หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: จาก CSR สู่ CSV มุ่งคืนกำไรสู่สังคมอย่างมีคุณภาพ  (อ่าน 9 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 27 ต.ค. 19, 19:29 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

ใกล้สิ้นปีแล้ว ภาคธุรกิจน้อยใหญ่คงกำลังเร่งทำ CSR (Corporate Social Responsibility) กัน เพื่อให้ทันไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ บางคนอาจจะมองว่า CSR เป็นการทำบุญ หรือเพื่อตอบแทนสังคมที่สนับสนุนธุรกิจ และบางคนอาจจะมองว่าเป็นกิจกรรมที่ทำเพื่อโปรโมทธุรกิจ ทำให้เกิดคำใหม่ขึ้นที่เรียกว่า CSV หรือ Creating Shared Value ซึ่งเป็นแนวความคิดของ Michael E. Porter ผู้ซึ่งเป็นกูรูด้านกลยุทธ์การข่งขัน ที่มีแนวคิดปรับเปลี่ยนการดำเนินธุรกิจให้สอดคล้องกับผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสีย (Steak Holder) ที่เกี่ยวข้องกับกิจการ เช่น ผู้ถือหุ้น ลูกค้า Supplier รวมไปถึงแม้กระทั่งชุมชนที่บริษัทตั้งอยู่ เป็นการสร้างคุณค่าร่วมกันแทนที่จะมุ่งช่วยเหลือสังคมอย่างเดียวแบบ CSR เป็นการหาพื้นที่ตรงกลางระหว่างธุรกิจกับสังคมและผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยการปรับเข้าสู่การเป็นธุรกิจที่ยั่งยืนด้วยการลดการใช้ทรัพยากร และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ความแตกต่างระหว่าง CSR และ CSV คืออะไร

CSR คือ ความรับผิดชอบของบริษัทต่อสังคมโดยมากจะเป็นการช่วยเหลือสังคมด้วยกิจกรรมในรูปแบบต่างๆซึ่งสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่บริษัท แต่ในความเป็นจริงแล้วอาจไม่ได้สร้างความพึงพอใจให้กับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องแต่อย่างใด ทำให้หลายๆ บริษัท ที่ทำกิจกรรม CSR ถูกมองว่าทำไปเพียงเพราะต้องการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้บริษัทไม่ได้ตั้งใจทำเพื่อสังคม ในขณะที่ CSV นั้น คือการสร้างคุณค่าร่วมกัน เพื่อหาตรงกลางที่จะสร้างประโยชน์ให้กับทุกๆ ฝ่ายที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด โดยที่บริษัทไม่ต้องจัดกิจกรรม หรือสนับสนุนใดๆ ทำให้เกิดการบูรณาการที่ยั่งยืนกว่าการทำ CSR ที่ทำจบโครงการแล้วก็จบไป

“แนวคิด CSV จะก้าวข้ามไปอีกขั้น หากองค์กรธุรกิจมุ่งมั่นดำเนินงานที่ก่อประโยชน์แก่สังคม ในขณะเดียวกันก็สามารถส่งเสริมให้ธุรกิจสามารถแข่งขันกันได้”



วิธีการสร้างคุณค่าร่วมแบ่งออกเป็น 3 ระดับ คือ

1). ระดับของการคิดค้นผลิตภัณฑ์ขึ้นใหม่ที่เป็นความต้องการของสังคม “Product” โดยเฉพาะกับตลาดหรือกลุ่มลูกค้าที่ยังไม่ได้รับการตอบสนอง เป็นการส่งมอบคุณค่าให้สังคมโดยตรงผ่านตัวสินค้าและบริการ ขณะที่ธุรกิจได้รับคุณค่าในรูปของส่วนแบ่งการตลาด, การเติบโต

ตัวอย่างเช่น ในธุรกิจการเงิน มีการออกแบบสินเชื่อหรือผลิตภัณฑ์ทางการเงินสำหรับผู้ประกอบการสังคม หรือโครงการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการนำทรัพยากรธรรมชาติไปใช้ประโยชน์ มีการพัฒนารูปแบบของแหล่งพลังงานทดแทน พลังงานสะอาด ในธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม มีการใช้สารอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการในการประกอบหรือแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ ลดการใช้สารเคมีหรือสารปรุงแต่งอาหารที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ในธุรกิจบริการสุขภาพ มีการนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการสำหรับคนชั้นฐานราก ด้วยคุณภาพในราคาที่เหมาะสมและเป็นธรรม ในธุรกิจบริการโทรคมนาคม มีการขยายบริการเครือข่ายที่ครอบคลุมพื้นที่ชนบทห่างไกลและขาดแคลนบริการ เป็นต้น



2). ระดับของการกำหนดบรรทัดฐานใหม่ในเรื่องผลิตภาพ โดยให้ความสำคัญกับประเด็นทางสังคมตลอดห่วงโซ่คุณค่า เป็นแนวปฏิบัติในการสร้างคุณค่าร่วมโดยมุ่งเน้นที่การยกระดับ ‘Value Chain’ เป็นโจทย์ในการพัฒนาผลิตภาพร่วมกับคู่ค้าและหุ้นส่วนทางธุรกิจในห่วงโซ่คุณค่า ซึ่งเป็นการส่งมอบคุณค่าให้แก่สังคมจากการจัดการทรัพยากร วัตถุดิบ แรงงาน ค่าตอบแทน ในขณะที่ธุรกิจจะได้รับคุณค่าในรูปของประสิทธิภาพ การบริหารต้นทุน ความมั่นคงทางวัตถุดิบ คุณภาพ และความสามารถในการทำกำไรที่เพิ่มขึ้น

ตัวอย่างของการสร้างคุณค่าร่วมในระดับผลิตภัณฑ์ ของที่ระลึกสโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ ผ้าครามมัดย้อมจากสกลนครและผ้าทอตีนจกย้อมสีธรรมชาติจากภาคเหนือ ซึ่งเป็นผลงานที่ภาคภูมิใจของกลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ ที่เป็นคู่คิดและคู่ค้ากับชุมชนต่างๆ เพื่อชูจุดแข็งและภูมิปัญญาของคนไทยและผสมผสานกับเทคนิคการออกแบบที่ทันสมัย สามารถใส่ได้จริงในชีวิตประจำวันได้จริง อีกทั้งยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมด้วย เพราะใช้สีจากธรรมชาติทั้งหมดมาในทุกขั้นตอนการผลิต ซึ่งตรงกับ CSV ทุกประการ เพราะสร้างความพึงพอใจในทุกฝ่าย สร้างรายได้ให้ชุมชน ธุรกิจสามารถดำเนินต่อได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังไม่สร้างมลพิษให้กับสิ่งแวดล้อม


3). ระดับของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในท้องถิ่นที่เอื้อต่อธุรกิจ เป็นแนวปฏิบัติในการสร้างคุณค่าร่วมโดยมุ่งเน้นที่ ‘Local Community’ โดยเพิ่มบทบาทในการร่วมพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในแง่มุมที่เอื้อต่อการประกอบธุรกิจ ซึ่งเป็นการส่งมอบคุณค่าให้แก่สังคมด้วยการสร้างงาน การสาธารณสุข การศึกษา เศรษฐกิจชุมชน สวัสดิการสังคม ในขณะที่ธุรกิจจะได้รับคุณค่าทั้งในแง่ของรายได้และการบริหารต้นทุน การเข้าถึงปัจจัยการผลิต การกระจายตัวสินค้า รวมถึงความสามารถในการทำกำไรที่เพิ่มขึ้น

ตัวอย่างของการสร้างคุณค่าร่วมในระดับชุมชนท้องถิ่น อาทิ ให้การสนับสนุนสินเชื่อแก่กลุ่มผู้มีรายได้น้อยในระดับฐานราก (Microfinance) ในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการนำทรัพยากรธรรมชาติไปใช้ประโยชน์ หรือมีการร่วมพัฒนาชุมชนเพื่อเสริมสร้างบริบทการแข่งขันในตลาดเกิดใหม่ ในธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม เช่นการเพิ่มมูลค่าสินค้าในชุมชนให้กลายเป็นสินค้าที่ระลึกสำหรับนักท่องเที่ยว เป็นการสร้างรายได้ให้ชุมชนและยังเป็นการยกระดับผลิตภัณฑ์อีกด้วย


ทั้งนี้ การสร้างคุณค่าร่วมของทุกระดับ ย่อมก่อให้ธุรกิจรับคุณค่าด้านรายได้ และมีความสามารถในการทำกำไรที่เพิ่มขึ้น นี่เป็นแค่แนวทางหนึ่งที่จะสร้าง

CSV อย่างมีคุณภาพ หากทุกภาคส่วนร่วมมือกันในการคิดและดำเนินสร้าง CSV ให้สอดคล้องกับชุมชนและวางแผนการดำเนินเพื่อให้โครงการนั้นยั่งยืน เชื่อว่าชุมชนต่างๆ ในประเทศของเรา จะช่วยเป็นฟันเฟืองที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้ก้าวหน้าทัดเทียมต่างประเทศอย่างแน่นอน
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

Tags:  ท่องเที่ยวไทย  ดิวตี้ฟรี  CSR 

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม