หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: RICE เปิดบ้านต้อนรับนักศึกษาไต้หวัน ร่วมเรียนรู้และสัมผัสมนต์เสน่ห์ของอาหารไทย  (อ่าน 26 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 28 ก.ย. 18, 11:00 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

อย่างที่ทราบกันดีว่า ศิลปวัฒนธรรมของประเทศไทยเรานั้นมีเอกลักษณ์และมีเสน่ห์เป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นทั้งในด้านภาษา วัฒนธรรม การละเล่น และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านของอาหาร ที่โด่งดังจนหลายคนให้การยอมรับว่าอาหารไทยเป็นอาหารที่อร่อยอันดับต้นๆ ของโลก ทั้งด้วยรสชาติ วัตถุดิบ และกรรมวิธีการปรุงที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ จึงไม่น่าแปลกใจที่ชาวต่างชาติต่างภาษาจากทั่วทุกมุมโลกพากันหลงใหลและให้ความสนใจกับอาหารไทยมาโดยตลอด

ด้วยโอกาสอันดีที่ วิทยาลัยผู้ประกอบการสร้างสรรค์นานาชาติรัตนโกสินทร์ โดยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ วิทยาเขตศาลายา ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการต้อนรับคณะนักศึกษาแลกเปลี่ยน จากสาขาวิชาผู้ประกอบการสร้างสรรค์ มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีซิ่วผิง (Hsiuping University of Science and Technology) แห่งเมืองไถจง สาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) ในโครงการศึกษาภาษาและวัฒนธรรมไทย ซึ่งเปิดโอกาสให้นักเรียนต่างชาติได้มาเรียนรู้วิธีการบริหารจัดการแบรนด์ในตลาดไทย รวมทั้งได้ศึกษาวัฒนธรรมไทยในด้านต่างๆ อาทิ การละเล่นพื้นบ้าน การร้องเพลง รวมทั้งการทำอาหารไทยซึ่งมี อาจารย์มังกร-ภูริ ชุณห์ขจร หัวหน้าสาขาวิชานวัตกรรมการเป็นผู้ประกอบการธุรกิจการประกอบอาหาร (หลักสูตรนานาชาติ) ซึ่งล่าสุดอาจารย์มังกรได้รับเกียรติให้เป็น Master Chef จาก World Master Chefs Society, London ที่เป็นทั้งอาจารย์และเป็นเชฟมืออาชีพ เป็นผู้ลงครัวเพื่อฝึกสอนให้น้องๆ นักศึกษาจากไต้หวัน ได้เรียนรู้และทำความเข้าใจถึงกรรมวิธีในการปรุงอาหารไทยอย่างถูกต้องทั้งเมนูคาวหวาน รวมถึงได้ชิมฝีมือการทำอาหารไทยของตนร่วมกันเป็นครั้งแรก


จาง เหวินเยี่ยน หรือ เควิน อายุ 20 ปี ปัจจุบันเควินกำลังศึกษาอยู่ในสาขาวิชาผู้ประกอบการสร้างสรรค์ ชั้นปีที่ 2 มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีซิ่วผิงเช่นกัน ซึ่งเควินได้มาร่วมเล่าประสบการณ์การเรียนรู้ทำอาหารไทยครั้งแรกด้วยความตื่นเต้นเล็กๆ ให้พวกเราได้ฟังกันด้วยว่า

“ปกติเวลาอยู่ที่บ้านผมก็มีช่วยพ่อแม่ทำกับข้าวบ้างเป็นบางครั้ง อย่างพวกข้าวผัด หรือผัดผักง่ายๆ แต่ยังไม่เคยลองทำอาหารไทยมาก่อนเลย ซึ่งเท่าที่ผมได้ลองทำในวันนี้ก็มองว่า ในส่วนของพวกวัตถุดิบและเครื่องปรุงต่างๆ ของอาหารไทยและอาหารที่บ้านผมมีความแตกต่างกันไม่มากนัก แต่วิธีในการปรุงจะมีความแตกต่างกันพอสมควรเลยครับ ซึ่งถือเป็นประสบการณ์ที่ดีที่ผมได้มีโอกาสเรียนรู้วิธีการปรุงอาหารในแบบใหม่ๆ บ้าง ส่วนความแตกต่างอีกอย่างหนึ่งคือเรื่องของรสชาติ จากเท่าที่ได้ลองทานอาหารไทยมา ผมรู้สึกว่าอาหารไทยมีรสจัดกว่าอาหารที่บ้านผม โดยเฉพาะรสเผ็ดและรสเปรี้ยวที่อาหารไทยจะโดดเด่นกว่ามากเลย เพราะอาหารที่บ้านผมจะเน้นรสชาติเค็มและรสชาติที่อ่อนกว่าครับ ซึ่งวันนี้เราได้ลองทำปอเปี๊ยะทอด แกงจืด ไก่ผัดเม็ดมะม่วงหิมพานต์ และขนมบัวลอย โดยตัวผมชอบปอเปี๊ยะมากที่สุด เพราะรสชาติออกไปทางเค็มและใกล้เคียงกับอาหารที่บ้านของผม แต่รสชาติปอเปี๊ยะของไทยจะเข้มข้นกว่า และอร่อยมากๆ ครับ” เควิน เล่า


ปิดท้ายกับสาวน้อยคนนี้ หลิน หยุนถิง หรือ โซเฟีย อายุ 20 ปี ปัจจุบันโซเฟียกำลังศึกษาอยู่ในสาขาวิชาผู้ประกอบการสร้างสรรค์ ชั้นปีที่ 2 มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีซิ่วผิงเช่นกันกับเพื่อนอีก 2 คน ซึ่งโซเฟียได้เล่าให้เราฟังว่า สาเหตุที่ตัดสินใจมาเรียนแลกเปลี่ยนที่ประเทศไทย เพราะอยากทำความรู้จักกับประเทศไทย และอยากเรียนรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมไทยมากขึ้น โดยเฉพาะในเรื่องของอาหารที่เจ้าตัวตั้งใจว่าจะต้องมาชิมให้ได้เลยทีเดียว

“รู้สึกสนุกและได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ เกี่ยวกับประเทศไทยเยอะมากเลยค่ะ ทั้งในส่วนของภาษา การละเล่นพื้นบ้านน่ารักๆ ที่เราไม่เคยรู้จักมาก่อน และโดยเฉพาะอาหารไทยที่ได้ลองลงมือทำเป็นครั้งแรก ก็รู้สึกประทับใจค่ะ เพราะว่าถึงแม้ในส่วนของวัตถุดิบอย่างพวกผักหรือเนื้อสัตว์ต่างๆ เราอาจจะมีไม่ต่างกันมาก แต่ในส่วนของวิธีการนำมาปรุงและการใช้เครื่องปรุงจะมีจุดที่แตกต่างกันพอสมควรเลย ทำให้เห็นว่าเวลาที่เราทำอาหารไทยจะต้องใจเย็นมาก (หัวเราะ) อย่างขนมบัวลอย เราก็ต้องเตรียมแป้งทำเม็ดบัวลอยก่อน ปั้นเสร็จแล้วก็เอามาต้มให้สุกแล้วพักไว้ แล้วก็หันมาต้มกะทิกับน้ำตาลจนเดือด แล้วกลับไปเอาเม็ดบัวลอยที่พักไว้มาใส่ลงไป รอจนเดือดอีกครั้งแล้วก็ปิดเตา ตรงนี้ถ้าใครอยากใส่ไข่ก็ให้เอาไข่ไก่มาตอกใส่ในน้ำเชื่อมเดือดๆ รอจนไข่แดงสุกแล้วก็ตักใส่ถ้วยทานพร้อมบัวลอยได้เลย ซึ่งเป็นวิธีการทำที่ละเอียดมากๆ รวมถึงพวกรสชาติของอาหารต่างๆ ก็จัดจ้าน ทั้งเปรี้ยว เผ็ด หวาน เค็ม ครบทุกรส ซึ่งเมื่อเทียบกับรสชาติของอาหารที่บ้านที่จะมีรสอ่อนๆ แล้วก็รู้สึกว่าแตกต่างกันมากเลย ก็ถือว่าเป็นประสบการณ์การเรียนรู้ที่ดี และคิดว่าเมื่อกลับไปจะลองทำให้ที่บ้านทานกันดูค่ะ” โซเฟีย กล่าวทิ้งท้าย

นับว่าเป็นอีก 2 เสียงเล็กๆ ที่มาร่วมการันตีกระแสความนิยมอาหารไทยที่ทั้งถูกปากและได้รับการยอมรับจากชาวต่างชาติมานับไม่ถ้วน ซึ่งไม่ได้มีเพียงแค่ความอร่อยเท่านั้น แต่ยังนำเสนอให้เห็นถึงความประณีตและความพิถีพิถันในการรังสรรค์แต่ละเมนูออกมา เพื่อดึงเอาเสน่ห์และความเป็นเอกลักษณ์ของรสชาติสู่ความโดดเด่นจนยากที่ใครจะลืมเลือน.
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:  rice  มทร 

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม