หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: ตำรวจฟิตเปิดอีกโครงการรณรงค์ “ดื่มไม่ขับ ตำรวจไม่จับ กลับปลอดภัย” รับตรุษจีน  (อ่าน 86 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 8 ก.พ. 13, 16:58 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

ผู้ช่วย ผบ.ตร.เปิดโครงการรณรงค์ “ดื่มไม่ขับ ตำรวจไม่จับ กลับปลอดภัย” ที่ลานหน้าอาคารศูนย์การค้าอัมรินทร์พลาซ่า พร้อมเดินรณรงค์แจกสติกเกอร์ให้ประชาชนหวังลดอุบัติเหตุและการเสียชีวิต

วันนี้ (7 ก.พ.) เมื่อเวลา 12.00 น. พล.ต.ท.เรืองคักดิ์ จริตเอก ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ต. อุทัยวรรณ แก้วสอาด รองผบชน. พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย ผบก.จร. พ.ต.อ.วีระวิทย์ วัจนะพุกกะ ผกก.บก.จร. ร่วมด้วยบริษัทเอกชนร่วมกันประชาสัมพันธ์โครงการรณรงค์ “ดื่มไม่ขับ ตำรวจไม่จับ กลับปลอดภัย” ที่บริเวณลานหน้าอาคารศูนย์การค้าอัมรินทร์พลาซ่า ถนนสุขุมวิท แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กทม. โดยมีสื่อมวลชนและประชาชนให้ความสนใจโครงการนี้จำนวนมาก

พล.ต.ต.ปิยะกล่าวว่า โครงการนี้เป็นความมุ่งมั่นที่จะลดอุบัติเหตุบนท้องถนนโดยเฉพาะในพื้นที่เขตกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล ซึ่งบ่อยครั้งเกิดจากการดื่มแอลกอฮอล์จนเป็นสาเหตุเสียชีวิตและทรัพย์สิน ดังนั้น ทางเจ้าหน้าที่เน้นการดำเนินการป้องกันแบบเชิงรุกกับประชาชนด้วยการเดินรณรงค์ประชาสัมพันธ์ โดยมุ่งหน้าไปทางหน้าห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ผ่านสยามเซ็นเตอร์จนถึงห้างสรรพสินค้ามาบุญครอง

ด้าน พ.ต.อ.วีระวิทย์เปิดเผยว่า ต้องการให้ประชาชนหน่วยงานภาครัฐและเอกชนร่วมมือกันประชาสัมพันธ์รณรงค์โครงการดังกล่าวด้วยการช่วยกันแจกแผ่นพับติดสติกเกอร์ “ดื่มไม่ขับ ตำรวจไม่จับ” กลับบ้านปลอยภัย เพื่อเป็นการย้ำเตือนและป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ

ทางด้าน พล.ต.ท.เรืองคักดิ์กล่าวว่า สำหรับโครงการนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีและจะมีต่อไปและเชื่อมั่นว่าโครงการนี้จะสามารถลดอุบัติเหตุบนท้องถนนขอความร่วมมือทุกฝ่ายทุกด้านร่วมกันรณรงค์ปฏิบัติตามเพื่อเกิดความสูญเสียทางชีวิตและทรัพย์สินน้อยลง


องค์การอนามัยโลก (WHO) ประเมินการแก้ปัญหาอุบัติเหตุบนท้องถนนของไทย พบว่าสอบตกในทุกมาตรการ ทั้งในเรื่องการลดความเร็ว ได้คะแนนเพียง 2 เต็ม 10 การลดการดื่มแล้วขับ ได้ 5 เต็ม 10 การใช้หมวกนิรภัยกับรถจักรยานยนต์ ได้ 4 เต็ม 10 การคาดเข็มขัดนิรภัย ได้ 5 เต็ม 10 ขณะที่การใช้ที่นั่งนิรภัยในเด็กไม่ได้คะแนน คือ 0 เต็ม 10 ส่งผลให้ประเทศไทยอยู่ในอันดับ 106 จาก 178 ประเทศที่สำรวจ

แม้จะมีการประกาศให้ไทยเป็นทศวรรษแห่งความปลอดภัยหวังลดจำนวนผู้เสียชีวิตให้ได้ครึ่งหนึ่งภายใน 10 ปีข้างหน้า แต่หนึ่งปีผ่านไปยังไม่เห็นอะไรที่เป็นรูปธรรมในการแก้ปัญหามากนัก ซึ่งไทยอาจต้องนำตัวอย่างความสำเร็จในการลดอุบัติเหตุจราจรในต่างประเทศ เช่น ยุโรป มาเป็นรูปแบบการดำเนินการลดปัญหาอุบัติเหตุ

ก่อนหน้านี้ การเสียชีวิตจากอุบัติเหตุในประเทศแถบยุโรปเกิดจากปัญหาที่หลายประเทศรวมทั้งไทยกำลังประสบอยู่ นั่นคือผู้ขับขี่มักไม่ให้ความสำคัญกับการปฏิบัติตามกฎหมายจราจร ขาดการบังคับใช้กฎหมายจากภาครัฐอย่างจริงจัง ขณะที่ตำรวจจราจรก็มีน้อย อุปกรณ์มีจำกัด และไม่ได้ถูกบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ ยุโรปจึงเริ่มให้ความสำคัญกับการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง จนมีข้อมูลงานวิจัยยืนยันว่าสามารถลดอัตราการเกิดอุบัติเหตุลงได้ถึงกว่าร้อยละ 50

หลักของการบังคับใช้กฎหมายในยุโรป ไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มจำนวนใบสั่ง ค้นหาผู้กระทำผิด แต่เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้ขับขี่ ให้ตระหนักถึงความปลอดภัยในการขับขี่และมีความรับผิดชอบต่อสังคมร่วมกันโดยเริ่มจาก

1. กำจัดความเร็วเพื่อลดการเกิดอุบัติเหตุและลดการบาดเจ็บรุนแรง ซึ่งการลดความเร็วเฉลี่ยบนถนนลง 1 กิโลเมตรต่อชั่วโมง สามารถลดอัตราการเกิดอุบัติเหตุลงได้ถึงร้อยละ 4 ส่วนคนเดินเท้าที่ถูกรถชนร้อยละ 85 หากถูกชนที่ความเร็ว 50 กิโลเมตรต่อชั่วโมงจะเสียชีวิต แต่หากลดความเร็วลงเหลือ 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จะมีผู้เสียชีวิตเมื่อถูกชนเหลือเพียงร้อยละ 10

2. คาดเข็มขัดนิรภัย พบว่าสามารถลดการเสียชีวิตจาก 2.5 หมื่นคน ลงได้ถึง 1 หมื่นชีวิตแต่ต้องทำควบคู่ไปกับการรณรงค์ ประชาสัมพันธ์อย่างทั่วถึงและต่อเนื่อง

3. การฝ่าฝืนกฎจราจรเกี่ยวกับการให้ทางพฤติกรรมการฝ่าฝืนกฎจราจร เช่น ไม่จอดให้คนข้ามถนนข้ามเมื่อมีสัญญาณคนข้าม ขับรถฝ่าไฟแดง ส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุสูงถึงร้อยละ 50 ซึ่งในยุโรปมีเทคโนโลยีการใช้กล้องเพื่อช่วยในการบังคับใช้กฎหมาย เช่น กล้องตรวจจับการฝ่าฝืนสัญญาณไฟ ได้ผลดีคุ้มค่าต่อการลงทุน แม้ประเทศไทยเริ่มมีใช้บ้างแล้ว แต่ก็ยังไม่ครอบคลุมทั่วถึง

4. บังคับใช้กฎหมายดื่มแล้วขับ สร้างความชัดเจนเกี่ยวกับโทษ ผลกระทบและระดับแอลกอฮอล์ที่ผิดกฎหมาย กลยุทธ์ในยุโรป คือทำให้ผู้ขับขี่เกิดความรู้สึกว่าตนเองมีโอกาสถูกจับได้ตลอดเวลา หากทำผิดกฎหมาย ด้วยวิธีการสุ่มตรวจด้วยเครื่องเป่าวัดปริมาณแอลกอฮอล์ ในทุกที่ ทุกเวลา และทำพร้อมกันเป็นวงกว้าง เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ขับขี่ไม่สามารถหลบหนีไปในเส้นทางอื่นได้

5. ตรวจวัดสมรรถนะความพร้อมของผู้ขับขี่ ไม่เพียงแต่ในผู้ขับขี่อาชีพ อย่างรถโดยสารสาธารณะ รถบรรทุก เท่านั้นแต่รวมไปถึงผู้ขับขี่รถโดยทั่วไปด้วย


สำหรับใครที่ไม่ได้ออกไปไหนก็นอนตีพุงดูทีวีอยู่ที่บ้านก็ดีเหมือนกันได้พักผ่อนร่างกายแถมที่สำคัญประหยัดตังในกระเป๋าด้วย ส่วนใครไปเที่ยวก็เที่ยวให้สนุกละกันนะครับ สุขสันต์วันตรุษจีน เฮง เฮง รวย รวย ร่างกายแข็งแรงกันทุกคน นะจ๊ะ
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:  ทีวีออนไลน์ ดูทีวีออนไลน์ ดูทีวีออนไลน์ช่อง3 ดูทีวีออนไลน์ช่อง5 ดูทีวี ทีวี 

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม