หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: ข้อมูลล่าสุดตลาดที่อยู่อาศัยไทยที่ต้องรู้  (อ่าน 7 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 9 มิ.ย. 20, 13:14 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

อันที่จริงโครงการที่อยู่อาศัยในไตรมาส 1/2563 เปิดตัวมากถึง 17,513 หน่วย รวมมูลค่า 68,971 ล้านบาท สูงกว่าที่มีการนำเสนอที่ผ่านมาก แต่ก็ยังถือว่าต่ำกว่าในไตรมาส 1/2562 อยู่มากทีเดียว ประเด็นสำคัญก็คือในเดือนมกราคมยังแทบไม่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ผลกระทบหลักๆ มาในเดือนมีนาคมและเมษายน 2563 ทำให้ใน 4 เดือนแรกโครงการเปิดใหม่ลดลงมากโดยเฉพาะในเดือนเมษายนที่ผ่านมา ยอดทั้งปีน่าจะมีโครงการเปิดตัวใหม่ 372 โครงการ รวม 84,641 หน่วย รวมมูลค่า 330,899 ล้านบาท ลงลง 22% 29% และ 31% จากจำนวนโครงการ จำนวนหน่วย และมูลค่าการพัฒนา อย่างไรก็ตามสถานการณ์น่าจะฟื้นตัวในไตรมาสที่ 4/2563 นี้
ตามที่หนังสือพิมพ์ไทยรัฐลงข่าวว่า โครงการที่อยู่อาศัยเปิดขายใหม่ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ในไตรมาส 1 หลังเกิดโควิด-19 พบว่า มีที่อยู่อาศัยเปิดโครงการใหม่ 68 โครงการ ลดลงจากไตรมาส 1 ปีที่ผ่านมา 40% จากที่มีรวม 15,932 หน่วย หรือลดลง 29% ดร.โสภณ พรโชคชัย ประธาน ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก.เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส (www.area.co.th) กล่าวว่า ข้อมูลนี้อาจมีความคลาดเคลื่อน ทำให้ผู้ใช้ข้อมูลทั้งทางราชการ ภาคเอกชน นักลงทุนหรือผู้ซื้อบ้านเองสับสน
ดร.โสภณจึงเสนอข้อมูลว่าในความเป็นจริงในไตรมาสแรกของปี 2563 นั้น มีโครงการที่อยู่อาศัยเปิดตัว 77 โครงการ (ไม่ใช่แค่ 68 โครงการ) รวม 17,513 หน่วย (ไม่ใช่แค่ 15,932 หน่วย) รวมมูลค่า 68,971 ล้านบาท แสดงว่าการเปิดตัวมีไม่น้อย ถ้าเทียบกับไตรมาสแรกของปี 2562 จะพบว่ามีโครงการเปิดใหม่มากถึง 103 โครงการ รวม 30,249 หน่วย รวมมูลค่า 97,931 ล้านบาท การนี้แสดงว่าจำนวนหน่วยขายที่เปิดตัวในไตรมาสแรกของปี 2563 ลดลงจากปี 2562 ถึง 42% ส่วนจำนวนหน่วยละลง 30% ราคาเฉลี่ยก็ลดลงจาก 3.938 ล้านบาท เหลือเพียง 3.238 ล้านบาท หรือลดลง 18%
สำหรับในรอบ 4 เดือนล่าสุดของปี 2563 ปรากฏว่า มีโครงการอสังหาริมทรัพย์ทุกประเภทเปิดใหม่ทั้งหมด 93 โครงการ รวม 20,271 หน่วย มูลค่า 20,271 ล้านบาท ส่วนใน 4 เดือนแรกของปี 2562 มีโครงบากรเปิดใหม่มากถึง 142 โครงการ รวม 35,737 หน่วย รวมมูลค่า 123,413 ล้านบาท ซึ่งนับว่าสูงกว่าที่เปิดตัวในปี 2563 ทั้งนี้อาจกล่าวได้ว่าเมื่อเทียบกับ 4 เดือนแรกของปี 2562 พบว่า จำนวนโครงการลดลง 49 โครงการ หรือลดลง 35% จำนวนหน่วยลดลง15,466 หน่วย หรือ 43% และมูลค่าโครงการเปิดใหม่ลดลง 43,353 ล้านบาท ลดลง 35%
จะสังเกตได้ว่าโครงการเปิดใหม่ในปี 2563 มีราคาเฉลี่ย 3.95 ล้านบาท ซึ่งสูงกว่าราคาเฉลี่ยของโครงการเปิดใหม่ใน 4 เดือนแรกของปี 2562 ที่มีราคาเฉลี่ยเพียง 3.453 ล้านบาท แสดงว่าสินค้าราคาค่อนข้างถูก เปิดตัวน้อย ประชาชนผู้มีรายได้ปานกลางหรือค่อนข้างต่ำ ขาดกำลังซื้อในขณะนี้ ที่สำคัญอัตราการขายได้ในเดือนแรกที่เปิดตัวนั้นลดต่ำลงอย่างชัดเจน กล่าวคือในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2563 แต่ละโครงการจะมียอดจองซื้อประมาณ 36% ของทั้งหมด อย่างไรก็ตามสำหรับโครงการใน 4 เดือนแรกของปี 2563 มีสัดส่วนการจองซื้อเพียง 26% เท่านั้น แสดงว่าอัตราการขายได้ลดลง กำลังซื้อคงจะลดลงตามไปตามภาวะเศรษฐกิจที่ฝืดเคืองลงด้วย
ถ้าวิเคราะห์ข้อมูลให้ชัดเจนจะเห็นได้ว่าการเปิดตัวโครงการในเดือนมกราคม 2563 สูงกว่าปี 2562 เสียอีก คือเปิดตัว 25 โครงการ รวม 5,368 หน่วย รวมมูลค่าสูงถึง 25,242 ล้านบาท ในขณะที่เดือนมกราคม 2562 เปิดตัว 24 โครงการ แม้จะมีจำนวนหน่วยมากกว่าคือ 9,645 หน่วย แต่มีมูลค่ารวมเพียง 20,634 ล้านบาทเท่านั้น แสดงว่าในเดือนมกราคมยังไม่ได้รับผลกระทบจากโควิด เพราะแม้เปิดตัวน้อยกว่าแต่มูลค่าสูงกว่าปีก่อนมาก อาจกล่าวได้ว่าในเดือนกุมภาพันธ์โครงการอสังหาริมทรัพย์ทั้งหลายทุกประเภทเริ่มได้รับผลกระทบจากโควิด-19 บ้างแต่ยังไม่มาก ผลกระทบมาแสดงความชัดเจนในเดือนมีนาคมที่มีการล็อกดาวน์ในช่วงกลางเดือน และเดือนเมษายนที่ผ่านมานี้เอง
จะเห็นได้ว่าในเดือนเมษายน ที่อยู่อาศัยเปิดตัวเพียง 12 โครงการ รวม 2,736 หน่วย รวมมูลค่าเพียง 10,191 ล้านบาท ในขณะที่ในเดือนเมษายน 2562 มีเปิดตัว 31 โครงการ รวม 5,390 หน่วย ในมูลค่า 23,994 ล้านบาท ดังนั้นเมื่อเทียบเฉพาะเดือนเมษายน 2562 และ 2563 ปรากฏว่า จำนวนโครงการลดลงถึง 61% จำนวนหน่วยขายเปิดใหม่ลดลง 49% และมูลค่าการพัฒนาลดลงไปถึง 58% ถือว่าเป็นการลดลงอย่างน่าตกใจมากที่สุด
ดร.โสภณยังคาดการณ์ว่าตลอดปี 2563 นี้จะมีโครงการเปิดตัวใหม่ 372 โครงการ รวม 84,641 หน่วย รวมมูลค่า 330,899 ล้านบาท ซึ่งแสดงว่าจำนวนโครงการลดลง 22% จำนวนหน่วยลดลง 29% และมูลค่าลดลง 31% การเปิดตัวของโครงการในระยะหลังจากนี้ จะมีโครงการของบริษัทมหาชนลดลง แต่จะมีโครงการของบริษัทนอกตลาดหลักทรัพย์มากขึ้น เพราะสินค้าของบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ยังเหลือขายอยู่มากเป็นพิเศษนั่นเอง อย่างไรก็ตามสถานการณ์น่าจะฟื้นตัวในไตรมาสที่ 4/2563 นี้

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:  เศรษฐกิจ อสังหาริมทรัพย์ บ้าน ฟรี โควิด19 

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม