หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: สอบถามข้อมูลเรื่องการเปลี่ยนยางรถยนต์หน่อยค่า  (อ่าน 7344 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 16 มี.ค. 16, 21:31 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

เป็นรถมิซูมิราจค่ะ ใช้ยางติดรถ (ยางขนาด 14") ตั้งแต่ถอยออกจากศูนย์มา 3 ปีกว่าแล้วค่ะ วิ่งเกือบ 7หมื่นโล สมควรเปลี่ยนได้เลยมั้ยคะ แล้วถ้าถึงเวลาต้องเปลี่ยนยาง สอบถามเป็นข้อมูลหน่อยว่ายางรุ่นไหนโอเคสุด เอาแบบที่ราคาสบายกระเป๋า และคุณภาพดีอ่ะค่ะ ปล.ขับออก ตจว ทุกสัปดาห์ค่ะ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #1 เมื่อ: 18 มี.ค. 16, 00:52 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

จขกท เป็นสาวใจกล้ามากนะ ผมใช้ถึง 4 หมื่นโลก็เปลี่ยนแล้ว แนะนำให้เปลี่ยนเลยดีกว่า เสี่ยงเกินไปหน่อยกับอายุ 6 หมื่นโล ส่วนตัวผมใช้อยู่ 2-3 ยี่ห้อครับ เปลี่ยนไปเรื่อย 555 แต่หลังๆ ลองเปลี่ยนมาใช้โยโกฮาม่าแล้วใช้ยาวเลย ถึงจะราคาแพงไปนิดนึง แต่ผมก็ว่าคุ้มครับ เมื่อเทียบกับยี่ห้ออื่น ยังไงลองดูไว้เป็นอีกทางเลือกได้ครับ q*062

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #2 เมื่อ: 18 มี.ค. 16, 22:52 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

รถผมใช้มา 3 ปีกว่าเหมือนกัน วิ่ง 48,000 ล่าสุดเข้าศูนย์ ช่างบอกยางดอกยางใกล้หมดแล้ว ตอนนี้ผมกำลังเล็ง bluearth ของโยโกอยู่

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #3 เมื่อ: 19 มี.ค. 16, 23:36 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ดูดอกยางเป็นหลักคับ ผมใช้มา 6 ปีแล้ว วิ่ง 53,000 กิโลก็ยังไม่เปลี่ยนคับ ยังอีก 4 มิล ถึงจะถึงสะพานยาง และหน้ายางก็ไม่มีรอยแตกร้าว ดอกโล้นเมื่อไหร่ค่อยว่ากัน กำลังเล็งของกู๊ดเยียร์ แต่ในตลาดก็ขนาดนามว่ายางดีปีเดียว เสียงดังครับ ค่อยมาว่ากันอีกที

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #4 เมื่อ: 21 มี.ค. 16, 00:05 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ผมเปลี่ยนทุก 4-5 หมื่นกิโลเมตร ถ้าคิดเป็นปีก็ประมาณปีนึงถึงปีครึ่งจะเปลี่ยนครั้งนึงครับ ตอนนี้ผมใช้ของ dunlop อยู่ ไม่แพงมาก แต่คุณภาพก็ตามราคาครับ แต่ของหายาก ไปถามบางร้านยังไม่มีของเลย ครั้งหน้าว่าจะของยี่ห้ออื่นบ้างครับ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
อภิวัฒน์
เรทกระทู้
« ตอบ #5 เมื่อ: 21 มี.ค. 16, 01:32 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ไม่รู้ว่ายางติดรถจาก0มาเป็นตัวไหน บางรุ่นวิ่งแค่ 2 หมื่นกว่าก็หอนละ คราวหน้าแนะนำอย่าลากใช้นานขนาดนี้ดีกว่าครับ เปลี่ยนตามรุ่นที่ คห.บนๆแนะนำก็ดี

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #6 เมื่อ: 20 เม.ย. 16, 07:58 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

พอดีผมไปอ่านเจอมาที่ ระวังโดนหลอกกันด้วยนะครับ ลองอ่านข้อมูลที่นี่กันด้ยครับ

ยางล้อรถยนต์ที่คุณใช้อยู่นั้น ผสมยางรีไซเคิลมากน้อยเพียงใดและมีอันตรายหรือไม่ ?????

คุณเคยสงสัยหรือไม่ว่า ยางล้อรถยนต์บางยี่ห้อ ทำไมบางยี่ห้อใช้งานผ่านไป 2-3 ปีแล้ว ยางยังนิ่มอยู่เลย แต่บางยี่ห้อใช้ไปแค่ปีกว่าๆ ยางเริ่มแข็งตัวแล้ว ขับเริ่มหอน มีเสียงดัง???

ปัจจุบัน ยางรถยนต์ที่เสื่อมสภาพแล้ว ถือได้ว่าเป็นขยะชนิดหนึ่งซึ่งยังไม่สามารถย่อยสลายได้เองโดยธรรมชาติ จึงได้มีแนวคิดในการนำยางรถยนต์ที่เสื่อมสภาพแล้วนั้น มาผสมกับยางใหม่ เพื่อลดปริมาณขยะเหล่านั้น แต่ท่านทราบหรือไม่ว่า บางแห่งมีการผสมยางรีเคลมลงไปในยางรถยนต์ที่ผลิตใหม่จำนวนมากเพื่อลดต้นทุนการผลิต ทำให้ยางรถยนต์มีราคาถูกมากๆ แต่มันจะส่งผลอันตรายอะไรมาบ้างหรือไม่ เรามาติดตามกัน

โดยตามปกติแล้วเมื่อยางรถยนต์เสื่อมสภาพแล้วเรานำไปขายที่ร้านยางนั้น ร้านยางจะรับซื้อเราในราคาถูกแสนถูก แต่ท่านเชื่อหรือไม่ว่ายางที่เสื่อมสภาพแล้วเส้นละไม่กี่บาท กลับไปช่วยลดต้นทุนการผลิตยางรถยนต์ใหม่ได้ถึง 60% ต่อเส้น เพราะยางเหล่านั้นได้ผสมสารเคมีมากกว่า 30 ชนิดไว้เรียบร้ยยแล้ว เพียงแค่หลอมแล้วเปลี่ยนรูปร่างใหม่เท่านั้น ซึ่งนี่ถื่อเป็นเหตุผลหลักในการทำกำไรซึ่งคุ้มค่ากว่า จากการซื้อยางรถยนต์เก่า มากกว่าการนำไปแยกเป็นน้ำมันหรือ Pyrolysis

ก่อนอื่นๆเรามาทำความเข้าใจกันก่อนครับว่า โมเลกุลของยางรถยนต์ที่เสื่อมสภาพแล้วมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางโมเลกุลไปอย่างไร
Create by zyontechnology***

กระบวนการรีเคลมเริ่มจากการแยกเอาชิ้นส่วนต่างๆ ของยางล้อที่ไม่สามารถนําไปรีไซเคิลได้เช่น ขอบลวดออกไปก่อนแล้วนําส่วนของดอกยางและแก้มยางที่ได้ไปบดละเอียดและนําไปผ่านกระบวนการดีวัลคาไนซ์ (devulcanization process)

1. กระบวนการย่อย (digester process)
กระบวนการย่อยเป็นการดีวัลคาไนซ์ยางที่อุณหภูมิสูง (150 -250OC) ร่วมกับการกวนเป็นเวลานาน 5-12 ชั่วโมง ซึ่งจะทําให้เกิดการแตกของพันธะโพลิซัลฟิดิก แต่ก็อาจทําให้เกิดการแตกของสายโซ่หลักของโพลิเมอร์อีกด้วย ส่งผลทําให้ค่าความต้านทานต่อแรงดึงของยางรีเคลมต่ำลง (4-5 MPa) ซึ่งถือว่าเป็นข้อจํากัดของกระบวนการนี้

2. กระบวนการดีลิงค์ (De-Link process)
กระบวนการดีลิงค์เป็นการใช้สารตัวเร่งปฏิกิริยา สารกระตุ้นปฏิกิริยา และสารรีเคลมใส่ลงในยางมาสเตอร์แบตช์ ซึ่ง
จะผสมในเครื่องบดผสมแบบ 2 ลูกกลิ้งหรือเครื่อง banbury ที่อุณหภูมิต่ํา (80-90OC) ทําให้เกิดการแตกออกของพันธะเชื่อมโยงกํามะถันของยางวัลคาไนซ์

3. การใช้คลื่นไมโครเวฟและคลื่นอัลตราโซนิก
เทคโนโลยีการดีวัลคาไนซ์ยางด้วยคลื่นไมโครเวฟ (ที่ความถี่ 915-2450 เมกะเฮิรตซ์ ปริมาณคลื่นที่ใช้อยู่ในช่วง 41-177
วัตต์-ชั่วโมงต่อปอนด์) และคลื่นอัลตราโซนิก (20-50 กิโลเฮิรตซ์) สามารถใช้ได้กับขยะยางทั่วไปขนาด 30-40 เมช (mesh)และให้ยางรีเคลมที่มีความทนต่อแรงดึงสูง วิธีนี้แม้ว่าจะผลิตด้วยอุปกรณ์ที่ทันสมัย แต่ก็ยังไม่สามารถให้ผลผลิตทางอุตสาหกรรมที่มีประสิทธิภาพได้

การทำยางรีเคลมทั้ง 3 กระบวนการนี้ จะทำให้ยางรีเคลมมีค่าความความทนต่อแรงดึงสูง (10-16 Mpa) เมื่อเทียบกับยางธรรมชาติที่มีค่าความทนต่อแรงงดึงอยู่ที่ประมาณ 20 Mpa ซึ่งเราจะเห็นได้ว่า ตัวเลขประสิทธิภาพของยางดังกล่าว ประสิทธิภาพในการรับแรงดึงสูง หายไปเกือบ 50% สิ่งเหล่านี้จะบอกอะไรแก่เราได้บ้าง

อ้างอิง http://rubber.oie.go.th/box/Article/26364/7_%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A5%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%83%E0%B8%8A%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%82%E0%B8%B6%E0%B9%89%E0%B8%99.pdf

ยางล้อรถยนต์เมื่อเสื่อมสภาพจากการใช้งานไปแล้ว โมเลกุลของยางจะมีสภาพไม่เหมือนเดิม แต่การนำไปผสมยางใหม่ จะทำให้มีสภาพเหมือนการนำแก็สโซฮอล์ 91 ไปผสม 95 นั่นล่ะครับ มันจะไม่เห็นผลทันที มองด้วยตาเปล่าไม่ออก ยกเว้นถ้าผสมลงไปมากๆ 30-40% และผลที่ตามมาอันดับแรกๆเลยคือ ยางเกิดการแข็งตัวอย่างรวดเร็ว เพราะตัวโมเลกุลของเดิมมันเสื่อมสภาพไปแล้ว แต่กลับถูกบดแล้วนำมาผสมกับของใหม่ เปลี่ยนรูปร่างใหม่เท่านั้น นั่นก็คือการนำ ของที่เสีย นำมาผสมกับของที่ดีๆ ทำให้โมเลกุลของยางใหม่เสื่อมสภาพอย่างรวดเร็ว ทำให้ยางแข็งตัวเร็วภายใน 1 ปีก็จะแข็งตัวแล้ว ขับเริ่มหอนมีเสียงดังนั่นล่ะครับ

นี่คือคำตอบของข้อสงสัยที่ว่า ทำไมยางล้อรถยนต์บางยี่ห้อ ขับได้ 2-3 ปี ยางยังนิ่มสภาพดีอยู่เลย แต่ทำไมยางบางยี่ห้อ ใช้งานแค่ปีเดียว ยางเริ่มแข็งตัว ขับแล้วเริ่มหอนมีเสียงดัง
Create by zyontechnology***

จากเอกสารอ้างอิงตามลิ้งค์นี้ เราจะเห็นได้ว่า บริษัทฯ ………ซึ่งเป็นผู้ผลิตยางรถยนต์ขนาดใหญ่ที่เรารู้จักกันดี ได้มีการจัดตั้งหน่วยงานสำหรับพัฒนายางรีไซเคิลหรือรีเคลมเพื่อมาผสมกับยางใหม่โดยตรง โดยการมีการผสมมากถึง 20% ซึ่งเจตนารมณ์อันแท้จริงๆแล้วเข้าใจว่า เป็นไปเพื่อการรักษาสิ่งแวดล้อม โดยนำกลับมาใช้ใหม่

แต่สิ่งเหล่านี้กลับเป็นช่องทางให้บริษัทฯผู้ผลิตยางล้อรถยนต์หลายๆแห่งนำมายางรีไซเคิลหรือรีเคลมมาผสมมากถึง 60-70% เพื่อลดต้นทุนการผลิตโดยมิได้คำนึงถึงผลเสียที่จะตกอยู่กับผู้บริโภคต่อไป นี่คือสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบัน

การธุรกิจด้วยจรรยาบรรณที่รับผิดชอบต่อสังคม และการทำธุรกิจเพื่อหวังผลกำไรเกินควรต่างกันอยู่นิดเดียวเท่านั้นเอง

แล้วเราจะทราบได้อย่างไรว่า ???? ยางล้อรถยนต์เส้นไหน ยี่ห้อไหน ผสมยางรีไซเคิลหรือยางรีเคลมลงไปมากน้อยเพียงใด????

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:  ยางรถยนต์ 

หน้า: 1

 
ตอบ
ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:   Go
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม