หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: 'ทีโอที' จี้รัฐไฟเขียวแผนหาพันธมิตรร่วมทุนคลื่น 2300-2100  (อ่าน 63 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 29 พ.ค. 17, 13:05 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

"ทีโอที" กระทุ้งรัฐ-คลัง ไฟเขียวแผนจัดหาพันธมิตรร่วมทุนพัฒนาคลื่น 2300 และ 2100 หวังปลดล็อคแผนฟื้นฟูกิจการ ชี้สอดคล้องนโยบายรัฐดึงเอกชนเข้าร่วมลงทุนในกิจการ

แหล่งข่าวจากบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า หลังจากที่คณะกรรมการ (บอร์ด) บริษัททีโอที จำกัด (มหาชน) ได้อนุมัติให้บริษัทดีแทค ไตรเน็ต จำกัดเข้าร่วมเป็นพันธมิตรคู่ค้าทีโอทีบนคลื่น 2300 เมกะเฮิรตซ์ (MHz) ที่จะนำมาให้บริการไร้สายและอินเตอร์เน็ตบรอดแบนด์ทั่วประเทศ โดยดีแทคจะลงทุนสร้างเสาและอุปกรณ์โทรคมนาคม 20,000 แห่งเพื่อนำไปใช้กับคลื่นดังกล่าวในสัดส่วน 60% ส่วนที่เหลือให้ทีโอทีนำไปทำตลาดพร้อมทั้งจ่ายผลตอบแทนให้ทีโอทีปีละ 4,510 ล้านบาท ไปจนสิ้นสุดระยะเวลาการใช้คลื่นในปี 2568 นั้นถือเป็นความสำเร็จอีกขั้นของการรุกแสวงหาพันธมิตรธุรกิจของทีโอที

ขณะเดียวกันบอร์ดทีโอที ยังเห็นชอบการเปลี่ยนแปลงคู่สัญญาเช่าเสาและอุปกรณ์โทรคมนาคมบนคลื่น 2100 MHzใหม่จากบริษัทแอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ตเวอร์คจำกัด (AWN) ในเครือเอไอเอสมาเป็นบริษัท ซุปเบอร์บรอดแบนด์เน็ตเวอร์คจำกัด หรือ SBN และทำสัญญาการใช้โครงข่าย (โรมมิ่ง) กับ AWN แทน เพื่อให้สอดคล้องกับสัญญาที่บริษัทกสท โทรคมนาคมเคยทำกับทรูมูฟก่อนหน้าและที่ทีโอทีจะทำกับดีแทค โดยทีโอทีจะได้รับเงินจากการใช้คลื่นของเอไอเอสราวปีละ 3,900 ล้านบาทหรือรวม 27,300 ล้านบาทเมื่อรวมรายได้จากดีแทคด้วยจะทำให้ทีโอที มีรายได้เข้าองค์กรตลอดระยะเวลาการใช้คลื่นไปจนถึงปี 2568 ราว 59,300 ล้านบาท ยังไม่รวมรายได้ค่าเช่าโครงข่ายของเอไอเอสอีกปีละ 3,600 ล้านและในส่วนที่่ทีโอทีจะหาตลาดเพิ่มเติมจากทรัพย์สินของดีแทค

“ถือเป็นการปลดล็อคแก้ไขปัญหาขาดทุนของทีโอทีที่พยายามมาโดยตลอดและเชื่อว่าน่าจะเป็นแนวทางการฟื้นฟูกิจการที่เหมาะสมดีกว่าการจัดตั้งบริษัทร่วมทุนทีโอที และแคท ที่กระทรวงดีอีและ คณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ(คนร.)พยายามกดดันมาโดยตลอด เพราะแนวทางดังกล่าวแม้จะอ้างว่าเป็นหนทางรอดในการดำเนินธุรกิจและลดการลงทุนซ้ำซ้อนของแคทและทีโอที แต่ก็ไม่มีหลักประกันที่ดีว่าบริษัทร่วมทุน 2-3 บริษัทที่จะจัดตั้งจะแข่งขันกับเอกชนได้ ขณะที่แนวทางการดึงพันธมิตรธุรกิจเข้ามาเป็นคู่ค้าร่วมทำตลาดบนคลื่น 2300 และ 2100 NHz น้ันมีรูธรรมที่ชัดเจนและยังสอดคล้องกับแนวทางการดึงเอกชนเข้าร่วมลงทุนในกิจการของรัฐหรือนโยบาย พีพีพีอีกด้วย”

แหล่งข่าว กล่าวด้วยว่า หากพิจารณาถึงแผนฟื้นฟูกิจการของสายการบินนกแอร์ ที่การบินไทยถือหุ้นอยู่ด้วยในสัดส่วน 40%นั้นจะเห็นได้ว่า เมื่อการบินไทยปฏิเสธที่จะซื้อหุ้นเพิ่มทุนของบริษัท จากที่ต้องการเพิ่มทุนจาก 625 ล้านบาทเป็น 1,500 ล้านบาทโดยเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนให้กับหุ้นส่วนเดิม แต่เมื่อการบินไทยปฏิเสธที่จะซื้อหุ้นเพิ่มทุน ฝ่ายบริหารนกแอร์ก็มีแผนดึงพันธมิตรธุรกิจรายอื่นเข้ามาเสียบแทนทันที

“สิ่งที่ คนร.ควรจะให้ความสนใจก็คือการที่บินไทยลอยแพสายการบินนกแอร์น้ันจะกระทบไปถึงแผนจัดตั้ง “ไทยกรุ๊ป” และแผนฟื้นฟูการบินไทยในภาพรวมต้องระส่ำตามไปด้วยหรือไม่ ในเมื่อแผนฟื้นฟูการบินไทยที่จะมีการจัดตั้ง “ไทยกรุ๊ป” และมีนกแอร์เป็นแขนขาอยู่ด้วย มากกว่าจะมาตั้งข้อกังขากับการดึงพันธมิตรธุรกิจของทีโอทีที่มีความเป็นรูปธรรมมากกว่า

ที่มา : http://www.bangkokbiznews.com/news/detail/757034

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Tags:  

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม