สามารถเสนอเข้ามาได้ หัวข้อนี้เปิดกว้างสำหรับทุกๆคนครับ....และขอเชิญอาจารย์และนักวิชาการมาร่วมฟังความคิดเห็นร่วมกันและร่วมเสนอเป็นความรู้ที่เป็นประโยชน์ต่อไป ทุกฝ่ายต้องมาช่วยกัน....



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #10 เมื่อ: 1 ก.พ. 12, 16:27 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ยิ่งลักษณ์ แจงเสียงสั่นน้ำตาคลอ ยันจำเป็นต้องออกพ.ร.ก.เงินกู้ ฟื้นฟูประเทศ ชี้นักลงทุนเตรียมเผ่นหนี วอนอย่านำมาเป็นประเด็นการเมือง

(1 ก.พ.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้เดินทางมาร่วมงานสัมมนา "ถอดรหัสจีดีพีปี 55" ซึ่งจัดโดยสมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ ที่ห้องนภาลัย โรงแรมดุสิตธานี โดยน.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้ขึ้นกล่าวปาฐกถาพิเศษบนเวทีในหัวข้อ "มุมมองเศรษฐกิจปี 55" มีใจความสรุปว่า รัฐบาลตั้งเป้าผลักดันให้เศรษฐกิจปี 55 ขยายตัวได้ถึง 5% ซึ่งเชื่อว่าเศรษฐกิจทุกภาคจะฟื้นตัวกลับสู่ปกติภายในไตรมาส 2/55 หลังจากได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยครั้งใหญ่ในปี 54

หลังจากกล่าวปาฐกถามเสร็จ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ฝ่ายค้านเตรียมยื่นตีความ พ.ร.ก. 2 ใน 4 ฉบับ ของ พ.ร.ก.เงินกู้ ว่า พร้่อมชี้แจงเพราะเรื่องนี้เป็นการทำตามหลักการและเหตุผล โดยที่ผ่านมาประเทศเสียหายหนักจากอุทกภัย เงินที่มีอยู่ไม่สามารถนำมาใช้ได้ทันทีและไม่เพียงพอ รัฐบาลจึงต้องเร่งตัดสินใจเพราะหากล่าช้าออกไปอาจส่งผลกระทบต่อนักลงทุน จึงเรียกร้องอย่ามองเรื่องนี้เป็นประเด็นเรื่องการเมืองและขอโอกาสให้รัฐบาล ได้ทำงานอย่างเต็มที่

เมื่อถามว่าฝ่ายค้านออกมาพูดท้าทายว่าหาก พ.ร.ก. 2 ใน 4 ฉบับขัดรัฐธรรมนูญ รัฐบาลต้องแสดงความรับผิดชอบอย่างใดอย่างหนึ่ง น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ และมีน้ำตาคลอว่า "ดิฉันไม่ขอพูดเรื่องความท้าทาย เพราะวันนี้เราไม่ได้อยู่ในลักษณะของการมาท้าทาย และใช้ทิฐิต่อกัน แต่สิ่งที่ต้องการคือการกอบกู้เศรษฐกิจกับประเทศ ดิฉันว่าเราไม่มีเวลาแล้วที่จะมาต่อสู้กับแบบนี้ แต่เราต้องมีเวลาต่อสู้กับภาวะที่จะเกิดขึ้น ถ้าเราไม่ทำโอกาสหรือสิ่งที่เรามีอยู่ก็จะหายไป นักลงทุนที่ดิฉันไปพบหลายประเทศในวันนี้ ก็เริ่ม 50 ต่อ 50 ว่าจะลงทุนในเมืองไทยหรือไม่ ดิฉันขอบอกว่าเราทำหน้าที่อย่างเต็มที่ และจะชี้แจงทุกกระบวนการ"

ข้อมูลจากเว็บสนุก



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Tags:  

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม