Sanook.commenu

ดูดวง ดวงความรัก ทํานายฝัน เซียมซี กราฟชีวิต ไพ่ยิปซี เกมทายใจ เรื่องผี พระเครื่อง ดูทีวี ฟังเพลง ฟังหวยออนไลน์

Sanook! Horoscope

เมนู

หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: พิธีกรรมทางไสยศาสตร์สุดหลอน “ปลุกเสกกุมารทอง” จากหญิงตายทั้งกลม  (อ่าน 1191 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 14 พ.ย. 15, 06:51 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

กุมารทองจัดว่าเป็นอีกหนึ่งเครื่องรางที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในสังคมไทยในยุคปัจจุบัน มีลักษณะเป็นรูปปั้นเด็กไว้ผมจุก นุ่งโจงกระเบน คล้ายเด็กไทยในสมัยโบราณ และกุมารทองยังเป็นอีกหนึ่งเครื่องราง ที่คนไทยเรามักมีความเชื่อว่า มีอิทธิฤทธิ์ ที่สามารถดลบันดาลโชคลาภ สร้างความโชคดี และคอยปกปักรักษาคุ้มครองผู้ที่นับถือ หรือผู้ที่เลี้ยงเอาไว้ให้แคล้วคลาดจากภัยอันตรายต่างๆได้ ซึ่งจะเห็นได้จากบรรดาเหล่าเซียนพระ และผู้ที่นิยมในเครื่องรางของขลังทั้งหลาย ไม่เว้นแม้กระทั่งคนในวงการบันเทิง ต่างเสาะแสวงหา และนำมาบูชาด้วยความนับถือ หรือจะเห็นได้จากร้านค้าร้านขายทั่วไป ที่มักนิยมนำกุมารทองหรือนางกวักมาตั้งบูชาไว้หน้าร้าน เพราะมีความเชื่อว่า สามารถดลบันดาลโชคลาภ ช่วยเรียกลูกค้าเข้าร้าน ช่วยเพิ่มพูนผลกำไร และทำให้กิจการค้าขายที่ทำอยู่เจริญรุ่งเรืองต่อไปได้

“กุมารทอง” ตามความเชื่อของคนไทยในสมัยก่อนนั้น มักจะเป็นดวงวิญญาณของเด็กผู้ชาย หากเป็นดวงวิญญาณของเด็กผู้หญิงมักเรียกว่า "โหงพราย" และกุมารทองแต่เดิมทีนั้น ถือกำเนิดมาจากดวงวิญญาณของเด็กที่ตายในท้องแม่ หรือที่เรียกว่าตายทั้งกลม ที่ถูกสร้างขึ้นหรือถูกปลุกเสกโดยผู้มีวิชาอาคมในสมัยก่อน ที่มักจะแสวงหาหรือนำพาดวงวิญญาณของเด็กที่ตายทั้งกลมนั้นมาเลี้ยงไว้เป็นเสมือนลูกของตัวเอง
จากหลักฐานที่ปรากฏในเอกสารโบราณที่พอเชื่อถือได้ ได้ระบุถึงพิธีกรรมการทำกุมารทองเอาไว้ว่า ผู้ที่ทำพิธีปลุกเสกกุมารทอง ซึ่งเป็นผู้ที่มีวิชาอาคมในสมัยก่อน จะต้องหาศพหญิงที่ตายทั้งกลม แล้วนำมาผ่าเอาศพทารกที่อยู่ในครรภ์ของหญิงนั้นออกมา จากนั้นก็จะนำไปย่างไฟให้แห้งสนิทก่อนเวลารุ่งสาง ในระหว่างที่ทำพิธีย่างศพนั้น ก็จะมีการบริกรรมคาถากำกับดวงวิญญาณอย่างต่อเนื่อง เสร็จแล้วจึงลงรักปิดทองให้ทั่วร่างศพ ด้วยเหตุนี้จึงนิยมเรียกเครื่องรางชนิดนี้ว่า “กุมารทอง”

ในกาลต่อมาสภาพสังคม วัฒนธรรม และบ้านเมืองก็ได้ถูกพัฒนามาขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ไม่สามารถสร้างกุมารทองจากศพทารกจริง ๆ ได้ เพราะเป็นสิ่งที่หายาก อีกทั้งยังผิดกฎหมาย และเป็นสิ่งที่ไม่ควรกระทำอย่างยิ่งสำหรับยุคนี้ จึงได้มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบพิธีกรรมการสร้างกุมารทองขึ้นมาใหม่ โดยใช้ดินจากเจ็ดป่าช้า เจ็ดธาตุ เจ็ดวัด ไม้รักซ้อน ไม้มะยม หรือไม้ที่ตายขณะยืนต้น เพราะคนโบราณเชื่อว่า ไม้ที่ยืนต้นตายมักจะมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์หรือดวงวิญญาณสิงสถิตอยู่ อีกทั้งยังได้นำโลหะต่างๆ มาหลอมรวม สร้างเป็นรูปกุมาร แล้วตั้งจิตอธิษฐาน ทำการปลุกเสก ตั้งธาตุทั้ง 4 และเรียกอาการสามสิบสองให้บังเกิดเป็นจิตวิญญาณของเด็กขึ้นมา ซึ่งกุมารทองในปัจจุบันแบ่งเป็น 2 สาย คือกุมารทองสายเทพ และกุมารทองสายพราย กุมาทองสายเทพ จะเป็นการนำรูปของเด็กที่เสียแล้วมาปลุกเสก เพื่ออันเชิญดวงวิญญาณให้เข้ามาสิงสถิตอยู่ ส่วนกุมารทองสายพราย คือ จะเป็นการนำมวลสารที่หายาก อย่างเช่น เถ้ากระดูกวิญญาณผีตายโหงมารวมกันแล้วสร้างเป็นกุมาร ซึ่งการปลุกเสกหรือสร้างกุมารทองนั้น จะเป็นไปในทางดีหรือทางร้าย มันก็ขึ้นอยู่กับเกจิอาจารย์ผู้ปลุกเสกนั่นเอง

เรื่องราวของกุมารทอง นอกจากจะได้รับความนิยมในยุคปัจจุบันแล้ว ยังได้ถูกสร้างขึ้น และมีส่วนร่วมในบทภาพยนตร์หลายต่อหลายเรื่อง กลายเป็นเครื่องรางของขลัง ที่คนไทยเรามักมีความเชื่อกันว่า เสมือนมีวิญญาณของเด็กสิงสถิตอยู่ในรูปกุมารนั่นเอง
และที่สำคัญผู้ที่นำกุมารทองมาบูชาต้องเลี้ยงดูเสมือนว่า เป็นลูกของตนจริงๆ ต้องคอยเซ่นสรวงด้วยอาหารคาวหวานต่างๆไม่ให้ได้ขาด ว่ากันว่าหากปฏิบัติดูแลเป็นอย่างดี และรักประดุจลูกของตนแล้ว ดวงวิญญาณที่สิงสถิตอยู่ก็จะช่วยค้ำจุน ช่วยคุ้มครองปกปักรักษาเจ้าของ และครอบครัวให้แคล้วคลาดจากภัยอันตราย โดยจะมีนิมิตบอกกล่าวเตือนภัยล่วงหน้าก่อนที่อันตรายหรือเหตุการณ์ร้ายจะบังเกิดขึ้น และจะคอยติดตามเฝ้าระวังบ้านเรือนจากโจรผู้ร้ายและศัตรูไม่ให้มากล้ำกราย เข้ามาทำอันตรายได้

ข้อควรรู้ ก่อนนำกุมารทองเข้ามาในบ้าน

จากประสบการณ์ผู้ที่ได้ผ่านการเลี้ยงกุมารทองหลายท่านหลายคนได้บอกเล่าเรื่องราวเอาไว้ว่า เมื่อท่านได้บูชากุมารทองมาแล้ว ก่อนนำเข้ามายังบริเวณบ้านให้จุดธูป 16 ดอก เพื่อเป็นการบอกกล่าวพระภูมิเจ้าที่เสียก่อน เพื่อขอให้ท่านได้เปิดทางเข้า-ออกให้กับดวงวิญญาณของกุมารทองที่ได้นำเข้ามา และให้ทำการบอกกล่าวกุมารทอง เพื่อเรียกเข้ามาอาศัยยังที่อยู่ใหม่แห่งนี้ ให้ช่วยปกปักรักษาคนในบ้านช่วยเป็นหูเป็นตาแทนผู้อยู่อาศัย ซึ่งเปรียบเสมือนครอบครัวเดียวกัน หรือหากไม่สะดวกในการจุดธูป ก็ให้ตั้งจิตอธิษฐานบอกกล่าวเจ้าที่บ้าน และบอกกล่าวกุมารทองตามที่กล่าวไว้ข้างต้น

สำหรับทิศทางการวางตำแหน่งกุมารทองนั้น ควรวางไว้ทางทิศตะวันออกหรือทางทิศเหนือเป็นดีที่สุด หรือถ้าไม่สะดวกให้เลือกวางไว้ทิศใดก็ได้ตามแต่เหมาะสม แต่ไม่ควรวางไว้สูงกว่าพระพุทธรูป หรือห้ามวางสูงกว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่ในบ้านของเรา จากนั้นให้ทำการเซ่นสรวงตามปกติ ซึ่งส่วนใหญ่มักจะถวายน้ำแดง นม ขนม หรือของเล่นต่างๆ ที่เหมาะกับเด็กทั่วไป แต่อันที่จริงแล้วเราสามารถถวายของต่างๆได้ตามถนัด และตามความเหมาะสมนะครับ และสุดท้ายคุณต้องระลึกไว้เสมอว่ากุมารทองที่ผ่านการปลุกเสก ที่คุณได้บูชานำเข้ามาเลี้ยงไว้ในบ้านนั้น เปรียบเสมือนลูกของคุณเอง ให้หมั่นดูแลหาของเล่น หรือขนมต่างๆมาให้ลูกของเรา และหมั่นพูดคุยกับเค้า แต่ถ้าวันใดวันหนึ่งเกิดเบื่อ หรือมีเหตุจำเป็นต้องเลิกเลี้ยงกุมารทองนั้น ควรนำกุมารดังกล่าวไปฝากไว้กับผู้ที่มีพลังจิตหรือพระผู้มีปฏิปทาสูงส่ง เพื่อปลดปล่อยดวงวิญญาณให้ไปสู่สุคติภพต่อไป

“ความเชื่อ ความศรัทธา หรือการนับถือบูชาในสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เพื่อเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ เป็นเครื่องเตือนสติของเราไม่ให้หลงก้าวเดินไปในทางที่ผิด เป็นเครื่องชี้นำทางชีวิต ให้เป็นไปในทางที่ถูกต้อง ไม่ได้สร้างความเดือดร้อนต่อผู้ใด ไม่ผิดต่อกฎหมายบ้านเมือง และไม่ผิดต่อศีลธรรมอันดีงามแล้ว โดยส่วนตัวของผู้จัดทำคิดว่าไม่ใช่เรื่องที่งมงายเสมอไป”
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:  กุมารทอง  การเลี้ยงกุมารทอง  ผี  เรื่องผี  วิญญาณ  อาถรรพ์  แปลก  เรื่องแปลก 

หน้า: 1

 
ตอบ
ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:   Go
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม