หน้า: 1 2  ทั้งหมด

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: ดิฉันอายุ34แล้วนะ ทำไมแม่ต้องตี และ ทำเหมือนดิฉันเด็กๆนะ (ทนไม่ไหวแล้ว)  (อ่าน 62902 ครั้ง)
Guest
คนค้นคน
เรทกระทู้
« ตอบ #45 เมื่อ: 29 ส.ค. 13, 13:33 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

เข้าข่ายพ่อแม่รังแกฉัน ทางที่ดีควรไปรับการปรึกษาจากจิตแพทย์ทั้ง พ่อแม่ลูก เพราะให้ทางออกที่ดีได้ เพราะกำลังอยู่ในสภาวะมากเกินไป ไม่พอดีถ้าคุยกันเองเกรงว่าจะไม่รู้เรื่อง ต่างคนต่างเข้าใจความคิดตัวเอง ระบายไม่ใช่ทางแก้ อาจรุ้สึกอยากมีใครสักคนที่เข้าใจ แต่ทางที่ดีพบจิตแพทย์จะดีกว่าครับ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
เหมือนกัน
เรทกระทู้
« ตอบ #46 เมื่อ: 29 ส.ค. 13, 14:12 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*078 เจ้าของกระทู้ค่ะ คุณมีเพื่อนแล้วค่ะ เราก็เป็นอย่างที่คุณบอกเลย แม่เราหวงอ่ะ ตอนนี้เรา 32 แระ คานเริ่มถามหาแระ 555

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest

เรทกระทู้
« ตอบ #47 เมื่อ: 29 ส.ค. 13, 14:14 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เราไม่รู้นะว่าใครจะคิดอย่างไร แต่เราเลือกที่จะหนีออกจากบ้านเพื่อให้แม่ได้มีเวลาคิดทบทวนว่าแม่ได้ทำอะไรกับเราไว้บ้าง ถ้าแม่เข้าใจแล้วเราก็จะกลับมาหาแม่ตามเดิม

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
หนักไปไหม
เรทกระทู้
« ตอบ #48 เมื่อ: 29 ส.ค. 13, 14:41 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*073พวกที่คิดที่หนีออกจากบ้านเพื่อแก้ปัญหาที่แม่รักมากเกินไปนี่ คิดว่าฆ่าตัวตายเสียดีกว่าเพราะว่า หากหนีไปนั้นหนามันจะสร้างปัญหาให้กับตัวเองมากกว่าที่จะคิดให้ เพราะอยู่ในบ้านดี ๆ ที่มีแม่คอยดูแลรักษาให้มีชีวิตที่ดีเพื่อให้ใช้เวลาทบทวนตัวเองว่าควรจะดำเนินชีวิตต่อไปอย่างไรที่จะมีแม่คอยให้คำแนะนำ กลับบอกว่าแม่นั้นเอาแต่ใจตัวเองบ้าง แม่ไม่รักบ้างเพราะว่าดุด่าว่ากล่าวทุบตี แล้วถามว่าตัวเองนี่ทำให้แม่นี้ชื่นใจกันบ้างไหม อย่างนี้ฆ่าตัวตายไปเลยเสียดีกว่าเพราะว่าอยู่ไปก็คงจะทำความลำบากใจให้กับแม่เพิ่มขึ้นไปอีกนั้นได้ เพราะจะทำให้แม่ทุกข์ใจและก็จะยิ่งไปเพิ่มบาปให้กับตนเองและกับแม่อีกนั้นได้เป็นเวรเป็นกรรมที่จะเกี่ยวเนื่องกันไปไม่รู้จะกี่ชาติ ๆ อย่ากระนั้นเลยก็เป็นการตัดกรรมเสียดีกว่าที่จะให้กรรมนั้นหนาตกอยู่กับตนเองนั้นได้ หากคิดจะหนีจากแม่ไปก็เหมือนกับฆ่าแม่ทั้งเป็นนั่นแหละจะบอกให้ ดังนั้น แนะนำให้ฆ่าตัวตายไปเสียดีกว่าเพราะว่าปัญญาหาคิดแก้ไขอันใดได้ไม่ ไม่คิดจะอยู่สู้ปัญหาขนาดปัญหาในบ้านยังไม่มีปัญหาที่จะคิดแก้ไขได้ และยังหนีออกจากบ้านไปสร้างปัญหาให้กับสังคมไทยให้เขาวุ่นวายกันอีกนั้นได้ จึงขอแนะนำให้ทำตายให้หายไปจากโลกนี้ไปเลยเสียดีกว่า เพราะอยู่ไปนั้นหนาก็จะมีแต่กรรมหาทางสุขทั้งทางแม่และตัวเองไม่ได้ q*038

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
คิดสั้นไป
เรทกระทู้
« ตอบ #49 เมื่อ: 29 ส.ค. 13, 14:44 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

พวกที่คิดจะหนีออกจากบ้านนี่ช่วยบอกด้วยน๊ะเพราะว่าจะมีผู้เมตตาอย่างมากมาย ผู้หญิงก็จะนำไปขาย ผู้ชายก็จับไปค้าแรงงานไปกับเรือหาปลานั้นได้ คิดสั้นกันหรือเปล่านี่ หากคิดดี คิดยาวคงไม่คิดแบบนี้หรอกน๊ะจะบอกให้ q*038

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #50 เมื่อ: 29 ส.ค. 13, 15:58 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เอ่อ..คุมซะเข้มขนาดนี้ ไม่ต้องไปไหนเลยดีกว่า จะว่าเกินไปก้อจริงอยู่ แต่ถ้าไปดูเด็ก 15-16 เด๋วนี้มีผั... ไปหลายแระ q*069

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
น้องลั่น
เรทกระทู้
« ตอบ #51 เมื่อ: 29 ส.ค. 13, 16:39 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เราก็เหมือนกันอยากจะบอกกับแม่มากและอยากจะบอกมานานแล้วด้วย...อายุเราก็มากขึ้นทุกทีทำไม แม่ไม่เข้าใจเราบ้างจะเลี้ยงเราตลอดไปได้อย่างไร เราก็อยากมีคู่บ้างเวลาเห็นผู้ชายผ่านหน้าบ้านแค่เราแอบมองเราก็โดนด่าว่านิสัยไม่ดีทำไมถึงเป็นแบบนี้ เราแอบชอบรุ่นพี่ข้างบ้านหล่อมาก กรี๊ดกร๊าดก้ไม่ได้ แม่เราด่าตลอด และแม่เราก็กันท่าตลอด แถมยังด่าว่าเราว่าไม่กลัวชาวบ้านเขานินทาเหรอ ที่ชอบผู้ชาย... แม่ไม่เข้าใจน้องลั่นเลยสักนิด ก็น้องลั่นชอบผู้ชายมันเสียหายเหรอคะคุณแม่ ลั่นไม่ได้ชอบชะนีสปีชี่เดียวกันแบบคุณแม่นี่คะ จะมายัดเยียดสาวๆให้น้องลั่น ลั่นรับไม่ได้

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
โตโน่
เรทกระทู้
« ตอบ #52 เมื่อ: 29 ส.ค. 13, 16:44 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
แม่คงจะมีปัญหาเกี่ยวกับจิตใจ ก็คือไม่รู้ว่าอะไรควรหรือไม่สมควร ไม่รู้ว่าความเหมาะสมอยู่ที่ตรงไหน จะต้องให้ญาติๆช่วยพูดคุยถึงจะช่วยได้
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
คิดน๊ะ!
เรทกระทู้
« ตอบ #53 เมื่อ: 29 ส.ค. 13, 16:54 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*074 อย่างนี้จะบอกว่าเลี้ยงอย่างทาสได้อย่างไร สมัยก่อนมีไหมการไลน์นั้นได้ อย่ามาบอกน๊ะว่าเลี้ยงอย่างทาสนั้นในประเทศไทยและบอกว่าไม่ประชาธิปไตยก็ยังไม่ใช่ บางทีไลน์เสียจนมาสร้างปัญหาให้กับตัวเองและก็กับประเทศไทย มีการหลอกลวง มีการค้ายาเสพติ และก็ยังเป็นภัยต่อความมั่นคงอีกนั้นได้ มีไลน์อยู่กับบ้านก็บอกว่าเลี้ยงอย่างทาสคิดได้อย่างไร อย่างนี้เขาเรียกว่าอยากจะลองดีกันเสียมากกว่าอยากจะบอกให้ เพราะเล่นแต่ไลน์ไม่ได้เจอของจริงว่าเป็นอย่างไร แต่หากทดลองแล้วมันไม่ดีแล้วจะแก้ไขในสิ่งที่ตัวเองสูญเสียความสาวไปแล้วให้กลับคืนมาได้ไหม เกิดเป็นลูกผู้หญิงก็มีสิ่งที่ควรสงวนก็คือความบริสุทธิ์ของตัวเองนั้นแหละที่จะต้องรักษาเอาไว้ ยิ่งปัจจุบันหาความบริสุทธิ์ผุดผ่องนั้นหายากจะบอกให้ สินค้าเขายังมีตราประทับว่ามีมาตรฐานมีคุณภาพดีอย่างไร เกิดมาเป็นลูกผู้หญิงมีพ่อแม่เป็นตราประทับมาตรฐานการมีคุณภาพในการเลี้ยงดูชูให้ฝ่ายชายได้เห็นนั้นมันก็ยังหาว่าไม่ดีนั้นได้ คิดผิด คิดใหม่ได้น๊ะจะบอกให้ ให้คิดเทียบเคียงอย่างมีเหตุผลและคิดค้นหาทางออกด้วยตนเองให้จงได้แล้วจะพบกับความสุขที่เกิดจากสติปัญญาของตนเองไม่มีใครช่วยเหลือเราได้นอกจากตัวเราเองเท่านั้น จำเอาไว้ q*069

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
อย่างนี้ตัองขอเคลียร์นะ
เรทกระทู้
« ตอบ #54 เมื่อ: 29 ส.ค. 13, 17:27 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 



อันนี้ อย่างแรกเลย ตัวแม่ต้องปรับทัศนคติเลย ว่า ถึงแม้จะเป็นลูก แต่มันก็คนละคนกับตัวพ่อ ถ้าเขารักในส่วนที่เราเป็นลูกที่เป็นลูกมาจากตัวเขา ... เขาจะไม่ทำแบบนี้


เราก็เป็นคล้ายคุณแต่แย่กว่าเพราะเราเผลอหลุดปากว่าแม่ไป เรารู้ว่าผิดเสียใจเหมือนกัน แม่โกรธมาก เราบอกขอโทษพูดด้วยแม่ก็จะตวาดกลับมา แล้วจะพูดเรื่องเก่าๆ แม่เราก็เป็นคนพูดไม่เพราะปากร้าย จะใช้คำว่ากเป็นแม่มีสิทธิด่าได้ เราอยากบอกแม่เหมือนกันความรุนแรงที่แม่ใช้ด่า ตี ตอนเด็กมันก็ยังฝังในใจมาตลอด เวลาเราโมโหเผลอด่าออกมาเป็นคำพูดที่แม่เคยด่าเรามาทั้งนั้น ตอนเด็กเอารองเท้าบูทที่เดินในตลาดตบหน้าเราบ้าง ตอนเด็กม.3เลิกเรียนต้องกลับบ้านทันที กวาดบ้าน หุ้งข้าว ปลอกอ้อย ล้างส้ม ต้มน้ำ บ้านค้าขาย ถ้าแม่กลับมาทำไม่เสร็จจะโดนตีด้วยสันมีดพร้า หรือด้ามไม้กวาดบ้าง ตีด้วยไม้แขวนเสื้อเลือดออกซิบก็เคย เพื่อนๆสงสารต้องมาช่วยทำงานบ้านเพราะต้อ
งไปหดสมุดทำรายงานกลับเย็นเดี๋ยวไม่ทัน ต้องตื่นตี4ไปเข็นรถ เราเป็นภูมิแพ้ตื่นเช้ามากๆจะเป็นหวัด พอเราจามก็ด่าเรา น่ารำคาญ แม่เราเอาแต่ใจไม่ฟังใคร โมโหร้าย แยกทางกับพ่อตั้งเราเด็กๆ เราไม่ชอบเลยที่แม่ชอบใช้คำพูดแรงๆ ด่าเรา ทำให้เราโมโหอารมย์ร้ายไปด้วย เราไปทำงานเช้าไม่ทานข้าว บางครั้งเที่ยงงานเยอะไม่ได้ข้าวหรือรีบทานพอคนเยอะ พอวันหยุดอยากทานอะไรอร่อยหรือทำทานที่บ้านเพราะแม่เป็นคนไปไม่ชอบออกไปข้างนอกบ่นๆตลอดเวลา บ้างครั้งต้องโกหกว่าบัตรฟรี เลยต้องซื้อมาทานที่บ้านโดนด่า แดกอะไรเรื่องมาก ซื้อมาแดกกันจัง พอเราทำอาหารที่บ้านทอดปลา ก็โดนด่าแดกเรื่องมากทำอะไรเหม็นครัว อยากแดกไปแดกนอกบ้าน เราที่ไม่ไปทานนอกบ้านเพราะอยากให้แม่ได้ทานด้วย แต่ไม่เคยเข้าใจเราเวลาเพื่อนคุยกันพาแม่ไปทานที่นั้นที่นี่ ในใจเราเศร้าแค่ไหน
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
Bellaa
เรทกระทู้
« ตอบ #55 เมื่อ: 29 ส.ค. 13, 17:41 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

อ่านแล้วเข้าใจความรู้่สึกเลยค่ะ เพราะพออ่านแล้วคิดว่าเป็นตัวเอง ยังรู้สึกดีขึ้นนิดนึงนะคะ ที่ยังมีคนที่หัวอกเดียวกัน ตอนนี้ก็เครียดพอควรเลยค่ะ มืดแปดด้านเหมือนกัน เป็นกำลังใจให้นะคะ q*062

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
sukolkvj
เรทกระทู้
« ตอบ #56 เมื่อ: 29 ส.ค. 13, 18:44 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ผมว่านะ ต้องรีบเคลียกับท่านให้เร็วเลย ประสบการชีวิตของคุณจะน้อยมากไปแล้ว ใครที่บอกว่ายังไงแม่ก็ัรักน่ะ มันก็จริง แต่พ่อแม่ก็ต้องมีหน้าที่อีกอย่างคือต้องคอยส่งเสริมลูกในทางที่ดีและควรจะเป็น หากมีแฟน อย่างมากก็ต้องดูอยู่ห่างๆ ให้คำปรึกษา ไม่ใช่ห้ามมี ผมเชื่ออย่างนึงว่าคนที่เรียนจนจบและทำงานแล้ว วุฒิภาวะขนาดนี้ไม่เลือกคนเลวมาเป็นคู่ครองหรอกนะ พ่อแม่คุณผมว่าเข้าข่ายโรคประสาทอ่อนๆแล้วล่ะ คนแก่ยิ่งนานวันมากไปก็เหมือนเด็ก ยิ่งถ้าคุณไม่เคยขัดใจ ไม่เคยทะเลาะอะไรด้วยเลยยิ่งเหมือนเสริมความคิดของเขาเข้าไปอีกว่าเขาทำถูก ที่ผมพูดไม่ได้หมายความว่าให้ไปทะเลาะกับท่าน แต่อยากให้คุณเชื่อมั่นในตัวเองให้มาก จากที่ให้พ่อแม่ไปส่ง หาแฟนให้ได้แล้วให้แฟนมารับ คุณต้องมีเพื่อนคิดได้แล้ว คนที่จะมาคบกับคุณเขาต้องรับในส่วนนี้ได้ด้วย แล้วค่อยๆ ปรับกันไปเรื่อยๆ ให้มันมีมิติอื่นให้มากๆ เข้าไว้ ไม่ใช่ไปอยู่แต่ในโลกของพ่อแม่ พยายามทำให้เขารู้ว่าโลกของเราเป็นไง อีกหน่อยพอท่านตาย เราน่ะแหละที่ต้องอยู่ต่อไป ฟังแล้วเห็นใจครับ ให้กำลังใจ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #57 เมื่อ: 29 ส.ค. 13, 18:53 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ขอโทษนะคะจากที่อ่านดู พี่เป็นลูกสาวคนเดียวใช่มั้ยคะ หนูว่าแกทั้งรัก ทั้งห่วงและหวงมาก คงไม่อยากให้แต่งงานเพราะตามประสาคนมีลูกคนเดียว ผูกพันตั้งแต่เกิด แกเลยไม่อยากให้แยกจากแกไป หนูว่าพี่ก็ต้องคุยกะแกให้เป็นเรื่องเป็นราวว่าวันนึงพี่ก็ต้องแต่งงานมีครอบครัวจะช้าจะเร็วเท่านั้นเอง แต่งไปก็ไม่ได้ทิ้งแกไปไหน แกคงกลัวจะเหมือนลูกสาวหลายๆบ้าน ที่พอแต่งงานมีครอบครัวไปก็จะไม่กลับมาสนใจเที่ยวหาพ่อแม่ แต่บางเรื่องหนูว่าแม่พี่ก็เกินไปนะ สรุปหนูแนะนำได้แค่ว่าพี่ต้องคุยแบบเปิดใจกับเค้า เค้าอาจจะรับไม่ได้ที่ได้รู้ แต่อย่างน้อยเค้าก็ควรได้รู้ถึงความคิดกับความรู้สึกของพี่บ้างนะ สู้สู้ค่ะ q*039

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
หมองเหยิน
เรทกระทู้
« ตอบ #58 เมื่อ: 29 ส.ค. 13, 19:01 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เป็นความคิดส่วนตัวผมนะครับใครจะว่าก็ได้ ผมว่าตัวคุณลองผาแม่คุณกับตัวคุณไปพบจิตแพทย์ดูก่อนดีกว่า ไม่ได้ว่าเป็นบ้านะแต่มันช่วยได้จริงๆ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ดดดดด
เรทกระทู้
« ตอบ #59 เมื่อ: 29 ส.ค. 13, 19:19 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
เราก็เป็นคล้ายคุณแต่แย่กว่าเพราะเราเผลอหลุดปากว่าแม่ไป เรารู้ว่าผิดเสียใจเหมือนกัน แม่โกรธมาก เราบอกขอโทษพูดด้วยแม่ก็จะตวาดกลับมา แล้วจะพูดเรื่องเก่าๆ แม่เราก็เป็นคนพูดไม่เพราะปากร้าย จะใช้คำว่ากเป็นแม่มีสิทธิด่าได้ เราอยากบอกแม่เหมือนกันความรุนแรงที่แม่ใช้ด่า ตี ตอนเด็กมันก็ยังฝังในใจมาตลอด เวลาเราโมโหเผลอด่าออกมาเป็นคำพูดที่แม่เคยด่าเรามาทั้งนั้น ตอนเด็กเอารองเท้าบูทที่เดินในตลาดตบหน้าเราบ้าง ตอนเด็กม.3เลิกเรียนต้องกลับบ้านทันที กวาดบ้าน หุ้งข้าว ปลอกอ้อย ล้างส้ม ต้มน้ำ บ้านค้าขาย ถ้าแม่กลับมาทำไม่เสร็จจะโดนตีด้วยสันมีดพร้า หรือด้ามไม้กวาดบ้าง ตีด้วยไม้แขวนเสื้อเลือดออกซิบก็เคย เพื่อนๆสงสารต้องมาช่วยทำงานบ้านเพราะต้อ
งไปหดสมุดทำรายงานกลับเย็นเดี๋ยวไม่ทัน ต้องตื่นตี4ไปเข็นรถ เราเป็นภูมิแพ้ตื่นเช้ามากๆจะเป็นหวัด พอเราจามก็ด่าเรา น่ารำคาญ แม่เราเอาแต่ใจไม่ฟังใคร โมโหร้าย แยกทางกับพ่อตั้งเราเด็กๆ เราไม่ชอบเลยที่แม่ชอบใช้คำพูดแรงๆ ด่าเรา ทำให้เราโมโหอารมย์ร้ายไปด้วย เราไปทำงานเช้าไม่ทานข้าว บางครั้งเที่ยงงานเยอะไม่ได้ข้าวหรือรีบทานพอคนเยอะ พอวันหยุดอยากทานอะไรอร่อยหรือทำทานที่บ้านเพราะแม่เป็นคนไปไม่ชอบออกไปข้างนอกบ่นๆตลอดเวลา บ้างครั้งต้องโกหกว่าบัตรฟรี เลยต้องซื้อมาทานที่บ้านโดนด่า แดกอะไรเรื่องมาก ซื้อมาแดกกันจัง พอเราทำอาหารที่บ้านทอดปลา ก็โดนด่าแดกเรื่องมากทำอะไรเหม็นครัว อยากแดกไปแดกนอกบ้าน เราที่ไม่ไปทานนอกบ้านเพราะอยากให้แม่ได้ทานด้วย แต่ไม่เคยเข้าใจเราเวลาเพื่อนคุยกันพาแม่ไปทานที่นั้นที่นี่ ในใจเราเศร้าแค่ไหน



ประติวัติเลย ยอมทำไม เถียงไม่ต้องสนใจ เรามั้นใจว่าเราทำถุกตามที่สังคมอื่นประติบัติ แต่ที่แน่ถ้าคุณมีครอบครัวมีลูกจงจำสิ่งที่คุณเจอไปเป็นบทเรียนไปสอนลุกสอนหลาน อย่าเอาแบบอย่างแม่คุน เพราะเห็นคนข้างบ้านเป็นตอนแรกคุยกันว่าจะไม่เป็นไม่ทำเหมือนแม่ แต่รวมๆก็ออกแนวเผด็จการคล้ายๆกันจะอ่อนก่วา มันจะคล้ายประมานว่าทายาทอสูร
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
*29
เรทกระทู้
« ตอบ #60 เมื่อ: 29 ส.ค. 13, 19:24 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

อะไรที่ธรรมชาติให้มาใช้ซ่ะอย่าทำกับลูกแบบนี้เลยปิดกั้นและบั่นทอนวิถีชีวิตของความเป็นมนุษย์เข้าทำนอง..พ่อแม่รังแกฉัน

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ผ่านมา
เรทกระทู้
« ตอบ #61 เมื่อ: 29 ส.ค. 13, 19:53 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ณ ปัจจุบัน ไม่น่าจะมี และไม่น่าเป็นไปได้ q*069

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ชีวิตสีเทา
เรทกระทู้
« ตอบ #62 เมื่อ: 29 ส.ค. 13, 22:11 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

****คุณมีชีวิตเหมือนเรา เรา 40 แล้ว เป็นครูด้วย ต้องกลับบ้านตรงเวลา เด็กนักเรียนมาหาก็ว่า ใครมาหาก็ว่า ซื้ออะไรมาให้ทานก็ไม่เคยถูกใจ ไปไหนก็ไม่ได้ต้องกลับบ้านให้ตรงเวลา ใครมาจีบก็ไม่ชอบ บอกให้เราไปบวชชีและอยู่วัดเมื่อเราแก่เพราะเราชอบไปบวชตอนปิดเทอม แล้วแม่เราติดการพนัน พาพี่สาวไปร่วมวงด้วย พอเงินหมดก็พาลโน่นนี่ ที่น่าน้อยใจคือถามว่าถ้าเราตายจะไปเอาเงินค่าศพเราได้ที่ไหน ไม่ได้ถามแค่ครั้งเดียวนะ สามครั้ง เราก็เลยทำใจ นึกซะว่าเคยเป็นเจ้ากรรมนายเวรกันมาก่อน
****ไหนๆชาตินี้ก็เกิดมาเป็นแม่ลูกกันแล้วใช้กรรมให้หมดๆไปซะ ชาติก่อนเราคงทำกรรมกับเขาไว้เยอะ อย่าผูกโกรธ จองเวรเขานะไม่ดี ต้องทำใจเราอย่างเดียวเลย..สวดมนต์นั่งสมาธิเพื่อความเข้มแข็งของใจ เราก็จะอยู่ได้ตามสภาพที่ควรจะเป็น เปลี่ยนแปลงอะไรเขาไม่ได้แล้วละ ต้องกลับมาเปลี่ยนที่ใจเราแทน พูดง่ายแต่ทำยากเหมือนกัน แต่ดีกว่าไม่ทำเลยไม่งั้นจะทุกข์หนัก อาจทะเลาะกับแม่ไปเลยมันจะเป็นบาปติดตัว
****ลองสวดมนต์ไหว้พระฝึกสมาธิ ตามดูอารมณ์ตัวเองดูนะคะ แผ่เมตตาให้แม่ด้วย ว่างๆก็ลองเข้าวัดปฏิบัติธรรมดู เผื่อจะผ่อนหนักให้เป็นเบาได้...เพราะเราทำมาแล้วจากหนักๆก็ทุเลาเบาบางลง...เป็นกำลังใจให้นะคะ ไม่ได้มีคุณคนเดียวที่ทุกข์ใจแบบนี้ แต่มีคนที่ีทุกข์กว่าคุณอีกนะคะ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
นิยายเรื่องยาว
เรทกระทู้
« ตอบ #63 เมื่อ: 30 ส.ค. 13, 09:39 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*062คห.62แนะนำได้ดีมาก และสิ่งที่คุณแม่คุณแนะนำนั้นท่านก็ได้ชี้ทางที่ถูกต้องให้แก่คุณแล้วได้ เพราะขนาดท่านเองก็ยังไม่กระทำให้เป็นแบบอย่างที่ดีแก่คุณ แต่ก็ยังชี้ช่องให้คุณไม่กระทำอย่างท่านนั้นได้ ก็หมายความว่าคุณแม่คุณยังมีความดีแต่เรื่องส่วนตัวของคุณแม่คุณนี้คุณคงไปห้ามปรามท่านคงไม่ได้ และยกเอาเรื่องนี้มาเป็นบทสนทนาที่จะบอกว่าแม่ยังกระทำตามแต่ใจของแม่เองเลย แล้วหากหนูจะกระทำตามใจตัวเองบ้างจะมาว่าหนูไม่ได้ แล้วเรื่องของเรื่องก็ต้องมาลงตรงที่ผู้เป็นแม่นั่นแหละที่จะต้องกระทำตัวให้เป็นแบบอย่างที่ดีเพื่อจะทำการสอนลูกได้ แล้วในสังคมไทยจะมีพ่อแม่สักกี่คนที่จะเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ลูกของเราได้บ้าง นี่แหละที่เป็นปัญหาสำคัญในการคิดและควรให้คำแนะนำกันอย่างขนานใหญ่ พ่อแม่จะต้องกระทำตัวเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ลูกเพื่อให้ลูกมีความยำเกรงที่จะไม่ประพฤติตนให้ออกนอกกรอบที่พ่อแม่ได้กระทำตัวเป็นแบบอย่างเอาไว้ ยิ่งหากเราเป็นครูนี้ก็นับว่าเป็นอภิชาติบุตรแล้วแหละจะบอกให้ ก็น่าจะหาวิธีแก้ไขปัญหาให้แม่ของเราให้เดินไปในทางที่ถูกต้องนั้นได้ แต่หากแม่ยังแก้ไขตัวเองไม่ได้ อย่างนี้ก็คงจะต้องขอแยกตัวออกมา แล้วบอกว่าไม่สามารถอยู่ร่วมกับความไม่ถูกต้องนั้นได้ เพราะจะต้องทำตัวให้เป็นแบบอย่างแก่เด็กนักเรียนนั้นเพื่อให้เป็นแบบอย่างต่อไป แต่มิใช่ให้ละทิ้งแม่ไป ก็ต้องส่งเงินให้แม่ใช้ แต่เราก็ต้องมีเหตุผลของเราที่จะต้องกำหนดชะตาชีวิตเลือกทางเดินใหม่ ที่หากแม่ไม่ได้เป็นแม่แบบที่ดีจะต้องไม่เดินไปในทิศทางเดียวกับแม่นั้นได้ ก็ต้องหารูปแบบของผู้ที่ประสบความสำเร็จในชีวิตของผู้อื่นที่จะลอกเลียนแบบต่อไป คนต้นแบบนี่แหละสำคัญเพราะหากยากแล้วนั้นในไทย หากใครอยากจะเป็นบุคคลต้นแบบนั้นก็ย่อมมีความอดทนสูงนั้นจะบอกให้ แต่หากเราไม่ได้กระทำความดีให้เป็นแบบอย่างแก่คนรุ่นหลังให้กระทำตามได้ แล้วใครล่ะจะสานต่อเจตนารมย์ในความดีนี้ได้ต่อไปในประเทศไทย

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ความดีที่ยั่งยืน
เรทกระทู้
« ตอบ #64 เมื่อ: 30 ส.ค. 13, 09:57 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ปัญหามีเอาไว้คอยแก้ไข แต่การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าหาได้มีความยั่งยืนไม่ ในประเทศไทยของเรามีการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้ากันนั้นหรือไม่ หากจะแก้ไขปัญหาใด ๆ ต้องดูว่าจะเกิดความยั่งยืนเป็นผลดีต่อลูกหลานของเราในอนาคตนั้นได้ไหม และตัวอย่างที่ดีก็มีให้เห็นอย่างมากมาย ในบรรพบุรุษของเรานั้นบางท่านก็ยังค้างคาปัญหาไว้ให้ค้างเติ่งให้เราต้องมานั่งขบคิดกันว่าจะสานต่อการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในประเทศไทยนั้นจะต้องกระทำกันอย่างไร ต้องนำความคิดที่ดี ๆ มาสานต่อเพื่อก่อให้เกิดประโยชน์สุขแก่ส่วนรวมคือประชาชนที่จะได้รับผลสำเร็จสืบเนื่องต่อไปได้ เรามีอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารีที่ท่านได้กระทำความดีเป็นหญิงหนึ่งเดียวที่สามารถรักษาบ้านเอาไว้ได้ และเราจะไม่สร้างวีรกรรมให้มีการเชื่อมโยงที่จะมีอนุสาวรีย์ผู้หญิงที่เก่งกล้าให้เป็นแบบอย่างเพื่อใช้ในการพัฒนาและรักษาชาติบ้านเมืองของเราอีกหรืออย่างไร ความดีมันต้องกระทำให้เชื่อมโยงกันให้มีแต่อนุสาวรีย์ความดีต่างๆ ให้เป็นแบบอย่างที่ดีแก่อนุชนรุ่นหลังเขาเอาไว้กราบไหว้ แต่มิใช่ให้อนุชนรุ่นหลังเขากระทำแบบทุบทิ้งทำลาย และเราก็ต้องเชื่อมั่นในคุณงามความดีที่จะต้องร่วมกันสานต่อนี้ให้สืบเนื่องต่อไปในไทย หากคิดตรงกันเยี่ยงนี้ในเรื่องความดีก็จะประเสริฐเลิศล้ำแล้วแหละท่านจะบอกเอาไว้ให้ q*062

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ตาวาว
เรทกระทู้
« ตอบ #65 เมื่อ: 30 ส.ค. 13, 11:49 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

น่าเห็นใจค่ะ

คุณแม่คุณรักคุณมาก แต่ท่านรักไม่เป็นค่ะ ไม่กล้าปล่อยเลย กลายเป็นทำร้ายลูก

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
เพื่อหญิงไทย
เรทกระทู้
« ตอบ #66 เมื่อ: 30 ส.ค. 13, 15:28 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*073ที่แม่ตักเตือนลูกผู้หญิงนั้น เพราะแม่กลัวว่าจะรู้ไม่เท่าทันผู้ชายก็อาจจะเป็นได้ เพราะประเมินสถานการณ์ของบ้านเมืองทีมีการแปรเปลี่ยนไป และความรู้สึกนึกคิดของวัยรุ่นไทยสมัยใหม่ไม่ได้ยึดติดกับขนบธรรมเนียมประเพณีไทยสักเท่าไหร่ จึงมีความเป็นห่วงเป็นใยในสวัสดิภาพของลูกตนเองว่าจะพลาดท่าให้กับผู้ชายที่เขาอาจจะมีความรอบรู้ในเรื่องการแสวงหาคนรักได้ดีกว่าเด็กผู้หญิงนั้นได้ การสอนของแม่ที่ถ่ายทอดไปสู่ลูกผู้หญิงไทยก็ยังคงยึดขนบธรรมเนียมดั้งเดิมของไทย ซึ่งปัจจุบันมีการถ่ายทอดรูปแบบผิดเพี้ยนไปเยี่ยงดาราหลายท่านที่ท้องก่อนแต่งนั้นที่เป็นข่าวแล้วก็บอกหน้าตาเฉยว่าแต่งทีหลังคือรับผิดชอบแล้วไง หากเป็นกรณีกลับกันฝ่ายชายไม่รับผิดชอบนั้นแม่จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน เรื่องเสื่อมเสียของลูกสาวต้องตกอยู่ที่แม่โดยที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ หากเป็นดาราเขาก็บอกว่าไม่เห็นว่าแม่จะมาเป็นข่าวแต่อย่างใด แต่ในสังคมที่มิใช่ดาราที่เป็นคนธรรมดาและไม่มีจุดขาย เขาก็จะต้องมาดูว่าเด็กผู้หญิงคนนี้นั้นหนาถูกเลี้ยงมาอย่างไร ถึงได้ปล่อยเนื้อปล่อยตัวให้ไปมั่วกับผู้ชายนั้นได้ เราที่เป็นลูกก็ต้องคำนึงถึงชื่อเสียงของพ่อและแม่ด้วยว่า ได้ประพฤติตัวจะไม่นำความเสื่อมเสียมาถึงพ่อและแม่ของเราหรือไม่ ลูกผู้ชายคงไม่ต้องคิดมาก แต่ลูกผู้หญิงต้องคิดอย่างมากมาย ให้ดูแบบอย่างที่ดี ๆ ของผู้หญิงที่ประสบความสำเร็จในเรื่องครอบครัวแล้วนำมาปรับใช้หากว่าพ่อและแม่ไม่ได้เป็นแบบอย่างที่ดีของเรานั้นได้ เราก็ต้องเสาะแสวงหาในการสร้างโอกาสที่ดีกว่าในเรื่องการดำรงชีวิตให้มั่นคงจะทำอย่างไร มันอยู่ที่สมองและสติปัญญาของตัวเราเองนั้นหนาที่เกิดเป็นหญิงไทย เพราะปัจจุบันจะต้องคิดหลายรูปแบบหลายประการในการใช้ชีวิตให้มั่นคงในไทยนั้นควรจะทำกันอย่างไร และสุดท้ายจะต้องประกอบแต่ความดีเพื่อเป็นเกราะป้องกันตัวของตัวเรานี้ให้รอดพ้นจากเคราะห์กรรมนั้นให้จงได้ q*069

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
คิด คิด คิด
เรทกระทู้
« ตอบ #67 เมื่อ: 30 ส.ค. 13, 15:49 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*074ความจริงความผิดพลายในอดีตของทุกคนที่ได้ประสบมากับตนเองจึงมีอายุกันถึงปัจจุบันนี้กันได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเรียน ความรัก และหน้าที่การงาน หากนำมาผสมผสานให้เกิดเรื่องราวที่จะนำมาซึ่งการแก้ไขปัญหาในระดับชาติกันแล้วไซร้ ย่อมนำมาปรับปรุงเปลี่ยนแปลงให้แตกแขนงไปสู่การแก้ไขในปัญหาต่าง ๆ ที่เรามีหน้าที่รับผิดชอบนั้นได้ และหากมีข้อคิดที่ดี ๆ ก็ย่อมนำมาสอนให้อนุชนรุ่นหลังนี้ให้เขาได้ศึกษาเรียนรู้เอาไว้เพื่อจะมิให้นำไปเป็นแบบอย่างที่ไม่ดีกันนั้นได้ แต่ทุกคนก็มักจะปกปิดเบื้องหลังอันผิดพลาดของขีวิตของตนเองนั้นที่จะมิให้ใครรู้เบื้องหลังเบื้องลึกของตนเองแต่อย่างใด แต่หามิได้สิ่งที่ผิดพลาดถือเป็นประสบการณ์อันยิ่งใหญ่หากว่าผู้ใดได้ผ่านพ้นมาและก้าวขึ้นสู่ความสำเร็จที่เหนือกว่าบุคคลใด ๆ นั้นคือเป็นเกียรติประวัติที่จะต้องตอกย้ำให้คนอื่นนั้นเขาได้เรียนรู้และนำไปเป็นบทเรียนสอนใจที่จะไม่ให้กระทำที่ไม่ดีที่ผ่านมานั้นกันได้ หากเราจะปกปิดไปเป็นความลับที่จะให้จมดับไปกับชื่อเสียงในปัจจุบันนั้นไซร้ ความลับย่อมไม่มีในโลกนี้ได้ หากเขารู้ภายหลังยิ่งจะทำให้ตัวเองเสื่อมเสียมากกว่านั้นได้ ดังนั้น คนที่ประสบความสำเร็จในชีวิตการงานแล้วก้าวขึ้นไปสู่ตำแหน่งที่สูงส่งนั้นควรจะให้ความรู้โดยนำประสบการณ์ออกมาถ่ายทอดให้แก่เด็กรุ่นปัจจุบันเพื่อที่จะไม่ให้กระทำเป็นแบบอย่างที่ไม่ดีจะถูกต้องกว่าน๊ะที่จะเป็นบทเรียนที่จะไม่ให้ดำเนินชีวิตในทางที่ผิดพลาดกันอีกต่อไปในอนาคตนั้นได้ q*069

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #68 เมื่อ: 31 ส.ค. 13, 06:30 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ให้ท่านผู้อ่านช่วยกันเสนอความคิดเห็นที่ดีๆจะได้นำไปปฏิบัติครับ...ขอขอบคุณหลายท่านที่แนะนำข้อคิดเห็นที่ดีๆเข้ามาครับ..

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
Miss P.
เรทกระทู้
« ตอบ #69 เมื่อ: 31 ส.ค. 13, 15:05 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ทามใจค่ะคุณน้อง พี่อายุ37ยังเป็นคล้ายคุณน้องเล่ามาเลย ทีแรกทำใจไม่ได้ไปพบจิตแพทย์เค้าบอกให้เอาแม่มาด้วยบอกหมอว่ามาทั้งพ่อและแม่เลยอยู่ข้างนอกแหนะ หมอออกไปตามแล้วพี่ขอตัวอออกมาข้างนอกเพราะไม่อยากฟังแล้ว พูดไปก็มากแล้วด้วย แต่พอพ่อแม่ออกมาจากห้องนะ เค้าว่าหมอบ้าล่ะ พี่เข้าไปฟังหมออีกทีหมอบอกว่า พ่อแม่พี่เป็นคนไม่รับฟังอะไรเลย หมอบอกว่าพี่เครียดเพราะสิ่งรอบข้างที่ปฏิเสธไม่ได้และบอกว่าให้พี่ทำใจ ถ้ามันไม่เดือดร้อนมากก็ทำใจให้ชินอย่าคิดมาก แต่ถ้าเครียดทนไม่ไหวก็ระบายบ้างหรือกินยาช่วย ตอนนี้เลยเลือกทำใจยอมรับว่า ไม่เป็นไร เราไม่มีเพื่อนก็เอาพ่อแม่แหละเป็นเพื่อน เขาชอบดูอะไร ทำอะไรก็ทำใจชอบไปกับเขาถ้ามันฝืนความรู้สึกมาก ก็บอกว่าจะไปเดินเล่นนอกบ้าน ไปตลาด ไปห้องน้ำ หรืออะไรก็ได้ให้มีเวลาผ่อนคลายเล็กน้อย แล้วกลับมาเป็นลูกที่ดีต่อ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
pam
เรทกระทู้
« ตอบ #70 เมื่อ: 1 ก.ย. 13, 01:10 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

อายุ34ยังอยู่กับแม่อยู่เหรอไม่แก่ไปหน่อยเหรอที่ยังไม่ออกไปทำงานแยกบ้านมีแฟนผ่อนบ้านใช้ชีวิตแม่ตีเพราะไรอะบ้าแล้วโตจนหมาเลียตูดไม่ถึงแล้วต้องพูดกับพ่อแม่ว่าจะย้ายออกดีๆไม่ต้องหนีหรอกไม่ใช่เด็กแล้วคุณย้ายออกมาแล้วใครจะทำอะไรคุณยกเว้นแต่ว่าคุณไม่ได้ทำงานใช้เงินพ่อแม่นั่นนะปัญหา

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
เป็นกำลังใจ
เรทกระทู้
« ตอบ #71 เมื่อ: 1 ก.ย. 13, 14:50 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

คนเราเกิดมาทุกคนต้องมีความรักและผูกพันธ์ แต่การที่จะรักให้เป็นไม่ว่าจะในสถานะไหนมันยากมากทีเดียว เพราะมันต้องใช้หลักของความพอดี เหมือนความรักที่เกิดกับหนุ่มสาว เมื่อรักแล้วก็อยากครอบครอง ก็นำมาซึ่งทุกข์ และรักที่เกิดจากสถาบันครอบครัว หากบุพการียังไม่มีวุฒิภาวะทางด้านอารมย์เพียงพอ ความรักที่เกิดก็คือเป็นรักแบบเป็นเจ้าชีวิต ซึ่งหากรักแบบนี้เกิดขึ้นกับครอบครัวใดแล้ว ความอึกอัด ตึง เครียด จะตามมา ถามว่าทุกครอบครัวมีปัญหาทั้งนั้น แต่เปนปัญหาที่แตกต่าง เพราะฉะนั้น เมื่อเกิดมาร่วมเป็นครอบครัวเดียวกันแล้ว ควรจะมีความรักและเมตตาให้กัน ห่วงใยกันได้ในทุกเรื่อง แต่อย่าก้าวก่ายและตัดสิน เพราะ 1 ชีวิตที่เกิดมาถึงแม้จะเป็นลูก แต่นั่นก็คือชีวิตของเขา ในฐานะพ่อแม่ ก็ควรทำหน้าที่ความเป็นพ่อแม่คือเป็นแบบอย่างที่ดี ให้กับลูก มันอาจจะยากมากที่จะสอนให้เขาเป็นคนดีได้ดั่งใจ เพราะโดยปรกติแล้วมนุษย์ทุกคนที่เกิดมา จะมีสัญชาตยานโดยอัตโนมัติ รวมทั้งความเป็นตัวตนของแต่ละคนจะมีให้เห็นแบบแตกต่างกันออกไป ในกรณีของน้องอายุ 34 ปี แต่ทำอะไรด้วยความคิดของตัวเองไม่ได้เลย ก็ต้องแยกเป็นประเด็นคือ
1.ปัญหาจากคุณแม่
2.ปัญหาจากตัวลูก (คุณเอง)
-ปัญหาจากคุณแม่คือการที่คุณแม่คุณรักคุณมากเกินไป รักไม่เป็น และเขาเป็นผู้หญิงที่คิดว่าตัวเองเก่งและสมบูรณ์แบบที่สุด ไม่มีใครเทียบได้ และต้องการการยอมรับทางสังคม ชอบตำหนิต่อว่าลูกและสามีต่อหน้าคนอื่น เพื่อให้คนอื่นเห็นว่าแม่เป็นคนระวังและรอบคอบเสมอ ต้องถามว่าคุณแม่คุณมาจากครอบครัวที่เลี้ยงลูกแบบเผด็ดการหรือเปล่า เพราะพฤติกรรมแบบนี้เป็นผลมาจากการเลี้ยงดูของครอบครัว
-ปัญหาจากลูก(ตัวคุณเอง) คุณได้เคยสักครั้งหรือยังที่จะแสดงความเข้มแข็งและเป็นตัวของคุณเองให้ท่านเห็น หรือเป็นเพราะว่าคุณเองก็แสดงความอ่อนแอให้ท่านเห็นตลอดมา และไม่เคยแม้แต่จะแสดงความคิดเห็นใดๆออกมา เพราะถึงแม้คุณจะบอกว่า อยากออกความคิดเห็นแต่ทำไม่ได้เพราะจะต้องเจอความรุนแรง ที่แม่จะกระทำกลับมาให้คุณ คุณก็เลยตามเลย แต่หากคุณทำแบบนี้มาโดยตลอด นั่นหมายความว่าคุณไม่เคยแม้จะหาพื้นยืนให้ตัวคุณเองในครอบครัว เพราะพื้นที่ในครอบครัวส่วนใหญ่แม่คุณยึดครอง
วิธีการแก้ปัญหา
1.แบบประณีประนอม แก้โดยการพูดคุยแบบเปิดใจกัน โดยให้พูดทีละคนให้จบเป็นคนๆไป ห้ามเถียงหรือสอดแทรกในขณะที่คุย หรือหากคุณคิดว่าสามคนในครอบครัวคุยกันไม่รู้เรื่องเเน่ๆ ก็ต้องหาใครคนหนึ่งมาเป็นตัวกลางในการพูดคุย แต่ต้องเป็นคนที่ครอบครัวเราเคารพหรือยอมรับเขา มาร่วมนั่งฟัง เพื่อหาแนวทางแก้ไข
2.หากวิธีแรกแก้ไม่ได้ คุณลองถามตัวเองว่าคุณกล้าที่จะออกไปเผชิญโลกภายนอกด้วยตัวของคุณเองหรือไม่ หากคุณกล้าและเข้มแข็งพอ พร้อมที่จะลองใช้ชีวิตด้วยตัวของคุณเอง ก็เรียนท่านตามตรงว่า ขอออกไปอยู่ข้างนอกคนเดียว หากท่านไม่ยอม ก็ต้องสร้างกฎเกณฑ์เพื่อการอยู่ร่วมกันให้มีความสุข คุณต้องกล้าที่จะบอกแม่ว่าคุณทุกข์อะไรอย่างไรบ้าง
*****อย่างหนึ่งที่คุณลืมไม่ได้คือท่านเป็นแม่ และท่านรักคุณ แต่รักไม่เป็นเท่านั้นเอง แต่เราจะไปเปลี่ยนท่านมันยากมาก เพราะฉะนั้นใช้หลัก ใจเย็น เข้าใจ แต่อย่าลืมเป็นตัวของตัวเองนะคะ หากทำแล้วไม่ดีขึ้นก็ลองออกมาใชีชีวิดเองบ้างก็ดีนะคะ ห่างๆกันบ้างจะได้คิดถึงและรักเป็น *****เป็นกำลังใจให้นะคะ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ยัยตัวเล็กเล็ก
เรทกระทู้
« ตอบ #72 เมื่อ: 1 ก.ย. 13, 20:33 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*062 น่าเห็นใจค่ะ แต่อย่าคิดมากน๊ะ แม่เค๊าคงรักและห่วงเราและหวงมากไปหน่อย ท่านอาจไม่เข้าใจว่าเราอยากทำอะไร คิดอะไรอยู่ ก็สู้ๆน๊ะค๊ะ เป็นกำลังใจให้น๊ะ q*077

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
คิดให้ไกล ๆ
เรทกระทู้
« ตอบ #73 เมื่อ: 2 ก.ย. 13, 09:21 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*021ทุกเรื่องราวที่เกิดขึ้นในสังคมไทยก็จะมาลงตรงที่ว่า ทำหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุด นั่นเอง แม่ก็ต้องทำหน้าที่ของแม่ที่ดี ลูกก็ต้องทำหน้าที่ของลูกที่ดี ซึ่งหากทั้งสองคนทำหน้าที่ของตัวเองดีที่สุดนั้นแล้วก็ยังมีปัญหาก็ต้องมาพูดกันว่าเราขาดตกบกพร่องกันในหน้าที่ไหน แล้วก็ให้นึกย้อนถึงพระบรมราโชวาทนี้ขึ้นมาจับใจ ทุกสิ่งอย่างที่เกิดขึ้นในประเทศไทยเพราะทุกคนหลงลืมว่าตนเองเป็นใคร มีหน้าที่อะไรกันใช่หรือไม่ เมื่อไม่ได้ทำหน้าที่ของตนเองแล้วไปก้าวก่ายในหน้าที่ของคนอื่น ๆ นั้นมันก็ก่อให้เกิดความขัดแย้งไม่เป็นระเบียบเรียบร้อยซึ่งกันและกันนั้นใช่หรือไม่ ขอให้ทุกคนรวมทั้งตัวเราเองก็จะต้องน้อมนำเอาพระบรมราโชวาทท้้งหลายมาอ่านและนำมาปรับใช้ให้เข้ากับวิถีชีวิตของตนเองและสังคมไทย ที่จะได้อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขกระนั้นใช่หรือไม่ q*039

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
คิดให้ไกลๆ
เรทกระทู้
« ตอบ #74 เมื่อ: 2 ก.ย. 13, 11:43 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*074ซึ่งหากเรามาย้อนคิดถึงปัญหาของชาติที่เกิดขึ้นทุกวันนี้มีคนอ้างโน่น อ้างนี่ สารพัดความคิดที่มาขยายวงจำกัดความของคำว่า หน้าที่ นี้ให้หมดคุณค่าและความหมาย ก็จะทำให้การแก้ไขปัญหาต่าง ๆ นานาหาได้มีข้อยุติลงไปได้ แต่หากเราหันมาเอาคำว่า หน้าที่พลเมืองไทย ให้มาหาอ่านกันเพื่อศึกษาทำความเข้าใจกันบนโต๊ะเจรจาการแก้ไขปัญหาชาติกันนั้นได้ คิดว่าทุกอย่างก็คงจะจบบทสนทนาและปัญหาทุกอย่างก็จะแก้ไขลงไปได้ แต่มันก็คงจะมาหยุดตรงคำว่า ผลประโยชน์ เสียมากกว่าน๊ะที่จะเจรจากันไม่ได้ แต่หากเราทุกคนมาคิดว่า เราคือ ครอบครัวไทย ที่จะประกอบไปด้วย พ่อแม่ลูก ที่จะต้องทำความเข้าใจและนำมาปรับใช้ให้เป็นแบบอย่างแก่สังคมรอบข้างที่เขาจะเอาไปเป็นแบบอย่างในการใช้แก้ไขปัญหาของครอบครัวตนเองและส่วนรวมกันนั้นได้ ก็ต้องหาทางแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในประเทศไทยให้จบลงให้จงได้แม้จะต้องใช้ความอดทน อดกลั้น และไม่คิดกระทำตามแต่ใจตนเองกันนั้นได้ เพื่อที่จะให้ ยุติปัญหาชาติ ก็ควรจะคิดกระกระทำกันได้เพื่อส่วนรวมและอนุชนรุ่นหลังของไทยต่อไป q*027

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
pat nontaburi
เรทกระทู้
« ตอบ #75 เมื่อ: 3 ก.ย. 13, 13:01 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*069q*077q*035 ชีวิตเราเหมือนกันเลย พี่อายุ 38 แล้ว แม่บังคับเหมือนกัน แต่ไม่ตีนะ สงสารจัง หัวอกเดียวกัน มันเกินไปจริงๆ อึดอัดมากค่ะน้อง

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

หน้า: 1 2  ทั้งหมด

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม