หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: ต่อ..>>>ตามรอยคนบาป.. ฮุบที่ธรณีสงฆ์...ใคร ?  (อ่าน 157 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 4 ต.ค. 12, 19:42 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 
ภายหลังจากที่นายเสนาะ เทียนทอง รมช.มหาดไทยในขณะนั้น สั่งการเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2533 ว่าไม่อนุญาตให้ วัดธรรมิการามฯได้มาซึ่งที่ดินมรดกทั้งสองแปลงดังกล่าว และให้เจ้าอาวาสวัดธรรมิการามฯดำเนินการตามข้อ 4 แห่งพินัยกรรม ซึ่งมีข้อพิรุธว่ากรมที่ดินได้เสนอปลัดกระทรวงมหาดไทยในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2532 และปลัดกระทรวงมหาดไทยก็ได้นำเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยตั้งแต่วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2532 แต่นายเสนาะ กลับสั่งการในวันที่ 12 ก.พ.2533 เท่ากับว่ามีการดองเรื่องเอาไว้นานเกือบ 1 ปี ทั้งนี้ก็เพื่อรอให้บริษัท อัลไพน์เรียลเอสเตท จำกัด จดทะเบียนเป็นบริษัทจำกัด มีผู้ถือหุ้นประกอบด้วย

นางอุไรวรรณ เทียนทอง 30,000,000 บาท
นายวิทยา เทียนทอง 15,000,000 บาท
นายชูชีพ หาญสวัสดิ์ 15,000,000 บาท

บริษัทอัลไพน์กอล์ฟแอนด์สปอร์ตคลับ จำกัด
นายบุญ วนาสิน 60,000,000 บาท
นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล 15,000,000 บาท

ซึ่งจดทะเบียนในวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2533 เสร็จเรียบร้อยพร้อมที่จะซื้อขายที่ดินดังกล่าวนั่นเอง

หลังจากนั้นกระบวนการฮุบที่ธรณีสงฆ์เดินหน้าอย่างรวดเร็ว และมีความผิดปกติในหลายขั้นตอนรวมทั้งยังมีปัญหาในข้อกฎหมายด้วย ดังนี้

1.)การสั่งการของนายเสนาะ ที่ไม่อนุญาตให้วัดธรรมิการามฯได้มาซึ่งที่ดินนั้นมีการสั่งเกินอำนาจในกรณีระบุว่า “ให้เจ้าอาวาสฯดำเนินการตามข้อ 4 แห่งพินัยกรรม” ซึ่งตามมาตรา 84 และ 85 แห่งประมวลกฎหมายที่ดินนั้น กำหนดเพียงแค่อำนาจในการอนุญาตว่าวัดจะรับที่ดินเกิน 50 ไร่ได้หรือไม่เท่านั้น มิได้เลยเถิดไปถึงว่าหลังจากไม่อนุญาตแล้ววัดจะต้องดำเนินการอย่างไร แต่นายเสนาะกลับระบุในคำสั่งอย่างชัดแจ้งว่าให้ดำเนินการตามพินัยกรรมข้อ 4 เท่ากับเปิดทางให้มูลนิธิมหามกุฏฯ เข้ามาจัดทำผลประโยชน์ได้จนนำไปสู่การซื้อขายที่ดินในที่สุด



2.)6 มีนาคม 2533 มีบันทึกเสนอหัวหน้าฝ่ายควบคุมสิทธิ์ที่ดินว่า “เรื่องเดิมที่วัดฯเคยได้รับอนุอนุญาตจากรัฐมนตรีให้ได้มาซึ่งที่ดินนั้น ได้สูญหายไป ในระหว่างการเสนอต่อรัฐมนตรีโดยไม่ได้กลับคืนมา” เมื่อเอกสารเก่าล่องหน ผลของคำสั่งที่นายเสนาะ ไม่อนุญาตให้วัดได้มาซึ่งที่ดิน จึงเป็นการสั่งการที่ถูกนำมาใช้อ้างอิงและนำไปสู่การซื้อขายที่ดินดังกล่าว

3.)หลังจากที่บริษัทอัลไพน์เรียลเอสเตท จำกัด และบริษัทอัลไพน์ กอล์ฟแอนด์สปอร์ตคลับ จำกัด ได้จดทะเบียนจำนองที่ดินทั้งสองแปลงรวมกว่า 924 ไร่ ไว้กับ บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ธนชาติ จำกัด จากที่ซื้อมาในราคา 142 ล้านบาท แต่จำนองได้ถึง 220 ล้านบาท ภายในวันเดียวกันคือวันที่ 31 สิงหาคม 2533 เท่ากับได้กำไรทันทีถึง 78 ล้านบาทแล้ว วันเวลาผ่านไปประมาณ 3 ปี 4 เดือน คือในวันที่ 22 ธันวาคม 2536 ทั้งสองบริษัทได้เริ่มกระบวนการพัฒนาที่ดินทั้งสองแปลง โดยได้นำที่ดินไปจำนองต่อบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ นวธนกิจ จำกัด วงเงินสูงถึง 425 ล้านบาท เท่ากับว่าในระยะเวลาเพียง 3 ปี 4 เดือนนับจากซื้อที่ดินทั้งสองบริษัทนี้ได้กำไรแล้วถึง 283 ล้านบาท โดยผู้ที่ได้รับประโยชน์ก็คือเมียและน้องชายของนายเสนาะซึ่งถือหุ้นในบริษัทอัลไพน์เรียลเอสเตทด้วย



4.)มีการเปลี่ยนแปลงรายชื่อผู้ถือหุ้นในบริษัท อัลไพน์ กอล์ฟแอนด์สปอร์ตคลับ จำกัด ในวันที่ 20 กันยายน 2541 มาเป็นยาม แม่บ้าน และคนขับรถซึ่งเป็นนอมินีของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ดังนี้

นายชัยรัตน์ เชียงพฤกษ์ (ยาม) 248,899,870 บาท
นางสาวบุญชู เหรียญประดับ (แม่บ้าน) 248,899,870 บาท
นายวิชัย ช่างเหล็ก (คนขับรถ) 248,899,860 บาท

และมีการเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นใหม่อีกครั้งในอีกสามปีต่อมา คือ วันที่ 17 สิงหาคม 2544 มาเป็นเจ้าของตัวจริง (ซึ่งในขณะนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ได้เป็นนายกรัฐมนตรีแล้วในวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2544) ดังนี้


noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

add
เรทกระทู้
« ตอบ #1 เมื่อ: 4 ต.ค. 12, 19:51 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

คุณหญิงพจมาน ชินวัตร 248,899,870 บาท
นางสาวพิณทองทา ชินวัตร 248,899,870 บาท
เด็กหญิงแพทองธาร ชินวัตร 248,899,860 บาท

นับเป็นการเอาลูกสาวเข้ามาร่วมขบวนการคนบาปจากความโลภของคนเป็นพ่อ เป็นแม่ โดยแท้

5.)เรื่องราวการฮุบที่ธรณีสงฆ์เริ่มฉาวโฉ่ให้ผู้คนสนใจเมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2543 น.ส.พ.วัฏจักร รายงานว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ซื้อสนามกอล์ฟอัลไพน์จากนายเสนาะ ในราคา 500 ล้านบาท และ พ.ต.ท.ทักษิณ ยอมรับการซื้อสนามกอล์ฟจากนายเสนาะ ผ่านการให้สัมภาษณ์ ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง

6.)12 ธันวาคม 2543 เริ่มมีการขุดคุ้ยที่มาของที่ดินสนามกอล์ฟอัลไพน์ว่าเป็นที่ธรณีสงฆ์ โดย น.ส.พ.ไทยโพสต์ ลงข่าวว่า “สนามกอล์ฟคนบาป ริยำ เซ็งลี้ที่ธรณีสงฆ์” แต่นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ ซึ่งในขณะนั้นเป็นอธิบดีกรมที่ดิน ได้ออกมายืนยันว่าการซื้อขายที่ดินดังกล่าวชอบด้วยกฎหมายแล้ว

7.)22 ธันวาคม 2543 นายวิชัย ตันศิริ รมช.ศึกษาธิการ สั่งการให้อธิบดีกรมการศาสนา ส่งเรื่องให้สำนักกฤษฎีกาและสำนักงานอัยการสูงสุดวินิจฉัยตามหนังสือร้องเรียนของ นายบำรุง จรัญยานนท์ ว่าที่ดินดังกล่าวเป็นที่ธรณีสงฆ์หรือไม่

8.)9 กุมภาพันธ์ 2544 วันเดียวกับที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี นายชัยวัฒน์ วงศ์วัฒนศานต์ เลขากฤษฎีกา ตอบข้อหารือของอธิบดีกรมการศาสนาตามหนังสือ นร 060/0178 ว่า เป็นที่ธรณีสงฆ์ วันเดียวกันอธิบดีกรมการศาสนาแจ้งอธิบดีกรมที่ดิน เจ้าอาวาสวัดธรรมิการาม ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ ประธานกรรมการมูลนิธิมหามกุฏฯ เพื่อทราบและดำเนินการ

9.)28 ธันวาคม 2544 นายสมศักดิ์ เอี่ยมไธสง รองอธิบดีกรมที่ดิน(รับมอบอำนาจจากอธิบดีกรมที่ดิน) สั่งเพิกถอนการจดทะเบียนที่ดินทั้งสองแปลง ซึ่งตามกฎหมายผู้มีส่วนได้เสียสามารถอุทธรณ์คำสั่งภายใน 15 วัน และฟ้องต่อศาลปกครองภายใน 90 วัน

ผ่านไปกว่า 11 ปี ที่ดินของคุณยายเนื่อม ชำนาญชาติศักดา ที่บริจาคให้กับวัดธรรมิการามก็กลับมาเป็นที่ธรณีสงฆ์ดังเจตจำนงค์ของคุณยาย แต่มหากาพย์เรื่องนี้ยังไม่จบ เพราะขบวนการคนบาปยังไร้สำนึกต่อบาปบุญคุณโทษ ไม่สนใจกฎหมาย จนกระทั่งที่ธรณีสงฆ์กลับไปอยู่ในมือของครอบครัวชินวัตรอีกครั้ง โดยมี ยงยุทธ วิชัยดิษฐ เป็นตัวละครสำคัญที่ทำให้บาปนั้นคืนสนองกระทั่งหลุดจากตำแหน่งทางการเมืองไปเมื่อวันที่ 28 กันยายน 2555 ซึ่งจะได้กล่าวถึงในตอนต่อไป

การที่สนามกอล์ฟอัลไพน์ได้กลับมาเป็นที่ธรณีสงฆ์ในระยะเวลาสั้น ๆ ช่วงนี้ ต้องชื่นชมความกล้าหาญของข้าราชการในอดีตที่ไม่เกรงกลัวต่ออำนาจทางการเมือง ทั้ง นายชัยวัฒน์ วงศ์วัฒนศานต์ เลขากฤษฎีกา นายสมศักดิ์ เอี่ยมไธสง รองอธิบดีกรมที่ดิน ที่ยึดหลักความถูกต้องตัดสินใจตามหลักกฎหมาย ทั้ง ๆ ที่ขณะนั้น พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งมีผลประโยชน์เกี่ยวข้องโดยตรงเป็นนายกรัฐมนตรี

ทั้งสองท่านคือตัวอย่างข้าราชการดีที่ในสมัยนี้หาได้น้อยเต็มที






นี่คือเรื่องจริงครับ..ไม่ใช่ละครใส่ร้ายหรือแต่งเรื่องขึ้นมา..แต่มันเป็นวิบากกรรม..ที่เขาได้สร้างขึ้นมาครับ..

ขอบคุณแหล่งที่มาครับจาก..สายตรงภาคสนาม..


noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #2 เมื่อ: 6 ต.ค. 12, 20:09 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
มันเป็นเรื่องของโลก..โลกในความโลภ..
มานะพยายาม..วางแผนเป็นขั่นๆ...ความอยากได้ ความอยากมี..
ทางพระ..ท่านว่าเป็น เป็นกรรมกิเลส..เดือดร้อนเพราะกิเลส..
ไปแล้วในภพนี้..บางคนล่วงหน้าไปให้เห็นแล้ว และที่ยังจะตามหลังไป..ยังมีอีก..
อบายภูมิ..ได้เปิดประตูใว้เบื้องหน้า..จะช้า..รหือเร็ว..พวกเขาจักต้องผ่านประตูนี้ไป..
นี่..มิใช่เป็นการแช่งกัน หรือให้ร้ายกัน..แต่เป็นเรื่องของกรรม..
กรรมดี..หมู่เขาจักมิต้องถูกผู้คนสาปแช่ง ก่นด่า..อย่างลับหลัง..และอบายภูมิ จักมิเปิดประตูรอพวกเขาหรอก..
มันเป็นสาระของกรรมครับ..
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:  คนบาป 

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม