หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: ปมใหม่ แฉนักบิน MH370 เศร้าใจเมียแยกออกจากบ้าน อาจขับเครื่องอย่างไร้จุดหมาย  (อ่าน 1890 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 26 มี.ค. 14, 19:43 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

ปมใหม่ แฉนักบิน MH370 เศร้าใจเมียแยกออกจากบ้าน อาจขับเครื่องอย่างไร้จุดหมาย



สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 26 มี.ค.ว่า เพื่อนนายซาฮาเรีย อาห์เหม็ด ชาห์ นักบินผู้ควบคุมเครื่องบินโบอิ้ง 777 สายการบินมาเลเซีย แอร์ไลนส์ ซึ่งหายสาบสูญ และถูกประกาศว่าตกทะเลอินเดีย ส่งผลให้ผู้โดยสาร 239 คนเสียชีวิตทั้งลำ เปิดเผยว่า นายซาฮาเรีย ไม่ได้อยู่ภาวะจิตใจพร้อมที่จะปฎิบัติหน้าที่นักบิน เนื่องจากก่อนหน้านี้เขาต้องโศกเศร้าสะเทือนอารมณ์กับกรณีภรรยาของเขาแยกออกจากบ้าน และทำให้เขาอาจขับเครื่องบินอย่างใจลอยไร้จุดหมายได้ และว่า ความสัมพันธ์ของเขากับภรรยาต้องสะบั้นพังลง เพราะกัปตันซาฮาเรียไปนอกใจมีความสัมพันธ์กับผู้หญิงอีกคน ทำให้ภรรยาของเธอไม่พอใจ และตัดสินใจย้ายออกจากบ้านของเขา

การเปิดเผยใหม่นี้มีขึ้นหลังจากผู้เชี่ยวชาญบอกว่า เครื่องบินโบอิ้ง 777 เที่ยวบิน MH370 ได้บินอย่างสูงเหนือจากพื้นดินในระดับ 43,000-45,000 ฟุต หลังมีการสื่อสารครั้งสุดท้ายจากห้องนักบิน ระดับดังกล่าว เป็นระดับชั้นบรรยากาศที่ไร้อ๊อกซิเจน และการใช้หน้ากากออกซิเจนในเครื่องบินไม่เพียงพอที่จะช่วยให้ผู้โดยสารฟื้นคืนสติ โดยแหล่งข่าวระบุว่า มีการตรวจจับพบว่า เครื่องบินได้บินสูงในระดับดังกล่าวเป็นเวลา 23 นาทีก่อนลดระดับการบิน ซึ่งตามหลักการแล้ว อ๊อกซิเจนจะหมดลงภายในเวลา 12 นาทีจากภาวะการบินดังกล่าว และอาจทำให้ผู้โดยสารหมดสติ

ติดตามข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่!!

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

add
เรทกระทู้
« ตอบ #1 เมื่อ: 26 มี.ค. 14, 19:51 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

มาเลย์พบวัตถุ122ชิ้นมหาสมุทรอินเดียคาดโยงMH370



มาเลเซีย เผย ภาพถ่ายจากดาวเทียม พบ วัตถุ 122 ชิ้น คาดโยงค้นหาเครื่องบินสายการบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ส เที่ยวบิน MH370

ฮิชามมุดดิน ฮุสเซน รักษาการรัฐมนตรีกระทรวงคมนาคมมาเลเซีย กล่าวว่า ความคืบหน้าการค้นหาเครื่องบิน เที่ยวบินเอ็มเอช 370ของสายการบินมาเลเซียแอร์ไลน์ส พร้อมผู้โดยสารกับลูกเรือกว่า 200 คนที่สูญหายไปตั้งแต่วันที่ 8 มี.ค.ที่ผ่านมา ล่าสุด ภาพถ่ายดาวเทียมได้บันทึกภาพวัตถุที่น่าจะเป็นชิ้นส่วนของเครื่องบินดังกล่าวจำนวน 122 ชิ้น บริเวณพื้นที่ 400 ตารางกิโลเมตรของมหาสมุทรอินเดีย ห่างจากเมืองเพิร์ธไปประมาณ 2,557 กิโลเมตรวัตถุบางชิ้นมีความยาว 1 เมตร ส่วนชิ้นอื่นๆ มีความยาวถึง 23 เมตร โดยภาพดังกล่าวมาจากแอร์บัสดีเฟนซ์ แอนด์ สเปซ ในฝรั่งเศส


ติดตามข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่!!

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #2 เมื่อ: 26 มี.ค. 14, 20:03 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เครื่องบินมาเลเซียลงจอดปลอดภัย หลังไฟไหม้กลางอากาศ



26 มี.ค. - เครื่องบินสายการบินมาลินโดแอร์ สายการบินน้องใหม่ของมาเลเซีย ต้องลงจอดระหว่างเที่ยวบินในประเทศวันนี้ เนื่องจากเครื่องยนต์ด้านหนึ่งไฟไหม้

สายการบินมาลินโดแอร์ของมาเลเซียแถลงว่า เครื่องบินลงจอดอย่างปลอดภัยและไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นขณะมาเลเซียยังคงค้นหาเครื่องบินสายการบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ ที่สูญหายเมื่อวันที่ 8 มีนาคมที่ผ่านมา พร้อมผู้โดยสาร 239 คน ซึ่งคาดว่าตกในมหาสมุทรอินเดีย แต่ยังหาตำแหน่งชิ้นส่วนและเครื่องบินไม่พบจนถึงตอนนี้

สายการบินมาลินโดแอร์ ซึ่งเริ่มกิจการเมื่อปีก่อน แถลงว่า เครื่องบินกำลังเดินทางจากสนามบินซูบัง ใกล้กรุงกัวลาลัมเปอร์ เพื่อไปยังรัฐตรังกานูทางชายฝั่งตะวันออกของมาเลเซีย หลังระบบป้องกันไฟไหม้เตือนขึ้น แต่ยังไม่ทราบสาเหตุ.-สำนักข่าวไทย

ติดตามข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่!!

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #3 เมื่อ: 26 มี.ค. 14, 20:11 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ชาวเน็ตแชร์ คลิปคลื่นยักษ์มหาสมุทรอินเดียที่ ตามหาเครื่องบิน MH370



โลกออนไลน์แชร์คลิปภาพความน่ากลัวของมหาสมุทรอินเดียขณะเจอคลื่นลม จุดที่มาเลเซียระบุว่าเครื่องบิน MH370 ตก

(26 มี.ค.) ในโลกออนไลน์แชร์คลิปมหาสมุทรอินเดียขณะเจอคลื่นลม ซึ่งคลิปดังกล่าวใช้ชื่อว่า MH370: SAR Mission at Indian Ocean มีความยาวประมาณ 4.21 นาที ในภาพปรากฏเป็นเรือขนาดใหญ่ที่แล่นอยู่กลางมหาสมุทรอินเดีย ซึ่งกลางมหาสมุทรกำลังเผชิญกับคลื่นลมที่รุนแรง

ทั้้งนี้ คลิปดังกล่าวถูกระบุว่าเป็นมหาสมุทรอินเดีย จุดที่ทางการของมาเลเซียคาดว่า เครื่องบินมาเลเซีย เที่ยวบิน MH370 ตกและจมลงใต้ทะเลที่มหาสมุทรอินเดีย

อนึ่ง มหาสมุทรอินเดีย เป็นผืนน้ำที่มีขนาดกว้างใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก กินพื้นที่ประมาณ 20% ของพื้นน้ำในโลก

ติดตามข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่!!

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #4 เมื่อ: 26 มี.ค. 14, 20:33 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก malaysiaairlines.com

ผู้เชี่ยวชาญชี้ การค้นหาซากและกล่องดำของเครื่องบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ส MH370 ทำได้ยากขึ้น เนื่องจากเครื่องตกใกล้แนวภูเขาไฟใต้มหาสมุทร และแผนที่ก็ล้าสมัย

เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2557 เว็บไซต์เดอะมาเลเซียนอินไซด์เดอร์ รายงานว่า การค้นหาเที่ยวบิน MH370 ของสายการบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ส และกล่องดำ ดูเหมือนว่าจะกลายเป็นภารกิจที่ยากลำบากยิ่งขึ้น เนื่องจากนักภูมิศาสตร์เชื่อว่า ชิ้นส่วนของเครื่องบินลำนี้นั้น น่าจะอยู่ใกล้แนวภูเขาไฟใต้ทะเลขนาดยักษ์ นอกจากนี้ เรือเดินสมุทรของออสเตรเลียเพียงลำเดียวที่สามารถเดินเรือในน้ำลึก 3,000 เมตรนั้น ก็จะถูกปลดประจำการในเดือนธันวาคมนี้

นายโรบิน บีแมน นักภูมิศาสตร์ทางน้ำจากมหาวิทยาลัยเจมส์ คุก กล่าวว่า พื้นดินใต้มหาสมุทรอินเดียรวมทั้งบริเวณที่เครื่องบินสูญหายนั้น มีรายละเอียดบนแผนที่น้อยมาก จึงอาจทำให้ความพยายามในการค้นหาซากเครื่องบินต้องใช้วิธีการทำแผนที่แบบ 3 มิติ ด้วยเรือที่ติดตั้งเครื่องมือสำรวจความลึก (multibeam echo sounders) ที่จะส่งคลื่นเสียงออกไปให้กระจายในรูปของใบพัด เพื่อสะท้อนความลึกของพื้นผิวใต้ท้องทะเลกลับสู่เรือโดยตรง

นายโรบิน บีแมน ยังกล่าวว่า ชิ้นส่วนที่ดาวเทียมค้นพบนั้น อยู่ห่างไปไม่กี่กิโลเมตรจากแนวภูเขาไฟใต้ทะเลที่ยังคงคุกรุ่น ในทางตะวันออกเฉียงใต้ของสันเขาใต้มหาสมุทรอินเดีย ซึ่งในบริเวณนั้นแทบไม่มีการทำแผนที่ออกมาเลย และอาจจะต้องทำแผนที่ขึ้นมาใหม่ทั้งหมด ซึ่งหมายความว่ามันอาจจะเป็นเรื่องยากในการค้นหาชิ้นส่วนที่เหลือหากไม่มีแผนที่และเรือขนาดใหญ่ เนื่องจากภูมิประเทศที่ซับซ้อนของสันเขาใต้น้ำ และแผนที่ที่มีนั้นก็เป็นแผนที่ที่ทำขึ้นเมื่อ 20 ปีที่แล้ว ด้วยเครื่องมือที่ล้าสมัย

นอกจากนี้ ยังมีการคาดการณ์ว่า ชิ้นส่วนของเครื่องบิน MH370 อาจจะถูกพัดไปติดชายหาดทางฝั่งตะวันตกของออสเตรเลียในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า และในขณะนี้หน่วยกู้ภัยก็พยายามเร่งทำงานอย่างหนัก ก่อนถึงฤดูหนาวที่ใกล้เข้ามาแล้ว
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #5 เมื่อ: 27 มี.ค. 14, 07:19 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ดาวเทียมฝรั่งเศสพบวัตถุ 122 ชิ้น ลอยกลางมหาสมุทรอินเดีย

ดาวเทียมฝรั่งเศส พบวัตถุปริศนา 122 ชิ้น ในมหาสมุทรอินเดีย

ดาวเทียมฝรั่งเศส พบวัตถุปริศนา 122 ชิ้น ในมหาสมุทรอินเดีย

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก ทวิตเตอร์ @yoware

มาเลเซียเผยพบวัตถุปริศนา 122 ชิ้น โผล่ในมหาสมุทรอินเดีย ผ่านภาพถ่ายดาวเทียมจากฝรั่งเศส

เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2557 สำนักข่าวบีบีซี รายงานว่า ภาพถ่ายดาวเทียมจากฝรั่งเศส พบวัตถุ 122 ชิ้น ลอยกลางมหาสมุทรอินเดีย ห่างชายฝั่งเมืองเพิร์ธของออสเตรเลียไปราว 2,557 กิโลเมตร คาดเป็นซากเที่ยวบิน MH370

รายงานระบุว่า ทางการมาเลเซียได้ออกแถลงการณ์ครั้งล่าสุดในวันนี้ (26 มี.ค.) เปิดเผยเกี่ยวกับภาพถ่ายผ่าน ดาวเทียมจากฝรั่งเศส ที่ถ่ายได้เมื่อวันที่ 23 มีนาคมที่ผ่านมา แสดงให้เห็นวัตถุปริศนากว่า 122 ชิ้น ลอยอยู่ในมหาสมุทรอินเดีย ในบริเวณเดียวกัน โดยมีตั้งแต่วัตถุขนาด 1 เมตร ไปจนถึง 23 เมตรเลยทีเดียว ทั้งหมดมีสีสว่างแต่ไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นสีอะไร

อย่างไรก็ดี นอกจากภาพถ่ายดาวเทียมจากทางฝรั่งเศสแล้ว ทางการมาเลเซียเองยังได้รับภาพถ่ายดาวเทียมอีก 3 ภาพ จากออสเตรเลีย จีน และฝรั่งเศส แต่ยังไม่สามารถฟันธงได้ว่านั่นคือชิ้นส่วนของเที่ยวบิน MH370 ยังต้องรอการสืบสวนกันต่อไป

เครดิต กระปุกดอทคอม

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #6 เมื่อ: 27 มี.ค. 14, 07:20 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เผยความเป็นไปได้กัปตัน MH370 ก่อวินาศกรรม หลังมีปัญหาครอบครัว

กัปตันซาฮารี อาหมัด ชาห์
กัปตันซาฮารี อาหมัด ชาห์


เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก mh370photos.blogspot.com

ทีมสืบสวน MH370 สันนิษฐานกัปตันชาห์อาจก่อวินาศกรรมบนเครื่อง ด้านเพื่อนสนิทเผยกัปตันเพิ่งแยกทางกับภรรยาก่อนบินและเครียดกับปัญหาชีวิต

เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2557 เว็บไซต์เดลี่เมลของอังกฤษ รายงานความคืบหน้าการสืบสวนเหตุ MH370 ดิ่งมหาสมุทรอินเดียว่า ทีมสืบสวนกำลังพุ่งเป้าไปที่สภาพจิตใจของกัปตันซาฮารี อาหมัด ชาห์ หลังพบความเป็นไปได้ว่ากัปตันอาจควบคุมเครื่องบินไต่ระดับสูงถึง 45,000 ฟุต ระหว่างหายไปจากเรดาร์ ซึ่งนั่นเป็นระดับที่จะทำให้ขาดออกซิเจน สันนิษฐานกัปตันอาจจงใจก่อเหตุโดยวางแผนไว้ล่วงหน้า

รายงานระบุว่า ทีมสืบสวนเหตุเครื่องบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ส MH370 สูญหาย กำลังสืบสวนความเป็นไปได้เกี่ยวกับปัญหาสภาพจิตของกัปตันซาฮารี อาหมัด ชาห์ ที่อาจเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนเส้นทางบินก่อนตกลงในมหาสมุทรอินเดีย หลังจากเรดาร์ของกองทัพอากาศมาเลเซียตรวจพบว่า MH370 บินที่ความสูงระหว่าง 43,000-45,000 ฟุต หลังระบบสื่อสารจากห้องนักบินถูกปิดไป และยังคงบินในระดับดังกล่าวอีก 23 นาที ก่อนเครื่องบินจะลดระดับลงมา

จากข้อมูลเรดาร์ดังกล่าว ทำให้ผู้เชี่ยวชาญในวงการการบินหลายคนเห็นพ้องไปในทิศทางเดียวกันว่า หากว่าตามข้อสันนิษฐานนี้ ผู้โดยสารบนเครื่องบินน่าจะหมดสติหลังจากเปลี่ยนเส้นทางการบินเพียงไม่นานนัก เพราะถ้าเครื่องบินบินในระดับ 43,000-45,000 ฟุต เพียง 12 นาที ออกซิเจนบนเครื่องก็น่าจะหมดแล้ว แต่ MH370 บินอยู่ในระดับดังกล่าวนานถึง 23 นาที ก่อนลดระดับการบินลง

สำหรับข้อสันนิษฐานดังกล่าว รอน บิชอป หัวหน้าการบินจากมหาวิทยาลัยเซ็นทรัล ควีนส์แลนด์ ได้เปิดเผยเพิ่มเติมว่า หลังจากนักบินเปลี่ยนเส้นทางบิน และไต่ระดับการบินสูงสุดถึง 45,000 ฟุตแล้ว นักบินเองก็น่าจะหมดสติเช่นกัน แต่ที่เครื่องบินลดระดับลงได้หลังจากนั้น อาจเป็นเพราะนักบินเปลี่ยนไปใช้ระบบการบินอัตโนมัติ หรือออโต้ ไพลอต ก่อนหมดสติ จึงทำให้เครื่องบินบินไปเรื่อย ๆ อย่างไม่มีจุดหมาย จนกระทั่งน้ำมันหมดและตกลงกลางมหาสมุทรอินเดีย

ขณะเดียวกัน ด้านเพื่อนนักบินของกัปตันชาห์ ที่คบหากันมานาน ได้ออกมาเปิดเผยว่า จริง ๆ แล้วกัปตันชาห์เป็นนักบินที่เยี่ยมยอด แต่ก่อนที่กัปตันชาห์จะบินเที่ยวบินดังกล่าว เขามีสภาพจิตใจที่ไม่ปกตินัก เพราะเพิ่งแยกทางกับภรรยา หลังภรรยาจับได้ว่ากัปตันชาห์แอบคบชู้ และเธอก็ได้ตัดสินใจหอบลูกหนีออกจากบ้านก่อนหน้านั้น 1 วัน อาจเป็นไปได้เหมือนกันว่า ด้วยสภาพจิตเช่นนี้ เขาอาจทำอะไรที่เลวร้ายลงไปอย่างไม่คาดคิดมาก่อน

อย่างไรก็ดี นี่เป็นเพียงข้อสันนิษฐานทฤษฎีหนึ่งในหลาย ๆ ทฤษฎีเท่านั้น ทีมสืบสวนยังคงทำงานกันอย่างต่อเนื่องเพื่อไขปริศนาการหายไปของเที่ยวบิน MH370 นี้ ขณะที่ทีมค้นหาเองก็เริ่มปฏิบัติการค้นหาซากเครื่องบินในมหาสมุทรอินเดียอีกครั้งในวันนี้ (26 มี.ค.) หลังจากที่วานนี้ได้ยุติการค้นหาชั่วคราว เพราะสภาพอากาศเลวร้าย


เครดิต กระปุกดอทคอม

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #7 เมื่อ: 27 มี.ค. 14, 16:27 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

มาเลเซียแอร์ไลน์อาจขาดทุนยับ หลังMH370ตก


สายการบิน มาเลเซีย แอร์ไลนส์ ประสบภาวะขาดทุนในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โศกนาฏกรรมเครื่องบินตกในครั้งนี้ ยังทำให้สายการบินนี้ ประสบปัญหาเลวร้ายขึ้นอีก
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา สายการบินมาเลเซีย แอร์ไลนส์ ขาดทุนมาโดยตลอด แม้ว่า จะปรับกลยุทธ์การบริหารงาน และตัดค่าใช้จ่ายต่างๆ แล้วก็ตาม จนกระทั่งเกิดเหตุเครื่องบิน MH370 ตกครั้งนี้ อาจสร้างหนี้สินให้กับสายการบินถึง 40 ล้านดอลลาร์ โดยก่อนหน้าที่จะเกิดเรื่อง ก็เคยมีการคุยกันก่อนหน้านี้แล้วว่า สายการบินมาเลเซียแอร์ไลนส์ อาจล้มละลาย เพราะรัฐบาลมาเลเซียก็ไม่ได้เข้ามาช่วยแบกรับการขาดทุนใดใดเลย

นอกจากนั้น มาเลเซียแอร์ไลน์ ยังต้องจ่ายเงินทดแทนให้กับครอบครัวผู้โดยสารและลูกเรือที่เสียชีวิตทั้ง 239 คน ซึ่งผู้โดยสารแต่ละคนอาจได้รับเงินชดเชยไม่เท่ากัน ระหว่าง 400,000 - 10,000,000 ดอลลาร์ ซึ่งจะทำให้มาเลเซีย แอร์ไลน์ ต้องจ่ายค่าชดเชยให้ผู้โดยสารอีกจำนวนมหาศาล แม้จะทำประกันไว้ก็ตาม




ที่มา: sanook.com

เครดิต โพสจัง

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #8 เมื่อ: 27 มี.ค. 14, 20:39 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ดาวเทียมไทยโชต พบวัตถุกว่า 300 ชิ้น ในมหาสมุทรอินเดีย คาดเป็น MH370




เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก gistda.or.th

กระทรวงวิทย์ฯ เผย ดาวเทียมไทยโชต ถ่ายภาพชิ้นส่วนวัตถุกว่า 300 ชิ้น ลอยกลางมหาสมุทรอินเดีย คาดเป็นชิ้นส่วนเครื่องบิน MH370 พร้อมเร่งประสานกระทรวงต่างประเทศมาเลเซีย เพื่อส่งภาพถ่ายให้ตรวจสอบอีกครั้ง

วันนี้ (27 มีนาคม 2557) ดร.อานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ หรือ Gitda (จิท-ด้า) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวถึงความคืบหน้าในการร่วมมือกับรัฐบาลมาเลเซีย เพื่อค้นหาเครื่องบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ส เที่ยวบิน MH370 ว่า เมื่อวันที่ 24 มีนาคม ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 10.00 น. ตามเวลาประเทศไทย ดาวเทียมไทยโชตของประเทศไทย สามารถบันทึกภาพวัถตุสีขาวลอยน้ำประมาณ 300 ชิ้น ทางทะเลทางตอนใต้ของมหาสมุทรอินเดียห่างจากเมืองเพิร์ธไปทางตะวันตกเฉียงใต้ราว 2,700 กม.

ทั้งนี้ จุดที่ดาวเทียมไทยโชตพบวัถตุสีขาวลอยน้ำ อยู่ห่างจากจุดที่มาเลเซียร้องขอให้ตรวจสอบกว่า 200 เมตร และจากการตรวจสอบเบื้องต้นยังไม่สามารถระบุได้ว่า ภาพวัถตุสีขาวลอยน้ำประมาณ 300 ชิ้น เป็นชิ้นส่วนเครื่องบิน MH370 หรือไม่ แต่คาดว่าเป็นวัตถุที่มนุษย์สร้างขึ้นมาอย่างแน่นอน ซึ่งหลังจากนี้ เจ้าหน้าที่จะได้ทำการถ่ายภาพในจุดดังกล่าวซ้ำอีกครั้ง

สำหรับผลการค้นหาของดาวเทียมไทยโชตดังกล่าวได้มีการรายงานให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รับทราบแล้ว และล่าสุด นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รักษาการรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้ดำเนินการประสานไปยังประเทศมาเลเซีย เพื่อรายงานความคืบหน้าแล้ว พร้อมกับส่งภาพถ่ายวัตถุดังกล่าวให้ตรวจสอบว่า มีความเกี่ยวข้องกับเครื่องบิน MH370 หรือไม่


เครดิต กระปุกดอทคอม

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #9 เมื่อ: 27 มี.ค. 14, 20:44 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

บ.กฎหมายสหรัฐฯ เตรียมฟ้องโบอิ้ง-มาเลเซีย แอร์ไลน์ส กรณี MH370

บ.กฎหมายสหรัฐฯ เตรียมฟ้องโบอิ้ง-มาเลเซีย แอร์ไลน์ส กรณี MH370


เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม

บริษัทกฎหมายของสหรัฐฯ เตรียมดำเนินการฟ้องบริษัทโบอิ้ง ผู้ผลิตเครื่องบินโบอิ้ง 777 ที่ถูกใช้ในเที่ยวบิน MH370 และฟ้องสายการบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ส ด้วยข้อหาเป็นสาเหตุให้เครื่องบินตกเนื่องจากความขัดข้องทางเครื่องยนต์ หรืออุปกรณ์การบิน

วันที่ 26 มีนาคม 2557 สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานว่า ริบเบค ลอว์ (Ribbeck Law) บริษัทกฎหมายจากชิคาโก สหรัฐฯ กำลังดำเนินการเตรียมฟ้องบริษัทโบอิ้ง และสายการบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ส ด้วยข้อหาเป็นต้นเหตุของโศกนาฏกรรมเที่ยวบิน MH370 โดยทางบริษัทระบุว่า อาจมีความเป็นไปได้ว่าดีไซน์ หรือความบกพร่องในกระบวนการผลิตเครื่องบิน เป็นสาเหตุทำให้เที่ยวบิน MH370 ตกกลางมหาสมุทรอินเดีย พร้อมผู้โดยสารและลูกเรือ 239 คน ซึ่งคาดว่าน่าจะเสียชีวิตทั้งหมดตามแถลงจากทางมาเลเซีย ทั้งนี้แม้จะมีการฟ้องทางสายการบินด้วย แต่โจทก์หลักของการฟ้องร้องครั้งนี้ พุ่งไปที่บริษัทโบอิ้งมากกว่า

โมนิกา เคลลี เจ้าหน้าที่กฎหมายของบริษัท ริบเบค ลอว์ ระบุว่า บริษัทตั้งสมมติฐานไว้ว่า มีอุปกรณ์บางอย่างในห้องควบคุมการบินทำงานผิดพลาด เป็นเหตุให้เกิดไฟไหม้ และทำให้นักบินหมดสติ หรือเกิดจากมีจุดบกพร่องที่ส่วนลำเครื่องบิน ทำให้สูญเสียการควบคุมความดันอากาศในห้องบังคับการบินไป จนนักบินทั้งคู่หมดสติ ทั้งนี้การตั้งสมมุติฐานทั้งสองข้อได้มาจากประสบการณ์เกี่ยวกับเหตุการณ์เครื่องบินตกที่เคยผ่านมา และได้ตัดประเด็นการก่อการร้าย หรือการฆ่าตัวตายของนักบินออกไปอย่างสิ้นเชิง

ทั้งนี้ ริบเบค ลอว์ เป็นตัวแทนการฟ้องร้องในนามของนายจานัวรี ไซร์การ์ ผู้เป็นบิดาของหนึ่งในผู้โดยสารบนเครื่อง และเป็นนักกฎหมายที่รู้จักกับเจ้าหน้าที่ของริบเบค ลอว์ หลังเคยทำงานร่วมกันในคดีจี้เครื่องบินของสายการบินการูด้าอินโดนีเซีย เที่ยวบิน 206 เมื่อปี 2524 โดยคาดว่าทางบริษัทจะถูกเลือกให้เป็นตัวแทนเรียกร้องค่าเสียหายให้แก่ครอบครัวผู้โดยสารอีกเกินกว่าครึ่ง แต่อย่างไรก็ดี จากการตรวจสอบกลับไปยังนายจานัวรี โดยสำนักข่าวรอยเตอร์สของอินโดนีเซีย พบว่านายจานัวรีมีศักดิ์เป็นลุงของผู้โดยสารบนเครื่อง ไม่ใช่บิดาดังที่มีรายงานมาก่อนหน้า

ริบเบค ลอว์ ซึ่งเป็นบริษัทที่เคยทำเรื่องฟ้องร้องจากเหตุเครื่องบินเอเชียน่า แอร์ไลน์ส ของเกาหลีใต้ตกที่สนามบินนานาชาติซานฟรานซิสโก เมื่อปี 2556 จะทำการฟ้องร้องในอีก 2-3 วันข้างหน้า โดยจะฟ้องต่อศาลในสหรัฐฯ เท่านั้น ขณะนี้กำลังรวบรวมรายชื่อครอบครัวของผู้โดยสารที่ต้องการให้บริษัทเป็นตัวแทนให้ และรายชื่อบริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วนเครื่องบินรายย่อย ที่อาจเป็นชิ้นส่วนต้นเหตุของอุบัติเหตุได้ ส่วนจุดประสงค์ของการฟ้องร้องครั้งนี้ เพื่อเรียกร้องเงินชดเชยจำนวนหลายล้านดอลลาร์ให้แก่ครอบครัวของผู้สูญเสีย และต้องการให้บริษัทโบอิ้งทำการซ่อมปรับปรุงเครื่องบินรุ่นโบอิ้ง 777 ของตนเองทั้งหมด นอกจากนี้ยังเรียกร้องให้นักวิทยาศาสตร์ของสหรัฐฯ ยื่นมือให้ความช่วยเหลือในการค้นหาซากเครื่องบิน และร่างของผู้โดยสารด้วย

อย่างไรก็ดี แหล่งข่าวรายงานว่าตัวแทนจากบริษัทโบอิ้งปฏิเสธที่จะพูดถึงเรื่องนี้ ส่วนทางมาเลเซีย แอร์ไลน์ส แหล่งข่าวยังไม่สามารถติดต่อขอความเห็นจากผู้ทำหน้าที่เกี่ยวข้องได้

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:  อาจ บ้าน ออกจาก ขับ เครื่อง 

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม