หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: 10 สัตว์ผู้กล้า ที่เสียสละเพื่อการศึกษาเรื่องอวกาศ  (อ่าน 5616 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 9 ต.ค. 13, 08:36 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

10 สัตว์ผู้กล้า ที่เสียสละเพื่อการศึกษาเรื่องอวกาศ


ความสำเร็จทุกวันนี้อาจทำให้เราภาคภูมิใจ ที่การก้าวสู่อวกาศไม่ใช่แค่ความฝันอีกต่อไป และมีแต่จะพัฒนาขึ้นเรื่อย ๆ จนภารกิจที่คาดว่าจะไม่มีวันเป็นจริง กลายเป็นเรื่องใกล้แค่เอื้อม อย่างไรก็ตาม บางทีคุณอาจลืมไปว่าความสำเร็จที่ได้มานั้น ต้องแลกกับการเสียสละของเพื่อนร่วมโลกมากมาย ซึ่งถึงแม้มันจะไม่ใช่มนุษย์เหมือนเราแต่ก็มีชีวิตเหมือน ๆ กัน และบางตัวก็ต้องจบชีวิตไปเพื่อภารกิจที่ยิ่งใหญ่ของมนุษย์อีกด้วย ดังนั้นวันนี้กระปุกดอทคอมจึงได้รวบรวม 10 สัตว์ผู้กล้า ที่เสียสละเพื่อการศึกษาเรื่องอวกาศ จากเว็บไซต์ io9 มาฝาก ให้เราได้ระลึกถึงความเสียสละของมันกันค่ะ

10 สัตว์ผู้กล้า ที่เสียสละเพื่อการศึกษาเรื่องอวกาศ
ภาพจาก Weekly Science Quiz
1. หมีน้ำ

หมีน้ำ (Water Bears) เป็นสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กกว่า 1.5 มิลลิเมตร ถูกส่งขึ้นไปพร้อมกระสวยอวกาศ ESA's FOTON-M3 เมื่อเดือนพฤศจิกายนปี 2007 เพื่อศึกษาความหนาแน่นของรังสีและภาวะสุญญากาศบนอวกาศ โดยถูกส่งออกไปนานถึง 10 วัน ก่อนจะกลับมายังโลกและได้สัมผัสน้ำอีกครั้ง ซึ่งทำให้ 68% ของเหล่าหมีน้ำกลับมามีชีวิตได้อย่างน่าทึ่ง มันเลยถูกยกให้เป็นสิ่งมีชีวิตชนิดแรกที่สามารถมีชีวิดรอดได้ท่ามกลางภาวะสุญญากาศ


10 สัตว์ผู้กล้า ที่เสียสละเพื่อการศึกษาเรื่องอวกาศ
ภาพจาก Wikipedia
2. ลิงชิมแปนซี

ถือเป็นสัตว์ที่ถูกส่งขึ้นอวกาศมากมายหลายครั้ง แต่ลิงชิมแแปนซีตัวแรกสุดที่ถูกส่งขึ้นอวกาศมีชื่อว่า แฮม ซึ่งมันถูกส่งขึ้นไปกับแคปซูล American Mercury ในวันที่ 31 มกราคม ค.ศ. 1961 เพื่อทดสอบความปลอดภัย ก่อนจะส่งมนุษย์ขึ้นไปจริง ๆ ในภายหลัง และเจ้าแฮมก็สามารถมีชีวิตรอดกลับมาได้อย่างปลอดภัยเสียด้วย


10 สัตว์ผู้กล้า ที่เสียสละเพื่อการศึกษาเรื่องอวกาศ
3. ตัวนิวท์

เนื่องจากตัวนิวท์ (Newts) เป็นสัตว์ประเภทจิ้งจกที่ทำได้แม้กระทั่งงอกแขนขาออกมาใหม่ด้วยตัวเอง ทำให้มันเหมาะเจาะที่สุดสำหรับภารกิจ USSR's Bion 7 เมื่อปี 1985 ที่มีจุดประสงค์จะวัดความสามารถในการฟื้นฟูร่างกายของสิ่งมีชีวิตเมื่อต้องไปอยู่บนอวกาศ ตัวนิวท์ สายพันธุ์ Pleurodeles Waltl จำนวน 10 ตัว จึงถูกส่งออกนอกโลกไป และนั่นทำให้นักวิทยาศาสตร์พบว่าเมื่ออยู่บนอวกาศ พวกมันสามารถฟื้นฟูร่างกายได้เร็วขึ้นกว่าเดิมด้วยซ้ำ


10 สัตว์ผู้กล้า ที่เสียสละเพื่อการศึกษาเรื่องอวกาศ
ภาพจาก FY Cosmonauts
4. กระต่าย

กระต่ายตัวแรกซึ่งมีชื่อว่า มาร์ฟูชา ถูกส่งไปอวกาศด้วยจรวด R2-A rocket ในภารกิจของสหภาพโซเวียต เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคมปี 1959 อย่างไรก็ตามเจ้ามาร์ฟูชาไม่ได้ออกสู่อวกาศเพียงลำพัง แต่ยังมีสุนัขอีก 2 ตัว คือ Otvazhnaya และ Snezhinka เดินทางขึ้นไปพร้อมกับมันด้วย และเมื่อกลับมายังโลก ทั้งสามก็ได้รับการพักฟื้นร่างกาย และปลอดภัยทั้งหมด


10 สัตว์ผู้กล้า ที่เสียสละเพื่อการศึกษาเรื่องอวกาศ
ภาพจาก 46blyz.com โดย RKK Energa
5. เต่า

เต่าคู่แรกที่ถูกส่งขึ้นไปในห้วงอวกาศ เป็นเต่าจากประเทศรัสเซีย ซึ่งสหภาพโซเวียตส่งขึ้นไปในปี 1968 อย่างไรก็ดี มันไม่ได้ถูกส่งขึ้นอวกาศในแบบทั่วไปเหมือนสัตว์ตัวอื่น ๆ ที่ผ่านมา แต่กระสวยอวกาศ Zond 5 ที่เจ้าเต่าน้อยอาศัยขึ้นไปในอวกาศ ได้มีการโคจรรอบดวงจันทร์ก่อนจะกลับมาสู่โลก และเจ้าเต่าก็มีชีวิตยืนยาวต่อไป


10 สัตว์ผู้กล้า ที่เสียสละเพื่อการศึกษาเรื่องอวกาศ
ภาพจาก wikipedia
6. กบ

ในปี 1970 องค์การนาซาได้ส่งกบขึ้นสู่อวกาศ ผ่านกระสวยอวกาศ Otolith เพื่อใช้เป็นข้อมูลศึกษาผลกระทบที่เกิดขึ้นกับสมอง เมื่อต้องอยู่ในภาวะปราศจากแรงโน้มถ่วง ซึ่งจากสิ่งที่เกิดกับกบ ทำให้พบว่าระบบการทรงตัวของร่างกายจะทำงานผิดปกติชั่วขณะเมื่อเข้าสู่ห้วงอวกาศ แต่ก็จะสามารถกลับมาทำงานได้เหมือนเดิมอีกครั้ง


10 สัตว์ผู้กล้า ที่เสียสละเพื่อการศึกษาเรื่องอวกาศ
ภาพจาก Dragon Mare
7. แมงมุม

เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคมปี 1973 สหรัฐอเมริกาได้ส่งแมงมุมคู่แรก อาราเบลลา และ อนิต้า ไปกับจรวด Saturn IB ร่วมกับภารกิจ Skylab ครั้งที่สอง ที่มีมนุษย์อยู่ด้วย ซึ่งหน้าที่ของมันเป็นสิ่งที่มีแต่แมงมุมเท่านั้นที่ทำได้จริง ๆ นั่นก็คือตรวจสอบว่าการชักใยของมันเปลี่ยนไปหรือไม่เมื่ออยู่บนอวกาศนั่นเอง ทำให้เราได้เห็นใยแมงมุมถูกทอบนอวกาศเป็นครั้งแรกด้วย


10 สัตว์ผู้กล้า ที่เสียสละเพื่อการศึกษาเรื่องอวกาศ
ภาพจาก Pillown Astromnaut
8. แมว

ย้อนกลับไปในปี 1963 ประเทศฝรั่งเศสเคยตั้งใจจะส่งเฟลิกซ์ แมวข้างถนนขึ้นไปในอวกาศ แต่มันก็ดันหนีไปเสียก่อน ทำให้เฟลิเซตต์ แมวตัวเมียข้างถนนตัวใหม่ได้เข้ามาทำภารกิจนี้แทน เมื่อวันที่ 18 ตุลาคมปี 1963 ซึ่งแมวน้อยตัวนี้ถูกฝังขั้วไฟฟ้าไว้ที่สมองเพื่อติดตามการเคลื่อนไหวของมันด้วย หน้าที่ของแมวตัวนี้คือขึ้นไปบนอวกาศและกลับลงมาผ่านร่มชูชีพ โดยมันกลับลงมาในเวลาไม่ถึง 15 นาที แถมยังมีชีวิตรอดกลับมาอีกด้วย


10 สัตว์ผู้กล้า ที่เสียสละเพื่อการศึกษาเรื่องอวกาศ
ภาพจาก Dingus
9. สุนัข

เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน ปี 1957 โซเวียตได้ตัดสินใจส่ง Sputnik 2 ไปเป็นกระสวยอวกาศชิ้นแรกที่โคจรรอบโลก โดยมีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ข้างในด้วย ซึ่งสิ่งมีชีวิตที่ว่านั้นก็คือสุนัขจรจัดเพศเมียชื่อ ไลก้า นั่นเอง และสุดท้ายบทสรุปจุดจบชีวิตของไลก้า ถูกเปิดเผยว่า มันตายตั้งแต่อยู่ในกระสวยได้ไม่กี่ชั่วโมงแล้ว เพราะความตื่นกลัวจนช็อก ซึ่งเป็นถือเรื่องน่าเศร้า


10 สัตว์ผู้กล้า ที่เสียสละเพื่อการศึกษาเรื่องอวกาศ
ภาพจาก Space
10. แมลงวันผลไม้

แมลงวันผลไม้ (Fruit flies) กลุ่มหนึ่งได้ถูกส่งขึ้นอวกาศไปพร้อม ๆ กับจรวด American V2 เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ปี 1947 ที่ระยะทาง 68 ไมล์ เพื่อใช้เป็นข้อมูลศึกษาผลกระทบจากพลังคลื่นรังสีต่อสิ่งมีชีวิต ก่อนจะย้อนกลับมาที่โลก ซึ่งแมลงวันผลไม้ทั้งหมดกลับมาได้อย่างปลอดภัย


ทั้งนี้ นอกจากสัตว์ทั้ง 10 ที่เรารวบรวมมาฝาก ยังมีสัตว์อีกมากมายที่ผ่านการส่งขึ้นอวกาศไปเช่นกัน และก็มีทั้งที่สำเร็จและไม่สำเร็จ หรือถึงขั้นล้มตายก็ด้วย ดังนั้นกว่ามนุษย์จะพัฒนามาถึงทุกวันนี้ได้ ก็คงต้องขอบคุณการเสียสละของเจ้าสัตว์เหล่านี้ด้วยเหมือนกัน



เครดิต กระปุ๊กดอทคอม

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #1 เมื่อ: 9 ต.ค. 13, 08:48 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

10 สัตว์ผู้กล้า ที่เสียสละเพื่อการศึกษาเรื่องอวกาศ



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #2 เมื่อ: 9 ต.ค. 13, 08:49 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

10 สัตว์ผู้กล้า ที่เสียสละเพื่อการศึกษาเรื่องอวกาศ



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #3 เมื่อ: 9 ต.ค. 13, 08:49 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

10 สัตว์ผู้กล้า ที่เสียสละเพื่อการศึกษาเรื่องอวกาศ



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #4 เมื่อ: 9 ต.ค. 13, 08:50 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

10 สัตว์ผู้กล้า ที่เสียสละเพื่อการศึกษาเรื่องอวกาศ



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #5 เมื่อ: 9 ต.ค. 13, 08:50 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

10 สัตว์ผู้กล้า ที่เสียสละเพื่อการศึกษาเรื่องอวกาศ



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #6 เมื่อ: 9 ต.ค. 13, 08:50 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

10 สัตว์ผู้กล้า ที่เสียสละเพื่อการศึกษาเรื่องอวกาศ



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #7 เมื่อ: 9 ต.ค. 13, 08:51 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

10 สัตว์ผู้กล้า ที่เสียสละเพื่อการศึกษาเรื่องอวกาศ



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #8 เมื่อ: 9 ต.ค. 13, 08:51 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

10 สัตว์ผู้กล้า ที่เสียสละเพื่อการศึกษาเรื่องอวกาศ



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #9 เมื่อ: 9 ต.ค. 13, 08:52 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

10 สัตว์ผู้กล้า ที่เสียสละเพื่อการศึกษาเรื่องอวกาศ



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #10 เมื่อ: 9 ต.ค. 13, 08:52 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

10 สัตว์ผู้กล้า ที่เสียสละเพื่อการศึกษาเรื่องอวกาศ



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
คิด คิด คิด
เรทกระทู้
« ตอบ #11 เมื่อ: 11 ต.ค. 13, 16:08 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

55555555555 แต่สำหรับประเทศไทยได้พิสูจน์ทราบแล้วว่าสัตว์ตัวที่สิบที่ไปทดลองในห้วงอวกาศนั้นหนาได้สร้างปัญหาให้กับประเทศไทยอย่างมากมาย แต่สัตว์ตัวที่หนึ่งมักจะไม่สร้างปัญหาเพราะเป็น กบจำศีลภาวนาเสียส่วนใหญ่ แต่พวกลิงพวกนี้ในไทยนี้เรียกว่า ลิงหลอกเจ้า แต่ส่วนใหญ่กบมีประโยชน์มากกว่าเพราะว่าเป็นอาหารก็ได้ ส่งออกก็ได้ ยกให้เป็นตัวอย่างในเรื่องวิถีไทย ที่จะมีชีวิตอยู่ได้กับสภาพของบ้านเมืองไทย เพราะกบหากอาศัยอยู่ในกะลาก็จะมีความปลอดภัยมากกว่าสัตว์อื่นใดและหากเปรียบกับคนไทยก็มีสภาพชีวิตเสมือนกบในเวลานี้ในไทย เพราะต้องปรับสภาพตัวเองให้อยู่ได้ทั้งในน้ำและบนบก(น้ำท่วม) และหากกบซึ่งหมายถึงคนไทย หากน้ำท่วมสูงขึ้นมากเท่าไหร่ก็คงไม่ท่วมยอดมะพร้าวในเวลานี้ได้ ก็ยังสามารถนำผลมะพร้าวมารับประทานประทังชีวิตได้โดยไม่ต้องไปปีนป่ายให้มันเกิดอันตรายแต่อย่างใด ทั้งหมดทั้งมวลนั้นทั้งกบและลิง นั้นก็มีประโยชน์แค่การทดลองของต่างชาติภาษานั้นได้ แต่สำหรับเมืองไทยทั้งกบและลิงก็เป็นสิ่งที่อยู่คู่กับเมืองไทยที่จะต้องอาศัยอยู่ร่วมกันบนผืนแผ่นดินไทยแม้จะทำความยุ่งยากวุ่นวายให้กับบ้านเมืองไทยสักแค่ไหน(ลิง)แต่ประเทศไทยก็ให้อภัยและให้ความเมตตากรุณาไม่ให้มีปัญหาในเรื่องอาหารการกินนั้นได้ ถึงขนาดบางทียังตั้งเป็นศาลให้อยู่เป็นที่ดั่งเช่นที่จังหวัดลพบุรีนั้นไง แต่อย่างว่าลิงที่ดีก็มีน๊ะคือ ท่านหนุมาน ไง นี่คือพระเอกของประเทศไทย แต่จะมีสักกี่คนที่เป็นคนไทยจะทำตัวเป็น ท่านหนุมานที่จะเป็นทหารเอกของพระรามและพระลักษณ์ที่จะจงรักภักดีเยี่ยงท่านหนุมานท่านนี้ได้หรือมีเฉพาะในโขนละครนั้นได้แต่หามีตัวตนที่แท้จริงนั้นได้ใน ประเทศไทย

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
5555555555
เรทกระทู้
« ตอบ #12 เมื่อ: 11 ต.ค. 13, 16:18 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*073สำหรับสัตว์ตัวที่สิบนี้แสบมากสำหรับประเทศไทย เพราะทดลองแล้วมาหลายปีก็ยังไม่ทิ้งนิสัยที่มีแต่เล่ห์เหลี่ยมที่เห็นแก่ตัวนั้นได้ ไทยคงไม่มีปัญญาที่จะส่งจรวดยิงไปยังห้วงอวกาศนั้นได้ เราให้ความสำคัญกับผืนดินที่คิดแต่จะทำนุบำรุงดินคิดปลูกผักหญ้าเพื่อเอาไว้ให้ประชาชนได้หากินอยู่อาศัย แผ่นดินของไทยเป็นแผ่นดินทอง สำหรับเรื่องอวกาศต้องให้เป็นเรื่องของพวกชาติมหาอำนาจที่กระทำตัวเป็นพวกพาตัวไปตกหน้าผาตายกันแต่ก็ยังมีปัญญาที่จะนำพาตัวเองขึ้นไปสร้างปัญหาในห้วงอวกาศในอนาคตข้างหน้ากันอีกนั้นได้ ขนาดอยู่บนผืนโลกยังทำตัวกันขนาดนี้ ไปอยู่ที่ดาวอังคารนี่มันก็คงไม่ทิ้งนิสัยเดิม ๆ กันที่อยู่บนโลกใบนี้หรอกจะบอกให้ ก็ให้มันไปขับเคี่ยวกันต่อไปในชาติดังนี้ อเมริกา ญี่ปุ่น จีน รัสเซีย เกาหลีเหนือ เกาหลีใต้ มาเลเซีย อินโดนีเซีย เขมร เวียดนาม เพียงเท่านั้นให้ยกไปอยู่บนดาวอังคารนี่ปัญหาบนโลกใบนี้ก็คงจะเบาบางลงไปได้

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
5555555
เรทกระทู้
« ตอบ #13 เมื่อ: 11 ต.ค. 13, 16:48 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*073 วิธีแก้ปัญหาสำหรับ 3 ชาติที่ก่อปัญหาพื้นที่ในทะเลกันได้คือ จีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ หากทั้ง 3 ชาตินี้น่าจะมาพิสูจน์หาดีเอ็นเอ กันนี่คงไม่แตกต่างกันสักเท่าไหร่ เพราะหน้าตาเชื้อสายที่สืบสานกันมาก็คงไม่ผิดเพี้ยนกันสักเท่าไหร่ แต่ก็มาสร้างปัญหาไม่มีความเมตตากรุณากันนั้นได้ และก็ได้มาสร้างปัญหาให้กับดีเอ็นเอของประเทศไทย ซึ่งก็คนละเผ่าพันธุ์กันนั้นได้ แต่ตอนนี้เห็นมาอยู่กินอาศัยในประเทศไทยที่เกินความพอเพียงจนทำให้ประเทศไทยจะเดี้ยงในไม่ช้าไม่นานนี้ได้ หากไม่มีการขยัยขยายให้แตกแขนงสาขาให้ออกไปตามล่าหาดีเอ็นเอกันดีกว่าไหม สำหรับชาติที่มาก่อปัญหาเบียดเบียนประเทศไทย ดีเอ็นเอ ไปอยู่ที่ไหนก็ให้ไหลไปรวมอยู่เป็นกลุ่มก้อนเดียวกันให้จงได้ สำหรับเมืองไทยดีเอ็นเอไทยกำลังขาดแคลนยิ่งนักเพราะยิ่งรักคือให้ความเมตตากับสัตว์โลกทั้งหลายในไทยก็ทำให้เชื้อชาติไทยกำลังใกล้จะสูญพันธุ์หากไม่คิดป้องกันเอาไว้ก็คงจะสูญสลายไปเป็นแน่แท้มีวิธีที่จะคิดทำการแก้ไขกันได้ไหม 5555555555555 เรื่องนี้นักวิทยาศาสตร์ต่างชาติภาษามันหาได้คิดค้นคว้าไม่ 555555

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #14 เมื่อ: 12 ต.ค. 13, 06:57 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ต้องหาวิธีไม่ให้ดีเอ็นเอไทยต้องสูญพันธุ์...ทำไงดีครับ...

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
คนของโลก
เรทกระทู้
« ตอบ #15 เมื่อ: 14 ต.ค. 13, 09:44 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ต้องหาวิธีไม่ให้ดีเอ็นเอไทยต้องสูญพันธุ์...ทำไงดีครับ...
อันดับแรกคุณต้องไปเรียนรู้ประวัติศาสตร์ไทยให้ดี ๆ ว่ามีต้นตระกูลไทยเป็นอย่างไร และต้องปลูกจิตสำนึกเอาไว้ให้มาก ๆ และให้ซึมซับเอาความทุกข์ยากของบรรพบุรุษไทยและจดจำไว้ว่ากว่าจะรักษาผืนแผ่นดินไทยเอาไว้ได้นี่ท่านต้องต่อสู้บากบั่น เสียสละ สักเพียงไหน แต่ปัจจุบันกาลเวลามันเปลี่ยนแปรผันไปแล้วนั้นได้ เมื่อสมัยก่อนอาจจะต้องใช้กำลังต่อสู้กันแต่ปัจจุบันหาเป็นเยี่ยงนั้นไม่ ความทันสมัยเข้ามาแทนที่บรรพบุรุษในรุ่นนี้ต้องใช้สมองเพื่อการต่อสู้กับพวกศัตรูร้ายที่บ่อนทำลายความเป็นชาติไทยของเราให้หมดสิ้นไป เรื่องแบบนี้คงไม่ต้องพูดให้หมดนี่ก็คงจะรับรู้กันได้จริงไหม เพราะรู้กันถึงจะไปถึงโลกดาวอังคารไปแล้วนั้นได้ ขนาดดวงจันทร์ก็ไปเหยียบมาแล้วนั้นจริงไหม นับประสาอะไรกับดาวดวงอื่น ๆ ที่จะไปไม่ได้ แต่สิ่งที่มันไม่ถูกต้องนี่ก็คือการเบียดเบียนเอาน้ำมันเชื้อเพลิงในขับเคลื่อนนี่ที่จะไปให้ถึงจุดมุ่งหมาย แต่มีเพียงไม่กี่ชาติภาษาที่จะนำพาเอาจรวดให้ยิงไป แต่ไปเบียดเบียนเอาทรัพยากรของชนชาติอื่นนั้นเพื่อให้ตัวเองบรรลุเป้าหมาย อย่างนี้ถูกต้องไหม ฉะนั้น เราคนไทยจำเป็นที่จะต้องเก็บรักษาเอาทรัพยากรของชาติไทยเพื่อจะต้องเก็บรักษาเอาไว้ให้กับประชาชนที่เขาอาศัยอยู่กินบนผืนแผ่นดินไทย ควรจะใช้สมองของคนไทยที่ดีนำความคิดที่ถูกต้องนี้นำมาใช้คือ การอยู่กันบนโลกใบนี้ ก็อย่าเบียดเบียนกันแค่นี้เรื่องก็คงจะจบลงไปได้ แต่อยากจะบอกว่า ผู้ที่สมควรจะได้รับรางวัลต่าง ๆ นานาบนโลกใบนี้ต้องคือผู้ที่เป็นใหญ่อยู่ในประเทศไทยเท่านั้น เพราะสิ่งที่คิดให้เป็นมรดกต่อโลกใบนี้นั้นสำคัญยิ่งกว่าเรื่องอื่นใด ซึ่งชาติมหาอำนาจหากไม่นำไปใช้ ก็จะพบแต่ความหายนะอย่างเดียวจะบอกให้ และสิ่งนั้นก็คือ เศรษฐกิจพอเพียง เท่านั้นนี่เรียกว่า สอนให้คนทั้งโลกนั้นเลยจะบอกให้ แล้วนี่จะไม่ให้ยกย่องได้อย่างไรว่า เป็นทั้งนักคิดและนักปกครองและเป็นนักวิทยาศาตร์ที่จะต้องให้ความเคารพให้เป็นบุคคลของโลกใบนี้เลยนั้นนั่นก็คือ คนไทยและประเทศไทย เท่านั้นที่จะคิดสรรค์ให้ q*055q*057
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ไทยแตกเหล่า
เรทกระทู้
« ตอบ #16 เมื่อ: 14 ต.ค. 13, 10:02 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*073และอยากจะบอกว่า ปัจจุบันนี้น๊ะชาติมหาอำนาจที่ยิ่งใหญ่หาใช่ จีน สหรัฐ และรัสเซียไม่ แต่เป็น ประเทศไทย5555555 เพราะว่าอำนาจใด ๆ นั้นหนาก็หายิ่งใหญ่ เท่ากับอำนาจแห่ง เมตตาธรรม นั้นคงไม่ได้ แต่ไม่เห็นมีมหาอำนาจใดประพฤติตามผู้นำไทยไม่55555 แล้วต่อไปคิดสิว่าโลกใบนี้จะเป็นเยี่ยงใด เพราะทั้ง 3 ชาติมหาอำนาจมีตัณหามากกว่าเมตตาธรรมที่จะเอาไว้ค้ำยันโลกใบนี้กันได้ แล้วอนาคตก็คงจะคิดได้ว่าเรื่องของโลกใบนี้จะเป็นอย่างไร เห็นหรือไม่ทั้งหนังฝรั่งและหนังไทยเขาก็จะสร้างแต่พระเอกคือผู้ทำดี ย่อมชนะผู้ร้ายที่คิดทำไม่ดี ทุกเรื่องนั้นเห็นหรือไม่ หนังต่าง ๆ ที่นำเสนอมาของต่างชาติภาษามันก็ปรุงแต่งกันขึ้นมานั้นได้ แต่สำหรับพระเอกของประเทศไทยเขาสร้างมาด้วยสมองและสติปัญญาและก็ลงมือกระทำนั้นเห็นจะได้ แต่ปัจจุบันมันก็มีผู้ร้ายเข้ามาทำลายสิ่งที่พระเอกของไทยได้สร้างเอาไว้ให้หมดสิ้นไป แต่จำเอาไว้สำหรับประเทศไทย ร้ายจะกลายเป็นดี เสมอจำเอาไว้ เพราะอะไรน่ะหรือเพราะสมองและสติปัญญาของคนไทยหาได้จนมุมไม่ ยิ่งทุบมันก็ยิ่งจะโผล่ผุดขึ้นมาเปรียบเสมือนการระเบิดนั้นหนาจะบอกให้ แต่สิ่งที่ถูกทำลายจะกลายเป็นโมเลกุลที่กระจายอยู่ทั่วราชอาณาจักรไทยหาหมดสิ้นไปนั้นไม่ พิสูจน์ได้อย่างไรหรือ ก็สามารถเป็นเอกราชอยู่ทุกวันนี้ที่ประเทศไทยที่ไม่ตกเป็นของต่างชาติภาษาไม่คิดบ้างหรือว่าประเทศไทยเป็นเยี่ยงใด แต่ปัจจุบันมันมีโมเลกุลที่ผิดเพี้ยนนั้นเกิดขึ้นมาได้ คือการนำพาเอาโมเลกุลที่ดีนั้นหนาไปผสมผสานกับมวลโมเลกุลชั่วช้าของต่างชาติภาษาเพื่อให้ประเทศไทยนั้นหนาตกเป็นขี้ข้าต่างชาติภาษาโดยที่คนไทยไม่รู้ตัวนั้นได้ คิดน๊ะว่าจะช่วยเหลือประเทศไทยอย่างไร สำหรับโมเลกุลที่ผิดหมู่เหล่าพวกนี้จะให้ทำอย่างไรดี นี่สิเป็นเรื่องที่น่าคิดมากกว่าอีกจะบอกให้ q*069

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ทำนาย!
เรทกระทู้
« ตอบ #17 เมื่อ: 14 ต.ค. 13, 10:10 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*073ในเรื่องชาติมหาอำนาจที่ต้องการยึดเอาประเทศไทยเป็นฐานรากแห่งการแสวงหาอำนาจในภาคพื้นเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ที่จะทำการข้ามซีกโลกเข้ามาใกล้ชิดกับชาติที่อยู่บนภาคพื้นดินมากกว่าเป็นเกาะนั้นได้ ชาติมหาอำนาจที่เป็นเกาะก็อยากจะมาเกาะกินประเทศไทย โดยมีตัวผสมผสานที่เป็นเกาะเช่นกันแต่ชาตินี้เกาะติดแน่นหนึบหนับชนิดที่แกะแงะงัดให้ออกจากประเทศไทยคงไม่ได้ ได้แพร่ขยายตัณหาให้เกาะกินสมองและสติปัญญาของคนไทยให้ฟุ้งเฟ้อเห่อเหิมเกริมเกินความเป็นคนไทย เอาความโก้หรูผสมผสานในสติปัญญาใช้ชีวิตหรูหราอารมณ์เปลี่ยนแค่ขึ้นไปนั่งจับพวงมาลัย ย้งไม่พอขอเอาเครื่องมือสื่อสารมาใช้ในเวลาขับขี่ ผลสุดท้ายนี่ไปชนโครมโดยไม่เจอกันที่โรงพยาบาลหรือวัดเป็นเรื่องสุดท้าย แต่ประเทศไทยสร้างแต่โรงพยาบาลเพื่อมารองรับกรรมของคนไทยที่ตกเป็นทาสของต่างชาติภาษาที่มามอมเมาให้ตกเป็นทาสของความมหาวินาศที่อยากจะเอาประเทศไทยเป็นฐานเจาะเวลาหาอนาคตนั้นหนาก็คือความเป็น จ้าวโลก นั้นได้ เมื่อไหร่คนไทยจะเรียกสติปัญญากลับคืนมาเป็นของตนเองกันนั้นได้ ตกเป็นทาสของเหล่าอภิมหาอำนาจสืบเนื่องมาจากสงครามโลกครั้งที่สองนั้นมาได้ นี่ก็หลายปีแล้วสิน๊ะที่ไทยต้องตกอยู่ในห้วงเวรกรรมอย่างมากมาย นี่ก็คงจะใกล้วบรรลุผลกรรมกันแล้วสิน๊ะคงอีกไม่ช้าไม่นานในประเทศไทย q*069

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
555555
เรทกระทู้
« ตอบ #18 เมื่อ: 14 ต.ค. 13, 10:14 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*073 สรุป ประเทศไทยคือผู้ชนะบนโลกนี้เห็นจะได้เพราะว่าใช้


เมตตาธรรม คำจุนโลก และ ประเทศไทย 555555555555555555555555555555555555555555

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
สำนึกกันไหม!
เรทกระทู้
« ตอบ #19 เมื่อ: 14 ต.ค. 13, 10:23 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*073ประเทศไทยสอนให้คนไทยใช้ชีวิตแบบพอเพียง แต่ประเทศไทยเดี้ยงหาได้ใช้ไม่ แต่ประเทศที่นำพาเอาเศรษฐกิจพอเพียงของไทยนั้นหนานำไปใช้ก็คือ ประเทศญี่ปุ่นนั้นไง อาหารก็บริหารจัดการให้กินเป็น คำ ๆ นั้นเห็นไหม รถยนต์ที่เป็นพาหนะก็ใช้ จักรยาน เป็นพาหนะในการสั่งสอนให้คนญี่ปุ่นมีความประหยัดและพอเพียงนั้นได้ สินค้าก็มีราคาแค่ 60 บาททั้งร้าน(60บาทที่ในไทยในประเทศญี่ปุ่น 30 บาท) แล้วเป็นไง...แต่อย่างว่าแหละน๊ะ หากไม่มีความจริงใจ ธรรมชาติก็จะมีบทลงโทษเข้าให้ เพราะว่าความไม่ดีต่าง ๆ นานา นำไปไว้ที่ประเทศอื่นนั้นไซร้ แต่ประเทศตัวเองสรรค์สร้างแต่ความดี ความสะอาด เอาขยะเอาความไม่ดีในชาติของตนเองมาแพร่ขยายในประเทศไทย และปัจจุบันก็พิสูจน์ทราบแล้วนั้นเห็นกันหรือไม่ q*069

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
คิด คิด คิด
เรทกระทู้
« ตอบ #20 เมื่อ: 14 ต.ค. 13, 12:15 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*073การแข่งขันทางด้านเทคโนโลยีเพื่อบดขยี้ให้เป็นหนึ่งบนโลกใบนี้แล้วเป็นไง เดี้ยงกันไปหมดทุกชาติภาษา แสวงหาแต่เรื่องการแข่งขันชิงชัย ไม่มีชาติใดคิดถึงเรื่อง เมตตาธรรม เอาชนะห้ำหั่นซึ่งกันและกันให้จงได้ แล้วสิ่งที่แข่งขันนั่นก็คือ การตั้งราคาที่เป็นตัวเงิน ตัวทอง นั้น เพื่อให้คนที่ต้องการให้ไปเสาะแสวงหาเอาเงินตรามาซื้อหาไปเป็นเจ้าของให้จงได้ แล้วเป็นไง วิธีการเพื่อเสาะแสวงหาเงินตรามาซื้อหาสินค้านั้นก็คือ โลกแห่งการเบียดเบียนซึ่งกันและกัน นั้นใช่ไหม ทำการจี้ ปล้น ฆ่า ให้เป็นข่าวที่จะพัฒนาวิธีการสร้างสรรค์ผลงานออกมาในรูปแบบต่าง ๆ เช่นกัน แข่งกับผู้ผลิตสินค้าเหล่านั้นที่เป็นตัวกำหนดราคา แล้วผลที่ตามมาเป็นเยี่ยงใด ทุกข์ไปตกแก่คนที่หาได้มีความต้องการในสินค้าเหล่านั้นไม่ เขาใช้ชีวิตแบบพอเพียงแต่ก็ตกเป็นเหยื่อของพวกมีตัณหาเหล่านี้ได้ แล้วชาติใดที่เป็นตัวสร้างตัณหาให้เพิ่มพูนขึ้นมาทุกวันไป ทั้งโลกก็คงจะจับตามาที่ประเทศไทย เพราะผู้ผลิตสินค้าอันดับหนึ่งในโลกนี้ก็ตั้งอยู่ที่ประเทศไทย จริงไหม สุดยอดแห่งคำครหาเพราะว่าเป็นการสวนกระแสแห่งการพัฒนาแบบยั่งยืนในไทย สอนให้พอเพียงแต่ก็เดี้ยงไปทั้งโลกเหตุเกิดที่ประเทศไหน นี่แหละคือกรรมของประเทศไทย และวันนี้ผลกรรมเหล่านั้นก็ได้ถาโถมซัดกระหน่ำมาแล้วไง คนไทยตายรายวันด้วยอุบัติเหตุ ด้วยการจี้ปล้นฆ่า ด้วยปัญหาการทะเลาะเบาะแว้งกันนั้นได้ นี่เป็นเพราะคนไทยหรือต่างชาติภาษา หรือว่าเป็นการร่วมสังคกรรมกันนั้นหนาระหว่างใครกับใคร q*069

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
คิด คิด คิด
เรทกระทู้
« ตอบ #21 เมื่อ: 14 ต.ค. 13, 12:18 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เหมือนเป็นภาพสะท้อนให้เห็นในปัจจุบันนี้ได้ปัญหาสังคมที่ทับถมเกิดขึ้นมาทุกวันนี้คือชนชาติใดที่ทับถมมาให้แม้ปัจจุบันก็ยังไม่สิ้นสุดกรรมที่ทำกับไทย ปัญหามิตซูโอะนั้นหนาที่ก็ยังมาเป็นปัญหาให้กับประเทศไทย

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
คิดกันไหม
เรทกระทู้
« ตอบ #22 เมื่อ: 14 ต.ค. 13, 12:23 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

นักธุรกิจที่มาลงทุนในไทยก็มีชาติ อเมริกา ญี่ปุ่น เกาหลีเหนือ เกาหลีใต้ จีน ซึ่งมีบทบาทที่ยิ่งใหญ่ นายทุนพวกนี้มีอิทธิพลมากมีในไทย กลายเป็นว่ามาลงทุนชนิดที่วาไทยเกือบจะล่มสลาย เพราะมิใช่จะมาผลิตสินค้าแต่ได้มาแพร่วัฒนธรรมอันหลากหลาย และยังจะเพิ่มเติมในเรื่องการจะขยับขยายถิ่นที่อยู่ที่จะต้องมาควบรวมอยู่ที่ประเทศไทย ในภาคอิสานก็มีเหล่าบรรดาเชื้อสายยุโรปมาแพร่กระจาย ที่ภาคเหนือก็มีบรรดาเชื้อชาติญี่ปุ่น ภาคกลางก็จะมีเชื้อสายจีนอีกนั้นได้ แล้วคนไทยอยู่ที่ไหนโน่น น้ำท่วมขังข้าวปลาอาหารพังพินาศหาที่อยู่ที่เป็นที่สูงกว่าพื้นน้ำไม่ได้ เพราะต่างชาติภาษาพากันไปซื้อที่อยู่อาศัยกันหมดแล้วนั้นได้ ถามว่า ปัญหาเหล่านี้มากกว่าที่คุณควรจะหาคำตอบว่าจะให้ทำอย่างไร เพราะดีเอ็นเอในประเทศไทยตอนนี้มันจมน้ำกันหมดแล้วนั่นไง

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
กระโหลกเพียวๆ
เรทกระทู้
« ตอบ #23 เมื่อ: 14 ต.ค. 13, 12:38 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ต้องหาวิธีไม่ให้ดีเอ็นเอไทยต้องสูญพันธุ์...ทำไงดีครับ...
คุณรู้ไหม ปัจจุบันดีเอ็นเอของไทยกำลังจมน้ำอยู่นี่ไง ข้าวปลาอาหาร คือดีเอ็นเอของไทยชนิดที่ยั่งยืนนานมาแล้วนั้นได้ และคิดว่าผู้เก่งกล้าในอดีตนั้นท่านก็ได้รังสรรค์ที่จะบ่มเพาะและแพร่พันธุ์และใช้ระบบป้องกันมิให้ดีเอ็นเอของไทยนั้นสูญพันธุ์ไปได้ แต่ปัจจุบันนักลงทุนนั้นได้เข้ามาก่อสร้างปิดทางกั้นน้ำมิให้ไหลไปลงทะเลนั้นได้ เมื่อหมดปัญหาคิดก็คิดทำลายเขื่อนนั้นเพราะว่าจะหาวิธีป้องกันตัวเองกันนั้นได้ แล้วเป็นไงปัจจุบันกลายเป็นเขื่อนกั้นขวางทางน้ำให้ดีเอ็นเอไทยนี้นยิ่งจะเดี้ยงตายกันนั้นได้ แล้วหากขืนปล่อยเอาไว้เยี่ยงนี้ สัตว์ทั้ง 10 ชนิดนี้ที่หาง่ายมากที่ประเทศไทยก็คงจะไม่เหลือให้พวกมหาอำนาจนำไปทดลองกันอีกนั้นได้ อีกหน่อยมันก็คงจะจับสัตว์ของชาติพันธุ์ของพวกเขาเหล่านั้นนำไปทดลองมากกว่าที่ประเทศไทย คิดหาวิธีการดีกว่าว่าจะทำอย่างไรที่จะไม่ให้คนไทยและชาติไทยกลายเป็นหนูทดลองไม่ว่าจะเป็นเรื่อง สังคม เศรษฐกิจ การเมือง ของต่างชาติภาษาใดกันอีกต่อไป เพราะทุกวันนี้ประเทศไทยนี้ก็จะหา จุดยืน ความมั่นคง ของคนในชาติตนเองนั้นแทบจะไม่ได้
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
กันไว้ก่อน
เรทกระทู้
« ตอบ #24 เมื่อ: 14 ต.ค. 13, 15:58 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*073และที่สุดของที่สุดนั้นหนา คืออยากจะบอกถึงอนาคตในประเทศไทยนี้ว่า อย่าให้ประเทศไทยเป็นสนามหญ้าที่จะให้ชาติมหาอำนาจนั้นหนามาประลองกำลังกันนั้นได้ในประเทศไทย เพราะว่าประเทศไทยกลายเป็นสมรภูมิของการชนตัณหามิใช่ ชนช้าง (เพราะนั่นคืออดึตกาลของประเทศไทย) แต่คนรุ่นใหม่กำลังทำให้ประเทศไทยกลายเป็นสนามรบของมหาอำนาจที่จะมาประลองกำลังกันนั้นได้ หยุด...ขอให้หยุดคิดไปไกล ๆ ว่าพวกท่านได้ลากเอาประเทศไทยนั้น เป็นสนามประลองยุทธ์ของเหล่าบรรดามหาอำนาจตัวจริงและตัวเสียบแทนนั้นใช่หรือไม่ q*073

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:  การศึกษา เพื่อ เรื่อง อวกาศ 

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม