หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: อย่ากลัวเจ็บ…ปัญหาฟันคุดไม่อันตรายอย่างที่คิด  (อ่าน 358 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 23 ก.พ. 16, 13:07 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

อย่ากลัวเจ็บ…ปัญหาฟันคุดไม่อันตรายอย่างที่คิด
ข้อมูลโดย โรงพาบาลธนบุรี2

โดยปกติแล้ววัยรุ่นส่วนใหญ่มักจะกลัวฟันคุดเป็นส่วนใหญ่ คือ ฟันธรรมชาติของเรานี่แหละแต่มันไม่สามารถโผล่พ้นกระดูกและเหงือกขึ้นมาในช่องปากได้เต็มซี่ สาเหตุที่มันขึ้นไม่ได้มีอยู่หลายประการเช่น มันถูกกีดกันจากฟันข้างเคียงมีกระดูกหรือเหงือกคลุมฟันคุดอยู่หนาจนไม่สามารถโผล่ขึ้นมาได้ เช่น ขอบล่างของกระดูกขากรรไกรล่าง บางทีไปโผล่อยู่ใต้กระบอกตา บางทฤษฎีก็ว่าเพราะขนาดของกระดูกขากรรไกรมันเล็กไปทำให้ไม่มีที่พอที่อนุญาต ให้ฟันขึ้นมาครบทั้ง 32 ซี่ได้หรือไม่ก็เป็นฟันเกินซี่ที่ 33 ซี่ อย่างไรก็ดีที่เราจะพบฟันคุดเฉพาะฟันที่เป็นฟันแท้เท่านั้น
เล็งเห็นได้ว่าปัญหาฟันคุดที่พบบ่อยที่สุดเห็นจะเป็นฟันคุดของฟันกรามล่างซี่สุดท้าย รองลงมาคือฟันกรามบนซี่สุดท้าย อีกตำแหน่งที่มักจะพบได้แก่ฟันเขี้ยว นอกจากนั้นฟันเกินก็ยังพบว่าเป็นฟันคุดที่อาจพบได้ในเกือบทุกตำแหน่งของกระดูกขากรรไกร บางคนก็ไม่มีฟันคุดหรือมีเฉพาะฟันบนหรือฟันล่างบ้างก็มีข้างขวา ข้างซ้ายไม่มี เหล่านี้ต้องโทษเรื่องของกรรมพันธุ์ อย่างไรก็ดีฟันกรามซี่สุดท้ายที่ขึ้นมาได้เต็มซี่สามารถใช้งานได้ ไม่สามารถสร้างปัญหาใดตลอดจนสามารถทำความสะอาดได้ดีก็ไม่มีความจำเป็นต้องเอาออก
ช่วงอายุที่พบฟันคุดได้บ่อยคือช่วงอายุประมาณ 17-25 ปี ความจริงหลายคนมีฟันคุดตั้งแต่อยู่ในช่วงฟันผสมคือมีทั้งฟันน้ำนมและฟันแท้ แต่มีฟันแท้บางซี่ที่เป็นฟันคุดเกินอยู่ หนุ่มสาวบางคนมีฟันคุดของฟันกรามซี่สุดท้ายตั้งแต่อายุประมาณ 17 ปีแต่ทั้งหมดนี้ไม่เคยปรากฏอาการ ก็เป็นเรื่องแปลกที่หลายคนมีชีวิตอยู่กับฟันคุดไปจนแก่เฒ่าโดยไม่เคยสร้างปัญหาให้เจ้าของเลย แต่ก็มีกลุ่มชนผู้โชคไม่ช่วยอีกไม่น้อยที่ต้องทนทุกข์ทรมานกับปัญหาของฟันคุด
ทำไมต้องผ่าฟันคุด นี่เป็นปัญหาที่ผู้ป่วยสงสัยมากที่สุด ก็อยู่ดีไม่ว่าต้องมาเจ็บตัวแถมเสียสตางค์อีกต่างหาก โดยธรรมชาติของฟันทุกซี่จะพยายามผลักดันตัวมันเองขึ้นมาในช่องปากโดยมีถุงเนื้อที่หุ้มบริเวณหัวฟันเป็นตัวช่วยออกแรง เมื่อสามารถโผล่ขึ้นมาได้ เจ้าถุงนี้ก็จะสลายตัวหมดภาระหน้าที่ไป แต่ถ้ามันขึ้นไม่ได้ด้วยสาเหตุใดก็ตามความพยายามผลักดันตัวมันยังคงอยู่ แรงดันนี้อาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดอาการปวดได้ บางครั้งพบว่ากระดูกบริเวณรากฟันซี่ที่ติดกันถูกดันจนละลายตัวไป เนื่องจากฟันคุดบางซี่โผล่ขึ้นมาในช่องปากได้บางส่วนที่เหลืออยู่ใน กระดูกบ้าง ถูกเหงือกคลุมบ้างดังนั้นเศษอาหารและแบคทีเรียชอบที่จะไปซ่อนตัวอยู่บริเวณใต้เหงือกที่คลุมหัวฟันคุดอยู่ซึ่งเป็นที่ที่ทำความสะอาดได้ไม่ถึง จึงมักเกิดการอักเสบ ติดเชื้อที่บริเวณนั้นหรืออาจลุกลามต่อไปยังบริเวณข้างเคียงและใบหน้าได้ ปัญหาฟันข้างเคียงผุก็พบได้บ่อยอันเนื่องมาจากการที่ไม่สามารถทำความสะอาดบริเวณนั้นได้เพียงพอประกอบกับการมีเศษอาหารติดแน่นในที่นั้นได้ง่าย การกลายไปเป็นถุงน้ำหรือเนื้องอกขนาดเล็กหรือใหญ่โตก็พบได้เนื่องจากการเจริญที่ผิดปกติของถุงหุ้มฟันและเนื้อเยื่อของฟันคุดที่เหลืออยู่ นอกจากนั้นฟันคุดยังจะทำให้สถานการณ์แย่ลงในกรณีเกิดการหักบริเวณมุมกระดูกขากรรไกรที่รอยหักมักจะผ่านฟันคุดพอดิบพอดีเนื่องจากกระดูกบริเวณนั้นบางกว่าที่อื่น
เตรียมตัวก่อนการผ่าตัดเป็นสิ่งสำคัญ ในผู้ที่มีโรคประจำตัวควรปรึกษาแพทย์ผู้รักษาเพื่อเตรียมร่างกายให้พร้อมก่อน ไม่ควรอดนอนในวันก่อนผ่าตัด อย่าอดอาหาร ให้ทานอาหารมาก่อนพออิ่ม ไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด งดสูบบุหรี่ แปรงฟันและทำความสะอาดช่องปากมาก่อน ในเด็กหรือผู้สูงอายุควรมีคนมาเป็นเพื่อนด้วย
การปฏิบัติตัวหลังการผ่าตัดที่ถูกต้องจะช่วยลดปัญหาแทรกซ้อนลงได้มาก ผู้ป่วยต้องกัดผ้าก๊อซแน่น ๆ นิ่ง ๆ ไว้ประมาณ 2 ชั่วโมง เพื่อให้เลือดหยุดไหล ระหว่างนั้นให้กลืนเลือดและน้ำลายที่ซึมออกมาทั้งหมด อย่าอมไว้เพราะจะทำให้คลื่นไส้ หลังจากคลายผ้าก๊อซอาจมีเลือดหรือน้ำลายซึมออกมาให้พยายามกลืน ห้ามบ้วนเพราะยิ่งบ้วนเลือดจะยิ่งออก ถ้าเลือดออกมากให้ใช้ผ้าก๊อซสะอาดวางบนแผลแล้วกัดไว้การใช้น้ำแข็งประคบบริเวณแก้มใน 24 ชั่วโมงแรกจะช่วยลดอาการบวมที่จะเกิดได้ แต่ไม่ควรอมน้ำแข็งเพราะจะทำให้ เลือดไม่หยุดไหล การทำความสะอาดช่องปากเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อการหายที่ดีของแผล อาการปวดและบวมจะปรากฏอยู่ 3-4 วัน ขึ้นอยู่กับความยากง่ายของการผ่าตัด และสุขภาพตลอดจนการดูแลที่ดีของผู้ป่วย
ปัญหาแทรกซ้อนหลังการผ่าตัดที่พบบ่อยคืออาการปวดและบวม อาการปวดทุเลาลงได้ด้วยการกินยาระงับปวดทุก 4 ชั่วโมงใน 2 วันแรก วันต่อไปกินเมื่อปวด อาการบวมเกิดจากการอักเสบและมีเลือดดี่งในแผลและเนื้อเยื่อ ซึ่งโดยทั่วไปจะยุบลงใน 3-5 วัน ในกรณีที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อทันตแพทย์จะให้ยาปฏิชีวนะกินประมาณ 5 วัน ผู้ป่วยอาจมีอาการอ้าปากได้น้อย มีเลือดซึมอยู่หลายวัน ปัญหาการติดเชื้อหลังการผ่าตัดพบได้เนื่องจากการดูแลแผลในปากอาจทำได้ลำบาก บางครั้งมีเศษอาหารตกลงไปในแผลทำให้เกิดการหมักหมมและติดเชื้อ

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ บริษัท พีอาร์เอดี คอมมูนิเคชั่น จำกัด Branding Communication PR Manager
สุรีย์พร แซ่เอีย (การ์ตูน) Tel. 061-915-1562 อีเมล์ sureporn@prad.co.th
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

Tags:  อย่ากลัวเจ็บ…ปัญหาฟันคุดไม่อันตรายอย่างที่คิด  

หน้า: 1

 
ตอบ
ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:   Go
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม