หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: คว่ำสัมปทานปิโตรเลียม พลังงานชาติยืนอยู่บนเส้นด้าย!  (อ่าน 1164 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 15 ม.ค. 15, 18:30 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

เล่นเอามึนและ “อึ้งกิมกี่” กันไปทั้งบางกับเรื่องที่สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) มีมติคว่ำการเปิดสัมปทานปิโตรเลียม รอบที่ 21 ที่รัฐบาล คสช.กำลังโม่แป้งอยู่

โดยที่ประชุม สปช.เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2558 ที่ผ่านมา ซึ่งได้มีการพิจารณารายงานการศึกษาของคณะกรรมาธิการพลังงาน ที่มีนายทองฉัตร หงส์ลดารมภ์ เป็นประธาน มีข้อเสนอที่เห็นด้วยกับการเปิดสัมปทานปิโตรเลียมรอบที่ 21 ด้วยระบบสัมปทาน “ไทยแลนด์ 3 พลัส” และให้กระทรวงพลังงานดำเนินการศึกษาและเตรียมการให้มีระบบแบ่งปันผลผลิตที่เหมาะสมมาใช้ในอนาคต

แต่เมื่อที่ประชุม สปช.กลับมีมติ “หักดิบ” ไม่เห็นด้วยกับการเปิดสัมปทานปิโตรเลียมรอบ 21 ด้วยเสียงขาดลอยถึง 130 : 79 เสียง ที่แม้แต่แกนนำผู้คัดค้านอย่าง นายคำนูณ สิทธิสมาน สปช.ด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมเองก็อดแปลกใจไม่ได้ ถึงกับโพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวระบุว่า นึกไม่ถึงจะมีปาฏิหาริย์เกิดขึ้น และไม่คิดมาก่อนว่า สปช.จะ “หักดิบ” โหวตสวนไม่เห็นด้วยกับรายงานของกรรมาธิการปฏิรูปพลังงานเสียงข้างมากได้

หากเป็นรัฐบาลปกติ เจอสถานการณ์แบบนี้เข้าไป ตัวนายกฯและครม.คงนั่งไม่ติดแน่ เผลอๆ อาจถูกบีบให้ต้อง “ไขก๊อก” ลาออกจากตำแหน่งเสียด้วยซ้ำ เพราะนโยบายของรัฐบาลที่ถือเป็นนโยบายหลักและเป็นผลงาน “ชิ้นโบว์แดง” ของรัฐบาลเอง กลับถูกสภาปฏิรูปแห่งชาติที่หัวหน้ารัฐบาลเอง เป็นผู้แต่งตั้งมากับมือ “คว่ำไม่เป็นท่า”

ก่อนหน้านี้ ตัวนายกฯเอง ได้ป่าวประกาศเดินหน้านโยบายเปิดสัมปทานปิโตรเลียมรอบที่ 21 นี้ โดยยืนยันในความจำเป็นที่ต้องจัดหาแหล่งพลังงานเพื่อความมั่นคงของประเทศ ทั้งยังออกมาสัพยอกแกนนำเครือข่ายเอ็นจีโอ และเครือข่ายอะไรต่อมิอะไรที่ออกมาคัดค้านตะบี้ตะบันในเรื่องนี้ ถึงขนาดตีสีหน้า ปลายตาตวัดว่า หากมีข้อเสนออื่นใดที่คิดว่าทำได้ดีกว่าก็ให้เสนอมา

เมื่อคณะกรรมาธิการพลังงาน ได้นำเสนอรายงานผลการศึกษาการจัดหาแหล่งพลังงานตามนโยบายรัฐ ซึ่งก็สอดคล้องกับสิ่งที่รัฐบาล คสช.ดำเนินการอยู่ทุกกระเบียดนิ้ว ทั้งยังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่กระทรวงพลังงานเองอยู่ระหว่างเปิดให้บริษัทเอกชนที่สนใจ แสดงความจำนงยื่นข้อเสนอเข้ามาอีกด้วย

แม้มติของ สปช.ข้างต้นจะเป็นเพียงการโหวตรับรองรายงานผลการศึกษาของคณะกรรมาธิการ ที่สุดท้ายต้องส่งกลับมายังรัฐบาลให้พิจารณาอีกครั้งว่า จะเออออห่อหมกเห็นด้วยกับมติ สปช.หรือไม่ หรือรัฐบาลยังคงเลือกที่จะเดินหน้านโยบายดังกล่าวต่อไป

แต่มติของ สปช.ข้างต้นที่กล้า “หักดิบ” โหวตสวนนโยบายที่ถือเป็นผลงานชิ้นโบว์แดงของรัฐเช่นนี้ ก็ทำให้อดคิดไม่ได้ว่า วันนี้ “บิ๊กตู่” ในฐานะหัวหน้า คสช.นั้น สิ้น “มนต์ขลัง” ไปแล้วหรือ?

ยิ่งเหลือบไปเห็น “หม่อมกร” แกนนำคณะปฏิรูปพลังงานเพื่อประชาชน โพสต์เฟซบุ๊ค ประโคมข่าว เรื่องที่ชาวนาพม่าขุดน้ำมันดิบขึ้นมาใช้เอง โดยมีแค่เครื่องยนต์ยันม่ากับกว้านมือหมุนเท่านั้น ก็ดูดน้ำมันขึ้นมาได้แล้ว ทั้งยังระบุด้วยว่าชาวพม่านั้นขายน้ำมันดิบกันเองบาร์เรลละ 10 เหรียญ หรือตกลิตรละ 2 บาทเท่านั้น

คงพยายามสื่อไปถึงนายก และสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ว่าการขุดเจาะน้ำมันนั้นไม่ใช่เรื่องเหลือบ่ากว่าแรงที่ไทยเราจะทำเองไม่ได้ เพราะแค่กว้านมือหมุนธรรมดาก็สามารถดูดน้ำมันดิบขึ้นมาใช้ได้แล้ว ไม่เห็นจะต้องพึ่งพาอาศัยเทคโนโลยีฝรั่งมังค่าที่ไหน

ก็ยิ่งทำให้อดเป็นห่วงไม่ได้ว่า อนาคตนโยบายพลังงานของประเทศจะเป็นอย่างไร?

ที่เป็นห่วง เพราะไม่รู้ว่าทั้ง สปช.และเครือข่ายเอ็นจีโอ เครือข่ายปฏิรูปพลังงานชาติอะไรต่อมิอะไร อยากให้การพิจารณาเปิด-ไม่เปิดสัมปทานปิโตรเลียมนั้นตกไปอยู่ในเงื้อมมือของรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งหรืออย่างไร ถึงไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่รัฐบาลชุดนี้ดำเนินการอยู่

เพราะสิ่งที่ทุกฝ่ายประจักษ์ ภายใต้การบริหารจัดการของรัฐบาล คสช.ที่ไม่มีกลุ่มการเมืองใดชี้นำหรือหนุนหลังนั้น เราได้เห็นการดำเนินนโยบายปรับโครงสร้างพลังงานที่ทุกฝ่ายเพรียกหากันมาตลอดอย่างเป็นรูปธรรม เราได้เห็นหัวหน้ารัฐบาลที่กล้าที่จะดำเนินการ “หักดิบ” เดินหน้านโยบายดังกล่าว โดยไม่หวั่นกระแสคัดค้านหรือถล่มโจมตีจากเครือข่ายกลุ่มผลประโยชน์ใดๆ จนกลายเป็นผลงาน “ชิ้นโบว์แดง” ของรัฐบาลชุดนี้

เรียกได้ว่าแทบจะหมดข้อกังขา หมดประเด็นคัดง้าง

ก็คงจะด้วยเหตุนี้ เมื่อสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ที่กอปรไปด้วยผู้เชี่ยวชาญและนักวิชาการด้านพลังงานเต็มลำเรือ ประกาศเดินหน้าปฏิรูปโครงสร้างพลังงานของประเทศเพื่อความยั่งยืน ซึ่ง 1 ในภารกิจที่ สปช.กำลังดำเนินการอยู่ก็คือ การพิจารณาการเปิดสัมปทานปิโตรเลียม รอบที่ 21 ที่คาราคาซังมากกว่า 3 ปี ถนนทุกสายจึงได้แต่ฝากความหวังไว้ว่า สิ่งที่ สปช.ชุดนี้ทำคลอดออกมาจะเป็นหนทางที่ดีที่สุดของประเทศ

เพราะในขณะที่ราคาน้ำมันในตลาดโลกสาละวันเตี้ยๆ จนหลายฝ่ายพากันหวั่นเกรงว่า รูปแบบการให้สัมปทานในปัจจุบันคือรูปแบบสัมปทาน Thailand 3 Plus อาจไม่จูงใจให้บรรดาบริษัทเอกชนผู้ผลิตและขุดเจาะสำรวจปิโตรเลียมน้อยใหญ่ให้ความสนใจเพียงพอ และอาจตั้งเงื่อนไขเพิ่มเติมเอากับภาครัฐได้

เมื่อต้องมาเจอกับรายการ “หักดิบ” กับมติของ สปช.เช่นนี้ จึงยิ่งทำให้อนาคตการจัดหาพลังงานของประเทศ ยืนอยู่บนเส้นด้าย และยิ่งเมื่อต้องมาเจอกับเครือข่ายเอ็นจีโอ และเครือข่ายอะไรต่อมิอะไรที่มุ่งแต่จะบิดเบือนข้อมูลเพื่อสนองผลประโยชน์ของกลุ่มตนเป็นใหญ่ โดยไม่ยี่หระเลยว่ากำลังจะทำให้ประเทศไทยสุ่มเสี่ยงแค่ไหน ก็คงเป็นเรื่องที่รัฐบาล และโดยเฉพาะนายกฯในฐานะหัวหน้า คสช.จะต้องตระหนักและหนักแน่น

หาไม่แล้วนโยบายปฏิรูปพลังงานอาจเผชิญทางตัน!!!

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

Tags:
Tags:  

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม