หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: รู้ลึกเรื่องผิว.. เพื่อการดูแลที่ถูกต้อง  (อ่าน 385 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 21 มิ.ย. 13, 17:11 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

Beauty Tips
รู้ลึกเรื่องผิว.. เพื่อการดูแลที่ถูกต้อง
ผิวหนังจัดว่าเป็นอวัยวะที่ใหญ่ที่สุดในร่างกาย และจะห่อหุ้มร่างกายเราไว้ทั้งหมด โดยทำหน้าที่ปกป้องอวัยวะต่างๆ ที่อยู่ใต้ลงไป จากความร้อน แสง การติดเชื้อ และสภาพแวดล้อมทั้งหลาย นอกจากนี้ยังทำหน้าที่ควบคุมอุณหภูมิของร่างกายให้คงที่ เป็นที่กักเก็บน้ำและไขมัน โดยมีปลายประสาทรับรู้ความรู้สึก ซึ่งช่วยป้องกันการสูญเสียน้ำและป้องกันไม่ให้เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายของเรา
แพทย์หญิง ฐาปนีย์ เบ็ญจะมโน แพทย์ผู้เชี่ยวชาญศัลยกรรมความงามและผิวพรรรณ เกนคลินิก (Gain Clinic) ให้ความรู้เกี่ยวกับโครงสร้างผิวว่า โดยทั่วไปผิวหนังทั้งร่างกายของคนเรา จะมีความแตกต่างกันไปทั้งสี ความหยาบละเอียด และความหนา ยกตัวอย่าง ที่ศีรษะจะมีรากผมอยู่มากกว่าที่อื่น ในขณะที่ฝ่ามือและฝ่าเท้าไม่มีเลย แต่จะมีความหนาของชั้นผิวที่มากกว่า เป็นต้น
ผิวหนังจะประกอบไปด้วยชั้นต่างๆ ซึ่งแต่ละชั้นก็มีหน้าที่ที่แตกต่างกันไป ดังนี้
•ชั้นหนังกำพร้า (Epidermis)
•ชั้นหนังแท้ (Dermis)
•ชั้นไขมันใต้ผิวหนัง (Subcutneous fat layer)
1. ชั้นหนังกำพร้า(Edpidermis)
ถือว่าเป็นชั้นนอกสุดของผิวหนัง ชั้นนี้เรียกกันง่ายๆ ว่า หนังกำพร้า ประกอบด้วย สเตรตัม คอร์เนียม (Stratum Corneum) ผิวเรียกเข้าใจง่ายๆ คือชั้นขี้ไคล ชั้นนี้จะประกอบไปด้วยเซลล์คีราติโนไซต์ (Keratinocytes) เป็นเซลล์ที่มีปริมาณมากที่สุดถึง 90% และจะมีการสร้างเซลล์ใหม่ทุกๆ 28 วัน ซึ่งจะผลิตสาร เคอราติน (Keratin) และเคอราตินนี้เป็นโปรตีนชนิดหนึ่งที่ช่วยทำให้โครงสร้างผิวแข็งแรงและมีความยืดหยุ่น ชั้นนี้จะป้องกันสิ่งแปลกปลอมภายนอกไม่ให้เข้าสู่ร่างกาย นอกจากนี้ ยังป้องกันการสูญเสียของน้ำออกจากร่างกายด้วยชั้นขี้ไคลนี้ ถ้าเกาะติดกันแน่นและไม่ลอกหลุดตามเวลาที่ควร ก็จะไปอุดตันตามรูขุมขนได้ เป็นที่มาของสิวเสี้ยน และเป็นสาเหตุของการเกิดสิวอักเสบตามมาได้ ดังนั้นการใช้กรด AHA ก็จะไปเร่งการผลัดเซลล์ผิวในชั้นนี้ได้จึงช่วยลดสิวเสี้ยนลงได้

เซลล์คีราติโนไซต์ (หรืออีกชื่อ สความาสเซลล์ – Squamous cell) ถ้าเรียกแบบชาวบ้านก็คือ หนังกำพร้านั่นเอง ชั้นนี้จะอยู่ถัดใต้ชั้นสเตรตัม คอร์เนียมลงไป เป็นชั้นเซลล์คีราติโนไซต์ที่มีชีวิต และเป็นเซลล์ที่มีอายุโตเต็มวัย ซึ่งพร้อมจะกลายสภาพไปเป็นเซลล์ที่ตายแล้ว (ซึ่งก็คือชั้นสเตรตัม คอร์เนียม) และหลุดลอกกลายเป็นขี้ไคล
ชั้นเบเซิล (Basal Layer) เป็นชั้นที่ลึกที่สุดของชั้นอีพิเดอมีส ที่ชั้นนี้จะมีเบเซิลเซลล์อยู่ และแผ่คลุมต่อเนื่องกันตลอด เบเซิลเซลล์นี้จะแบ่งตัวและสร้างเป็นเซลล์คีราติโนไซต์เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เพื่อทดแทนเซลล์คีราติโนไซต์ที่เสื่อมสภาพกลายไปเป็นชั้นสเตรตัม คอร์เนียม
ในชั้นหนังกำพร้านี้จะมีเซลล์เมลาโนไซต์แทรกตัวอยู่ ซึ่งเซลล์เมลาโนไซต์นี้จะเป็นตัวที่ผลิตเม็ดสีเมลานิน (ทำให้เกิดสีผิว)โดยปกติเซลล์ชั้นหนังกำพร้า จะมีการผลัดเปลี่ยนกลายเป็นขี้ไคลตลอดเวลา และหลุดลอกออกไปตามธรรมชาติ
ผิวหนังในเด็กขบวนการนี้จะเกิดขึ้นเร็ว ทำให้เด็กมีผิวหน้าใส เรียบเกลี้ยง แต่เมื่ออายุเพิ่มมากขึ้น กระบวนการดังกล่าว จะเกิดขึ้นช้าๆ ทำให้การผลัดเซลล์ผิวช้าลง ขี้ไคลก็จะพอกหนาขึ้น เมื่อมีปัจจัยภายนอกต่างๆ มาเสริม เช่น โดนแสงแดดบ่อย, มลพิษ, สารเคมี, สูบบุหรี่ ก็จะไปเร่งให้ผิวเสื่อมสภาพเร็วขึ้น ทำให้ผิวหยาบกร้าน, มีรอยด่างดำ, ตกกระ, ฝ้า รอยเหี่ยวย่น ผิวหน้าแลดูหมองคล้ำ ไม่สดใส
2. ชั้นหนังแท้(Dermis)
ผิวชั้นนี้มีความสำคัญมาก เป็นชั้นที่อยู่ตรงกลาง ที่ชั้นนี้จะมี
•หลอดเลือดขนาดเล็ก มาหล่อเลี้ยง
•ท่อน้ำเหลือง
•รากขน
•ต่อมเหงื่อ
•เส้นใยคอลลาเจน
•เซลล์ไฟโบรบลาส (Fibroblast) ซึ่งเป็นตัวที่สร้างเส้นใยคอลลาเจนและอีลาสติน (Elastin)
•เส้นประสาท
และยังเป็นที่อยู่ของสารสำคัญที่ทำให้ผิวหนังมีความยืดหยุ่นอย่างคอลลาเจนมากถึง 70% และเส้นใยอีลาสตินอีก 5% โดยมีกลูโคอะมิโนไกลแคนที่เป็นตัวเชื่อมยึดสารสำคัญนี้เข้ากับส่วนประกอบต่างๆ จึงทำให้ผิวหนังเกิดความชุ่มชื้น ถ้าผิวหนังชั้นนี้เสื่อมจากอายุที่มากขึ้น หรือถูกทำลายจากอัลตราไวโอเลตก็จะทำให้เกิดรอยเหี่ยวย่นขึ้นได้
ผิวหนังชั้นนี้ยังมี ต่อมเหงื่อ ที่มีลักษณะเป็นท่อรูปเกลียวเปิด บริเวณชั้นหนังกำพร้า ทำหน้าที่ขับเหงื่อเพื่อปรับสภาวะและรักษาอุณหภูมิของร่างกาย มีต่อมไขมัน ทำหน้าที่ผลิตไขมันทำให้ผิวหนังชุ่มชื้น และ ต่อมกลิ่น ที่มีกลิ่นจำเพาะ จะพบมากบริเวณอวัยวะเพศ รูทวารและรักแร้
3. ชั้นไขมันใต้ผิวหนัง หรือ ชั้นรองรับผิวหนัง
เป็นชั้นที่อยู่ลึกที่สุด ชั้นนี้จะมีเครือข่ายของเส้นใยคอลลาเจนและเซลล์ไขมัน ช่วยในการเก็บสะสมพลังงานความร้อนไม่ให้สูญเสียออกนอกร่างกาย และช่วยปกป้องร่างกาย ด้วยการดูดซับแรงกระแทกจากภายนอก
ความรู้เรื่องผิวหนังจะช่วยทำให้เราเข้าใจกลไกการทำงานของสารเคมีบางกลุ่ม ช่วยให้เข้าใจว่า ปัญหาต่างๆ ของผิวหน้าว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร ซึ่งเมื่อเข้าใจหลักการของโครงสร้างผิวแล้ว จะเห็นได้ว่าผิวหนังมีความสำคัญต่อร่างกาย จึงจำเป็นที่ต้องได้รับการเอาใจใส่ดูแลอย่างถูกต้อง ทั้งร่างกาย จิตใจ การให้ความสำคัญในเรื่องของการทำความสะอาด รวมถึงการให้ความสำคัญกับการเลือกรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ การดื่มน้ำสะอาดอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ พักผ่อนให้เพียงพอ รวมไปถึงการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่เหมาะสมกับตนเอง เพียงเท่านี้ผิวพรรณของคุณก็จะแข็งแรงมีชีวิตชีวา สุขภาพดี เรียบเนียน นุ่มนวล ไม่มีริ้วรอย จุดด่างดำ ยืดความเยาว์วัยของผิวพรรณไปได้อีกนาน
___________________________________________________________________________




« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 21 มิ.ย. 13, 17:16 น โดย d00bd00b » noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Tags:  

หน้า: 1

 
ตอบ
ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:   Go
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม