หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: มาทำความรู้จักกับชนิดของโรคไบโพลาร์  (อ่าน 7 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 24 ก.ค. 19, 22:21 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

โรค ไบโพลาร์ หรือไบโพล่า (Bipolar Disorder) คือ โรคอารมณ์แปรปรวนสองขั้วที่ทำให้มีอารมณ์ซึมเศร้าในตอนหนึ่ง และก็มีอารมณ์ดีไม่เหมือนปกติในอีกตอนหนึ่งสลับกันไป โรคนี้ถือเป็นความผิดปกติทางอารมณ์ที่จะต้องได้รับการรักษาอย่างถูกวิธี

ผู้ป่วยที่เป็นโรคไบโพลาร์จะมีลักษณะอารมณ์เปลี่ยนแปลงไปๆมาๆอย่างชัดเจน ระหว่างอารมณ์ซึมเศร้า (Major depressive episode) สลับกับช่วงร่าเริงมากเกินปกติ (Mania หรือ Hypomania) โดยอาการในแต่ละช่วงอาจเป็นอยู่นานยาวนานหลายสัปดาห์หรือนับเป็นเวลาหลายเดือนก็ได้ อาการโรคจะส่งผลกระทบต่อผู้ป่วยอีกทั้งในด้านการงาน การเลี้ยงชีพ ความสัมพันธ์กับคนอื่น แล้วก็การดูแลตนเองอย่างยิ่ง ทำให้ไม่อาจจะดำรงชีวิตประจำวันได้อย่างเป็นปกติ

ชนิดของโรคไบโพลาร์
โรคไบโพลาร์มีหลายประเภท แยกตามอาการและก็ความรุนแรงได้เป็นชนิดสำคัญๆดังต่อไปนี้


Bipolar I เป็นโรคไบโพลาร์ชนิดที่ร้ายแรงที่สุด


ผู้ป่วยจะมีอาการแบบร่าเริงแตกต่างจากปกติอย่างน้อย 1 ครั้ง และลักษณะของโรคซึมเศร้าอย่างน้อย 1 ครั้ง โดยมีอาการทุกวันอย่างน้อย 1 อาทิตย์ โดยอาการแบบร่าเริงแตกต่างจากปกติ (มาเนีย) ของผู้ป่วย Bipolar I จะรุนแรงกว่าอาการของผู้ป่วย Bipolar II มาก


โรคไบโพลาร์แบบ Bipolar II


โรคไบโพลาร์แบบนี้มักตรวจเจอภายหลังผู้ป่วยมีลักษณะอาการของโรคซึมเศร้าแล้วอย่างต่ำ 1 ครั้ง ร่วมกับอาการมาเนียอย่างอ่อน (Hypomania) อย่างต่ำ 1 ครั้งเหมือนกัน โดยมีช่วงที่มีอารมณ์ธรรมดาคั่นอยู่ระหว่างอาการซึมเศร้าและก็อาการอารมณ์ดีผิดปกติ ภาวะอารมณ์ดีในโรคไบโพลาร์แบบ Bipolar II จะมีไม่เยอะเท่า Bipolar I ก็เลยมักได้รับการวินิจฉัยผิดพลาดว่าเป็นโรคซึมเศร้า เนื่องจากว่าอาการมาเนียอย่างอ่อนของผู้ป่วยมักถูกมองข้ามไป


โรคไบโพลาร์แบบ Cyclothymia


เป็นโรคไบโพลาร์แบบอ่อน เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า Cyclothymic disorder ผู้ป่วยโรคนี้จะมีลักษณะมาเนียและซึมเศร้าที่รุนแรงน้อยกว่าทั้ง 2 ประเภทข้างต้น
ไบโพลาร์แบบอ่อน (Cyclothymia) คืออะไร
โรคไบโพลาร์แบบอ่อน (Cyclothymic disorder หรือ Cyclothymia) มีลักษณะอาการราวกับโรคไบโพลาร์ทั่วๆไป เป็น ผู้ป่วยจะมีอารมณ์แปรปรวนขึ้นลงสลับกันระหว่างภาวการณ์ที่มีอารมณ์ดีเกินธรรมดา กับภาวะอารมณ์ซึมเศร้า โดยมีระยะเวลาสั้นๆที่มีอารมณ์ปกติบ้าง
Cyclothymia กับไบโพลาร์ ต่างกันที่ความรุนแรงของอาการที่เกิดขึ้น
ผู้ป่วยโรคไบโพลาร์ จะมีลักษณะที่รุนแรงกว่า โดยในตอนอาการแบบมาเนียนั้นจะเริ่มด้วยความรู้สึกที่อิ่มใจ มีความสุขท่วมท้น ว่องไว มีความรู้สึกว่าเป็นที่สุดของโลกนี้ ซึ่งจะก่อให้เกิดพฤติกรรมเสี่ยงต่างๆยกตัวอย่างเช่น ขับรถเร็ว เสพยาเสพติด หรือดื่มแอลกอฮอล์ ผู้ป่วยไบโพลาร์ที่มีลักษณะมาเนียอาจไม่นอนติดต่อกันได้ถึง 2 วัน พูดเร็วขึ้น และเปลี่ยนแปลงหัวข้อในการสนทนาไปอย่างรวดเร็วและไม่เกี่ยวข้องกัน
ขณะที่ผู้ป่วย Cyclothymia จะมีภาวะซึมเศร้าและก็อาการมาเนียที่อ่อนกว่าไบโพลาร์ มีลักษณะอาการน้อยกว่า รวมทั้งเกิดขึ้นในระยะที่สั้นกว่า อาการดูราวกับว่าเวลาปกติที่คุณผ่านวันที่ดีและวันที่ห่วยแตกสลับกันไป ยกตัวอย่างเช่น นอนน้อยลง สนทนาเยอะขึ้น รู้สึกกระปรี้กระเปร่ามากยิ่งขึ้น เพียงแต่ว่าจะมีอารมณ์แปรปรวนขึ้นๆลงๆไปตลอด แทบจะไม่มีตอนที่อารมณ์ปกติเลย
ลักษณะของโรคไบโพลาร์ชนิด Cyclothymia
นอกเหนือจากอารมณ์แปรปรวนแล้ว ผู้ป่วยโรคไบโพลาร์แบบอ่อนยังอาจมีอาการอื่นๆในลัษณะดังกล่าวต่อไปนี้

  • มีอารมณ์แปรปรวนขึ้นลงมานานอย่างน้อย 2 ปี
  • อาการมีผลเสียต่อการทำงานหรือความสัมพันธ์กับคนรอบข้างอย่างต่ำ 1 ครั้งในช่วง 2 ปี
  • ตอนที่คุณไม่มีอาการหรือมีอารมณ์ธรรมดานั้นเกิดขึ้นน้อยกว่า 3 เดือนติดต่อกัน
  • อาการไม่ร้ายแรงถึงขนาดตรงเกณฑ์โรคไบโพลาร์

การรักษาโรคไบโพลาร์จำพวก Cyclothymia
ผู้ป่วย Cyclothymia หลายคนสามารถมีชีวิตได้อย่างปกติโดยไม่ต้องรักษา แต่คนรอบข้างก็ควรจะคอยสังเกตดูลักษณะของผู้ป่วยด้วย เพราะเหตุว่า 1 ใน 3 ถึง 1 ใน 2 ของผู้ป่วย Cyclothymia สามารถมีอาการร้ายแรงขึ้นจนกลายเป็นโรคไบโพลาร์ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ป่วยที่มีคนในครอบครัวเคยเป็นโรคไบโพลาร์ ซึ่งจะมีความเสี่ยงเป็นโรคไบโพลาร์มากกว่าคนทั่วไป ซึ่งการป้องกันการพัฒนาจากโรค Cyclothymia ไปเป็นโรคไบโพลาร์นั้นทำค่อนข้างยาก แต่ว่าผู้ที่มีความชำนาญเชื่อว่าการเริ่มรักษา Cyclothymia ให้เร็วที่สุดสามารถป้องกันไม่ให้โรคนี้แปลงเป็นโรคไบโพลาร์ได้
แม้กระนั้น ณ ปัจจุบันไม่มีการรักษาที่ชัดเจนสำหรับโรค Cyclothymia แม้กระทั้งยาที่ใช้รักษาโรคไบโพลาร์ อาทิเช่น กลุ่มยาควบคุมอารมณ์ ก็ไม่อาจจะช่วยทำให้อาการดีขึ้นได้เสมอ
การรักษาที่นิยมนำมาใช้เป็นการสนทนาบำบัดกับนักจิตวิทยา (Talk therapy) โดยมีเป้าหมายเพื่อช่วยให้ตัวผู้ป่วยทำความเข้าใจการจัดการกับอารมณ์ของตนเอง และเข้าใจถึงปัจจัยที่บางทีอาจเป็นตัวกระตุ้นให้อาการไม่ดีขึ้น ยกตัวอย่างเช่น อารมณ์ที่แปรปรวนนั้นเกิดขึ้นได้จากการนอนน้อยเกินไป การดื่มแอลกอฮอล์ หรือการเดินทางผ่านโซนเวลาต่างๆนอกนั้น การบำบัดด้วยแสง (Light therapy) ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ใช้รักษาโรค Cyclothymia ได้

https://www.honestdocs.co/understanding-bipolar
Tags : โรคไบโพลาร์
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:  โรคไบโพลาร์ 

หน้า: 1

 
ตอบ
ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:   Go
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม