หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: เงินที่ไม่ใช่เงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคม  (อ่าน 10 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 29 ม.ค. 20, 12:40 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 
           # เงินที่ไม่ใช่เงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคม

            หากไม่เป็นเงินที่นายจ้างจ่ายให้แก่ลูกจ้าง โดยมีวัตถุประสงค์ของการจ่ายเพื่อเป็นค่าตอบแทนการทำงานในวันและเวลาทำงานปกติของลูกจ้างที่ทำให้แก่จายจ้างก็ไม่ใช่ค่าจ้างที่ต้องนำมาคำนวณเพื่อจ่ายเป็นเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคม

            พระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533

            มาตรา 5 ในพระราชบัญญัตินี้

            “ ค่าจ้าง ”  หมายความว่า เงินทุกประเภทที่นายจ้างจ่ายให้แก่ลูกจ้างเป็นค่าตอบแทนการทำงานในวันและเวลาทำงานปกติไม่ว่าจะคำนวณตามระยะเวลาหรือคำนวณตามผลงานที่ลูกจ้างทำได้ และให้หมายความรวมถึงเงินที่นายจ้างจ่ายให้ในวันหยุดและวันลาซึ่งลูกจ้างไม่ได้ทำงานด้วย  ทั้งนี้ ไม่ว่าจะกำหนด คำนวณหรือจ่ายในลักษณะใดหรือโดยวิธีการใด และไม่ว่าจะเรียกชื่ออย่างไร

 
            เรื่องจริงอิงฎีกา/ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4037 - 4038/2561

            ..........โจทก์เรียกเก็บเงินค่าบริการจากลูกค้าที่มาใช้บริการในอัตราร้อยละ 10 ของจำนวนเงินค่าที่พักค่าอาหารหรือค่าบริการอื่น ๆ ที่ลูกค้ามาใช้บริการ  แล้วโจทก์นำไปจัดสรรให้แก่ลูกจ้างของโจทก์นอกเหนือจากเงินเดือน (ค่าจ้าง) ที่ลูกจ้างได้รับจากโจทก์ประจำทุกเดือน  ดังนี้ การที่ลูกจ้างของโจทก์จะได้รับค่าบริการมากน้อยเพียงใดขึ้นอยู่กับจำนวนค่าใช้จ่ายของลูกค้าเป็นสำคัญ  ไม่ปรากฏว่าหากโจทก์ไม่ได้รับค่าบริการหรือได้รับจำนวนน้อยแล้ว  โจทก์ต้องจ่ายเงินเพิ่มให้แก่ลูกจ้าง  โจทก์ไม่มีส่วนได้เสียกับค่าบริการดังกล่าว การที่โจทก์เป็นผู้เรียกเก็บค่าบริการจากลูกค้าและเป็นผู้จัดแบ่งให้แก่ลูกจ้างจึงเป็นกรณีที่โจทก์ทำแทนลูกจ้างเพื่อความสะดวกและเพื่อให้กิจการของโจทก์ดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย   ค่าบริการจึงมิใช่เงินของนายจ้างที่จ่ายให้แก่ลูกจ้างเพื่อตอบแทนการทำงานหรือผลงานที่ลูกจ้างทำได้สำหรับระยะเวลาทำงานปกติของวันทำงาน  และมิใช่เงินที่นายจ้างจ่ายเงินให้แก่ลูกจ้างในวันหยุดและวันลา  จึงไม่ใช่ค่าจ้างตาม พ.ร.บ.ประกันสังคม พ.ศ. 2533 มาตรา 5

            โจทก์จ่ายค่าน้ำมันรถให้แก่ลูกจ้างที่นำยานพาหนะส่วนตัวมาใช้ในการปฏิบัติงาน  ส่วนเงินค่ากะที่ลูกจ้างจะได้รับก็มีแต่เฉพาะลูกจ้างซึ่งเข้าทำงานในเวลากลางคืนเท่านั้น  โดยโจทก์จ่ายเพื่อรักษาและสร้างแรงจูงใจของพนักงานและกำหนดอัตราขั้นสูงไว้ 1,000 บาท  ต่อเดือน  สำหรับเงินค่าเบี้ยเลี้ยงพิเศษ  โจทก์จ่ายให้แก่ลูกจ้างที่มีความสามารถในการใช้ภาษาต่างประเทศอื่นนอกเหนือจากภาษาอังกฤษ  เงินทั้งสามประเภทดังกล่าวจึงมีลักษณะเป็นเงินสวัสดิการ  มิใช่เงินที่นายจ้างจ่ายให้แก่ลูกจ้างเพื่อตอบแทนการทำงาน  หรือผลงานที่ลูกจ้างทำได้สำรหับระยะเวลาทำงานปกติของวันทำงาน  และมิใช่เงินที่นายจ้างจ่ายให้แก่ลูกจ้างในวันหยุดและวันลา  มิใช่ค่าจ้างตามพ.ร.บ.ประกันสังคม พ.ศ. 2533 มาตรา 5  เช่นกัน  ดังนั้น ค่าบริการ ค่าน้ำมันรถ ค่ากะและค่าเบี้ยเลี้ยงพิเศษจึงไม่ใช่ค่าจ้างที่ต้องนำมาคำนวณเพื่อจ่ายเป็นเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคม

Cr.  q*062  : https://www.thaiasianlaw.com/
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Tags:  

หน้า: 1

 
ตอบ
ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:   Go
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม