หน้า: 1 2 3 4 5 6 7 8

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: การรายงานข่าวเหตุการณ์ต่างๆรอบโลกให้ท่านผู้อ่านได้ทราบ โดยคุณจูและคุณดิส  (อ่าน 8456 ครั้ง)
Guest
คิดเพื่อประเทศไทย
เรทกระทู้
« ตอบ #90 เมื่อ: 13 ม.ค. 15, 12:55 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

q*061 คุณดีสฯ บางทียังคิดเลยว่า ตามคอนโต อพาทเม้นต่างๆ นี่เขาน่าจะมีระบบการหมุนเวียนของน้ำกลับมาใช้ใหม่ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการใช้น้ำร่วมกัน มิใช่ให้ทิ้งสูญเสียไปกระนั้นได้ หากทุกคอนโดได้ทำระบบการหมุนเวียนน้ำกลับมาใช้ใหม่เราคงจะประหยัดในการใช้น้ำกันอย่างมากมาย q*061

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #91 เมื่อ: 14 ม.ค. 15, 16:31 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

สวัสดีคุณจู


อากาศหนาวขึ้นมาอีกรอบ สั่นไปหมดเลย ยังทานยาอยู่เลยสงสัยอากาศหนาวจนถึงสิ้นเดือนครับ...



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #92 เมื่อ: 15 ม.ค. 15, 17:18 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

สถานีอวกาศอพยพวุ่น หลังระบบเตือนภัยทำงานพลาด หวั่นแอมโมเนียรั่ว
แชร์ให้เพื่อนดู
สถานีอวกาศอพยพวุ่น หลังระบบเตือนภัยทำงานพลาด หวั่นแอมโมเนียรั่ว
สถานีอวกาศนานาชาติอพยพวุ่น หลังระบบเตือนภัยทำงานผิดพลาด พบความเป็นไปได้ว่าแอมโมเนียรั่วไหล

เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2558 สำนักข่าวซีเอ็นเอ็น รายงานว่า เกิดเหตุสุดวุ่นขึ้นบนสถานีอวกาศนานาชาติ หลังจากระบบเตือนภัยทำงานผิดพลาด เตือนว่าพบความเป็นไปได้ว่าแอมโมเนียรั่วไหลในระบบทำความเย็น ทำให้นักบินอวกาศของสหรัฐฯ ต้องอพยพย้ายจากพื้นที่ยานส่วนของสหรัฐฯ ไปยังส่วนของรัสเซียชั่วคราว ก่อนจะย้ายกลับที่เดิมเมื่อพบว่าไม่มีเหตุอันตรายใด ๆ เกิดขึ้นจริง

รายงานระบุว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 14 มกราคมที่ผ่านมา ระบบเตือนภัยบนสถานีอวกาศนานาชาติ ในส่วนพื้นที่ของสหรัฐฯ ได้เกิดดังขึ้นมา ซึ่งทำให้นักบินอวกาศรู้ว่าอาจเกิดปัญหาแอมโมเนียรั่วไหลในระบบทำความเย็น จึงสวมหน้ากากออกซิเจนแล้วอพยพไปยังส่วนพื้นที่ของรัสเซียทันที แล้วปิดประตูยานส่วนพื้นที่ของสหรัฐฯ

หลังเกิดเหตุผู้เชี่ยวชาญได้มีการตรวจสอบปัญหาทันที ก่อนจะพบว่าระบบเตือนภัยที่ดังขึ้นนั้นเกิดจากความผิดพลาดของระบบคอมพิวเตอร์เท่านั้น แอมโมเนียไม่ได้รั่วไหลจริง แต่ถึงอย่างนั้นนักบินอวกาศสหรัฐฯ ทั้ง 2 ราย ก็ต้องรออยู่ในส่วนพื้นที่ของรัสเซียก่อน เพราะหลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ภาคพื้นได้ปิดระบบการทำงานบางส่วนไป ต้องเปิดระบบการทำงานของส่วนพื้นที่สหรัฐฯ อีกครั้ง เมื่อพร้อมแล้วจึงได้ย้ายกลับไปที่เดิมในที่สุด

จากเหตุการณ์นี้นักบินอวกาศสหรัฐฯ ทั้ง 2 ราย ไม่ได้รับอันตรายใด ๆ โดยซาแมนตา คริสโตโฟเรตตี หนึ่งในนักบินอวกาศสหรัฐฯ ได้ทวีตข้อความยืนยันความปลอดภัยว่า "เฮ้ทุกคน ขอบคุณที่เป็นห่วงนะ ตอนนี้เราปลอดภัยแล้ว เราสบายดีในพื้นที่ของรัสเซีย"



มาเป็นคนแรก
ที่แชร์เรื่องนี้แชร์ให้เพื่อนดู
ที่มา: http://hilight.kapook.com/view/114195
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก NASA

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #93 เมื่อ: 17 ม.ค. 15, 12:28 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ปลอดประสพ โพสต์เฉลย.. หนาวเหน็บจังเลย ทำไมอากาศแปรปรวน
โพสต์เมื่อ : 15 มกราคม 2558 เวลา 15:55:21

ปลอดประสพ โพสต์เฉลย.. หนาวเหน็บจังเลย ทำไมอากาศแปรปรวน
ปลอดประสพ โพสต์เฉลย.. หนาวเหน็บจังเลย ทำไมอากาศแปรปรวน

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก เฟซบุ๊ก ดร.ปลอดประสพ สุรัสวดี

ปลอดประสพ โพสต์เฟซบุ๊กตอบข้อสงสัย ทำไมช่วงนี้ถึงหนาวโดยฉับพลัน หรือเพราะบ้านเมืองมีเหตุเภทภัย พระพิรุณและพระพายจึงแกล้งสั่งสอนให้รู้สำนึก แถมทิ้งท้าย ใส่เสื้อหนา ๆ นะครับ เดี๋ยวจะไม่สบาย

วันที่ 14 มกราคม 2558 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายปลอดประสพ สุรัสวดี อดีตรองนายกรัฐมนตรี ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ดร.ปลอดประสพ สุรัสวดี ในกรณีที่มีคนเข้ามาถามเกี่ยวกับช่วงนี้ทำไมถึงหนาวโดยฉับพลันแถมมีฝนตกด้วย ทำให้ยิ่งหนาวมากขึ้นไปอีก ซึ่งตัวนายปลอดประสพตอบไปแบบทีเล่นทีจริงว่า บ้านเมืองมีเหตุเภทภัยมั้ง พระพิรุณและพระพายจึงแกล้งสั่งสอนเสียบ้างให้รู้สำนึก ซึ่งข้อความของนายปลอดประสพมีดังนี้

หนาวเหน็บจังเลย ทำไมอากาศแปรปรวน ?

อาจจะเป็นเพราะว่ามีความรู้เรื่องธรรมชาติอยู่บ้าง พรรคพวกจึงรุมกันถามว่าตอนนี้มันเกิดอะไรขึ้นถึงได้เกิดหนาวโดยฉับพลันแถมยังมีฝนด้วย ทำให้เพิ่มความหนาวเหน็บเอาการ ทีแรกก็นึกว่าผู้ถามคงไม่จริงจังจึงตอบไปเพราะบ้านเมืองมีเหตุเภทภัยมั้ง พระพิรุณและพระพายจึงแกล้งสั่งสอนเสียบ้างให้รู้สำนึก (เดา ๆ อาจเป็นเรื่องประชาธิปไตยก็ได้) แต่คนถามบอกไม่เอาอยากฟังคำตอบแบบวิทยาศาสตร์และต้องเป็นเรื่องจริงๆ (เข้าใจว่าตอนนี้มีเรื่องไม่จริงเยอะเพราะประชาสัมพันธ์เก่ง)

คืออย่างนี้ครับ ช่วงนี้ยังคงเป็นหน้าหนาวความกดอากาศสูง (High Pressure) จากประเทศจีน (ทะเลทรายโกบีและเทือกเขาคุนลุ้น) ได้เลื่อนไหลลงใต้เป็นระลอก ๆ (วัดความกดดันได้ 1036-1012 hpa) ครั้นไหลมาถึงประเทศไทยจึงปะทะกับลมอุ่นและชื้นจากทะเลจีนตอนใต้ ทำให้เกิดอากาศหนาวและอากาศชื้นไปพร้อมกัน (ปกติหนาวแล้วอากาศมักจะแห้ง)

จากการปะทะกันลมชื้นซึ่งหนักจะอยู่ข้างล่าง แต่เนื่องจากอยู่ใกล้เส้นศูนย์สูตรพระอาทิตย์จึงเผาน้ำทะเลให้กลายเป็นไอลอยขึ้นสูง และอากาศร้อนชื้นนี้เมื่อลอยผ่านอากาศเย็นซึ่งอยู่ข้างบนและเบากว่าจึงกลั่นตัวเป็นไอน้ำ หรือเป็นเมฆอย่างที่มองเห็น ยามใดเมื่อการลอยตัวเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและลอยสูงมาก ๆ ก็จะเกิดเป็นลูกเห็บหรือก็คือเม็ดฝนที่ถูกลมเป่าให้ลอยขึ้น (ไม่ใช่ลอยลง) และเมื่อลอยขึ้นไปสูงมาก ๆ ก้อนน้ำแข็งก็จะใหญ่ขึ้นมากและหนัก ตามกฎความโน้มถ่วงก้อนน้ำแข็งก็จะตกตุ้บลงมาเป็นลูกเห็บลูกใหญ่ ๆ ใส่หัวเรา (ซวยจริง ๆ)

พูดง่าย ๆ สิ่งที่เกิดอยู่นี้คือ ผลพวงของการปะทะระหว่างลมหนาวจากเหนือกับลมชื้นจากใต้ เป็นเรื่องของธรรมชาติมากบ้างน้อยบ้างแล้วแต่ดวง แต่ปีนี้ดวงคงไม่ดี (เพราะการควบคุมอำนาจหรือเปล่าไม่แน่ใจ) อากาศจึงเย็นกว่าปกติ ทนหน่อยเถอะครับเดี๋ยวก็จะหมดไปเอง (ทนเหมือนพวกผมนี้แหละ)

เหตุที่เกิดนี้ใช่จะเลวร้ายไปเสียทั้งหมด สิ่งดี ๆ ก็มี เช่น ฝนตกตามป่าเขา ทำให้ป่าชื้นปลอดภัยจากไฟป่าพอควร ฝนมาครั้งนี้ยังช่วยลดโอกาสภัยแล้งซึ่งจะเกิดขึ้นแหง ๆ ในภายภาคหน้าได้อีกด้วย เห็นไหมครับบางทีอะไร ๆ ที่ว่าแย่ก็มีโอกาสกลับเป็นดีได้ ผมว่าไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้ว ก็ช่วยร่างรัฐธรรมนูญให้เจ๋งไปเลยจะได้หายกัน ไม่ทราบเจ้าของเรือจะเห็นดีด้วยไหมครับ

ใส่เสื้อหนา ๆ นะครับ เดี๋ยวจะไม่สบายเป็นหวัด ซึ่งจะไม่เป็นสุขใจเลย




กระปุกดอทคอม

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ดีใจจัง!
เรทกระทู้
« ตอบ #94 เมื่อ: 19 ม.ค. 15, 10:03 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*064 สวัสดีค่ะคุณดีสฯ หายไปพักผ่อนที่เชียงใหม่มาค่ะ อากาศกำลังเย็นสบายไม่หนาวมากสักเท่าไหร่ แต่ก็ใส่เสื้อกันหนาวได้ตลอดทั้งวัน เป็นเมืองท่องเที่ยวจริง ๆ บรรยากาศเหมือนกรุงเทพฯมาก คือมีความเจริญที่ก็มีบางอย่างล้ำกว่าคือหน้าโรงภาพยนตร์จะมีจอมอร์นิเตอร์ฉายหนังตัวอย่างที่จะเข้าฉาย ซึ่งในกรุงเทพฯไม่ค่อยจะมีสักเท่าไหร่ เมืองของเขาจัดระเบียบการขายของไปเกะกะแต่อย่างใด มีระเบียบเพราะจะกำหนดจุดขายที่จะใช้เวลากลางคืนเป็นถนนคนเดิน ขายของพื้นเมืองให้นักท่องเที่ยวได้ไปจับจ่าย กลางวันจะไม่คึกคักสักเท่าไหร่ แต่ตกกลางคืนจะมีร้านค้า คนเดินกันพลุกพล่าน ถนนหนทางก็มีรถติดบ้างแล้วเหมือนในกรุงเทพฯ เมืองหลวงของไทย อากาศก็ไม่ค่อยมีมลพิษสักเท่าไหร่ เพราะกระจายมาอยู่เมืองหลวงของไทยเสียมากกว่าคือ โรงงานต่าง ๆ ที่ก็มากระจุกตัวอยู่ในกรุงเทพฯของไทย มานั่งนึกดู แล้วจะให้เมืองหลวงสวยหรูได้อย่างไร มีแต่การคับคั่ง เมืองมั่งคั่ง แต่อาการผู้คนก็คลั่งตามไปติด ๆ กระนั้นได้ ยังนึกว่าน่าจะมีเมืองหลวง หนึ่ง สอง สาม เหมือนชื่อโรงเรียนดัง ๆ ก็ยังมีสาขากระจายไปนั่นเห็นจะได้ บางคนอาจจะคิดเปลี่ยนใจไปหาที่อยู่ที่เชียงใหม่ เพราะอากาศดี แต่สิ่งที่อยากจะบอกนี่นั่งรถยนต์ขับไปรอบเมืองเชียงใหม่ สิ่งที่เห็นเดินอยู่ริมถนนนั้นคือ ฝรั่ง มากกว่าคนไทย คนจีน ญี่ปุ่น ส่วนมากจะมากับกรุ๊ปทัวร์ แต่คนที่เดินไปมาบนถนนนั่น ฝรั่งทั้งนั้นรับประกันได้ คนไทยนั่นก็ไปตั้งร้านขายของเสียส่วนใหญ่ ผู้คนที่เดินไปมาก็คือ ฝรั่งมังค่า ไม่รู้ว่าเป็นเมืองของใคร coco คือให้อิสระเต็มที่ เป็นเมืองท่องเที่ยวที่ฝรั่งอยู่กับที่ หรือว่าบินไปมาไม่รู้ว่าจะตัดสินใจได้อย่างไร แต่ส่วนมากเหมือนอาศัยอยู่ติดกับที่เสียมากกว่า เพราะว่าการแต่งกายจะกลมกลืนไปเป็นคนไทยไปแล้วกระนั้นได้ ธรรมชาติก็ยังอยู่ดีจร้า เพราะว่าต้องมีรถส่วนตัวเท่านั้นถึงจะไปในที่สวยงามต่าง ๆ นั้นได้ที่จะเที่ยวดูอย่างละเอียด ไม่ใช่กรุ๊ปทัวร์จัดหาให้ จึงก็ยังจะเห็นธรรมชาติที่ยังไม่ค่อยถูกทำลาย สรุปได้ว่าได้ไปเที่ยวเชียงใหม่ที่น่าจะเป็นเมืองหลวงแห่งที่สองของไทย ที่มีความเป็นระเบียบในการจัดวางรูปแบบเมืองท่องเที่ยวที่ก็อำนวยความสะดวก สะอาด และสวยงามของไทยที่น่าประทับใจสุด ๆ จร้า q*062

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
น่าสนใจ!
เรทกระทู้
« ตอบ #95 เมื่อ: 19 ม.ค. 15, 10:07 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*064 เชียงใหม่ในวันนี้เหมาะกับการใช้จักรยานเสียมากกว่าในตัวเมืองชั้นใน ซึ่งในเวลานี้ก็มีรถติดกันมากขยับเขยื้อนก็ช้ามาก น่าจะใช้จักรยานมากกว่า และมอเตอร์ไซด์ก็น้อยน๊ะส่วนมากรถยนต์นั่งส่วนตัวมากกว่า q*064

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
คิดเพื่อประเทศไทย
เรทกระทู้
« ตอบ #96 เมื่อ: 19 ม.ค. 15, 10:24 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*061 ยังนั่งคิดเลยว่าหากว่ากรุงเทพฯ-เชียงใหม่มาเชื่อมโยงกันคงจะศิริไรซ์เลิศล้ำสุด ๆ ไปเลยนั้นได้ เพราะว่าเชียงใหม่สามารถเป็นต้นแบบในการจัดระเบียบวางผังเมืองที่จะน่าลอกเลียนแบบนั้นได้ กรุงเทพฯก็น่าจะจำลองเมืองเชียงใหม่ เมืองขอนแก่น เมืองโคราช อะไรที่ล้ำเลิศในชาติก็ดึงมาไว้ที่กรุงเทพฯ ของไทยเป็นการกระจายรายได้ของผู้คนที่ไม่สะดวกที่จะเดินทางไปได้ ก็ยกเอามาไว้ที่กรุงเทพฯ เสียนั่น ส่วนที่เขามีความสะดวกสบายก็จะได้ไปลิ้มรสธรรมชาติที่เขาสามารถดั้นด้นไปกันได้

ส่วนเมืองหลวงคือกรุงเทพฯ นั้นผู้คนอยู่กันมากมาย ก็คงอยากจะเห็นทุกบรรยากาศที่เป็นแบบจำลองมาตั้งเป็นตัวอย่างเอาไว้เพื่อให้ไปค้นพบของจริงในโอกาสข้างหน้าก็ได้ เป็นการเชื่อมโยงกันสามัคคีกันที่จะช่วยกันส่งเสริมซึ่งกันและกันในทุกฝ่าย เป็นการปรองดองกันสุดลิ่มทิ่มประตูนั่น ผลประโยชน์นั้นคือได้ในทุกภาคส่วนที่จะนำประโยชน์นำมาให้ q*064

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
น่าเบื่อออออออออ
เรทกระทู้
« ตอบ #97 เมื่อ: 19 ม.ค. 15, 14:31 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*061 สิ่งที่น่าสังเกตคือเขาจะมีจุดซื้อขายของที่สามารถบ่งบอกเป็นเอกลักษณ์ได้ว่าจะไปหาซื้อได้ที่ไหน ของดีจะอยู่ที่ไหน ทุกคนก็จะไปเสาะแสวงหาเองยังที่บ่งบอกไว้ แล้วที่กรุงเทพฯนี้ ก็น่าที่จะชี้อะไรที่เป็นเอกลักษณ์อย่างสวนจตุจักรกระจัดกระจายออกไปได้ว่าอยู่ในพื้นที่ไหน แยกกระจายตัวไปยังปริมณฑลใกล้ ๆ ก็ได้ มิใช่ว่าจะต้องมากระจุกตัวอยู่แต่ที่ในเมืองหลวงเท่านั้น นอกปริมณฑลนั้นก็เอาสินค้าออกไปตั้งเพื่อหาซื้อได้ แล้วเขาจะมี GPS เอาไว้ทำไม ก็เพราะเพื่อการนี้โดยเฉพาะ แต่ส่วนมากพ่อค้า แม่ค้า กลัวว่าจะขายของไม่ได้ ก็ไม่ยอมที่จะนำตัวออกไป ก็น่าจะมีประชาสัมพันธ์โฆษณาให้พ่อค้าแม่ค้าเขาได้มีความเข้าใจ และคอยพบกับการมาของบรรดาพวกชอบจับจ่ายใช้สอยว่าเขาจะนำพาตัวเองไปได้ไหม ปัจจุบันเทคโนโลยีก็มากมาย เหตุใดจะต้องมากระจุกตัวอยู่แต่ใน กอทอมอ เมืองที่คนแทบจะหาท่อไม่เจอนั้นได้ เพราะจะฝังกลบกันหมดแล้วเพราะคนชอบมักง่ายทิ้งของลงท่อจนก่อให้เกิดน้ำท่วมขังเวลาฝนตกลงมานั้นมีแต่ข้อเสียอย่างมากมาย q*061

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #98 เมื่อ: 19 ม.ค. 15, 17:05 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

สวัสดีครับคุณจู


ไปเที่ยวเชียงใหม่มา อากาศคงจะหนาวเย็นกำลังดีเห็นความเจริญที่นั่นชมน่าดู สิ่งที่อยู่เเละเห็นนั้นฝรั่งมังค่าอยู่ที่นั่นมากมายครับ ต่อไปชาวตะวันตกจะย้ายฐานมาอยู่เมืองไทยมากขึ้น แถบยุโรปตอนนี้หนาวกันหมดครับ อยากจะหาที่อบอุ่นสบายอยู่ครับ...

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
รักเมืองไทยที่สุดในโลก
เรทกระทู้
« ตอบ #99 เมื่อ: 19 ม.ค. 15, 17:30 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*064 สวัสดีค่ะคุณดีสฯ คงจะดีขึ้นแล้วสิน๊ะค๊ะยินดีด้วยค่ะอย่าลืมทานยา ทานอาหารเป็นเวลา พักผ่อนมาก ๆ น๊ะค๊ะ ขอบคุณที่เข้ามาอ่านและให้คำแนะนำค่ะ

คุณดีสฯ เรื่องที่อยู่อาศัยที่เชียงใหม่อย่าให้คิดว่า คนไทยไปปลูกเต้นส์อยู่นั่น ส่วนฝรั่งเอาเงินมาฝังรากลึกอยู่ที่เมืองไทยไม่กลับบ้านช่องตัวเองไปกระนั้นได้ อย่างนี้ก็จะไม่สมดุลกัน บ้านใครบ้านมัน มาพักผ่อนชั่วครั้งชั่วคราวก็น่าจะเพียงพอกระนั้นได้ อย่ามาแย่งเบียดเบียนกัน ก่อให้เกิดการลักหลั่นกันขึ้นมาอีกได้ บ้านเมืองอื่นยังมีกรีนการ์ดในการต่ออายุนั่น ประเทศไทยนั้นจะมองข้ามไปได้อย่างไรจริงไหมค่ะ เพราะว่าขึ้นไปบนดอยนั้นก็เห็นมีการกางเต็นส์นอนกันอยู่มากมาย อากาศดีนี่ค่ะใครจะลืมเลือนได้ โรงงานอะไรก็ไม่มี มากระจุกตัวที่กรุงเทพฯเมืองฟ้าอมรนี่ไง ทำให้สวรรค์กลายเป็นโรงงานไปหมดแล้วนั่น เชียงใหม่นั้น สดชื่นจนหยดสุดท้าย อะไรก็ไปเชียงใหม่ ขึ้นเครื่องบินที่นั่นเหาะไปญี่ปุ่น จีนนั้นต่อยอดไปอีกนั้นได้ ไม่ต้องมาพักที่กรุงเทพฯนั่น เหาะเหินเดินอากาศกันกรุงเทพฯ อาจจะถูกมองข้ามไปแล้วก็อาจจะเป็นได้ อย่างนี้เขาเรียกว่าภาษีรั่วไหลอีกหรือเปล่าน๊ะ นี่แค่ไม่เข้าใจหรอกน๊ะคือแค่มโนไลน์ เพราะว่าความจริงไม่ทราบว่าจะต้องมาขึ้นที่สุวรรณภูมิก่อนนั้นไหม เอาเป็นว่าเป็นการต่อยอดซึ่งกันและกันดีไหมระหวางกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ เชื่อมโยงกันดีกว่าเพราะว่ามีการพัฒนาที่ก้าวกระโดดกันไปมาไม่ค่อยสมดุลกันสักเท่าไหร่ มันน่าจะมีการกระจายรายได้ที่สมดุลซึ่งกันและกัน ไม่เหลื่อมล้ำกันจะดีกว่ากันมากมาย เพราะว่าความเจริญควรจะสื่อสารถึงกัน อะไรไม่ดีนั้นก็มาประชุมหารือกันนั้นได้ ให้มีการพัฒนาในรูปแบบใหม่ อย่างซอยนานาในกรุงเทพฯนี้น๊ะไม่รู้ว่าชนชาติไหนกระจุกตัวกันอยู่นั่นไม่ได้มีการจัดระเบียบกันสักเท่าไหร่ หากว่าคณะกรรมการดูแลผังเมืองระหว่างกรุงเทพฯ-เชียงใหม มีพ่อเมืองที่มีความรักสามัคคีกันที่อยากจะเห็นประเทศไทยนั้นศิวิไรซ์ก็น่าจะจับมือกันประสานสัมพันธุ์ในอันที่จะเผื่อแผ่ความรู้ให้เชื่อมโยงถึงกันก็จะดีกว่ามากมาย อย่างน้อยการติดต่อค้าขายระหว่างเชียงใหม่กับกรุงเทพฯ ในเวลานี้ก็เสมือนห่างกันแค่ที่ระยะทางเท่านั้นได้ แต่การเชื่อมโยงสายใยทางด้านจิตใจนั้นก็คือคนบ้านเดียวกันก็คือ คนไทย ผืนแผ่นดินก็เดียวกัน อะไร ๆ นั้นไม่ควรจะแยกจากกันนั้นได้ เราคือไทย ฉันคือไทย เราคือชาติไทย อะไร ๆ ก็ต้องพูดเป็นเสียงเดียวกันคือ ฉันรักเมืองไทย ฉันรักประเทศไทย และฉันก็รักคนไทยที่อาศัยอยู่ทุกพื้นที่ที่เป็นสมบัติของชาติไทยนี้คือ ผืนแผ่นดินไทย q*064

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
แผ่นดินทอง
เรทกระทู้
« ตอบ #100 เมื่อ: 19 ม.ค. 15, 17:50 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*064
แผ่นดินทอง
บ้านคนรักสุนทราภรณ์ www.websuntaraporn.com
คำร้อง ชอุม ปัญจพรรค์
ทำนอง เอื้อ สุนทรสนาน
บ้านคนรักสุนทราภรณ์ websuntaraporn.com

งามไม้ดอกต่างสีชวนชม
รื่นอารมณ์เพลินใจ
กุหลาบพะยอมหอมไกล
หงอนไก่ซ่อนกลิ่นทานตะวัน

มะลิหอมฟุ้งจรุงรื่น
บานชื่นรักเร่เหหัน
จำปาจำปีมะลิวัลย์
พันธุ์ไม้นั่นงามสวยอยู่ด้วยดิน

แผ่นดินทอง
ของไทยเนืองไปด้วยทรัพย์สิน
ข้าวในนาปลาในหนองทองในดิน
ใครรู้หากิน ไม่อดเอย q*064


noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
คิดเพื่อประเทศไทย
เรทกระทู้
« ตอบ #101 เมื่อ: 19 ม.ค. 15, 17:59 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*064 จริงค่ะคุณดีสฯ งามไม้ดอกต่างสีชวนชม ไม่ว่าจะมีสีสรรอะไรเมื่อเป็นดอกไม้ก็น่าชื่นชมไปทั้งหมดนั่น และทุกสิ่งนั้นก็ต้องอาศัยดินเพื่อปลูกให้งอกงามขึ้นมาได้ ใครจะบังคับให้ไม่ชอบสีนั้นสีนี้ก็ไม่ได้เพราะเป็นดอกไม้ที่ขึ้นอยู่บนดินนั่นทุกคนมีสิทธิ์เลือกสรรที่จะชอบตามแต่ใจตนเองนั้นเป็นสำคัญจะหักห้ามกันไม่ได้

แต่ทุกอย่างก็ต้องอาศัย ดิน ที่เป็นสิ่งสำคัญยิ่งในอันที่จะให้บังเกิดดอกไม้หลากหลายสายพันธุ์นั้นขึ้นมาได้ ดิน ก็คือ แผ่นดิน ผืนแผ่นดินถิ่นไทยนี้ที่มีผู้ดูแลรักษาดินนี้ให้อุดมสมบูรณ์ดีในการแพร่ขยายพืชพันธุ์ธัญญาหาร

แต่คนกลับมองข้ามดินไปเสียนั่น ไปรำพีงรำพันกันแต่ดอกไม้ที่ไม่ได้รับรู้เลยว่า เขาได้ถือกำเนิดมาจาก ณ ที่แห่งใด

เราจึงไม่สามารถที่จะมองข้ามสิ่งเหล่านี้ได้ว่า ทุกอย่างที่รอดชีวิตกันขึ้นมาก็ต้องอาศัย ดิน นี้หนาที่มาบำรุงรักษาให้พวกเรายืนอยู่ได้ ดิน แผ่นดิน ผืนแผ่นดิน พระเจ้าแผ่นดิน ช่างเชื่อมโยงกันทุกสิ่งไม่สามารถที่จะปฏิเสธได้ ใครที่ดูแลปกครองผืนแผ่นดินนี้ ใครมองข้ามสิ่งนี้คุณดีสฯ คิดว่าจะมีกันบ้างไหม q*064

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ร่มไทรย้อย!
เรทกระทู้
« ตอบ #102 เมื่อ: 19 ม.ค. 15, 18:13 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*064เพลง : ม่านไทรย้อย
ศิลปิน : เพ็ญศรี พุ่มชูศรี
เนื้อเพลง :

ลืม ลืมหมดแล้วหรือไร แม้จันทร์ที่เคยเป็นใจ หลบบังร่มไทรย้อยกิ่งกระซิบรำพัน แฝงจันทร์เคยแอบเอนอิง หนาวลมแนบอกเธอผิง สุขซึ้งใจจริงหาใดปานลืม ลืมหมดแล้วน้ำคำซึ้งจำติดรอยใจพิมพ์ เคยชิมว่าเป็นน้ำตาลยังหวานตรึงใจ รสใดจะเปรียบประมาณแท้จริงลมปากเธอหวาน หลอกฉันมานานร้อยหมื่นอย่าง** กิ่งไทรย้อยร้อยรักไว้ ลมไหวไทรเอน ใจเต้นคล้ายลางแอบอกชู้ ชูกิ่งพลาง ไทรเจ้ากางใบบัง งามเหมือนดังม่านทองลืม ลืมหมดแล้วสายลมแม้ไทรที่เคยชื่นชมรื่นรมย์ แทนเรือนหอห้องไทรเอ๋ยเคยเอน พักเป็นแดนสุขเคียงครองเย้ายวนกันอยู่เพียงสอง ขาดรักไทรมองหมองวิญญา q*064

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
รักเมืองไทย
เรทกระทู้
« ตอบ #103 เมื่อ: 19 ม.ค. 15, 18:24 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*064 คูณดีสฯ เราคงจะปฏิเสธสิ่งที่เชียงใหม่เขามีนั้นก็คือ ไอเดีย ความคิดสร้างสรรค์อันอย่างมากมาย มีการผลิตสินค้าพื้นเมืองที่เราเห็นแล้วก็ยังทึ่งในความคิดสรรค์ของชาวเชียงใหม่นั้นที่เขาคิดพลิกแพลงเปลี่ยนแปลงมาเป็นสินค้าที่ทันสมัย บางอย่างกรุงเทพฯยังตามไม่ทันเลยนั่น เพราะคนในพื้นที่เชียงใหม่นั้นเขาสร้างสรรค์แต่สิ่งที่สวยงามจากสมองและจิตวิญญาณของเขาโดยแท้ เราก็ต้องให้เกียรติคนในพื้นที่นี้ที่มีความคิดที่ดีแต่ก็ต้องมีใจคิดเผื่อแผ่ที่จะขยายความคิดต่าง ๆ นี้ไปยังจังหวัดอื่นนั้นด้วยที่จะช่วยกันส่งเสริมพัฒนาให้เกิดสินค้าอันหลากหลาย ซึ่งเมื่อรวมเป็นมวลรวมนั้นไซร้ ทุกภาคมีช่างสิบหมู่อยู่กันทุกภาคบนผืนแผ่นดินไทย ที่จะนำมาอวดโชว์ต่อต่างชาติภาษา โดยที่เราไม่น้อยหน้าชนชาติใด ประเทศไทยคือจุดศูนย์รวมความคิดสร้างสรรค์ ที่จะบังเกิดผลผลิตอันศิวิไรซ์ หากคนไทยไม่คิดแข่งขัน ชิงดี ชิงเด่นกัน ชาติไทยนั้นจะสง่างามกว่าชนชาติใด ๆ ใครก็จะมาสู้กับประเทศไทยนั้นไม่ได้ ทุกภาคมีความสำคัญหมดทั้งนั้น คือการรวมพลังกันคิดสร้างสรรค์ผลงานอันบรรเจิดกันขึ้นมาได้

หากเรารักสามัคคีกันในอันที่จะเผื่อแผ่เห็นอกเห็นใจกันที่จะนำความรักและความปรารถนาดีส่งต่อถึงกันในทุกภาคบนผืนแผ่นดินไทยนั้น เราจะยิ่งใหญ่นั้นหาชาติใดเปรียบมิได้ ขึ้นอยู่ที่ ผู้นำ จะขับเคลื่อนสิ่งเหล่านี้นั้นให้มาผสมผสานกันให้จงได้ คือผลผลิตมวลรวมที่เป็นผลประโยชน์ส่วนรวมอันเป็นสมบัติของประเทศไทยที่เราคนไทยจะต้องรับผิดชอบซึ่งกันและกันและแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ร่วมกันเพื่อประเทศชาติไทยของเรานั้นนั้นที่จะให้ยั่งยืนสืบไปนั้นเป็นหน้าที่ของพวกเราชาวไทย q*064

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #104 เมื่อ: 19 ม.ค. 15, 18:25 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

สวัสดีคุณจูตอนนี้ปวดพันทานยาแก้อักเสบไป 2 เม็ดครับ....

สักพักก็คงจะง่วงนอน.....ดีใจที่คุณจูเข้ามาผมนึกว่าคุณจูจะไม่เข้ามาอีกแล้ว...เห็นเงียบไปตั้งแต่วันศุกร์ครับ...

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #105 เมื่อ: 19 ม.ค. 15, 18:39 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

อังกฤษหนาวราวเขาเอเวอเรสต์ หนาวสุดในรอบ 3 ปี
แชร์ให้เพื่อนดู

อังกฤษ หนาวที่สุดในรอบ 3 ปี : ภาพจาก PAUL FAITH / AFP

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม

อังกฤษเผชิญสภาพอากาศหนาวระดับแช่แข็ง กลางคืนหนาวถึง -15 องศาเซลเซียส หนาวที่สุดในรอบ 3 ปี

เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2558 เว็บไซต์เทเลกราฟของอังกฤษ รายงานว่า อังกฤษเตือนประชาชนเตรียมรับมือกับสภาพอากาศหนาวเหน็บราวกับเขาเอเวอเรสต์ อุณหภูมิตอนกลางคืนต่ำสุดได้ถึง -15 องศาเซลเซียส หนาวที่สุดในรอบ 3 ปี ขอให้ประชาชนดูแลผู้สูงอายุและผู้มีสุขภาพอ่อนแอเป็นพิเศษ

สำนักงานสภาพอากาศแห่งสหราชอาณาจักรเปิดเผยว่า ในช่วงสัปดาห์นี้พื้นที่เกือบทั้งประเทศจะเผชิญกับสภาพอากาศหนาวเหน็บ พื้นดินกว่า 90 เปอร์เซ็นต์จะถูกปกคลุมขาวโพลนไปด้วยหิมะ ไม่ว่าจะเป็นในกรุงลอนดอน สกอตแลนด์ และทั่วทุกภูมิภาค จะเผชิญภูมิอากาศที่เย็นยะเยือกระดับแช่แข็ง อุณหภูมิตอนกลางคืนเฉลี่ย -9 องศาเซลเซียส และในบางพื้นที่อุณหภูมิอาจจะดิ่งลงไปถึงระดับ -15 องศาเซลเซียส ซึ่งทุบสถิติอุณหภูมิอากาศที่ต่ำที่สุดในรอบ 3 ปี

สำหรับสภาพอากาศที่หนาวเหน็บเช่นนี้ ทางการอังกฤษได้เตือนให้ประชาชนเตรียมรับมือให้พร้อม โดยเฉพาะผู้ขับขี่ยวดยานพาหนะ ขอให้วางแผนการเดินทางให้ดีและเตรียมชุดอุปกรณ์ฉุกเฉินเอาไว้ด้วย โดยประกอบด้วย อาหาร เครื่องดื่มอุ่น ไฟฉาย อุปกรณ์ปฐมพยาบาล เสื้อกันหนาวและผ้าห่มอุ่น ๆ รวมถึงขอให้ชาร์จแบตเตอรี่โทรศัพท์ให้เต็มอยู่เสมอ

ส่วนผู้ที่ไม่ได้ออกไปไหน แม้จะอยู่ภายในบ้านก็ต้องดูแลผู้สูงอายุหรือคนที่เจ็บป่วยง่าย ขณะที่ทางโรงพยาบาลทุกแห่งในอังกฤษเอง ก็เตรียมรับมือกับจำนวนผู้ป่วยที่อาจจะมากขึ้นในช่วงนี้ พร้อมกับมีการจัดเจ้าหน้าที่ไปยังบ้านเรือนที่มีผู้สูงอายุ ผู้ป่วย และผู้ที่มีสุขภาพอ่อนแอแล้ว

ขณะที่ทางด้านมูลนิธิ Age UK ซึ่งเป็นองค์กรการกุศลเพื่อผู้สูงอายุในอังกฤษ ได้ออกมาเตือนว่าสภาพอากาศที่หนาวเหน็บเช่นนี้ สามารถทำให้ผู้สูงอายุเสียชีวิตได้ 1 คนในทุก 7 นาทีเลยทีเดียว




ภาพจาก PAUL FAITH / AFP


ภาพจาก GEOFF CADDICK / AFP



ภาพจาก OLI SCARFF / AFP



มาเป็นคนแรก
ที่แชร์เรื่องนี้แชร์ให้เพื่อนดู
ที่มา: กระปุกดอทคอม

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
คิดเพื่อประเทศไทย
เรทกระทู้
« ตอบ #106 เมื่อ: 20 ม.ค. 15, 09:42 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*064 สวัสดีค่ะคุณดีสฯ เราต้องยอมรับความจริงในเรื่องอายุขัยซึ่งก็ต้องเป็นไปตามสัจจธรรมที่ว่า ชีวิตหายั่งยืนไม่ แต่....สิ่งที่เราควรจะร่วมกันกระทำคือการรักษาชาติไทยของเรานั้นให้ยั่งยืนนานให้จงได้ เพื่อลูกหลานของเราที่เกิดมาและเพื่อลูกหลานในวันข้างหน้าที่จะต้องเกิดมามีชาติไทยมีประเทศไทยที่จะต้องวางรากฐานด้วยจิตวิญญาณของพวกเราชาวไทยที่เป็นบรรพบุรุษในรุ่นปัจจุบันที่จะต้องคิดสรรค์ให้เกิดการเชื่อมโยงถึงกันเป็นเจตนารมย์ที่ยิ่งใหญ่ สานประโยชน์ส่งต่อรุ่นต่อรุ่นที่จะต้องให้เขายึดถือปฏิบัติสืบเนื่องกันต่อ ๆ ไป เสมือนหลัก ๑๐ ประการ ในการสร้างชาติไทยนั้นจะต้องยึดโยงกันเสมือน ทศพิธราชธรรมก็คือ ธรรม ๑๐ ประการนั้น ที่จะได้สร้างสรรค์ชาติไทยขึ้นมาได้และยังดำรงคงอยู่คู่ชาติไทย เราที่เป็นคนไทยในรุ่นปัจจุบันเราจะคิดสร้างชาติไทยนั้นจะยึดโยงกันในข้อไหน ก็สมควรให้เห็นพ้องต้องกันในอันที่จะส่งต่อความคิดนั้น ๆ ให้ประสานเป็นเสียงเดียวกันนั้นได้ เสมือนการร้องเพลงก็ต้องร้องให้ท่วงทำนองเข้าจังหวะกัน คิดว่าประเทศไทยนั้น เนื้อร้อง นั้นมีอยู่แล้วนั้นได้ คือทศพิธราชธรรม ๑๐ ประการนี้ไซร้ สามารถนำไปเชื่อมโยงในทุกสิ่งอย่างที่จะสอดประสานร้องเป็นเสียงเดียวกันได้ และให้เป็นเพลงประจำชาติไทยที่จะต้องขับร้องกันต่อ ๆ ไปจนถึงอนาคตกาลข้างหน้าไม่ว่าจะเกิดมาสักกี่ชาติในประเทศไทยก็ขอให้ร้องเพลงนี้เป็นเสียงเดียวกันคือ เพลงทศพิธราชธรรม คือ ธรรมะ ๑๐ ประการ ที่จะนำมาสร้างสรรค์ความคิดเพื่อสร้างชาติไทยให้ดำรงคงอยู่ตลอดไปเป็น บัญญัติ ๑๐ ประการ คือการสร้างชาติไทยให้เจริญยิ่ง ๆ ขึ้นไป q*064

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
คิดเพื่อประเทศไทย
เรทกระทู้
« ตอบ #107 เมื่อ: 20 ม.ค. 15, 17:29 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*064 คุณดีสฯ เราน่ามีโครงการบูรณาการการค้าระหว่างกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ให้เชื่อมโยงต่อกันและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกันก็คงจะดีมากมาย คงจะทำให้เกิดความสมดุลในเรื่องเศรษฐกิจชนิดที่น่าจะนำมาเป็นต้นแบบให้กับจังหวัดอื่น ๆ ต่อไป อันที่จริงก็น่าจะส่งเสริมซึ่งกันและกันน๊ะเพราะเศรษฐกิจนี้น่ะก็จะได้เชื่อมโยงถึงกันและกันนั้นได้ เป็นความเท่าเทียมกันในอันที่จะพัฒนาให้เจริญก้าวหน้าควบคู่กันไป เพราะว่าเชียงใหม่มีการบริหารจัดการที่มีระเบียบวินัยก็น่าจะนำมาพัฒนากรุงเทพฯเมืองหลวงของไทยนี้ได้ q*064

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
คิดเพื่อประเทศไทย
เรทกระทู้
« ตอบ #108 เมื่อ: 20 ม.ค. 15, 17:36 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*064 บ้านเมืองเรามีแต่จะเดินทางไปดูงานต่างประเทศมากกว่าที่จะนำพาให้ไปดูงานในจังหวัดที่เขาได้มีการพัฒนาให้เกิดความเจริญก้าวหน้าเขามีวิธีการอย่างไร ที่ก็น่าจะนำมาเป็นต้นแบบในการส่งเสริมซึ่งกันและกันนั้นได้

อย่างข้าราชการที่อยู่ในกรุงเทพฯ นี่ก็น่าจะให้เดินทางไปดูการทำงานของต่างจังหวัดที่เขาเจริญนี่เขามีระบบการทำงานกันอย่างไร วางรูปแบบบริหารการจัดการคนและสถานที่ให้บังเกิดมีศักยภาพนี่เขาทำกันอย่างไร


เป็นการแลกเปลี่ยนกันเป็นการสมานฉันท์ปรองดองกันได้ และก็น่าจะส่งเสริมกันเป็นการเชื่อมโยงกันในการคิดสร้างสรรค์ให้บังเกิดความเข้าใจในการที่จะเดินหน้าประเทศไทยไปข้างหน้าอย่างพร้อมเพรียงกันได้ q*064

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
คิดเพื่อประเทศไทย
เรทกระทู้
« ตอบ #109 เมื่อ: 20 ม.ค. 15, 17:42 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*064 เมื่อสมัยก่อนใครมีความรู้อยู่กับตัวมักจะไม่ยอมเปิดเผยเคล็ดลับและถ่ายทอดให้กับคนรุ่นหลังแต่อย่างใด เอาของดีติดตัวไปจนตัวตาย

แต่ปัจจุบันคงจะทำอย่างนั้นคงไม่ได้ ใครมีเคล็ดลับของดีก็ควรที่จะเผยแพร่ให้ความรู้สู่กันและกันในหมู่ชาวไทย ที่จะสืบทอดในรุ่นต่อรุ่นให้เขาได้ปฏิบัติสืบต่อไปได้ เช่น ช่างทำทอง ช่างตีเหล็ก การทำอาหารให้อร่อย ย่อมมีเคล็ดลับที่สมควรถ่ายทอดซึ่งกันและกันนั้นได้ (ต้องในหมู่ชาวไทย) บางทีลูกหลานของผู้ที่มีฝีมือก็ยังไม่สืบทอดเลยจะบอกให้

ซึ่งก็สมควรที่จะมีการถ่ายทอด ซึ่งก็จะอยู่ในผู้สูงอายุนี่แหละที่จะเป็นผู้ถ่ายทอดนั้นได้ ผู้สูงอายุในไทยมีความสำคัญที่มีประสบการณ์อันสำคัญที่ควรจะถ่ายทอดให้ลูกหลานไทยเอาไว้ และก็ควรจะส่งเสริมในเรื่องนี้ดีกว่าที่จะเอาของดีตายไปกับคนที่มีดีมีฝีมือนี้ให้สูญหายไปกับตัวนั้นได้ q*064

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
คิดให้ไกล ๆ
เรทกระทู้
« ตอบ #110 เมื่อ: 20 ม.ค. 15, 18:06 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*064 ความจริงทุกเรื่องที่เป็นสิ่งแก้ไขขึ้นอยู่กับการปรับสมดุลให้ตรงกับศักยภาพชาติไทยทั้งหมดทั้งมวลนั้น เพื่อลดการเบียดเบียนซึ่งกันและกันเป็นข้อใหญ่ ทุกวันนี้รออยู่ที่การปรับเปลี่ยนความคิดและจิตใจของผู้ที่เคยตกอยู่ในอำนาจของตัณหาให้ลดน้อยถอยลงมากกว่าที่จะคิดสรรค์ได้ เพราะว่าหากขืนไม่ทำให้เกิดความสมดุลระหว่างจิตใจและการดำรงตนให้อยู่ในผืนแผ่นดินไทยนี้ได้โดยยังทำตัวให้ฝืนธรรมชาติ คือชาติที่มีธรรมะเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ แต่กลับไปยึดถือต่างชาติมาเป็นสรณะ แล้วบ้านเมืองจะเดินหน้าไปอย่างพร้อมเพรียงกันได้อย่างไร มันต้องปรับขบวนให้มีความสมดุลและมีระเบียบที่จะค้ำจุนประเทศไทยนี้ได้ มิใช่จะยืนหยัดในความคิดของตนเองอยู่อย่างนั้น เพราะตัณหาในเวลานี้นั้นไม่เข้าใครออกใคร หากปรับเปลี่ยนมาเป็นการแก้ปัญหา มิใช่เป็นการเพิ่มเติมตัณหา ก็จะมีผลดีอย่างมากมายสำหรับสังคมไทยในเวลานี้ ที่จะชี้ไปที่การแก้ไขปัญหาด้วยการรับรู้ร่วมกันนั้นว่าสาเหตุนั้นน่ะเกิดขึ้นน๊ะที่จุดใด ก็ต้องไปแก้ที่ตรงจุดนั้น อย่าให้เหหันให้เกิดปัญหาที่แก้กันไม่ได้

รู้ก็รู้อยู่แก่ใจด้วยกันในทุกฝ่าย ที่จะต้องช่วยกันนำพาเรือไทยของเรานั้นก้าวข้ามสิ่งเลวร้ายของเรือลำอื่นที่จะหยิบยื่นความหายนะมาให้ ทั้งที่จะต้องแก้ปัญหาภัยธรรมชาติแล้วนั้นหนา ก็ยังจะต้องมาแก้ตัณหาของคนที่ไม่ยอมลงใครง่าย ๆ อีกนั้นหรือ สมควรคิดให้ไกล ๆ q*064

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
คิดเพื่อประเทศไทย
เรทกระทู้
« ตอบ #111 เมื่อ: 21 ม.ค. 15, 11:15 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*064 สวัสดีค่ะคุณดีสฯ ได้ดูหนังเรื่องศึกบางระจันก็ให้มานั่งคิดถึงปัจจุบัน คงไม่ถึงจะกระทำเยี่ยงศึกบางระจันจริงไหม เพราะเรามีสมองมีสติปัญญาที่จะคิดค้นย้อนอดีตนั้นได้ว่าปัญหาเกิดจากเรื่องอันใด

ปัจจุบันปัญหาก็คงจะเป็นเรื่องการสื่อสารที่อาจจะส่งผ่านกันอย่างไม่เข้าอกเข้าใจ หรือมีการดัดแปลงเปลี่ยนแปลงข้อมูลกันนั้นก็ได้ อย่างในเรื่องขุนช้าง ขุนแผน ตอนที่จะประหารน่างพิมพิลาไลย แต่ม้าเร็วก็ไปช้าไม่สามารถช่วยชีวิตเอาไว้ได้ แต่ปัจจุบันคงไม่ถึงขนาดนั้นจริงไหม ก็ขอให้ใช้สติปัญญาตรึกตรองกันเถิดหนาสำหรับการแก้ปัญหาของประเทศไทย เพราะมันผุดขึ้นตรงนี้ตรงนั้น เสมือนของเล่นของเด็กนั่นทุ่มที่นี่โผล่ที่นั่น ไม่จบไม่สิ้นกระนั้นได้

เราจะแก้ปัญหาให้ตรงจุดกันอย่างไร ที่จะไม่ให้ผลุบ ๆ โผล่ ๆ โชว์โง่ในเรื่องหาข้อยุติกันไม่ได้ และที่นี่คือบ้านของเราชาวไทย ที่จะต้องร่วมมือกันที่จะขจัดปัญหาทั้งหมดทั้งมวลนั้นให้หมดไป ขึ้นอยู่กับความรักสามัคคี อย่าให้บทเรียนเก่า ๆ นี่ผุดขึ้นมานี้อีกได้

ก็ต้องขึ้นอยู่กับผู้ประสานสิบทิศนั่น ประสานกันอย่างมีระเบียบวินัย มีความพร้อมเพรียงกัน ให้เกียรติซึ่งกันและกันเป็นข้อใหญ่ และให้รู้จักมีความเคารพซึ่งกันและกัน เพราะถึงอย่างไรนั้นก็อยู่บนเรือลำเดียวกันนั้นได้ หาข้อสรุปที่ดีที่สุด ถูกต้องที่สุด มิใช่เพื่อความถูกใจ มีทั้งธงธรรมเป็นที่ตั้ง มีทั้งเนื้อเพลงชาติไทยนั้นก็เป็นเอกลักษณ์นั้นอยู่ได้ หากจะให้เปลี่ยนแปลงไปนั้น ก็แค่เป็นเรื่องของการกระทำที่ไม่ถูกต้องตามกฏระเบียบวินัยแบบแผนของประเทศไทยเท่านั้นในเวลานี้ที่จะชี้ให้เห็นกันนั้นได้ q*064

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
คิดเพื่อประเทศไทย
เรทกระทู้
« ตอบ #112 เมื่อ: 21 ม.ค. 15, 11:27 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*064 ศึกบางระจัน

ศึกบางระจัน จำให้มั่นพี่น้องชาวไทย เกียรติประวัติสร้างไว้แด่ชนชาติไทยรุ่นหลัง

แม้ชีวิต ยอมอุทิศเมื่อชาติอับปาง เลือดไทยต้องมาไหลหลั่งทาทั่วพื้นแผ่นดินทอง

ไทยคงเป็นไทย มิใช่ชาติเป็นเชลย ไทยไม่เคยถอยร่นชนชาติศัตรู
บางระจันแม้สิ้นอาวุธสู้ สองดาบฟาดฟันศัตรสู้จนชีพตนมลาย
ตัวตายดีกว่าชาติตาย เพียงเลือดหยาดสุดท้ายขอให้ไทยคงอยู่
แดนทองของไทยมิให้ศัตรู แม้นใครรุกรานเราสู้เพื่อกู้แหลมถิ่นไทยงาม

q*064 ปัจจุบัน กลายเป็น ศึกบางประจัญ กันนั้นได้ คือจะประจัญกันตลอดเวลาหาได้หยุดยั้งได้ เวลานี้เราคงจะมีอาวุธคือ ปัญญา ที่จะใช้แก้ปัญหาศึกภายในประเทศของเรานั้นได้ ส่วนอาวุธที่แท้จริงนั้นคงจะเป็นการกระทำของผู้แพ้เสียมากกว่าที่จะคิดได้ เพราะการแก้ปัญหาด้วยการใช้อาวุธหาได้สอดคล้องกับประเทศไทยไม่ เพราะเราปกครองโดยธรรม ก็ต้องใช้ธรรมะนั้นมายึดโยงทุกเรื่อง ทุกการกระทำกระนั้นได้ ใช้เหตุและผล มาเป็นข้อวินิจฉัย และต้องตั้งอยู่บนศึลธรรม จรรยาบรรณ และผลประโยชน์ที่ส่วนรวมควรจะได้รับถึงจะถูกต้องที่สุดในประเทศไทย q*064

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว
เรทกระทู้
« ตอบ #113 เมื่อ: 21 ม.ค. 15, 11:32 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*064เพลง ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว
สวลี ผกาพันธ์ ขับร้อง
คำร้อง/ทำนอง (ไม่มีข้อมูล)

คนเราทุกคน ว่ายวน ผลกรรมนำเนื่อง
ตกต่ำ รุ่งเรือง เกี่ยวเนื่องแต่กรรมของตน
ความดีค้ำจุนจากบุญกุศล
ความชั่วจากบาปทุกคน เพราะตนนั้นก่อเวรไว้

บางคนถือดีมั่งมีเพราะทำกรรมชั่ว
นั่นบาปสาปตัวเกลือกกลั้วมัวเมาเขลาไป
บางคนระอาว่าเหตุไฉน
ทำดีแต่จนเหลือใจ ไม่เห็นได้ดีเหมือนว่า

อย่าเพลินถือว่าเงินเป็นใหญ่
จิตใจเหนือสิ่งใดล้ำค่า
เพราะความทุกข์ความสุขใดเป็นที่ใจใช่ที่ตา
อย่าพะวงหลงลืมตน

**ทำดีทุกทีต้องมีผลดีโดยทั่ว
ก่อกรรมทำชั่วได้ชั่วตอบแทนทุกคน
คนดี รักดี โชคดีมีผล
คนชั่ว ชั่วโฉดเฉาชน ไม่พ้นผลกรรมซ้ำเติม
(ร้องซ้ำตั้งแต่ **) q*064

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
คิดเพื่อประเทศไทย
เรทกระทู้
« ตอบ #114 เมื่อ: 21 ม.ค. 15, 11:40 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*064 คุณดีสฯ เพลงทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว นี้ไม่เพียงแต่จะใช้กับบุคลในประเทศไทยเท่านั้น แต่กับโลกใบนี้ของเราก็ใช้เป็นกฏแห่งกรรม ที่จะใช้มาพินิจพิเคราะห์ หาเหตุผลในสิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบันนี้ได้ ประเทศไหนทำดี ก็ย่อมได้ดี ประเทศไหนทำชั่ว ก็ย่อมได้ชั่ว ติดตัวกันไปกระนั้น จะหลีกเลี่ยงผลแห่งการกระทำของตนเองกันคงไม่ได้

ปัจจุบันก็คงจะส่งผลให้เห็นกันแล้วนั้น โดยเอาประเทศไทยเป็นข้อคิดเตือนใจให้กับสาธุชนทั่วโลกได้ตระหนัก ในการคิดและให้ดูการปฏิบัติตนของประเทศไทยว่าเขาได้รับผลกรรมซ้ำเติมกันมาอย่างไร จนถึงวันนี้วันที่ผลบุญจะมาลบล้าง ผลกรรม นั้นเขาได้กระทำกันอย่างไรถึงได้รับผลบุญที่จะเอาชนะ ผลกรรม นั้นเขาได้มีความเพียรพยายามร่วมมือกันขนาดไหนของสาธุชนที่รักความสงบสุขของประเทศไทย

และก็คงจะมาต่อว่าประเทศไทยอีกคงไม่ได้ เพราะว่ามีความอดทนอันยิ่งใหญ่นั้นหนาต่อสู้กันมาด้วยความยากลำบากขนาดไหนที่จะมาถึงซึ่งวันนี้วันที่จะเรียกคืน ความรักสามัคคี ของคนไทยให้คืนกลับมา เป็นความสุขที่อยากจะเผื่อแผ่และแสวงหาตลอดเวลาในหมู่ชาวไทย

ก็ขอให้ประเทศมหาอำนาจทั้งหลายได้ตระหนักและรู้ซึ้งถึงคำว่า ความเพียร นั้นมีความยากลำบากนั้นสักเพียงไหน ก็ขออย่ามาซ้ำเติมกันอีกเลยในสังคมไทย ขอความสุขสวัสดีให้กลับคืนมาเสียทีที่ประเทศไทย เพราะที่ผ่านมาก็ทุกข์เกินกว่าที่จะบรรยายนั้นได้ q*064

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
คิดเพื่อประเทศไทย
เรทกระทู้
« ตอบ #115 เมื่อ: 21 ม.ค. 15, 11:55 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*061 คุณดีสฯ เราคิดว่าที่โลกสงบขึ้นนี้น๊ะเพราะว่าไม่ค่อยมีใครมารบกวนประเทศไทยกันสักเท่าไหร่ เพราะที่ผ่านมาก็คงจะได้รับบทเรียนกันแล้วหนาว่า การเบียดเบียนซึ่งกันและกันจะได้บทเรียนนั้นสนองคืนกันอย่างไร

เวลานี้ก็เหลือแต่ประเทศใดในโลกนี้จะ อมิตตาพุทธ ก่อนกันนั้นได้ คือ เรียกความสงบกลับคืนมาก่อนประเทศอื่นใด ก็จะเป็นอานิสงค์สำคัญในอันที่จะมีสติปัญญามองทุกปัญหาในโลกนี้ทะลุปรุโปร่งกระนั้นได้

ให้ดูมหาอำนาจในอดีตและปัจจุบัน ว่าสิ่งที่เขาได้กระทำกันมาแต่ต้นจนปัจจุบันเขาได้รับผลแห่งคุณงามความดีนั้นกันอย่างไร

สำหรับประเทศไทยนี้หนาก็คงจะแสวงหาแต่ความสุขสงบในบ้้นปลายของบรรดาเหล่าผู้นำที่ได้ผ่านประสบการณ์มาอย่างเชี่ยวชาญชำนาญการพิเศษก้นมาทุกคนแล้วได้

แล้วผู้นำที่สูงวัยในประเทศอื่นนั้นบั้นปลายของแต่ละท่านนั้นจะเป็นอย่างไร ก็คงจะมาดูในตอนจบของเรื่อง โลก ใบนี้ของเรากันนั้นได้

ก็ขอเรียกสติให้คนไทยกลับมาย้อนคิดถึงอดีตของประเทศไทยจนถึงปัจจุบันว่าประเทศของเรานั้นมีปัญหาอย่างไร และอะไรคือสิ่งที่จะเรียกความมั่นคงและมั่งคั่งให้ดำรงคงอยู่นั้นคืออะไร ใช่ความรักสามัคคีในหมู่ผู้นำทั้งหมดทั้งมวลนั้นไหม ขอให้คิดให้ไกลๆ และหันมาดูแลประเทศไทยของเราดีกว่า ความพอเพียงนั้นหนาก็คือความพอใจในสิ่งที่ประเทศของเรามีอยู่นั้น คือสวรรค์ที่สุดแล้วสำหรับประเทศไทย q*064

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
เรียกคืนวันวาน
เรทกระทู้
« ตอบ #116 เมื่อ: 21 ม.ค. 15, 12:17 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*064 เนื้อเพลง วันวานยังหวานอยู่
ขับร้องโดย : แมคอินทอซ

กลับมาเถอะวันวาน วันวานผ่านพ้นไป
กลับมาเถอะวันวาน วันวานนานแสนไกล
วันวานที่แสนไกล

* กลับมาเถอะวันวาน วันวานที่อาลัย
กลับมาเถอะวันวาน วันวานซาบซึ้งใจ
วันซาบซึ้งใจซึ้งใจ

** กลับมาเถอะวันวาน กลับมาเถอะวันวาน
กลับมาเถอะวันวานเคยรักกันมาอย่างไร
จะรักกันตลอดไป ไม่แปรฝัน

*** กลับมาเถอะวันวาน
กลับมาเถอะวันวาน
กลับมาเถอะวันวาน
จะจำเอาไว้ทุกวัน
ว่าเรายังคิดถึงกัน
วันวานยังหวานอยู่ q*064

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
คิดเพื่อประเทศไทย
เรทกระทู้
« ตอบ #117 เมื่อ: 21 ม.ค. 15, 12:32 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*061 คุณดีสฯ ลองคิดดูสิว่าเหตุใดช้างป่าจึงกลับมาผงาดนั้นได้ เพราะเขาจะมาขอเรียกสิทธิของเขาคือป่าเขาลำเนาไพรนั้นคือที่อยู่ของเขาใช่ไหม แล้วมนุษย์นี่ไปบุกรุกที่ทำกินของเขาใช่หรือไม่ มาวันนี้วันที่เขาอยากจะประกาศศักดาความเป็นช้างในเขตพื้นที่ของไทย ที่บัดนี้ได้รับการเข้าไปปกครองดูแลของส่วนราชการ ช้างป่านั้นก็เลยแสดงศักยภาพกันยกใหญ่

ขนาดเราเป็นคนเรายังจะคิดได้ ช้างก็คงจะมีความคิดเช่นกัน ที่จะเรียกร้องสิทธิของเขานั้นคือขอคืนป่าไปให้เขาได้ทำมาหากินกันต่อไป เร่งไปปลูกป่าทดแทนในสิ่งที่ขาดแคลนจะดีกว่า เพราะว่าช้างจะได้ไม่ออกมาอาละวาดกันอีกนั้นได้

มนุษย์นี่แหละที่ไปรุกรานคุกคามช้างป่าให้เกิดความวุ่นวาย หากไม่เข้าไปทำลายป่า ไม่เข้าไปแย่งที่หากินของช้างป่าเขาจะออกมาอาละวาดนั้นไหม

และทุกที่ๆ ช้างผ่านนั้นก็คือที่ของเขาทั้งนั้นมนุษย์ต่างหากที่เข้าไปคุกคามให้เขาอยู่กันไม่สงบนั้นได้

ก็ต้องเป็นหน้าที่ของมนุษย์ที่จะต้องรับผิดชอบในเรื่องนี้ และให้ช้างกลับเข้าป่าเสียทีไม่ต้องออกมาเป็นข่าวกันอีกต่อไป

หากว่าช้างป่ายังออกมาอาละวาดนั้น ก็แสดงให้เห็นว่ามนุษย์นั้นมิได้ร่วมมือกันสร้างผืนป่าให้แก่ช้างไทยแต่อย่างใด q*064

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
คิดเพื่อประเทศไทย
เรทกระทู้
« ตอบ #118 เมื่อ: 21 ม.ค. 15, 12:45 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*064 คุณดีสฯ เรื่องอากาศหนาวนี่จะมีอีกน๊ะนี่จะบอกให้ ยังไม่มีลมจากประเทศจีนพัดพากันมาแต่อย่างใด ยังจะมีอีกน๊ะลมหนาวจากจีนน่ะยังมาไม่มากเลยเห็นจะได้ ประเทศจีนมีโรงงานผลิตสินค้ามากมาย ตอนนี้ยังสลับร้อนสลับหนาว แถบยุโรปนั้นก็หนาวนานอีกน๊ะจะบอกให้

แต่สำหรับประเทศไทยก็คงด้วยอานิสงค์ผลบุญของท่านผู้นำที่กระทำความดีงามสยามก็คงจะสบาย สบาย มากกว่า คือสลับร้อนหนาวไปมาหาที่จะคงที่ไม่ ก็นี่แหละคือผลแห่งการกระทำความดี ท่านธรรมชาติก็คุ้มครองเต็มที่สำหรับชาติที่มุ่งแต่กระทำความดีบนโลกใบนี้นั้นได้ q*064

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
คิดเพื่อประเทศไทย
เรทกระทู้
« ตอบ #119 เมื่อ: 22 ม.ค. 15, 09:43 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*061 สวัสดีค่ะคุณดีสฯ วันนี้สบายดีหรือเปล่าค่ะไม่เห็นส่งข่าวมาแต่ประการใด วันนี้มีข่าวที่ไม่ค่อยสบายใจ คือ ในเรื่องการลงทุนในภาคธุรกิจที่จะเป็นชนิดเจ็กลากไป ไทยลากมา คงจะไม่ได้ เราน่าจะคำนึงถึงคู่ค้าเก่าก่อนที่จะไปต้อนเอาคนรุ่นใหม่เข้ามา แล้วก็จะมาเป็นการแข่งขันในเชิงการค้าโดยเอาประเทศไทยเป็นสนามประลองกันอีกเหมือนดั่งเช่นที่ผ่านมา แล้วก็จะต้องมานั่งแก้ปัญหากันอีกต่อไป

และควรจะหลีกเลี่ยงคู่ค้าที่เป็นอริกัน เดี๋ยวก็จะมาฟาดฟันกันที่ประเทศไทยเหมือนในอดีตอีกนั้นได้ หากว่าจะให้โปร่งใส ก็ควรเปิดโอกาสให้ประชาชนเขาได้บริพากษ์บ้างเพื่อจะสร้างความมั่นคงภายใน บางทีประชาชนเขาก็รู้ดีกว่าผู้ที่มีโอกาสในประเทศนี้อีกนั้นได้

ควรรับฟังความคิดเห็นของทุกภาคส่วนด้วยว่า การชักชวนนักลงทุนเข้ามาในประเทศไทย สมควรจะคิดถึงข้อที่กล่าวไว้ข้างต้นหรือไม่

เดี๋ยวก็จะเข้าทำนอง ชักน้ำเข้าลึก ชักศึกเข้าบ้าน จนไม่สามารถจะประสานประโยชน์แบบมีข้อจำกัดนั้นได้ q*061

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
คิด คิด คิด
เรทกระทู้
« ตอบ #120 เมื่อ: 22 ม.ค. 15, 11:14 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*064 อนุมานอยู่เรื่องหนึ่งที่น่ามีเค้ามาจากพระแม่ลักษมี ตามคติอินเดียก็คือ พระแม่โพสพ เทวีแห่งพืชพันธุ์ ธัญญาหาร ซึ่งคติอินเดีย นั้นเป็นอวตารของพระแม่ลักษมี ในคติลักษมีแปดปางที่ชื่อ ปางธัญญลักษมี มีเทวลักษณะ 4–6 พระกร ขึ้นกับจิตรกรจะวาดออกมา โดยพระหัตถ์ทั้งสองด้านจะทรงรวงข้าวและธัญพืช

ส่วนแม่โพสพของไทยเรานั้น สันนิษฐานมาจากสองคติ คือ ทางหนึ่งมาจาก ธัญญลักษมี ที่กล่าวมา (ดังรูปด้านขวามือ มีปางหนึ่งชื่อ DHANYA LAKSHMI องค์ที่ทรงอาภรณ์สีเขียว) อีกทางหนึ่งว่า เป็นการแบ่งภาคจากพระพรหม มาเป็นเทพเจ้าแห่งพืชพันธุ์ธัญญาหาร โดยการแบ่งภาคนี้หากเป็นเทพบุรุษ ก็เรียกว่า พระไพรศรพณ์ เป็นเทพบุตรรูปงามถือพระขรรค์ ทรงหงส์เป็นสัตว์เทพพาหนะ ส่วน ภาคเทวนารี เป็น พระแม่โพสพ ซึ่งจะเป็นรูปนางงามถือรวงข้าวซึ่งคติอย่างหลังก็น่า จะมาจาก ธัญญลักษมี ของอินเดียเหมือนกัน เพราะตอนที่พระแม่ลักษมีผุดขึ้นตอนกวนเกษียรสมุทร มีพระพรหมเสด็จมารับเป็นเทพผู้ใหญ่ของพระแม่ลักษมี เพื่อเลือกคู่ ซึ่งก็มีการนำเอาพระพรหมมาเกี่ยวข้องด้วยเช่นกัน

คุณดีสฯ บ้านเมืองเรามีปัญหาไม่เคยทำพิธีขอขมาพระแม่โพสพกันแต่อย่างใด ก็น่าจะทำพิธีบูชากราบไหว้เพื่อที่ว่าจะได้แก้ปัญหาทุกอย่างได้สำเร็จลุล่วงไปได้ q*061

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #121 เมื่อ: 23 ม.ค. 15, 18:42 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล โพสต์เฟซบุ๊ก คนดี ความดีค้ำจุน คนชั่ว อัปราชัย
แชร์ให้เพื่อนดู
ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล โพสต์เฟซบุ๊ก คนดี ความดีค้ำจุน คนชั่ว อัปราชัย
ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล โพสต์เฟซบุ๊ก คนดี ความดีค้ำจุน คนชั่ว อัปราชัย

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก เฟชบุ๊ก Panadda Disku

ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี โพสต์เฟซบุ๊กรูปพระปฐมเจดีย์ พร้อมข้อความ คนดี ความดีค้ำจุน คนชั่ว อัปราชัย ชาวเน็ตตสงสัย หมายถึงใคร

เมื่อวานนี้ (22 มกราคม 2558) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว "Panadda Diskul" พร้อมภาพประกอบเป็นรูปองค์พระปฐมเจดีย์ จังหวัดนครปฐม โดยมีข้อความเพียงสั้น ๆ ว่า "คนดี ความดีค้ำจุน คนชั่ว อัปราชัย"

งานนี้ทำเอาชาวเน็ตต่างสงสัยว่า ม.ล.ปนัดดา หมายถึงใคร ส่วนบางคนก็กดไลค์และกดแชร์ ต่างเห็นด้วยกันข้อความดังกล่าว


ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล โพสต์เฟซบุ๊ก คนดี ความดีค้ำจุน คนชั่ว อัปราชัย




มาเป็นคนแรก
ที่แชร์เรื่องนี้แชร์ให้เพื่อนดู
ที่มา: กระปุกดอทคอม

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
เบื่อสุดทน
เรทกระทู้
« ตอบ #122 เมื่อ: 26 ม.ค. 15, 09:32 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*064สวัสดีค่ะคุณดีสฯ สบายดีน๊ะค๊ะขอบคุณที่ส่งข่าวมาค่ะ อาการดีขึ้นไหมค่ะ แต่ประเทศไทยอาการไม่ค่อยจะดีสักเท่าไหร่น๊ะค๊ะ แต่ไม่แน่อาจจะมีการสร้างงานเกิดขึ้นในบ้านเมืองไทยคือ งานก่อสร้างหลุมหลบภัยในบ้านเมืองไทยก็อาจจะเป็นได้ อาจจะมาพร้อมกับการสร้างทางรถไฟมั๊ง เพราะมีชาติพวกบ้าคลั่งวิ่งประสานประโยชน์ชาติโน้นนี้นั้นทั่วไปหมด คงจะเล่นกันจนหยดสุดท้ายกระมัง ช่างไม่กลัวบ้านเมืองตัวเองจะเปลี่ยนแปรผันไปนั้นได้ เอาชนิดที่ว่าข้าไม่กลัวจะทำไม แต่อยากจะบอกว่าชาติที่มีอาวุธเป็นหลักประกัน กับชาติที่มีอาหารค้ำยันโลกใบนี้มันผิดกันน๊ะเฟ๊ยจะบอกให้ แล้วถามว่าโลกใบนี้เขาจะเลือกชาติไหนที่จะประทังชีวิตให้เขามีชีวิตอยู่ได้ช่างไม่มีหัวคิดเสียมั่งจริงน๊ะ สมแล้วหล่ะที่จะเหมือนกับบรรดาหนังที่เข้ามาฉายให้ทั่วโลกดูกระนั้นได้ เพราะชอบเป็นอาจิณ ไม่เคยถวิลคิดถึงโลกใบนี้เขาจะอยู่กันอย่างไร หากเกิดอะไรขึ้นนี่น๊ะจะมาโทษชาติโน้นนี้นั้นไม่ได้ เพราะชาติตัวเองทั้งนั้นที่กระทำตั้งแต่ต้นจนจะจบสงครามโลกครั้งที่สองนั่นและจะตอกย้ำสงครามโลกครั้งที่สามที่จะพบพาลในอนาคตอันใกล้

อยู่กันคนละซีกโลกคนละทวีปแท้ ๆ ยังวิ่งมาแหย่ชาติโน้นนี้นั้นให้มีภัย คำว่า สงบ คงไม่มีแล้วกระมัง ก็ต้องจองเวรจองกรรมไปเยี่ยงนี้จนสิ้นโลกนั้นที่จะคิดสรรค์ได้ q*079q*018

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
คิดเพื่อประเทศไทย
เรทกระทู้
« ตอบ #123 เมื่อ: 26 ม.ค. 15, 10:32 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*064 คุณดีสฯ พูดไปก็ปวดหัวไม่มีอะไรที่จะโรยด้วยกลีบกุหลาบหรอกสำหรับประเทศไทย เล่นกันทุบหัวคนละที แล้วเมื่อไหร่ที่จะเห็นพ้องต้องกันได้ ก็อย่างนี้แหละไม่เห็นโลงศพ ไม่หลั่งน้ำตากันหรอกสำหรับคนบางคนในไทย ยังคิดจะเดินหน้าทั้ง ๆ ที่รู้ว่าข้างหน้าจะเป็นอย่างไรก็จะกระทำตามใจข้า แต่สิ่งที่อยู่ข้างหน้าไม่ใช่สิ่งที่ประสบความสำเร็จของคนไม่ดีกระนั้นได้ แต่ก็ยังไม่คิดยอมรับซึ่งกันและกัน แต่จะดันทุรังเพื่อให้บังเกิดความเสียหาย แล้วถามว่าสมบัติพัสถานของตนเองที่ตั้งอยู่บนผืนแผ่นดินไทยนั้นก็จะยั่งยืนไหม ไปเชื่อคำคนต่างชาติภาษาแล้วคิดหรือว่าเขาจะจริงใจ ดูตัวอย่างดินแดนที่สูญเสียไปนั่น ก็เหลือขวานทองอีกแค่นี้นั้นจะเอารอดกันไหม ก็ยังไม่สามารถตรัสรู้ได้ แต่คำสอนของพระพุทธเจ้าท่านตรัสรู้แล้วที่ว่า ทำดี ได้ดี ทำชั่ว ได้ชั่ว นั้นหนาเป็นจริงยิ่งกว่าคำทำนายเพราะตรัสรู้แล้วนั้นได้ หรือวายังไม่เชื่อจะต้องมีการทดลองเพื่อให้เป็นวิทยาศาสตร์นี้ให้จงได้ เดี๋ยวนี้เขาไม่คิดกันแล้วทั้งวิทยาศาสตร์และไสยศาสตร์นั่นเพราะว่ามีอีเว้นกันที่จะให้ผิดเพี้ยนไปนั้นได้ เดี๋ยวนี้เขาคิดไปถึงภาคพิสดารกันแล้วแหละนั่น คิดกันชนิดที่ใครจะอยู่ ใครจะไป แต่ก็นั่นแหละน๊ะใครหรือจะสู้สิ่งที่ตรัสรู้แล้วนั้นได้ ถึงจะมโนกันให้ถึงขั้นภาคพิสดารกันจนหยดสุดท้าย แต่ทุกอย่างก็ไม่พ้นผ่านคำว่า ตรัสรู้ แต่อย่างใด

ถึงบอกว่าเสียเวลาที่จะมานั่งเชื่อภาพยนตร์ภาคภาษาอังกฤษกระนั้นได้ เพราะว่ามันก็จะสู้ได้อย่างไร เพราะมันฟังกันแล้วไม่เข้าใจ ไหนเลยจะสู้พากษ์ภาษาไทยนั้นได้ ก็ไปคิดกันให้ดีน๊ะว่าจะฟังเสียงของคนพากษ์ภาษาไหน ที่จะทำให้ไทยคงเป็นไทยกระนั้นได้ q*064

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
คิดเพื่อประเทศไทย
เรทกระทู้
« ตอบ #124 เมื่อ: 26 ม.ค. 15, 10:50 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*064 เอาเป็นว่าหันมมาสนใจบ้านเมืองเราดีกว่าไหมเรื่องการท่องเที่ยวกระนั้น ยังมีหนึ่งในเรื่องการท่องเที่ยวไทย คือ ท่องเที่ยวตามนิราศภูเขาทอง ที่ท่านสุนทรภู่ได้แต่งคำกลอนเอาไว้ หากเราได้ท่องเที่ยวตามแหล่งประวัติศาสตร์ชาติไทย โดยยกเอาคำกลอนนิราศภูเขาทองบ้าง เส้นทางรบของพระเจ้าตากบ้างมาจัดทำเป็นเรื่องการท่องเที่ยวไทย ก็จะได้อรรถรสและสร้างจิตสำนึกในเรื่องรักชาติอย่างมากมาย และก็จะย้อนไปถึงอดีตที่ท่านสุนทรภู่ได้บรรยายถึงวิถีไทยเอาไว้ได้อย่างดี และนี่ก็อีกหนึ่งในเรื่องการท่องเที่ยวไทย

บางครั้งเรานั่งรถไปจังหวัดตราด แล้วคิดถึงเส้นทางเดินทัพของพระเจ้าตากในการเดินทางที่ใช้เท้าเดินไปรบนั่นก็ให้คิดว่าคงจะลำบากอย่างมากมาย ขนาดเรานั่งรถก็เป็นชั่วโมง แต่เดินนี่กี่วันนี่กว่าจะถึงเมืองที่ต้องไปแก้ไขชาติบ้านเมืองกันนั้นได้ ไม่รู้ว่าใครจะคิดเหมือนเราบ้างไหม แต่เราคิดน๊ะเพราะว่าเรื่องชาติมันซึมซับเข้าไปในสายเลือดแล้วกระนั้นได้ คิดทุกอย่างก็คิดถึงผลประโยชน์ที่ชาติและประชาชนสมควรจะได้รับประโยชน์สูงสุดที่จะกินใช้ร่วมกัน ทุกอย่างต้องรวมเลือดเนื้อชาติเชื้อไทย เราจะต้องกระทำให้บ้านเมืองเป็นปึกแผ่นนั้นสมควรจะคิดจะทำกันอย่างไร บางทีหากย้อนอดีตนี่บางทีก็มาใช้กับปัจจุบันไม่ได้ เพราะผู้ปกครองวิสัยทัศน์ความคิดนั้นอาจจะขจัดซึ่งความถูกต้องไปแล้วกระนั้นได้ ก็ต้องมาศึกษาผู้นำในแต่ละชาติอีกทีว่าเขามีความคิดเห็นในเรื่องโลกใบนี้กันอย่างไร มีผลกระทบต่อชาติบ้านเมืองไทยไหม ที่จะต้องคิดให้หนักเพราะบทเรียนที่ผ่านมาก็แสนสาหัสที่สูญเสียดินแดนเกือบจะทั้งหมดแล้วนั้นได้ หากว่าทุกคนมีจิตสำนึกที่ดีร่วมกันก็จะนำพาชาติบ้านเมืองไทยนั้นรอดพ้นทุกข์ภัยไปนั้นได้ q*064

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
จำคำของเราเอาไว้
เรทกระทู้
« ตอบ #125 เมื่อ: 26 ม.ค. 15, 11:00 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*064คุณดีสฯ เมื่อก่อนสมัยสงครามโลกครั้งที่สองนั่นจะมานั่งเหยียบเรือสองแคมคงไม่ได้ แต่สงครามโลกครั้งที่สามนี่มันต้องชี้เป็นชี้ตาย แสดงจุดยืนของไทยให้แจ้งชัด เพื่อขจัดเรื่องเลวร้ายในไทยให้สิ้นซาก ไม่ให้ทุกข์ยากอีกต่อไป เป็นหน้าที่ของคนไทยทั้งมวลที่เขาจะตัดสินชะตาชีวิตของประเทศไทยว่าจะให้ไปในทิศทางไหน

และที่ผ่านมาต่างชาติภาษาใดที่ทำร้ายจิตใจคนไทยเอาไว้มากมายกระนั้นก็ให้สดับตลับฟังเอาไว้บ้างก็จะดีเพราะว่าประเทศไทยนี้เขามีจุดยืนที่มีความหมายที่จะขจัดทุกข์ภัยทั้งหลาย และไปฟังเพลงชาติไทยของเขาให้หลาย ๆ รอบเอาไว้ว่าเขามีจุดยืนเอาไว้อย่างไร ขืนยังจะไม่เชื่อฟังในความดีงามของสยามประเทศนี้ไซร้ รับรองว่าไม่ผ่านทุกข์ภัยในบ้านเมืองของท่านทั้งหลายที่เพียรพยายามจะล้างผลาญประเทศไทยกระนั้นได้ เพราะว่าจะเป็นโดมิโนวกกลับนั้นหรือที่จะกล่าวสั้น ๆ มุมเมอแรง นั่นแหละคือใช่ q*039

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ติ๊กต๊อก ติ๊กต๊อก
เรทกระทู้
« ตอบ #126 เมื่อ: 26 ม.ค. 15, 11:07 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*064 ชาติใดในโลกนี้ที่ทำตัวเยี่ยง มุมเมอแรง

ฉันเป็นอย่างบูมเมอแรง
ขว้างไปทุกแห่ง ก็มาที่เดิม
ก็เพราะว่าตัว ฉันเป็นอย่างบูมเมอแรง
ขว้างไปยิ่งแรง ยิ่งกลับมาเร็ว
ฉันเป็นอย่างบูมเมอแรง
ขว้างไปทุกแห่ง ก็มาที่เดิม
ก็เพราะว่าตัว ฉันเป็นอย่างบูมเมอแรง
ขว้างไปยิ่งแรง ยิ่งกลับมาเร็ว
ฉันเป็นอย่างบูมเมอแรง
ขว้างไปทุกแห่ง ก็มาที่เดิม
ก็เพราะว่าตัว ฉันเป็นอย่างบูมเมอแรง
ขว้างไปยิ่งแรง ยิ่งกลับมาเร็ว
ฉันเป็นอย่างบูมเมอแรง
ขว้างไปทุกแห่ง ก็มาที่เดิม q*076

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
แรงอธิษฐาน
เรทกระทู้
« ตอบ #127 เมื่อ: 26 ม.ค. 15, 11:11 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*064 สำหรับเพลงนี้ขอมองให้แก่คนไทยที่ดีทั้งหมดทั้งมวลทั่วราชอาณาจักรไทย ที่มีความรักชาติบ้านเมืองไทยของเราลองมาฟังกันว่าความหมายของเพลงนี้นั้นเป็นอย่างไร

เนื้อเพลง : ด้วยแรงอธิษฐาน

ศิลปิน : แหม่ม พัชริดา วัฒนา

อัลบั้ม : แหม่ม พัชริดา - แทนความรู้สึกดีๆ

แค่เธอมองนัยน์ตาจะเจอความหมาย
ไม่ยินยอมให้ใครสิ่งใดมาขวาง
ต่อให้มีกำแพงใดๆปราการมากั้นกลาง
ก็ทลายด้วยพลังแห่งรัก

ฟ้าจะกว้างเพียงใดให้กว้างกว่านี้
ร้อยเท่าพันทวีไม่อาจหยุดยั้ง
จะเสาะหาเพียงเธอคนเดียวด้วยใจที่มุ่งหวัง
คืนและวันที่เฝ้ารอจะกลับมา

ด้วยแรงแห่งรักของเรา
ที่จะมั่นคงตลอดไปทุกวันทุกเวลา
อธิษฐานให้รักของเรา
หลอมดวงใจให้เรากลับมา
และสิ่งที่เป็นความเสียใจ เรื่องที่เคยเสียน้ำตา
คือบทเรียนที่มีค่ามีความหมาย ให้เรายิ่งรักกัน

ฟ้าจะกว้างเพียงใดให้กว้างกว่านี้
ร้อยเท่าพันทวีไม่อาจหยุดยั้ง
จะเสาะหาเพียงเธอคนเดียวด้วยใจที่มุ่งหวัง
คืนและวันที่เฝ้ารอจะกลับมา

ด้วยแรงแห่งรักของเรา
ที่จะมั่นคงตลอดไปทุกวันทุกเวลา
อธิษฐานให้รักของเรา
หลอมดวงใจให้เรากลับมา
และสิ่งที่เป็นความเสียใจ เรื่องที่เคยเสียน้ำตา
คือบทเรียนที่มีค่ามีความหมาย ให้เรายิ่งรักกัน


................................................































































































noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
รักคืนเรือน
เรทกระทู้
« ตอบ #128 เมื่อ: 26 ม.ค. 15, 11:52 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*064เนื้อเพลง : หวานรัก

ศิลปิน : รวงทอง ทองลั่นทม

..ดนตรี.4.ห้อง.2...3...
4...ยามรักกัน.ทุกวันรื่นรมย์
.พรทิพย์พรม
.แสนเย็นชื่นใจ.
.ความหวานตาลต้นไหน.
.หวานเพียงใด
.ยังหวานเพียงกลืน.
.ลองรักดู..คงรู้ดี
.ความหวานมี.เกินหวานอื่น.
.คนรักกันคอยวันคอยคืน.
.หวังครองร่วมพื้น.
.ผืนห้องวิมาน.
.ยามชิดชม.สมดังอุรา.
.เพียงหวานตา.
.หวานพาชื่นบาน.
.ยังหวานคำ.ยิ่งนำสำราญ.
.หวานใดปาน
.เปรียบ.หวานยามได้ชม.
.หวานเพียงใด.จงใฝ่ตรอง.
.รักลวงลอง.
.แล้วคงหมองใจตรม.
.ยามรักลอย.ล่องไปดังลม.
.หวานคงกลับขม.ระทมไม่คลาย.

..ดนตรี.4.ห้อง.2...3...
4...ยามชิดชม.สมดังอุรา.
.เพียงหวานตา
.หวานพาชื่นบาน.
.ยังหวานคำยิ่งนำสำราญ.
.หวานใดปาน.
.เปรียบ..หวานยามได้ชม.
..หวานเพียงใดจงใฝ่ตรอง.
.รักลวงลอง
.แล้วคงหมองใจตรม.
.ยามรักลอยล่องไปดังลม.
.หวานคงกลับขมระทมไม่คลาย..

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ขอบคุณค่ะ
เรทกระทู้
« ตอบ #129 เมื่อ: 26 ม.ค. 15, 11:53 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*061 คุณดีสฯ ช่วยแก้ไขกระทู้ 126 ด้วยค่ะ ช่องว่างมาเอารูปภาพมาสอดแทรกดีไหมค่ะ q*061

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
น่าเห็นใจ!
เรทกระทู้
« ตอบ #130 เมื่อ: 26 ม.ค. 15, 16:29 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*064 คุณดีสฯ เห็นมีคนมาถามว่าปีนี้มีเออรี่กันหรือไม่ สงสัยคงอยากได้เงินไปใช้หนี้ครัวเรือนกันกระมัง พวกข้าราชการที่ทำงานมานานในขณะนี้ ซึ่งก็น่าที่จะทำให้เป็นบรรทัดฐานเดียวกันน๊ะ เพราะว่าเคยมีมาก่อนล่วงหน้านั้นได้ แต่ก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของผู้ใหญ่ว่าจะมีความเมตตาปรานีกับข้าราชการที่อายุมากแล้วนั้นหรือไม่

แต่เขาเหล่านี้ก็ทำงานเหนือหน้าที่ตัวเองก็มีอย่างมากมาย ที่จะคอยปิดทองหลังพระ โดยที่ไม่ได้แสดงให้ใครได้รับรู้นั้นได้ จะมีใครที่เห็นใจคนเหล่านี้บ้างน๊ะ บางคนนั้นน่ะสู้จนน้ำตาไหลตาจะพิการหรือทุพลภาพกระนั้นได้ เพราะวามีหลายคนที่รู้จักแต่เขาก็ปิดทองหลังพระกันทั้งนั้นไม่อยากจะบอกใคร ๆ q*064

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
คิดเพื่อประเทศไทย
เรทกระทู้
« ตอบ #131 เมื่อ: 28 ม.ค. 15, 10:39 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*064 สวัสดีค่ะคุณดีสฯ ที่หายไปเพราะโดนเข้าอย่างจังกับโรคไข้หวัดจากคนข้างเคียงนั่น ที่ระบบภูมิคุ้มกันของเราเองไม่ดีพอที่จะก่อให้เกิดโรคติดต่อนั้นได้ คงจะต้องสร้างภูมิคุ้มกันตัวเองเยี่ยงกับประเทศไทย เพราะคงมัวแต่ป้องกันประเทศนั่นแต่ตัวเองนั้นมิได้คิดป้องกันตัวแต่อย่างใด ทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนขึ้นมาได้ ประเทศไทยก็คงจะเช่นเดียวกัน เพราะภูมิคุ้มกันบกพร่องหรืออย่างไรถึงให้ต่างชาติมาแทรกแซงกระนั้นได้ ก็คงจะต้องคิดสร้างกันขึ้นมาใหม่โดยที่ประชาชนนี่แหละที่จะเป็นภูมิคุ้มกันให้เป็นอย่างดีชนิดที่ไม่ให้โรคแทรกแซงนี้กลับคืนมาได้

ได้ข่าวว่าซุปเปอร์แมนอยากจะให้ท่านหนุมานไปขึ้นเวทีโลกกระนั้นได้ นั่นก็หมายความว่า โขนเรื่องรามเกียรติ์นี้หนาจะได้ไปโชว์ให้ผู้นำโลกใบนี้ได้พบว่าสิ่งมหัศจรรย์ในประเทศไทยนี้คืออะไร ดีเลยจะได้ไปประกาศให้โลกรับรู้ว่าประเทศไทยก็ปรารถนาอยากจะเป็น เขตเศรษฐกิจพอเพียง นั้นหนาจะว่ากระไร เพราะว่าจะเป็นภูมิคุ้มกันประเทศไทยอย่างดีนี้หนาในเรื่องการค้าแบบเศรษฐกิจพอเพียงกระนั้นได้ นี่อาจจะเป็นมโนของคน ๆ หนึ่งมิใช่จะให้เป็นจริงแต่ประการใด แต่หากสิงคโปร์ทำได้ ประเทศไทยจะทำไม่ได้เชียวหรือหากอยากจะเข้ามาค้าขายกับประเทศไทย ก็ต้องใช้ระบบเศรษฐกิจพอเพียงตามกฏกติกาที่ประเทศไทยจะมีบทบัญญัติไว้ เพื่อป้องกันความมั่นคงสถาพรให้บังเกิดแต่ประเทศไทยให้บังเกิดศักยภาพในด้านการค้าที่จะเป็นต้นแบบให้กับปวงมหาประชาชนชาวโลกได้รับรู้ว่าความเป็นเอกภาพในบริบทประเทศในภูมิภาคเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ที่จะเป็นต้นแบบให้กับโลกใบนี้คือประเทศไทยแห่งเดียวในโลกนี้ที่จะแสดงให้เห็นแบบประจักษ์ตานั้นได้ และประชาชนทุกคนก็รักความสงบอย่างมากมาย ที่ต้อนรับเข้ามาค้าขายอยู่ในขณะนี้ได้กระทำการให้ประเทศไทยในเวลานี้ไม่มีเสถียรภาพในด้านความมั่นคงในชาติเขาแต่อย่างใด เขาก็มีสิทธิ์ที่จะคิดป้องกันความมั่นคงของประเทศของเขานั้นได้ โดยต้องสร้างภูมิคุ้มกันอย่างมากมายที่จะเอาชนะโรคบ้าตัณหาอย่างชนิดที่ว่าหาได้มีลิมิตหรือข้อจำกัดนั้นมิได้ เกิดการลักหลั่นและเบียดเบียนแข่งขันแบบขาดมาตรฐานในด้านการค้าในบ้านเมืองไทย ก็ต้องมีการโชว์วิสัยทัศน์กันสักหน่อยเพื่อจะได้ไม่ทำให้บ้านเมืองแยกย่อยระส่ำระสายเฉกเช่นปัจจุบันนี้ได้ q*061

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
แล้วจะทำอย่างไร?
เรทกระทู้
« ตอบ #132 เมื่อ: 28 ม.ค. 15, 12:28 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*061 คุณดีสฯ เห็นเขาไล่ล่าหาฆาตรกรต่อเนื่องกัน แล้วคิดถึงประเทศไทยนั่นหากเป็นคนนั้นก็ยังหาตัวผู้กระทำผิดไม่ได้ ที่ภาคใต้นั่นฆาตกรต่อเนื่องกันมาตั้งแต่เราเกิดมานั้นหนาจนถึงปัจจุบันหากเปรียบเทียบอายุนั่นก็เกินเกษียณแล้วกระมังที่จะคิดได้ แต่ก็ยังหาคนกระทำผิดในเรื่องเหล่านี้ไม่ได้เฉกเช่นกัน มันต่อเนื่องมาเนิ่นนานวันจนจะเกิดสงครามโลกครั้งที่ ๓ แล้วกระนั้นก็ยังไม่สามารถทำอันใดนั้นได้ คิดว่าจะจบคดีไปพร้อมกันนั้นไหมกับคดีที่กำลังไล่ล่าคนกระทำผลิดชนิดเก้าคนสิบคนก็ยังจับไม่ได้

เรามีเรื่องต้องแก้ไขหลายเรื่องนักน๊ะไม่ว่าจะเป็น สังคม เศรษฐกิจ การเมือง แล้วยังจะมีเรื่องต่างชาติมาวุ่นวาย คนที่ซักถามถึงปัญหาก็ไม่เคยช่วยกันคิดเลยว่าจะหาวิธีการจะช่วยกันอย่างไร

หากจะเป็นข้อเสนอแนะจากทางผู้สื่อข่าวบ้างก็คงจะดีน๊ะ คือให้คนที่กำลังแก้ปัญหาย้อนถามข้อแก้ไขจากผู้สื่อข่าวนี้บ้างน๊ะจะดีกว่าไหม และให้มานั่งคิดแก้ไขกันดีกว่า ที่จะมานั่งถามปัญหาที่จะลากยาวปัญหาให้ต่อเนื่องไปกระนั้นได้ น่าจะมีข้อเสนอแนะจากผู้สื่อข่าวในปัญหาที่ไปสืบเสาะแสวงมาว่าจะมาช่วยกันแก้ไขประเทศไทยอันเป็นที่รักของเราอย่างไรให้มีข้อยุติไม่ให้มันบานปลายต่อไปนี่ มีวิธีที่จะช่วยเหลือกันบ้างไหม เพราะนี่ก็ไม่มีสนามให้แข่งขันกันแล้วนี่ นี่คือค้นหายุทธวิธีแก้ปัญหากันเพียว ๆ เลยน๊ะจะบอกให้ แล้วมาตั้งหลักปักฐานเดินหน้ากันใหม่ มิใช่ให้มาต่อกรกันอีกต่อไปนั้นได้ เพราะว่ามันอยู่ในสถานะเดียวกันนั้นได้ คือ ศูนย์กลางทุกเรื่องแล้วแหละหนาสำหรับประเทศไทย เพราะว่าเป็นเป้าหมายสำคัญของชาติมหาอำนาจทั้งในอดีตและปัจจุบันที่จะไขว่คว้ามาครอบครองทั้งนั้นจะบอกเอาไว้ให้ q*061

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ชนเผ่าคว้า
เรทกระทู้
« ตอบ #133 เมื่อ: 28 ม.ค. 15, 12:31 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*064 ตาอินกะตานา
วัฒนา ผจงพิศ
C
..ตาอินกะตานา หาปลาเอามากินกัน
ได้ปลา ทุก วัน รักกันก็ปันกันไป
หาปลามานมนาน หาปลามาบานตะไท
จนแม้ ใคร ใคร รู้น้ำใจไมตรีปรีดา
แต่แล้ว วัน หนึ่ง เคราะห์มาถึงคคุณทึงมา
สองคน ถึง ครา แย่งหัวปลาหางปลากันเกรียว
ตาอินกะตานา โศกาอาวรณ์จริงเจียว
ตาอยู่มา เดี๋ยว เดียว
คว้าพุงเพรียวเพรียวไปกิน
ดนตรี 20 Bars..18...19...
20.ตาอินกะตานา หาปลาเอามากินกัน
ได้ปลา ทุก วัน รักกันก็ปันกันไป
หาปลามานมนาน หาปลามาบานตะไท
จนแม้ ใคร ใคร รู้น้ำใจไมตรีปรีดา
แต่แล้ว วัน หนึ่ง เคราะห์มาถึงคคุณทึงมา
สองคน ถึงครา แย่งหัวปลาหางปลากันเกรียว
ตาอินกะตานา โศกาอาวรณ์จริงเจียว
ตาอยู่มา เดี๋ยว เดียว
คว้าพุงเพรียวเพรียวไปกิน q*064

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
คิดให้ไกล ๆ
เรทกระทู้
« ตอบ #134 เมื่อ: 28 ม.ค. 15, 15:29 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*061 คุณดีสฯ สิ่งที่คาดหวังในเรื่อง การค้าเขตเศรษฐกิจพอเพียงนี้ไซร้ ก็เปรียบเสมือนทางเลือกมิใช่หรือ หรือจะยึดถือเศรษฐกิจแบบสิงคโปร์แบบเชื่อมโยงกับไทย ซึ่งก็ควรจะมีทางเลือกให้กับมนุษยชาติในภูมภาคเอเซียฯนี้ที่จะต้องบ่งชี้ถึงความต้องการการค้าระหว่างประเทศที่จะเชื่อมโยงกันได้

ประเทศไทยก็สมควรจะเป็นทางเลือกหนึ่งซึ่งก็จะได้มีการชี้ชัดลงไปได้ว่าผู้บริโภคอยากจะสนใจการค้าในรูปแบบไหน ซึ่งก็คงจะไม่จำเจ และก็เป็นการกระจายการค้ามิให้ไปกระจุกตัวอยู่แต่ทางเลือกเดียวกระนั้นได้ นี่อาจจะเป็นการเสนอความคิดใหม่ แต่ตลาดก็ยังมี ตลาดบน กับตลาดล่าง นี่จริงไหม ซึ่งประเทศไทยก็มีความคิดในบริบทที่ได้บ่งบอกมาแล้วเป็นระยะเวลานานนั้นในเรื่อง เศรษฐกิจพอเพียง นั้นที่สามารถปรับเปลี่ยนให้เกิดขึ้นได้ในเรื่องการค้าที่จะกล่าวได้ว่ามีภูมิคุ้มกัน มีความเสมอภาค มีความสมดุลนั้นที่จะบังเกิดแก่ตลาดคือสถานที่ที่จะให้ดำเนินการค้าขาย ซึ่งก็คงจะเป็นทางเลือกของนักลงทุนทั้งหลายที่อยากจะเลือกดำเนินการ แต่เศรษฐกิจพอเพียงนั้นมิเพียงแต่จะเป็นแค่ที่ประเทศไทย แต่หากว่าในทางเลือกทางการค้าที่จะบังเกิดขึ้นในอนาคตนี้ไซร้ได้พิสูจน์ให้เห็นในอนาคตว่าเป็นทางเลือกที่ดีนั้นหนาก็น่าจะเป็นข้อพิสูจน์ทราบได้ โดยให้ไทยเป็นผู้เลือกปฏิบัติในการค้านี้เพื่อที่จะเป็นต้นแบบในอนาคตนั้นได้ เรื่องนี้ก็น่าจะให้โอกาสแก่ประเทศไทยที่จะเสมือนให้เป็นบทพิสูจน์ในอนาคตนั้นได้ที่จะเป็นทางเลือกของทุกชาติบนโลกใบนี้ที่จะเป็นผู้ตัดสินใจเลือกทางเดินเองได้ ประเทศไทยเป็นประเทศเดียวในโลกที่ไม่เหมือนใคร ทั้งความคิดและการปฏิบัตินั้นไซร้จะให้ไปเหมือนกับชนชาติอื่นคงมิใช่ เพราะประเทศไทยมีเอกลักษณ์ เอกราช และมีความเป็นชาติที่พึ่งตนเองเป็นส่วนใหญ่ แต่หากจะให้ประเทศไทยอธิบายคงจะมีหลายเรื่องนักที่หากพูดไปแล้ว ประเทศมหาอำนาจทั้งหลายอาจจะสะอึกก็อาจจะเป็นได้ในเรื่องดินแดนที่สูญเสียไปนั้น ที่ไม่อยากจะตอกย้ำให้เห็นถึงความสำคัญของประเทศไทยในบริบทข้อนี้นั้นได้ q*008q*093

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

หน้า: 1 2 3 4 5 6 7 8

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม