หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: SPF ยิ่งสูงยิ่งดีจริงหรือ  (อ่าน 4 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 13 ธ.ค. 18, 09:41 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

SPF PA+++ ? q*070 เชื่อว่าสาวๆ หลายคนคงจะคุ้นเคยกันดีกับ 2 คำนี้ เพราะมักจะพบเห็นได้ตามผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่มีคุณสมบัติการป้องกันผิวจากแสงแดด ซึ่งก็คือครีมกันแดดนั่นเอง และด้วยสภาพอากาศที่ร้อนแรงไม่เป็นสองรองใครอย่างแดดเมืองไทยด้วยแล้ว ครีมกันแดดถือเป็นอาวุธสำคัญที่ช่วยป้องกันผิวไม่ให้ถูกทำร้ายจากแสงแดด ตัวการที่ทำลายคอลลาเจนในชั้นผิว ทำให้ผิวหมองคล้ำไม่สว่างกระจ่างใส ซ้ำร้ายยังทำให้ผิวเราแก่ลงโดยไม่รู้ตัว q*072

แต่ถึงอย่างนั้นถ้าจะวัดกันว่าระหว่าง SPF และ PA+++ พบเจอคำไหนมากกว่ากัน แน่นอนว่าน่าจะเป็นคำแรก แถมสาวๆ หลายคนก็ยังมีความเข้าใจผิดว่าค่าตัวเลขยิ่งสูง ยิ่งได้รับประสิทธิภาพการปกป้องที่ดีมากยิ่งขึ้น สามารถอยู่กลางแดดได้นานทั้งวันโดยที่ผิวไม่คล้ำเสีย ซึ่งความเข้าใจแบบผิดๆ นี้ก็ไม่ได้ผิดไปทั้งหมดทีเดียว จริงอยู่ที่ยิ่งตัวเลขมากการปกป้องจะดียิ่งขึ้น แต่ในส่วนของระยะเวลาถึงแม้จะได้รับการปกป้องที่ยาวนานเพิ่มขึ้น แต่ก็ยังไม่สามารถปกป้องไม่ให้ผิวคล้ำเสียได้ทั้งวันโดยไม่มีการทาซ้ำ

SPF คืออะไร
จากที่เกริ่นมาด้านบน หลายคนอาจจะเริ่มงงๆ แล้วว่า สรุปค่าตัวเลขที่มาคู่กันคืออะไรกันแน่? ดังนั้น เรามาทำความรู้จักคำนี้ให้มากขึ้นกันดีกว่า
SPF เป็นตัวย่อที่มาจากคำว่า Sun Protection Factor คือความสามารถในการป้องกันผิวจากรังสี โดยตัวเลขที่ต่อท้ายจะเป็นค่าจำนวนเท่าของระยะเวลาที่ผิวทนต่อรังสี UVB (เท่านั้น) จนทำให้ผิวเกิดอาการแดงหรือไหม้แดด ยกตัวอย่างให้เข้าใจได้ง่ายขึ้นคือ ถ้าสาวๆ ต้องออกไปเผชิญหน้ากับแสงแดดโดยที่ไม่ทาครีมป้องกันอะไรเลย 15 นาทีต่อมาผิวจะเกิดอาการแดงและไหม้ ในทางกลับกัน หากสาวๆ ทาครีมอย่างถูกต้องและมีค่าตัวเลขเท่ากับ 15 จะต้องใช้เวลาเป็น 15 เท่าของ 15 นาที หรือคิดเป็น 3 - 4 ชั่วโมง ผิวถึงจะเกิดอาการแดงหรือไหม้แดด แต่ทั้งนี้ระยะเวลาการปกป้องอาจจะลดลงได้เนื่องจากปัจจัยภายนอกด้วยเช่นกัน ส่วนใหญ่จึงแนะนำว่าควรหมั่นทาทุก 2 ชั่วโมง เพื่อการป้องกันผิวที่ดี

และเมื่อทำความรู้จักกับพระเอกแห่งการปกป้องผิวขาวใสไปแล้ว มารู้จักตัวร้ายที่ดำเนินเรื่องคู่กันอย่างรังสี UVB กันหน่อยดีกว่า
แสงแดดที่สาดส่องความสว่างและร้อนแรงมาให้เรานั้น จะประกอบไปด้วยรังสีต่างๆ หนึ่งในนั้นก็คือรังสีอัลตร้าไวโอเลตบี (Ultraviolet B) หรือที่เราเรียกกันติดปากว่ารังสี UVB มีช่วงความถี่ของความยาวคลื่นอยู่ที่ 280 - 320 นาโนเมตร การแสดงบทบาทหลักของรังสีตัวนี้ คืออาการผิวไหม้แดดและแดงหลังออกแดดเป็นเวลานานๆ นั้น ซึ่งจะมีความรุนแรงมากในช่วง 10.00 - 14.00 น. หรือเป็นช่วงที่ทุกคนต้องออกไปทานข้าวกลางวันนั่นเอง และเมื่อโดนรังสีจำพวกนี้สะสมนานวันเข้า ขั้นร้ายแรงที่สุดคือมีโอกาสเป็นมะเร็งผิวหนังได้เลย อย่างไรก็ตาม อาจพอสรุปได้ว่า SPF ในครีมกันแดดจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องพิจารณาเมื่อต้องเลือกหาครีมกันแดด

สีผิวกับค่า SPF
ไม่ใช่แค่แสงแดดเท่านั้นที่เป็นโครงหลักของเรื่อง แต่สีผิวของเราก็มีผลกับการเลือกค่าตัวเลขเช่นกัน ด้วยกลไกการป้องกันผิวตามธรรมชาติเมื่อเจอแสงแดดคือ ร่างกายสร้างหรือผลิตเมลานินให้มากขึ้นเพื่อป้องกันผิว ทำให้สีผิวของเราเข้มขึ้นและนั่นจึงเป็นเหตุผลที่ว่า ทำไมหลังจากตากแดดมาแล้วสีผิวจึงเข้มขึ้น นั่นก็เพราะสีผิวของแต่ละคนที่มีความแตกต่างกันจากเมลานิน (Melanin) ที่อยู่ในผิวมากน้อยต่างกันนั่นเอง ด้วยเหตุนี้ทำให้สีผิวมีผลกับการเลือกค่า SPF นั่นเอง
> ผิวขาวอมชมพู ถือว่าเป็นสีผิวที่บอบบางมากเพราะมีเมลานินในการป้องกันน้อย ระยะเวลาที่โดนแดดแล้วจะเกิดการไหม้หรือแดงนั้นจะอยู่ที่ประมาณ 10 นาที ดังนั้น จำเป็นต้องเลือกกันแดดที่มีค่าในการปกป้องสูงหน่อยตั้งแต่ 30 - 45 ขึ้นไป
> ผิวขาวอมเหลือง แม้ว่าจะมีเมลานินมากกว่าขาวอมชมพูเล็กน้อย แต่ก็ยังสามารถโดนทำร้ายได้สูงเช่นกัน ระยะเวลาโดยประมาณจะใกล้เคียงกันคือ 10 นาที ค่าที่ปกป้องก็อยู่ในระดับปานกลางคือ 30
> ผิวสองสี ผิวคล้ำ หรือผิวแทน สาวๆ ในกลุ่มนี้จะมีระดับเมลานินสูงลิบลิ่ว เวลาออกแดดจึงไม่ค่อยเห็นว่าผิวแดง แต่จะเห็นเป็นผิวคล้ำเสียได้ง่ายกว่า ระยะเวลาก็จะอยู่ได้นานกว่าสีผิวที่อ่อนกว่าอยู่ที่ประมาณ 15 นาที ดังนั้น ระดับค่าปกป้องเริ่มต้นที่ 15 ก็ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติ

SPF ยิ่งสูงยิ่งดีจริงหรือ?
อะไรที่น้อยไปหรือมากไปจนเกินความจำเป็น มักไม่ส่งผลดีเท่าไร เช่นเดียวกันกับการเลือก SPF ซึ่งในแง่ของความสามารถในการดูดซับรังสีของระดับค่าตัวเลขก็แทบจะไม่ได้ต่างกันมาก ยกตัวอย่างเช่น
ค่าอยู่ที่ 15 จะดูดซับได้ 93%
ค่าอยู่ที่ 30 จะดูดซับได้ 97%
ค่าอยู่ที่ 50 จะดูดซับได้ 98%
จะเห็นได้ว่าต่างกันไม่มากเลย ถ้าหากสาวๆ ไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องผิวพรรณ การเลือกค่าสูงๆ จะไม่ค่อยมีผลกระทบเท่าไร แต่สำหรับทีมผิวแพ้ง่ายนั้น การเลือกค่าการป้องกันสูงๆ จะทำให้ผิวเกิดการระคายเคืองได้ รวมถึงเกิดการสะสมสารเคมีเข้าสู่ร่างกายที่มากเกินความจำเป็น ฉะนั้น ควรเลือกตามสถานการณ์จะดีที่สุด โดยวัดจากการเผชิญหน้ากับแสงแดด เช่น ถ้าทำงานที่อยู่ในออฟฟิศก็เลือกที่ค่าต่ำๆ แล้วหมั่นทาซ้ำระหว่างวัน เพราะต่อให้เลือกใช้ SPF สูงก็ไม่ได้หมายความว่าจะปกป้องผิวได้ 100 เปอร์เซ็นต์ q*062q*062



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:  ครีมกันแดด กันแดด ครีมกันแดดคือ spf 

หน้า: 1

 
ตอบ
ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:   Go
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม