หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: ******ผมไม่เข้าใจจรรยาบรรณของแพทย์ปัจจุบัน******  (อ่าน 4050 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 13 พ.ย. 13, 23:44 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

ผมไปอุดฟัน 1 ซี่ที่คลีนิคหมอฟัน คลีนอคอยู่ปากซอยทางเข้าหมู่บ้านสวนสน ถนนรามฯ ก่อนทำผมถามก่อนเลยว่า ค่าอุดเท่าไร? หมอผู้ชายเจ้าของคลีนิคขึ้นเก้าอี้เช็คบอกว่า 500 บาท หมอก็ทำการกรอฟันที่ผุ หมอให้ขึ้นเก้าอี้ หมอบอกว่าต้องอุดธรรมดาไว้ก่อน อีก 30 วันแล้วจึงไปอุดจริง คิดเงินครั้งนี้ 480 บาท

ครบ 30 วันไปอุดจริง หมอคิดเงินอีก 980 บาท(ซี่เดิม)ผมถามว่าทำไมต้องเพิ่มอีก 980 บาท ซึ่งผมถามแล้วว่า 500 บาท หมอบอกว่า รูใหญ่ แล้วก็รีบขึ้นไปข้างบน ไม่ยอมคุยต่อ

ผมต้องจ่ายเงินอุดฟัน ซี่เดียว ราคา 1,460 บาท

ผมว่าหมอเดี๋ยวนี้(ส่วนใหญ่)ขี้โกงหน้าด้านๆ

//ช.ผาสุข

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

add
เรทกระทู้
« ตอบ #1 เมื่อ: 14 พ.ย. 13, 00:05 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ประมาณ 4 เดือนที่ผ่านมา เพื่อนเก่าของผม เส้นโลหิตหัวใจตีบตัน 2 เส้น รักษาแบบ 30 บาท ที่รพ.เอกชนแห่งหนึ่ง รู้ว่า ค่ารักษาเส้นละประมาณ 3 แสนบาท 2เส้น 6 แสนบาททำ 2 ครั้งเวลาห่างกัน1เดือน

อยู่ได้ประมาณ4เดือนสรุปว่าเสียชีวิตมะรืืนนี้จะเผาพรุ่งนี้ เพื่อนของบอกผมว่าหายใจไม่ออก มันอยากตายตั้งแต่ทำเส้นแรกเสร็จเพื่อนมันบอกว่ามันทรมานมากเคยบอกหมอ หลายครั้งให้หมอฉีดยาให้ตายๆไปจะจบเรื่องหมอบอกว่าทำให้ไม่ได้

เมื่อวานซืนเพื่อนกำลังจะตายหยุดหายใจแล้วหมอปั๊มหัวใจให้ฟื้น3 ครั้ง แต่ก็ไม่รอด

ประเด็นตามกระทู้ก็คือ หมอพยายามปั๊มหัวใจให้ฟื้นทำไม เมื่อเพื่อนบอกว่าอยากตาย อายุ 70 ปีแล้ว

ก้เพิ่งนึกออกมาได้ว่า ถ้าปัมหัวใจ ผู้ป่วนฟื้นก็รักษาต่อ สามารถเบิกเงินจากทางราชการได้โดยใช้บัตรทอง 30 บาท เบิกได้เต็มเหนี่ยว เท่าที่ทราบเขาบอกวา 6 แสนบาท

//ช.ผาสุข

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #2 เมื่อ: 14 พ.ย. 13, 01:17 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ประมาณ 4 เดือนที่ผ่านมา เพื่อนเก่าของผม เส้นโลหิตหัวใจตีบตัน 2 เส้น รักษาแบบ 30 บาท ที่รพ.เอกชนแห่งหนึ่ง รู้ว่า ค่ารักษาเส้นละประมาณ 3 แสนบาท 2เส้น 6 แสนบาททำ 2 ครั้งเวลาห่างกัน1เดือน

อยู่ได้ประมาณ4เดือนสรุปว่าเสียชีวิตมะรืืนนี้จะเผาพรุ่งนี้ เพื่อนของบอกผมว่าหายใจไม่ออก มันอยากตายตั้งแต่ทำเส้นแรกเสร็จเพื่อนมันบอกว่ามันทรมานมากเคยบอกหมอ หลายครั้งให้หมอฉีดยาให้ตายๆไปจะจบเรื่องหมอบอกว่าทำให้ไม่ได้

เมื่อวานซืนเพื่อนกำลังจะตายหยุดหายใจแล้วหมอปั๊มหัวใจให้ฟื้น3 ครั้ง แต่ก็ไม่รอด

ประเด็นตามกระทู้ก็คือ หมอพยายามปั๊มหัวใจให้ฟื้นทำไม เมื่อเพื่อนบอกว่าอยากตาย อายุ 70 ปีแล้ว

ก้เพิ่งนึกออกมาได้ว่า ถ้าปัมหัวใจ ผู้ป่วนฟื้นก็รักษาต่อ สามารถเบิกเงินจากทางราชการได้โดยใช้บัตรทอง 30 บาท เบิกได้เต็มเหนี่ยว เท่าที่ทราบเขาบอกวา 6 แสนบาท

//ช.ผาสุข

สวัสดีค่ะ คุณลุงแมน

ปกติพิมไม่ค่อยอยากตอบกระทู้คุณลุงเลย เนื่องจากทางเดินของเราแตกต่างกัน แต่ทำไมไม่รู้ได้เห็นข้อความนี้ของคุณลุงทำให้พิมอยากตอบ อยากเล่าและอยากแสดงความคิดเห็นเสียเหลือเกิน อาจจะเป็นเพราะ มันเป็นเรื่องจริงและเกิดขึ้นกับคนใกล้ชิดของพิม


พิมของตัดประเด็นเรื่องหมอฟันนะคะ เนื่องจากยังไม่เคยอุด ใช้แต่ประกันสังคมในการขูดหินปูน ปีละสองครั้งเท่านั้น เลยไม่รู้ว่าขั้นตอนของหมอในการกรอการอุดเป็นอย่างไรและค่ารักษาคิดยังไง แต่สิ่งที่พิมอยากจะคุยคือเรื่องของการ "การุณฆาต" พิมขอเล่าเรื่องราวของพิมไว้ให้คุณลุงได้พิจารณา

เรื่องนี้เกิดขึ้นกะลุง สามีป้าแท้ๆของพิม(พี่สาวของแม่ค่ะ) ท่านเป็นอดีตผู้จัดการธนาคารแห่งหนึ่ง พึ่งเออรี่ออกมาได้ไม่นาน วันหนึ่งเมื่อสามปีที่แล้ว ท่านลื่นล้มในห้องน้ำขณะอาบน้ำ หัวไปกระแทกกะผนังห้องน้ำ ตอนนั้นท่านยังมีสติอยู่ ก็อาบน้ำจนเสร็จ ออกมาก็บ่นกะคุณป้าว่าปวดหัว คุณป้าเห็นท่าไม่ดีก็รีบพาท่านไปส่งโรงพยาบาล ตอนถึงโรงพยาบาลท่านสลบไปแล้ว หมอพาเข้าห้องผ่าตัดเพราะพบว่ามีเลือดออกในสมอง หลังจากออกมาจากห้องผ่าตัดแล้วท่านก็ไม่ฟื้นอีกเลย ค่ารักษาพยาบาลแพงมาก หลังจากรักษาอยู่ในโรงพยาบาลประมาณสามเดือน เงินก้อนใหญ่ที่ได้มาก็หมดไปอย่างรวดเร็ว คุณป้าก็พาท่านมารักษาตัวต่อที่บ้าน คุณป้าต้องจ้างพยาบาลมาดูแล เวลาที่ท่านไปทำงาน (ท่านเป็นอาจารย์ค่ะ) อยู่มาประมาณ1ปี คุณป้าก็ต้องลาออก ได้เงินมาก่อนหนึ่ง ก็มาดูแลคุณลุงเอง ตอนนั้นคุณลุงก็นอนเป็นผักอยู่อย่างนั้น อาหารก็ต้องให้ทางสายยาง ร่างกายที่เคยอ้วนท้วนก็ผ่ายผอมจนเหลือแต่หนังหุ้มกระดูก เวลาคุณลุงเกิดอาการไม่ดี คุณป้าก็โทรเรียกรถพยาบาล รีบนำท่านไปส่ง เป็นอยู่อย่างนี้สามปี จนคุณลุงเสียเมื่อปีที่แล้วนี้เอง (คุณแม่พิมเคยถามคุณป้าว่าทำไมไม่ปล่อยให้คุณลุงไป ท่านบอกว่าท่านทำใจไม่ได้ รักษากันไปแบบนี้ เผื่อว่าสักวันคุณลุงจะฟื้นขึ้นมา)

ที่พิมเล่าให้คุณลุงแมนฟังแบบนี้ เพื่อที่จะสื่อถึงประเด็นคุณลุงและเรื่องของการุณฆาต พิมก็ไม่เข้าใจเช่นเดียวกับเพื่อนของคุณลุง ว่าทำไมคะ ทำไมเราถึงจะกำหนดชะตาชีวิตของตัวเองไม่ได้ ชีวิตเป็นของเรา เราจะทำยังไงกะชีวิตของเราก็น่าจะทำได้ ทำไมคนที่ฆ่าตัวตาย มีเยอะแยะ ทำไมเค้าทำได้ แต่ทำไมเวลาที่เราเป็นอะไรไป เราถึงทำไมได้ละคะ พิมคิดว่าหากคุณลุงพิมพูดได้ ท่านก็คงประสงค์เช่นนั้น ท่านคงไม่อยากทุกข์ใจที่เห็นคนที่ท่านรักต้องมาทุกข์ใจ มาทนทรมาณ มาทุ่มเทร่างกาย แรงใจ และเงินทองมากมายเพื่อท่าน พิมอยากให้บ้านเมืองเรามีกฎหมายแบบนี้อยู่บ้าง หรือทำเป็นแบบประกันชีวิตไปเลย เป็นพินัยกรรมก็ได้ ว่าหากเราเป็นโรคร้ายแรงหรือประสบอุบัติเหตุที่รักษาไม่ได้ เรายินดีที่จะตาย



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #3 เมื่อ: 14 พ.ย. 13, 04:04 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

การลื่นล้ม ดูผิวเผิน จะเป็นเรื่องธรรมดา
แต่จริง มันเป็นเรื่องสำคัญ
หากลื่นล้มผิดท่า ก็อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

จุดอันตราย ที่มีการลื่นล้มในบ้าน เช่น
* ห้องน้ำ
ห้องน้ำนี่ เด็กและผู้สูงอายุ มีโอกาสลื่นล้มมากที่สุด
วัยหนุ่มนาว หรือวัยกลางคนก็มีโอกาสลื่นล้มได้

ห้องน้ำส่วนใหญ่ของบ้านสมัยใหม่ในปัจจุบัน จะปูพื้นด้วยกระเบื้องเซรามิก
ซึ่งเมื่อเปียกน้ำก็จะลื่น ต่อให้พื้นกระเบื้องเป็นแบบผิวไม่เรียบ ยังไงก็ลื่น
วิธีป้องกันการลื่นล้มที่ได้ผลคือ ใช้แผ่นกันลื่นปูเพิ่มเติม
ซึ่งมีขาย แต่อาจหาซื้อได้ยากหน่อย

อย่างบ้านผม ให้ความสำคัญกับตรงนี้
เพราะเคยเห็นคนที่รู้จักกัน รวมถึงได้เห็นข่าว
มีคนลื่นล้มในห้องน้ำ แล้วเสียชีวิต หรือไม่ก็บาดเจ็บ หรืออัมพาต

หากในบ้านมีเด็กหรือผู้สูงอายุ ก็ควรมีราวจับในห้องน้ำด้วย









noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #4 เมื่อ: 14 พ.ย. 13, 04:08 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

บันได ก็เป็นจุดหนึ่ง ที่มีการลื่นล้มในบ้าน
และอาจบาดเจ็บ หรือเป็นอันตรายถึงชีวิตได้
ดังนั้นบันไดจึงควรมีแถบกันลื่น
ซึ่งมีให้เลือกได้หลายแบบ เช่น
จมูกบันได หรือถ้าบ้านใครไม่มี
ก็สามารถซื้อเป็นแบบเทปกาวมาติดเพิ่มเติมได้ครับ






noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #5 เมื่อ: 14 พ.ย. 13, 11:55 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
เพื่อนของผมมันก็ไปทำมาครับ ไปทำทีละเส้น..
สุขภาพของคน ความแข็งแรงไม่เท่ากันครับ..อาการของโรคก็ไม่เหมือนกันจริงๆ..
..หมอ..เมื่อคนไข้ถึงมือหมอ..เช่นไปถึงหมอกระดูก หมอกระดูกก็จะทำการรักษาโรคกระดูก..ถึงหมอโรคหัวใจ หมอก็โรคหัวใจก็ทำงาน..
...ทำการรักษาไปตามอการของโรคครับ..
...หากเป็นหมอ รพ.ต่างจังหวัด..
...คนไข้ก็จะรอหมอนานหน่อย..เพราะหมอจะกระจุกตัวอยู่ในกรุงฯ..

...ผมเคยรอหมอตั้งแต่8.30 จนถึง..14.30น...หมอไปผ่าตัดคนไข่อุบัติเหตุ..ผมเลยต้องนั่งแหงก บนรถเข็น..
...แต่แล้ว..หมอก็รีบเผ่นมารักษาโรคให้ผม..หมอไม่บ่นว่าเหนื่อยเลยแฮ๊ะ..
..เรื่องเงิน เรื่องค่ารักษา..ผมก็ไม่ทราบว่า ประชาชนเขามีปัญหากับทางโรงพยาบาลหรือไม่ เพราะผม และครอบครัว ใช้สิทธิในการรักษา..

...แต่จะหงุดหงิดหน่อยนะครับ กับหมอที่ต้องเข้าคลินิคก่อน กว่าหมอจะมา ก๋ปาเข้าไปเกือบสิบโมง..
...ส่วนมากก็จะเป็นหมอ ตาม รพ.อำเภอต่างๆครับ..

หมอ เขามีหน้าที่รักษาคนให้หายเป็นปกติ..เมื่อเจ็บป่วยไปถึงมือของพวกเขา พวกเขาก็จะทำไปตามหน้าของความเป็นหมอครับ..เรื่องเหล่านี้..ผมเคยบ่นกับน้องๆของผมครับ..น้องๆของผม เป็นหมอสองคนครับ..
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
bluetear
เรทกระทู้
« ตอบ #6 เมื่อ: 19 พ.ย. 13, 08:09 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

การุณฆาต (Mercy Killing) เป็นสิ่งที่ถกเถียงกันมานานในวงการแพทย์ ว่าสมควรหรือไม่ครับ

และเท่าที่ทราบ ในเมืองไทยยังไม่มีกฎหมายรองรับครับ ซึ่งหากแพทย์ไม่พยายามช่วยผู้ป่วยที่อยู่ตรงหน้า แพทย์อาจจะมีความผิดและโดนฟ้องร้องได้ครับ

แต่ในเมืองไทยมีกฎหมาย ตาม พรบ สุขภาพแห่งชาติ 2550 ดังนี้ครับ

พระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550 มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 20 มีนาคม 2550 เป็นต้นไป ซึ่งพระราชบัญญัติดังกล่าวมีบทบัญญัติเกี่ยวกับการแสดงเจตจำนงของผู้ป่วยที่จะไม่รับการรักษาดังต่อไปนี้พร้อมบทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง [5]

มาตรา 12 บุคคลมีสิทธิทำหนังสือแสดงเจตนาไม่ประสงค์จะรับบริการสาธารณสุขที่เป็นไปเพื่อยืดการตายในวาระสุดท้ายของชีวิตตน หรือเพื่อยุติการทรมานจากการเจ็บป่วยได้
การดำเนินการตามหนังสือแสดงเจตนาตามวรรคหนึ่งให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง
เมื่อผู้ประกอบวิชาชีพด้านสาธารณสุขได้ปฏิบัติตามเจตนาของบุคคลตามวรรคหนึ่งแล้ว มิให้ถือว่าการกระทำนั้นเป็นความผิด และให้พ้นจากความรับผิดทั้งปวง

มาตรา 3 ในพระราชบัญญัตินี้
"บริการสาธารณสุข" หมายความว่า บริการต่าง ๆ อันเกี่ยวกับการสร้างเสริมสุขภาพ การป้องกันและควบคุมโรคและปัจจัยที่คุกคามสุขภาพ การตรวจวินิจฉัยและบำบัดสภาวะความเจ็บป่วย และการฟื้นฟูสมรรถภาพของบุคคล ครอบครัว และชุมชน
"ผู้ประกอบวิชาชีพด้านสาธารณสุข" หมายความว่า ผู้ประกอบวิชาชีพตามกฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาล

มาตรา 4 ให้นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และให้มีอำนาจออกกฎกระทรวงเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้
กฎกระทรวงนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้

แต่นั่นไม่ได้หมายถึง Mercy Killing แต่เป็นการยินยอมแสดงเจตจำนงค์ของผู้ป่วยว่าจะขอตาย โดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์ช่วยชีวิตต่าง ๆ และหากหยุดหายใจแล้ว ก็ปล่อยให้ไปเลยไม่ต้องพยายามกู้ชีพครับ ซึ่งจะใช้กับผู้ป่วยในระยะสุดท้าย และไม่มีโอกาสจะรอดแล้วครับ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
หมอต้องมีน้ำใจมากขึ้น
เรทกระทู้
« ตอบ #7 เมื่อ: 19 พ.ย. 13, 08:52 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ผู้ใหญ่หลายท่านพยายามแก้ปัญหาหมอขาดแคลน แต่ดูเหมือนสภาหมอจะออกอาการขวาง เหมือนอยากให้หมอขาดแคลนทั้งปีทั้งชาติ ผลประโยชน์เห็นๆคือ เงินค่าขาดแคลน ทำอะไรไม่ดีก็ไม่ค่อยลงโทษกัน กำไรเกินควรก็ทำได้เรื่อยๆ(ก็หมอมีน้อยคู่แข่งไม่มากก็มีโอกาสตั้งราคาตามอำเภอใจเรื่อยๆ)ฯลฯ คนอาชีพอื่นเมื่อถึงคราสุขภาพไม่ดีก็เลยหมดตัว พอรัฐฯทำนโยบายไม่ให้โอกาสค้ากำไรเกินควรได้ง่ายๆ หมอก็ผูกใจเจ็บหาทางล้มรัฐฯ คนไทยต้องช่วยกันหาทางแก้ไขปัญหาน่ะครับ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:  ปัจจุบัน แพทย์ จรรยาบรรณของ ไม่เข้าใจ 

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม