หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: แพทย์จวกคำสั่งกรมบัญชีกลางออกคำสั่ง “จำกัดยามะเร็ง” ลิดรอนสิทธิ หวั่นผู้ป่วยรักษ  (อ่าน 22 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 27 มิ.ย. 18, 12:59 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

แพทย์จวกกรมบัญชีกลาง “ออกคำสั่ง” ลิดรอนสิทธิการรักษาพยาบาลผู้ป่วยมะเร็ง หวั่นทำวงการแพทย์ไทยถอยหลังลงคลอง ชี้คำสั่งที่ออกมามีแต่จำกัดงบประมาณ แต่ไม่คำนึงถึงมาตรฐานการรักษา ไม่นึกถึงชีวิตคนไข้ แก้ปัญหาไม่ตรงจุดและขาดมาตรฐานในการตัดสินโดยไม่ดูผลกระทบอย่างรอบด้าน ทำวงการแพทย์ปั่นป่วนและล้าหลัง นับเป็นความล้มเหลวของระบบสาธารณสุขของประเทศไทย
แพทย์หญิงเชิดชู อริยศรีวัฒนา กรรมการแพทยสภา และที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ กรรมาธิการสาธารณสุข ที่ปรึกษาสำนักกฎหมายการแพทย์ กรมการแพทย์ ซึ่งเข้าร่วมการสัมมนาหัวข้อ “แนวทางการเข้าถึงยารักษาโรคมะเร็งในผู้ป่วยสิทธิสวัสดิการการรักษาพยาบาลข้าราชการ” กล่าวว่า จากกรณีที่กรมบัญชีกลางออกหนังสือ 2 ฉบับ เกี่ยวกับการเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลสำหรับผู้ป่วยโรคมะเร็งและโลหิตวิทยา“ระบบ OCPA” โดยอ้างว่าเป็นการปรับปรุงโครงการเบิกจ่ายตรงสำหรับผู้ป่วยโรคมะเร็งนั้นจริงๆแล้ว ให้เบิกตรงแค่ยา 9 รายการ และบางข้อบ่งใช้เท่านั้น เนื่องจากงบประมาณไม่เพียงพอ คำสั่งที่ออกมาถือเป็นคำสั่งที่ลิดรอนสิทธิการรักษาพยาบาลของผู้ป่วยและของแพทย์ด้วย เพราะคำสั่งนี้บีบบังคับให้แพทย์ต้องกลับไปใช้ยาเก่าๆ ที่ไม่มีประสิทธิภาพในการรักษา ไม่ต่างอะไรกับการผลักคนไข้ให้ไปตายเร็วขึ้น หรือสูญเสียงบประมาณเพิ่มขึ้นในภายหลัง เพราะเมื่อให้ยาไปแล้วไม่เกิดผลทางการรักษา เซลล์มะเร็งก็จะดื้อยา และสุขภาพผู้ป่วยก็จะเสื่อมลงเรื่อยๆ สุดท้ายก็จะเสียชีวิตไปในที่สุด ซึ่งโดยส่วนตัวคิดว่า การแก้ปัญหาเรื่องงบประมาณของกรมบัญชีกลาง เป็นการทำให้วงการแพทย์ล้าหลัง แทนที่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะได้เรียนรู้นวัตกรรมยารักษาโรคมะเร็งใหม่ๆ แต่กลับต้องมาใช้ยาเก่าล้าหลังเป็น 10 ปี มันคือความล้มเลวของระบบสาธารณสุขไทย“รัฐบาลและกรมบัญชีกลางควรกลับไปแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ โดยการทำความเข้าใจกับประชาชน เรื่องระบบหลักประกันสุขภาพ หากเงินในระบบทั้งหมดไม่เพียงพอ ควรผลักดันให้เกิดระบบการจ่ายร่วมเหมือนในต่างประเทศ ไม่ใช่ห่วงแต่เรื่องงบประมาณที่ประหยัด โดยไม่คำนึงถึงชีวิตคน ที่สำคัญต้องเร่งแก้ไขระบบ OCPA ไม่ให้เกิดผลกระทบต่อการรักษาและเป็นภาระต่อผู้ป่วยมะเร็ง”
ทางด้าน คุณรัตนาภรณ์ โพธิประสาท อายุ 55 ปี ข้าราชการ สังกัดกรุงเทพมหานคร ป่วยเป็นมะเร็งที่เต้านมระยะลุกลามไปที่ตับ โดยตรวจพบตั้งแต่ปี 58 ได้เล่าให้ฟังว่า ช่วงที่ป่วยเครียดมาก เพราะค่าใช้จ่ายในการรักษาโรคมะเร็งถือว่าหนักมาก แต่โชคดีที่มีสิทธิในการเบิกค่ารักษาพยาบาล ตอนนั้นคุณหมอตัดสินใจให้ยาฉีดและยากิน ที่นำเข้าจากต่างประเทศเพราะมีความจำเป็นต้องรีบรักษาอย่างเร่งด่วน พอให้ไปแล้วรู้สึกอาการดีขึ้นมาก จากคนไม่มีเรี่ยวแรง เดินไม่ได้ พูดไม่ได้ ทานอาหารไม่ได้ ร่างกายค่อยๆ ฟื้นฟูขึ้น จนสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติ ซึ่งตอนนั้นเรารู้สึกเหมือนมีปาฏิหาริย์ให้เรามีชีวิตรอดอีกครั้ง “แต่ตอนนี้รู้สึกหมดหวังมากๆ เพราะล่าสุดกรมบัญชีกลางได้ตัดสิทธิการเบิกจ่ายในการรักษาโรคมะเร็ง ซึ่งยาตัวที่เคยได้รับก็ถูกตัดออกจากบัญชีเบิกจ่ายตรง ล่าสุดเพิ่งไปให้ยามา ปรากฏว่ายาตัวใหม่ที่หมอให้ทดแทนยาเดิม มีเอฟเฟคเยอะมาก ทานเข้าไปแล้วปวดกระดูก เดินไม่ไหว ทำให้เราปวดกระดูกมากอยากถามว่า กรมบัญชีกลางใช้มาตรฐานอะไรในการชี้วัด เพราะหากแพทย์วินิจฉัยว่าการรักษานั้นจำเป็น การที่ทำอาชีพรับราชการเพราะเขาหวังแค่เงินค่ารักษาพยาบาล ลำพังเงินเดือนคงไม่พอ แต่ตอนนี้ข้าราชการถูกตัดสิทธิหลายๆ อย่างออกไป อย่ามองว่าข้าราชการเป็นภาระ แต่ให้มองว่าเราคือ คนที่ทำงานเพื่อประชาชน และประเทศชาติ เราไม่ได้คาดหวังอะไร เพียงแต่อยากได้สิทธิการรักษาเวลาเจ็บป่วย ถ้าทำแบบนี้คงไม่มีใครจะอยากมารับราชการ กรมบัญชีกลางควรหาทางออกที่ดีกว่านี้”



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

Tags:  กรมบัญชีกลาง จำกัดยามะเร็ง ลิดรอนสิทธิ มะเร็ง แพทย์หญิงเชิดชู อริยศรีวัฒนา ระบบ 

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม