หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: ที่ดินสร้างหอชมเมืองควรมีราคาเท่าไหร่  (อ่าน 76 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 30 มิ.ย. 17, 16:58 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

ที่ดินที่จะใช้สร้างหอชมเมืองควรมีราคาเท่าไหร่ ถ้าทางราชการใช้ราคาประเมินราชการในการคิดเป็นต้นทุน ก็เสียเปรียบแย่
ดร.โสภณ พรโชคชัย ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย (www.area.co.th) ให้ความเห็นถึงราคาที่ดินที่จะใช้สร้างหอชมเมืองไว้ดังนี้:
1. ที่ดินแปลงนี้เป็นที่ดินตาบอดตั้งอยู่ท้ายซอยเจริญนคร 5/1 หรืออาจเข้าทางเจริญนคร 7 ก็ได้ แต่ไม่มีทางเข้าออก ยกเว้นใช้คลองเพลง หรือแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งแถวนั้นก็มีท่าเรือหลายแห่งอยู่
2. ที่ดินแปลงนี้มีขนาด 4 ไร่ 2 งาน 34 ตารางวา ตั้งอยู่ติดแม่น้ำ ปกติถ้าที่ดินที่ไม่ได้ติดถนนจะมีราคาถูกมาก แต่นี่ติดแม่น้ำจึงมีราคาสูงขึ้น ในบริเวณนี้ราคาตลาดของที่ดินเป็นเงินตารางวาละ 400,000 บาท หากติดกับถนนและแม่น้ำเจ้าพระยา
3. ในกรณีที่ดินที่ตั้งอยู่ติดถนนเจริญนคร หากติดทั้งถนนและแม่น้ำเจ้าพระยา น่าจะมีราคาตลาดอยู่ที่ 600,000 บาท แต่ในกรณีนี้ไม่ติดถนน ควรมีราคาเพียง 180,000 บาท แต่ที่ดินแปลงนี้อยู่ติดแม่น้ำเจ้าพระยา จึงมีราคาประมาณครึ่งหนึ่งของราคาที่ดินที่ติดทั้งถนนและแม่น้ำ ดร.โสภณ จึงประเมินไว้ที่ 300,000 บาทต่อตารางวา อย่างไรก็ตามหากสามารถผนวกเป็นส่วนหนึ่งของ Icon Siam ได้ ก็จะทำให้ราคาที่ดินแปลงนี้มีมูลค่าเพิ่มขึ้นอีก
4. ในกรณีให้เช่าที่ดินแปลงนี้ อาจคิดค่าเช่าได้ประมาณ 3% ของราคาตลาด หรือปีละประมาณ 13.8 ล้านบาท ที่คิดไว้ที่ 3% ก็เพราะคิดจากค่าเช่าตลาดที่ควรจะเป็น ยิ่งในกรณีการพัฒนาในเชิงพาณิชย์ ยิ่งมีโอกาสที่ดีในการพัฒนา ทำให้ค่าเช่าตลาดค่อนข้างสูง
5. ค่าเช่าตลาดปีละ 13.8 ล้านบาท หากคิดเป็นมูลค่าปัจจุบัน ณ วันนี้ เป็นเวลา 30 ปี ณ อัตราดอกเบี้ย 5% ก็จะเป็นเงิน 211.45 ล้านบาทที่ทางราชการควรได้รับการจากลงทุนโดยถือหรือแปลงที่ดินแปลงนี้เป็นทุน
ในการนี้ไม่ควรที่จะใช้ราคาประเมินราชการ เพราะไม่สะท้อนมูลค่าตลาด ปกติในการซื้อขาย หรือร่วมทุนกัน ไม่มีใครใช้ราคาราชการในการอ้างอิงแต่อย่างใด กรมธนารักษ์น่าจะประเมินราคาที่ดินตามราคาตลาดมาใช้เพื่อการนี้โดยเฉพาะ และหากประเมินตามราคาตลาด ทางราชการก็ควรที่จะได้เงินจำนวน 211.45 ล้านบาท
ทางราชการจะคิดว่าได้เงินมากน้อยไม่เป็นไร หากแต่หลังจาก 30 ปีแล้ว ก็จะได้หอชมเมืองเป็นของรัฐ การนี้อาจไม่เป็นจริงเพราะ
1. ในอีก 30 ปีข้างหน้า หอชมเมืองลักษณะนี้อาจล้าสมัย สมควรรื้อทิ้งเหลือแต่ที่ดินเปล่า
2. ในระหว่าง 30 ปี เอกชนสามารถทำกำไรได้มหาศาล สมควรแบ่งสรรให้กับทางราชการเช่นกัน
3. การคิดค่าเช่าที่ดินต่ำกว่าความเป็นจริง อาจเป็นการทำให้ผลประโยชน์ของชาติเสียหายได้
ก่อนการทำสัญญาใด ๆ ระหว่างรัฐกับเอกชน สมควรใช้วิชาชีพประเมินค่าทรัพย์สิน ประเมินให้ถ้วนถี่ เพื่อผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน
ที่มา: http://www.area.co.th/thai/area_announce/area_press.php?strquey=press_announcement1998.htm

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

Tags:
Tags:  

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม