หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: ชอบกินหวาน-น้ำตาลในเลือดสูง ระวังแก่เร็ว  (อ่าน 16 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 25 ก.ย. 18, 15:56 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

คำว่าแก่พูดเบาๆ ก็เจ็บ ทำให้หลายคนกลัวความแก่จนยอมเสียเงินเสียทองจำนวนมากมาย เพื่อให้ได้มาซึ่งความสวยและดูอ่อนเยาว์ ไม่ว่าจะเป็น การทำศัลยกรรมเพื่อความงาม ฉีดโบท็อกซ์ ฟิลเลอร์ ทำเลเซอร์ หรือการฉีดวิตามินเพื่อผิวสวยใสต่าง ซึ่งเป็นเพียงการแก้ไขปัญหาเฉพาะจุด แค่ระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น และอาจมีโทษและพบผลข้างเคียงได้หากทำในคลินิกที่ไม่ได้มาตรฐาน

เคล็ดลับชะลอวัยที่ได้ผลดีและยั่งยืน คือ การดูแลสุขภาพร่างกายทั้งระบบเพื่อให้ดูดีมาจากภายในและปลอดภัยจากโรคร้ายต่างๆ โดยสามารถเริ่มได้ง่ายๆ จากการเลือกรับประทานที่เป็นประโยชน์และไม่ทำร้ายสุขภาพ ดังคำกล่าวที่ว่า You are what you eat กินอะไรก็ได้อย่างนั้น


ข้อมูลจาก พญ.วรรณวิพุธ สรรพสิทธิ์วงศ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ชะลอวัย ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์ เปิดเผยในงานสัมมนา “แก่เร็ว เสื่อมเร็ว และป่วยเรื้อรัง ต้นเหตุจากน้ำตาลในเลือดสูง” ซึ่งบริษัท โรช ไดแอกโนสติกส์ (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมกับแผนก Employee Engagement & Well-being ธนาคารไทยพาณิชย์ ได้ร่วมกันจัดขึ้นเพื่อรณรงค์ให้ความรู้ถึงแนวทางป้องกันโรคเบาหวาน พร้อมประเมินความเสี่ยงและตรวจน้ำตาลในเลือดฟรี โดยมีผู้ให้ความสนใจร่วมงานกว่า 200 คน ณ หอประชุมมหิศร ธนาคารไทยพาณิชย์ สำนักงานใหญ่ เมื่อเร็วๆ นี้ ว่า เป็นที่ทราบกันดีว่าผู้เป็นเบาหวานมีความเสี่ยงต่อโรคแทรกซ้อนต่างๆ ตามมา ไม่ว่าจะเป็น โรคหัวใจ โรคไต ปลายประสาทเสื่อม แต่สิ่งที่หลายคนยังไม่รู้และมักจะมองข้ามก็คือ ผู้ที่มีพฤติกรรมชอบกินของหวานต่างๆ ถึงแม้ว่าจะยังไม่ได้เป็นเบาหวาน หรือยังไม่เคยตรวจน้ำตาลในเลือดก็ตาม พบว่าคนกลุ่มนี้จะมีความเสี่ยงต่อการเกิดริ้วรอยและความเสื่อมของผิวพรรณได้ง่าย

“ทุกครั้งที่เรากินของหวานเข้าไปน้ำตาลจะไปจับกับคอลลาเจน ซึ่งเป็นรู้กันอยู่แล้วว่าเมื่อคนเราอายุมากขึ้น การสร้างคอลลาเจนในชั้นผิวจะลดลง ซึ่งหลายคนก็จะไปฉีดโบท็อกซ์ ฟิลเลอร์ เลเซอร์ อัลเทอร่า เทอร์มาร์ท ต่างๆ นานา เพื่อให้คงความอ่อนเยาว์ แต่ตัวที่ทำให้คอลลาเจนเสื่อม หรือลดลงไปเร็วกว่าที่ควรจะเป็นก็คือน้ำตาลที่เรากินเข้าไปนั่นเอง เพราะโมเลกุลของน้ำตาล เมื่อไปจับกับคอลลาเจน จะทำให้คอลลาเจนเปราะและเสื่อมง่าย ถูกทำลายเร็วขึ้น เพราะฉะนั้น คนที่ชอบกินน้ำตาล หรือมีพฤติกรรมชอบกินของหวานทุกวัน จึงมีความเสี่ยงต่อการเพิ่มริ้วรอยได้มากกว่าคนที่ไม่กิน หรืออาจจะมากกว่าคนที่สูบบุหรี่เป็นประจำ” พญ.วรรณวิพุธ กล่าวและเสริมว่า

นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า โรคที่มาจากพฤติกรรมการรับประทานที่ไม่ดี (Bad diets) สูงกว่า โรคที่เกิดจากการสูบบุหรี่ถึงสามเท่าเลยทีเดียว นอกจากริ้วรอยและความเหี่ยวย่นของผิวพรรณแล้ว ยังมีเรื่องของสิวตามมา เนื่องจากน้ำตาลเป็นอาหารอย่างดีของจุดกำเนิดสิว สังเกตได้เลยว่าคนที่กินน้ำตาล มักจะมีสิวขึ้นเยอะ หากเราไม่คุมปริมาณระดับน้ำตาลในร่างกาย จะทำให้ผิวเหี่ยวเร็ว ถ้าไม่เหี่ยว ผิวก็คุณภาพไม่ดี มีปัญหาจากสิว และริ้วรอยของสิวได้

พญ.วรรณวิพุธ กล่าวให้คำแนะนำว่า ศาสตร์ของการชะลอวัยควรเริ่มต้นด้วยการป้องกันตัวเองก่อนจะเป็นโรคต่างๆ โดยเฉพาะเบาหวานเพราะหากปล่อยให้เป็นโรคแล้ว มักจะมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรค แทรกซ้อนอื่นๆ ตามมา ไม่ว่าจะเป็นโรคไต หัวใจ ส่งผลให้สุขภาพร่างกายทรุดโทรม ผิวพรรณไม่ผ่องใส ดังนั้น ควรป้องกันก่อนการเกิดโรค ซึ่งสามารถทำได้โดยคุมปริมาณน้ำตาล หรือของหวานที่เราจะทานใน แต่ละวัน ไม่เกิน 6 ช้อนชา แต่ถ้าจะให้ดี ให้ยึดตามข้อมูลจาก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริม สุขภาพ (สสส.) ที่แนะนำให้รับประทานเพียง 4 ช้อนชาต่อวันเท่านั้นจะดีที่สุด (ซึ่งถือว่าน้อยมาก เท่ากับ การรับประทานส้มเขียวหวานขนาดเล็ก 1 ผล ครึ่ง)


สำหรับผู้ที่มีคนในครอบครัวมีประวัติเป็นโรคเบาหวาน จะมีความเสี่ยงเป็นเบาหวานสูงกว่าคนอื่น ควรมีการติดตามระดับน้ำตาลในเลือดเป็นระยะ และมีการตรวจร่างกายประจำปีที่มีการดูเรื่องค่าน้ำตาลสะสมเฉลี่ยในเลือด หรือมีการตรวจระดับน้ำตาลในเลือด

“ส่วนในผู้ที่เป็นเบาหวานอยู่แล้ว ควรมีการตรวจน้ำตาลในเลือดด้วยตนเอง(Self-monitoring of blood glucose, SMBG) อย่างสม่ำเสมอ เพราะค่าน้ำตาลที่ตรวจได้นั้น จะช่วยให้สามารถประเมินได้ว่ายาที่แพทย์ให้ไป หรืออาหารที่รับประทานเข้าไปในแต่ละวันมีการคงระดับน้ำตาลในเลือดได้เหมาะสมหรือไม่ บางครั้งถ้าหมอให้ยาเยอะเกินไป จะส่งผลทำให้เกิดภาวะน้ำตาลตก ซึ่งเป็นภาวะที่อันตรายต่อชีวิต หรือยาที่หมอให้คุมระดับน้ำตาลได้ไม่เหมาะสมน้ำตาลที่สูงเกินไป จะทำให้เส้นเลือดตีบแข็งจนเกิดการทำลายอวัยวะสำคัญต่าง ๆ ดังนั้น การตรวจน้ำตาลในเลือดด้วยตัวเองจึงมีความสำคัญมากในผู้เป็นเบาหวาน ถ้าสามารถทำได้เป็นประจำ” พญ.วรรณวิพุธ ให้คำแนะนำ
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Tags:  

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม