หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: ชาวน่านเฮ !!! รัฐผนึกซีพีปลูกถั่ว-กาแฟ ลดเขาหัวโล้น  (อ่าน 49 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 12 มิ.ย. 18, 16:56 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

ในทุกปีช่วงระยะเวลาปลายปียาวไปจนตลอดเดือน ก.พ. พื้นที่ภาคเหนือของประเทศ จะเผชิญปัญหาหมอกควันและไฟป่าอย่างหนัก ทำให้เกิดมลพิษทางอากาศ ที่ส่งผลให้ค่าฝุ่นละอองในอากาศเกินค่ามาตรฐานกระทบต่อสุขภาพของประชาชนในพื้นภาคเหนือตอนบนหลายจังหวัดอย่างที่เคยได้ยินข่าวกัน

ซึ่งสาเหตุของปัญหาหมอกควันปกคลุมเมือง เกิดได้จากหลายปัจจัย เช่น อากาศแห้งแล้งก่อให้เกิดไฟป่า หรือการเผาป่าในพื้นที่เกษตรกรรม ซึ่งแม้ว่ารัฐบาลจะกำหนดช่วงเวลาการเผา (เผาพืชทางการเกษตร) โดยประกาศช่วงวิกฤติหมอกควัน 60 วันห้ามเผาเพื่อควบคุมแล้วก็ตาม แต่ในช่วงระยะเวลาเดียวกันของทุกปี เราก็ยังคงได้เห็นข่าวหมอกควันปกคลุมทั่วเมืองเมืองเชียงใหม่ และภาคเหนือตอนบนอีกบางจังหวัดเช่นเดิม


ซึ่งทุกครั้งที่เกิดปัญหาหมอกควันขึ้นมา หลายๆคนพุ่งไปที่ประเด็น การเผาซากไร่ข้าวโพด และเผาป่า เพื่อทำไร่ข้าวโพด โดยสาเหตุที่ชาวบ้านนิยมปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์นั้นเนื่องจาก ในอดีตช่วงยุคที่เศรษฐกิจฝืดเคือง แต่ข้าวโพดกลับราคาดี ชาวบ้านจึงได้หันมาปลูกข้าวโพดเพื่อเลี้ยงครอบครัวและส่งลูกเรียนหนังสือกันเรื่อยมา

แต่หลังจากกระแสเขาหัวโล้นในจังหวัดน่าน กลายเป็นประเด็นดัง และกลายเป็นเป้าสายตาของหลายๆฝ่ายรวมถึง NGO ว่าเกษตรกรและนายทุนใหญ่ คือผู้ร้ายที่บุกรุก และทำลายป่า รวมถึงเผาตอซังข้าวโพด จนส่งผลกระทบถึงปัญหาคุณภาพอากาศของชาวภาคเหนือ เกษตรกรที่เป็นชาวบ้านในพื้นที่ และนายทุนผู้รับซื้อผลผลิตอย่างข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ซึ่งกลายเป็นจำเลยสังคมจะทำอย่างไร ในเมื่อยึดอาชีพทำการเกษตรมารุ่นแล้วรุ่นเล่าตั้งแต่บรรพบุรุษ.


เกษตรกรบ้านสบขุ่น ตำบลป่าคา อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน จำนวน 67 ราย ได้จับมือกับภาครัฐและเอกชนอย่างพัฒนาที่ดินจังหวัดน่าน และบริษัทเครือโภคภัณฑ์หรือ CP โดยลุกขึ้นมาร่วมกันเปลี่ยนแปลงและแสดงความรับผิดชอบการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม หลังจากที่ชาวน่าน และ CP ในฐานะบริษัทนายทุนรายใหญ่ที่รับซื้อผลผลิตเมล็ดข้าวโพดจากชาวบ้านในพื้นที่ ได้ตกเป็นจำเลยในทัศนคติของคนที่อยู่ห่างไกลว่าเป็นผู้ร่วมกัน ทำลายป่า เป็นสาเหตุของหมอกควันและภูเขาหัวโล้นจากการทำไร่ข้าวโพด แต่วันนี้กลุ่มคนเหล่านี้ได้มาผนึกกำลังกัน ลุกขึ้นมาด้วยความเชื่อมั่นว่า

"การรักษาทรัพยากรธรรมชาติ ระบบเศรษฐกิจที่เป็นธรรม

และสิทธิมนุษยชนเกิดขึ้นได้จริงพร้อมกัน เพียงแค่ทุกภาคส่วนในสังคมไทยร่วมมือกัน"
[/b]

โดยชาวบ้านทั้ง 67 ราย ได้เข้าโครงการสร้างป่า สร้างรายได้ ซึ่งรัฐได้เข้ามาส่งเสริมอาชีพให้ปลูกไม้ป่าควบไม้เศรษฐกิจ อย่างถั่วมะแฮะและกาแฟพันธุ์ อาราบิก้า ซึ่งช่วยฟื้นฟูป่าไม้ ขณะที่ชาวบ้านยังได้อาศัยทำกินอยู่ร่วมกับป่าได้ โดยมีรายได้เสริมจากการปลูกพืชเศรษฐกิจโดยไม่ทำลายป่าไม้ ซึ่งโครงการดังกล่าวเป็น 1 ในโครงการตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อรักษาฟื้นฟูป่าต้นน้ำที่ถูกทำลาย โดยดำเนินการไปพร้อมกับการสร้างจิตสำนึก ด้วยกระบวนการให้ประชาชนร่วมกันฟื้นฟูป่าที่อยู่อาศัยหรือที่ทำกิน


ที่ผ่านมาชาวบ้านที่บ้านสบขุ่น ต.ป่าคา อ.ท่าวังผา เป็นอีกพื้นที่หนึ่งที่ประสบปัญหาภูเขาหัวโล้น เนื่องจากการเกษตรปลูกพืชเชิงเดี่ยว และไร่หมุนเวียนอย่างขิง-ข้าวโพด แต่หลังจากที่หลายฝ่ายจับมือกันช่วยร่วมกันระดมความคิด ไม่ว่าจะเป็นกรมป่าไม้ กรมวิชาการเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร กรมพัฒนาที่ดิน และภาคเอกชนอย่างบริษัทเครือเจริญโภคภัณฑ์ ได้ให้ความรู้เรื่องการปลูกไม้ป่าคู่ไม้เศรษฐกิจ และการปรับปรุงดิน หรือกระบวนการต่างๆ ที่จะช่วยลดต้นทุน เพื่อสร้างป่า ชาวบ้านก็มีรายได้ขึ้นมา



โดยทางพัฒนาที่ดินจังหวัดน่านส่งเสริมให้เกษตรกรปลูก ถั่วมะแฮะ ซึ่งเป็นพืชปุ๋ยสด และรับซื้อคืนเข้าธนาคารเมล็ดพันธุ์พืชปุ๋ยสด คู่ไปกับการปลูกต้นกาแฟพันธุ์อาราบิก้าเป็นไม้ผลที่ทาง CP เข้าร่วมสนับสนุนทำให้เกษตรกรไม่เสียโอกาสในการเพาะปลูกพืชหลัก ระหว่างรอเก็บเกี่ยวกาแฟยังมีรายได้จากการเก็บเมล็ดพันธุ์ถั่วมะแฮะขายคืน ซึ่งนอกจากเกษตรกรจะมีรายได้จากการจำหน่ายเมล็ดพันธุ์พืชปุ๋ยสดแล้ว สิ่งที่ได้โดยตรงคือสร้างความอุดมสมบูรณ์ของดินในพื้นที่ของตนเอง


" ได้แบ่งพื้นทีปลูกข้าวโพด 15 ไร่ จากทั้งหมด 70 ไร่เข้าร่วมโครงการ สร้างป่า สร้างรายได้ ลักษณะปลูกกาแฟคั่นกับถั่วมะแฮะ ได้ขายเมล็ดพันธุ์ถั่วมะแฮะคืนให้พัฒนาที่ดิน จังหวัดน่าน เป็นรอบที่ 3 แล้ว ระหว่างรอกาแฟโตทำให้เกษตรกรไม่เสียรายได้จากการลดพื้นที่ปลูกข้าวโพด ที่สำคัญช่วยลดการใช้ปุ๋ยเคมีลงได้กว่าครึ่ง โดยขณะนี้มีเพื่อนเกษตรกรอีกจำนวนมากสนใจเข้าร่วมโครงการ ซึ่งตนเองนั้นก็เตรียมลดพื้นที่ปลูกข้าวโพดอีก 10 ไร่ เพื่อนำเข้าโครงการสร้างป่าสร้างรายได้"



ซึ่งบ้านสบขุ่นถูกเรื่องเป็นพื้นที่นำร่อง ที่ทาง CP ได้เข้ามาร่วมสนับสนุนปลูกพืชเศรษฐกิจ และเตรียมตลาดรองรับ ซึ่งในช่วงปีแรกที่ริเริ่มโครงการนั้น มีชาวบ้านเข้าร่วม 40 กว่าราย แต่เมื่อชาวบ้านอื่นๆ เห็นว่าผู้เข้าร่วมโครงการเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น มีรายได้ระหว่างรอพืชหลักโตและยังได้เก็บผัก ผลไม้ในไร่ในสวนมาทาน เหลือยังนำมาขายเปลี่ยนหน้าบ้านเป็นตลาด จึงเริ่มมีความมั่นใจในโครงการและทยอยเข้าร่วมโครงการมาเรื่อยๆ


ล่าสุดขณะนี้เข้าสู่ปีที่ 2 ของโครงการ มีชาวบ้านเข้าร่วมแล้วจำนวน 67 ราย ช่วยลดพื้นที่การถางและเผาป่า ภูเขาหัวโล้นแล้ว 420 ไร่ ซึ่งในอนาคต จะมีการขยายพื้นที่โครงการออกไปยังอำเภอต่างๆ และดึงชาวบ้านเข้าโครงการสร้างป่า สร้างรายได้ ตามพระราชดำริฯ ซึ่งช่วยฟื้นฟูทั้งป่าต้นน้ำ ลำธาร และคุณภาพชีวิตของชาวบ้านที่อาศัย และใช้ประโยชน์จากป่าไม้ ให้มีจิตสำนึกในการอนุรักษ์ป่าไม้ไม่บุกรุกเพิ่ม สภาพความเป็นอยู่ที่ดี ซึ่งคาดหวังว่า โครงการนี้จะทำให้คนกับป่าอยู่ร่วมกันได้อย่างเป็นมิตร และมีความสุข ชาวบ้านมีรายได้เลี้ยงตัวเองอย่างพอเพียงอย่างยั่งยืนต่อไป

[/img]

42


noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

Tags:
Tags:  

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม