หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: SIR-Spheres ช่วยปรับปรุงคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยมะเร็งตับอย่างเห็นได้ชัด  (อ่าน 38 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 18 พ.ค. 17, 13:39 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

ผู้ป่วย 459 รายในโครงการศึกษาวิจัย SARAH แสดงให้เห็นว่า การบำบัดรักษาผู้ป่วยมะเร็งเซลล์ตับ (HCC) ระยะลุกลามหรือไม่สามารถผ่าตัดได้ในกลุ่มรักษาแบบเฉพาะจุดด้วย SIR-Spheres ซึ่งเป็นอนุภาคเรซินไมโครสเฟียร์เคลือบสารกัมมันตรังสี Y-90 ไม่ได้ให้ผลที่เหนือกว่าตามแผนที่วางไว้ในด้านอัตราการรอดชีวิตโดยรวมเมื่อเปรียบเทียบกับวิธีการบำบัดรักษาอย่างเป็นระบบตามมาตรฐานการดูแลปกติด้วยการใช้ sorafenib ทว่าสามารถลดผลข้างเคียงและเพิ่มคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

ผู้ป่วยมะเร็งเซลล์ตับ (HCC) ระยะลุกลามหรือไม่สามารถผ่าตัดได้ ที่ได้รับการบำบัดรักษาหนึ่งหรือสองรอบด้วย SIR-Spheres อนุภาคเรซินไมโครสเฟียร์เคลือบสารกัมมันตรังสี Y-90 ในโครงการศึกษาวิจัย SARAH ในผู้ป่วยชาวฝรั่งเศสจำนวน 459 ราย มีอัตราการรอดชีวิตใกล้เคียงกันเมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มผู้ป่วยที่ได้รับการบำบัดรักษาด้วยการใช้ sorafenib อย่างเป็นระบบตามมาตรฐานปกติสองครั้งต่อวัน แต่มีผู้ป่วยไม่ถึงครึ่งหนึ่งที่เกิดผลข้างเคียงและความรุนแรงของผลข้างเคียงก็ลดลงมาก และมีคุณภาพชีวิตดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ตามข้อมูลที่นำเสนอใน The International Liver Congress(TM) 2017 [1]

http://photos.prnewswire.com/prnh/20150119/724485

ผลลัพธ์ที่ได้ซึ่งอาจมีผลกระทบต่อการบำบัดรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็งตับหลายหมื่นคนในแต่ละปี ถูกรายงานออกมาโดยหัวหน้าผู้วิจัยของโครงการศึกษาวิจัย SARAH ศาสตราจารย์ Valerie Vilgrain MD, PhD แผนกรังสีเทคนิค โรงพยาบาลโบจอน, Assistance Publique – Hopitaux de Paris (AP-HP) และ Universite Paris Diderot, Sorbonne Paris Cite, France

"การบำบัดรักษาด้วย sorafenib หรืออนุภาคเรซินไมโครสเฟียร์เคลือบสารกัมมันตรังสี Y-90, SIR-Spheres ไม่ก่อให้เกิดผลต่างที่มีนัยสำคัญทางสถิติในด้านอัตราการรอดชีวิตโดยรวม หรือ Overall Survival (OS) ของผู้ป่วยที่เราทำการศึกษาวิจัย" ศาสตราจารย์ Vilgrain ให้ความเห็น "แม้ว่ามี 26.6% ของผู้ป่วยที่ได้รับการบำบัดด้วยการนำรังสีเข้าสู่ร่างกายเฉพาะจุด (SIRT) จะไม่ได้รับการบำบัดด้วย SIR-Spheres ตามแผนของโครงการวิจัย แต่จุดสิ้นสุดขั้นต้นของอัตราการรอดชีวิตโดยรวม (Overall Survival) ตามวัตถุประสงค์ของการบำบัดรักษา [ITT] ไม่มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญ (ค่ามัธยฐาน 8.0 เทียบกับ 9.9 เดือน; p=0.18) นอกจากนี้ หากเราพิจารณาที่ผู้ป่วยที่ได้รับการบำบัดรักษาด้วย SIR-Spheres หรือ sorafenib ตามขั้นตอนการดำเนินการของโครงการศึกษาวิจัย SARAH ค่า OS มัธยฐานยังมีค่าเท่ากันอีกด้วย (9.9 เทียบกับ 9.9 เดือน; p=0.92)"

"ในแง่ของผลกระทบต่อผู้ป่วย ผลการศึกษาวิจัยจากการเปรียบเทียบแบบด้านต่อด้านของกลุ่มขนาดใหญ่ครั้งแรกของการบำบัดด้วยการนำรังสีเข้าสู่ร่างกายเฉพาะจุด (SIRT) และการทำคีโมอย่างเป็นระบบพร้อมการให้ sorafenib ยังแสดงผลอย่างชัดเจนอีกด้วยว่า ขั้นตอนการบำบัดรักษาที่ตับโดยตรงด้วย SIR-Spheres ส่งผลให้ทนต่อในการบำบัดรักษาและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด" ศาสตราจารย์ Vilgrain ให้ความเห็น "ฉันเชื่อว่าสิ่งที่นำมาพิจารณานี้จะเป็นปัจจัยสำคัญในการเลือกวิธีการบำบัดรักษาขั้นแรกสำหรับกลุ่มผู้ป่วยกลุ่มนี้ในอนาคต"

ความแตกต่างด้านความถี่และความรุนแรงของผลข้างเคียงของผู้ป่วยที่ได้รับการบำบัดรักษาด้วยอนุภาคเรซินไมโครสเฟียร์เคลือบสารกัมมันตรังสี Y-90, SIR-Spheres เทียบกับการบำบัดรักษาด้วย sorafenib มีความโดดเด่นอย่างเห็นได้ชัด มีผู้ป่วยน้อยลงอย่างเห็นได้ชัดที่ได้รับการบำบัดรักษาด้วยอนุภาคเรซินไมโครสเฟียร์เคลือบสารกัมมันตรังสี Y-90, SIR-Spheres แล้วมีผลข้างเคียงที่เกี่ยวข้องกับการบำบัดรักษา (76.5% เทียบกับ 94.0% สำหรับการใช้ sorafenib; p
อาการที่เกี่ยวข้องกับการบำบัดรักษาทั่วไป เช่น ความล้า (42% เทียบกับ 65%; p
ผู้ป่วยไม่กี่รายที่ได้รับอนุภาคเรซินไมโครสเฟียร์เคลือบสารกัมมันตรังสี Y-90, SIR-Spheres แล้วพบกับอาการท้องร่วงที่เกี่ยวข้องกับการบำบัดรักษา (13% เทียบกับ 68% สำหรับการใช้ sorafenib; p
มีภาวะแทรกซับซ้อนที่เป็นไปได้เล็กน้อยที่เกี่ยวข้องกับการบำบัดรักษาอาการที่เกี่ยวข้องกับการบำบัดด้วยการนำรังสีเข้าสู่ร่างกายเฉพาะจุด (SIRT) และที่สำคัญคือไม่มีรายงานการพบโรคตับที่เกิดจากการฉีดสารกัมมันตรังสี (โรคตับอักเสบจากการฉายรังสี) ไม่มีการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญสำหรับแผลในกระเพาะอาหาร (GI) จากการใช้อนุภาคเรซินไมโครสเฟียร์เคลือบสารกัมมันตรังสี Y-90, SIR-Spheres (2% เทียบกับ 0.5% สำหรับ sorafenib; p=0.37) รวมไปถึงมีเพียงกรณีเดียวของแผลกดทับ มานเลือดทางเดินอาหาร (GI) ที่เกิดจากการฉายรังสี (12% เทียบกับ 11%; p=0.57) ภาวะตัวเหลือง (12% เทียบกับ 13%; p=0.86) และโรคปอดอักเสบจกาการฉายรังสีเพียงกรณีเดียว (0.4% เทียบกับ 0; p=0.46)

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

Tags:
Tags:  

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม