หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: ผู้ป่วยโรคมะเร็ง mCRC ตอบสนองมากกว่าเมื่อรักษาด้วย SIR-Spheres(R)  (อ่าน 34 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 11 ก.ค. 16, 09:37 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

บาร์เซโลนา, สเปน--11 ก.ค.--พีอาร์นิวส์ไวร์-เฟิร์สคอลล์/อินโฟเควสท์

ข้อมูลใหม่ล่าสุดที่ศ.ดร. โวลเกอร์ ไฮน์มานน์ ได้นำเสนอ ณ ที่ประชุม World Congress on Gastrointestinal Cancer ครั้งที่ 18 ของสมาคมมะเร็งวิทยาแห่งยุโรป (ESMO) ระบุว่า ผลการวิจัย SIRFLOX ที่ได้รับการเผยแพร่เมื่อไม่นานมานี้ได้ชี้ให้เห็นว่า ผู้ป่วยโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักระยะแพร่กระจาย (mCRC) ซึ่งมีการลุกลามไปยังตับ และได้รับการรักษาขั้นพื้นฐานด้วยการใช้ mFOLFOX6 ร่วมกับ SIR-Spheres Y-90 resin microspheres นั้น มีการตอบสนองต่อการรักษามากกว่ากลุ่มที่ทำเคมีบำบัดเพียงอย่างเดียว [1]

(โลโก้: http://photos.prnewswire.com/prnh/20150119/724485 )
(โลโก้: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160629/385027LOGO )

จากการวิเคราะห์ความลึกของการตอบสนอง (DpR) ซึ่งเป็นวิธีที่ค่อนข้างใหม่และมีความสัมพันธ์กับระยะการดำรงอยู่โดยรวม (OS) และระยะการอยู่รอดหลังโรคลุกลาม (PPS) ในการวิจัยผู้ป่วยโรค mCRC ครั้งก่อนนี้ [2] พบว่า ผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาด้วย SIR-Spheres Y-90 resin microspheres ควบคู่กับการทำเคมีบำบัด มีความลึกของการตอบสนองมากกว่าอย่างมีนัยสำคัญ (ปริมาณเซลล์มะเร็งในตับลดลงเฉลี่ย 75.0% เทียบกับ 67.8%; p=0.039) และยังมีระยะเวลา DpR หรือระยะเวลาเนื้องอกหดตัวมากกว่า 2 เดือนเมื่อเทียบกับกลุ่มที่ทำเคมีบำบัดเพียงอย่างเดียว (เฉลี่ย 266 วัน เทียบกับ 206 วัน; p
นอกจากนี้ ผลวิเคราะห์ยังเผยให้เห็นว่า การรักษาด้วย SIR-Spheres Y-90 resin microspheres ให้ผลลัพธ์ที่เด่นชัดที่สุดในกลุ่มผู้ป่วยที่มีปริมาณเซลล์มะเร็งในตับมากกว่า (มีเนื้องอกกินพื้นที่ตับมากกว่า 12% ขณะเข้าร่วมการวิจัย ซึ่งเป็นเกณฑ์ที่กำหนดไว้สำหรับการคาดการณ์ DpR) โดยผู้ป่วยกลุ่มนี้ซึ่งมีสัดส่วนเกินครึ่งหนึ่งของผู้ป่วยในโครงการ SIRFLOX มีค่า DpR สูงกว่าถึง 20% (77.5% เทียบกับ 57.2%; p=0.003) และมีระยะเวลา DpR ยาวนานกว่า 3 เดือน (เฉลี่ย 298 วัน เทียบกับ 196 วัน; p
ส่วนกลุ่มผู้ป่วยที่มีเนื้องอกกินพื้นที่ตับเท่ากับหรือน้อยกว่า 12% ขณะเข้าร่วมการวิจัยนั้น มีความเป็นไปได้มากกว่า 6 เท่าที่จะตอบสนองอย่างสมบูรณ์หรือสามารถกำจัดเนื้องอกในตับได้ทั้งหมด ภายหลังการรักษาด้วย SIR-Spheres Y-90 resin microspheres เมื่อเทียบกับกลุ่มที่ทำเคมีบำบัดเพียงอย่างเดียว (11.3% เทียบกับ 1.7%; p=0.003)

ศ.ไฮน์มานน์ จากภาควิชาวิทยาเนื้องอกแห่งศูนย์มะเร็งของมหาวิทยาลัย Ludwig-Maximillian University ในเมืองมิวนิก ประเทศเยอรมนี ซึ่งเป็นหัวหน้าคณะวิจัยประจำยุโรปของโครงการ SIRFLOX กล่าวว่า "เนื่องจากการรักษาโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักระยะแพร่กระจายได้ก้าวหน้าเป็นอย่างมากตลอด 2 ทศวรรษที่ผ่านมา อายุขัยของผู้ป่วยโรคนี้จึงเพิ่มขึ้นถึง 4 เท่า แต่ในขณะเดียวกันก็กลายเป็นอุปสรรคในการพิสูจน์ประสิทธิภาพของวิธีการรักษาใหม่ๆ หรือการบูรณาการวิธีการรักษาต่างๆเข้าด้วยกัน"

"เหล่านักวิทยาเนื้องอกได้สังเกตเห็นมาสักระยะหนึ่งแล้วว่า ระยะปลอดโรค (PFS) มิใช่ปัจจัยคาดการณ์ระยะการดำรงอยู่โดยรวมที่มีประสิทธิภาพเสมอไป สำหรับผู้ป่วยโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักระยะแพร่กระจาย ดังที่ปรากฎให้เห็นในการวิจัยบางโครงการที่ใช้ยากลุ่มสารชีวภาพ" ศ.ไฮน์มานน์ กล่าว "ด้วยเหตุนี้เอง ในช่วงไม่กี่ปีมานี้จึงมีการทุ่มเทอย่างหนักเพื่อหาปัจจัยบ่งชี้ที่ดีกว่าในการคาดการณ์ระยะการดำรงอยู่โดยรวมในผู้ป่วยโรค mCRC โดยเฉพาะผลของการรักษาที่มีต่อความลึกในการตอบสนองของผู้ป่วย ทั้งนี้ ระดับความลึกของการตอบสนองและระยะเวลาการตอบสนองสูงสุดภายหลังการรักษาด้วย SIR-Spheres Y-90 resin microspheres รวมถึงค่า PFS ในตับยิ่งมากขึ้นเท่าไรก็ยิ่งเป็นเรื่องที่น่ายินดี และทำให้เรามีความคาดหวังมากขึ้นเกี่ยวกับข้อมูลการอยู่รอดที่เราหวังว่าจะได้เห็นในปี 2560"

ศ.ไฮน์มานน์ และคณะทำงานในมิวนิก ได้คิดค้นคอนเซปต์และวิธี DpR ขึ้น โดยร่วมมือกับเหล่าผู้เชี่ยวชาญท่านอื่นๆในแวดวงการรักษาโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก สำหรับการวิเคราะห์ข้อมูล DpR ในการวิจัย SIRFLOX นั้น ได้มีการใช้โมเดลเชิงปริมาตรรูปแบบใหม่เพื่อคาดคะเนปริมาณก้อนเนื้องอกในตับของผู้ป่วย โดยคำนวณจากความยาวของเนื้องอกตับสูงสุด 5 จุด ซึ่งถูกเลือกโดยดูจากการทำ Blinded Independent Central Review (BICR) ภาพเส้นฐานและภาพรังสีของผู้ป่วย จากนั้นจึงทำการวัดค่า DpR ด้วยการตรวจระดับการหดตัวของเนื้องอกจนเนื้องอกหดตัวถึงจุดต่ำสุด ทั้งนี้ ในการวิเคราะห์ค่า DpR ครั้งก่อนหน้าในการวิจัย FIRE-3 ที่มีการใช้ยากลุ่มสารชีวภาพ cetuximab นั้น ศ.ไฮน์มานน์ พบว่าค่า DpR และระยะการดำรงอยู่โดยรวมมีความเชื่อมโยงกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ [2] และข้อมูลนี้ยังได้รับการสนับสนุนจากผลการวิจัย TRIBE ด้วย [3]

ศ.ไฮน์มานน์ กล่าวเสริมว่า "เราสามารถทำการวิเคราะห์ค่า DpR ได้อย่างลุล่วง เนื่องจากวิธีที่ SIRFLOX ใช้อยู่แล้วนั้น ครอบคลุมข้อมูลทางรังสีที่มากพอสำหรับการประเมินการตอบสนองต่อการรักษา โดยใช้เกณฑ์ RECIST ที่ใช้กันทั่วไป จุดเด่นของวิธีนี้คือ เมื่อมีชุดข้อมูลที่ถูกต้องเหมาะสมแล้วก็ไม่จำเป็นต้องหาข้อมูลเพิ่มเติมมาใช้คาดคะเนปริมาณอีก นอกจากนั้นยังอาจทำให้เราได้ข้อมูลใหม่ๆจากผลการค้นพบเดิมด้วย"

ประโยชน์ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากวิธีการนี้ อาจได้รับการพิสูจน์เมื่อข้อมูลระยะการดำรงอยู่โดยรวมจากการวิจัย SIRFLOX, FOXFIRE และ FOXFIRE Global ซึ่งเป็นการศึกษาความเชื่อมโยงของ mFOLFOX6 และ SIR-Spheres Y-90 resin microspheres ในฐานะวิธีรักษาขั้นพื้นฐานสำหรับผู้ป่วยโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักที่มีการลุกลามไปยังตับนั้น ได้รับการเผยแพร่ในปี 2560

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมสามารถรับชมได้ที่ http://www.sirtex.com

SIR-Spheres(R) เป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของ Sirtex SIR-Spheres Pty Ltd.

ที่มา: Sirtex Medical Limited

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

Tags:
Tags:  

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม