หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: เชื่อหรือไม่คนไทย มีหนี้ที่ตัวเองไม่ได้ก่อ  (อ่าน 31063 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 26 เม.ย. 12, 16:58 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

แ ม้ว่าหัวข้อกระทู้จะดูเหมือน พวกธรุกิจขายตรง แต่ไม่ใช่นะครับเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ พี่ที่ทำงานเล่าให้ฟัง

ผมเขียนขึ้นจากความทรงจำ ผิดพลาดตรงไหน รบกวนผู้รู้แก้ไขด้วยนะครับ
ผมอยากให้มันสมบรูณ์ที่สุด
เป็นเรื่องที่ค่อนข้าง น่าหดหู่ใจสักนิดหนึ่ง โปรดทำใจก่อนอ่าน

เชื่อหรือไม่ เราคนไทยมีหนี้ที่ไม่ได้ก่อ เฉลี่ยคนละประมาณ 48/วัน/คน

เรื่องนี้มายังไง ต้องเท้าความไปในอดีต ค่อนข้างไกลสักหน่อย
ตอนปี1993 เราควบคุมค่าเงินบาทอยู่ พูดง่ายๆก็คือ 25/1ดอลล่าห์จะไม่มีการเปลี่ยนแปลง นโยบายแบบนี้เรียกว่าการปิดกั้นทางการเงิน ไปกู้ต่างประเทศก็ค่อนข้างจะยาก เพราะเนื่องจากนโยบายที่ปิดกั้น

แต่ทีนี้ใครสักคนในรบ. เล็งเห็นว่า ฮ่องกงในขณะนั้น กำลังจะกลับคืนสู่จีนในปี 2000 (ฮ่องกงเป็นศูนย์กลางทางการเงินเอเซีย)

เราเลยคิดการใหญ่ เป็น ศูนย์กลางทางการเงินเอเซียแทนฮ่องกง

ก็เลยออก นโยบาย ปล่อยเสรีทางการเงิน ทำให้เอกชนสามารถเข้าไปกู้เงินจากต่างประเทศได้โดยสะดวก ทีนี้ก็กู้กันใหญ่ เพราะดอกมันต่างกันมาก กู้ในประเทศ ดอกอยู่ที่ประมาณ 13-17% กู้ต่างประเทศดอก 5 ก็เลยมีการกู้ต่างประเทศมาแล้วปล่อยในไทย กินส่วนต่างตรงนี้

เศรษฐกิจพุ่งพรวด อสังหาริมทรัพย์ ผุดเป็นดอกเห็ด ตลาดหุ้นโตวันโตคืน จนมีคนกล่าวว่า
ประเทศไทยกำลังเป็นเสือตัวที่ห้า แห่งเอเชีย

และแล้ว ฝันก็สลายลง ในหายนะครั้งใหญ่ของประเทศที่เรียกว่า วิกฤติการต้มยำกุ้ง

ปี 2540 การมาถึงของ จอร์จ โซรอส กลุ่มทุนของนายคนนี้โจมตีค่าเงินบาท จนชนะ
ทำให้ค่าเงินบาทต้องประกาศลอยตัว (ที่น่าเจ็บปวดก็คือ มีคนไทยสองกลุ่มร่วมด้วย)
ผลของความพ่ายแพ้ ในครั้งนั้น เงินทุนสำรองที่มีอยู่กว่า3หมื่นล้าน เหรียญ เหลือแค่ 2800 ล้าน รบ.ขณะนั้นต้องประกาศค่าเงินบาทลอยตัว

เงินบาท จากที่25/1 กลายเป็น 50/1 หนี้ที่เอกชนไปกู้ไว้เพิ่มเป็นสองเท่าในพริบตา ซึ่งส่วนใหญ่ที่ไปกู้ไว้เป็นหนี้ระยะสั้นคือมีกำหนดใช้ให้หมดในประมาณ 5 ปี

ก็เจ๊งสิครับพี่น้อง ไม่มีเงินใช้เขา ถูกฟ้องล้มละลายกันทั่วหน้า ทุกวันนี้ยังมี ซากแห่งความพ่ายแพ้ ในรูปแบบตึกที่สร้างไม่เสร็จอยู่เลย คนตกงานเป็นล้านๆคน ค้าขายกับต่างประเทศไม่ได้

เพื่อแก้ไข รบ.ในขณะนั้นต้องเข้าไปอุ้มหนี้เอาไว้ เพราะไม่งั้นจะไม่มีเครดิต เวลาไปค้าขายต่างประเทศ

และหนี้ที่ขึ้นในตอนนั้น มีมูลค่าประมาณ 1300ล้าน ล้านบาท
บางคนอาจจะคิดว่า ผมพิมพ์ผิดหรือเปล่า ไม่ผิดครับ เลขศูนย์มีทั้งหมด 14 ตัว ย้ำอีกที 1300ล้านล้านบาท

ในเมื่อไม่มีเครดิต รบในขณะนั้นทำยังไง ไปกู้ใครเขาก็ไม่ให้เพราะไม่มีเครดิต ก็เลยต้องไปกู้กองทุนระหว่างประเทศ
หรือที่เราเรียกว่า IMF นั่นเอง (เพื่อมาโปะหนี้ตรงส่วนนี้)

และเมื่อมาถึงสมัยของท่านผู้นั้น
และขอยินดีด้วย ท่านผู้นั้น ใช้หนี้ IMF ไปจนหมด เอ้าเฮ ~


แต่!!! อย่าพึ่งดีใจไป เรากู้ไอเอ็มเอฟมานี่ เราใช้ไปแค่ดอก จาก 8000ล้าน ใช้ไป3000 ล้าน

พูดง่ายๆก็คือ เราติดหนี้เค้าอยู่ล้านหนึ่ง ใช้ไปแค่ 3000
เหอๆ ผ่านมาห้า รบ.แล้วยังไม่หมดหนี้เลย
ที่ว่า รบ.ใหม่ ต้องกู้ เพราะ รบก่อนหน้านั้น ใช้เงินไปหมดแล้วไม่เป็นความจริงนะจ๊ะ เราจน มาตั้งนานแล้ว

ทีนี้มันเกี่ยวกับเรายังไง คือต้องเข้าใจก่อนว่าหนี้ที่เกิดขึ้นเนี่ย รบ.กับ ธนาคารกลางแห่งประเทศไทยแบ่งใช้กันคนล่ะครึ่ง

หนี้ที่เกิดขึ้น มันจะมา ในรูปแบบภาษี ดอกเบี้ยเงินฝากที่ ลดลง และดอกเบี้ยเงินกู้ที่มากขึ้น ซึ่งก็คือเราต้องจ่ายหนี้ที่ไม่ได้ก่อนี่ เฉลี่ยแล้วคนละ 48/ วัน / คน (คิดจากคนไทยมีหกสิบล้านคน


บทเรียนจาก วิกฤติครั้งนั้น น่าเสียดายที่ ในบทเรียนไม่เคยมีสอนเลย เด็กรุ่นใหม่ก็ไม่รู้ อย่าว่าแต่เด็กรุ่นใหม่เลย รุ่นกลางเก่ากลางใหม่ (28) อย่างผม ยังไม่ค่อยรู้เลย

ทุกวันนี้เราสอนถึงความเจ็บปวดในครั้งนั้น หรือเปล่า
ผมเห็น เด็กด่าแม่ เพียงแค่เพราะไม่ได้บีบี เรากำลังสอนให้เด็ก เน้นหนักไปทางวัตถุนิยม สอนให้ฟุ้งเฟ้อ โดยไม่คำนึงถึงผลเสียที่จะตามมารึเปล่า
วิกฤติครั้งเราทำกันด้วยน้ำมือของเราทุกคน

น่าเสียดายที่เรา ไม่มีการสอนให้เรียนรู้ถึงข้อผิดพลาด ของตัวเอง
อาห์ ยินดีด้วยประเทศไทย

ที่มา http://www.pantip.com/cafe/social/topic/U11995565/U11995565.html

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #1 เมื่อ: 27 เม.ย. 12, 08:00 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ดีครับ ความรู้เก่า เอามาทบทวนเตือนใจ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #2 เมื่อ: 27 เม.ย. 12, 08:29 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

มันคือความจริงที่ไม่มีทางหนีพ้น เอาไว้สอนและเตือนใจทุกคนด้วย

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #3 เมื่อ: 27 เม.ย. 12, 08:43 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

คนไทย(แท้ๆ)ก็ยังไมค่อยเห็นสมัยนี้ คนที่แก้ไขก้ไม่มี อยากหาวิธีที่จะช่วยได้ม้าขาวก็ไม่อยู่มีคนขี่ไปแล้ว คงต้องดูไปเรื่อยๆว่าไทยยังจะมีรูปร่างเป็นขวานทองหรือเปล่า อยากเห็นคนไทยช่วยกันจริง เรื่องแค่นี้คนไทยคงทำได้ q*014q*014q*014

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
คนไทยครับ
เรทกระทู้
« ตอบ #4 เมื่อ: 27 เม.ย. 12, 08:58 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ขอบคุณครับ ผมก้อหลงคิดว่าใช้หนี้หมดแล้ว
ตอนนี้กระจ่างเลยครับ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
ดักดาน
เรทกระทู้
« ตอบ #5 เมื่อ: 27 เม.ย. 12, 09:47 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ขอบคุณครับ สำหรับหลายคนที่ยังไม่รู้ (โดยเฉพาะพวกแดง) ที่ท่านผู้นั้นชอบโม้ ว่าใช้หนี้ IMF หมดละ แท้จริงมันยังไม่หมด และก็มัวแต่หลงในท่านผู้นั้น.. q*070

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
จริงบางส่วน
เรทกระทู้
« ตอบ #6 เมื่อ: 27 เม.ย. 12, 10:00 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

รุ่งสางของวันที่ 2 กรกฎาคม 2540 เป็นฝันร้ายของใครหลายคน และถือเป็นฝันร้ายของภูมิภาคเอเชียก็ว่าได้ เพราะทันทีที่รัฐบาลพลเอกชวลิต ยงใจยุทธ นายกรัฐมนตรี และนายทนง พิทยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งได้รับการแต่งตั้งเข้ามาเพียง 11 วัน ประกาศลอยตัวค่าเงินบาท ก็นำประเทศเข้าสู่วิกฤตเศรษฐกิจครั้งสำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์ไทย และกลายเป็นวิกฤตเอเชีย รู้จักกันดีในนาม ต้มยำกุ้ง Crisis

โดยในวันแรกที่ประกาศลอยตัว ค่าเงินบาทขยับลงจาก 25 บาทต่อดอลลาร์ อ่อนค่าลงไปอยู่ที่ 32 บาท และลงไปอ่อนค่าสุดถึง 56 บาท เมื่อต้นเดือนมกราคม 2541 และทำให้ดัชนีหลักทรัพย์ดิ่งลงไปเหลือเพียง 207 จุด เท่านั้น

เหตุผลหลัก ที่ไทยต้องประกาศลอยตัวค่าเงิน เพราะเงินทุนสำรองระหว่างประเทศในกระเป๋าของแบงก์ชาติ หดหายไปจำนวนมาก จาก 4 หมื่นล้านเหรียญ เหลือเพียง 800 ล้านเหรียญเท่านั้น หลังถูกจอร์จ โซรอส พ่อมดการเงินโจมตีค่าเงินบาท ระลอกแล้ว ระลอกเล่า ขณะที่หนี้ต่างประเทศก็สูงถึง 130% ของจีดีพี และในจำนวนนี้ ส่วนใหญ่เป็นหนี้ระยะสั้น ดังนั้น เมื่อประกาศลอยตัว ภาระหนี้ก็พุ่งพรวดขึ้นเท่าตัว หลายบริษัทต้องปลดพนักงาน และหลายแห่งต้องปิดกิจการ

วิกฤตเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นทำให้ไทย ต้องเข้ารับความช่วยเหลือทางการเงินจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2540 จำนวน 14,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อนำเงินจำนวนนี้ มาแก้ปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจ และนั้นทำให้หลายคนถึงกับบอกว่า ไทยสูญเสียอธิปไตยทางเศรษฐกิจไปแล้ว

IMF ได้เรียกร้องให้ไทย จัดการภาคการเงินภายใต้กฎเกณฑ์ที่เคร่งครัด ให้ปิดบริษัทการเงินที่มีปัญหา ให้แก้ไขกฎระเบียบเพื่อให้นักลงทุนจากต่างประเทศเข้ามาลงทุนได้สะดวกขึ้น และให้แปรรูปรัฐวิสาหกิจโดยกำหนดให้แปรรูปการบินไทยและบางจากฯภายในปี 2541

การดำเนินนโยบายดังกล่าว ทำให้เศรษฐกิจไทย และคนไทย ยิ่งแย่ลงไปอีก จนทัพนักธุรกิจชั้นนำและบรรดาชนชั้นกลางอดรนทนไม่ไหว รวมตัวกันประท้วงบนถนนสีลม เป็นที่รู้จักกันดี ในนามม็อบสีลม กดดันให้บิ๊กจิ๋วลาออก ซึ่งก็ทำสำเร็จ ทำให้พล.อ. ชวลิต ยงใจยุทธ ประกาศลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2540 แต่ความรับผิดชอบทั้งหมดกับตกอยู่ที่ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย นายเริงชัย มะระกานนท์ ผู้ซึ่งถูกศาลพิพากษาให้ชดใช้ค่าเสียหายเฉียดแสนล้านบาท

เมื่อรัฐบาลของนายกรัฐมนตรี ชวน หลีกภัย เข้ามาแทนที่ และปฏิบัติตามเงื่อนไขของ IMF อย่างเคร่งครัด แม้จะเรียกความเชื่อมั่นจากนักลงทุนกลับคืนมาได้ แต่ก็โดนวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่า “อุ้มคนรวยแต่ไม่ช่วยคนจน”

ดังนั้นเมื่อพรรคใหม่ ไทยรักไทย เปิดตัวขึ้นมา จึงได้รับการต้อนรับจากประชาชนอย่างล้นหลาม เพราะกลายเป็นทางเลือกใหม่ที่คาดว่าจะนำพาพวกเขารอดพ้นจากวิกฤตเศรษฐกิจได้

และเมื่อพันตำรวจโททักษิณ เข้ามาเป็นรัฐบาล ก็เดินหน้าเจรจา IMF ผ่อนคลายเงื่อนไขที่เข้มงวดลง ในที่สุดไทยก็สามารถใช้คืนหนี้ก่อนกำหนดถึง 2 ปี โดยแบงก์ชาติจ่ายหนี้คืน IMFงวดสุดท้าย และปลดแอกไทยจาก IMF ได้สำเร็จเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2546

ต้องยอมรับว่า วิกฤตเศรษฐกิจครั้งนี้ ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในโครงสร้างทุนไทยครั้งใหญ่ ทำให้เจ้าสัวเมืองไทยหายไปถึง 65% และเป็นจุดสิ้นสุดของอภิมหาธุรกิจครอบครัว เช่น บริษัททีพีไอ ธุรกิจปิโตรเคมีที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ ของตระกูลเลี่ยวไพรัตน์ อวสานราชาแห่งชิพ “ชาญ อัศวโชค” และเกิดจุดผลิกผันครั้งใหญ่สุดกับเจ้าพ่อโรงเหล็ก สวัสดิ์ หอรุ่งเรือง เจ้าของสโลแกน 3 ไม่ “ไม่มี ไม่หนี และไม่จ่าย” รวมทั้งการล่มสลายของธุรกิจครอบครัวจีนโพ้นทะเล และกลุ่มทุนเก่าในกิจการธนาคาร เช่น ธนาคารศรีนคร นครธน มหานคร และนำมาซึ่งการปิดกิจการ 56 ไฟแนนซ์

10 ปีผ่านไป แต่เศรษฐกิจไทยก็ยังเติบโตไม่เต็มที่ แม้จะมีการปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจไปบ้าง แต่ก็ยังช้ากว่าประเทศที่ประสบวิกฤตเศรษฐกิจอื่น ๆ และไม่เพียงพอ ที่จะเติบโต และก้าวย่างได้อย่างมั่นคง แตกต่างกันตรงที่ ณ วันนี้ เรามีเงินสำรองสูงถึง 8 หมื่นล้านเหรียญ ห่างจาก 800 ล้านเหรียญในอดีต อย่างชนิดหน้ามือเป็นหลังมือ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
Tag
เรทกระทู้
« ตอบ #7 เมื่อ: 27 เม.ย. 12, 10:08 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*069มันน่าคิด!

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #8 เมื่อ: 27 เม.ย. 12, 10:10 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ยังจำวันที่คุณ เชาวลิต ออกทีวีประกาศเงินบาทลอยตัวได้ติดตา

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #9 เมื่อ: 27 เม.ย. 12, 10:15 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

คำถามที่ตามมา คือ แล้วยังจะกู้อีกเหรอ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
NT
เรทกระทู้
« ตอบ #10 เมื่อ: 27 เม.ย. 12, 10:35 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*033ตกลงเราใช้หนี้ IMF หมดรึยังคะ รบกวนผู ้รู้ไขข้อข้องใจให้หน่อยนะคะ q*031

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
รักประเทศไทย
เรทกระทู้
« ตอบ #11 เมื่อ: 27 เม.ย. 12, 10:43 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*062 ชอบกระทู้นี้เผื่อจะทําให้คนไทยบางคนคิดได้บ้าง แต่จริงๆวิธีแก้ก็มีนะครับแค่เอากิจการที่มีผลกําไรมหาศาลมาเป็นของรัฐคืน อาทิการปิโตรเลียม
การโทรคมนาคม เป็นต้น แต่มันคงเป็นไปไม่ได้ อ้อยเข้าปากช้างแล้วคงจะคายยาก เท่าที่ดูก็ไม่มีนักการเมืองคนใหนไม่แสวงหาผลประโยชน์ให้กับตนเองและพวกพ้อง q*078เมื่อไหรยุคแห่งการคัดสรรค์จะมาถึง

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #12 เมื่อ: 27 เม.ย. 12, 11:05 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

แล้วก็อย่าลืมด้วนะครับว่า สมัยเชาวลิตเป็นนายก มีทักษินเป็นที่ปรึกษา

การประกาศลอยตัวเงินบาทครั้งนั้น ทำให้คนบางคนร่ำรวยมหาศาลจากการเก็งกำไรค่าเงินบาท ซื้อเงินดอลที่ 25 บาทต่อเหรียญ ขายที่ 50 บาท ด้วยการฉวยโอกาศจากการเป็น คนข้างกายเชาวลิต รู้ข่าวก่อนคนทั้งประเทศ หรือไม่ก็เป็นคนให้คำแนะนำซะเอง

ในขณะที่คนทั้งประเทศเจ๊ง เป็นหนี้ ฆ่าตัวตาย เจริญดีแท้

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
กก
เรทกระทู้
« ตอบ #13 เมื่อ: 27 เม.ย. 12, 11:16 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เงินต่างๆที่นำมาพัฒนาประเทศ ชดเชยผู้สูญเสียหรือใช้หนี้ เป็นเงินจากภาษีของพวกเราทุกคน ไม่ใช่เงินอภิสิดหรือเงินทักสิน ดังนั้นเราจึงภูมิใจที่เงินของพวกเราถูกรัฐบาลนำไปใช้เพื่ิอประโยชน์แก่ประเทศชาติ ประชาชน โดยไม่มีการทุจริต แม้พวกเราเจ้าของเงินจะไม่ได้รับคำชื่นชมเหมือนผู้ที่ใช้เงินของพวกเราก็ตาม......

จากกลุ่มพวกเราผู้ที่ไม่เคยเลี่ยงภาษี

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #14 เมื่อ: 27 เม.ย. 12, 11:18 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

และอย่าดีใจไป กะคุณการใช้หนี้ IMF นั่นมันแค่เงินกู้เพื่อขัดดอกเงินกู้อีกทีหนึ่ง

หนี้ที่แท้จริงยังอยู่อีก 1.3 ล้านๆนะจ๊ะ ล้วนแล้วแต่เป็นหนี้ที่คนทั้งประเทศไม่ได้ก่อ แต่ต้องรับภาระ ใช้ชดใช้ต่างชาติแทนสิ่งที่รัฐบาลเชาวลิต และพวกนายทุนสมัยนั้นก่อ

นายทุนรวยต่อไป คนโง่ก็เชิดชูนายทุนที่สร้างหนี้ให้ตัวเองต่อไป ประเทศไทยคงเจริญเข้าสักวันละนะ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
bbgun
เรทกระทู้
« ตอบ #15 เมื่อ: 27 เม.ย. 12, 11:27 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ไปจริงแล้วประเทศไทยยังไม่ได้ใช้หนี้Imfครับ เป็นการไปกู้มาอีกตอนสมัยคุณทักษิณเพื่อมาจ่ายดอกเท่านั้นจริงๆแต่ต้นทุกวันนี้ยังอยู่เต็มเหมือนเดิมครับพี่น้องชาวไทย และล่าสุดรบ. ก็ไปกู้มาอีกหลายล้านด้วย บวกอันเก่าไปและอันใหม่เข้าไปก็คิดแล้วละกัน แล้วของก็แพงขึ้น/น้ำมันแพงขึ้น/ค่าไฟก็ขึ้น38สตางค์/ค่าใช้จ่ายก็แพงขึ้น/ดอกเบี้ยก็ขึ้น/สรุปสิ่งที่กล่าวมาขึ้นเป็นของ รบ. ทั้งนั้น ส่วนเอกชน รบ. ประกาศห้ามขึ้น แล้วยังนี้คิดดูนะครับว่า รบ. ช่วยประชาชนยังไงครับ สรุปค่าแรง300 บาท ไม่ได้ช่วยอะรัยเลยนะ เค้าต้องการเอาเงินมาเพิ่มให้กับแรงงายเพื่อให้แรงงานเอาเงินมาใช้ดอกเบี้ยต่างๆที่กลุ่มแรงงานไปกู้เงินมาจากสถาบันของรัฐและสถาบันร่วม ฟังดูแล้วกลุ่มคนงานดีใจกันใหญ่ว่าจะได้เงินขึ้นแต่จริงแล้วไม่ได้ขึ้นครับ เพราะเราต้องจ่ายมากกว่าเดิมครับลองทบทวนดีๆครับ สรุปคือเค้าทำเหมือนเดิมคือ คนที่กู้ก็จ่ายดอกอย่างเดียวไม่ได้จ่ายต้นเลยครับ นอกจากตังกลุ่มแรงงานจะหาเงินที่อื่นมาอัดทั้งดอกและต้นครับมันถึงจะลดไป สรุปเราหาเองทำเอง รบ. ไม่ได้ช่วยอะรัยครับถ้าช่วยจริง ต้องมีการตรึงราคาครับซึ่งการตรึงราคานั้นช่วยประชาชนได้อย่างดีครับซึ่งจะเป็นการช่วยทั้ง รบ.และประชาชนจริง

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
ไม่รู้ซิ
เรทกระทู้
« ตอบ #16 เมื่อ: 27 เม.ย. 12, 11:30 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

จริงๆ ต้องขอชมรัฐบาลสมัยนายชวน ที่มีวินัยในการใช้เงินบริหารประเทศทำให้กองคลังมีเงินสะสมพอจะให้หนี้บางส่วนคืน IMF แต่ด้วยการเมืองขณะนั้นไม่สู้ดี ทำให้ ทรท สมัยนั้นได้เป็นรัฐบาล และเอาเงินในคลังที่มีอยู่ในสมัย ปชป มาใช้หนี้ IMF ทำให้ ทรท ได้หน้าและเป็นการยก พตท.ทักษิณ นายกสมัยนั้นถูกมองว่าเป็นวีระบุรุษ ผู้กอบกู้ประเทศ จนทำให้คนเสื้อแดงยกย่องมาจนถึงทุกวันนี้

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
asdf
เรทกระทู้
« ตอบ #17 เมื่อ: 27 เม.ย. 12, 13:53 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ความคิดเห็นที่ 14

ไปเอาข้อมูลที่ไหนมาพูดกันน่ะครับ
ใครเค้าไปยืมเงินจากจีนกันตั้งแต่เมื่อไหร่

ในปี 46 ซึ่งเราคืนเงิน IMF ไป 4.9 พันล้านUS$
ไทยเรามีเงินจริง ๆ นะครับ
เราเกินดุลการค้าอยู่ 4.2 พันล้าน$
เกินดุลบริการ + รายได้ + เงินโอน อีก 3.8 พันล้าน$
รวม ๆ แล้ว เราเกินดุลบัญชีเดินสะพัดอยู่ประมาณ 8 พันล้าน$

กะอีแค่ใช้หนี้ IMF 4.9 พันล้าน$ ... เด็ก ๆ ครับ

นอกจากนี้ เพื่อให้ชัวร์ เราต้องไปดูหนี้สาธารณะ
แล้วก็ไปดูเงินทุนเคลื่อนย้ายสุทธิประกอบด้วย
ผมจะไม่ว่ารายละเอียดมาก ... เพราะมันยาว

เอาเป็นสรุปว่าหนี้ ตปท. เฉพาะของรัฐ ฯ ในปี 45 = 23.4 พันล้าน
และในปี 46 ลดลงไปประมาณ 6.4 พันล้าน$ เหลือแค่ 17 พันล้าน$
ที่ลดลง 6.4 พันล้าน มาจากการคืนเงิน IMF ไป 4.9 พันล้าน
และอีก 1.5 พันล้านที่ลดลง เนื่องจากเราชำระหนี้อื่น ๆบ้าง
ไถ่ถอนพันธบัตรจาก FIDF บ้าง ซื้อคืนตราสารหนี้จาก ECP อีกด้วย

ถ้ามีเงินกู้จากจีนเข้ามาจริง หนี้มันจะลดได้ยังไงครับ

ถ้าไม่แน่ใจ .... นี่เลย มาดูเงินทุนเคลื่อนย้ายสุทธิกัน
เงินทุนเคลื่อนย้ายสุทธิในปี 46 เท่ากับ - 8.6 พันล้าน$
ซึ่งแปลว่า มีเงินออกไปนอกประเทศจริง ๆ จำนวน 8.6 พันล้าน$
มันไม่ได้มีเงินไหลเข้ามา
ไม่ว่าจะจากจีน หรือจากสวาซี่แลนด์ หรือจากโลกพระจันทร์อะไรก็ตามเหอะครับ

เวลาเต้าข่าว ... อย่าดูถูกคนอ่านหรือคนฟังว่า
เค้ารับประทานหญ้าหรือฟางสิครับ

ผมอยากทราบเหมือนกัน คนที่เข้าใจว่าไทยไปกู้จีนมาคืน IMF น่ะ
.... มีข้อมูลมาดูกันซักหน่อยมั๊ยครับ จะได้คุยกันสนุกขึ้น ....
แก้ไขเมื่อ 10 เม.ย. 48 21:14:29

จากคุณ : มหาชำร่วย - [ 10 เม.ย. 48 21:13:31 ]

ที่มา http://www.pantip.com

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
fffff
เรทกระทู้
« ตอบ #18 เมื่อ: 27 เม.ย. 12, 14:13 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ถ้าวันนั้น ชวลิต ไม่ลอยตัวเงินบาท ...
ประเทศเราคงเหลือแต่กระดูก ..

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
อ้วน อัมยงค์
เรทกระทู้
« ตอบ #19 เมื่อ: 27 เม.ย. 12, 14:29 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

หนุกดี หนุกดี...ประเทศเจริญ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
snooppy
เรทกระทู้
« ตอบ #20 เมื่อ: 27 เม.ย. 12, 15:04 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

สังคมทวีความดิ้นรน สอนคนให้คิดเห็นแก่ตัว...การศึกษาทุกวันนี้ยังสอนให้เห็นแก่ตัว .....

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #21 เมื่อ: 27 เม.ย. 12, 16:04 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*062q*062q*062q*062q*062

จริงๆ ต้องขอชมรัฐบาลสมัยนายชวน ที่มีวินัยในการใช้เงินบริหารประเทศทำให้กองคลังมีเงินสะสมพอจะให้หนี้บางส่วนคืน IMF แต่ด้วยการเมืองขณะนั้นไม่สู้ดี ทำให้ ทรท สมัยนั้นได้เป็นรัฐบาล และเอาเงินในคลังที่มีอยู่ในสมัย ปชป มาใช้หนี้ IMF ทำให้ ทรท ได้หน้าและเป็นการยก พตท.ทักษิณ นายกสมัยนั้นถูกมองว่าเป็นวีระบุรุษ ผู้กอบกู้ประเทศ จนทำให้คนเสื้อแดงยกย่องมาจนถึงทุกวันนี้
นี่คือความจริง ที่คน 15 ล้านคน ที่เลือกเพื่อไทยยังไม่รู้ และสมัยนั้น เราคนหนึ่ง ที่ได้รับผลกระทบไปแบบเต็มๆ บ้าน รถ ธุรกิจคาร์แคร์ อู่ซ่อมรถยนต์ ของเรา มันเริ่มจะหายไปทีละอย่างจนหมดไม่เหลือเลยสักอย่างเดียว แถมพ่วงหนี้สินก้อนโตมาแบบไม่ทันได้ตั้งตัวอีกต่างหาก เรายังจำได้ดีในตอนนั้น เรากับอดีตสามีของเรา นั่งกอดคอกันร้องไห้อยู่บนโซฟา และ คุยกันถึงเรื่องการฆ่าตัวตายเลยทีเดียว ตอนนั้น ถ้าไม่สงสารลูก ที่ยังเล็กอายุเพียงแค่ 3 ขวบ วันนี้ อาจจะไม่มีผู้หญิงคนนี้ มานั่งพิมพ์ บอกเล่าเรื่องราวที่เลวร้ายที่สุดในตอนนั้นแล้วก็เป็นได้ และจากครอบครัวที่เคยอบอุ่น มีรถ มีบ้าน มีกิจการที่มั่นคง กลับกลายมาเป็นครอบครัวที่แตกแยกมาจนถึงทุกวันนี้ ที่ต้องแตกแยก เพราะเรื่องหนี้สินที่ไม่สามารถจัดการมันได้ ขายที่ดินมาใช้หนี้ก็ยังไม่พอ จนต้องเกิดความเครียดสะสม และอีกอย่างที่เราต้องเจ็บปวดอยู่ตอนนี้ก็คือ เรายังต้องกลายเป็นบุคคลล้มละลายอยู่จนบัดนี้ไง นี่ก็เหลืออีกแค่ปีกว่าเท่านั้น ที่เราจะหลุดพ้นจากการเป็นบุคคลล้มละลายแล้ว และการที่จะได้สถานภาพเรากลับคืนมานั้น มันไม่สำคัญเท่ากับ การอยากได้ครอบครัวที่อบอุ่นคืนมาหรอกนะ นี่แหละนะ ที่เค้าว่ากันว่า " การลงทุนทุกอย่างเป็นความเสี่ยง " มันคือเรื่องจริง เพราะถ้าไม่มั่นใจในรัฐบาล ก็อย่าเสี่ยงเป็นอันขาด....แค้นจริงๆ
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
นายท่าน
เรทกระทู้
« ตอบ #22 เมื่อ: 27 เม.ย. 12, 16:05 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*029คุณน้องศึกษาข้อมุลมามั่วเปล่า...ปี40ใครได้....ใครเสีย...อย่ามามั่วเน้อ...จู่ๆๆค่าเงินลอยตัว..

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
somchai
เรทกระทู้
« ตอบ #23 เมื่อ: 27 เม.ย. 12, 16:39 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

มันเยอะไปเขียนให้สั้นกว่านี้อีกได้มั้ย

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
ร่วมด้วย
เรทกระทู้
« ตอบ #24 เมื่อ: 27 เม.ย. 12, 16:47 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

จำได้ว่าวันนั้นรัฐบาลอยากให้ประชาชนใช้มือถือ ทุกวันนี้รัฐบาลยัดเยียดให้ใช้ IPAD นำความฟุ้งเฟ้อให้กับประชาชนอย่างเลือดเย็น

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
ABCDEF
เรทกระทู้
« ตอบ #25 เมื่อ: 27 เม.ย. 12, 17:22 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ไม่ใช่ที่ปลดหนี้ IMF ได้ส่วนหนึ่งมาจาก ผ้าป่าหลวงตาบัว ไม่ใช่เหรอครับ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
yee
เรทกระทู้
« ตอบ #26 เมื่อ: 27 เม.ย. 12, 18:41 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

True

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
จอม
เรทกระทู้
« ตอบ #27 เมื่อ: 27 เม.ย. 12, 18:48 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ไม่ต้องกลัวครับ หนี้ IMF ไม่ต้องใช้เป็นตัวเงินก็ได้ เช่น สงครามเกิด เราอาจจะสนับสนุนโดยส่งลูกหลานไปวิ่งล่อกระสุนแทนดอกเบี้ยและเงินต้นแทนก็ได้ครับ ส่วนลูกหลานคนไหนไม่ตั้งใจเรียน เอาแต่แว๊นๆ ก็ส่งไปก่อนอยู่แถวหน้าๆ ใครไม่ตั้งใจเรียนระวังไว้ให้ดีเถอะ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
มามพ
เรทกระทู้
« ตอบ #28 เมื่อ: 27 เม.ย. 12, 19:47 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ใช่ครับ เพราะว่า การที่รัฐบาลกู้เงินจาก สถาบันการเงินต่างๆ ทีเป็นของต่างชาติ ก็คือการสร้างหนี้ให้ประชาชน เพราะว่ารัฐบาลจะต้องจัดการกับภาษีของประชาชนไปชดเชย หนี้สาธารณะ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
NNNNNNNN
เรทกระทู้
« ตอบ #29 เมื่อ: 27 เม.ย. 12, 20:15 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ขอบคุณนะคะที่ให้ความรู้ รู้แต่ว่าประเทศไทยเป็นหนี้ IMF ยังงงอยู่ว่าเป็นหนี้ IMF ได้อย่างไร ควรให้ความรู้แบบนี้ดีกว่าหาเรื่องบ้า ๆ บอ ๆ มาลง
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #30 เมื่อ: 27 เม.ย. 12, 20:36 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

รุ่งสางของวันที่2ก.ค.40 มีคนบางคนรวยขึ้นบานเบอะจากผลต่างของอัตราแลกเปลี่ยนชั่วข้ามคืนเพราะคนกลุ่มนี้รู้ล่วงหน้า เหมือนพิมพ์แบงค์ได้เองยังไงอย่างงั้น หนึ่งในนั้นตอนนี้ยังไม่ยอมกลับเมืองไทยเพราะกลัวติดคุก แต่ยังชอบพูดซ้ำซากเหมือนกับมีคนห้ามไม่ให้เข้าประเทศไทย

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #31 เมื่อ: 27 เม.ย. 12, 20:50 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เรื่องมันผ่านมานานแต่ก็จำได้ดี..ล้มเพื่อที่จะลุก..ถอยเพื่อจะตั้งหลัก
อ่านเพื่อประดับสมองเอาไว้เป็นกำลังใจว่า 40 ฟองสบู่แตกเราลำบากกันอย่างไร...15 ปีผ่านมาเราพัฒนาขึ้นทำอะไรมุ่งไปข้างหน้าแต่ไม่ลืมมองมาข้างหลัง(อย่าคิดเยอะรู้นะ)มันทำให้เราเข้มแข็งขึ้นเยอะขอบคุณประเทศไทย....อย่าด่ากระทบกันเลยนะเรามาแลกเปลื่ยนความคิดทางปัญญากันดีกว่า q*078

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #32 เมื่อ: 27 เม.ย. 12, 21:57 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

แล้วใครปล่อยเสรีการเงินละครับ ไม่ใช่ธารินทร์เหรอ อาจหลอกได้แต่คนโง่มั้งครับ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
งง
เรทกระทู้
« ตอบ #33 เมื่อ: 27 เม.ย. 12, 22:12 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

รัฐบาลใครเลือก กู้มาแล้วใครใช้เงิน ประชาชนนั่นเอง จะมีรถไฟฟ้า (ที่แค่วิ่งไปวิ่งมาน่าสนุก) จะเอารถใต้ดิน (ที่แค่วิ่งไปวิ่งมา น่าสนุก) จะเอา3จี 4 จี WIFI ไม่งั้นไม่ทันญี่ปุ่น อายลาว เด็กๆต้องมีiPad จะได้เทียมหน้าเทียมตาสิงคโปร์ คนไทยจมไม่ลง หน้าใหญ่กว่ากระเป๋าแบบนี้ ก็เป็นหนี้เขาต่อไปเถอะ รัฐบาลนายทุนที่รักของทั่นทั้งหลายก็รื่นเริงไปเท่านั้นเอง มิน่าล่ะ ถึงแย่งกันรักชาติรักประชาชนกันจัง แต่ Let it be (ช่างแม่มันแล้ว)กันนะ ชาวไทย

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
0-0/
เรทกระทู้
« ตอบ #34 เมื่อ: 28 เม.ย. 12, 01:35 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ
http://www.pdmo.go.th
รายงานสถานะหนี้สาธารณะคงค้าง
http://www.pdmo.go.th/upload/pressdebt_data_pdf/pressdebt_data_pdf_18042012101338.pdf

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #35 เมื่อ: 28 เม.ย. 12, 07:19 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

และที่เงินบริจาคช่วยชาติไปไหนหมดหลวงตาช่วยชาติให้ไปก็เยอะยังไม่หมดอีกเหรอ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
เรื่องของเรื่อง
เรทกระทู้
« ตอบ #36 เมื่อ: 29 เม.ย. 12, 10:07 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ในอดีต สมัย รัฐบาลชวน หลีกภัย 1 ปี 1993 (พ.ศ. 2536) เคยบริหาร กองทุน ขององค์การเพื่อการปฏิรูประบบสถาบันการเงิน (ปรส.) ผิดพลาด เอาทรัพย์สินของ 56 สถาบันการเงินที่ถูกปิดกิจการ มูลค่า 8 แสน 5 หมื่น ล้านบาท ไปประมูลขายเพียง 1 แสน 9 หมื่นล้าน


ชวลิตสร้างวิกฤติเศรษฐกิจ แล้วโภคินแอบคาบความลับ ฉกข้อมูลวงในเรื่องรัฐบาลชวลิตจะลดค่าเงินบาทไปบอกแก่ทักษิณให้เอาตัวรอดเก็งค่าเงินถูกอยู่คนเดียว....ทักษิณ.เอาเปรียบชาวบ้านธรรมดาๆ ที่ไม่มีเส้น ฉกข้อมูลวงในว่าชวลิตจะลดค่าเงินบาทที่รอดตัว .เลยเอาแต่ธุรกิจของตัวเองรอดในปี 40 .....ส่วน ชาวบ้านธรรมดาๆ ที่ไม่มีเส้น หนี้ท่วมหัวต้องกระโดดตึกตาย ต้องไปเปิดท้ายรถขายของ.......


ทักษิณเป็นนายก แหกตาคนอิสาน คนเหนือ ค. ???? แดงว่าได้ใช้หนี้ IMF ปี 2540 เมื่อ 13 ปีที่แล้วเรียบร้อยแล้ว ...แท้ที่จริงทักษิณ เคยได้อำนาจเป็นนายกเกือบ 6 ปี.... ดีแต่ใช้อำนาจคนจนอิสาน คนเหนือที่มีเงินเล่นหวย ฉกข้อมูลวงใน ฉกซุกหุ้นเข้ากระเป๋าธุรกิจการเมืองของครอบครัว หนีภาษี ยิ่งรวยก็ยิ่งโกง ยิ่งรวยก็ยิ่งซุกหุ้น .....แต่ไม่ได้ใช้หนี้สาธารณะประเทศเลย....


รัฐบาลสุรยุทธ์ จุลานนท์ จากปฏิวัติ รัฐประหาร แบ๊งค์ชาติสมัยสุรยุทธ์ ฝ่าฟันวิกฤติ เข้มแข็งด้วยนโยบายกันสำรอง 30% ช่วยทำให้ วันนี้เงินทุนสำรองของประเทศไทย ที่รัฐบาลรัฐประหารสุรยุทธ์บริหารทำเอาไว้สูงมาก หนี้สาธารณะเมืองไทยต่ำมาก..


ต่อมา รัฐบาลอภิสิทธ์ จากการเลือกตั้ง แต่นักเลือกตั้งย้ายขั้วหาเงินเข้าประเทศไม่เป็น ขนาดภาษีมรดกเศรษฐี ภาษีที่ดินเศรษฐี ภาษีสิ่งปลูกสร้างของเศรษฐี ยังไม่เด็ดขาดกล้าเก็บ แต่กล้ากุ้ลูกเดียว ... แต่อภิสิทธ์ ยุบสภาแล้วหนี้สาธารณะประเทศไทยต่ำมาก



ปี 2555 นายกหญิง ไพร่ไฮโซ ถนัดแต่ โพย อาภรณ์ เสื้อผ้า หน้า ผม .ยิ้มหวานโชว์แฟชั่นกระชากค่าครองชีพขึ้น ...ผลักภาระหนี้สาธารณะที่พวกตันเจริญ กลุ่ม 16 ปิ่น จักกะพาท ฉกจนแบ๊งค์ล้มระนาว ปี 40 ..กลับมาให้ประชาชน .... ไม่เห็นจะหาเงินเข้าประเทศอะไรได้ ได้อำนาจแล้วก็ดีแต่ กู้ ดีแต่จ้องผลาญเงินทุนสำรองที่อดีตรัฐบาลสุรยุทธ์และประชาธิปัตย์ เก็บสะสมไว้ให้ ดีแต่กู้ ดีแต่ผลาญเงินภาษีประชาชน ดีแต่ซุกหนี้สาธารณะประเทศไทย ผลัก หนี้สาธารณะจากกระทรวงการคลังไปให้แบ๊งค์ชาติ



ปี 2555 แบ๊งค์ชาติก็ผลักหนี้ 1.4 ล้านๆ บาท ต่อมาให้ธนาคารพาณิชย์ และธนาคารรัฐ ...ที่ทุกวันนี้ถึงแม้ธนาคารไทยเข็มแข็งหลังจากผ่านวิกฤติเศรษฐกิจต้มยำกุ้ง ....แต่ก็จะต้องมาเก็บเงินต่อกับลูกค้าเงินกู้ เงินฝาก ผู้ฝาก ผู้ถอน เพื่อส่งเงินให้แบ๊งค์ชาติเอาไปจ่ายหนี้สาธารณะเงินต้น ... ที่นางไพร่ไฮโซเศรษฐี ยิ่งลักษ์เพิ่งจะมาคิด ผลักต่อมาให้คนจน
q*069q*069


noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
อยู่ใหตุการณ์
เรทกระทู้
« ตอบ #37 เมื่อ: 1 พ.ค. 12, 21:59 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ที่พวกเอ็งโพสกันมานั้นถูกทั้งสองฝ่าย มันอยู่ที่ว่าใครได้ประโยชน์ นักการเมืองกอบโกยโกงกินไม่มีแผ่นดินอยู่เวรกรรมมีจริงอยู่ที่ช้าหรือเร็วเท่านั้น
ก่อนมาเป็นนายกยังต้องวิ่งแลกเช็คอยู่เลย(อันนี้เจ้าตัวเล่าเองในรายการนายกทักษิณพบประชาชน)แป๊บเดียวรวยมากได้ไงวะ
ยังจำภาพวิ่งเข้าหาบิ๊กจ๊อดเพื่อขอสัมปทานดาวเทียมพอได้ไปแล้ว ดาวเทียมสำรองกลายเป็นดาวเทียมหลักให้บริการกับต่างประเทศในชื่อกลุ่มทุนตัวเองเฉยเลย(อันนี้แก้กฎหมายแก้การตอบแทนผลประโยชน์สัมปทานเมื่อมีอำนาจเป็นนรมต)(เมื่อขายเอไอเอสก็แก้กฎหมายไม่ต้องเสียภษาแม้แต่สลึงค์เดียว)
ยังมีอีกมากสาธยายให้หมดยาก
ปากพล่อยว่าโจรกระจอก
ใครเลือกทรทจะได้รับการดูแลเขตใหนจังหวัดใหนไม่เลือกรอไปก่อน
ต้นเหตุต้นตอความขัดแย้งทั้งหมดเริ่มต้นที่นี่
เพียงเพื่อผลประโยชน์ของตัวเองและพวกพ้องเท่านั้น
ทำอย่างกับว่ารวยแล้วไม่ตาย

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
เชื่อ ไม่เคยรู้มาก่อน
เรทกระทู้
« ตอบ #38 เมื่อ: 1 พ.ค. 12, 23:39 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*062 เรื่องไรว่ะ อ่านๆไปก็สนุกดี แต่ปวดท้องทำไมท้องมันถึงกินได้แต่ยำยำ ว่ะ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
คนที่ราบสูง
เรทกระทู้
« ตอบ #39 เมื่อ: 2 พ.ค. 12, 12:58 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ในอดีต สมัย รัฐบาลชวน หลีกภัย 1 ปี 1993 (พ.ศ. 2536) เคยบริหาร กองทุน ขององค์การเพื่อการปฏิรูประบบสถาบันการเงิน (ปรส.) ผิดพลาด เอาทรัพย์สินของ 56 สถาบันการเงินที่ถูกปิดกิจการ มูลค่า 8 แสน 5 หมื่น ล้านบาท ไปประมูลขายเพียง 1 แสน 9 หมื่นล้าน


ชวลิตสร้างวิกฤติเศรษฐกิจ แล้วโภคินแอบคาบความลับ ฉกข้อมูลวงในเรื่องรัฐบาลชวลิตจะลดค่าเงินบาทไปบอกแก่ทักษิณให้เอาตัวรอดเก็งค่าเงินถูกอยู่คนเดียว....ทักษิณ.เอาเปรียบชาวบ้านธรรมดาๆ ที่ไม่มีเส้น ฉกข้อมูลวงในว่าชวลิตจะลดค่าเงินบาทที่รอดตัว .เลยเอาแต่ธุรกิจของตัวเองรอดในปี 40 .....ส่วน ชาวบ้านธรรมดาๆ ที่ไม่มีเส้น หนี้ท่วมหัวต้องกระโดดตึกตาย ต้องไปเปิดท้ายรถขายของ.......


ทักษิณเป็นนายก แหกตาคนอิสาน คนเหนือ ค. ???? แดงว่าได้ใช้หนี้ IMF ปี 2540 เมื่อ 13 ปีที่แล้วเรียบร้อยแล้ว ...แท้ที่จริงทักษิณ เคยได้อำนาจเป็นนายกเกือบ 6 ปี.... ดีแต่ใช้อำนาจคนจนอิสาน คนเหนือที่มีเงินเล่นหวย ฉกข้อมูลวงใน ฉกซุกหุ้นเข้ากระเป๋าธุรกิจการเมืองของครอบครัว หนีภาษี ยิ่งรวยก็ยิ่งโกง ยิ่งรวยก็ยิ่งซุกหุ้น .....แต่ไม่ได้ใช้หนี้สาธารณะประเทศเลย....


รัฐบาลสุรยุทธ์ จุลานนท์ จากปฏิวัติ รัฐประหาร แบ๊งค์ชาติสมัยสุรยุทธ์ ฝ่าฟันวิกฤติ เข้มแข็งด้วยนโยบายกันสำรอง 30% ช่วยทำให้ วันนี้เงินทุนสำรองของประเทศไทย ที่รัฐบาลรัฐประหารสุรยุทธ์บริหารทำเอาไว้สูงมาก หนี้สาธารณะเมืองไทยต่ำมาก..


ต่อมา รัฐบาลอภิสิทธ์ จากการเลือกตั้ง แต่นักเลือกตั้งย้ายขั้วหาเงินเข้าประเทศไม่เป็น ขนาดภาษีมรดกเศรษฐี ภาษีที่ดินเศรษฐี ภาษีสิ่งปลูกสร้างของเศรษฐี ยังไม่เด็ดขาดกล้าเก็บ แต่กล้ากุ้ลูกเดียว ... แต่อภิสิทธ์ ยุบสภาแล้วหนี้สาธารณะประเทศไทยต่ำมาก



ปี 2555 นายกหญิง ไพร่ไฮโซ ถนัดแต่ โพย อาภรณ์ เสื้อผ้า หน้า ผม .ยิ้มหวานโชว์แฟชั่นกระชากค่าครองชีพขึ้น ...ผลักภาระหนี้สาธารณะที่พวกตันเจริญ กลุ่ม 16 ปิ่น จักกะพาท ฉกจนแบ๊งค์ล้มระนาว ปี 40 ..กลับมาให้ประชาชน .... ไม่เห็นจะหาเงินเข้าประเทศอะไรได้ ได้อำนาจแล้วก็ดีแต่ กู้ ดีแต่จ้องผลาญเงินทุนสำรองที่อดีตรัฐบาลสุรยุทธ์และประชาธิปัตย์ เก็บสะสมไว้ให้ ดีแต่กู้ ดีแต่ผลาญเงินภาษีประชาชน ดีแต่ซุกหนี้สาธารณะประเทศไทย ผลัก หนี้สาธารณะจากกระทรวงการคลังไปให้แบ๊งค์ชาติ



ปี 2555 แบ๊งค์ชาติก็ผลักหนี้ 1.4 ล้านๆ บาท ต่อมาให้ธนาคารพาณิชย์ และธนาคารรัฐ ...ที่ทุกวันนี้ถึงแม้ธนาคารไทยเข็มแข็งหลังจากผ่านวิกฤติเศรษฐกิจต้มยำกุ้ง ....แต่ก็จะต้องมาเก็บเงินต่อกับลูกค้าเงินกู้ เงินฝาก ผู้ฝาก ผู้ถอน เพื่อส่งเงินให้แบ๊งค์ชาติเอาไปจ่ายหนี้สาธารณะเงินต้น ... ที่นางไพร่ไฮโซเศรษฐี ยิ่งลักษ์เพิ่งจะมาคิด ผลักต่อมาให้คนจน
q*069q*069



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Tags:  

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม