หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: ผลการศึกษาใหม่เผยแนวทางจัดการกับโรคไม่ติดต่อในประเทศที่มีรายได้ต่ำและปานกลาง  (อ่าน 23 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 7 ก.พ. 13, 14:46 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

เจนีวา--4 ก.พ.--พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

- รายงานของมหาวิทยาลัยจอห์น ฮอปกินส์ ระบุถึงช่องว่างในระบบการวิจัย นโยบาย และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับโรคไม่ติดต่อ
- ในการเสนอวิธีปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมและทางออกที่ยั่งยืนนั้น บรรดาผู้เชี่ยวชาญระบุว่าความร่วมมือระหว่างหลายภาคส่วนเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง
- โครงการวิจัยอิสระหลายโครงการที่เกิดจากกรอบปฏิบัติการว่าด้วยโรคไม่ติดต่อของ IFPMA มุ่งเน้นไปที่การพัฒนานวัตกรรม การเข้าถึงและจ่ายค่ารักษาได้ การป้องกันและให้ความรู้ด้านสุขภาพ รวมถึงการสร้างความร่วมมือ

วันนี้ สถาบันเศรษฐศาสตร์ประยุกต์ สุขภาพโลก และองค์กรธุรกิจศึกษา (Institute for Applied Economics, Global Health and the Study of Business Enterprise) แห่งมหาวิทยาลัยจอห์น ฮอปกินส์ ได้เผยแพร่ชุดนโยบายซึ่งแนะนำวิธีปฏิบัติเพื่อยกระดับนโยบาย การวิจัย และที่สำคัญที่สุดคือการรักษาโรคไม่ติดต่อ การศึกษาครั้งนี้กำกับดูแลโดยสมาพันธ์นานาชาติของสมาคมและผู้ผลิตเภสัชภัณฑ์ (IFPMA)

โรคไม่ติดต่อ 4 ประเภทหลัก ได้แก่ โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคมะเร็ง โรคปอดเรื้อรัง และโรคเบาหวาน คร่าชีวิตประชากร 3 ใน 5 ของประชากรทั้งหมดทั่วโลก และเกือบ 80% ของการเสียชีวิตเพราะโรคไม่ติดต่อเกิดขึ้นในประเทศที่มีรายได้ต่ำและปานกลาง

ด้วยอิทธิพลจากการประชุมระดับสูงขององค์การสหประชาชาติว่าด้วยการป้องกันและควบคุมโรคไม่ติดต่อในปี 2554 คณะทำงานที่ประกอบด้วยนักวิชาการชั้นนำหลายท่าน [1] ได้สรุปแนวทางในหัวข้อ “การจัดการกับช่องว่างในนโยบายและการวิจัยโรคไม่ติดต่อทั่วโลก” ซึ่งเสนอแนวปฏิบัติที่สำคัญ 5 ประการให้ผู้มีอำนาจตัดสินใจได้พิจารณา ดังนี้ 1) การเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับห่วงโซ่อุปทาน 2) การเร่งสร้างความสอดคล้องด้านกฎระเบียบ 3) การให้ความรู้เรื่องเอชไอวี/เอดส์ เพื่อยกระดับการเข้าถึงการรักษา 4) การปรับโครงสร้างการรักษาขั้นพื้นฐาน และ 5) การส่งเสริมการทำงานร่วมกันในหลายภาคส่วน

“เราใช้แนวทางในปฏิญญาทางการเมืองว่าด้วยโรคไม่ติดต่อที่เสนอโดยประเทศสมาชิกยูเอ็นเป็นจุดเริ่มต้นของการลงมือปฏิบัติ” Sir George Alleyne อดีตผู้อำนวยการองค์การอนามัยภูมิภาคอเมริกา (PAHO) และหนึ่งในผู้เขียนแนวทางข้างต้น กล่าว “งานของเราซึ่งอ้างอิงจากแนวทางนี้จะช่วยปูทางสู่ผลลัพธ์ทางสุขภาพที่ดีขึ้น ผ่านการสร้างความร่วมมือในหลายภาคส่วนและระหว่างภาคส่วนต่างๆ”

Eduardo Pisani ผู้อำนวยการทั่วไปของ IFPMA กล่าวว่า “อุตสาหกรรมเภสัชกรรมที่ใช้การวิจัยเป็นฐานกำหนดแนวทางนี้เพื่อสร้างแนวคิดต่างๆ ซึ่งเราหวังว่าจะเป็นประโยชน์ต่อการหารือขององค์การอนามัยโลก (WHO) และจะเป็นการเปิดทางให้อุตสาหกรรมของเราพร้อมที่สุดสำหรับการรับบทบาทร่วมกับผู้อื่นที่มีส่วนเกี่ยวข้อง”

สามารถดูนโยบายของจอห์น ฮอปกินส์ ได้ที่
http://www.ifpma.org/fileadmin/content/Publication/2013/Johns_Hopkins_Addressing_the_Gaps_in_Global_Policy_and_Research_for_NCDs.pdf

หมายเหตุ
1. ผู้เขียนประกอบด้วย Brian White-Guay, Lisa Smith, PrashantYadav, SoerenMattke, Margaret Kruk, Felicia Knaul, Gustavo Nigenda, Sir George Alleyne และ SaniaNishtar โดยมี Jeffrey L.Sturchio และ Louis Galambos เป็นบรรณาธิการ

เกี่ยวกับ IFPMA

IFPMA เป็นตัวแทนของสมาคมและบริษัทเภสัชกรรมที่ใช้การวิจัยเป็นฐานทั่วโลก อุตสาหกรรมเภสัชกรรมที่ใช้การวิจัยเป็นฐานมีพนักงานรวม 1.3 ล้านคนซึ่งทำหน้าที่วิจัย พัฒนา รวมถึงจัดหายาและวัคซีนที่ช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยทั่วโลก IFPMA ซึ่งอยู่ในนครเจนีวา มีความสัมพันธ์อย่างเป็นทางการกับองค์การสหประชาชาติ และนำเสนอความรู้ความเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมเพื่อช่วยให้ชุมชนสุขภาพทั่วโลกได้พบทางออกที่จะช่วยยกระดับสุขภาพทั่วโลก

แหล่งข่าว: สมาพันธ์นานาชาติของสมาคมและผู้ผลิตเภสัชภัณฑ์ (IFPMA)

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

Tags:
Tags:  

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม