หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: ศิลปินเวียดนามวาดภาพ ชายฝั่งทะเลถูกทำลาย  (อ่าน 5390 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 30 ก.ค. 13, 17:24 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

ศิลปินเวียดนามวาดภาพ ชายฝั่งทะเลถูกทำลาย



ข่าวสด คอลัมน์ หมุนก่อนโลก

...เหงียน ลุย เป็นศิลปินที่มีชื่อเสียงของเวียดนาม

...นอกจากเป็นศิลปินแล้ว เขายังเป็นนักสิ่งแวดล้อม

ศิลปินผู้นี้รู้สึกหดหู่ เมื่อเห็นแนวปะการังถูกทำลาย เห็นการจับปลามากเกินขนาด จนกลายเป็นแรงบันดาลใจให้เขาจับพู่กันเขียนภาพเตือนชาวเวียดนาม 85 ล้านคน ว่า ชายฝั่งทะเลความยาว 3,200 กิโลเมตรของประเทศกำลังตกอยู่ในอันตราย

เขาอยากให้ชนรุ่นหลังเห็นภาพบ้านเมือง ชายฝั่งทะเลที่ยังมีความสวยงามอยู่

เหงียน ซึ่งเป็นชาวเมืองนาตรัง กล่าวว่า เมื่อก่อนอ่าวบริเวณนาตรัง ทางตอนใต้ค่อนไปทางกลางของเวียดนาม ขึ้นชื่อถึงความงาม ความเป็นธรรมชาติ หาดทรายเนื้อละเอียด มีเกาะแก่ง เป็นที่ตื่นตาตื่นใจ

แต่ตอนนี้มันไม่ใช่อีกแล้ว เนื่องจากเมืองมีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยว อาคารน่าเกลียด เศษขยะจากความมักง่าย ปรากฏให้เห็น

ภาพของเหงียนซึ่งแสดงให้เห็นถึงสิ่งแวดล้อมที่ถูกทำลาย มักไม่ค่อยเห็นศิลปินในประเทศคอมมิวนิสต์แสดงภาพอย่างนี้กันเท่าไรนัก

ในภาพมีการใช้สีฟ้า เขียว ไปจนถึงสีแดง เหลือง น้ำตาลในน้ำทะเล โดยสีแต่ละสีหมายถึงสภาพของน้ำทะเลที่มีความใส สะอาด สกปรก มากน้อยเพียงใด

ส่วนสีเหลืองและสีน้ำตาลนั้นหมายถึงคราบน้ำมัน ที่เป็นอันตรายต่อปลาในท้องทะเล

คราบน้ำมันกระจายอยู่ตามชายฝั่งทะเลมากกว่า 20 จังหวัด และพบว่ามีปริมาณน้ำมันอยู่ถึง 1,720 ตัน

น้ำมันที่ไหลลงในทะเลจนพัดมาถึงชายฝั่งทะเลเวียดนามนั้น ยังเป็นน้ำมันปริศนา หาต้นตอไม่ได้ แต่นักสิ่งแวดล้อมคาดว่า อาจเป็นเพราะน้ำมันจากเครื่องขุดเจาะน้ำมันรั่ว หรือท่อที่ฐานขุดเจาะน้ำมันหรือก๊าซในทะเลจีนใต้รั่วออกมา

นอกจากคราบน้ำมันแล้ว เศษขยะอย่างโฟม ถุงพลาสติกและเศษไม้ยังลอยเกลื่อนทะเล ยังเป็นปัญหาหนักอกสำหรับผู้รักสิ่งแวดล้อม ที่ไม่ใช่แต่ชาวเวียดนามเท่านั้น


เครดิต ชมรมคนรักเกาะสุรินทร์
รักนะ ... เกาะสุรินทร์



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

add
เรทกระทู้
« ตอบ #1 เมื่อ: 30 ก.ค. 13, 17:56 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

คราบน้ำมันกลางทะเลอ่าวไทย

น้ำมันรั่วกลางอ่าวไทยเกิดวิกฤตในวงกว้าง กระทบท่องเที่ยวเสม็ดคนยกเลิกห้องพัก ส่วนผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ผศ.ดร.ธรณ์ หากคราบน้ำมันจับกับเม็ดทรายเคลือบตามตัวสัตว์ทะเล จะทำให้ระบบนิเวศบนหาดทรายเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง ทั้งนี้ได้มีหลายหน่วยงานเรียกร้องรัฐบาลดำเนินการฟ้องร้องต่อ บ.พีทีที โกลบอล โดยชาวเน็ตได้แชร์ข้อมูลกรณีตัวอย่างที่รัฐฟ้องร้องต่อบริษัทที่ทำน้ำมันรั่วในทะเลทั้งในอเมริกาและในจีนกันอย่างกว้างขวาง

ภายหลังจากเหตุการณ์ท่อส่งน้ำมันดิบของ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) รั่ว ทำให้มีน้ำมันดิบจำนวนมากไหลทะลักแพร่กระจายในทะเลเป็นบริเวณกว้าง ห่างจากท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด จ.ระยอง ประมาณ 18 กิโลเมตร

ล่าสุดวันนี้ (29 ก.ค. 56) คราบน้ำมันดิบถูกคลื่นลมซัดมาติดที่บริเวณอ่าวพร้าว บนเกาะเสม็ด จน นายวิชิต ชาตไพสิฐ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง ต้องประกาศให้อ่าวพร้าวเป็นพื้นที่ภัยพิบัติทางทะเล

ท่องเที่ยวสะเทือน กระทบภาพลักษณ์เกาะเสม็ด

สำหรับคราบน้ำมันดิบเหล่านี้จำเป็นต้องเร่งให้มีการจัดเก็บเป็นการด่วน เพราะมีแนวโน้มว่าคราบน้ำมันจะไหลไปยังอ่าวขาม ชายหาดสวนสน และชายฝั่งบ้านเพ เนื่องจากมีปัญหาคลื่นลมแรงทำให้ไม่สามารถควบคุมทิศทางของคราบน้ำมันได้ ซึ่งจะสร้างความเสียหายทั้งกับทรัพยากรทางธรรมชาติ ท้องทะเล สัตว์น้ำ และยังส่งผลกระทบทางด้านการท่องเที่ยวอีกด้วย เนื่องจากเกาะเสม็ดนั้นเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของประเทศ โดยบริเวณอ่าวพร้าวนั้น เป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่สวยที่สุดในเกาะเสม็ด เนื่องจากตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันตกของเกาะ

นายสุเมธ สายทอง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด ให้สัมภาษณ์สั้นๆ ว่า สถานการณ์ปัจจุบันยังถือว่าวิกฤต ทางอุทยานได้สั่งปิดอ่าวพร้าวในพื้นที่เกาะเสม็ดเป็นการชั่วคราว โดยห้ามไม่ให้นักท่องเที่ยวและบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องเข้ามาในพื้นที่เด็ดขาด เพื่อเปิดทางให้เจ้าหน้าที่เข้าไปจัดการกับคราบน้ำมันดังกล่าว ซึ่งคราบน้ำมันนั้นมีอยู่เป็นจำนวนมาก และยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ทุกคนกำลังทำงานอย่างเต็มที่เพื่อนำคราบน้ำมันออกมาให้หมด

ด้าน การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานระยอง เปิดเผยข้อมูลว่าเหตุการณ์นี้เริ่มมีผลกระทบกับการท่องเที่ยวแล้ว โดยนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติได้ทยอยเก็บข้าวของเดินทางออกจากบริเวณเกาะพร้าว เนื่องจากไม่สามารถลงเล่นน้ำทะเลบริเวณอ่าวพร้าวได้ และคราบน้ำมันยังส่งกลิ่นเหม็นรบกวนการพักผ่อน ซึ่งนักท่องเที่ยวนั้นได้ทยอยเดินทางออกจากที่พักก่อนกำหนด และบางส่วนมีการยกเลิกการเข้าพักเนื่องจากไม่สามารถลงเล่นน้ำทะเลได้



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #2 เมื่อ: 30 ก.ค. 13, 17:59 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

คราบความสกปรกของน้ำมัน

ส่วนรีสอร์ตที่เปิดดำเนินการที่บริเวณอ่าวพร้าวบางแห่งยังคงเปิดตามปกติ แต่บางแห่งก็ปิดชั่วคราว และได้ให้นักท่องเที่ยวย้ายไปยังรีสอร์ตอื่นๆ บนเกาะเสม็ดแทน โดย นายวีรสิทธิ์ เนืองนิตย์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายขายและการตลาด เสม็ดรีสอร์ท กล่าวว่า รีสอร์ตในบริเวณอ่าวพร้าวเริ่มได้รับผลกระทบแล้ว ดังเช่นอ่าวพร้าว รีสอร์ต ที่อยู่ในเครือเสม็ดรีสอร์ท ได้ให้นักท่องเที่ยวย้ายไปพักที่รีสอร์ตอื่นๆ ในเครือ ที่อยู่บนหาดที่ยังไม่ได้รับผลกระทบจากคราบน้ำมัน ซึ่งยังสามารถท่องเที่ยวได้ตามปกติ แต่เหตุการณ์ดังกล่าวนี้ต้องเกิดผลกระทบด้านภาพลักษณ์ของเกาะเสม็ดแน่นอน เนื่องจากนักท่องเที่ยวอาจเกิดความกังวลในเรื่องสภาพธรรมชาติ

หวั่นระบบนิเวศบนหาดทรายเปลี่ยนแปลงรุนแรง

สำหรับผลกระทบทางด้านระบบนิเวศทางทะเล ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ รองคณบดีคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้แสดงความคิดเห็นผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัว สรุปความว่า

....คราบน้ำมันอาจจับกับเม็ดทราย เคลือบตามตัวสัตว์ทะเล ทำให้ระบบนิเวศบนหาดทรายเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง รวมถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับการท่องเที่ยว นอกจากนี้ยังมีบริเวณอื่นๆ ที่น่าเป็นห่วง ตั้งแต่หาดหินที่เขาแหลมหญ้า รวมทั้งหาดทรายและแนวปะการังเล็กๆ และแนวสาหร่ายติดฝั่งที่อยู่ตรงปลายแหลม แนวปะการังและหาดต่างๆ ทางฝั่งตะวันตกของเกาะเสม็ด ระบบนิเวศพื้นท้องทะเลตั้งแต่จุดที่น้ำมันรั่วตรงมาหาฝั่ง ระยะทางไม่ต่ำกว่า 20-30 กิโลเมตร

....และหากคราบน้ำมันกระจายตัวมากขึ้น หรือลอยผ่านช่องเสม็ด หาดอื่นๆ ที่อยู่เลยเกาะเสม็ดไปทางตะวันตก ชายหาดแถวบ้านเพ และป่าชายเลนในบริเวณนั้นย่อมได้รับผลกระทบด้วย รวมถึงยังไม่ได้ประเมินพื้นที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในบริเวณนั้น...

ผศ.ดร.ธรณ์ยังให้ข้อมูลผ่านเฟซบุ๊กอีกว่า ในกรณีนี้ การแก้ไขปัญหาคราบน้ำมันจะต้องมีความโปร่งใสและชัดเจน จะได้มาช่วยกันดูช่วยกันคิด”



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #3 เมื่อ: 30 ก.ค. 13, 18:01 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

จี้รัฐแจ้งความ ฟ้องบริษัททำน้ำมันรั่ว

ด้าน นายบรรจง นะแส นายกสมาคมรักษ์ทะเลไทย เขียนบทความ “คราบน้ำตา..ใต้คราบน้ำมัน” ในคอลัมน์ฝ่าเกลียวคลื่น บนเว็บไซต์เอเอสทีวีผู้จัดการออนไลน์ ข้อความตอนหนึ่งระบุว่า “นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ขบวนการขุดเจาะหรือขนถ่ายน้ำมันแล้วเกิดอุบัติเหตุทำให้น้ำมันรั่วไหลลงสู่ทะเล เพราะก่อนหน้านี้เหตุการณ์ในลักษณะเดียวกันเกิดขึ้นหลายต่อหลายครั้งในหลาย ประเทศ ไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับเรือบรรทุกน้ำมัน เหตุการณ์ท่อส่งน้ำมันรั่วไหล ล้วนสร้างความเสียหายจนไม่อาจประเมินค่าได้

ปรากฏการณ์น้ำมันดิบของบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) รั่วลงทะเล กินอาณาบริเวณกว้างในทะเลระยองในครั้งนี้ เราได้เห็นสื่อ หน่วยงานราชการต่างๆ ไม่ว่ากองทัพเรือที่สนับสนุนใช้เครื่องบินกองทัพเรือบินลาดตระเวน และเรือของกองทัพออกไปสนับสนุนการแก้ไขปัญหาให้แก่บริษัทเอกชนอย่างแข็งขัน

แต่เรายังไม่เห็นหน่วยงานราชการที่มีหน้าที่ในการปกป้องคุ้มครองทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของสังคม ออกมาทำหน้าที่ในการสร้างความเป็นธรรมให้แก่สังคมโดยรวมที่จะได้รับผลกระทบจากกรณีดังกล่าว

จนถึงวันนี้ยังไม่พบว่ามีองค์กรส่วนท้องถิ่น หรือของรัฐหน่วยงานไหนได้ทำหน้าที่แจ้งความกล่าวโทษเพื่อเอาผิดต่อทางบริษัทที่ก่อให้เกิดความเสียหายขึ้นแล้ว ไม่ว่าต่อทะเล ต่อพันธุ์สัตว์น้ำ หรือต่อหาดทรายชายหาดที่อาจจะได้รับผลกระทบจากคราบน้ำมันในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ปรากฏการณ์ของคราบน้ำตาที่ไร้ค่าของคนเล็กคนน้อย ก็ต้องซุกอยู่ใต้คราบน้ำมันเสมอ เพราะมูลค่ามันต่างกันโดยสิ้นเชิง”


อ่าวพร้าวในอดีตที่สวยสดใส



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #4 เมื่อ: 30 ก.ค. 13, 18:08 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ชาวเน็ตยกกรณีอย่างรัฐฟ้องร้องบริษัททำน้ำมันรั่ว

ส่วนในโลกออนไลน์ ชาวเน็ตมีการพูดถึงกรณีนี้กันอย่างกว้างขวาง และส่วนหนึ่งมีแนวคิดเรียกร้องให้รัฐบาลเป็นตัวตั้งตัวตีในการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากบริษัทที่เกี่ยวข้อง เพราะทำให้เกิดผลกระทบมากมายหลายด้าน ซึ่งเคยมีเหตุการณ์คล้ายคลึงกันเกิดขึ้นมาก่อนแล้ว ทั้งในสหรัฐอเมริกา เมื่อรัฐบาลกลางฟ้องร้อง บีพี บริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ของอังกฤษ และบริษัทน้ำมันรายอื่นๆ อีก 8 แห่ง กรณีแท่นขุดเจาะน้ำมัน Deepwater Horizon ระเบิดเมื่อวันที่ 20 เมษายน 2553 จนเกิดน้ำมันรั่วไหลในอ่าวเม็กซิโก โดยทางฝ่ายรัฐเป็นผู้ชนะ และบริษัทบีพี ยินยอมชำระค่าปรับจำนวน 4.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.39 แสนล้านบาท) ให้แก่รัฐบาล ซึ่งเป็นค่าปรับที่มีมูลค่าสูงสุดในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ

ส่วนในประเทศจีน รัฐบาลก็มีการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจาก ซีนุก บริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ของรัฐบาลจีน และคู่หุ้นส่วนบริษัทธุรกิจน้ำมันข้ามชาติอเมริกัน ConocoPhillips กรณีเหตุน้ำมันรั่วจากแท่นขุดเจาะบ่อน้ำมันในอ่าวปั๋วไห่ มณฑลซานตง เมื่อเดือนมิถุนายน 2554

ระบุรัฐปกปิดข้อมูล

สำหรับในเรื่องการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายต่อบริษัทน้ำมันนั้น นายสาธิต ปิตุเตชะ ส.ส.ระยอง พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ทาง ปตท. และผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง ปกปิดข้อมูล โดยอ้างว่าแก้ไขสถานการณ์ได้แล้ว แต่อันที่จริงนั้นยังไม่สามารถแก้ไขได้ และไม่มีการระดมความคิดในการแก้สถานการณ์อย่างทันท่วงที ทำให้เกิดเหตุบานปลาย โดยอยากเรียกร้องบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นต้นเหตุรับผิดชอบทุกกรณี

ทางสมาคมประมงพื้นบ้าน และเครือข่ายภาคประชาชน จะไปแจ้งความดำเนินคดีกับ ปตท. และถ้าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังปกปิด เหมือนกรณีเหมืองคริตตี้ที่กาญจนบุรี ประชาชนจะฟ้องข้าราชการในฐานะละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งศาลปกครองสูงสุดเคยพิพากษาให้กรมควบคุมมลพิษต้องชดเชยความเสียหายให้กับประชาชน และตนจะเป็นทนายความให้กับสมาคมประมงพื้นบ้าน และเครือข่ายประชาชน เพื่อฟ้อง ปตท. ต่อศาลปกครองและศาลแพ่งต่อไป ทั้งนี้หากรัฐบาลมีความจริงใจต้องตั้งกองทุนขึ้นมาชดเชยความเสียหายที่จะต้องใช้เวลาฟื้นฟูหลายปี



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #5 เมื่อ: 30 ก.ค. 13, 18:11 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

กรีนพีซจี้รัฐทบทวนนโยบายพลังงาน

ขณะที่ทางกรีนพีซได้ออกมาจี้รัฐให้ทบทวนนโยบายพลังงานและยุติการสำรวจและขุดเจาะน้ำมันในอ่าวไทย พร้อมทั้งเรียกร้องให้บริษัท พีทีที โกลบอลฯ และบริษัทแม่คือ ปตท. แสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

“ทะเลอ่าวไทย ซึ่งเป็นแหล่งอาหารสำคัญของไทย ถูกคุกคามมาตลอดจากการรั่วไหลของน้ำมันตามเส้นทางขนส่งน้ำมันกลางทะเล ในบริเวณที่มีการขนถ่ายของเรือบรรทุกน้ำมัน หรือจากการดำเนินการขุดเจาะน้ำมัน การรั่วไหลของน้ำมันในครั้งนี้เป็นเพียงเหตุการณ์ล่าสุดในเหตุน้ำมันรั่วไหลกว่า 200 ครั้ง ที่เกิดขึ้นในทะเลไทยในช่วง 30 ปีนี้ ปตท. ควรออกมารับผิดชอบกับหายนะที่เกิดขึ้นนี้ ไม่ใช่เพียงแค่ดำเนินการขจัดคราบน้ำมันรั่วไหล แต่ควรจะเปิดเผยข้อมูลทุกอย่างโดยทันทีเกี่ยวกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นได้กับระบบนิเวศทางทะเล ชุมชนชายฝั่งทะเล และการท่องเที่ยวของไทย” พลาย ภิรมย์ ผู้จัดการฝ่ายรณรงค์ประจำประเทศไทย กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าว

นอกจากนี้กรีนพีซยังเรียกร้องให้ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) แสดงความรับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่ตามมาในการฟื้นฟูสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ และควรต้องมีการดำเนินการตรวจสอบโดยคณะอนุกรรมการว่าด้วยการฟื้นฟูและการประเมินความเสียหายทางสิ่งแวดล้อมซึ่งเกิดจากมลพิษจากน้ำมัน

ลั่นรัฐไม่ฟ้อง ส.ต่อต้านโลกร้อนลุยเอง

นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน ได้ออกแถลงการณ์เรื่อง รัฐจะต้องเรียกค่าเสียหายทางทรัพยากรแทนประชาชนกรณีน้ำมันรั่วกลางอ่าวไทยว่า คราบน้ำมันดังกล่าวจะมีผลกระทบโดยตรงต่อระบบนิเวศทางทะเลและชายฝั่ง กระทบต่อการดำรงชีพของสัตว์ทะเล กระทบต่ออาชีพของชาวประมง กระทบต่อระบบการท่องเที่ยว เพราะคราบน้ำมันจะถูกคลื่นซัดมาถึงชายหาดพื้นที่ท่องเที่ยวได้ เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนโดยชัดแจ้ง ฯลฯ

ดังนั้น สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน ขอเรียกร้องให้รัฐบาล โดยเฉพาะกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ กระทรวงพลังงาน กรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคม ต้องเป็นธุระในการดำเนินการเรียกค่าเสียหายที่เกิดขึ้นจากผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่เสียหายไป ซึ่งเป็นทรัพยากรของชาติจากบริษัท พีทีทีฯ แทนประชาชนหรือผู้มีส่วนได้เสียโดยทันที ตามมาตรา 96 และมาตรา 97 แห่ง พ.ร.บ.สิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2535 โดยทันที พร้อมกับนำเงินดังกล่าวจัดตั้งกองทุนดูแล ชดเชย อาชีพของชาวประมง และอาชีพต่อเนื่อง ในพื้นที่ต่างๆ ที่ได้รับผลกระทบจากคราบน้ำมันดังกล่าว

หากหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องดังกล่าว ละเว้น เพิกเฉยต่อข้อเรียกร้องนี้ สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน จำเป็นที่จะต้องใช้สิทธิทางศาลแทนประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการรั่วไหลของน้ำมันดิบดังกล่าว ในการยื่นฟ้องต่อศาลเพื่อบังคับให้หน่วยงานภาครัฐดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายข้างต้น รวมทั้งการร้องเอาผิดทางวินัยต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ที่ละเว้นเพิกเฉยต่อเรื่องดังกล่าวตามกฎหมายต่อไป

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

เครดิต ASTVผู้จัดการออนไลน์



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #6 เมื่อ: 31 ก.ค. 13, 06:54 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

การท่องเที่ยวไทยปลายปีคงมีปัญหาอีกแน่เลย ตอนนี้ต่างชาติยกเลิกโปรแกรมการมาเที่ยวเมืองไทยในเดือนสิงหา-กันยาเรียบร้อย และบอกว่ารั่วกลางอ่าวไทย น่าจะกระทบกระเทือนหมด น่าเสียใจครับ ประเทศอื่นๆเจอส้มหล่นอีกแล้วครับ..



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
คิดน๊ะคิด
เรทกระทู้
« ตอบ #7 เมื่อ: 31 ก.ค. 13, 11:02 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*0744ภัยคุกคามต้องจัดการที่ตัวต้นเหตุ q*075

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
รู้ก่อนไม่สาย
เรทกระทู้
« ตอบ #8 เมื่อ: 31 ก.ค. 13, 11:04 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*074ดักจับน้ำมัน เหมือนจะเป็นการตอกย้ำดักจับผู้คุกคามผู้ก่อการร้ายเสมือนกันคงจะใช่ q*075

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ตูก็ไม่ยอมเหมือนกัน
เรทกระทู้
« ตอบ #9 เมื่อ: 31 ก.ค. 13, 11:08 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*074เกลือ ต้องจิ้มด้วย เกลือ แล้วประเทศไทยจะเหลือและอยู่รอด q*075

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #10 เมื่อ: 1 ส.ค. 13, 14:46 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ขอสอบถามหาความจริง ว่า
1. น้ำมันดิบที่แปดเปื้อนทะเลไทยนี้ น้ำมันมาจากไหนครับ?
1.1 มาจากโรงกลั่น จากโรงกลั่นไหนครับ
1.2 หรือมาจากแท่นขุดเจาะชายทะเลตะวันออกไทย หรือในอ่าวไทยเรา ปชช.ชาวไทยสมควรรับข้อมูลข่าวสารอันจริง ครับ
2. อยากทราบข้อมูลระบบการขนส่งน้ำมันทางทะเล ครับ
2.1 ผมเข้าใจโดยสามัญสำนึกว่า ในการขนส่งน้ำมันทางทะเลนั้นจำต้องมีเอกสารกำกับอย่างเป็นกิจจะลักษณะ ทั้งทางราชการ ทางเอกชน นะครับ ด้วยเหตุนี้จึงทราบว่าปริมาณน้ำมันที่ขนส่งมีจำนวนเท่าไร และเมื่อรั่วไหลลงทะเลแล้ว จะเหลือปริมาณน้ำมันเท่าไรในเรือบรรทุก

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #11 เมื่อ: 1 ส.ค. 13, 15:42 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ถือเป็นความลับเปิดเผยไม่ได้...

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:  ถูก ทำลาย ทะเล ชายฝั่ง 

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม