หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: ผลวิจัย SIRFLOX ได้รับการเผยแพร่ทางวารสารออนไลน์ Journal of Clinical Oncology  (อ่าน 55 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 29 ก.พ. 16, 11:33 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

ซิดนีย์--25 ก.พ.--พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

วารสารชั้นแนวหน้าของสมาคม ASCO เผยแพร่ผลการวิจัย SIRFLOX ซึ่งเป็นการศึกษาผลการใช้ SIR-Spheres(R) Y-90 resin microspheres ในการรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักระยะแพร่กระจาย (mCRC) จำนวน 530 ราย

Sirtex Medical Limited (ASX: SRX) ประกาศว่า ผลการวิจัย SIRFLOX ว่าด้วยการใช้ SIR-Spheres Y-90 resin microspheres ในการรักษาผู้ป่วย ได้รับการเผยแพร่ทางวารสารออนไลน์ Journal of Clinical Oncology (JCO) ซึ่งเป็นวารสาร peer-reviewed ชั้นนำของสมาคม American Society of Clinical Oncology (ASCO) [1] หลังจากที่ได้มีการรายงานผลวิจัยเบื้องต้นด้วยวาจาในการประชุม ASCO Annual Congress ที่ชิคาโก สหรัฐอเมริกา เมื่อเดือนพฤษภาคม 2558

(โลโก้: http://photos.prnewswire.com/prnh/20150119/724485 )

วารสาร JCO ได้เผยแพร่ผลวิจัย SIRFLOX ในลักษณะ "Rapid Communication" ซึ่งหมายถึงการเผยแพร่ข้อมูลที่จะพลิกวงการและเปลี่ยนแปลงแนวทางปฏิบัติอย่างเสรี เพื่อประโยชน์ของผู้อ่านและผู้ป่วยทุกคน

ศ.กาย เอ ฟาน เฮเซล จาก University of Western Australia ในเมืองเพิร์ท ประเทศออสเตรเลีย ผู้เป็นหัวหน้าร่วมของการวิจัยครั้งนี้ กล่าวว่า "ตามจุดยุติปฐมภูมิ (primary endpoint) ของการวิจัย ผู้ป่วยโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักประเภทผ่าตัดไม่ได้ และมีการลุกลามไปยังตับเป็นส่วนใหญ่หรือในตับเพียงที่เดียวนั้น มีระยะปลอดโรค (PFS) เฉลี่ยทุกจุดที่ 10.2 เดือนในกลุ่มที่ได้รับการทำเคมีบำบัดพื้นฐานด้วย FOLFOX อย่างเดียว เทียบกับ 10.7 เดือนในกลุ่มที่เสริม SIR-Spheres ร่วมกับการทำเคมีบำบัด แต่ความแตกต่างดังกล่าวไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ อย่างไรก็ตาม การเสริม SIR-Spheres Y-90 resin microspheres ควบคู่กับการทำเคมีบำบัดนั้น ช่วยยืดระยะ PFS ในตับได้อย่างมีนัยสำคัญ จากค่าเฉลี่ย 12.6 เดือนในกลุ่มที่ทำเคมีบำบัดเพียงอย่างเดียว เป็น 20.5 เดือนเมื่อใช้ควบคู่กับ SIR-Spheres ทั้งยังช่วยลดความเสี่ยงในการลุกลามของเนื้องอกในตับได้ถึง 31% ทั้งนี้ การควบคุมโรคในระยะยาวมีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากผู้ป่วยโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักประเภทผ่าตัดไม่ได้จำนวนหลายแสนคนนั้น ส่วนใหญ่ล้วนเสียชีวิตด้วยเนื้อร้ายที่แพร่กระจายไปยังตับ"

กิลแมน หว่อง ซีอีโอของ Sirtex Medical Limited กล่าวว่า "การเผยแพร่ผลการวิจัย SIRFLOX ในครั้งนี้ สะท้อนถึงจุดสูงสุดและจุดเริ่มต้นของบริษัท เราได้ดำเนินโครงการวิจัย SIRFLOX นานนับสิบปีเพื่อนำเสนอหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ให้เห็นอย่างชัดแจ้งว่า SIR-Spheres Y-90 resin microspheres เป็นหนึ่งในวิธีการรักษาขั้นพื้นฐานที่นักวิทยาเนื้องอกสามารถนำมาใช้รักษาโรค mCRC ได้ การที่วารสาร JCO เลือกเผยแพร่ผลการวิจัย SIRFLOX เรียกได้ว่าเป็นการยอมรับว่าเทคโนโลยีของเราสามารถควบคุมการแพร่กระจายของเนื้อร้ายในตับอันเป็นผลมาจากโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก"

คุณหว่องกล่าวเสริมว่า "เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่า เมื่อเราทำการวิเคราะห์ข้อมูลรวมจากการวิจัย SIRFLOX รวมถึง FOXFIRE และ FOXFIRE Global ที่จะมีการเปิดเผยในปี 2560 แล้ว เราจะเห็นภาพที่ชัดเจนยิ่งขึ้นในแง่ของอัตราการอยู่รอดอันเป็นผลมาจากการใช้ SIR-Spheres Y-90 resin microspheres ร่วมกับการทำเคมีบำบัดพื้นฐาน"

ผลการค้นพบจากการวิจัย SIRFLOX

โครงการวิจัย SIRFLOX ได้เปิดรับผู้ป่วยโรค mCRC ประเภทผ่าตัดไม่ได้จำนวน 530 ราย ที่ได้รับการวินิจฉัยโรคจากศูนย์การแพทย์ 87 แห่งในออสเตรเลีย ยุโรป อิสราเอล นิวซีแลนด์ และสหรัฐอเมริกา ระหว่างเดือนตุลาคม 2549 ถึงเดือนเมษายน 2556 โดยได้มีการแยกผู้ป่วย 530 รายออกเป็นสองกลุ่มด้วยกัน กลุ่มแรกประกอบด้วยผู้ป่วย 263 ราย ซึ่งถูกสุ่มรักษาด้วย mFOLFOX6 อันประกอบด้วย 5FU, leucovorin และ oxaliplatin และอาจมีการเสริม bevacizumab ตามดุลยพินิจของผู้วิจัยในแต่ละประเทศ ขณะที่ผู้ป่วยอีก 267 รายได้รับการรักษาด้วยการนำรังสีเข้าสู่ร่างกายเฉพาะจุด (SIRT) ด้วย SIR-Spheres Y-90 resin microspheres เพิ่มเติมจากการทำเคมีบำบัดด้วย mFOLFOX6 (ทั้งที่ใช้และไม่ใช้ bevacizumab)

การวิจัย SIRFLOX มีจุดยุติปฐมภูมิอยู่ที่ระยะปลอดโรค (PFS) ทุกจุด โดยผลวิจัยเผยให้เห็นว่า ผู้ป่วยมีค่า PFS เฉลี่ยทุกจุดที่ 10.2 เดือนในกลุ่มที่ทำเคมีบำบัดอย่างเดียว เทียบกับ 10.7 เดือนในกลุ่มที่เสริม SIR-Spheres ร่วมกับการทำเคมีบำบัด แต่ความแตกต่างดังกล่าวไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ ขณะที่อัตราส่วนความเสี่ยงอันตราย (HR) อยู่ที่ 0.93 และ P = 0.43

อย่างไรก็ตาม สำหรับจุดยุติทุติยภูมิ (secondary endpoint) ของการวิจัย นั่นคือ ค่า PFS เฉลี่ยในตับซึ่งเป็นจุดที่ SIR-Spheres Y-90 resin microspheres พุ่งเป้ารักษาโดยตรงนั้น พบว่าฝั่งเคมีบำบัดอย่างเดียวมีค่า PFS อยู่ที่ 12.6 เดือน ขณะที่ฝั่ง SIRT มีค่า PFS อยู่ที่ 20.5 เดือน โดยมีอัตราส่วนความเสี่ยงอันตราย (HR) อยู่ที่ 0.69 (P = 0.002) จึงสรุปได้ว่า การเสริม SIRT ช่วยลดความเสี่ยงได้มากถึง 31% นอกจากนี้ แม้ว่าอัตราการตอบสนองต่อการรักษา (ORR) ในจุดต่างๆนั้นไม่แตกต่างกันมากนัก (68.1% เมื่อทำเคมีบำบัดอย่างเดียว เทียบกับ 76.4% เมื่อเสริม SIRT; ค่า P = 0.113) แต่ค่า ORR ในตับเมื่อเสริม SIRT นั้นมีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญ (68.8% เมื่อทำเคมีบำบัดอย่างเดียว เทียบกับ 78.7% เมื่อเสริม SIRT; ค่า P = 0.042) โดยมีการตอบสนองอย่างสมบูรณ์ในตับเพิ่มขึ้นกว่าสามเท่า (1.9% เมื่อทำเคมีบำบัดอย่างเดียว เทียบกับ 6.0% เมื่อเสริม SIRT; ค่า P = 0.020)

สำหรับอัตราการเกิดอาการไม่พึงประสงค์ (AE) ระดับ 3 ขึ้นไป อยู่ที่ 73.4% ในกลุ่มที่ทำเคมีบำบัดอย่างเดียว เทียบกับ 85.4% ในกลุ่มที่เสริม SIRT (P = 0.516) ซึ่งรวมอาการที่เกี่ยวข้องกับการใช้ SIRT ด้วย สำหรับระดับความปลอดภัยของวิธีการรักษาแบบผสมผสานนี้ เป็นไปตามการคาดการณ์ของผู้วิจัยและสอดคล้องกับผลการวิจัยครั้งก่อนๆ

ศ.ฟาน เฮเซล และผู้ร่วมวิจัยกล่าวสรุปว่า "ค่า PFS ในตับเฉลี่ยที่ 20.5 เดือน ในกลุ่มผู้ป่วยที่รักษาด้วยการทำเคมีบำบัดร่วมกับ SIRT นั้น นับเป็นความก้าวหน้าอย่างมีนัยสำคัญในการควบคุมการแพร่กระจายเฉพาะจุด เมื่อเทียบกับการทำเคมีบำบัดพื้นฐานเพียงอย่างเดียว ที่มีค่า PFS เฉลี่ยเพียง 12.6 เดือน"



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Tags:  

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม