หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: กรดไหลย้อน ตามทัศนะแพทย์แผนจีน  (อ่าน 436 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 10 เม.ย. 14, 21:50 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

คงไม่มีใครในยุคนี้ที่ไม่รู้จักโรคฮอตฮิต โรคทางเดินอาหารที่สร้างความลำบากในการใช้ชีวิตประจำวันอย่าง กรดไหลย้อน ก่อนที่จะไปทราบถึงที่มาที่ไปและสาเหตุของโรค การพิจารณาเข้ารับการรักษานั้นถือเป็นหนทางเลือกของคนไข้ว่าจะเลือกเส้นทางไหนที่เหมาะสมและไม่เป็นอันตราย

การบำบัดรักษาโรคกรดไหลย้อนทางแพทย์แผนจีน

สยามแพทย์ทางเลือกคลินิก จะทำการรักษาอาการของโรคกรดไหลย้อนตามแต่ละกลุ่มอาการของโรค โดยวิธี

1.การทานยาสมุนไพรจีน ปลอดภัย ไม่มีสารตกค้าง ตามแต่ละกลุ่มอาการและสาเหตุเช่น อาการกรดไหลย้อนจากภาวะเครียดทำให้เกิดภาวะของการไหลเวียนของตับเสียสมดุล ทางแพทย์จีนจะให้ยาสมุนไพรจีนที่เป็นตำรับยารักษาโรคกรดไหลย้อนโดยมีสรรพคุณ ผ่อนคลายระบบตับและปรับสมดุลการทำงานของกระเพาะอาหาร(舒肝和胃) เป็นต้น

2.การฝังเข็มตามแต่ละกลุ่มอาการเพื่อบำบัดอาการกรดไหลย้อน โดยจะมีการฝังเข็มที่บำบัดโรคดังกล่าวเช่น

- จุดจงหว่าน(ตำแหน่งอยู่ระหว่างกึ่งกลางของลิ้นปี่กับสะดือ)

- จุดซานอินเจียว (ตำแหน่งอยู่เหนือตาตุ่มด้านใน ขึ้นมาข้างขาประมาณ 3 นิ้ว

- และจุดฝังเข็มอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องร่วมด้วย อาทิ (จุดไท่ชง, จุดจู๋ซานหลี, จุดเว่ยซู) เป็นต้น

3.การนวดกดจุด เพื่อปรับสมดุลการทำงานของระบบย่อย ทั้งตับ ม้าม กระเพาะอาหาร หูรูดส่วนล่างของหลอดอาหาร เช่น จุดจงหว่าน จุดซานอินเจียว จุดไท่ชง เป็นต้น

ข้อปฏิบัติ สำหรับผู้ป่วยด้วยโรคกรดไหลย้อน

1.ทานอาหารตรงตามเวลา ไม่ทานอิ่มเกิน หรือทานอาหารดึกเกินไปแล้วรีบนอน หลังรับประทานอาหารมื้อดึกควรเดินเพื่อย่อย 10-15 นาที ก่อนนอน

2.สร้างอารมณ์ให้เบิกบาน แจ่มใส ไม่เครียด

3.งดอาหารทอด, มัน, เผ็ด เป็นต้น

4.งดบุหรี่, แอลกอฮอล์, กาแฟและน้ำอัดลม

5.ออกกำลังกายสม่ำเสมอ

สาเหตุของโรคกรดไหลย้อนตามทรรศนะแพทย์จีน

โรคกรดไหลย้อนหรือที่เรียกเป็นภาษาทางการแพทย์ทั่วไปว่า (GERD : Gastroesophageal Reflux Disease) มีสาเหตุเกิดขึ้นได้มากมายแต่พอที่จะสรุปเป็นหลักๆ ได้ดังนี้

1.กลุ่มโรคที่เกิดจากพลังชี่ของกระเพาะอาหารไม่สมดุล นั้นคือไหลเวียนย้อนขึ้นสู่ด้านบนจนเสียสมดุล ซึ่งโดยปกติแล้วทิศทางการไหลเวียนพลังชี่ของอวัยวะภายในร่างกายมีทั้งขึ้น-ลงและเข้า-ออกจะต้องสมดุลกัน ร่างกายจึงทำงานได้ปกติ เช่น ม้ามและกระเพาะอาหารต่างเป็นอวัยวะสำคัญในระบบย่อยอาหาร แต่ทิศทางการไหลเวียนของพลังชี่กลับตรงข้ามกัน กล่าวคือพลังชี่ของม้ามจะต้องไหลเวียนขึ้นสู่ด้านบนเพื่อลำเลียงสารอาหารที่ย่อยแล้วขึ้นไปที่ปอดและหัวใจ ซึ่งเป็นอวัยวะที่มีตำแหน่งอยู่เหนือกว่าม้ามเพื่อหล่อเลี้ยงร่างกาย ส่วนพลังชี่ของกระเพาะอาหารจะต้องไหลเวียนลงสู่ด้านล่าง ช่วยผลักดันอาหารจากกระเพาะอาหารลงสู่ลำไส้เล็กเพื่อย่อยและดูดซึมต่อ และขับกากอาหารลงสู่ลำไส้ใหญ่เพื่อขับถ่ายออกจากร่างกายกระเพาะอาหารจะได้มีที่ว่างรองรับอาหารใหม่

ฉะนั้นหากพลังชี่ของกระเพาะอาหารไหลเวียนลงสู่ด้านล่างไม่ดีเท่าที่ควร ก็จะทำให้การบีบตัวของกระเพาะอาหารลดลง ส่งผลให้อาหารคั่งค้างอยู่ในกระเพาะอาหารนานเกินไป ทำให้เกิดอาการท้องอืดท้องเฟ้อคล้ายอาหารไม่ย่อย ปวดท้อง เบื่ออาหารและท้องผูก หากปล่อยไว้เรื้อรังพลังชี่ของกระเพาะอาหารก็จะไหลเวียนย้อนขึ้นสู่ด้านบน ทำให้การบีบตัวของหลอดอาหารและกระเพาะอาหารผิดปกติพร้อมทั้งเพิ่มแรงดันในกระเพาะอาหาร ส่งผลให้หูรูดหลอดอาหารหย่อนตัวและเปิดออกบ่อยขึ้นจนเกิดภาวะกรดไหลย้อน

2.ภาวะหย่อนสมรรถภาพของหูรูดส่วนล่างของหลอดอาหาร (lower esophageal sphincter) ซึ่งปัจจัยที่ก่อให้เกิดการหย่อนสมรรถภาพของหูรูดดังกล่าวมีมากมาย ทั้งสภาพทางฟิสิกส์ของร่างกายในเวลานั้น แอลกอฮอล์ คาเฟอีน บุหรี่ ไขมัน โรคอ้วน โรคเบาหวาน เป็นต้น แต่ถ้าหากจะกล่าวถึงสาเหตุที่แน่ชัดของการเสื่อมของหูรูดดังกล่าว ในทางการแพทย์ยังไม่เป็นที่แน่ชัด

3.การทานอาหารไม่ตรงเวลา หรือ ในปริมาณที่ไม่เหมาะสมเช่นมากเกินไป จะส่งผลต่อการทำงานของระบบม้ามในทางแพทย์จีน ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวนี้สามารถทำให้เกิดภาวะพร่องหรืออ่อนแอ รวมถึงไม่สามารถควบคุมการหลั่งกรดให้เหมาะสมกับอาหารที่รับเข้ามาได้ การรักษาจึงจำเป็นที่จะต้องให้ยาที่สามารถปรับสมดุลระบบม้าม ร่วมกับยาที่สามารถบรรเทาอาการกรดไหลย้อนได้ ประกอบกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของคนไข้เอง เพื่อเป็นการรักษาโรคให้หายขาดได้

ดังนั้นจะเห็นได้ว่า การรักษาโดยแพทย์จีนนั้นมิใช่เป็นเพียงการให้ยาสมุนไพรที่มีผลบรรเทาอาการกรดไหลย้อนได้เท่านั้น หากแต่มีความจำเป็นที่จะต้องมีการเสริมสร้าง ปรับสมดุลระบบม้ามและกระเพาะอาหาร (健脾和胃) เพื่อเป็นการเสริมสร้างความแข็งแรง มากกว่าที่จะบรรเทาอาการกรดไหลย้อนเป็นครั้งคราว

4. ความเครียด มีผลต่อระบบตับ ก่อให้เกิดภาวะตีบตันในการไหลเวียนของตับ ทำให้การทำงานของระบบตับบกพร่อง ก็จะส่งผลต่อเนื่องกับการทำงานของกระเพาะอาหาร โดยหลักทฤษฎีของเบญจธาตุของการแพทย์จีนในเรื่อง ไม้ข่มดิน (ตับข่มม้ามและกระเพาะอาหาร) ทำให้เกิดอาการของกรดไหลย้อนได้ รวมทั้งอาจจะทำให้ท้องอืด ท้องเฟ้อ และระบบย่อยอาหารเสียสมดุลได้

ส่งผลให้มีการหลั่งกรดในกระเพาะอาหารมากขึ้น จนทำให้เกิดอาการกรดไหลย้อนได้ ซึ่งระบบตับมีหน้าที่ในหลายๆ อย่าง ทั้งการเช่น กำจัดสารพิษออกจากร่างกาย, สร้างน้ำดี ซึ่งช่วยย่อยและดูดซึมอาหารประเภทไขมัน, สร้างเอนไซน์ (enzyme) ต่างๆ ในการเผาผลาญสารอาหารต่างๆ เพื่อให้ได้พลังงาน เป็นต้น

ฉะนั้นการทำงานของตับที่บกพร่อง ก็จะส่งผลต่อเนื่องกับการทำงานของกระเพาะอาหาร (肝气犯胃) ซึ่งในทางคลินิกแล้ว การรักษาจะแตกต่างกับอาการของกรดไหลย้อนประเภทอื่นโดยสิ้นเชิง โดยจะต้องมีการรักษาหรือให้ยาเพื่อผ่อนคลายระบบตับ และปรับสมดุลการทำงานของกระเพาะอาหารไปด้วย (舒肝和胃) พร้อมๆ กัน เพราะสาเหตุโรคที่เกิดจากความเครียดนั้นต้องอาศัยเวลาและการรักษาที่มุ่งตรงลงไปถึงจิตใจ อาจจะใช้ธรรมะเข้ามาพูดคุยด้วย

ขอขอบคุณ ข้อมูลดีๆ และแพทย์จีนทุกท่านที่สยามแพทย์คลินิก www.siamtcm.com ที่ให้ความกระจ่างในเรื่องนี้ ผมจะขอนำเสนอบทความเกี่ยวข้องกับโรคปัจจุบันที่ฮิต ที่แก้ปัญหาได้ด้วยแพทย์ทางเลือกที่ เราควรมองเป็นอันดับแรกๆๆได้แล้ว ธรรมชาติสร้างเราได้ก็ทำให้เราป่วยได้และก็สามารถช่วยให้เราหายป่วยได้ เสมอเหมือนกัน



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:  กรดไหลย้อน แพทย์แผนจีน ทัศนะ ตาม 

หน้า: 1

 
ตอบ
ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:   Go
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม