หน้า: 1 ... 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 ... 36

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: การรายงานข่าวเหตุการณ์ต่างๆในประเทศและต่างประเทศ โดยคุณจูและคุณดิส  (อ่าน 20987 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« ตอบ #405 เมื่อ: 17 ก.ย. 14, 09:51 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

สวัสดีครับคุณจู


เมื่อคืนตอนตี 1 ได้เปิดดูข่าวพบว่า ท่านดร.เกษมสันต์ วีระกุล ได้พูดถึงศูนย์บ้านพักคนชราของประเทศญี่ปุ่น ของประเทศสิงคโปร์และของไทยเองว่าควรจะต้องจัดการอย่างไร จะนำข้อมูลที่เรานำเสนอไปพูดในรายการตามที่เราลงทุกอย่างเลย และบอกว่ารัฐบาลควรส่งเสริมอย่างไร ก็ต้องติดตามกันต่อไป และรู้สึกยินดีที่นักวิชาการ ได้เข้ามาดูข้อมูลของเรากันมากครับคุณจู การนำเสนอจึงความคิดเห็นจึงมีผู้นำไปเสริมสร้างให้สังคมของเราดีขึ้นครับคุณจูครับ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
โทษอีสาดีกว่าไหม!
เรทกระทู้
« ตอบ #406 เมื่อ: 17 ก.ย. 14, 09:53 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*061 และบทสรุปสุดท้ายอย่าให้เวลามันผ่านไปเหมือนกับเพลงนี้ที่ไม่เคยมีวันใดที่จะหยุดพักให้กับประเทศไทยให้ได้รับความสุขสมบูรณ์อย่างแท้จริงกระนั้นได้ ด้วยนกกระสา หรือ อีสา ที่ทำให้ประเทศไทยมีอันเป็นไป

เพลงประกอบละคร อีสา - รวีช่วงโชติ

ผ่านมาผ่านไป ฤาหัวใจไม่เคยหยุดพัก
เสาะหาเรื่อยมาความรักรัก
ได้ประจักษ์ แล้วเลยพ้นไป

จะมีสักหน บ้างไหมคนที่ยอมมอบใจ
ด้วยรัก เข้าใจความหมายหมาย
เหนือความใคร่ ดับไฟปรารถนา

ไฟร้อนแรงควันรักรุม เร้าอารมณ์อยู่เรื่อยมา
ดลหัวใจให้ระเริง รุ่มร้อนเพลิงเสน่หา
ดับยากหนักหนา ไฟรักในอารมณ์

เสาะหาไม่เห็น ความรักเป็นเช่นใดเล่าหนา
ไม่เคยเจอะเลยสักครา หารักล้ำค่าหาชั่วชีวี
อ่อนแรงจึงเริ่มเข้าใจ ความรักใดยิ่งใหญ่ไม่มี
ความรักจากแม่ให้ลูกนี้ เป็นรักที่บริสุทธิ์จากใจ
ความรักจากแม่ให้ลูกนี้ เป็นรักที่บริสุทธิ์จากใจ
...อ้างอิง http://sz4m.com/t9705 q*064


noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
เตือนเอาไว้!
เรทกระทู้
« ตอบ #407 เมื่อ: 17 ก.ย. 14, 10:02 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*064เพลงที่นำเสนอข้างต้นนั้นหากแต่เปลี่ยนจากไฟรักในอารมณ์คือไฟตัณหาอย่างเข้มข้นตลอดมา เสมือนกบเลือกนาย ก็เจอะเจอแต่นกกะสามากินกับกบจำศีลภาวนาในไทย มันเจ็บกระดองใจไหมเล่าคิดแล้วมันเศร้าในหัวใจไหม ใครจะช่วยคนไทยและประเทศไทยได้ เพราะมีแต่พวกอีสาต้องการปรารถนาแต่ไฟตัณหาไม่ยอมลดราวาศอกกันได้ ถามว่าผลสุดท้ายเป็นไง ล่องลอยหาที่ลงกันไม่ได้ แล้วจะเอาอย่างกระนั้นอีกหรือ หรือว่าจะคอยเป็นคนถือท้ายที่จะนำเรือไปรับพวกเดิม ๆ กลับกันเข้ามาใหม่แล้วมาหลงระเริงกันในตอนจบตอนอวสานของประเทศไทย อย่าได้คิดเชียวน๊ะเพราะว่ากบมันฉลาดขึ้นมาแล้วกระนั้นได้ อย่าคิดว่ากบจะไม่สามารถทำอะไรได้ กบในปัจจุบันเป็นกบมีพิษในตัวเองทั้งนั้นหากทำผิดอีกนั่นก็สามาถพ่นพิษออกมารวมตัวกันอีกนั้นได้ เพราะฉะนั้นกบวันนี้ให้โอกาสกับนายที่จะมากระทำความดีหากว่ายังทำไม่ถึงที่สุดที่จะดีดั่งคำสัญญากระนั้นได้ กบก็คงจะเลิกจำศีลภาวนาและคงจะออกมาพ่นพิษกันนั้นหนาเสมือนดั่งที่ผ่านมาอีกกระนั้นได้ q*064

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
กากมะพร้าวไม่เอาแล้ว!
เรทกระทู้
« ตอบ #408 เมื่อ: 17 ก.ย. 14, 10:07 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*061 ขอให้คัดกรองให้ดีให้เหลือแต่ที่หัวกะทิเท่านั้นหนาอย่าให้มีกากมะพร้าวเข้าไปแทรกแซงอีกกระนั้นได้ เพราะว่ามีแต่คนคอยมอง ๓๖๐ องศาในไทยไม่ว่าจะเป็นชนชั้นไหน ในเวลานี้ที่สงบนิ่งอยู่นี่ก็ด้วยเห็นแก่ชาติบ้านเมืองไทย หากว่ายังไม่กระทำการคั้นกะทิให้เหลือแต่หัวกะทิแต่ยังรักษากากมะพร้าวเอาไว้อีกกระนั้นได้และจะให้มาผสมปนเปให้เกิดความไม่สะอาดเอี่ยมอรทัยนั้นแล้วไซร้ ประชาชนเขารู้ดีน๊ะว่าใครเป็นอย่างไร ก็ขอเตือนเอาไว้ว่ายังมีกากมะพร้าวอยู่อีกน๊ะที่พวกท่านยังเก็บรักษาเอาไว้ เขาก็คงจะคอยดูว่าหากท่านยังเก็บรักษาอยู่ตลอดไป ก็คงจะมีวันหนึ่งวันใดร้อนรุ่มกลุ้่มกันขึ้นมาก็จะมาเรียกร้องอีกนั้นหนาท่านจะเอากันอีกไหม q*061

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
คิดเพื่อประเทศไทย
เรทกระทู้
« ตอบ #409 เมื่อ: 17 ก.ย. 14, 10:16 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*061 สวัสดีค่ะคุณดีสฯ เราก็มาคิดถึงประเทศจีนในเวลานี้ที่เขาคิดที่จะป้องกันภัยอันตรายในบ้านเมืองของเขาเหมือนกำแพงเมืองจีนนั้นเน่าในอดีตที่ผ่านมากระนั้นได้

กำแพงน้ำที่เขาทำเขื่อนกั้นก็คือเกราะป้องกันอันตรายที่เขาอาจจะใช้เป็นอาวุธชีวภาพที่เกิดจากธรรมชาติแต่เขาสามารถกำหนดทิศทางได้ ที่หากว่ามีการซ่องสุมกำลังกันในชาติที่ตกเป็นเมืองขึ้นในอดีตของต่างชาติภาษามาคิดทำอะไรกับประเทศของเขาเขาก็คงจะระเบิดเขื่อนให้น้ำเข้ามาจัดการได้ทันทีทันใด ดังนั้น เขาก็คงไม่ไว้ไจดินแดนที่สูญเสียของไทยไปทั้งหมดนั่นว่าจะซื่อสัตย์ต่ออาเซียนด้วยกันนั้นไหม โดยเฉพาะประเทศไทยที่อาจจะมีการให้มีการติดตั้งจรวดอะไรนั่นแหละที่จะคิดสรรค์ได้ แล้วสิ่งที่จีนเขาจะป้องกันภัยก็คือการปล่อยน้ำให้ท่วมท้นนั่นทุกอย่างก็จะจบลงไปได้ และนี่ที่คิดนี่ก็คือการต่อยอดที่ว่าจีนเขากั้นกำแพงน้ำเพื่ออะไร

พี่ไทยก็ต้องรู้เท่าทันและคิดอ่านอันใดนั่นที่จะไม่ทำให้จีนนั้นกระทำการป้องกันตัวเองกระนั้นได้ และก็คิดหาทางที่จะป้องกันตัวเองนั้นเราจะคิดกันอย่างไรในศึกสงครามในวันข้างหน้าว่าจะหาทางออกให้กับประเทศตัวเองกันอย่างไร q*061

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
คิด น๊ะ คิด
เรทกระทู้
« ตอบ #410 เมื่อ: 17 ก.ย. 14, 10:22 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*061 แล้วก็ยังมีการตัดต้นไม้ทำลายป่าชนิดที่ว่าไม่มีทางเก็บกักน้ำเอาไว้ได้ เป็นทางเดินของน้ำที่จะไหลผ่านเข้ามาได้อย่างไม่มีอะไรมาขัดขวางแต่ประการใด ให้คิดกันให้ดีแล้วกันว่าไทยนั้นควรจะอยู่ในฐานะไหน เพราะว่าหากว่าเกิดเรื่องดังกล่าวนั้นได้ จำนวนน้ำที่เขากักกันเอาไว้ก็มีอานุภาพที่ร้ายแรงมากกว่าที่จะสามารถทำลายพื้นที่ใต้น้ำนั้นหนาที่จะรับปัญหาที่จะเกิดขึ้นในอนาคตกระนั้นได้ q*061

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ข้าคิดไกล!
เรทกระทู้
« ตอบ #411 เมื่อ: 17 ก.ย. 14, 10:28 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*061 ตอนนี้ทุกชาติก็จ้องมองมาที่อ้ายออสซี่ที่เป็นทวีปโด่เด่นั้นได้ เพราะว่าปัจจุบันเป็นที่ตั้งอาวุธสงครามของอเมริกามาตั้งเอาไว้ แล้วคิดดูสิว่าอนาคตข้างหน้าจะเป็นอย่างไร

แต่พวกนี้ที่คิดแต่จะใช้อาวุธนิวเคลียร์ต่อสู้่กันมันคงคิดกันไม่ได้ ระหว่างทวีปออสเตรเลีย และทวีปอเมริกา ไม่มีทวีปอื่นใดนั้นหนาไปร่วมสังคกรรมนั้นได้ แล้วหากเขารวมตัวกันตั้งป้องปราการยิงใส่ทวีปที่กล่าวมานั้นจะเหลืออันใด

แต่ทุกวันนี้หาคิดไม่ คิดแต่จะเอาชัยชนะโดยที่ไม่ดูทวีปตัวเองจะเละไม่เป็นท่าขนาดไหน นี่เราคิดล่วงหน้าก่อนนั้นหนาไม่รู้ว่าเขาจะคิดกันได้ไหม สำหรับเราที่ไม่มีอาวุธอันใดนอกจากสติปัญญาก็ตัดสินอนาคตได้ว่า อเมริกา ออสเตรเลีย ก็จะมีปัญหาอาจจะเป็นชนิดที่ว่าไม่มีในแผนที่โลกกระนั้นได้ ก็เหมือนดั่งที่นอสตราดามุสทำนายเอาไว้อย่างไรเล่าที่อยากจะฝากไปบอกเล่าพวกประธานาธิบดีที่น้ำตาจะเช็ดหัวเข่าในอนาคตนั้นได้ q*061

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
รู้ทันไปไหม!
เรทกระทู้
« ตอบ #412 เมื่อ: 17 ก.ย. 14, 10:44 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*061 ก็ให้คิดแล้วกันอยู่กันคนละซีกโลกแต่มาเชื่อมโยงกันได้ด้วยโซเชียลเน็ตเวิกร์ที่ไม่เวิกค์แต่ประการใด มาจับมือกันฆ่าล้างเผ่าพันธุ์อะไรกันนั่นคิดได้อย่างไร หรือว่าเอาพื้นฐานจากการสร้างสรรค์พัฒนาการถ่ายทำภาพยนตร์เพื่อค้นหาชัยชนะที่แท้จริงบนโลกนี้ได้ ภาพยนตร์ที่เสมือนเป็นอุตสาหกรรมที่ขึ้นหน้าขึ้นตาของชาติยุโรปที่ปรารถนาช่วงชิงชัยต่อยอดกันเรื่อยมาจาก ยอดมนุษย์ ก็มาเป็น ซุปเปอร์แมน คนเหล็ก ซึ่งคงจะห้ำหั่นกับเจมส์บอล ๐๐๗ กระนั้นได้ และสุดท้าย ยอดมนุษย์กับเจมส์บอล ๐๐๗ ก็ค่อยๆ เลือนลางหายไป เหลือไว้แต่ซุปเปอร์แมนเพียงเท่านั้นที่คลอดลูกหลานออกมาจนกระทั่งกลายเป็นเรื่องที่ว่า สงครามล้างโลก ในที่สุดนั้นได้

ส่วนพี่ไทยก็ยังจะเป็นเรื่องเดิม ๆ ที่จะเน้นย้ำข้ามีจุดยืนของข้าเพียงเท่านี้เท่านั้นเองจะว่าอย่างไร ส่วนช้างเพื่อนแก้วนั้นดับสนิท แล้วทูสีไทเฮาก็มืดมิดไม่เห็นเข้ามาฉายในไทย ปัจจุบันค่อย ๆ คืบคลานเข้ามาแล้วกระนั้นได้ แต่ก็คงไม่สะใจเท่ากับระเบิดเถิดเทิงตั้งแต่ต้นจนจบกระนั้น เพราะทั้งเรื่องนั้นมันมีแต่ทำลายและทำลาย มันสะใจคนดูกันนั้นแต่หากมันดูซ้ำ ๆ ก็จะกลายเป็นเรื่องจริงขึ้นมานั้นได้ แต่ก็เกิดขึ้นแล้วไงวันที่ ๑๑ กันยายนนั่นเป็นเรื่องของหนังล้วน ๆ เลยน๊ะจะบอกให้

แล้วถามว่ามันได้ประโยชน์อันใด หากจะบอกว่าเป็นการแก้แค้น ล้างแค้นกัน ก็พวกที่เป็นคู่กรณีนั้น มิใช่หนังกำลังภายในแบบจีนสักกะหน่อยที่จะต้องคอยล้างผลาญกันนั้นได้ แล้วเป็นเรื่องอะไรล่ะที่เกิดขึ้นในเวลานี้ที่เกิดปัญหานี้ถามหน่อยได้ไหม ก็คงจะมีคำตอบได้ ก็เรื่อง สอทอรอ ไง ก็เรื่องนี้แหละ สอทอรอ ที่เป็นเรื่องหลอกแด๊กอะไรทำนองนี้แหละที่เกิดขึ้นกับโลกที่ล้อมประเทศไทยไง q*061

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #413 เมื่อ: 17 ก.ย. 14, 10:49 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

มาเลเซียกำลังจะกลายเป็นรัฐก่อการร้ายชาติแรกในอาเซียน



1. เวลานี้ กลุ่ม ISIS หรือกลุ่มติดอาวุธแห่งรัฐอิรักและซีเรีย กำลังดังมากเพราะบุกเข้ายึดภาคเหนือของอิรัก กำลังมุ่งหน้าไปยังกรุงแบกแดด เกิดการสู้รบกับกองทัพอิรักจนบาดเจ็บล้มตายมากมายทั้งสองฝ่าย ที่น่าสนใจคือ ISIS คุยว่ามีสมาชิกของตนมาจากหลายประเทศ ทั้งพวกมุสลิมที่เกิดในอเมริกาและอังกฤษยังมาร่วมด้วย เนื่องจาก ISIS ใช้โซเชียลมีเดียเผยแพร่กิจกรรมของตน ซึ่งเป็นการโฆษณาประชาสัมพันธ์ที่ได้ผลอย่างกว้างขวางและมีประสิทธิภาพ ทำให้คนหนุ่มสาวมุสลิมทั่วโลกสนใจ ซ้ำยังคุยด้วยว่า สมาชิกหนุ่มสาวเหล่านี้พร้อมที่จะปฏิบัติการในยุโรปและอเมริกา แต่ที่เกี่ยวข้องกับอาเซียนก็คือ เว็บไซต์ ISIS เผยแพร่ภาพชายหนุ่มอายุ 26 ปี ชาวมาเลเซียคนหนึ่ง ขับรถยนต์บันทุกระเบิดพลีชีพโจมตีเป้าหมายในอิรัก ถือว่าเป็นชาวมาเลเซียคนแรกที่ได้รับเกียรติให้ปฏิบัติการระเบิดพลีชีพเพื่อช่วยเหลือพี่น้องมุสลิมในตะวันออกกลาง

2. เรื่องนี้เล่นเอารัฐบาลมาเลเซียเต้นเป็นเจ้าเข้า สันติบาลและหน่วยข่าวกรองทางทหารต่างหาข่าวเกี่ยวกับเรื่องนี้ พ่อแม่นายคนนี้บอกว่า เขาเคยทำงานในโรงงานมาก่อน แต่ระยะหลังแปลก ๆ ไป และเดินทางไปศึกษาด้านศาสนาต่อในตะวันออกกลาง หลังจากนั้นก็ไม่ได้ข่าวอีกจนมีข่าวจากทางการว่าไปปฏิบัติการระเบิดพลีชีพในอิรักไปแล้ว จากนั้น หน่วยงานความมั่นคงของมาเลเซียได้สืบสวนขยายผล จนสามารถจับกุมสมาชิก ISIS ในมาเลเซียได้ทั้งหมด 18 คน บางคนถูกจับที่รัฐซาบาห์ ติดกับฟิลิปปินส์ และเกี่ยวข้องกับกลุ่มก่อการร้ายอาบู ซายาฟ ในฟิลิปปินส์ด้วย ผู้ถูกจับคนหนึ่งเป็นทหารเรือด้วย ซึ่งก่อนอื่นโดนข้อหาวินัย จากนั้นจะโดนคดีอาญาต่อไป ผู้ถูกจับเปิดเผยว่า มีเครือข่ายของ ISIS ในมาเลเซียและอินโดนีเซีย

3. รัฐบาลมาเลเซียเอาจริงเอาจังกับเรื่องนี้มาก หน่วยงานความมั่นคงทำงานหนัก ทหารเรือที่ถูกจับยอมรับว่าเกี่ยวข้องกับการฝึกอบรมเพื่อไปปฏิบัติการก่อการร้าย โจมตีในอิรักและซีเรีย รัฐมนตรีช่วยกลาโหมและรัฐมนตรีช่วยมหาดไทยให้สัมภาษณ์ยืนยันว่า รัฐบาลมาเลเซียเอาจริงเอาจังกับกลุ่มก่อการร้ายพวกนี้มาก ทหารตำรวจจะเป็นเสาหลักด้านความมั่นคงของมาเลเซีย จะไม่มีการประนีประนอมด้านความมั่นคงปลอดภัยของประเทศชาติเป็นอันขาด ไม่ว่าคนพวกนี้จะอ้างอุดมการณ์อะไรก็ตาม รัฐมนตรีมหาดไทยประกาศว่า จะไม่ยอมให้มาเลเซียถูกใช้เป็นสถานที่ฝึกอบรม หรือพักพิงของกลุ่มก่อการร้ายไม่ว่ากลุ่มใดก็ตาม ลัทธิการก่อการร้ายจะต้องไม่มีที่ยืนในมาเลเซีย ๆ จะไม่ยอมให้พวกนี้ใช้ หรือเข้ามาในมาเลเซียเพื่อวัตถุประสงค์การก่อการร้ายและการใช้กำลังรุนแรง

4. ก่อนหน้านี้ อาเซียนเจอปัญหากลุ่มก่อการร้ายในประเทศเท่านั้น เช่น ฟิลิปปินส์เจอการก่อการร้ายจากกลุ่มแบ่งแยกดินแดนมุสลิมทางภาคใต้ของประเทศ การก่อการร้ายของพรรคคอมมิวนิสต์ฟิลิปปินส์ ในเรื่องการก่อการร้ายสากล อินโดนีเซียเจอปัญหาจากกลุ่ม เจ.ไอ.ซึ่งเป็นเครือข่ายของอัล กออิดะในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพิ่งจะมีครั้งนี้ที่ปรากฎว่า กลุ่ม ISIS ในอิรักและซีเรียมีเครือข่ายมาถึงภูมิภาคนี้ ดังนั้น ที่ ISIS ได้คุยในเว็บไซต์ของตนเองว่ามีสมาชิกของเขามาจากประเทศต่าง ๆ เช่น อังกฤษและอเมริกา ซึ่งพวกนี้คงเป็นพวก home-grown terrorists ที่พร้อมจะปฏิบัติการในอเมริกาและอังกฤษ และในประเทศอื่นได้นั้น ไม่ใช่แค่คำขู่ แต่เป็นเรื่องจริง เพราะพิศูจน์ได้แล้วว่า ISIS มีเครือข่ายอยู่ในมาเลเซีย และคนมาเลย์ไปปฏิบัติการระเบิดพลีชีพในอิรักมาแล้ว

5. การก่อการรร้ายระหว่างประเทศถือว่าเป็นภัยคุกคามประการหนึ่งต่อความมั่นคนของประเทศและของโลก ที่รัฐบาลประเทศต่าง ๆ ต้องร่วมมือกันในการต่อต้าน เพราะของแบบนี้ทำเพียงประเทศเดียวคงไม่ได้


mthai new

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
เอาเข้าไป!
เรทกระทู้
« ตอบ #414 เมื่อ: 17 ก.ย. 14, 10:58 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*064 คุณดีสฯ ขอบคุณสำหรับข่าวที่ส่งมาค่ะ แต่ทว่าเท่าที่ผ่านมาท่านมหาเดร์นี่เขาชอบอเมริกามากเลยมิใช่หรือที่เขาจะสนับสนุนให้เกิดอาเซียนกระนั้นได้ เขาเป็นตัวตั้งตัวตีที่จะให้ไทยเป็นผู้นำอาเซียนเลยน๊ะในเวลานั้นบัดนี้นั้นเขาอยู่ที่ไหน เงียบไปเลยน๊ะแล้ววันนี้กลับกลายเป็นว่าถูกกระทำเสียกระนั้นมันเป็นได้อย่างไรยังมึน ๆ อยู่น๊ะ แล้วหากพวกไอเอสไอซีสพวกนี้มาอยู่ที่มาเลย์แล้วออสเตรเลียเขามาไล่ล่าไทยมิถูกหางเลขไปด้วยไหมน๊ะที่จะคิดสรรค์ได้ แล้วอนาคตจะเป็นอย่างไรยิ่งกันแหลกรานไม่คงจะพบแต่เรื่องล้างผลาญไม่จบไม่สิ้นแน่จริงไหม q*064

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ใครจะตอบได้บ้าง!
เรทกระทู้
« ตอบ #415 เมื่อ: 17 ก.ย. 14, 11:05 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*076 คุณดีสฯ คิดว่าชายชุดดำกับไอซีสนี่มันมีสถานะเหมือนกันไหม q*076

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
พับผ่าสิ!
เรทกระทู้
« ตอบ #416 เมื่อ: 17 ก.ย. 14, 11:08 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

coco ต้้งข้อสังเกตมันไม่ไปไกลจากประเทศไทยในทุกเรื่องนี่มันคืออะไร เกาะติดอยู่แต่ดินแดนนี้มันมีอะไรดีน๊ะนี่ช่วยบอกหน่อยได้ไหม coco

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
หลอกหลอน!
เรทกระทู้
« ตอบ #417 เมื่อ: 17 ก.ย. 14, 11:11 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

coco มันเหมือนจะเป็นการแสดงอาการที่ว่า "เอาสมบัติของตูคืน เอาสมบัติของตูคืนมา " อะไรปานนั้นได้ coco

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #418 เมื่อ: 17 ก.ย. 14, 11:20 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ผมสงสัยว่าที่เกิดเหตุการณ์ต่างๆในภาคใต้นั้น จะเกิดจากกลุ่มเหล่านี้ด้วยรึไม่ ผู้นำมาเลย์เขาใส่หมวก 2 ใบรึไม่ ต้องตรองกันดูครับ...

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #419 เมื่อ: 17 ก.ย. 14, 11:45 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

สรยุทธ์ แจงไม่ใช่คนในคลิป พ้อยิ่งสูงยิ่งหนาว
17 ก.ย. 57 10.49 น. | เปิดอ่าน 3,125 | ความคิดเห็น 0 เพิ่มขนาด fontลดขนาด fontพิมพ์หน้านี้
S! News
S! News
สนับสนุนเนื้อหา สรยุทธ์ สุทัศนะจินดา แจงผ่านรายการเรื่องเล่าเช้านี้ไม่ใช่คนในคลิปที่ถูกลือ ตัดพ้อออกอากาศยิ่งสูงยิ่งหนาว
สรยุทธ์ แจงไม่ใช่คนในคลิป พ้อยิ่งสูงยิ่งหนาว
นำเสนอข่าวโดยทีมงาน Sanook.com

สรยุทธ์ สุทัศนะจินดา แจงผ่านรายการเรื่องเล่าเช้านี้ไม่ใช่คนในคลิปที่ถูกลือ ตัดพ้อออกอากาศยิ่งสูงยิ่งหนาว

จากกรณีคลิปภาพชายหญิงกำลังมีเพศสัมพันธ์กันอยู่ในห้องพักแห่งหนึ่งและโลกออนไลน์นำมาวิพากษ์วิจารณ์ที่ว่าเป็นผู้ประกาศข่าวชื่อดังเนื่องจากรูปร่างนั้นเหมือนบุคคลดังกล่าว ล่าสุด สรยุทธ์ สุทัศนะจินดา ผู้ประกาศข่าวคนดังที่ตกเป็นประเด็นได้ออกมาพูดผ่านรายการเรื่องเล่าเช้านี้ด้วยสีหน้าราบเรียบ โดยบอกชัด ๆ ว่า "ไม่ใช่นะครับ" พร้อม ๆ กับให้ "น้องไบรท์" เป็นคนรายงานประเด็นฮอตดังกล่าว ซึ่งเจ้าตัวบอกว่าทราบเรื่องดังกล่าวเมื่อช่วงเย็นของวันที่ 16 ก.ย.ที่ผ่านมา และเพื่อไม่ให้ประเด็นลุกลามหรือมีคนนำไปขยายความต่อ จึงต้องออกมาชี้แจงดังกล่าวเพื่อให้เกิดความชัดเจน

อย่างไรก็ตาม มีการตรวจสอบพบว่าคลิปนี้เป็นหนังโป๊ของเกาหลีเป็นคลิปที่นานมากแล้ว มีการเผยแพร่อยู่ต่างประเทศ นักแสดงในภาพเป็นชาวเกาหลีใต้

ทั้งนี้ สรยุทธ์ ได้กล่าวปิดท้ายด้วยน้ำเสียงสุดเซ็งและตัดพ้อว่า "ยิ่งสูงก็ยิ่งหนาว"

ข่าวบันเทิงบน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #420 เมื่อ: 17 ก.ย. 14, 13:17 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เอกชนเปิดบริการ ติดตามขยะอวกาศ
บริษัท ล็อคฮีด มาร์ติน ผู้ออกแบบและผลิตอากาศยานและยานอวกาศของสหรัฐอเมริกา เปิดเผยว่า ได้ร่วมมือกับบริษัท อีเลคโตร ออพติค ซิสเต็มส์ (อีโอเอส) ก่อสร้างสถานีติดตามตรวจสอบขยะอวกาศขึ้นในประเทศออสเตรเลีย ซึ่งเชื่อว่าจะส่งผลให้โลกมีความสามารถในการติดตามและตรวจสอบเส้นทางของขยะอวกาศได้มากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ 25 เปอร์เซ็นต์หรือกว่านั้น



อีโอเอส หุ้นส่วนสำคัญเปิดเผยด้วยว่า ตราบใดที่สามารถติดตามร่องรอยของขยะอวกาศได้ ก็จะทำให้ดาวเทียมต่างๆ สามารถหลีกเลี่ยงการชนเข้ากับขยะเหล่านั้นได้มากขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้เกิดความคุ้มค่ากับเทคโนโลยีต่างๆ ที่ถูกส่งขึ้นสู่วงโคจร ซึ่งทางอีโอเอสเชื่อว่าแต่ละชิ้นจะมีมูลค่าสูงมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเทียบกับช่วงทศวรรษ 2000 ที่ผ่านมา ที่อุปกรณ์ต่างๆ ที่ถูกส่งขึ้นสู่อวกาศมีมูลค่ารวมสูงถึง 400,000 ล้านดอลลาร์

สถานีติดตามและตรวจสอบขยะอวกาศดังกล่าวกำลังอยู่ระหว่างก่อสร้างขึ้นในรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย ประเทศออสเตรเลีย โดยคาดว่าจะปฏิบัติการได้ภายในต้นปี 2016 ใช้เลเซอร์ควบคู่ไปกับระบบเทเลสโคปออพติคอล ในทำนองเดียวกับกล้องโทรทรรศน์ เพื่อติดตามเศษซากดาวเทียม จรวด ฯลฯ ขนาดเกินกว่า 10 มิลลิเมตร ที่วนเวียนอยู่ในวงโคจร ซึ่งแผงป้องกันของดาวเทียมไม่สามารถสะท้อนกลับได้ และสามารถสร้างความเสียหายถึงขนาดทำให้ดาวเทียมทั้งดวงเสียหายใช้การไม่ได้หรือระเบิดกลางอวกาศได้เลยทีเดียว



ที่มา: http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1410870516


โพสจัง



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
สู้ยิบตา!
เรทกระทู้
« ตอบ #421 เมื่อ: 17 ก.ย. 14, 14:27 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*061 คุณดีสฯ คุณคิดว่าจะเป็นการตรวจจับสัญญาณหรือว่าจะเป็นการติดตั้งเรดาร์เพื่อค้นหาวัตถุต้องสงสัยที่จะแปลกปลอมเล็ดลอดเข้าไปบ้านเมืองของเขาหรือเปล่าล่ะ ให้รู้น๊ะว่าเราไม่มีความเชื่อถือในการออกข่าวที่จะเป็นการบอกเล่าถึงความทันสมัยที่มันอาจจะมีผลกระทบต่อไปในการต่อสู้กันเหมือนอาวุธจรวดสกั๊ดในอดีตที่ผ่านมานั้นได้ และการเสนอข่าวในประเทศไทยเวลานี้เสมือนผู้สื่อข่าวมันรู้ดีว่าไทยมีจุดอ่อนที่ตรงไหน จะชอบเสนอข่าวที่เศร้าสะเทือนใจในการทำร้ายสัตว์ต่าง ๆ นานา และเรื่องที่บัดสีในสังคมไทยที่ร้ายแรงอะไรนั่นก็ชอบเสนอกันนั้นได้ ซึ่งหากคนไทยได้รับรู้ข่าวสารก็จะสลดหดหู่ใจ เสมือนเป็นการทำลายหัวใจคนไทยหรือใครที่เป็นโรคหัวใจได้รับข่าวสารประเภทนี้ก็จะกัดกร่อนลงไปทุกวัน ๆ นั้นได้

แต่อ้ายผู้สื่อข่าวในประเทศไทยมันน่าจะแยกแยะได้น๊ะว่าข่าวอันใดที่จะสร้างความสุขหรือความทุกข์ให้แก่คนไทย มันก็ยังจะแยกแยะกันไม่ได้ มันจะโหมประโคมข่าวกันให้ทั่วโลกเขารับรู้กันตลอดเวลา แล้วคิดว่ามันถูกต้องไหม ส่วนเรื่องอุ้มบุญนั้นมันก็เก็บข่าวกันไม่เปิดเผยออกมาว่าเป็นอย่างไร นี่ก็แสดงว่าผู้สื่อข่าวทั้งในและนอกประเทศนี่น่ะมันต้องจับมือกันนำเสนอข่าวสารที่จะเป็นการทำร้ายบ้านเมืองไทยซึ่งเป็นบ้านเกิดเมืองนอนของตัวเองกันบ้างไหม เราเคยได้รับข่าวสารจากต่างประเทศบ้างไหม เช่น ญี่ปุ่นนี่เคยมีข่าวบัดสีบ้างไหม หรือว่าประเทศนี้มันดีที่สุดในโลกนี้ได้ที่จะไม่มีข่าวที่ชั่วร้ายอันใดมานำเสนอให้รู้กระนั้นได้ เห็นมีข่าวเรื่องคนไทยขับรถไปชนชาวญี่ปุ่นนี่แหละหนึ่งปีมีเรื่องเดียวกระมัง เราก็ว่ามันจะต้องมีลับลมคมในอะไรไหมที่จะเป็นผู้สื่อข่าวที่จับมือกันสร้างสรรค์ข่าวสารทำลายประเทศไทยได้ทุกวันกระนั้นได้ เราจะต้องจับตาดูให้มากขึ้นและมันช่างขยันหาข่าวได้ทุกวันไม่รู้เรื่องอันใด ตอนนี้ข่าวเรื่องรถยนต์ชนกันนี่น้อยลงไป มีเรื่องสุนัขนี่ยืนพื้นเต็มที่ทุกวันไป ไม่สุนัข ก็ช้างไทย มันก็สลับสับเปลี่ยนไปอย่างนี้ ยิ่งเรื่องพายุอะไรนี่ประโคมอยากจะให้ไทยเสียหายมาก ๆ กระนั้นได้ อ่านข่าวประเทศไทยก็ไม่เห็นมีอะไร แต่สะสมเข้าทุกวันไปเรื่องไปเกิดขึ้นในประเทศที่มันอยากนำเสนอข่าวประเทศไทยนั้นแต่ดันไปเกิดเรื่องในประเทศตัวเองกระนั้นได้ และนี่ก็คือที่มาของการติดตามข่าวสารทุกวันนั้นหนาจนจับประเด็นข่าวได้ ข่าวเรื่องจอดำช่อง ๓ ก็ไม่เห็นจับมาโต้กันแต่อย่างใด เรื่องเสียประโยชน์นี่ไม่ค่อยอ่านสักเท่าไหร่ แต่ได้ประโยชน์นี่เสียงดังถี่ๆๆๆประโคมข่าวนี่เสียงดังทุกวันไป มันจะเอาเปรียบประเทศไทยไปถึงไหนกันก็ไม่ทราบได้ ทุกวันนี้ก็ยังไม่หยุดกระนั้นยังยืนหยัดที่จะทำร้ายประเทศไทยกันต่อไป ก็คงจะช่างหัวมันเพราะว่าพูดไปก็เท่านั้นคงจะไปสู้ตัณหาราคะนั้นคงจะไม่ได้ให้มันสู้กันจนสุดฤทธิ์สุดเดชนั่น เวรกรรมมันไม่เข้าใครออกใคร q*061

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #422 เมื่อ: 17 ก.ย. 14, 14:30 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เฮ้...ซุปเปอร์แมนมาแล้วครับคุณจู....ส่งไปปราบเชื้อโรค...


โอบามา ส่งทหารปราบอีโบลาในแอฟริกาตะวันตก
17 ก.ย. 57 11.40 น.



ประธานาธิบดีบารัค โอบามา สหรัฐฯ ประกาศส่งทหารอเมริกัน 3,000 นาย เข้ากำจัดและป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสอีโบลาในแอฟริกาตะวันตก

ประธานาธิบดีบารัค โอบามา ระบุ การแพร่ระบาดอย่างรุนแรงที่ผ่านมา ทำให้ทั่วโลกต่างคาดหวังการนำจากสหรัฐฯ ซึ่งมีศักยภาพสามารถทำได้เพราะมีทั้งยาและความเชี่ยวชาญ ดังนั้นทหารอเมริกันจะเข้าไปกำจัดและป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสอีโบลาในทวีปแอฟริกาตะวันตก โดยภารกิจของปฏิบัติการจากทหารสหรัฐฯ มีหน้าที่หลักๆ คือ สร้างโรงพยาบาลสนาม, ช่วยลำเลียงผู้ติดเชื้อ รวมทั้งให้ความรู้แก่ประชาชนในพื้นที่เพื่อป้องกันตัวจากอีโบลา ด้านองค์การอนามัยโลกระบุว่าปฏิบัติการทางทหารเพื่อตอบรับต่อวิกฤตการณ์โรคระบาดครั้งนี้ ถือว่าเป็นปฏิบัติการใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของศูนย์ป้องกันและควบคุมโรคหรือซีดีซีของสหรัฐฯ

อีโบลาแพร่ระบาดอย่างหนักในกีนี ไลบีเรีย เซียร์ร่าลีโอน รวมถึงพบผู้ติดเชื้อในไนจีเรีย และเซเนกัล ซึ่งปัจจุบันมีผู้เสียชีวิตไปแล้วอย่างน้อย 2,400 คน และก็คาดว่าจำนวนผู้ติดเชื้อจะทะยานไปถึง 20,000 คน โดยไลบีเรียมีการแพร่ระบาดรุนแรงที่สุด ซึ่งองค์การอนามัยโลกระบุว่า บรรยากาศเป็นไปแบบหมดหวังทั่วประเทศ แท็กซี่ตระเวนพาผู้ที่คาดว่าตัวเองติดเชื้อไปตามโรงพยาบาลและคลินิคต่างๆ แต่ก็จะได้รับคำตอบว่าไม่มีที่ว่างเหลือแล้วสักเตียง โดยทหารอเมริกันที่จะเข้าปฏิบัติการจำกัดและป้องกันอีโบลาครั้งนี้มี 3,000 นาย

ติดตามข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่!!

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #423 เมื่อ: 17 ก.ย. 14, 14:34 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

รมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศเตือน พายุ 'คัลแมกี' ฉบับที่ 9

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา
"พายุ คัลแมกี"
ฉบับที่ 9 ลงวันที่ 17 กันยายน 2557

พายุไต้ฝุ่น "คัลแมกี" (KALMAEGI) ได้เคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณประเทศเวียดนามตอนบน และอ่อนกำลังลงเป็นพายุโซนร้อนแล้ว โดยเมื่อเวลา 10.00 น.วันนี้ (17 ก.ย. 57) มีศูนย์กลางอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของจังหวัดเชียงรายห่างประมาณ 450 กิโลเมตร มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 80 กม./ช.ม. กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตก ด้วยความเร็วประมาณ 30 กม./ช.ม. คาดว่า พายุนี้จะเคลื่อนตัวไปปกคลุมประเทศลาวตอนบน และจะอ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชันในคืนนี้ (17 ก.ย. 57) ลักษณะเช่นนี้ทำให้ในช่วงวันที่ 17-18 กันยายน 2557 บริเวณประเทศไทยตอนบนมีฝนเล็กน้อยถึงปานกลาง และมีฝนตกหนักบางพื้นที่ บริเวณภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ขอให้ประชาชนโดยเฉพาะบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา น่าน ลำพูน ลำปาง แพร่ อุตรดิตถ์ สุโขทัย พิษณุโลก เพชรบูรณ์ เลย หนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลำภู อุดรธานี และสกลนคร ระวังอันตรายจากฝนตกหนักและลมแรงไว้ด้วย

สำหรับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน และอ่าวไทย มีกำลังแรง ทำให้ภาคตะวันออก และภาคใต้มีฝนหนาแน่น และมีฝนตกหนักบางแห่ง ขอให้ประชาชนบริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี จันทบุรี ตราด ระนอง ชุมพร พังงา ภูเก็ต และกระบี่ ระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมต่อเนื่อง ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยตอนบน และทะเลอันดามัน มีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2-4 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งจนถึงวันที่ 19 กันยายน 2557 นี้

ประกาศ ณ วันที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2557 เวลา 11.00 น.


ติดตามข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่!!

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #424 เมื่อ: 17 ก.ย. 14, 14:37 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

อุตุเตือนพายุคัลแมกีฉ.8ไทยฝนเพิ่ม17-18กย. (ไอเอ็นเอ็น)
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก รายการเรื่องเล่าเช้านี้ โพสต์โดยคุณ เรื่องเล่าเช้านี้ บีอีซี-เทโร สมาชิกเว็บไซต์ยูทูบดอทคอม

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา พายุคัลแมกี ฉบับที่ 8 ลงวันที่ 17 กันยายน 2557 ไทยตอนบนมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักในหลายพื้นที่

ไต้ฝุ่นคัลแมกี (KALMAEGI) ได้เคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณประเทศเวียดนามตอนตอนบน และได้อ่อนกำลังลงเป็นพายุโซนร้อนแล้ว และเมื่อเวลา 04.00 น. วันนี้ (17 กันยายน 2557) มีศูนย์กลางอยู่ทางตะวันตกของกรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม หรือที่ละติจูด 22.0 องศาเหนือ ลองจิจูด 105.5 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 100 กม./ชม. และกำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตก ด้วยความเร็วประมาณ 30 กม./ชม. คาดว่าพายุนี้จะเคลื่อนตัวไปปกคลุมประเทศลาวตอนบน และจะอ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชันในคืนนี้

ลักษณะเช่นนี้ทำให้ในช่วงวันที่ 17-18 กันยายน 2557 บริเวณประเทศไทยตอนบนมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักในหลายพื้นที่ บริเวณภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ขอให้ประชาชนโดยเฉพาะบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา น่าน ลำพูน ลำปาง แพร่ อุตรดิตถ์ สุโขทัย พิษณุโลก เพชรบูรณ์ เลย หนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลำภู อุดรธานี สกลนคร นครพนม ขอนแก่น และชัยภูมิ ระวังอันตรายจากฝนตกหนักและลมแรงไว้ด้วย

สำหรับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน และอ่าวไทย มีกำลังแรง ทำให้ภาคตะวันออก และภาคใต้มีฝนหนาแน่น และมีฝนตกหนักบางแห่ง ขอให้ประชาชนบริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี จันทบุรี ตราด ระนอง ชุมพร พังงา ภูเก็ต และกระบี่ ระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนตกสะสมต่อเนื่อง ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยตอนบน และทะเลอันดามัน มีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2-4 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งจนถึงวันที่ 18 กันยายน 2557 นี้

ประกาศ ณ วันที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2557 เวลา 05.00 น.

(ลงชื่อ)วรพัฒน์ ทิวถนอม
(นายวรพัฒน์ ทิวถนอม)
อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #425 เมื่อ: 17 ก.ย. 14, 14:39 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ผู้อำนวยการโรงเรียนในลำปางผูกคอตาย

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก รายการเรื่องเล่าเช้านี้ โพสต์โดยคุณ เรื่องเล่าเช้านี้ บีอีซี-เทโร

ผู้อำนวยการโรงเรียนในลำปางผูกคอตาย คาดเครียดจัดถูกแจ้งความคดีล่วงละเมิดทางเพศเด็กนักเรียนหญิง ป.6

จากกรณีมีแม่ของเด็กนักเรียนหญิงชั้น ป.6 วัย 13 ปี เข้าแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ทุ่งฝาย จ.ลำปาง ว่า ลูกสาวถูกผู้อำนวยการของโรงเรียนที่กำลังศึกษาอยู่ล่วงละเมิดทางเพศ โดยตำรวจกำลังจะเชิญตัวผู้อำนวยการมาเพื่อสอบปากคำ แต่ล่าสุด (17 กันยายน 2557) มีรายงานว่า ผู้อำนวยการคนดังกล่าว ซึ่งอายุ 58 ปี ได้ผูกคอตายเมื่อช่วงเที่ยงของวันที่ผ่านมา (16 กันยายน) และไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาลลำปาง

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า น่าจะเกิดจากความเครียดในคดีล่วงละเมิดทางเพศที่ถูกกล่าวหา จึงตัดสินใจผูกคอตาย

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #426 เมื่อ: 17 ก.ย. 14, 14:44 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ตำรวจสุราษฏร์ฯ คาด เพื่อนชาวอังกฤษเป็นผู้ลงมือก่อเหตุฆ่า 2 นักท่องเที่ยว สาเหตุจากความหึงหวง เผย เพื่อนมีพฤติกรรมรักร่วมเพศ

พันตำรวจเอกประชุม เรืองทอง ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี พร้อมเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ลงพื้นที่ตรวจสอบห้องพักของ 2 นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษที่ถูกฆาตกรรมเสียชีวิตริมชายหาดบนเกาะเต่า ภายในโอเชี่ยน วิว บังกะโล เพื่อเก็บรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม

พันตำรวจเอกประชุม กล่าวว่า จากผลการชันสูตรศพเบื้องต้นพบว่าคนร้ายก่อเหตุด้วยความเคียดแค้น โหดร้าย โดยวันนี้ตนเชื่อว่าน่าจะเป็นฝีมือการก่อเหตุของเพื่อน นายเดวิด มิลเลอร์ ที่มาท่องเที่ยวด้วยกันบนเกาะ และสาเหตุมาจากความหึงหวง เนื่องจากเพื่อนของนายเดวิด มีพฤติกรรมรักร่วมเพศ และจากการตรวจพบหลักฐานเป็นกางเกงเปื้อนเลือดในกระเป๋าของเพื่อนนายเดวิด นอกจากนี้ ยังพบขนสีทองในมือของศพนักท่องเที่ยวหญิงอีกด้วย ซึ่งทั้งหมดน่าจะมีน้ำหนักเพียงพอที่จะปักใจเชื่อว่าเหตุการณ์ครั้งนี้ คนร้ายคือเพื่อนของนายเดวิด

ทั้งนี้ พันตำรวจเอกประชุม ยังขอให้นักท่องเที่ยวมั่นใจในความปลอดภัยที่จะเดินทางมาท่องเที่ยวที่เกาะเต่า เนื่องจากจะมีการเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยทั่วบริเวณ โดยเฉพาะจุดเสี่ยง เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยว




ติดตามข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่!!

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
เรื่องต้องคิด
เรทกระทู้
« ตอบ #427 เมื่อ: 17 ก.ย. 14, 14:45 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*064ทัศนคติของคนต่างชาติมองการทำงานของคนไทย....

เราคว้าตัวฝรั่งมาทั้งหมด 12 คน ซึ่งแต่ละคนโชกโชนกับการทำงานในแวดวงคนไทยไม่ต่ำกว่า 10 ปี

เมื่อถามว่าพวกเค้ามีความเห็นอย่างไรกับการทำงานแบบไทยๆ เราก็ได้คำตอบว่า:

1. ทัศนคติต่อการเปลี่ยนแปลง คนไทยมักจะยึดติดกับความเคยชินแบบเดิมๆ เคยทำมาอย่างไรก็จะทำอยู่อย่างนั้น

ไม่ค่อยมีความคิดที่จะเปลี่ยนแปลง และถ้าฝรั่งเอาวิธีใหม่ๆ เข้ามาทำให้พวกเขาต้องทำอะไรที่ต่างไปจากเดิม

ก็จะถูกมองว่าเป็นการสร้างความรำคาญให้พวกเขา มักจะไม่ค่อยได้รับความร่วมืออย่างเต็มที่หรือไม่ก็ถึงกับถูกต่อต้านก็มี

- เจฟฟรีย์ บาร์น

2. การโต้แย้ง

เมื่อมีการเจรจา คนไทยจะไม่กล้าโต้แย้งทั้งๆ ที่ตัวเองกำลังเสียเปรียบ ส่วนใหญ่มักจะปล่อยให้อีกฝ่ายเป็นคนคุมเกม

บางคนบอกว่ามีนิสัยอย่างนี้เรียกว่า " ขี้เกรงใจ " แต่สำหรับฝรั่งแล้ว นิสัยนี้จะทำให้คนไทยไม่ก้าวหน้าเท่าที่ควร

- ทานากะ โรบิน (จูเนียร์) ฟูจฮาระ


3. ไม่พูดสิ่งที่ควรพูด

เอกลักษณ์อีกอย่างหนึ่งของคนไทยคือ มักจะไม่ค่อยกล้าบอกความคิดของตัวเองออกมาทั้งๆ ที่คนไทยก็มีความคิดดีไม่ไม่แพ้ฝรั่งเลย

แต่มักจะเก็บความสามารถไว้ ไม่บอกออกมาให้เจ้านนายได้รู้ และจะไม่กล้าตั้งคำถาม

บางทีฝรั่งก็คิดว่าคนไทยรู้แล้วเลยไม่บอกเพราะเห็นว่าไม่ถามอะไร ทำให้ทำงานกันไปคนละเป้าหมาย หรือทำงานไม่สำเร็จ เพราะคนที่รับคำสั่งไม่รู้ว่าถูกสั่งให้ทำอะไร

- ไมเคิล วิดฟิล์ค


4. ความรับผิดชอบ

1. ฝรั่งมองว่าคนไทยเรามักทำไม่ค่อยกำหนดระยะเวลาในการทำงานไว้ล่วงหน้า

ทั้งๆทีงานบางชิ้นต้องทำให้เสร็จภายในระยะเวลาที่กำหนดยิ่งงานไหนให้เวลาในการทำงานนาน

ก็จะยิ่งทิ้งไว้ทำตอนใกล้ๆ จะถึงกำหนดส่ง เลยทำงานออกมาแบบรีบๆ ไม่ได้ผลงานดีเท่าที่ควร

2. ไม่ค่อยยอมผูกพันและรับผิดชอบเป็นลายลักษณ์อักษร ถ้าให้เซ็นชื่อรับผิดชอบงานที่ทำคนไทยจะกลัวขึ้นมาทันที

เหมือนกับกลัวจะทำไม่ได้ หรือกลัวจะถูกหลอก

- สเตฟานี จอห์นสัน


5. วิธีแก้ไขปัญหา

คนไทยไม่ค่อยมีแผนการรองรับเวลาเกิดปัญหา แต่จะรอให้เกิดก่อนแล้วค่อยหาทางแก้ไปแบบเฉพาะหน้า

หลายคั้งที่ฝรั่งพบว่าคนไทยไม่รู้จะแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างไรต้องรอให้เจ้านายสั่ง

ลงมาก่อนแล้วค่อยทำตามถ้านายเจ้านายไม่อยู่ทุกคนก็จะประสาทเสียไปหมด

- ดร.มาเรีย โรเซนเบิร์ก


6. บอกแต่ข่าวดีคนไทยมีความเคยชินในการแจ้งข่าวที่แปลกมาก คือ

1. จะไม่กล้าบอกผู้บังคับบัญชาชาวต่างชาติเมื่อเกิดปัญหาขึ้น จนกระทั่งบานปลายไปเกินแก้ไขได้จึงค่อยเข้ามาปรึกษา

2. จะเลือกบอกแต่สิ่งที่คิดว่าเจ้านายจะชอบ เช่น บอกแต่ข่าวดีๆ แทนที่จะเล่าไปตามความจริงหรือถ้าหากเจ้านายถามว่า

จะทำงานเสร็จทันเวลาๆไหม ก็จะบอกว่าทัน (เพราะรู้ว่านายอยากได้ยินแบบนี้) แต่ก็ไม่เคยทำทันตามเวลาที่รับปากเลย

- โจนาธาน ธอมพ์สัน


7. คำว่า " ไม่เป็นไร "

เป็นคำพูดที่ติดปากคนไทยทุกคน ทำให้เวลามีปัญหาก็จะไม่มีใครรับผิดชอบ และจะไม่ค่อยหาตัวคนทำผิดด้วยเพราะเกรงใจกัน

แต่จะใช้คำว่า " ไม่เป็นไร " มาแก้ปัญญหาแทน

- เจนิส อิกนาโรห์


8. ทักษะในการทำงาน

1. ไม่สามารถทำงานร่วมกันเป็นทีมได้ ถ้าทำงานเป็นทีมมักมีปัญหาเรื่องการกินแรงกันบางคนขยันแต่บางคนไม่ทำอะไรเลย

บางทีก็มีการขัดแย้งกันเองในทีม หรือเกี่ยงงานกันจนผลงานไม่คืบหน้า

2. ไม่ค่อยมีทักษะในการทำงาน แม้จะผ่านการศึกษาในระดับสูงมาแล้ว และไม่ค่อยใช้ความพยายามอย่างเต็มทีเพื่อให้ได้ผลงานที่ดีที่สุด

3. พนักงานชาวไทยที่รู้จัก ส่วนใหญ่ไม่ค่อยรู้สึกกระตือรือร้นที่จะเรียนรู้เรื่องร าวความเคลื่อนไหวของโลกเท่าไรนัก

แล้ไม่ค่อยชอบหาความรู้เพิ่มเติมแม้จะเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับงานก็ตาม

- เดวิด กิลเบิร์ก


9. ความซื่อสัตย์

พนักงานคนไทยควรจะมีความซื่อสัตย์และตรงไปตรงมามากกว่านี้ หลายครั้งที่ชอบโกหกในเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เช่น มาสาย

ขาดงานโดยอ้างว่าป่วย ออกไปข้างนอกในเวลางาน

- เฮเบิร์ก โอ ลิสส์


10. ระบบพวกพ้อง

คนไทยมักจะนำเพื่อนฝูงมาเกี่ยวข้องกับธุรกิจเสมอ ผมไม่เคยชอบวิธีนี้เลย ตัวอย่างเช่น การจัดซื้อข้าวของภายในสำนักงาน

พวกเขามักจะแนะนำเพื่อนๆ มาก่อนโดยไม่คำนึงถึงผลประโยชน์ที่บริษัทควรจะได้รับ นี่เป็นประสบการณ์จริงที่ประสบมา

การให้ความช่วยเหลือเพื่อนไม่ใช่เรื่องแปลก แต่การที่ไม่คำนึงถึงผลประโยชน์ของบริษัทเลยเป็นอะไรที่แย่มาก

และเมื่อพบว่าเพื่อนพนักงานด้วยกันทุจริต คนไทยก็จะช่วยกันปกป้อง และทำให้ไม่รู้ไม่เห็นจนกว่าผู้บริหารจะตรวจสอบได้เอง

- มาร์ค โอเนล ฮิวจ์


11. แยกไม่ออกระหว่างเรื่องงาน และเรื่องส่วนตัว

คนไทยมักจะไม่รู้ว่าอะไรว่าอะไรคือเรื่องงาน และอะไรที่เรียกว่าเรื่องส่วนตัว

พวกเขาชอบเอาทั้งสองอย่างนี้มาปนกันจนทำให้ระบบการทำงานเสียไปหมด ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่อย่างหนึ่งขององค์กร

1. ชอบสอดรู้สอดเห็น โดยเฉพาะเรื่องส่วนตัวของเพื่อนร่วมงาน

2. มักจะคุยกันเรื่องส่วนตัวที่ไม่เกี่ยวกับงานมากเกินไป บางครั้งทำให้บานปลายและนำไปสู่ข่าวลือ และการนินทากันภายในสำนักงาน

3. มักจะลาออกจากบริษัทโดยไม่ยอมแจ้งล่วงหน้าตามข้อตกลง แต่กลับคาดหวังว่าจะได้รับผลประโยชน์เต็มที

4. ไม่ยอมรับความผิดชอบที่มีมากขึ้นในช่วงวิกฤติ

5. ต้องการเงินมากขึ้นแต่กลับไม่ค่อยสร้างคุณค่างานอะไรเพิ่มขึ้นเลย

- วิลเลี่ยม แมคคินสัน


12. นับถือระบบอาวุโส

คนไทยให้เกียรติคนที่อายุมากกว่ามากเกินไป จนไม่กล้าทำอะไรที่เรียกว่าเป็นการข้ามหน้าข้ามตา

บางครั้งคนที่อายุน้อยกว่าอาจจะมีความคิดความสามารถมากกว่า แต่ก็ไม่กล้าแสดงออกเพราะเกรงใจคนที่อายุมาก

เป็นการทำลายโอกาสของตัวเอง และโอกาสของบริษัท

- เนลสัน ฟอร์ด — with Raweewan Weerapan and Moddang Nak.


ข้อมูลจาก People Magazine

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ใครตอบได้
เรทกระทู้
« ตอบ #428 เมื่อ: 17 ก.ย. 14, 15:08 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*064 อึมม์! คือว่าคุณดิสฯ ข่าวที่ว่าส่งทหารเข้าไป ๓,๐๐๐ นายเพื่อไปปราบอีโบล่านี่ หากเป็นไทยนี่คุณคิดว่าจะกระทำไหม เพราะว่ามันก็ต้องเป็นด้วยความสมัครใจเพราะว่าส่งไปก็หมายถึงตายกับตาย แล้วอย่างนี้มันคือเสรีภาพหรือว่าเผด็จการกันล่ะคุณคิดบ้างไหม คือเรื่องปราบเชื้อโรคนี่ก็ต้องเป็นเรื่องของแพทย์พยาบาลแล้วทหารมันเกี่ยวโยงกันตรงไหน ทำให้เราอดคิดไม่ได้ว่าเข้าไปทำอะไรที่แอฟริกาตะวันตกนั้นน่ะจะเป็นการไปตั้งฐานทัพได้หรือไม่ นี่เป็นการวิเคราะห์น๊ะเพราะว่ามันก็อยู่ในส่วนที่ใกล้กับรัสเซียไง ส่วนออสเตรเลียก็ใกล้กับจีนกระนั้นได้ แล้วพี่ไทยล่ะจะเอาตัวรอดกันอย่างไร ช่วยคิดกันหน่อยน๊ะเพราะว่าไม่อยากจะเข้าไปยุ่งกับพวกอีรุงตุงนังพวกนี้กระนั้นได้ q*064

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
วิเคราะห์
เรทกระทู้
« ตอบ #429 เมื่อ: 17 ก.ย. 14, 15:24 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*064 คุณดีสฯ ที่คุณจูเอาเรื่องทัศนคติของชาวต่างชาติมาเล่าให้ฟังเพราะว่าทั้งหมดนั้นคือ ทัศนวิสัย ของคนไทยที่ถูกต้องทั้งหมดกระนั้นได้ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์แบบไทยๆ ซึ่งก็ต้องบอกว่าชนชาติอื่นใดน่ะจะมาให้เสมอเหมือนมิได้หรือว่าจะให้ชนชาติไทยไปเสมอเหมือนกับชาติอื่นก็ไม่ได้ ก็นี่เป็นการสืบทอดกันมาตั้งแต่ปู่ย่าตายายของเรานั่นใช่ไหมที่จะกระทำและก็ไม่เคยเปลี่ยนแปรผันไปได้ เราจะมานั่งจับปูให้เดินตัวตรงนั้นเราจะทำได้อย่างไรในเมื่อแม่ปูก็ยังเดินไม่ตรงกระนั้นได้ อย่างนี้เขาก็เรียกว่าบ้านใคร บ้านมัน จะให้มันเหมือน ๆ กันได้อย่างไร คนเราหน้าตายังไม่เหมือนกันเลยจริงไหม แล้วนี่ก็คือคนไทย เราจะต้องมานั่งปรับทัศนคติของชาวต่างชาติให้รับรู้มากว่าว่าหากจะเข้ามาในประเทศไทยควรจะเข้าเมืองตาหลิ่ว ต้องหลิ่วตาตามอย่างไร มิใช่ให้คนไทยไปเหมือนต่างชาติภาษา หรือให้ชาวต่างชาติภาษามาเหมือนคนไทยก็คงจะไม่ได้ และนี่คือที่มาของปัญหาที่จะเกิดขึ้นในการรวมชาติอาเซียนนั้นเราก็ต้องดูทัศนคติว่ามันตรงกันหรือเข้ากันกับไทยได้ไหม ที่จะเป็นแม่ปูลูกปูเฉกเช่นเดียวกันและเดินไปในทิศทางเดียวกันนั้นได้ แต่คิดว่าคงจะเกิดปัญหาก่อนหน้าที่อาเซียนจะรวมตัวกันอย่างที่อาจจะไม่คาดฝันก็อาจจะเป็นได้ เพราะว่าหากอาเซียนรวมกันนั้นหนาก็จะมีอำนาจต่อรองกับชาติยุโรปอย่างมากมาย แล้วคิดว่าจะเกิดไหมล่ะในอนาคตอันใกล้ เรายังไม่เห็นทางว่าจะกระทำการได้อย่างไร สงครามอาจจะเกิดขึ้นก่อนก็อาจจะเป็นได้ นี่ก็มีการเตรียมความพร้อมกันแล้วทั้งหมดนี่ หากปีหน้าที่ก็เข้าล๊อคพอดีกระนั้นได้ q*061

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #430 เมื่อ: 17 ก.ย. 14, 15:30 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ค่านิยม 12 ประการ ศธ. แต่งบทกลอนให้เด็กท่องจำ ทำตาม

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล

ค่านิยม 12 ประการ ฉบับ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ศธ. รับลูก ปรับใหม่เป็นบทกลอน ส่งทุกโรงเรียนให้เด็กท่องจำอาขยานพร้อมปฏิบัติตาม

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2557 พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้มอบค่านิยม 12 ประการ ให้ทุกหน่วยทหาร กำลังพล และประชาชน ยึดถือปฏิบัติตามเพื่อเสริมสร้างคุณธรรมและจริยธรรมอันดีงามให้กับสังคมไทย พร้อมกับรณรงค์ให้เผยแพร่ค่านิยม 12 ประการนี้ไปในสังคมวงกว้าง ก่อนที่ในวันที่ 12 กันยายน พล.อ. ประยุทธ์ ได้แถลงนโยบายย้ำเรื่องนี้อีกครั้ง โดยระบุให้โรงเรียนติดค่านิยม 12 ประการ เพื่อให้เด็กท่องเป็นบทอาขยานและปฏิบัติตามให้ได้ด้วยนั้น

ล่าสุด เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2557 มีรายงานว่า กระทรวงศึกษาธิการได้นำค่านิยม 12 ประการปรับเป็นบทกลอนอาขยานแล้ว พร้อมมอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ส่งบทกลอนดังกล่าวไปให้โรงเรียนทั่วประเทศ เพื่อสอนให้นักเรียนได้ท่องจำและนำสิ่งที่ท่องไปปฏิบัติตาม โดยบทกลอนค่านิยม 12 ประการ มีดังนี้

หนึ่งรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
สองซื่อสัตย์ เสียสละ อดทนได้
สามกตัญญู พ่อแม่ สุดหัวใจ
สี่มุ่งใฝ่ เล่าเรียน เพียรวิชา
ห้ารักษา วัฒนธรรม ประจำชาติ
หกไม่ขาด ศีลธรรม ศาสนา
เจ็ดเรียนรู้ อธิปไตย ของประชา
แปดรักษา วินัย กฎหมายไทย
เก้าปฏิบัติ ตามพระ ราชดำรัส
สิบไม่ขาด พอเพียง เลี้ยงชีพได้
สิบเอ็ดต้อง เข้มแข็ง ทั้งกายใจ
สิบสองไซร้ คิดอะไร ให้ส่วนรวม

ทั้งนี้ ดร.สุทธศรี วงษ์สมาน ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า ส่วนตัวคิดว่าเมื่อเด็กท่องได้แล้วก็ควรต้องปฏิบัติได้ด้วย และไม่เฉพาะนักเรียนเท่านั้น แต่คิดว่าบุคลากร ข้าราชการ และประชาชนทุกคนควรนำไปปฏิบัติอย่างจริงจังเช่นกัน ส่วนการให้คะแนนนั้นเป็นเรื่องของสถานศึกษาแต่ละแห่ง ว่าจะประเมินผลและให้คะแนนอย่างไร เพียงแต่ให้คำนึงถึงผลสัมฤทธิ์ที่จะเกิดกับผู้เรียนเป็นสำคัญ

กระปุกดอทคอม

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #431 เมื่อ: 17 ก.ย. 14, 15:33 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เขาส่งไปรบกับไวรัสอีโบล่าครับคุณจู เขาคงจะมีของดีครับ คงจะปราบได้สำเร็จเป็นฮีโร่แมนไงครับ...

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #432 เมื่อ: 17 ก.ย. 14, 15:34 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

อินโดฯ จับ 4 ก่อการร้ายอูยกูร์เอี่ยว ISIS ซื้อพาสปอร์ตปลอมจากไทย

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก warnewsupdates

เจ้าหน้าที่อินโดฯ จับ 7 ผู้ต้องสงสัยก่อการร้ายเอี่ยวสนับสนุน ISIS โดย 4 ในนั้นเป็นชาวอุยกูร์ เผยซื้อพาสปอร์ตปลอมจากไทยเพื่อบินเข้าประเทศไปรวมก๊กกับกลุ่มก่อการร้ายใหญ่

วันที่ 16 กันยายน 2557 มีรายงานจากเว็บไซต์ straitstimes ว่า เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการพิเศษต่อต้านก่อการร้ายของอินโดนีเซีย (Densus 88) ได้จับกุม 7 ผู้ต้องสงสัยกลุ่มอิสลามหัวรุนแรง ซึ่งอาจเกี่ยวข้องให้การสนับสนุนการปฏิบัติการกลุ่ม ISIS ได้ที่เมืองท่าโปโซ ของเกาะสุลาเวสี โดย 3 รายเป็นชาวอินโดนีเซีย และอีก 4 ราย เป็นชาวอุยกูร์ จากเขตปกครองพิเศษซินเจียงอุยกูร์ ประเทศจีน ถูกระบุชื่อคือ อาเม็ด โบโซห์ลัน, เอ บาซิต, เอ เบย์รัม และอาซูไบดัน นอกจากนี้ยังตรวจพบว่าชาวอุยกูร์ทั้ง 4 ราย บินเข้าประเทศด้วยพาสปอร์ตปลอมที่ซื้อจากไทย ซึ่งซื้อขายกันในราคาฉบับละประมาณ 30,000 บาท เดินทางจากไทยสู่กัวลาลัมเปอร์ จากนั้นบินสู่เมืองบันดุง แล้วจึงถูกจับกุมได้

นายสุตาร์มาน เจ้าหน้าที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติอินโดนีเซีย ระบุว่า ความพยายามสอบปากคำชาวอุยกูร์ทั้ง 4 รายเป็นไปอย่างยากลำบาก เนื่องจากทั้งหมดไม่สามารถพูดภาษาอังกฤษได้ จึงได้ขอความร่วมมือไปยังสถานทูตตุรกีเพื่อขอล่ามมาช่วยในการสอบปากคำ เนื่องจากพาสปอร์ตปลอมของผู้ต้องหาระบุสัญชาติไว้เช่นนั้น แต่ปรากฏว่าทั้งหมดไม่ได้พูดภาษาตุรกี จึงคาดว่าทั้ง 4 รายนี้น่าจะพูดภาษาอุยกูร์ ซึงเป็นชนกลุ่มหนึ่งในเขตพื้นที่ปกครองซินเจียงอุยกูร์ที่มีความหลากหลายทางเชื้อชาติของจีน

เจ้าหน้าที่หน่วยปราบปรามพิเศษ ยังได้เข้าตรวจค้นบ้านเช่าที่ผู้ต้องหาทั้ง 4 ราย เช่าอยู่ในเมืองพาลู ซึ่งเจ้าของบ้านเช่าเผยว่า ทั้งสี่บอกกับเขาว่าเป็นนักศึกษา แต่กลับพบว่าส่วนใหญ่ทั้ง 4 แทบไม่เคยอยู่ที่บ้านพักในเวลากลางคืนเลย รวมทั้งได้กระจายกำลังไปตรวจค้นบ้านพักที่ผู้ต้องสงสัยชาวอินโดนีเซียอีก 3 รายเช่าอยู่ ที่อยู่ห่างออกไปอีก 25 กิโลเมตรด้วย

ทั้งนี้เป็นที่เชื่อว่าชาวอุยกูร์ทั้ง 4 วางแผนเดินทางมารวมกลุ่มกับกลุ่มก่อการร้ายในสุลาเวสี อันเป็นที่กบดานของผู้ก่อการร้ายกลุ่มใหญ่ โดยหนึ่งในนั้นยังมีนายอาบู บาการ์ บาชีร์ (Abu Bakar Bashir) ผู้นำทางจิตวิญญาณ ซึ่งเป็นที่ทราบดีว่าให้การสนับสนุนและหาเงินทุนให้กับกลุ่ม ISIS นอกจากนี้เจ้าหน้าที่เชื่อว่าน่าจะมีผู้ก่อการร้ายสัญชาติอินโดนีเซียราว 100 คนไปร่วมปฏิบัติการกับกลุ่ม ISIS ในอิรักและซีเรีย


กระปุกดอทคอม

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
คิดแล้วกลุ้มแทน
เรทกระทู้
« ตอบ #433 เมื่อ: 17 ก.ย. 14, 15:35 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*061 ดู ๆ ก็สงสารซุปเปอร์แมนอย่างไรพิกลอยู่น๊ะที่เขาทำอะไรน่ะที่จะเป็นที่ครหาของโลกนี้นั้นได้ ปัจจุบันก็ไม่หลงเหลือความน่าเชื่อถือแต่อย่างใด ไม่มีคนคิดเอาเป็นตัวอย่างกระนั้นได้ คือโลกต้องปล่อยให้เขากระทำไปด้วยคงจะไปขัดใจอะไรไม่ได้ ก็ต้องดูว่าผลที่จะออกมาเป็นอย่างไร ดูว่าเป็นเรื่องโจ๊กของโลกมากกว่าน๊ะที่จะมีข่าวนี้ออกมานั้นได้ ห

หากเป็นการสร้างหนังการ์ตูนแล้วล่ะก้อต่อยอดได้มากมายนั้นหนอกับท่านซุปเปอร์แมนในเวลานี้นั้นได้ q*061

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ทางใคร ทางมัน
เรทกระทู้
« ตอบ #434 เมื่อ: 17 ก.ย. 14, 15:45 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*064 ขอมอบเพลงนี้ให้ท่านซุปเปอร์แมนแล้วกัน เพราะไม่มีคำบรรยายนั้นแต่อย่างใด ทางใคร ทางมัน ทางของไทยนั้นไม่ขอร่วมเดินตามท่านซุปเปอร์แมนแต่อย่างใด q*039

เนื้อเพลง: กงจักรลายดอกบัว
ศิลปิน: ไอซ์ ศรัณยู
อัลบั้ม: เพลงประกอบละคร กงจักรลายดอกบัว

คน ก็เปรียบดังผ้าขาว
เรา แต่งเติมสีสันด้วยตัวเอง
เลือกทางเดินชีวิตของเราเอง
บรรเลงตามแต่ใจ

เลือกถูกผิดชีวิตเป็นอย่างไร
ฟ้ากำหนดไว้หรือเลือกด้วยตัวเอง
เห็นกงจักรเป็นดอกบัวเพราะคิดเอง
ไม่เกรงไม่กลัวต่อบาปใด

ภายนอกที่เห็นไม่ได้เป็นอย่างนั้น
ยังมีสิ่งซ่อนเร้นไว้ภายใน
วาดดอกบัวทับกงจักรเอาไว้
สุดท้ายคงช้าเกินไป
หากรู้ในวันที่สาย
ว่ามันคือกงจักรลายดอกบัว

เลือกถูกผิดชีวิตเป็นอย่างไร
ฟ้ากำหนดไว้หรือเลือกด้วยตัวเอง
เห็นกงจักรเป็นดอกบัวเพราะคิดเอง
ไม่เกรงไม่กลัวต่อบาปใด

ภายนอกที่เห็นไม่ได้เป็นอย่างนั้น
ยังมีสิ่งซ่อนเร้นไว้ภายใน
วาดดอกบัวทับกงจักรเอาไว้
สุดท้ายคงช้าเกินไป
หากรู้ในวันที่สาย
ว่ามันคือกงจักรลายดอกบัว

นำเนื้อเพลง หรือบทความ ไปลงที่เว็บอื่น อย่าลืมให้เครดิต Lyrics.CM ผู้แกะเนื้อเพลงด้วยครับ : ) q*064

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #435 เมื่อ: 17 ก.ย. 14, 15:47 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ไวรัสอีโบล่า คงจะแพ้ราบคาบก็คราวนี้ส่งคนเหล็กไป 3 พันนาย ทีแรกผมนึกว่าส่งหมอไปปราบไม่ใช่ กลายเป็นมนุษย์เหล็กเสียชิบ เก่งจริงๆครับต้องยกนิ้วให้...

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #436 เมื่อ: 17 ก.ย. 14, 15:52 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

นี่เป็นการพัฒนาการศึกษาอย่างหนึ่งที่ดีมากครับ เห็นด้วยอย่างแรงเลย...จะได้หลอมดวงใจของเด็กไทยเป็นหนึ่งเดียวครับคุณจู...



หนึ่งรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
สองซื่อสัตย์ เสียสละ อดทนได้
สามกตัญญู พ่อแม่ สุดหัวใจ
สี่มุ่งใฝ่ เล่าเรียน เพียรวิชา
ห้ารักษา วัฒนธรรม ประจำชาติ
หกไม่ขาด ศีลธรรม ศาสนา
เจ็ดเรียนรู้ อธิปไตย ของประชา
แปดรักษา วินัย กฎหมายไทย
เก้าปฏิบัติ ตามพระ ราชดำรัส
สิบไม่ขาด พอเพียง เลี้ยงชีพได้
สิบเอ็ดต้อง เข้มแข็ง ทั้งกายใจ
สิบสองไซร้ คิดอะไร ให้ส่วนรวม

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
เชื้อทุนนิยมไง
เรทกระทู้
« ตอบ #437 เมื่อ: 17 ก.ย. 14, 15:57 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*061 คุณดีสฯ หรือว่ากุ้งที่เราส่งไปขายมันมีสารปนเปื้อนลงไปมากไปหรืออย่างไรถึงทำให้ซุปเปอร์แมนคิดเดี้ยงไปเยี่ยงนี้นั้นได้ q*061

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ต้องช่วยกัน!
เรทกระทู้
« ตอบ #438 เมื่อ: 17 ก.ย. 14, 16:04 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*064 ดีมากทีเดียวกับข้อความที่คุณส่งมาถือว่าเป็นหลักวิชาใหม่ที่ต่อยอดจากของเดิมในตอนที่เราเป็นเด็กกระนั้นได้ สั้น กระชับ และได้ใจความคิดว่าคงจะมาทันก่อนที่ซุปเปอร์แมนจะแผลงฤทธิ๋กระนั้นได้

ไม่ว่าจะมีข่าวอันใด จะต้องให้ไทยไปเกี่ยวโยงด้วยเสียทุกเรื่องไป อย่างนี้พอมีข่าวนี่ต้องรีบแถลงข่าวทันที ทันใด ไม่เยี่ยงนั้นจะเอาประเทศไทยนั้นไปเกี่ยวโยงกับเรื่องที่โลกล้อมประเทศไทย

แต่มันน่าโมโหไหมล่ะที่จีนไม่เข้าไปวุ่นวายกับเขาด้วยนั้นได้ อะไรก็จะมาแต่ที่ไทย อ้ายนั่นก็ทำเป็นเฉยแบบหงิม ๆ แบบชิ้นปลามันนั้นได้

เราต้องรู้ทันอ้ายพวกผู้นำของโลกเบี้ยวใบนี้ให้จงได้ ว่ามันจะมาไม้ไหนกับไทย ต้องศอกกลับเสียบ้างก็ดี หนุมานถวายแหวนนี่ยิ่งดีอย่างมากมาย q*064

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
อึมม์!
เรทกระทู้
« ตอบ #439 เมื่อ: 17 ก.ย. 14, 16:07 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*061 ก็นี่แหละช่วยไม่ได้มาตั้งโรงงานปล่อยสารเคมีลงไปก็อยากจะกินกุ้งนั้นไงแล้วเป็นไงเดี้ยงไม่เป็นท่า เชื้อทุนนิยมนั้นหนามันไม่เข้าใครออกใคร พอดีไม่ชอบกินกุ้งกินแต่ผักเลยมันยิ่งรักชาติเข้าไปใหญ่ เรื่องแบบนี้มันสั่งสอนกันไม่ได้มันต้องออกมาจากจิตสำนึกที่อยู่ในส่วนลึกของหัวใจของแต่ละคนว่ามันจะมีมากหรือน้อยกันสักเท่าไหร่ q*061

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ติ๊กต๊อก ติ๊กต๊อก
เรทกระทู้
« ตอบ #440 เมื่อ: 17 ก.ย. 14, 16:11 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*064 คุณดีสฯ คิดว่าเชื้อทุนนิยมกับเชื้ออีโบล่า เชื้อไหนร้ายแรงยิ่งกว่ากันนั้นได้ q*064

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
น่าเบื่อไหม!
เรทกระทู้
« ตอบ #441 เมื่อ: 17 ก.ย. 14, 16:16 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*061 คุณดีสฯ มันก็แปลกดีน๊ะ เงินทองที่หามาทั้งชีวิตกระนั้นได้ ต้องมาใช้จ่ายในการดูแลรักษาให้ตัวเองรอดนั้นหนากับเชื้ออีโบล่ากระนั้นได้ แล้วมันจะแสวงหาความสุขที่แท้จริงกันตรงไหนอ้ายพวกนี้ มีเงินแต่มีเชื้อโรคมาแทรกแซงกระนั้นได้ เห็นบอกว่าตอนนี้มีเชื้อตัวใหม่ที่เข้าไปในอเมริกาแบบว่าร้ายยิ่งกว่าโรคไข้หวัดกระนั้นได้ และก็จะเจริญเติบโตรวดเร็วในอากาศที่หนาวนั้น คิดแล้วกันว่ามันคืออะไร บ้านเมืองตัวเองไม่คิดจะดูแลแก้ไข บ้านเมืองอื่นนั้นก็ดันทุรังเข้าไปทุกวันไม่หยุดไม่หย่อนแต่ประการใด น่าเบื่อไหมล่ะชาติแบบนี้ ชาติหน้าหากมีไม่ขอเกิดร่วมโลกเดียวกันนั้นได้ q*069

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
อย่างมากมาย!
เรทกระทู้
« ตอบ #442 เมื่อ: 17 ก.ย. 14, 16:32 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*061 คือว่าคุณดิสฯ มันผิดกันตั้งแต่อัตลักษณ์ของการนับถือศาสนานั้นได้ เพราะว่าผู้นำทางศาสนามีสถานะแตกต่างที่จะเห็นความแตกต่างระหว่างพระพุทธเจ้าและพระเยซูเจ้ากระนั้นได้ เพราะสัญญลักษณ์ก็แตกต่างกันให้เปรียบเทียบแล้วกันว่าเป็นเยี่ยงใด ความรู้สึกนึกคิดก็ย่อมแตกต่างกันจะให้เหมือน ๆ กันได้อย่างไร แต่ก็นั่นแหละทุกศาสนาสอนให้คนเป็นคนดี แต่ประเทศไทยนี่สิต้องคิดให้หนัก ๆ กันเอาไว้ สมองต้องนึกตรึกตรองให้ถึงเบื้องลึกของอัตลักษณ์ที่ไม่เหมือนกันนั้นจะให้เหมือนกันได้อย่างไร

นี่แหละจึงเป็นที่มาของคำว่า ประเทศไทย จะต้องยึดหลักบรรพบุรุษของไทยเอาไว้ให้จงหนักและรักในเกียรติและศักดิ์ศรีของความเป็นไทยที่จะต้องจารึกเอาไว้ให้ชั่วลูกหลานไทย ที่เราจะต้องคิดบำรุงรักษาและให้คิดเสมอว่าประเทศไทยไม่เหมือนชนชาติใดในโลกนี้ได้ q*061

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #443 เมื่อ: 17 ก.ย. 14, 17:24 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ผมว่าท่านผู้เขาสั่งผิดที่จริงจะสั่งให้หมอหรือแพทย์ 3 พันคนไปปราบเชื้ออีโบล่า แต่สั่งผิดเป็นสั่งทหารไปรบกับเชื้ออีโบล่า สงสัยจะเป็นเรื่องตลกระดับโลกในอีหลายวันข้างหน้านี้ คงเป็นที่เฮฮากันน่าดูทีเดียวครับคุณจู



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #444 เมื่อ: 17 ก.ย. 14, 18:05 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

นายกฯ ลั่นสถาบันใดตีกัน สั่งปิดทันที



ทำเนียบรัฐบาล 17 ก.ย.-นายกรัฐมนตรีมอบนโยบายให้ข้าราชการระดับสูง โดยให้เข้มงวดนโยบายหลายด้าน รวมถึงสั่งเพิ่มมาตรการเข้มกับนักเรียน ลั่นหากพบสถาบันใดตีกันจะสั่งปิดทันที จนกว่าการสอบสวนดำเนินคดีจะเสร็จสิ้น

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. เป็นประธานมอบหมายนโยบายต่อผู้บริหารระดับสูงและหัวหน้าส่วนราชการต่าง ๆ โดยนายกรัฐมนตรีกล่าวชี้แจงว่า ไม่ต้องกังวลต่อกรณีที่ชาวต่างชาติเป็นห่วงเรื่องกฎอัยการศึก แต่ปัญหาคือเรื่องความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินที่ทุกฝ่ายต้องช่วยกันดูแล โดยเฉพาะไม่ต้องการให้กรณีที่เกาะเต่าเกิดขึ้นซ้ำอีก ส่วนปัญหาแรงงานต่างด้าวเข้ามาก่อเหตุอาชญากรรมนั้น จะต้องมีบทลงโทษผู้ว่าจ้างด้วย

ขณะเดียวกัน นายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำเรื่องการจัดระเบียบสังคม โดยเฉพาะปัญหานักเรียนตีกันต้องมีมาตรการดูแลที่เข้มงวด เพื่อไม่ให้เกิดเหตุซ้ำขึ้นได้อีก ส่วนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนใต้ต้องทำความเข้าใจกับผู้ที่เห็นต่าง และใช้การพัฒนาในแต่ละกระทรวงเข้าไปควบคู่ เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่การสู้รบ แต่เป็นปัญหาภายในที่ต้องเร่งแก้ไข

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังกำชับเรื่องการใช้เงินงบประมาณให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยจะมีการตรวจสอบทุก 3 เดือน เพื่อป้องกันการทุจริต คอร์รัปชั่น ซึ่งขณะนี้การชี้แจงนโยบายของนายกรัฐมนตรีก็เสร็จสิ้นลงแล้ว

ติดตามข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่!!

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #445 เมื่อ: 17 ก.ย. 14, 18:13 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ฟิลิปปินส์สั่งอพยพประชาชน ภูเขาไฟมายอนปล่อยหินร้อน-ใกล้ปะทุ

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม

ภูเขาไฟมายอนใกล้ระเบิด พ่นหินร้อนลาวาออกมาแล้ว ทางการอพยพประชาชนเกือบ 2.4 หมื่นคนออกจากพื้นที่โดยรอบ

เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2557 สำนักข่าวเอพี abcnews รายงานว่า ภูเขาไฟมายอนในฟิลิปปินส์ปล่อยหินร้อนลาวาออกมาจากปากปล่อง คาดว่าอาจจะปะทุในเร็ววันนี้ ทางการอพยพประชาชนที่อาศัยอยู่โดยรอบหลายพันคนออกจากพื้นที่แล้ว

การอพยพดังกล่าวมีขึ้นหลังจากที่สำนักงานภูเขาไฟและแผ่นดินไหวแห่งฟิลิปปินส์ ได้ประกาศเตือนว่าภูเขาไฟมายอน ซึ่งอยู่ทางตะวันออกของประเทศ มีความเป็นไปได้ว่าจะปะทุในระดับอันตรายภายในไม่กี่สัปดาห์นี้ หลังจากมีสะเก็ดลาวาและหินร้อนถูกปล่อยออกมาจากปากปล่อง และมากขึ้นเรื่อย ๆ ตลอดหลายวันที่ผ่านมา ขณะเดียวกันก็ตรวจพบแรงสั่นสะเทือนใต้พิภพบริเวณภูเขาไฟถี่ขึ้นด้วย

ด้านนายเรนาโด โซลิดัม ผู้อำนวยการหน่วยงานด้านภูเขาไฟของฟิลิปปินส์ เปิดเผยว่า "จริง ๆ ภูเขาไฟมายอนเริ่มปะทุแล้วล่ะ เพียงแต่ยังไม่ระเบิดเท่านั้น สถานการณ์ล่าสุดคือมีลาวาถูกปล่อยออกมาจากภูเขาไฟ ซึ่งถ้าหากว่ามีการระเบิดด้วยแล้ว บริเวณรอบ ๆ ภูเขาไฟจะตกอยู่ในอันตรายมาก" ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญด้านภูเขาไฟก็กล่าวว่า หินร้อนและสะเก็ดลาวาที่ปล่อยออกมาจากปล่องนั้นมีขนาดใหญ่มาก สามารถมองเห็นได้แม้จากระยะ 12 กิโลเมตรห่างจากภูเขาไฟ มันน่าจะมีขนาดพอ ๆ กับรถยนต์คันหนึ่งเลยทีเดียว

จากคำประกาศเตือนดังกล่าว ทำให้ศูนย์จัดการภัยพิบัติแห่งฟิลิปปินส์ สั่งอพยพประชาชนเกือบ 24,000 คนที่อาศัยอยู่ในหลายหมู่บ้าน ซึ่งตั้งอยู่ภายในรัศมี 8 กิโลเมตรรอบภูเขาไฟมายอน ไปในที่ปลอดภัยแล้ว


กระปุกดอทคอม

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #446 เมื่อ: 17 ก.ย. 14, 18:18 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

คุณจูตอนนี้เหมือนกับฟ้าพิโรจน์ ดินพิโรจน์ น้ำพิโรจน์ ลมพิโรจน์ และยังมีไฟพิโรจน์อีก ทุกคนต้องระวังให้ปฏิบัติดี มีจิตใจโอบอ้อมอารีย์ช่วยเหลือสังคมที่ทุกข์ยากผู้นั้นฟ้าดินจะคุ้มครองให้ปลอดภัยจากสิ่งพยันอันตรายทั้งปวงครับ...

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #447 เมื่อ: 17 ก.ย. 14, 18:25 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

โอบามาเอาจริง ส่งทหาร 3,000 นาย ยับยั้งอีโบลาระบาด



เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม

บารัค โอบามา เอาจริง ส่งทหาร 3,000 นาย ไปปฏิบัติการยับยั้งอีโบลา ย้ำเป็นภัยคุกคามโลกแล้ว

เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2557 สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานว่า ประธานาธิบดีบารัค โอบามา แห่งสหรัฐฯ ส่งทหาร 3,000 นาย ไปปฏิบัติการเพื่อการยับยั้งอีโบลาระบาดในแอฟริกาตะวันตก หลังคร่าชีวิตคนไปแล้วกว่า 2,400 ราย พร้อมวอนนานาชาติรีบจัดการเร่งด่วนต่อการระบาดของเชื้ออีโบลา ชี้ตอนนี้อีโบลากลายเป็นภัยคุกคามโลกไปแล้ว

โดยทำเนียบขาวระบุว่า บารัค โอบามา จะเดินทางไปยังศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคในแอตแลนตา ซึ่งเป็นสถานที่กักกันผู้ป่วยอีโบลาชาวอเมริกัน เพื่อประกาศถึงความสำคัญของการยับยั้งการระบาดของอีโบลาและแผนการของสหรัฐฯ ในการดำเนินการต่อสู้การระบาดของอีโบลาในแอฟริกาตะวันตกอย่างจริงจัง ด้วยความหวังว่าความเคลื่อนไหวล่าสุดนี้จะสามารถพลิกวิกฤตอีโบลาระบาดในแอฟริกาตะวันตกได้ โดยสหรัฐฯ จะส่งทหารไปยังไลบีเรีย ประเทศที่เชื้ออีโบลาระบาดหนักที่สุด เพื่อก่อตั้งศูนย์กักกันผู้ป่วยอีก 17 แห่ง แต่ละแห่งรองรับผู้ป่วยได้ 100 คน

นอกจากนี้จะมีการส่งผู้เชี่ยวชาญไปฝึกและให้คำแนะนำแก่เจ้าหน้าที่แพทย์ในไลบีเรีย ในการรับมือกับผู้ป่วยอย่างเหมาะสม และส่งชุดอุปกรณ์ป้องกันเชื้ออีโบลา (เช่น น้ำยาฆ่าเชื้อโรคและเอกสารแนะนำ) จำนวน 400,000 ชุด ไปแจกจ่ายให้กับประชาชนในไลบีเรียด้วย

ส่วนทางประเทศจีน ก็ไม่ได้นิ่งเฉยต่อการระบาดของอีโบลาเช่นกัน ล่าสุดจีนได้ส่งทีมวิจัยเชื้อโรคเคลื่อนที่ไปยังเซียร์ราลีโอน ซึ่งเป็นประเทศที่มีผู้ป่วยเสียชีวิตไปแล้วกว่า 500 ราย นอกจากนี้ยังมีการส่งทีมแพทย์ 59 คนไปสมทบทีมแพทย์จีนที่มีอยู่เดิม 115 คน ในเซียร์ราลีโอนก่อนหน้านี้

ขณะที่ธนาคารโลก หรือเวิลด์แบงก์ ก็ได้อนุมัติเงิน 105 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3,360 ล้านบาท) ในการสนับสนุนการต่อสู้เพื่อยับยั้งการระบาดของอีโบลา ซึ่งถือว่าเป็นการระบาดครั้งร้ายแรงที่สุดเท่าที่เคยมีมา เช่นเดียวกับองค์การสหประชาชาติก็เปิดเผยว่า ภารกิจนี้อาจต้องใช้เงินสูงกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3.2 หมื่นล้านบาท) เลยทีเดียว

ทั้งนี้สำหรับยอดผู้ป่วยอีโบลาในแอฟริกาตะวันตกล่าสุด อยู่ที่ 4,985 ราย เสียชีวิตแล้ว 2,461 ราย



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #448 เมื่อ: 18 ก.ย. 14, 08:23 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ลางสังหรณ์?! ชายชาวอังกฤษเจอไก่ทอดรูปแผนที่สหราชอาณาจักร แต่ขาดสกอตแลนด์
18 ก.ย. 57 07.50 น.



การลงประชามติตัดสินอนาคตของสกอตแลนด์ว่าจะยังคงเป็นส่วนหนึ่งของสหราชอาณาจักรหรือไม่ จะเริ่มขึ้นแล้วในวันที่ 18 กันยายนนี้ ขณะที่สื่อหัวสีของอังกฤษอย่าง "มิร์เรอร์" ก็เล่นกับกระแสข่าวนี้เช่นกัน แต่ด้วยประเด็นที่เพี้ยนเฮี้ยนพิลึกพิลั่นแบบสุดๆ

มิร์เรอร์เผยแพร่ข่าวของเทอรี่ โอนีล ชายวัย 55 ปี ที่เดินทางมาฮอลิเดย์ที่อีสต์ ซัสเซ็กส์ กับภรรยาและลูกๆ 3 คน โดยในระหว่างการท่องเที่ยว เทอรี่ได้เข้าไปสั่งไก่ทอดที่ร้านเคเอฟซี ก่อนจะพบว่าไก่ชิ้นหนึ่งที่เขาได้รับมา มีรูปลักษณ์คล้ายแผนที่สหราชอาณาจักรเป็นอย่างยิ่ง ทว่าเป็นสหราชอาณาจักรที่ไม่มีสกอตแลนด์รวมอยู่ในนั้น

เทอรี่ ที่ประกอบอาชีพเป็นผู้ให้ความบันเทิงในผับ กล่าวว่า "ทีแรกผมก็ไม่ทันได้สังเกต แต่ยิ่งมองไก่ชิ้นนั้นนานเข้าๆ มันก็ยิ่งเหมือนแผนที่ของเกาะบริเตน ที่ประกอบไปด้วยอังกฤษ เวลส์ ทว่า ปราศจากสกอตแลนด์"

พ้นจากอารมณ์ขันเกี่ยวกับไก่ทอด เทอรี่วิเคราะห์ด้วยน้ำเสียงจริงจังขึ้นว่า ตนเองจะไม่แปลกใจเลย หากผลการลงประชามติออกมาว่า เสียงส่วนใหญ่ของชาวสกอตต้องการแยกประเทศ อย่างไรก็ดี ถ้าผลออกมาเป็นเช่นนั้น ตัวเขาก็คงจะเศร้าใจมาก ไม่ใช่เพราะการที่สก็อตแลนด์ต้องแยกตัวออกไป แต่เป็นเพราะการไม่มีสกอตแลนด์เป็นส่วนหนึ่งของสหราชอาณาจักร อาจหมายความว่า พรรคแรงงาน (ที่มี ส.ส.จำนวนมากในพื้นที่สกอตแลนด์) จะไม่มีโอกาสชนะการเลือกตั้ง และกลับมาเป็นรัฐบาลได้อีกเลย

"ผมคิดว่าผู้คนโดยทั่วไปต่างรู้สึกหมดศรัทธากับการเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับศูนย์กลางอำนาจอย่างรัฐสภาที่เวสต์มินสเตอร์ ผมจึงเข้าใจได้ ถ้าชาวสกอตจะโหวตให้ตนเองได้เป็นอิสระ" เทอรี่กล่าว

ติดตามข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่!!

(การลงมติแยกประเทศคงจะมากกว่านิดนึง)

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
คิดพิจารณา!
เรทกระทู้
« ตอบ #449 เมื่อ: 18 ก.ย. 14, 08:55 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*061 สวัสดีค่ะคุณดีสฯ เราได้อ่านข่าวเรื่องสกอตแลนด์เขาจะแยกตัวจากอังกฤษ ซึ่งก็อาจจะคาดเดาได้ว่าคงจะมีเหตุผลหลายประการที่ว่า ณ เมืองแห่งนี้เป็นที่ต้้งของนิวเคลียร์ด้วยมิใช่หรือ อาจจะเป็นการลดทอนอำนาจในการเป็นพันธมิตรกับพี่กันด้วยก็ได้ เพราะว่าหากรวมกันนั้นหนาในการเข้าร่วมรบอะไรในอนาคตข้างหน้าหากว่าเป็นการตัดสินใจโดยรวมอาจจะมีปัญหาที่บางรัฐฯ เขาอาจจะไม่เห็นด้วยก็ได้ และนี่ก็เป็นความยากลำบากของพี่กันอีกแหละนั่นที่จะต้องคิดหนักในอันที่จะทำอะไรต่อไป เพราะว่าพันธมิตรที่ว่าจะร่วมมือร่วมใจเขาก็มีปัญหาในบ้านเมืองของเขาต่าง ๆ นานาจะทำเยี่ยงใด

พี่กันถูกบั่นทอนกำลังลงไปแล้วไหมนั่นจะบอกให้ ก็จะเหลือแต่พี่เยอรมัน พี่ฝรั่งเศสนั้นยังคลั่งไคล้คล้อยตามพี่กันก็ให้ระวังเอาไว้ ก็จะพากันไปยืนอออยู่ตรงหน้าผารอเวลาไอซีสแค่ดีดนิ้วก็อาจจะตกหน้าผาตาย

เวลานี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาห้ำหั่นกันนี่มันยุคสมัยไหน มิใช่ยุคล่าอาณานิคมแต่อย่างใด คิดว่าไดโนเสาร์ตกยุคมากกว่าแต่ทว่าบอกตัวเองว่าทันสมัย แต่หามิได้เป็นเยี่ยงนั้น ที่กระทำไปนั้นเคยถามประชาคมโลกเขาไหมว่าเขาเห็นด้วยหรือไม่ แต่ก็จะเป็นภัยคุกคามลุกลามไม่มีวันสิ้นสุดแต่อย่างใด แล้วก็มีคลิปออกมาเรียกเสียงหัวเราะนั้นหนาส่งมาให้กับประเทศไทย แต่ประเทศอื่นกำลังร้องไห้ เห็นแล้วมันขัดกันชัด ๆ และยิ้มไม่ออกทั่วทั้งโลกนั่นแหละจะบอกให้ พวกผู้สื่อข่าวในประเทศไทยนี้มันก็คิดกันไม่ออกหรืออย่างไร ว่าชาติไหน ๆ เป็นอย่างไรกันบ้าง อย่างนี้เขาเรียกว่าข่าวมิได้สร้างสรรค์ทางปัญญาที่จะวิเคราะห์เหตุการณ์ในภายภาคหน้าว่าเป็นอย่างไร นี่มิใช่ว่าจะมาลบหลู่แต่อยากบอกให้รู้จะเสนอข่าวหรืออ่านข่าวใดๆ นั้นให้รู้ซะบ้างว่าประชาชนเขาฉลาดขึ้นทุกวันและจะมองผู้สื่อข่าวและผู้อ่านข่าวนั้นไม่ได้มีการพัฒนาการให้เข้ากับเหตุการณ์ในโลกปัจจุบันนั้นได้ บางทีก็ต้องนำเสนอแนวคิดให้กับประชาชนเขาได้มีข้อคิดและมีข้อเตือนใจที่จะรู้เท่าทันต่างชาติภาษา มิใช่แต่เอาข่าวต่างชาติมาเล่า ๆ ก็เท่านั้นไม่ได้ประโยชน์อันใด ต้องหาทีมงานที่วิเคราะห์ข่าวในปัจจุบันให้ได้ว่าจะต้องตั้งรับกับปัญหาของโลกอย่างไร และบริหารประเทศอย่างไรที่จะให้เท่าทันกับโลกที่กำลังเศร้าโศกในอีกซีกโลกหนึ่งนั้นได้ และทำอย่างไรที่จะมีทีหนีทีไล่ที่หากมากระทบถึงประเทศไทยจะต้องแก้ไขปัญหากันอย่างไร q*061

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

หน้า: 1 ... 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 ... 36

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม