หน้า: 1 ... 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: สงกรานต์สิงคโปร์ 2014 ชาวเน็ตไทยดราม่า  (อ่าน 26546 ครั้ง)
Guest
แผ่นดินไทย
เรทกระทู้
« ตอบ #405 เมื่อ: 1 พ.ค. 14, 12:52 น »
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

q*064ถิ่นนี้คือแหลมทอง ทรัพย์เนืองนองของเราเผ่าไทย
ไร่นาเขียววิไล ประชาไทยรักเพียงชีวา
ศาสนาดังฝนฉ่ำ รสพระธรรมน้อมนำสุขพา
อีกองค์พระราชา ขวัญชีวาฟ้าเบิกบาน

[สุขสราญชีวี ชาติเรามีเสรีมานาน
แต่มีแดงใจพาล คิดรุกรานแผ่นดินแดนไทย
อย่าให้มันราวี อย่าให้มีปวงภัย
อธิปไตยของเราไทย ใครอย่ารุกราน]

หากแม้นแดงแฝงเข้า ผองไทยเราก็คงแหลกลาญ
อกตรมและซมซาน สุขสราญมลายไปสิ้น
ต้องรักในเสรี สามัคคีรักแดนแผ่นดิน
ตั้งใจหาทำกิน ทรัพย์ในดินฟ้าประทาน

[สร้อย]

เหล่าร้ายลัทธิชั่ว แสนเมามัวมิพึงต้องการ
หากแดงหมายรอนราญ เหล่าคนพาลซิจงระวัง
จะพร้อมกันรุกไล่ ผองเราไทยทุกคนเกลียดชัง
ผึ้งรวงหวงรวงรัง เหมือนดังเราหวงแผ่นดิน q*064

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
คิด คิด คิด
เรทกระทู้
« ตอบ #406 เมื่อ: 1 พ.ค. 14, 13:00 น »
 

q*061และหากจะให้ความเป็นธรรมต่อผืนแผ่นดินไทยที่มีอยู่เท่าใดนั้น และต้องคิดเงินตราคลื่นความถี่เป็นตารางนิ้วเช่นกัน หากมีดาวเทียมไทคมส่งสัญญาณครอบคลุมทุกตารางนิ้วนั้นได้ หากจะเก็บภาษีโดยคิดควบรวมคลื่นนี่เป็นจำนวนเงินที่คิดเป็นตารางนิ้วที่มีของผืนแผ่นดินไทย คิดว่าคนที่จัดหาดาวเทียมไทคมนำมาใช้ในประเทศไทยจะต้องเสียภาษีให้รัฐเป็นจำนวนเท่าใดถึงจะให้ความยุติธรรมต่อผืนแผ่นดินไทย q*061

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
คิด คิด คิด
เรทกระทู้
« ตอบ #407 เมื่อ: 1 พ.ค. 14, 14:16 น »
 

q*061และหากจะให้พบกันคนละครึ่งทาง ต่างก็ต้องลดความกร่างลงของแต่ละฝ่าย จากร้อยเปอร์เซนต์ ก็ให้เหลือกันคนละครึ่งเพื่อเป็นการผ่อนหนักผ่อนเบากันนั้นได้ กำไรที่ได้รับการทั้งสองฝ่ายก็ต้องหักเงินเข้าส่วนกลางที่จะเอาไว้ทำนุบำรุงสภาพแวดล้อมรอบด้านที่จะก่อให้เกิดความเสียหาย ลดการเบียดเบียนซึ่งกันและกัน ต้องมีเวทีทั้งฝ่ายนายทุนกับฝ่ายผู้รักษาผลประโยชน์ชาติที่จะพูดเจรจาตกลงกัน และต้องให้เกียรติแก่กันและกันในอันที่จะรักษาความสงบเรียบร้อยและเคารพในสถานที่ประกอบการทั้งสองฝ่าย

สำหรับนายทุนที่ไม่ได้สร้างปัญหาให้กับประเทศไทย ก็ควรแยกคัดสรรค์ออกมาเพื่อที่ว่าจะได้ขจัดนายทุนที่เอาเปรียบนั้นให้หมดสิ้นไป

พวกนักลงทุนด้วยกันจะต้องเป็นผู้ดูแลผลประโยชน์ร่วมกัน หากนักลงทุนคนใดมีปัญหา จะต้องยกเรื่องขึ้นโต๊ะเจรจาตกลงกันเพื่อมิให้มีข้อขัดแย้งกันต่อไป q*061

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
คิด คิด คิด
เรทกระทู้
« ตอบ #408 เมื่อ: 1 พ.ค. 14, 14:20 น »
 

q*061ความจริงก็มีสมาคมพ่อค้าในแต่ละจังหวัด ก็ควรประชุมหาข้อสรุปกันได้ว่าประชาชนในแต่ละจังหวัดต้องการอะไร ก็ให้ประธานรวบรวมข้อมูลเพื่อมาประชุมร่วมกันในทุกจังหวัดหาทางแก้ไขโดยการแบ่งปันผลประโยชน์กันและแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร รวมทั้งต้นทุนผลผลิตที่อาจจะแชร์ร่วมทุนแบ่งปันหุ้นกันก็ได้ มีวิธีคิดได้หลายอย่างหลายประการเพื่อให้บรรลุหนทางที่จะนำไปสู่การค้าขายที่สันติและตกลงกันได้ q*061

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
คิด คิด คิด
เรทกระทู้
« ตอบ #409 เมื่อ: 1 พ.ค. 14, 14:31 น »
 

q*061สำหรับปัญหาของนักการเมืองไทยที่มีผลกระทบต่อการปกครองประเทศไทย ซี่งปัญหาของท่านเป็นปัญหาเรื้อรังที่ต่อเนื่องกันมานาน อันสืบเนื่องมาจากตัณหาเป็นเหตุแทบทั้งสิ้น หากพวกท่านยังดื้อดึงดันที่จะสร้างสมตัณหากันอยู่อย่างนี้ ก็ไม่มีวันที่จะจบลงได้ เพราะตัวตัณหาต้องแก้ด้วยการปล่อยวางและคิดสร้างสรรค์แบบ ชั่งหัวมัน ดั่งที่พระราชาทรงพระราชทานให้
และก็ได้เห็นผลแห่งการเจริญเติบโตของสัตว์เลี้ยงที่เติบโตขึ้นในขณะที่พวกท่านยังห้ำหั่นกันยังไม่จบไม่สิ้นนั้นได้ แต่การเจริญเติบโตของวัวนมที่เลี้ยงนั้นได้แพร่ขยายพันธุ์นำไปสู่การสร้างมูลค่าให้เกิดเป็นน้ำมมขึ้นมาจำหน่าย
แต่สำหรับพวกน้ำลายนั้นก็ยังไหลกระเซ็นซ่านไม่หยุดไม่หย่อนนั้นได้ มูลค่าเพิ่มก็คือผู้คนที่ล้มตายไปโดยไม่มีมูลค่าที่จะเพิ่มพูนผลผลิตให้กับประเทศไทย ทำให้เสียดุลการค้าเพราะคนตายในแต่ละปีที่ผ่านมาก็คือผู้ซื้อผู้ใช้บริการทั้งนั้น แต่พวกท่านมาฆ่าตัดตอนเสียก่อนนั้นพวกท่านก็ขาดทุนมากกว่าที่จะได้กำไร ยิ่งผลิตสินค้าเช่นรถยนต์แต่เป็นการผลาญชีวิตและทรัพย์สินของผู้คนไทย นั่นก็หมายความว่าผลผลิตมวลรวมของท่านนั้นจะไปกระจุกตัวกันที่เต็นส์รถมือสองนั้นไม่เห็นมีประโยชน์อันใด ท่านลองพิจารณาดูก็ได้ว่าสิ่งที่ท่านลงทุนลงไปใครขาดทุน ใครได้กำไร แต่หากท่านยังทำธุรกิจอยู่ในประเทศไทย ท่านก็ได้ทำลายผู้บริโภคในไทยให้ลดน้อยลงไปนั้น q*061

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
น๊ะน่ะ!
เรทกระทู้
« ตอบ #410 เมื่อ: 1 พ.ค. 14, 14:43 น »
 

q*061ส่วนอาชีพสื่อที่มีอยู่มากมายหน้าจอทีวีมีหลายช่องแย่งกันหาข่าว เราชักไม่แน่ใจว่าข่าวที่มีอยู่ในประเทศไทยในเวลานี้จะเป็นข่าวที่เกิดขึ้นได้แทบทุกวันไม่จบไม่สิ้นนั้นได้ มีการสร้างข่าวเพื่อเป็นการหาข่าวให้ขึ้นหน้าจอในทุกวันหรือไม่ มีขบวนการสร้างข่าวสารให้เกิดความวุ่นวายนั้นไหม ยกเว้นข่าวที่เกี่ยวกับภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นอย่างไม่คาดฝันนั้นก็อาจจะเป็นจริงได้ แต่เรื่องอุบัติเหตุนี่มันสุดวิสัยหรือว่าเป็นการกลั่นแกล้งกันก็ยังพิสูจน์ทราบไม่ได้ แต่ผลที่ได้รับคือประเทศไทยไม่ได้มีความสงบสุขหรือมีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินนั้นไม่ เป็นประเทศที่ไม่น่าอยู่หากต่างชาติภาษาเขาได้รับข่าวสารในแทบทุกวันที่ได้ดูข่าวจากประเทศไทย

และในไม่ช้าไม่นานหากมีการปิดปรับปรุงประเทศนั้นได้ ต่างชาติภาษาเขาก็คงไม่มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่าไม่ถูกต้องไม่ดีนั้นได้ เพราะพวกท่านได้โหมกระหน่ำแต่ข่าวที่ไม่สร้างสรรค์ให้กับประเทศไทย ซึ่งมันก็เป็นผลร้ายต่อพวกท่านอีกเช่นกันหากว่าประเทศปิดปรับปรุงประเทศนั้นพวกท่านก็จะไม่มีรายได้และก็จะไม่มีข่าวให้รับชมกันอีกต่อไป q*073

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #411 เมื่อ: 1 พ.ค. 14, 22:56 น »
 

ได้ยินมีผู้นำเสนอประเทศเดนร์กเป็นโมเดลครับคุณจูกัส ผมจึงลองดูข้อมูลของประเทศนี้มาลงเพื่อศึกษาข้อมูลดูว่าเป็นอย่างคล้ายกับประเทศโมร็อคโกหรือไม่ลองศึกษาดูนะครับ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #412 เมื่อ: 1 พ.ค. 14, 22:57 น »
 

ประเทศเดนมาร์ก
จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ระวังสับสนกับ ราชอาณาจักรเดนมาร์ก

ลิงก์ข้ามภาษาในบทความนี้ มีไว้ให้ผู้อ่านและผู้ร่วมแก้ไขบทความศึกษาเพิ่มเติมโดยสะดวก เนื่องจากวิกิพีเดียภาษาไทยยังไม่มีบทความดังกล่าว กระนั้น ควรรีบสร้างเป็นบทความโดยเร็วที่สุด
ราชอาณาจักรเดนมาร์ก
Kongeriget Danmark (เดนมาร์ก)

ธงชาติตราแผ่นดิน
คำขวัญ: ไม่มี1
เพลงชาติ: Der er et yndigt land
แผ่นดินอันสวยงาม
เพลงสรรเสริญพระบารมี: Kong Christian (สรรเสริญพระบารมี)

เมืองหลวง
(และเมืองใหญ่สุด)โคเปนเฮเกน
5543′N 1234′E
ภาษาทางการภาษาเดนมาร์ก2
การปกครองราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ
- พระมหากษัตริย์สมเด็จพระราชินีนาถมาร์เกรเทอที่ 2
- นายกรัฐมนตรีเฮลเลอ ทัวเนง-สเมด
การรวมชาติสมัยก่อนประวัติศาสตร์
เข้าร่วมสหภาพยุโรป1 มกราคม พ.ศ. 2516
พื้นที่
- รวม43,094 ตร.กม. (1343)
16,639 3 ตร.ไมล์
- แหล่งน้ำ (%)1.6%3
ประชากร
- 2548 (ประเมิน)5,431,000 (109)
- 2549 (สำมะโน)5,450,661
- ความหนาแน่น126 คน/ตร.กม. (783)
326 คน/ตร.ไมล์
จีดีพี (อำนาจซื้อ)2548 (ประมาณ)
- รวม187.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ3 (45)
- ต่อหัว34,700 ดอลลาร์สหรัฐ3 (6)
HDI (2546)0.941 (สูง) (14)
สกุลเงินโครนเดนมาร์ก (DKK)
เขตเวลาCET3 (UTC+1)
- (DST)CEST3 (UTC+2)
โดเมนบนสุด.dk3
รหัสโทรศัพท์453
1คำขวัญของสมเด็จพระราชินีนาถ: Guds hjlp, Folkets krlighed, Danmarks styrke (ภาษาอังกฤษ: God's help, People's love, Denmark's strength)
2เป็นภาษาทางการร่วมกับภาษากรีนแลนด์ในกรีนแลนด์ และเป็นภาษาทางการร่วมกับภาษาแฟโรในหมู่เกาะแฟโร ภาษาเยอรมันได้รับการรับรองเป็นภาษาชนกลุ่มน้อยในพื้นที่เซาท์จัตแลนด์ ส่วนภาษาเดนมาร์กได้รับการรับรองเป็นภาษาชนกลุ่มน้อยในรัฐชเลสวิก-โฮลชไตน์ในเยอรมนี
3ข้อมูลนี้ไม่รวมกรีนแลนด์และหมู่เกาะแฟโร
เดนมาร์ก (เดนมาร์ก: Danmark) หรือชื่อทางการคือ ราชอาณาจักรเดนมาร์ก (เดนมาร์ก: Kongeriget Danmark) เป็นประเทศกลุ่มนอร์ดิก มีแผ่นดินหลักตั้งอยู่บนคาบสมุทรจัตแลนด์ ทางทิศเหนือของประเทศเยอรมนี ซึ่งเป็นเพื่อนบ้านทางบกเพียงประเทศเดียว ทางทิศใต้ของประเทศนอร์เวย์ และตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศสวีเดน มีพรมแดนจรดทะเลเหนือและทะเลบอลติก เดนมาร์กมีดินแดนนอกชายฝั่งห่างไกลออกไปสองแห่ง คือหมู่เกาะแฟโรและกรีนแลนด์ ซึ่งแต่ละแห่งมีอำนาจปกครองตนเอง

เดนมาร์กเป็นประเทศที่มีการปกครองระบอบราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญและเป็นส่วนหนึ่งของสหภาพยุโรป แต่ยังไม่เข้าร่วมใช้สกุลเงินยูโร เดนมาร์กเป็นสมาชิกรุ่นก่อตั้งขององค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #413 เมื่อ: 1 พ.ค. 14, 22:58 น »
 

เดนมาร์กแต่เดิมเป็นดินแดนที่มีทรัพยากรธรรมชาติน้อย พื้นที่ตลอดชายฝั่งเป็นสันทรายกว้างใหญ่ พื้นที่ส่วนอื่นเกิดจากธารน้ำแข็งและหนองน้ำ เดนมาร์กตั้งอยู่ระหว่างทะเลบอลติกและทะเลเหนือ ล้อมรอบด้วยพื้นน้ำเกือบทั้งหมด ภูมิประเทศประกอบด้วยคาบสมุทร Jutland (Jylland) และเกาะต่างๆอีก 406 เกาะ ในจำนวนนี้ 76 เกาะมีผู้อยู่อาศัย เกาะใหญ่ที่สุดคือ Zealand (Sjlland), Funen (Fyn), Lolland และ Bornholm เกาะ Bornholm จะอยู่ในทะเลบอลติกทางด้านตะวันออกของประเทศ เกาะอื่นๆส่วนใหญ่จะเป็นเกาะที่มีขนาดเล็กมาก ที่มีผู้อยู่อาศัยเพียงเล็กน้อยหรือไม่มีเลย เกาะขนาดใหญ่จะเชื่อมต่อกันด้วยสะพาน สะพาน resund เชื่อมต่อเกาะ Zealand กับประเทศสวีเดน สะพาน Great Belt เชื่อมต่อเกาะ Funen กับเกาะ Zealand และสะพาน Little Belt เชื่อมต่อคาบสมุทร Jutland กับเกาะ Funen เรือเฟอร์รี่และเครื่องบินจะใช้เพื่อการเดินทางไปยังเกาะเล็กๆ เมืองหลวงหลักคือโคเปนเฮเกน (อยู่บนเกาะ Zealand) rhus, Aalborg, Esbjerg (อยู่บนคาบสมุทร Jutland) และ Odense (อยู่บนเกาะ Funen) พื้นที่เกือบทั้งหมดเป็นที่ราบไม่มีภูเขา นอกจากหมู่เกาะแฟโร และเกาะกรีนแลนด์ซึ่งเป็นดินแดนโพ้นทะเลจะมีทั้งที่ราบสูง และภูเขาสูง

ภูมิประเทศมีที่ราบสูงเพียงเล็กน้อย ส่วนใหญ่เป็นที่ราบ มีความสูงเฉลี่ยจากระดับน้ำทะเลเพียง 31 เมตร จุดที่อยู่สูงที่สุดตามธรรมชาติคือเนินเขา Mllehj อยู่ที่ความสูง 170.86 เมตร [1] เนินเขาอื่นๆในบริเวณ rhus ตะวันตกเฉียงใต้ คือ Yding Skovhj ที่ 170.77 เมตร และ Ejer Bavnehj ที่ 170.35 เมตร ขนาดผืนน้ำบนผืนดินคือ 210 ตารางกิโลเมตร ในเดนมาร์กตะวันออก และ 490 ตารางกิโลเมตร ในเดนมาร์กตะวันตก

ช่องแคบออร์ซึนด์ (Oresund) ทางตะวันออกของประเทศ เป็นช่องแคบระหว่างเกาะ Zealand และประเทศสวีเดน เดนมาร์กมีอำนาจมากในการควบคุมทางผ่านช่องแคบนี้ สามารถเรียกเก็บภาษีจากผู้ผ่านเข้าออกได้



ภูมิประเทศของเดนมาร์ก เกือบทั้งหมดเป็นที่ราบไม่มีภูเขาสูง
ประวัติศาสตร์ [แก้]
ดูบทความหลักที่ ประวัติศาสตร์เดนมาร์ก
ประวัติศาสตร์ของเดนมาร์กเริ่มตั้งแต่ที่ชนชาติเดนส์(Denes) อพยพโยกย้ายถิ่นฐานมาจากสวีเดน ในปลายศตวรรษที่ 9 หัวหน้านักรบไวกิ้งชื่อว่า Hadregon รบจนได้ชัยชนะเหนือคาบสมุทรจัตแลนด์ จากนั้นราชวงศ์ของเดนมาร์กได้เริ่มต้นขึ้นในต้นศตวรรษที่ 10 โดย บุตรชายของ Hadregon ขึ้นครองราชย์มีนามว่า กอร์ม เดอะ โอลด์

ในยุคต่อมา คือยุคของบุตรชายของ กอร์ม เดอะ โอลด์ ซึ่งมีชือว่า ฮาราลด์ บลูทูธ รบได้ชัยชนะขยายเขตแดนจนครอบคลุมพื้นที่เดนมาร์กในปัจจุบัน และพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศในแถบทะเลบอลติก ตลอดจนอังกฤษ และในยุคนี้เองที่เดนมาร์กเปลี่ยนมานับถือศาสนาคริสต์

ระบบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ของเดนมาร์กได้เริ่มต้นขึ้น เมื่อปี พ.ศ. 1528 และได้เปลี่ยนแปลงการปกครอง มาเป็นระบอบประชาธิปไตยเมื่อปี พ.ศ. 2392 ซึ่งเป็นปีที่รัฐธรรมนูญ ฉบับแรกได้ถูกร่างขึ้น ราชอาณาจักรเดนมาร์ก เคยครอบคลุมถึงสวีเดนและนอร์เวย์ จนกระทั่งสวีเดนแยกตัวออกไป เมื่อปี พ.ศ. 2066 และเดนมาร์กสูญเสียนอร์เวย์ให้แก่สวีเดน ภายใต้สนธิสัญญา Kiel เมื่อปี พ.ศ. 2357

ภายหลังสงครามนโปเลียนยุติลง ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 ระหว่างปี พ.ศ. 2457 – 2461 เดนมาร์กได้ดำเนินนโยบายเป็นกลาง และเมื่อปี พ.ศ. 2482 ในช่วงต้นของสงครามโลกครั้งที่ 2 เดนมาร์ก ได้ประกาศความเป็นกลาง อย่างไรก็ดี เดนมาร์กถูกกองทัพเยอรมัน เข้ายึดครอง เมื่อวันที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2483 ซี่งนำไปสู่การรวมตัว ของขบวนการต่อต้าน ของประชาชนชาวเดนมาร์ก โดยตลอดช่วงสงคราม ฝ่ายเยอรมันได้ตอบโต้ ด้วยการเข้าปกครองเดนมาร์กโดยตรง จนกระทั่งวันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2488 เดนมาร์ก ถูกปลดปล่อย โดยกองกำลังพันธมิตร และภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เดนมาร์กได้รับรอง ความเป็นเอกราชของไอซ์แลนด์ ซึ่งได้ประกาศตัวเป็นเอกราชเมื่อปี พ.ศ. 2487

และต่อมาเดนมาร์ก ได้ให้สิทธิในการปกครองตนเอง แก่หมู่เกาะแฟโร และเกาะกรีนแลนด์ เมื่อปี พ.ศ. 2491 และปี พ.ศ. 2522 ตามลำดับ จากนั้นในปี พ.ศ. 2496 รัฐธรรมนูญเดนมาร์ก ได้รับการแก้ไข ซึ่งส่งผลให้ มีบทบัญญัติใหม่ ที่สำคัญ ๆ ในเรื่องต่าง ๆ อันได้แก่ ให้รัชทายาทสตรี มีสิทธิขึ้นครองราชสมบัติ กำหนดให้รัฐสภา มีเพียงสภาเดียว และให้ประชาชนชาวเดนมาร์ก ชายและหญิง ที่มีอายุครบ 18 ปี บริบูรณ์ มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งได้

ปัจจุบัน เดนมาร์กเป็นราชอาณาจักร โดยมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ภายใต้ระบอบรัฐธรรมนูญ คือ สมเด็จพระราชินีนาถมาร์เกรเธอ ที่ 2 แห่งเดนมาร์ก ซึ่งเสด็จขึ้นครองราชย์ เมื่อวันที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2515 และทรงเป็นประมุขแห่งเดนมาร์ก ลำดับที่ 52

การเมืองการปกครอง [แก้]

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #414 เมื่อ: 1 พ.ค. 14, 22:59 น »
 

การเมืองการปกครอง [แก้]


สมเด็จพระราชินีนาถมาร์เกรเธอที่ 2 พระประมุขของราชอาณาจักรเดนมาร์ก
เดนมาร์กมีการปกครองระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา โดยมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขของประเทศภายใต้รัฐธรรมนูญ สมเด็จพระบรมราชินีนาถมาเกรเธที่ 2 ทรงเป็นสมเด็จพระราชินีนาถและเป็นพระประมุขของราชอาณาจักรเดนมาร์ก

รัฐสภาเดนมาร์ก (The Forketing) เป็นระบบรัฐสภาเดียว มีสมาชิกสภาจำนวน 179 คน มาจากการเลือกตั้ง (รวมผู้แทนจากหมู่เกาะแฟโร 2 คน และกรีนแลนด์ 2 คน) มีวาระการดำรงตำแหน่ง 4 ปี โดยมีนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี ทำหน้าที่ในการบริหารประเทศ และนายกรัฐมนตรีมีอำนาจในการยุบสภา

ระบบการเมืองของเดนมาร์กเป็นการเมืองแบบหลายพรรคการเมือง ที่แต่ละพรรคการเมืองจะได้รับเลือกเป็นตัวแทนเข้าไปในรัฐสภา ซึ่งรัฐบาลเดนมาร์กมักจะต้องบริหารงานได้ โดยได้รับการสนับสนุนจากเสียงส่วนน้อยในสภาอย่างน้อยหนึ่งพรรคเสมอ จึงหมายความว่าการเมืองของเดนมาร์กนั้นเป็นการเมืองแบบใช้พรรคร่วมนั่นเอง ตั้งแต่ พ.ศ. 2452 (ค.ศ. 1909) เป็นต้นมา ไม่มีพรรคการเมืองของเดนมาร์กพรรคใดที่สามารถครอบครองเสียงข้างมากในสภาเพียงพรรคเดียวได้เลย [2]

การแบ่งเขตการปกครอง [แก้]
การแบ่งเขตการปกครองแบบเก่าของเดนมาร์ก มีทั้งหมด 13 มณฑล (270 เทศบาลนคร) และอีก 3 เทศบาลนครที่ไม่ขึ้นกับมลฑลใด พ.ศ. 2513 - พ.ศ. 2549 (ค.ศ. 1970 - ค.ศ. 2006) [3] ก่อนการปฏิรูปเขตการปกครอง พ.ศ. 2550 (ค.ศ. 2007)

โคเปนเฮเกน (อังกฤษ:Copenhagen เดนมาร์ก:Kbenhavn, เทศบาลนครที่ไม่ขึ้นกับมฑลใด)
Frederiksberg (เทศบาลนครที่ไม่ขึ้นกับมฑลใด)
Copenhagen County (Kbenhavns Amt)
Frederiksborg
Roskilde
West Zealand (Vestsjlland)
Storstrm
Funen (Fyn)
South Jutland (Snderjylland)
Ribe
Vejle
Ringkjbing
Viborg
North Jutland (Nordjylland)
Aarhus (rhus)
Bornholm (เทศบาลนครที่ไม่ขึ้นกับมณฑลใด)
Denmarkcounties.png
กองทัพ [แก้]

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #415 เมื่อ: 1 พ.ค. 14, 22:59 น »
 

กองทัพ [แก้]
ดูบทความหลักที่ กองทัพเดนมาร์ก
Wiki letter w.svg ส่วนนี้รอเพิ่มเติมข้อมูล คุณสามารถช่วยเพิ่มเติมข้อมูลในส่วนนี้ได้
กองทัพบก [แก้]
Wiki letter w.svg ส่วนนี้รอเพิ่มเติมข้อมูล คุณสามารถช่วยเพิ่มเติมข้อมูลในส่วนนี้ได้
กองทัพอากาศ [แก้]
Wiki letter w.svg ส่วนนี้รอเพิ่มเติมข้อมูล คุณสามารถช่วยเพิ่มเติมข้อมูลในส่วนนี้ได้
กองทัพเรือ [แก้]
Wiki letter w.svg ส่วนนี้รอเพิ่มเติมข้อมูล คุณสามารถช่วยเพิ่มเติมข้อมูลในส่วนนี้ได้
กองกำลังกึ่งทหาร [แก้]
Wiki letter w.svg ส่วนนี้รอเพิ่มเติมข้อมูล คุณสามารถช่วยเพิ่มเติมข้อมูลในส่วนนี้ได้


ประชากรศาสตร์ [แก้]
ในปีพ.ศ. 2550 เดนมาร์กมีประชากรราว 5.4 ล้านคน [4] ส่วนใหญ่มีเชื้อสายเดนมาร์ก ร่วมกับชาวพื้นเมืองของกรีนแลนด์และแฟโร ภาษาเดนมาร์กเป็นภาษาทางการของประเทศ โดยใช้ร่วมกับภาษากรีนแลนด์และภาษาแฟโรในกรีนแลนด์และหมู่เกาะแฟโรตามลำดับ ภาษาเยอรมันเป็นภาษาชนกลุ่มน้อยที่ได้รับความคุ้มครอง ใช้ในพื้นที่ติดชายแดน ภาษาอังกฤษเป็นภาษาต่างประเทศที่สำคัญ [4] ร้อยละ 83 ของประชากรเป็นสมาชิกของคริสตจักรเอวาเจลิคัลลูเธอรันแห่งเดนมาร์ก ซึ่งเป็นศาสนาประจำชาติ [5]

เศรษฐกิจ [แก้]
เดนมาร์กคือหนึ่งในประเทศที่ใช้ระบบเศรษฐกิจแบบเสรีนิยม นอกจากนี้ยังเป็นรัฐสวัสดิการขนาดใหญ่ที่มีสวัสดิการแก่ประชาชนมากมาย อีกทั้งยังติดอันดับประเทศที่มีรายได้เข้าประเทศในอันดับต้นๆ ของโลกอีกด้วย ประสิทธิภาพทางการตลาดของเดนมาร์กก็อยู่ในระดับสูง นอกจากนี้มาตรฐานการอยู่อาศัยของเดนมาร์กก็อยู่สูงกว่ามาตรฐานเฉลี่ยของยุโรป [6][7] รวมทั้งมีการค้าขายเสรีจำนวนมากภายในประเทศ เดนมาร์กมีตัวเลขของผลิตภัณฑ์มวลรวมต่อประชากรสูงกว่าประเทศในแถบยุโรปทั่วไป และสูงกว่าสหรัฐอเมริกาประมาณ 15 – 20 เปอร์เซ็น ทั้งนี้ยังเป็นประเทศที่มีการแข่งขันทางธุรกิจสูงตามรายงานของการประชุมเศรษฐกิจโลกประจำปี พ.ศ. 2551 (World Economic Forum 2008), ไอเอ็มดี (IMD) และหนังสือพิมพ์ ดิอีโคโนมิสต์ (The Economist) [8] และเดนมาร์กก็ยังเป็นสมาชิกของธนาคารโลก ตลาดแรงงานของเดนมาร์กเป็นตลาดที่มีการเปลี่ยนแปลงไปมาได้มากที่สุดในยุโรปตามการจัดลำดับของโออีซีดี (OECD) ซึ่งเป็นผลมาจากนโยบายสวัสดิการของรัฐที่ให้ตลาดแรงงานที่ยืดหยุ่น ซึ่งจะส่งผลให้ตลาดแรงงานในประเทศสามารถว่าจ้าง, ไล่ออก, หรืองานใหม่ได้อย่างง่ายดาย ทำให้แรงงานในประเทศไม่ต้องกังวลเรื่องตกงาน และยังเป็นประเทศที่สามรถขายหรือหาซื้อสินค้าได้อย่างง่ายดาย โดยสิ่งต่างๆ เหล่านี้เป็นผลมาจากลัทธิเสรีนิยมที่เปิดกว้างทางธุรกิจมากมายในยุคทศวรรษที่ 1990 สกุลเงินของเดนมาร์กคือโครนเดนมาร์ก ซึ่งอัตราแลกเปลี่ยนของสกุลเงินของเดนมาร์กถือว่ามั่นคงโดยอยู่ราวๆ 7.45 โครนต่อ 1 ยูโร และเมื่อเร็วๆ นี้อัตราแลกเปลี่ยนของโครนเดนมาร์กกับดอลลาร์สหรัฐ อยู่ที่ 5.75 โครนต่อ 1 ดอลลาร์ สินค้าส่งออกมากกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ส่งออกไปยังประเทศในสหภาพยุโรป ส่วนสินค้าส่งออกที่สำคัญคือ อาหารสัตว์, ผลิตภัณฑ์เคมี, ผลิตภัณฑ์จากนม, ชิ้นส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้า, ปลา, เฟอร์นิเจอร์, หนังสัตว์, เครื่องจักร, เนื้อสัตว์, น้ำมันและก๊าซธรรมชาติ และน้ำตาล ส่วนขนาดของเศรษฐกิจของเดนมาร์ก ใหญ่เป็นอันดับที่ 11 จาก 162 ประเทศ ถูกจัดทำขึ้นโดยหนังสือพิมพ์ เดอะ วอลสตรีท เจอร์นัล

การศึกษา [แก้]
ระบบการศึกษาของเดนมาร์กเป็นระบบที่จะจัดหาสถานศึกษาให้นักศึกษาทั้งระดับประถมศึกษา, มัธยมศึกษา หรือในระดับอุดมศึกษา ซึ่งนักศึกษาไม่จำเป็นต้องหาสถานศึกษาเอง ส่วนเกณฑ์ระยะเวลาในการศึกษานั้น เดนมาร์กกำหนดไว้อย่างต่ำ 10 ปี ทั้งนี้รวมถึงโรงเรียนเอกชนหรือการศึกษาที่บ้านด้วย 99% ของนักเรียนมีการศึกษาระดับชั้นประถมศึกษา 86% มีการศึกษาระดับมัธยมศึกษา 46% มุ่งไปยังการศึกษาในระดับที่สูงกว่า ซึ่งวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยทุกแห่งในเดนมาร์กล้วนไม่มีค่าใช้จ่าย เดนมาร์กมีโอกาสทางการศึกษามากมายรวมทั้งมีการศึกษาหลายช่องทางให้ศึกษาซึ่งรวมถึงโรงเรียนเตรียมเข้าอุดมศึกษา (โรงเรียนสอนในระดับที่สูงกว่าระดับมัธยมศึกษาแต่ต่ำกว่าระดับอุดมศึกษา) ในเดนมาร์กมีมหาวิทยาลัยมากมาย แห่งที่เก่าแก่และใหญ่ที่สุดคือ มหาวิทยาลัยโคเปนเฮเกนที่ก่อตั้งในปี ค.ศ. 1479

การคมนาคม [แก้]

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #416 เมื่อ: 1 พ.ค. 14, 23:01 น »
 

การคมนาคม [แก้]
ทางด้านการคมนาคมของเดนมาร์กที่โดดเด่นที่สุดก็คือ สะพานโอเรซอนด์ ที่เชื่อมทางหลวงยุโรปสายอี 20 ระหว่างโคเปนเฮเกน, เดนมาร์ก ไปยัง มาลโม, สวีเดน โดยเป็นสะพาน – อุโมงค์ มีทั้งทางสำหรับรถยนต์และทางรถไฟ และระบบสะพานเกรตเบลต์ที่เชื่อมระหว่างเกาะซีแลนด์และเกาะฟูเนน ทางทะเลก็มีท่าเรือโคเปเฮนเกน มาลโม ซึ่งก่อนการสร้างสะพานโอเรซอนด์ ท่าเรือแห่งนี้ใช้เป็นเส้นทางหลักในการไปมาระหว่างสวีเดนและเดนมาร์ก ซึ่งปัจจุบันนี้ท่าเรือข้ามฝากระหว่างสองเมืองนี้ได้ลดความสำคัญลงไปแล้วเป็นผลมาจากการสร้างสะพานโอเรซอนด์นั่นเอง ส่วนการคมนาคมทางรางของเดนมาร์กดำเนินการโดยการรถไฟแห่งเดนมาร์ก (Danish State Railways) สำหรับขบวนรถไฟโดยสาร ส่วนการเดินรถไฟบรรทุกสินค้าดำเนินการโดยบริษัทแรลลิออน (Railion) การควบคุมการจราจรทางรถไฟทั้งระบบควบคุมโดย บานด์ แดนมาร์ก นอกจากนี้ในกรุงโคเปนเฮเกนเองก็มีระบบรถไฟฟ้าใต้ดินขนาดเล็กให้บริการและยังมีบริการรถไฟชานเมืองด้วย สายการบินแห่งชาติของเดนมาร์กคือ สายการบินสแกนดิเนเวียนแอร์ไลน์ซิสเต็ม ซึ่งเป็นสายการบินแห่งชาติร่วมกันของสามประเทศคือ นอร์เวย์, สวีเดน และเดนมาร์ก สนามบินที่ใหญ่ที่สุดของประเทศคือสนามบินโคเปนเฮเกน และยังเป็นสนามบินหลักที่ใหญ่ที่สุดของสายการบินแห่งชาติ ทางทะเลมีบริการเรือเฟอร์รี่ระหว่างเกาะแฟโรกับกรุงโคเปนเฮเกนและประเทศเพื่อบ้านเช่น สวีเดน, นอร์เวย์ และเยอรมนี เป็นต้น ส่วนรถยนต์ของเดนมาร์กจากที่มีรถจดทะเบียนในปี พ.ศ. 2523 (ค.ศ. 1980) อยู่ทั้งหมด 1,389,547 คัน เพิ่มขึ้นมาเป็น 2,020,013 คัน ใน พ.ศ. 2550 (ค.ศ. 2007) แต่แม้กระนั้นภาษีของการจดทะเบียนรถยนต์ก็ยังคงสูงลิ่วอยู่เช่นเดิมที่ประมาณ 180% และมาตรฐานรถยนต์ของเดนมาร์กได้รับการยอมรับว่าเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมสูงด้วย

วัฒนธรรม [แก้]
ฮันส์ คริสเตียน แอนเดอร์เซน เป็นที่รู้จักทั่วไปนะฐานะนักแต่งนิทานอันโด่งดังของเดนมาร์ก จากนิทานหลายๆ เรื่องของเขา เช่น พระราชากับชุดล่องหน (The Emperor’s New Clothes), เงือกน้อยผจญภัย (The Little Mermaid), และ ลูกเป็ดขี้เหร่ (The Ugly Duckling) ฯลฯ จากนี้ยังมี นักเขียนรางวัลโนเบล คาเรน บลิกเซน, เฮนริก พอนทอปพิแดน นักฟิสิกส์รางวัลโนเบล นีลส์ บอร์ นักวาดการ์ตูนล้อเลียน วิกเตอร์ บอร์จ และนักปรัชญา ซอร์เรน เคียร์เกการ์ด ทั้งหมดล้วนสร้างชื่อเสียงให้แก่ตนเองและประเทศเดนมาร์กในระดับต่างประเทศทั้งสิ้น ในกรุงโคเปนเฮเกนล้วนมีสถานที่ที่สวยงามและน่าสนใจมากมายเช่น สวนทิโวลี, พระราชวังอาเมเลียนเบิร์ก (ที่พำนักของพระราชวงศ์เดนมาร์ก), พระราชวังคริสเตียนเบิร์ก, มหาวิหารโคเปนเฮเกน, ปราสาทโรเซนเบิร์ก, โรงละครโอเปร่า, โบสถ์เฟดเดอร์ริก, พิพิธภัณฑ์โทรวาร์ลด์เซน และรูปแกะสลักนางเงือก ฯลฯ ส่วนนครที่ใหญ่อันดับสองของประเทศคือ เมืองอาร์เธอร์ ซึ่งเป็นเมืองเก่าแก่ที่ก่อตั้งขึ้นในสมัยไวกิง และเป็นเมืองที่เก่าแก่ที่สุดของประเทศด้วย ซึ่งเป็นที่ตั้งของมหาวิหารที่ใหญ่ที่สุดของประเทศและใหญ่ที่สุดเป็นอันดับที่ 2 ของภูมิภาคยุโรปเหนือ เดนมาร์กยังเป็นประเทศผู้นำทางด้านการเปลี่ยนแปลงทางสังคมเหมือนกับประเทศในแถบสแกนดิเนเวียอื่นๆ เช่นการออกกฎหมายให้สื่อลามกเป็นสิ่งถูกกฎหมายหรือการออกกฎหมายให้ผู้รักร่วมเพศสามารถสมรสกันได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย

วรรณกรรม [แก้]
วรรณกรรมของเดนมาร์กที่เป็นที่รู้จักในระยะแรกคือ วรรณกรรมประเภทปริศนาและวรรณกรรมพื้นบ้านจากยุคคริสต์ศตวรรษที่ 10 – 11 ส่วนแซกโซ แกรมาทิซัส เป็นผู้ที่ซึ่งได้รับการเคารพนับถือในฐานะนักประพันธ์คนแรกของเดนมาร์ก เขาทำงานให้กับบิชอบที่แอบซาลอนตามบันทึกประติศาสตร์ของเดนมาร์ก ซึ่งน้อยมากที่จะมีผู้รู้จักนักประพันธ์คนอื่นจากยุคกลางซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เขามีชีวิตอยู่ นอกจากนี้ยังมีละครตลกที่นิยมกันจากช่วงยุคเรืองปัญญาของ ลุดวิก ฮอลเบิร์ก และยังมีนักเขียนและนักประพันธ์ที่สำคัญของโลกจากเดนมาร์ก เช่น ฮันส์ คริสเตียน แอนเดอร์เซน จากนิทานของเขาและยังมี ซอร์เรน เคียร์เกการ์ด ผู้ที่ยึดถือในหลักอัตถิภาวนิยม ซึ่งผลงานการประพันธ์ของเขาหลายละชิ้นในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 19 ได้ส่งผลกระเทือนไปยังสังคมของเดนมาร์ก และยังมีนักเขียนชื่อดังอีกมากมายเช่น จอร์จ บลันด์ และเฮนริก พอนทอปพิแดน เป็นต้น ทั้งคู่ล้วนได้รับรางวัลโนเบล สาขาวรรณกรรมด้วยกันทั้งคู่

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #417 เมื่อ: 1 พ.ค. 14, 23:01 น »
 

ภาษา [แก้]
ดูบทความหลักที่ ภาษาเดนมาร์ก
ชาวเดนมาร์กส่วนใหญ่ใช้ภาษาเดนมาร์กเป็นภาษาแม่ ซึ่งเป็นภาษาในกลุ่มภาษาเจอร์เมนิกเหนือ (หรือภาษาสแกนดิเนเวีย) ซึ่งเป็นกลุ่มย่อยของกลุ่มภาษาเจอร์เมนิก สาขาของภาษาตระกูลอินโด-ยูโรเปียน ภาษาเดนมาร์กเป็นภาษาทางการภาษาเดียวของเดนมาร์ก และเป็นภาษาทางการหนึ่งในสองภาษาของเกาะกรีนแลนด์และหมู่เกาะแฟโร ซึ่งมีฐานะเป็นดินแดนปกครองตนเองของเดนมาร์ก นอกจากนี้ภาษาเดนมาร์กยังพูดกันในหมู่ชนกลุ่มน้อยทางตอนเหนือของประเทศเยอรมนี และในประเทศไอซ์แลนด์ ภาษาเดนมาร์กเป็นภาษาต่างประเทศภาษาที่สอง (รองจากภาษาอังกฤษ) ที่มีการเรียนการสอนกันในสถาบันการศึกษาแพร่หลายที่สุด

ดนตรี [แก้]
เดนมาร์กเป็นศูนย์กลางทางด้านวัฒนธรรมมาช้านาน รวมถึงดนตรีด้วยเช่นกัน โดยที่โดดเด่นที่สุดอยู่ที่กรุงโคเปนเฮเกน ซึ่งเดนมาร์กเองมีความหลายหลายทางด้านดนตรี วัฒนธรรมและประเพณีที่แตกต่างออกไปในแต่ละแห่ง ซึ่งเกาะโพ้นทะเลของเดนมาร์กเองก็มีวัฒนธรรมพื้นบ้านที่หลากหลายเช่นกัน ซึ่งวงดุริยางค์ออร์เคสตร้าหลวงของเดนมาร์กเป็นวงออร์เคสตร้าที่เก่าแก่ที่สุดในโลก คาร์ล นีลเซน และนักดนตรีซิมโฟนี่ออร์เคสตร้าอีก 6 คน เป็นวงดนตรีแรกที่สร้างชื่อเสียงทางด้านดนตรีในระดับต่างประเทศให้กับประเทศจากการประพันธ์เพลงของคาร์ล และในขณะที่อุตสาหกรรมการบันทึกเสียงแผ่ขยายออกไปทั่วโลก วงการเพลงในเดนมาร์กก็ปั้นนักดนตรีป็อปสตาร์มากมายและปั้นนักดนตรีจากหลากหลายแขนงด้วยเช่นกัน แต่น้อยคนนักที่จะโด่งดังไปในระดับนานาชาติได้เท่ากับ ลาร์ อูลริช พร้อมด้วย วิกฟิลด์กับวงดนตรีป็อปยุคทศวรรษที่ 90 วงอควาที่โด่งดังไปทั่วโลก

กีฬา [แก้]
กีฬาที่ได้รับความนิยมในเดนมาร์กได้แก่ ฟุตบอลและล่องเรือ หรือกีฬาทางน้ำอื่นๆ ก็ได้รับความนิยมเช่นกัน ส่วนกีฬาในร่มก็ได้แก่ แบดมินตัน, แฮนบอล, กอล์ฟในร่ม และยิมนาสติก นอกจากนี้ในเดนมาร์กยังมีกลุ่มคนที่ชื่นชอบกีฬาที่ใช้ความเร็วซึ่งก็ประสมความสำเร็จในหลายรายการแข่งขัน ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดคือจากการแข่งขัน 24 ชั่วโมง รายการ 24 Hours of Le Mans ในฝรั่งเศส ที่ซึ่ง ทอมคริสเตนเซน ชนะเลิศการในแข่งขัน 8 สมัย ส่วนนักกีฬาที่มีชื่อเสียงอื่นๆ เช่น คาโรไลน์ วอซเนียคกี นักเทนนิสดาวรุ่ง, ไมเคิล รัสมุสเซน นักปั่นจักรยาน, ไมเคิล และ ไบรอัน ลูดรับ, และยังเป็นประเทศบ้านเกิดของอดีตนักชกแชมป์ WBA & WBC รุ่นซุเปอร์มิดเดิลเวดท์ มิกเกล เคสส์เลอร์ รวมถึง นักกอล์ฟยูโรเปียนทัวร์ ทอมัส บจ์อน ที่ชนะหลายรายการแข่งขันในเวทีโลก

อาหาร [แก้]
วัฒนธรรมอาหารของเดนมาร์กส่วนมากคล้ายคลึงกับกลุ่มประเทศนอร์ดิกอื่นๆ ซึ่งบางส่วนรับวัฒนธรรมการกินมาจากเพื่อนบ้านอย่างเยอรมนี โดยส่วนมากประกอบขึ้นจากปลา, เนื้อ ,อาหารจากนม เป็นต้น ซึ่งบางครั้งจะรวมเบียร์เข้าไปในบางมื้อเช่น มื้อเย็นด้วย มักรับประทานอาหารมีประโยชน์

อ้างอิง [แก้]
Jump up ↑ Denmark proclaims new peak The Copenhagen Post Denmark เรียกข้อมูลวันที่ 31-08-2550 (อังกฤษ)
Jump up ↑ The Folketing กระทรวงการต่างประเทศเดนมาร์ก เรียกข้อมูลวันที่ 29-08-2550 (อังกฤษ)
Jump up ↑ Counties of Denmark 1970 - 2006 World Statesmen Organization เรียกข้อมูลวันที่ 30-08-2550 (อังกฤษ)
↑ Jump up to: 4.0 4.1 เวิลด์แฟกต์บุ๊ก เรียกข้อมูลวันที่ 13-06-2550 (อังกฤษ)
Jump up ↑ Kirkestatistik for 2005 คริสตจักรเอวาเจลิคัลลูเธอรันแห่งเดนมาร์ก เรียกข้อมูลวันที่ 13-06-2550 (เดนมาร์ก)
Jump up ↑ [1]Human Development Report 2007/2008
Jump up ↑ [2]List of countries by Human Development Index
Jump up ↑ "In the Media". Investindk.com. สืบค้นเมื่อ 2009-05-05.

เครดิต วิกิพีดี

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #418 เมื่อ: 1 พ.ค. 14, 23:04 น »
 

เรื่องการศึกษาเรียนจนจบมหาวิทยาลัยเรียนฟรีหมดครับก็น่าสนใจดีครับ ต้องศึกษาเรื่องเศรษฐกิจดูว่าจะเหมือนโมร็คโกหรือไม่ที่จัดสรรคแบ่งทรัพยการที่หามาให้ประชาชนหรือไม่ครับคุณจูกัสลองศึกษาดูนะครับว่าเป็นอย่างไรครับ...

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #419 เมื่อ: 1 พ.ค. 14, 23:14 น »
 

คราวนี้เรามาศึกษาโมร็อคโกดูบ้างครับ

ราชอาณาจักรโมร็อกโก (Kingdom of Morocco)
ประเทศที่มีสถาบันพระมหากษัตริย์อ่าน 10,096 ครั้ง7 ความเห็น
แบ่งปัน




ราชอาณาจักรโมร็อกโก (Kingdom of Morocco)
800px-flag_of_moroccosvgประเทศโมร็อกโก หรือ ชื่ออย่างเป็นทางการว่า ราชอาณาจักรโมร็อกโก (Kingdom of Morocco)

ประมุขของรัฐ สมเด็จพระราชาธิบดีโมฮัมเหม็ดที่ 6 ทรงขึ้นครองสิริราชสมบัติเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2542 ทรงเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์ที่ 18 แห่งราชวงศ์อเลาอัว610x






พื้นที่ 710,850 ตารางกิโลเมตร (รวมทั้งดินแดน Western Sahara ซึ่งมีพื้นที่ 252,120 ตารางกิโลเมตร ที่โมร็อกโกอ้างสิทธิเหนือดินแดนและเป็นกรณีพิพาทกับแนวร่วม Polisario)

ที่ตั้งและอาณาเขต ตั้งอยู่ที่มุมตะวันตกเฉียงเหนือของทวีปแอฟริกา

morocco-map










ทิศเหนือติดทะเลเมดิเตอร์เรเนียน
ทิศตะวันตกติดมหาสมุทรแอตแลนติค
ทิศใต้ติดประเทศมอริเตเนีย
ทิศตะวันออกติดประเทศแอลจีเรีย

ภูมิอากาศ อากาศแห้งกึ่งเขตร้อนและแบบเมดิเตอร์เรเนียนในบริเวณชายฝั่งทะเลที่ราบ ตอนกลางของประเทศอากาศร้อนจัด อุณหภูมิในกรุงราบาตช่วงฤดูร้อน 27 องศาเซลเซียส ฤดูหนาว 7 องศาเซลเซียส ภาคเหนือฤดูฝนเริ่มตั้งแต่เดือน พ.ย. – เม.ย. ส่วนภาคใต้อากาศแห้งแล้งแบบทะเลทรายประชากร 31,167,783 คน (ประมาณการ กรกฎาคม 2545) กว่าร้อยละ 60 มีอายุน้อยกว่า 25 ปี ประชากรกว่าครึ่งหนึ่งของประเทศอาศัยอยู่rabat_downtownในตัวเมือง ประชากรวัยทำงานมีประมาณ 11 ล้านคน

เมืองหลวง กรุงราบาต มีประชากร 1.3 ล้านคน (รวมเมืองบริวาร Sal ด้วย)

เมืองสำคัญ
- คาซาบลังกา (Casablanca) เป็นเมืองท่า และเป็นที่ตั้งของท่าอากาศยานระหว่างประเทศ ประชากรประมาณ 3 ล้านคน
- เมืองเฟส (Fes) เมืองหลวงเก่าเป็นเมืองที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ และเป็นแหล่งท่องเที่ยว
- เมืองมาร์ราเกช (Marrakech) เป็นเมืองท่องเที่ยวที่สำคัญเชิงเขาแอตลัส

ศาสนา ประชากรร้อยละ 99 นับถือศาสนาอิสลาม นอกนั้นนับถือศาสนาจูดาห์ (ยิว) และศาสนาคริสต์

ภาษา ภาษาอารบิกเป็นภาษาราชการ ภาษาต่างประเทศที่ใช้กันทั่วไป คือภาษาฝรั่งเศส



การเมืองการปกครอง
การเมืองการปกครอง
บุคคลสำคัญ
สมเด็จพระราชาธิบดีฮันซันที่สอง ทรงพระราชสมภพเมื่อ 9 กรกฎาคม 1929 และขึ้นครองราชย์ต่อจากสมเด็จพระราชาธิบดีโมฮัมเหม็ดที่ห้า เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 1961 (King Hassan II) ทรงครองราชย์เป็นระยะเวลา 38 ปี ทรงมีบทบาทสำคัญในกระบวนการสันติภาพในตะวันออกกลางได้รับความจงรักภักดีจาก ชาวโมร็อกโก เนื่องจากราชวงศ์อาลาวิท (Alawite) ของพระองค์สืบทอดมาจากพระศาสดาโมฮัมเหม็ด นอกเหนือจากที่ทรงดำรงตำแหน่งประมุขแล้ว ยังทรงเป็นผู้นำทางจิตวิญญาณด้วย (Commander of the Believers) สมเด็จพระking-hassan-ii-2ราชาธิบดีฮันซันที่สองเสด็จสวรรคต เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 1999 มีพระโอรส และพระธิดารวม 5 พระองค์ ดังนี้
—>เจ้าหญิง Lalla Meriem
—>มกุฎราชกุมาร Sidi Mohammed ประสูติเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 1963 ณ กรุงราบาต ทรงสำเร็จการศึกษาปริญญาตรีด้านกฎหมายเปรียบเทียบเมื่อปี 1985 ปริญญาโทด้านรัฐศาสตร์เมื่อปี 1998 ทรงฝึกงานที่สำนักงานประธานประชาคมยุโรป กับนาย Jacques Delors ระหว่างปี 1988-99 ทรงได้รับปริญญาเอกเกียรตินิยมดีเยี่ยมจากมหาวิทยาลัยนีซ ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 1993 โดยทรงทำวิทยานิพนธ์ในหัวข้อความร่วมมือระหว่างประชาคมโลกยุโรปกับกลุ่ม ประเทศมาเกร็บ ทรงขึ้นครองราชย์ต่อจากสมเด็จพระราชบิดาในพระนามสมเด็จพระราชาธิบดี โมฮัมเหม็ดที่หก (Mohammed VI) เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 1999 และทรงเข้าพิธีพระบรมราชาภิเษกเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 1999
—> เจ้าหญิง Lalla Asmaa
—> เจ้าหญิง Lalla Hasna
—> เจ้าชาย Moulay Rachid

บุคคลสำคัญฝ่ายบริหาร
- นายกรัฐมนตรี นาย Abderrahmane El-Youssoufi เข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 1998
- รัฐมนตรีต่างประเทศ นาย Mohamed Benaissa เข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 8 เมษายน 1999
- รัฐมนตรีช่วยต่างประเทศ
1. นาย Abdeslam Znined รับผิดชอบกิจการมาเกร็บ และอาหรับและอิสลาม
2. นาง Aicha Belarbi รับผิดชอบด้านความร่วมมือ
3. นาย Taib Fassi Fihiri

การปกครอง
- ระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และนายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้ารัฐบาล แต่พระมหากษัตริย์ทรงพระราชอำนาจในการแต่งตั้งและถอดถอนนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีกระทรวงสำคัญ รวมทั้งมีพระราชอำนาจออกพระราชกฤษฎีกายุบสภานิติบัญญัติ
- โมร็อกโกได้แก้ไขรัฐธรรมนูญและลงประชามติรับหลักการรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เมื่อ วันที่ 13 กันยายน 1996 โดยรัฐธรรมนูญฉบับนี้กำหนดให้มี 2 สภา คือ สภาผู้แทนราษฎร (House of Representatives) โดยการเลือกตั้งโดยตรง และสภาที่ปรึกษา (Chamber of Counsellors) เลือกตั้งโดยทางอ้อม

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #420 เมื่อ: 1 พ.ค. 14, 23:14 น »
 

เศรษฐกิจการค้า
เศรษฐกิจการค้า
ผลิตภัณฑ์มวลรวม (GDP) 112 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (2001 est)

ผลิตภัณฑ์มวลรวมต่อหัว 3,700 ดอลลาร์สหรัฐ (2001 est)twincenter

อัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ 5% (2001 est)

อัตราเงินเฟ้อ 1% (2001 est)

อัตราการว่างงาน 15-22% (2000) 21% ในเขตเมือง 5.9% ในชนบท

ทุนสำรองเงินตราต่างประเทศ 4.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (มกราคม-สิงหาคม 2000)

หนี้ต่างประเทศ 19 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (2001 est)

อัตราการชำระหนี้ต่างประเทศ 25%

การลงทุนจากต่างประเทศ 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (1998)

ทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญ แร่ฟอสเฟต ถ่านหิน เหล็ก แบไรต์ ตะกั่ว ทองแดง อาหารทะเล

อุตสาหกรรมที่สำคัญ เหมืองหินฟอสเฟตและการแปรรูป การแปรรูป อาหาร เครื่องหนัง สิ่งทอ การก่อสร้าง การท่องเที่ยว

800px-spices1ผลิตผลทางเกษตร ข้าวสาลี ข้าวบาร์เลย์ Sugar beet ส้ม ปศุสัตว์ ผลิตผลการประมง (700,000 ตันในปี 1998)

มูลค่าการส่งออก 8.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (f.o.b. 2001 est)

มูลค่านำเข้า 12.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (f.o.b. 2001 est)

ประเทศคู่ค้าที่สำคัญ
นำเข้า ฝรั่งเศส (ร้อยละ25), สเปน (ร้อยละ11), อิตาลี (ร้อยละ6), เยอรมัน (ร้อยละ6), สหราชอาณาจักร (ร้อยละ5) (2000) ส่งออก ฝรั่งเศส (ร้อยละ26), สเปน (ร้อยละ10), สหราชอาณาจักร (ร้อยละ8), เยอรมัน (ร้อยละ5), อินเดีย (ร้อยละ5), สหรัฐฯ (ร้อยละ5) (2000)

สินค้าส่งออกที่สำคัญ กรดฟอสฟอริค แร่ฟอสเฟต อาหารทะเล ปุ๋ยธรรมชาติและปุ๋ยเคมี เสื้อผ้าสำเร็จรูป ชุดชั้นใน ผลไม้รสเปรี้ยว (citrus fruits) ผลไม้แช่อิ่ม/ดอง/ฉาบน้ำตาล



ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับราชอาณาจักรโมร็อกโก
ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับราชอาณาจักรโมร็อกโก
ความสัมพันธ์ทั่วไป
ไทยสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับโมร็อกโกเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2528 ความสัมพันธ์ได้ดำเนินมาด้วยดีโดยตลอด ต่อมาเมื่อเดือนมีนาคม 2537 ไทยได้เปิดสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงราบาต และเมื่อเดือนสิงหาคม 2537 โมร็อกโกก็ได้เปิดสถานเอกอัครราชทูตโมร็อกโกที่กรุงเทพฯ ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศมีความใกล้ชิดมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจและการค้า

การแลกเปลี่ยนการเยือน
ระดับราชวงศ์
ฝ่ายไทย
- ตุลาคม 2536 สมเด็จพระนางเธอเจ้าฟ้ากัลยานิวัฒนาฯ เสด็จฯ เยือนโมร็อกโก
- กันยายน 2537 สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฏราชกุมาร เสด็จฯ เยือนโมร็อกโก

ฝ่ายโมร็อกโก_r021480
- 10 มิถุนายน 2526 เจ้าชาย Sidi Mohamed (สมเด็จพระราชาธิบดีที่ 6 ในปัจจุบัน) เสด็จผ่านประเทศไทยเป็นเวลา 2 ชั่วโมง
- กันยายน 2529 พระธิดา 3 พระองค์ของสมเด็จพระราชาธิบดีฮัสซันที่สองเสด็จเยือนไทยเป็นการส่วนพระองค์
-11 – 18 กันยายน 2531 เจ้าชาย Moulay Rachid เสด็จเยือนไทยเป็นการส่วนพระองค์

บุคคลสำคัญในรัฐบาลและอื่น ๆ
ฝ่ายไทย
–> 4 – 7 กันยายน 2526 รต. ประพาส ลิมปะพันธุ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศเยือนโมร็อกโกแบบ Working Visit และได้หารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศโมร็อกโก
–> 13 – 16 ตุลาคม 2535 ฯพณฯ องคมนตรีพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ และคณะเดินทางไปพักผ่อนที่เมืองมาร์ราเกช
–> มกราคม 2537 นายวันมูหะหมัด นอร์ มะทา รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1
เดินทางเยือนโมร็อกโก
–> เมษายน 2537 รองนายกรัฐมนตรี ดร.ศุภชัย พานิชภักดิ์ นายอุทัย พิมพ์ใจชน ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และนายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง (ในขณะนั้น) ได้เข้าร่วมการประชุม GATTS ที่เมืองมาร์ราเกช โมร็อกโก
–> มิถุนายน 2537 ดร. สุรินทร์ พิศสุวรรณ ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้เดินทางไปเยือนโมร็อกโก เพื่อเข้าร่วมพิธีเปิดสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงราบาต และเป็นประธานในการประชุมเอกอัครราชทูตในภูมิภาคตะวันออกกลางและแอฟริกา
–> มิถุนายน 2542 นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมเยือนโมร็อกโกตามคำเชิญของรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมโมร็อกโก
–>24 – 26 มกราคม 2543 ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเยือนโมร็อกโกอย่างเป็นทางการตามคำเชิญ ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและความร่วมมือโมร็อกโก

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #421 เมื่อ: 1 พ.ค. 14, 23:15 น »
 

ฝ่ายโมร็อกโก
–> 7 สิงหาคม 2528 Dr. Taeib Bencheikh รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขโมร็อกโกเยือนไทยและได้เข้าพบรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศด้วย
–> พฤษภาคม 2538 นาย Mehdi Mimoun อธิบดีกรมกิจการเอเชียและ โอเชียเนียเยือนไทย
–>13 – 17 เมษายน 2542 รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมพาณิชย์และการหัตถกรรม (รับผิดชอบการหัตถกรรม) โมร็อกโกเยือนไทยตามคำเชิญของฝ่ายไทย
–> 4 – 8 เมษายน 2542 นาย Mustapha Mansouri รัฐมนตรีกระทรวงการขนส่งและพาณิชย์นาวีโมร็อกโกเดินทางเยือนไทยเพื่อลงนามใน ความตกลงระหว่างไทยกับโมร็อกโกว่าด้วยการเดินเรือพาณิชย์
–> 28 มิถุนายน – 2 กรกฎาคม 2542 คณะนักธุรกิจโมร็อกโกเดินทางเยือนไทยตามโครงการของสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงราบาตเพื่อพบปะผู้ส่งออกของไทย
–> 12 – 19 กุมภาพันธ์ 2543 คณะผู้แทนโมร็อกโกนำโดยนายกรัฐมนตรีเดินทางเข้าร่วมการประชุมสหประชาชาติว่า ด้วยการค้าและการพัฒนา ครั้งที่ 10 UNCTAD X ที่กรุงเทพฯ
–> 27 ต.ค.- 1 พ.ย. 2544 นาย Abdelouahed RADI ประธานสภาผู้แทนราษฎรโมร็อกโก เยือนไทยอย่างเป็นทางการ

ความสัมพันธ์ทางการค้า
การค้าระหว่างไทย – โมร็อกโกยังมีมูลค่าไม่มากนัก และมีศักยภาพที่จะพัฒนาได้อีกมาก ฝ่ายไทยนำเข้าอาหารทะเลแช่แข็ง มาทำอาหารกระป๋องเพื่อส่งออก ฝ้าย และฟอสเฟต ส่วนโมร็อกโกนำเข้าสินค้าจากประเทศไทย ได้แก่ เครื่องรับโทรทัศน์ รองเท้า เส้นใยสังเคราะห์ ยานพาหนะ และอุปกรณ์ประกอบ (รถสามล้อเครื่อง) ฯลฯ ในระยะสองสามปีที่ผ่านมา โมร็อกโกเริ่มได้เปรียบดุลการค้าจากไทยหลังจากที่ก่อนหน้านั้นไทยได้เปรียบ ดุลการค้ามาโดยตลอด เนื่องจากไทยเริ่มนำเข้าฟอสเฟต และผลิตภัณฑ์จากฟอสเฟต

morocco2

ความตกลงทวิภาคี
- ความตกลงด้านการขนส่งทางอากาศ (ลงนาม 16 ตุลาคม 2541)
- ความตกลงด้านการเดินเรือพาณิชย์ (ลงนาม 5 เมษายน 2542)
- ความตกลงการค้า (ลงนามเมื่อวันที่ 25 มกราคม 2543) ความตกลงที่อยู่ในระหว่างการริเริ่มและเจรจา
- ความตกลงเพื่อการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุน
- ความตกลงเพื่อการยกเว้นการจัดเก็บภาษีซ้อน
- ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือด้านการทางเศรษฐกิจและวิชาการ
- พิธีสารว่าด้วยการส่งเสริมและพัฒนางานฝีมือ

ความตกลงพร้อมที่จะลงนาม (ทั้งสองฝ่ายกำลังจัดสรรเวลาที่เหมาะสมเพื่อลงนาม)
-ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว
-ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือระหว่างกระทรวงการต่างประเทศไทยและกระทรวงการต่างประเทศโมร็อกโก

ความตกลงกับสหภาพยุโรป (EU)
โมร็อกโกได้ลงนามร่วมกับสหภาพยุโรป (อียู) ในความตกลง Euro-Mediterranean Association Agreement ซึ่งจะมีผลต่อความสัมพันธ์กับ EU ในด้านการเมือง ความมั่นคง เศรษฐกิจ การเงิน สังคม วัฒนธรรมและการกงสุล และความตกลงดังกล่าวจะเป็นจุดเริ่มต้นของการเปิดเขตการค้าเสรีระหว่างยุโรป และโมร็อกโกต่อไปในอนาคต

เครดิต อินเตอร์เนต

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #422 เมื่อ: 1 พ.ค. 14, 23:17 น »
 

เราลองศึกษาดู 2 ประเทศนี้ดูก่อน หากมีประเทศอื่นเพิ่มเติมที่ดีจะมาเสนอต่อไปครับ...ทุกประเทศมีจุดเด่นจุดเสียครับ ดีก็นำามาใช้ไม่ดีก็ไม่ต้องนำมาใช้ครับ...

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
หนักกว่าเก่าอีก
เรทกระทู้
« ตอบ #423 เมื่อ: 2 พ.ค. 14, 09:49 น »
 

q*061คุณ destinygoal เรากลัวว่าทุนสามาลย์จะใช้บ้านเมืองของเราเป็นเมืองท่าในการขนถ่ายสินค้าระหว่างตะวันตกกับเอเซีย ซึ่งหากเป็นจริงนั้นเราจะไม่ศักดิ์ศรีแต่ประการใด เหตุใดเขาไม่ไปใช้ประเทศอินเดีย ปากีสถาน แลเะเมืองต่าง ๆ ที่จะกระทำได้ ชาติยุโรปมองมาที่ประเทศเราซึ่งหากเราคนไทยยอมอ่อนข้อให้ประเทศของเราก็จะไร้ซึ่งศักดิ์ศรีและไม่มีความเป็นเอกราชอีกต่อไป คุณคิดดูน๊ะหากว่าวันนี้เรายังไม่พระผู้ปกครองซึ่งชาติยุโรปยังให้ความเกรงใจ(น้อยมาก)เรายังมีสภาพอยู่ในทุกวันนี้เป็นอย่างไร

เราไม่ทราบว่าพวกนักวิชาการที่เป็นขี้ข้าทุนสามาลย์เขาจะคิดรักชาติบ้านเมืองไทยเราไหม เรากลัวว่าพวกเราที่เป็นบรรพบุรุษในรุ่นปัจจุบันจะรักษาชาติบ้านเมืองเอาไว้ไม่ได้ หากบ้านเมืองของเราเป็นเมืองท่าสำหรับขนถ่ายสินค้าคุณคิดว่าประชาชนจะอยู่กันอย่างสงบสุขกันไหม เราจะหาทางออกอย่างไรที่จะไปเชื่อมโยงกับปัญหาภายในประเทศที่บรรดาขี้ข้าทุนสามาลย์ทั้งหลายก็ยอมพินอบพิเทาที่จะเอากับพวกเเขาเหล่านั้นให้บรรลุผลสำเร็จในการที่จะสร้างบ้านแปลงเมืองของเราให้เป็นดั่งที่เราคิดฝันเราจะทำอย่างไร?

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
คิด น๊ะ คิด
เรทกระทู้
« ตอบ #424 เมื่อ: 2 พ.ค. 14, 10:00 น »
 

q*061สำหรับเราแล้วเราชอบมอร๊อคโกมากกว่าเพราะว่าเขาก็อยู่กันอย่างสงบดีแต่เราจะต้องบริหารจัดการที่จะไม่ให้ตกอยู่ในสภาพเดียวกับประเทศของเขาในเวลานี้ซึ่งเราได้เปรียบกว่าเพราะว่าเราไม่ได้ตกเป็นเมืองขึ้นของใคร เรามีอิสรเสรีที่จะคิดดัดแปลงอันใดก็ได้ มอร๊อคโกมีผู้นำที่จิตใจดีเสมือนไทย พระองค์ท่านคิดถึงประชาชนให้ความสุขสบายและก็ไม่ได้คิดว่าจะทำให้ประเทศของตัวเองยิ่งใหญ่ที่จะไปแข่งขันกับต่างชาติภาษาใด

แต่ก็อีกแหละน๊ะสำหรับคนไทยที่ใจใหญ่ใจโตนั้นไม่เป็นเรื่องที่จะขำขันประการใด ก็ดูจากดินแดนที่สูญเสียไปนั่นสิคิดว่าเราเคยเกรียงไกรขนาดไหน และเราก็ไม่ได้ตกอยู่ในฐานที่จะต้องเป็นรองด้วยมีสิทธิ์ที่จะเรียกร้องดินแดนของเราคืนจากชาติยุโรปหากว่าเราจะมีกำลังที่เข้มแข็งกว่าคุณว่าจริงไหม ไม่เหมือนชนชาติอื่นที่จะไปเรียกร้องที่จะต้องทำสงครามแต่อย่างใด แต่ก็เห็นกันชัด ๆ เลยว่าประเทศเหล่านั้นเป็นของเรามาก่อนนั้นจะบอกให้ แต่นั่นมันก็คงเป็นแค่ความคิดฝันไปเองคงจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมคงไม่ได้ แต่ก็อยากจะบอกว่าคนไทยใจใหญ่ใจโตจริง แต่ตอนนี้ก็ต้องยอมรับสภาพที่เป็นอยู่ในขณะนี้เราอยู่ในสถานะไหน มีอะไรที่จะไปอวดโชว์โก้กับต่างชาติภาษาเขาได้ เศรษฐกิจพอเพียงนั้นคือกำลังสำคัญที่จะต้องคิดให้ยาวไกล พระองค์ท่านทรงมีวิสัยทัศน์กว้างไกลที่จะวางนโยบายเอาไว้ แต่พวกเราต่างหากที่ยังไม่ยอมรับกันได้ แล้วตอนนี้เป็นอย่างไรเห็นแล้วใช่ไหมว่าประเทศของเราจะล่มสลายหากว่าพวกเราไม่รวมตัวกันที่จะสรรค์สร้างบ้านเมืองของเราให้ยืนด้วยลำแข้งของเรากันนั้นได้ ทุนสามาลย์คืบคานเข้ามาแสวงหาอำนาจที่จะยึดครองบ้านเมืองของเรา ปัญหาที่เกิดขึ้นนี้คุณคิดว่าใครที่จะยุติปัญหาทั้งปวงนี้ได้ ก็คงจะมีแต่พระราชาเพียงเท่านั้นเพราะท่านได้วางหนทางแห่งความมั่นคงดำรงชาติของเราเอาไว้นั่นคือ เศรษฐกิจพอเพียง แต่ให้เราได้รับรู้รสชาดกันเองว่ามันวุ่นวายขนาดไหนกับการสู้รบกับต่างชาติภาษาที่เข้ามาคุกคามประเทศไทยด้วยการนำทุนสามาลย์มาก่อร่างสร้างความวุ่นวายให้ในขณะนี้นั้นได้ q*061

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
คิด คิด คิด
เรทกระทู้
« ตอบ #425 เมื่อ: 2 พ.ค. 14, 10:19 น »
 

q*061ความจริงเราก็ควรเป็นตัวของตัวเองก็คงจะดีกว่า ไม่ควรไปลอกเลียนแบบตามที่คิดมาว่าจะไปลอกเลียนประเทศอื่นนั้นได้ เพราะมอร๊อคโกก็ไม่ได้นับถือศาสนาพุทธที่จะให้ผุดแหล่งกาสิโนให้เกิดขึ้นในประเทศของเรานั้นได้

หากประเทศไทยจะเป็นเมืองท่องเที่ยวที่แท้จริง จะต้องทำทุกสิ่งที่เหนือกว่าประเทศมอร็อกโคที่ว่าเขาจะต้องมาท่องเที่ยวประเทศไทยเสียส่วนใหญ่ เพราะว่าประเทศของเขาก็แตกต่างจากประเทศไทย เพราะเขาไม่มีวัดวาอารามที่จะรักษาความสงบทางด้านจิตใจ เราคิดว่าเราควรจะใช้ปัญญาสร้างสวรรค์บ้านเมืองของเราเป็นเมืองท่องเที่ยวสีขาวที่เหนือกว่าต่างชาติภาษาใด รักษาภูมิทัศน์ ภูมิประเทศของเราให้ชุ่มฉ่ำไปด้วยธรรมชาติ น้ำตก ภุเขา อาหารการกินที่หลากหลาย ผู้คนก็รักสงบไม่มีความวุ่นวาย เป็นตัวของตัวเอง พอใจในสิ่งที่ตัวเองมีอยู่ และนำผลผลิตของประเทศไทยให้มีคุณค่าที่จะสร้างมูลค่าด้วยปัญญาช่างฝีมือที่อยุ่ในสมองของคนไทยแทบจะทุกคนเพราะประเทศของเราเจริญมาด้วยศิลปะวัฒนธรรมที่เลิศล้ำกว่าชนชาติใด เราต้องคิดเยี่ยงนี้เพราะที่นี่คือประเทศไทย ที่จะเอาประเทศไปเปรียบเทียบกับประเทศอื่นก็คงไม่ได้ เรามีเกียรติภูมิ มีพระมหากษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่ มีวัฒนธรรมที่คนไทยสามารถดึงดูดทุกชาติภาษามาร่วมกิจกรรมกับพวกเราได้ เรามีอัธยาศัยที่เข้ากับคนง่าย และเราก็ต้องสกีนคนชั่วไม่ดีให้มีน้อยที่สุดในประเทศไทย และเราจะต้องคัดกรองธุรกิจทีจะทำให้บ้านเมืองของเราแปรเปลี่ยนไปในด้านความเสื่อมทรามทางวัฒนธรรมนั้นเราจะต้องมีกฏหมายห้ามปรามที่จะต้องไปตั้งอยู่ในประเทศอื่นที่มีความต้องการเหมือน ๆ กัน เช่น หากจะตั้งแหล่งกาสิโนก็ต้องไปที่เขมร เวียดนาม สิงคโปร์ ทำประเทศไทยของเราให้เป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจจากประเทศต่าง ๆ ในยามที่เขาอยากจะหลีกหนีตัณหาที่เขาแข่งขันกันทางด้านการค้า แต่ให้มาผ่อนคลายได้ที่ประเทศไทย เรามีนวดแผนโบราณ เรามีการละเล่น มีฟ้อนรำ ให้คราคร่ำไปด้วยศิลปะวัฒนธรรมที่เมืองหลวงจะได้ยินแต่เสียงดนตรีขับกล่อมในท่วงทำนองของเพลงไทย และมีโรงละครให้เลือกดูว่าจะดูในแนวไหนที่ต้องอยู่ในความควบคุมดูแลให้อยู่ในแง่มุมที่บ่งบอกถึงความเป็นไทย ที่จะใช้รักษาพวกโรคตัณหาของต่างชาติภาษาทุกชาติๆ นั้นให้มันผ่อนคลาย แล้วก็ให้เขาเหล่านั้นกลับไปสู้รบแข่งขันกัน ประเทศเรานั้นจะเป็นหมอโรคจิตรักษาพวกบ้าตัณหาเหล่านี้ให้ทุเลาลงได้ เราจะมีแต่ธุรกิจสีขาวคือ สถานพยาบาล สถานดูแลผู้สูงวัยจากทุกชาติภาษา อาจจะมีการพัฒนาในการรับเลี้ยงเด็กจากทุกชาติภาษาที่จะมาฝากเลี้ยงก็ยังได้ คือทำทุกอย่างที่ประเทศของเราจะสร้างให้เป็นเมืองท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจอย่างแท้จริง นี่เข้าเกณฑ์เศรษฐกิจพอเพียงที่จะใช้หล่อเลี้ยงประเทศของเราในอนาคตนั้นได้ไหมโดยที่ไม่มีอตสาหกรรมหนักจากชาติต่าง ๆ มาสร้างให้หนักแผ่นดินของเราอีกต่อไป q*061

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
จำเอาไว้!
เรทกระทู้
« ตอบ #426 เมื่อ: 2 พ.ค. 14, 10:29 น »
 

q*061 ความจริงดินแดนที่เราสูญเสียไปนั้นและก็เป็นสมาชิกอาเซียนแทบทั้งนั้นหากจะคิดได้ ทั้งหมดนั้นยังไม่เพียงพออีกสำหรับชาติยุโรปที่อยากจะได้ มาบัดนี้อยากจะมาครอบครองประเทศไทยให้เป็นเนื้อเดียวกันกับดินแดนที่สูญเสียไปนั้นอีกใช่ไหม หรือว่าพวกเราจะยอมอีกนั้นโดยที่อเมริกานั้นเขาไมได้เสียเหงื่อเลือดเนื้อแต่อย่างไรเลยน๊ะ มีแต่พวกขี้ข้ากระทำการให้ทั้งนั้นด้วยการคัดสรรค์ให้แตกแยกกันสู้รบกันนั้นได้ ให้คนไทยสู้รบกันเองโดยที่อเมริกานั่งคอยท่าครอบครองประเทศไทยหรืออย่างไร หรือไม่ก็เป็นการจับมือกันระหว่างอเมริกา อังกฤษ ญี่ปุ่น หรืออย่างไรที่จะแชร์ผลประโยชน์ในประเทศไทยให้สมานฉันท์ที่จะสามารถอยู่ร่วมกันได้ โดยที่ให้อ้ายคนไทยนั่นมันเป็นคนขับสามล้อคอยรับส่งอ้ายพวกประเทศที่ว่านำพาไปไหน ๆ ทั่วไทยกันหรืออย่างไร อย่าโง่ให้มันมากนักอ้ายพวกขี้ข้าทุนสามาลย์ทั้งหลายที่ไม่มีสมองรักชาติบ้านเมืองไทย ยอมตกเป็นขี้ข้าเพียงแต่ให้เขายกหางขึ้นมาเป็นประธานาธิบดีแค่นั้นใช่หรือไม่

พวกเองอย่าโง่ให้มากนักหากยอมเป็นขี้ข้าอเมริกาก็ให้เตรียมรบกันเอาไว้ให้มันมารับไปรบกับรัสเซียหรือจีนในอนาคตข้างหน้า ข้าทำนายเอาไว้ล่วงหน้าให้อ้ายพวกขี้ข้าให้จำใส่กระโหลกกันเอาไว้ q*061

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
คิด น๊ะ คิด
เรทกระทู้
« ตอบ #427 เมื่อ: 2 พ.ค. 14, 10:35 น »
 

q*061 ความจริงมันก็ควรยอมรับกันเถิดหนาคนไทยว่าขณะนี้ชอบความเป็นดราม่ากันขนาดไหน สามารถที่จะดัดแปลงวัฒนธรรมของต่างชาติภาษาให้มาเข้ากับวิถีไทย ชอบความสวยงาม ชอบแข่งขันชิงชัยที่จะเห็นใครเด่นกว่าใครไม่ได้ แต่ไม่ยักไปแข่งขันกับต่างชาติภาษา แต่ชอบมาแข่งขันกันเองภายในประเทศตัวเองนี่มันโง่หรือฉลาดกันแน่ถามหน่อยได้ไหม

นี่แหละคือสิ่งที่ประเทศไทยจะต้องดราม่าให้มาก ๆ เข้าไว้ในอนาคตข้างหน้าคือสามารถดึงจุดเด่นจากทุกชาติภาษามารวมอยู่ที่ประเทศไทย ยกเว้นดราม่าเรื่องการเมืองที่เป็นเรื่องตัณหาอย่างมากมายก่ายกองไม่มีการพัฒนาให้เจริญก้าวหน้ามีแต่ดึงประเทศให้ตกต่ำ พวกนักการเมืองเหล่านี้นั้นจะต้องมีการศึกษาก่อนที่จะมาเข้ารับสมัครเป็นนักการเมืองของไทย พวกนี้ต้องมีสถานศึกษาให้มีการพัฒนาทางสมองและสติปัญญาในด้านความรักชาติให้มากกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบันนี้ได้ ต้องให้เข้าค่ายปรับปรุงสมองและสติปัญญาให้เหลือแต่จิตสาธารณะมากกว่าที่อยากจะมากอบโกยกินทรัพย์สมบัติชาติซึ่งไม่เป็นประโยชน์ต่อชาติในปัจจุบันนี้แต่อย่างใด q*061

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
คิดกันได้ไหม!
เรทกระทู้
« ตอบ #428 เมื่อ: 2 พ.ค. 14, 10:42 น »
 

q*061อเมริกาในนามทุนสามาลย์มันก็ยืมมืออ้ายพวกบ้าตัณหาในประเทศไทย เตรียมการที่จะใช้ประเทศไทยเป็นทางผ่านไปสู้่รบกับจีนในอนาคตข้างหน้านั้นได้ ให้เตรียมสร้างสะพานเชื่อมต่อไปยังพม่า จีน อินเดีย โดยเอาเรื่องขนถ่ายสินค้ามาบังหน้า ถามว่าประเทศไทยมีสินค้าอะไรที่จะส่งไป ข้าวปลาอาหารก็เน่าเสีย บ้านเมืองก็แล้ง น้ำท่าก็ท่วมเสียหาย ปล่อยให้มีโรงงานตั้งอยู่ทำลายสิ่งแวดล้อมอยู่เวลานี้นั่นคืออะไร ทุกวันข่าวก็ไม่สร้างสรรค์มีแต่ทำลายสถาบันชาติ การเมือง สังคม เศรษฐกิจให้มันเสียหาย ให้ประเทศไทยมันล่มสลายไปเลยในอนาคตจะได้เอากองกำลังอเมริกามาตั้งอยู่ในไทย ให้อ้ายขี้ข้าคอยแบกปืน แบกลูกกระสุนนำหน้าไปตายก่อนอเมริกาล่ะมั๊งที่จะคิดได้ อย่าโง่ให้มันมากนักน๊ะอ้ายนักการเมืองหน้าโง่ทั้งหลายที่ว่าเรื่องสาระเลวนี่ฉลาดนัก แต่สาระประโยชน์นั้นมันไม่ค่อยจะคิดทำให้กับชาติบ้านเมืองสักเท่าไหร่

อ้ายพวกนี้ให้ไปศึกษาต่างชาติภาษาเพื่อให้ตกเป็นขี้ข้าเพื่อมาทำร้ายบ้านเมืองนอนของมันเท่านั้นแต่ก็เสกสรรค์เป็น ด๊อก...เตอร์ ทั้งนั้นอยากจะ q*018 นั้นทุกวันไป q*061

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
คิด น๊ะ คิด
เรทกระทู้
« ตอบ #429 เมื่อ: 2 พ.ค. 14, 11:45 น »
 

q*061ประเทศไทยนี่ดีที่สุดในโลกแล้วจะบอกเอาไว้ อาหารการกินก็มีทุกอย่างที่จะทำเป็นแผนที่ตั้งประกาศไปทั่วโลกนั้นก็ได้ที่เขาก็อยากจะมาลิ้มรสชาดอาหารของไทย เรามีวัฒนธรรมที่สวยงามต่างชาติก็ไม่มีเหมือนชาติไทย ลิเก ลำตัด รำวง สารพัดที่ต่างชาติเขาเห็นเขาก็สนใจ เพราะบ้านเมืองอื่นเขาไม่มี แล้วคิดสิตอนนี้บ้านเมืองของเรามีแต่ผู้สูงอายุทั้งนั้นและอ้ายพวกที่ห้ำหั่นที่เป็นต่างชาติภาษาก็มีแต่เด็กด้อยปัญญาที่คิดจะแสวงหาตัณหาโดยหาได้คิดถึงรากเหง้าที่สมควรจะรักษาเอาไว้ไม่ ประเทศไทยฉลาดกว่าอเมริกาอย่างมากมาย พวกคนรุ่นใหม่เหล่านี้ไม่คิดที่จะรักษาวัฒนธรรมอันใด ซึ่งอันที่จริงอเมริกาเขาก็ไม่เห็นมีวัฒนธรรมอันใด นอกจากการต่อสู้ด้วยอาวุธสงครามนั่นเป็นวัฒนธรรมอันเลิศล้ำทางปัญญาของพวกเขาเหล่านั้นเห็นจะได้ รบกันในโลกยังไม่สะใจต้องสร้างหนังเป็นมโนนั้นที่จะต้องไปสู้รบกับมนุษย์ต่างดาวนอกโลกเป็นหนังดราม่าที่จะบ่งบอกว่าข้านี้สมองและสติปัญญาก้าวไกล พวกนี้ไม่ค่อยได้เจอกับวัฒนธรรมเพราะพวกเหล่านี้นั้นไม่มีวัฒนธรรมเป็นของตนเองเหมือนกับไทย เราโชคดีที่ยังมีผู้สูงวัยคอยประคับประคองบ้านเมืองของเราเอาไว้ เด็กรุ่นใหม่นี้สมองและสติปัญญาก็คงจะลอกเลียนแบบอเมริกานำมาใช้ในการวางนโยบายลอกเลียนแบบอเมริกาซึ่งไม่เข้าท่าและไม่เข้ากับวิถีไทย เสียรู้อเมริกาเสียมากกว่าที่จะใช้คนที่เดินทางไปศึกษาในประเทศเขานั้นเข้ามาบ่อนทำลายความมั่นคงภายในประเทศที่ทุกคนไปศึกษาแต่ทว่าต้นแบบคืออเมริกาดันจะไปตกหน้าผาตาย ให้คิดในทางที่สร้างสรรค์ที่จะทำอย่างไรให้บ้านเมืองของเราอยู่มั่นคงตามแนวทางที่บรรพบุรุษของเราได้วางเอาไว้ ให้ต่อยอดในทางที่ดีที่จะสร้างความสุขให้กับประเทศของเรานี้ในรูปแบบความยั่งยืนมากกว่าจะให้หรูหราชนิดที่ว่าหาความจีรังยั่งยืนไม่ได้ การดำเนินชีวิตแบบเอาตัวรอดไปวัน ๆ นั้นไม่ใช่หนทางแห่งความมั่นคงในประเทศไทย ปัจจุบันการดำรงชีวิตของเรานั้นคืออะไร เช้าขึ้นมาก็วิ่งหากาแฟกินกันแล้วนี่ก็เพราะพ่อหลวงของเราทรงสนับสนุนให้ชาวเขาปลูกกาแฟเอาไว้ให้เราได้ดื่มกินนี่ไง แล้วอะไรอีกล่ะข้าวเหนียวหมูอันโอชะแค่ประทังชีวิตไปวัน ๆ นั้นใช่ไหม แล้วเราจะแสวงหาความสุขในบ้านเมืองของเราอย่างไรที่จะกินอยู่อย่างมีคุณค่าสร้างมูลค่าให้กับร่างกายของเราให้ดำรงอยู่ได้ นั่นก็หมายความว่าเราจะต้องคิดเปลี่ยนแปลงรูปแบบการดำรงชีวิตของเราให้ดีกว่าเก่าในด้านการอยู่กินอาศัยในบ้านเมืองของเราแล้วถามว่าเงินทองนั้นเล่าจะเอามาจากไหน ก็หากไม่มีนักการเมืองที่มีตัณหาคิดว่าเราจะมีชีวิตที่ดีกว่าทุกวันนี้กันไหม คิดให้ไกล ๆ ว่าเราจะปรับเปลี่ยนรูปแบบอาหารเช้าของเราอย่างไรที่จะไม่ใช่ ข้าวเหนียวหมูปิ้ง กาแฟแก้วหนึ่ง แล้วอาหารสมองของเรามีเท่านี้เองหรือสำหรับการดำรงชีวิตในเมืองหลวงของเราเสียส่วนใหญ่ q*061

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ท่าจะดี!
เรทกระทู้
« ตอบ #430 เมื่อ: 2 พ.ค. 14, 12:10 น »
 

q*061แล้วคิดดูแล้วกันตำรวจนั้นทำอะไร ก็รู้ทั้งรู้ว่าประเทศไทยถูกโจรต่างชาติภาษาปล้นทางอินเตอร์เน็ท มาขโมยนาฬิกาแหวนเพชรในไทย ก็ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น รถไปคว่ำไม่รู้กี่ครั้งบนเส้นทางเดียวกันนั้นได้ มันก็ไม่คิดแก้ไขหรือไปปรับปรุงถนนหนทางที่จะไม่ให้มันเกิดเรื่องขึ้นอีกนั้นได้ แล้วรถสองชั้นนั่นมันไม่เหมาะนำมาใช้กับถนนหนทางอันเคี้ยวคดสายต่างจังหวัดหรอกน๊ะ เพราะว่าข้าวของเครื่องใช้ที่ใส่เข้าไปในรถของแต่ละคนมันอาจจะไม่ถ่วงหรือไม่สมดุลกันนั้นได้ ไม่มีการจัดระเบียบในเรื่องสัมภาระว่าจะต้องจำกัดอยู่เท่าใด หรือจำนวนคนนั่งนั้นจะต้องจัดวางให้สมดุลกันไหม สุดท้ายความตายก็เป็นเครื่องตัดสินปัญหาทุกครั้ง ความเสียหายนั้นมันก็เป็นเรื่องของเวรกรรมใช่ไหมในไทย แล้วหน่วยงานไหนที่ปล่อยปละละเลยในเรื่องเหล่านี้ เละเป็นขี้แล้วประเทศไทย เพราะคนไทยมันตัวใคร ตัวมันไง มันเศร้าไหมที่จะคิดในทุกวันนี้กันได้

เงินทองไปกองไว้กับคนทำข่าว อ่านข่าวนั่งบอกเล่าได้เงินเข้ากระเป๋าโดยที่คนในข่าวไม่ได้อะไร

มันต้องตั้งกฏกติกาใหม่ หากมีข่าวคนตายในหัวข้อข่าวให้ญาติไปเอาเงินจากคนอ่านข่าวเพราะว่าเป็นข้อมูลให้บอกเล่าทำเงินเข้ากระเป๋าในทุกวันไป คงจะต้องปฏิรูปแบบนี้ก่อนดีกว่า เพื่อจะได้เงินไปทำศพกับคนที่ตกเป็นข่าวในหน้าหนึ่งหรือในทีวีนั้นเพื่อผลประโยชน์นั้นจะได้เฉลี่ยให้ทั่วถึงกันนั้นได้ coco

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #431 เมื่อ: 2 พ.ค. 14, 14:28 น »
 

สวัสดีครับท่านจู ฟังท่านเอ่ยมาแล้วมันวังเวงสิ้นดี ไม่รู้จะมีเหตุการณ์อะไรที่จะเกิดขึ้นในอนาคต แต่ทุกอย่างอยู่ในแผนการที่เขาวางไว้เรียบร้อยแล้วทั้งหมดรอแต่เวลาครับ...

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #432 เมื่อ: 2 พ.ค. 14, 14:38 น »
 

หยั่งเพลงรู้ว่าเขาหลอกแต่เต็มใจให้ลอกนั่นไงคุณจูช่วยเอาเนื้อมาลงด้วยครับ มันกินใจมากครับ คนไทยต้องรับสภาพแบบเพลงนี้เลยครับเดี๋ยวจะลองหาดูแล้วจะนำมาลงอีกทีครับหากหาไม่มีคุณจูก็ช่วยลงให้อีกทีครับ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #433 เมื่อ: 2 พ.ค. 14, 14:40 น »
 

หาได้แล้วครับ...


เพลง : รู้ว่าเขาหลอก
ศิลปิน : ศิรินทรา นิยากร
เนื้อเพลง :

.ถึง เขา หลอก
แต่ เต็ม ใจ ให้ หลอก
ยิ้ม ข้าง นอก ช้ำ ใน
น้ำ คำ หวาน ที่ ริน รด ใจ
เขา หลอก ใช้ ก็ รู้
..ของ สูง ค่า แต่ ราคา แสน ต่ำ
ช้ำ หรือ เปล่า คิด ดู
น้ำ ใจ รัก ที่ ให้ เขา อยู่
หรือ จะ สู้ น้ำ เงิน
..เป็น บัน ได เป็น เรือ จ้าง
เป็น หน ทาง ให้ เดิน
เขา พบ บ่อ ทอง เขา พบ บ่อ เงิน
เขา จะ เมิน ไม่ ว่า
..รัก เขา มาก เรา ก็ ให้ เขา หมด
เหลือ แต่ หยด น้ำ ตา
หัว ใจ หวิว ก็ ปลง เสีย ว่า
เรา เกิด มา ใช้ เวร
(ดนตรี.....)
..เป็น บัน ได เป็น เรือ จ้าง
เป็น หน ทาง ให้ เดิน
เขา พบ บ่อ ทอง เขา พบ บ่อ เงิน
เขา จะ เมิน ไม่ ว่า
..รัก เขา มาก เรา ก็ ให้ เขา หมด
เหลือ แต่ หยด น้ำ ตา
หัว ใจ หวิว ก็ ปลง เสีย ว่า
เรา เกิด มา ใช้ เวร...

-------------------------------------------------------

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
อยากถาม!
เรทกระทู้
« ตอบ #434 เมื่อ: 2 พ.ค. 14, 15:23 น »
 

q*061ตั้งข้อสังเกตระหว่างปากีสถานกับเวียดนาม ซึ่งอเมริกาเคยคิดที่จะเข้าไปครอบครองซึ่งเวียดนาโดนก่อนแต่ก็แพ้ราบคาบไป ส่วนปากีสถานก็ตอนนี้ก็เป็น ๆ หาย ๆ ยังเข้ายึดครองยังไม่ได้ ก็เลยเปลี่ยนสนามรบใหม่มาที่ประเทศไทย ซึ่งสถานที่ดังกล่าวนั้นหากดูในแผนที่นั้นก็จะรู้ได้เพราะเป็นพื้นที่ติดทะเลทั้งนั้นคงอยากจะไปตั้งกองกำลังเพื่อรุกคืบเข้าไปในประเทศจีนให้จงได้ แล้วนี่คืออะไรสำหรับประเทศไทยใช้แผนที่เชื่อมโยงอาเซียนให้เข้ากันเพื่อให้ใครครอบครองนั่นระหว่างอเมริกากับประเทศจีนนั้นถามหน่อยได้ไหม แล้วประเทศไทยเราล่ะอยู่ในสถานะไหน หลังจากที่อพยพมาจากประเทศจีนเพื่อหลีกหนีไม่อยากที่จะถูกกดขี่จนมาถึงสุดแดนสยามอยู่นี่แล้วอย่างไร อเมริกามาทีหลังนี่ไม่รู้ประสีประสาเลยหรือว่าเราต้องการอยู่อย่างไร ปกครองกันมาอย่างไร หรือทำเป็นไขสือไม่รู้ไม่ชี้ใช้ความรู้สึกส่วนตัวของผู้มีอำนาจกดขี่ประเทศไทยหรืออย่างไร ถามหน่อยว่าเราเคยตกเป็นขี้ข้าจีนและอเมริกากระนั่นหรือถามหน่อยได้ไหม แล้วความเป็นมิตรประเทศนี่หายไปไหน จะย้ายขวานทองหนีก็ไม่ได้ หากจะไปขึ้นพม่าก็ยังติดประเทศไทยอีกนั่นแหละหนาจะให้ทำอย่างไร มันมีทางเลือกอยู่ระหว่างอินโดนีเซียกับญี่ปุ่น ซึ่งก็เป็นทางเลือกสุดท้ายซึ่งมันก็อยู่ไกลสู้รุกเข้าทางประเทศไทยไม่ได้ ก็ให้คิดดูสิว่าหากว่าไทยนั้นหนาขี้ขลาดกว่าเวียดนามจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนได้ ขี้ขลาดกว่าเวียดนามกระนั้นหรือถามหน่อยได้ไหม หรือว่ายอมตกเป็นขี้ข้าอเมริกาดีกว่าไม่เหนื่อยและก็อยู่อย่างสะดวกสบายเรื่องนี้จะถามใครได้ระหว่างนักการเมือง กับ ทหาร ถามหน่อยนั้นให้มันรู้แล้วรู้รอดไป q*061

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ตั้งคำถาม!
เรทกระทู้
« ตอบ #435 เมื่อ: 2 พ.ค. 14, 15:30 น »
 

q*061 สงสัยว่าคนไทยคงต้องโยกย้ายกลับคืนประเทศต้นกำเนิดมั๊งนั่นก็คือมองโกเลียนั้นเห็นจะได้ แล้วมันจะเดินทางกลับขึ้นไปอย่างไรเพราะต้องผ่านประเทศจีนอีกล่ะนั่น ก็ลองดูแผนที่โลกแล้วกันว่าต้องอพยพมามากมายขนาดไหนถึงจะมาอยู่ที่สุดดินแดนสยามให้ถอยร่นไปอีกนั่นก็ตกทะเลตาย แล้วถามว่าอ้ายพวกนักการเมืองหน้าโง่เหล่านี้มันเคยคิดถึงอดีตที่ผ่านมาหรือไม่ หรือว่ามันคิดถึงแต่วันข้างหน้าว่าข้าขอเป็นขี้ข้าอเมริกาดีกว่าเพราะว่าชาตินี้มันทันสมัยและก็ยิ่งใหญ่เป็นชาติมหาอำนาจโลกนี้นั้นได้

แต่เวลานี้ถามว่าประเทศไทยนี้ตั้งอยู่ในทวีปยุโรปหรือแล้วหากมันเกิดเรื่องอันใดอเมริกามาถึงก่อนชาติอื่นใดใช่ไหมที่จะมาช่วยเหลือได้

และอยากให้ดูภัยพิบัติที่ผ่านมาเราก็ช่วยตัวเองได้นั้นหนาไม่ได้ขอความช่วยเหลือจากชาติอื่นใด หากว่าไม่อยากจะไปมีบุญคุณกับทุกชาติภาษาก็สมควรที่จะอยู่อย่างทรนงและต้องอยู่ให้จงได้ อยู่อย่างไรจะอยู่อย่างพอเพียงหรือจะอยู่แบบขี้ข้าคือแบมือขอความช่วยเหลือทุกชาติภาษาในการที่จะดำรงชีพอยู่ได้ อย่างนี้ต้องถามพวกด๊อก....เตอร์ทั้งหลายว่า บรรพบุรุษสั่งสอนให้เกิดมาเป็นขี้ข้าต่างชาติภาษาหรือให้อยู่อย่างไท q*061

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
5555
เรทกระทู้
« ตอบ #436 เมื่อ: 2 พ.ค. 14, 15:55 น »
 

q*073ต้องแก้ด้วยเพลงนี้
คุณเธอมันคือนางแมวยั่วสวาท
คุณเธอมันคือปิศาจหุ่นเซ็กซี่
เธอกินผู้ชายเป็นอาหาร
แล้วอัตรธานไปในยามราตรี
ข้าคือยมฑูต มารับตัวเธอ

ไป ไป ไปลงนรกเสียเถิดที่รัก
ฉันจะลงโทษเธอ
ไป ไป ไปลงนรกด้วยกันที่รัก
ฉันจะลงโทษเธอ เวลาของเธอหมดแล้ว

เธอทำให้ชายชราตัณหากลับ
เธอน็อคชายฉกรรจ์นอนนับดาวเดือน
เธอโชว์จนเด็กใจแตกสลาย
เธอวาดลวดลายนรก สวรรค์ยังสะเทือน
ข้าคือยมฑูต มารับตัวเธอ

ไป ไป ไปลงนรกเสียเถิดที่รัก
ฉันจะลงโทษเธอ
ไป ไป ไปลงนรกด้วยกันที่รัก
ฉันจะลงโทษเธอ เวลาของเธอหมดแล้ว

ไป ไป ไปลงนรกเสียเถิดที่รัก
ฉันจะลงโทษเธอ
ไป ไป ไปลงนรกด้วยกันที่รัก
ฉันจะลงโทษเธอ เวลาของเธอหมดแล้ว

คุณเธอมันคือนางแมวยั่วสวาท
คุณเธอมันคือปิศาจหุ่นเซ็กซี่
เธอกินผู้ชายเป็นอาหาร
แล้วอัตรธานไปในยามราตรี

ข้า คือ ยมฑูต มารับตัวเธอ

ไป ไป ไปลงนรกเสียเถิดที่รัก
ฉันจะลงโทษเธอ
ไป ไป ไปลงนรกด้วยกันที่รัก
ฉันจะลงโทษเธอ เวลาของเธอหมดแล้ว

ไป ไป ไปลงนรกเสียเถิดที่รัก
ฉันจะลงโทษเธอ
ไป ไป ไปลงนรกด้วยกันที่รัก
ฉันจะลงโทษเธอ เวลาของเธอหมดแล้ว

ไป ไป q*073

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ถาม !
เรทกระทู้
« ตอบ #437 เมื่อ: 2 พ.ค. 14, 16:16 น »
 

q*061คุณ destinygoal ตัวแปรสำคัญในการที่หันเหให้อเมริกาสามารถตั้งฐานทัพได้อย่างถาวรคือประเทศออสเตรเลีย ซึ่งก็น่าสงสารประเทศเขามากเพราะไม่มีประเทศใดอยู่ใกล้ที่จะเป็นประเทศกันชนได้เหมือนดั่งประเทศจีนที่ไทยเราเป็นประเทศกันชนให้ แต่ก็ไม่ได้รับความสนใจไยดีจากประเทศจีนแต่อย่างใด แทนที่จะเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่เห็นอกเห็นใจกับประเทศไทยก็ไม่ใช่ แต่ก็ขำน๊ะประเทศเขาก็ไม่พึ่งพาประเทศไทยมีบางจังหวัดในประเทศของเขาฝนไม่ตกเป็นปี ๆ เขาก็ยังไม่มีการขอฝนหลวงจากไทยเราเลยน๊ะจะบอกให้ ก็อยู่กันอย่างนี้ก็ดีแล้วประเทศไทยที่เราจะพึ่งพาตนเองกันให้จงได้ แต่ก็ไม่มีเสียล่ะอ้ายพวกนักการเมืองหน้าโง่ทั้งหลายที่คิดแต่หวังผลประโยชน์ตอบแทนจากประเทศอเมริกาน่าชังน้ำหน้าอย่างมากมาย นั่นสิถึงมีประชาชนมาเดินขบวนขับไล่ก็ทนไม่ไหวกับพฤติกรรมที่ไม่ไว้หน้าประเทศไทย และก็อย่างว่าคิดสิว่าสมควรจะได้รับการลงโทษไหมจากการที่ไม่มีจิตสำนึกรักบ้านเกิดเมืองนอนที่ให้ความเป็นอยู่อย่างผาสุกไม่เคยอดอยากในเรื่องทรัพย์สินอาหารการกินนั้นได้แต่ก็ยังไม่รู้จักพอและก็จะต่อยอดคิดครอบครองประเทศไทยอีกน๊ะนี่มันสมควรไหม q*061

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
5555
เรทกระทู้
« ตอบ #438 เมื่อ: 2 พ.ค. 14, 16:33 น »
 

q*061ถึงบอกว่ามิตรประเทศที่ดีที่สุดในเวลานี้ของไทยคือประเทศอินเดียที่เป็นผู้ที่เราซึมซับกับประเทศนี้ได้เพราะตั้งแต่เกิดมาเราก็เห็นหนังอภินิหารเรื่องพระนารายณ์ ประวัติพระพุทธเจ้า แต่แล้ววันเวลาผ่านไปมีหนังจีนมาแทนที่ก็เป็นการรบราฆ่าฟันกัน แล้วก็มามีหนังดราม่าเยี่ยงยอดมนุษย์ที่มาทีหลัง และก็ต่อด้วยหนังเจนนี่กับตระเกียงวิเศษของประเทศอังกฤษ แล้วปิดท้ายด้วยหนังอเมริกาแล้วคิดดูสิว่าความรู้สึกของเราเด็กไทยที่เติบโตมาจากหนังอินเดียที่หล่อหลอมให้เรารู้จักประวัติพระพุทธเจ้า ก็มาทำให้เราใจกร้าวร้าวขึ้นด้วยหนังรบราฆ่าฟันกันสิบปีก็ไม่จบนั้นได้ แล้วก็หนังยอดมนุษย์ที่ก็เดินเหยียบบ้านเมืองพังทลาย แล้วก็มาอ้ายซุปเปอร์แมนมาแทนที่ในตอนสุดท้ายจนกระทั่งยังหาไม่พบกางเกงใน ในประเทศไทยในเวลานี้ได้55555

แต่เราก็มีพื้นฐานทางด้านจิตใจที่ดีน๊ะในเด็กที่เกิดมาในปี 2501เป็นต้นมาและก็ส่วนมากจะมาอยู่ในสวนลุมฯเสียมากกว่าในเวลานี้กันได้ ไม่คิดเลยว่าจะต้องเกิดมาเป็นผู้ปกป้องประเทศไทย และก็ให้คิดถึงอดีตที่ผ่านมาจนปัจจุบัน อ้ายซุปเปอร์แมนตัวนี้นั้นมันสำมะคัญกว่าชาติอื่นใด เพราะมันไม่สามารถไปจากประเทศไทยได้ นอกเสียจากมันจะพบกางเกงในที่มันทำหายก่อนให้เจอนั้นก็ยังไม่แน่ใจว่ามันจะบินกลับไปนั้นได้ เพราะมันอาจจะต้องหาเบอร์กางเกงในจนกว่าจะเจอเพราะกางเกงเบอร์ S นี่มักจะไม่ค่อยมีในประเทศไทยเพราะไม่ค่อยมีคนอดอยากที่จะใส่เบอร์นี้ได้ นอกจากเด็กทารกปัญญาอ่อนเท่านั้น และอาจจะไปอยู่ในมือของพวกเฒ่าทารกในประเทศไทยก็ได้แต่ไม่รู้ว่าเป็นใคร 55555

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
เฮ๊อ!
เรทกระทู้
« ตอบ #439 เมื่อ: 2 พ.ค. 14, 16:51 น »
 

q*061คุณ destinygoal ในบรรดาประเทศที่กล่าวมาที่ได้มาติดต่อลงทุนค้าขายกับไทย อ้ายยอดมนุษย์ประสบความสำเร็จมากกว่าชาติอื่นใด สามารผลิตยวดยานพาหนะของยอดมนุษย์นี่น๊ะที่บดขยี้ผืนแผ่นดินไทย ทั้งคน สัตว์ สิ่งของ หล่นระเนระนาดพลิกคว่ำคะมำหงาย ผู้คนล้มตายกันทุกวันจนเกือบจะหมดสายพันธุ์ไทยไปแล้วนั้นได้ ส่วนอ้ายซุปเปอร์แมนนี่ก็เครื่องมือสื่อสารและก็มีเครือข่ายผสมผสานอยากจะลอกเลียนแบบโดยที่พี่ไทยก็ยิ้มรับโดยดุษฐี รับได้หมดทุกชาติที่จะเอามาลงทุนในประเทศไทยนี้่พี่ไทยยอมเป็นหนูทดลองก่อนชาติอื่นใด หากว่ามันขัดข้องพี่ไทยต้องตายไปก็จะเรียกเก็บรถยนต์นั้นมาซ่อมแซมใหม่ พี่ไทยเป็นหนูทดลองทุกอย่าง ไหนจะรถยนต์ ไหนจะยา ไหนจะนมที่ส่งเข้ามาเลี้ยงเด็กทารกทุกวันนี้น๊ะแต่เด็กไทยเกิดมาเป็นตุ๊ดเป็นเกย์กันทั้งหมดนั้นมันคือนมที่ส่งมาจากต่างชาติไหมนั่นคิดกันบ้างไหม เมื่อก่อนไม่เห็นจะมีตุ๊ดเกย์จะมากมายแต่ประการใด เดี๋ยวนี้เป็นเกือบหมดประเทศแล้ว ๆ ยังจะบอกว่าทหารไทยมีศักยภาพติดอันดับที่ 24 ของโลกนี้มันค้านกับเด็กไทยที่เห็น ๆ กันอยู่ในทุกวันนี้ที่ในอนาคตนี่เรายังนึกไม่ออกว่าทหารประเทศไทยจะมีลักษณะสะเทิ้นน้ำสะเทิ้นบกกันหรือไม่อย่างไร เพราะมีสองเพศในตัวคนเดียวกันคงจะมันส์มั๊งกับการสู้รบกับต่างชาติภาษาในอนาคตนั้นได้ q*026 ก็ลองคิดเถิดว่าที่พูดมานี่มันตรงประเด็นกับประเทศไทยในเวลานี้บ้างไหม ที่ผู้มีอำนาจปิดหูปิดตาปิดทวารทั้ง ๕ เพราะรักษาประเทศไทย q*027

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
คงลืมตัวมั๊ง!
เรทกระทู้
« ตอบ #440 เมื่อ: 2 พ.ค. 14, 17:03 น »
 

q*061ปิดงาน ๓ วันนี่ก็คงไม่ค่อยจะมีอะไรสนุกสนานเท่าไหร่คงจะพบกับฝนฟ้าคะนองเสียมากกว่าที่จะเห็นคนไทยคะนองกันนั้นหนาในกรุงเทพมหานครนั้นได้ เพราะอะไรมันจะเหนือฟ้าไปได้ ถึงฝนจะต้องตกสักแค่ไหนก็คงไม่ทำให้หัวใจไทยในสวนลุมฯ คิดกลับลำแต่ประการใด เขาคงจะคิดแต่เดินหน้าหาทางออกประเทศไทยในวิถีทางที่พวกเขาได้ตกลงใจกันเอาไว้ คิดว่ามิใช่ที่ผู้นำที่เป็นลุงกำนันสักเท่าไหร่ เพราะผู้นำฝ่ายค้านและนักการเมืองทั้งหมดคิดผิด ที่จะเอาชนะประชาชนไทย เพราะว่าเขาเอือมระอากับคำว่า นักการเมืองอย่างมากมาย และก็อยากจะบอกว่าในขณะนี้นักการเมืองยังไม่รู้ตัวอีกหรือว่า ตัวเองเป็นใคร สถานะตัวเองนั้นมันยิ่งใหญ่ที่จะไปตัดสินใจให้ประชาชนที่จะเชื่อถือรับฟังกันได้อีกกระนั้นหรือ

นักการเมืองคือคนที่ประชาชนเลือกเข้ามา แล้วเมื่อประชาชนเขาเมินหน้า ก็ยังไม่รู้ว่าสถานะตัวเองนั้นมันก็แค่ ประชาชนคนธรรมดา เท่านั้นไม่ใช่เจ้าคนนายคน รู้กันบ้างไหม หรือคิดว่าตัวเองเป็นเจ้าคน นายคนไปแล้วถึงไม่รู้สำนึกในเวลานี้ว่าตัวเองเป็นขี้ข้ารับใช้ประชาชนมิใช่คนที่จะเป็นขี้ข้ารับใช้นายใหญ่ที่ได้ซื้อตัวเองมาเป็นลูกสมุนคอยยกมือขึ้นมือลงในสภาแต่อย่างใด ถามว่าสติปัญญาคิดไม่เป็นหรือว่าก่อนจะเข้ามาสมัครเป็นผู้แทนจนได้รับเลือกเป็นผู้แทนนี่ ตัวเองนี่เป็นอะไร มีสถานะไหน อย่างนี้เขาอาจจะบอกว่าให้ไปชะโงกหน้าดูเงาตัวเองในกะลาบ้างว่าตัวเองคือคือใคร สำคัญผิดไปแล้วหรือไม่ แต่งตัวสวยโก้หรูทำเป็นเจ้าคน นายคน มันหลงลืมตนกันมากไปแล้วจะบอกเอาไว้ให้ q*061

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
โทษฐานที่เจริญ!
เรทกระทู้
« ตอบ #441 เมื่อ: 2 พ.ค. 14, 17:14 น »
 

q*061คุณ destinygoal มีข่าวรถไฟชนกันที่เกาหลีใต้ คุณคิดว่าอย่างไรล่ะอย่างที่เราพูดให้ข้อคิดเอาไว้ นี่แหละเวรกรรมจริง ๆ น๊ะซ้ำแล้วซ้ำเล่าสงสารบันคีมูนคงจะเศร้าไม่รู้จะทำอย่างไร นี่ก็คงจะเป็นวิบากกรรมของบันคีมูนนั้นไหม เราก็ได้แต่แบ๊ะ แบ๊ะ ไปเท่านั้น นี่ดีน๊ะว่าไทยนั้นไม่ได้ทันสมัยเยี่ยงเกาหลีใต้สักเท่าไหร่ นี่ก็ต้องดูเกาหลีใต้เป็นตัวอย่างว่าหากทำประเทศเจริญก้าวหน้ากว่าชาติยุโรปนั้นจะเป็นเยี่ยงใด q*061

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
จริงไหม!
เรทกระทู้
« ตอบ #442 เมื่อ: 2 พ.ค. 14, 18:01 น »
 

q*061คิดว่าที่ไทยเราคงไม่เพราะว่าหากว่ามีเหตุการณ์ที่เกิดความวุ่นวาย เสธอ้าย! โมเดล จะถูกขึ้นมาใช้อย่างแน่นอนชัวร์ แล้วจะหาว่าไม่เตือนไม่ได้ เพราะว่านี่คือลูกระเบิดสุดท้ายของประเทศไทยที่มีอยู่ทุกอณูในหมู่เหล่าประชาชนคนไทย เพราะไม่เยี่ยงนั้นอาจจะเพลี่ยงพล้ำตกเป็นขี้ข้ารองบ่อนอเมริกา ญี่ปุ่น ในที่สุดนั้นได้ q*073

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #443 เมื่อ: 2 พ.ค. 14, 19:18 น »
 

ชีวิตก็ต้องเดินหน้ากันต่อไปครับ ขณะนี้ของก็ขึ้นราคาเป็นว่าเล่นเลยครับ...

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #444 เมื่อ: 5 พ.ค. 14, 08:58 น »
 

เสาร์-อาทิตยผืท่านคงหยุดไปทำธุระวันนี้คงได้มาคุยกันต่อครับท่านจูครับ..

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #445 เมื่อ: 6 พ.ค. 14, 09:27 น »
 

เมื่อศาลตัดสินแล้วทุกอย่างคงจะดีขึ้นครับ...

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
จะเอาอย่างไร!
เรทกระทู้
« ตอบ #446 เมื่อ: 6 พ.ค. 14, 09:34 น »
 

q*061 หากประเทศไทยเป็นตัวตลกของอาเซียนเพราะเป็นโรคมะเร็งที่ชี้่ให้เห็นเสมือนโจ๊กเกอร์ในเรื่องมนุษย์ค้างคาวกับโรบิ้น ก็คงจะต้องจับโจรโจ๊กเกอร์ตัวนี้มาดองเสมือนกับซีอุยเพื่อจะได้ให้คนรุ่นหลังได้เห็นหน้าและได้ศึกษาความเป็นไปในการที่มีคนๆ หนึ่งทำให้ประเทศไทยเกิดผลเสียหาย

และก็อยากจะบ่งชี้ให้ปิดประเทศในทันทีเพื่อระงับโรคมะเร็งร้ายที่จะลุกลามคุกคามไปทั่วอาเซียนต่อไปนั้นได้ ต้องปิดประเทศเพื่อขจัดโรคนี้ให้หายขาดภายในชาติเพื่อมิให้เกิดผลเสียต่อประเทศไทยอีกต่อไป เราสามารถกระทำให้โลกนี้เห็นได้ว่า เราจำเป็นต้องปิดเพื่อปรับปรุงประเทศกันครั้งยิ่งใหญ่ เพื่อที่จะได้ทำการเปิดประเทศใหม่ในบริบทที่จะไม่เป็นพิษต่อชาติสมาชิกอาเซียนอีกต่อไป

มันแปลกสำหรับไทยกับพม่า เพราะว่าเมื่อพม่าเปิดประเทศเพื่อการค้าเสรีแต่ประเทศต้องปิดประเทศคิดบัญชีกับพวกที่ทำไม่ดีภายในประเทศไทยก่อนที่จะเชื่อมโยงกับพม่านั้นได้ เพราะไม่เช่นนั้นพม่าอาจจะได้รับภัยคุกคามเข้าไปทำลายประเทศตัวเองนั้นได้ คงไม่ผิดหรอกน๊ะสำหรับประเทศไทยเพราะว่าได้รับบทเรียนทั้งเปิดและปิดแล้วหนาว่าเป็นเยี่ยงใด เปิดก็ตกเป็นเบี้ยล่างของต่างชาติภาษา ปิดต่างชาติก็ยังด้านหน้าคุกคามประเทศทุกวันไป q*061

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
คิด สิ คิด
เรทกระทู้
« ตอบ #447 เมื่อ: 6 พ.ค. 14, 09:47 น »
 

q*061 ความจริงสภาหอการค้าระหว่างไทยกับพม่าน่าจะจับมือกันในการที่จะเชื่อมโยงธุรกิจร่วมกันว่าจะพากันลงเหวไปด้วยกันไป ด้วยการศึกษาถึงข้อดีและข้อเสียในการลงทุนไม่ว่าในกรณีใด ๆ ที่จะต้องไม่ให้เกิดผลเสียหายทั้งไทยและพม่าเพื่อให้เกิดความมั่นคงในการพัฒนาชาติที่จะร่วมสานต่อกันไปอย่างยั่งยืนนั้นได้่

พม่าเป็นชาติที่ยังมีทรัพยากรมากกว่าประเทศไทย และก็สมควรยกให้เขาเป็นเจ้าพ่อแห่งอาเซียนด้วยซ้ำไป แต่หากเจ้าพ่อกับจ้าวโลกจับมือกัน เจ้าประจำอย่างประเทศไทยก็เสียเปรียบอยู่วันยังค่ำ ควรถามเจ้าพ่อยังเป็นมิตรที่ดีต่อไทยนั้นไหม และหากว่าเพื่อนบ้านของไทยนั้นหนาก็หาได้เป็นมิตรที่ดีต่อไทยนั้นไม่ นับประสาอะไรที่จะต้องไปคบค้าสมาคมด้วยนั้นได้ ทุกวันนี้ก็ตัวใคร ตัวมันอยู่แล้วไม่ว่าจะเป็นมนุษย์ในยุคปัจจุบันหรือกับบ้านเมืองในปัจจุบันที่จะต้องคิดปกป้องผลประโยชน์แต่ของตนเองเพื่อประโยชน์สุขของเหล่าบรรดาประชาชนที่อยู่ในปกครองที่จะต้องให้ได้รับความสุขและความปลอดภัย แต่หากว่าประชาชนในปกครองไม่มีความสุขแต่อย่างใดแล้วมันจะมีประโยชน์อันใดในการที่จะคิดพัฒนาชาติเพื่อให้บังเกิดผลดีต่อต่างชาติภาษาที่จะมาเก็บเกี่ยวสานต่อสาธารณูปโภคต่าง ๆ ที่ไทยได้สร้างเอาไว้เพื่อต่อยอดให้บังเกิดผลดีต่อต่างชาติภาษานำทรัพยากรไปหล่อเลี้ยงบรรดาประชาชนของเขาให้กินดีอยู่ดีนั้นได้ เรื่องนี้ไม่เห็นว่าจะต้องทำการศึกษาแต่อย่างใด คิดเองก็ยังได้และดูข่าวก็ย่อมรู้ว่าประเทศไทยเสียเปรียบแค่ไหน มีการลักลอบตัดไม้ทำลายป่า แต่พม่าไม่ได้รับผลเสียหายแต่ประการใด คิดว่าขึ้นอยู่กับใครผู้นำใจดีกระนั้นหรือ หรือว่าคนไทยเป็นไส้ศึกกันทั้งหมดประเทศไปแล้วนั้นได้ q*061

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
จะลงไหม!
เรทกระทู้
« ตอบ #448 เมื่อ: 6 พ.ค. 14, 10:00 น »
 

q*061กลอนที่เราส่งไปหายไปไหน
เหตุไฉนไม่นำลงให้อ่านได้
ที่จะชี้ให้เห็นถึงเพษภัย
บังเกิดไซร้ในไทยให้รู้กัน

แผ่นดินไหวไม่เคยแรงเช่นวันนี้
แต่ก่อนมีก็เพียงสั่นสั้นสั้น
แต่วันนี้สิบห้านาทีอะไรกัน
อาเพษนั้นให้คิดดูดีดี

อันพิธีกรรมใดที่ศักดิ์สิทธิ์
ให้บังเกิดเนรมิตเป็นสักขี
เข้าต้องใช้คนดีทำพิธี
แต่ว่านี่ดูสิเป็นเยี่ยงใด

ก็นี่แหละเขาถึงว่าประเทศไทย
ให้คนดีปกครองไซร้แล้วไฉน
มาวันนี้ป่นปี้ทุกวันไป
ต้องบรรลัยต่อไปให้ดูกัน

แล้วคนชั่วยังไม่รู้สึกหรอก
ทำกลับกลอกหน้าด้านน่าขำขัน
ข้าจะอยู่ให้รู้ใครอยู่นาน
แผ่นดินไหวก่อนศาลเห็นหรือยัง

หากว่ายังดื้อดึงทำแข็งขืน
จะสะอื้นทั้งจังหวัดต้องมนต์ขลัง
จังหวัดไหนไม่รักชาติอาจจะพัง
ธรรมชาติปกครองโดยธรรมกระนั้นแล q*039

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ไหม!
เรทกระทู้
« ตอบ #449 เมื่อ: 6 พ.ค. 14, 10:21 น »
 

q*070 ยังไม่ทันทำพิธีกาลีไล่
ก็บังเกิดแล้วไซร้ให้เห็นนี่
ก็อยากให้กาลีทำพิธี
มันก็เป็นเยี่ยงนี้ที่เห็นเอย. q*061

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

หน้า: 1 ... 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม