หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: Farm to Table คืออะไร? รู้จักเทรนด์อาหารสุขภาพที่ดีต่อร่างกายและดีต่อโลก  (อ่าน 7 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 3 ธ.ค. 20, 16:29 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

“สุขภาพดี” คือสุดยอดปรารถนาของการใช้ชีวิต เพราะเมื่อเรามีร่างกายที่แข็งแรง มีจิตใจที่เบิกบาน การจะทำกิจการงานใดก็ย่อมเป็นไปได้เสมอ การเป็นเจ้าของ “สุขภาพดี” นั้นมีองค์ประกอบสำคัญๆ เพียงไม่กี่ประการ หนึ่งในนั้นคือ “อาหารการกิน” ซึ่งปัจจุบันเทรนด์อาหารสุขภาพมีอยู่มากมายหลายประเภท ทั้งอาหารคลีน อาหารคีโต อาหารมังสวิรัติ และที่กำลังมาแรงสุดๆ ในธุรกิจอาหารยุคนี้ก็คือ Farm to Table เมนูอาหารสดใหม่จากผู้ผลิตเสิร์ฟ ส่งตรงถึงโต๊ะผู้บริโภค ทำให้ผู้บริโภคหมดห่วงเรื่องคุณภาพของผัก ทั้งความสดใหม่ และ สารเคมี
Farm to Table เทรนด์สุขภาพดีที่พิถีพิถัน
Farm to Table คือการที่ผู้ผลิตหรือเกษตรกรนำพืชผักที่ปลูกขึ้นเองหรือเนื้อสัตว์ที่ได้จากฟาร์มเลี้ยงดูแบบไร้สารเคมีนำมาปรุงในสไตล์โฮมเมดแล้วเสิร์ฟให้กับลูกค้าได้ทานแบบสดใหม่วันต่อวัน ทำให้อาหารจานนั้นมีรสชาติความอร่อยจากธรรมชาติแท้ๆ จนผู้บริโภคสามารถสัมผัสได้ถึงคุณภาพที่ดีต่อกายและใจ อาหารประเภท Farm to Table ได้รับการยอมรับว่าเป็นอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เนื่องจากมีกระบวนการผลิตที่พิถีพิถันตามวิถีการเกษตรแบบอินทรีย์ซึ่งมีความเป็นธรรมชาติสูง เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ปราศจากการตัดแต่งพันธุกรรม ไม่ใช้สารเคมีหรือสารปรุงแต่งเพื่อเร่งหรือควบคุมการเจริญเติบโตของพืชและสัตว์ จึงทำให้มั่นใจได้ว่าร่างกายจะไม่ได้รับสิ่งปนเปื้อนตกค้างเมื่อรับประทานอาหารเหล่านั้น นอกจากนี้อาหารประเภท Farm to Table ยังเน้นการปลูกพืชผักตามฤดูกาลเพื่อให้เกิดการหมุนเวียนตามวัฎจักรชีวิตซึ่งส่งผลต่อคุณภาพและความยั่งยืนด้านอาหารในอนาคต และลดภาระค่าใช้จ่ายในการดูแลนอกฤดูกาลอันเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ผู้บริโภคอย่างเราๆ ต้องเสียเงินซื้อวัตถุดิบในราคาที่แพงขึ้น
Farm to Table กลยุทธ์แห่งความยั่งยืนแบบครบวงจร
ประเทศไทยได้ชื่อว่า “ครัวของโลก” เป็นสวรรค์ของนักกินที่ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็มีอาหารหรือขนมให้ทานได้ตลอด ข้อมูลจาก Euromonitor เกี่ยวกับค่าใช้จ่ายของผู้บริโภคในประเทศไทย ปี 2560 พบว่าคนไทยหมดเงินไปกับค่าใช้จ่ายด้านอาหารมากที่สุดถึง 21.2% หรือคิดเป็นมูลค่า 1.8 ล้านล้านบาทเลยทีเดียว แต่ก็เป็นเรื่องน่าเสียดายที่องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (Food and Agriculture Organization หรือ FAO) พบว่า 1 ใน 3 ของอาหารที่ผลิตทั่วโลก หรือราว 1.3 ล้านตัน/ปี กลายเป็นขยะที่สร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ทำให้ขาดความมั่นคงทางอาหาร และที่สำคัญคือเผาผลาญทรัพยากรธรรมชาติ ดิน น้ำ และพลังงานโดยไม่จำเป็น Farm to Table จึงเปรียบเหมือนกลยุทธ์ที่เข้ามาอุดช่องโหว่งของห่วงโซ่อุปทานด้านอาหารการกินตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำได้อย่างดี กล่าวคือ เกษตรกรไม่ได้มีหน้าที่เพียงเพาะปลูกหรือผลิตวัตถุดิบเท่านั้น แต่ยังนำพืชพรรณหรือเนื้อสัตว์ที่ได้มาปรุงในจุดเดียวกันหรือใกล้กับฟาร์มของตัวเองและเสิร์ฟถึงมือผู้บริโภคโดยตรงในปริมาณที่พอเพียงกับศักยภาพที่มี เทรนด์การทานอาหารแบบ Farm-to-Table จึงรักษาความสดใหม่และคุณค่าทางอาหารที่ดีต่อร่างกายไว้ได้มาก ไม่ต้องสิ้นเปลืองกับบรรจุภัณฑ์และการขนส่งที่ทำให้เกิดการสูญเสียเชื้อเพลิงและคุณภาพอาหาร ลดขั้นตอนและเวลาการส่งมอบระหว่างผู้ผลิตถึงผู้บริโภค ซึ่งบ่อยครั้งที่เราต้องทิ้งอาหารโดยไม่จำเป็นเพียงเพราะมีขั้นตอนการนำส่งมากเกินไป และในกรณีที่มีอาหารเหลือหรือจำเป็นต้องทิ้งบางส่วน ทางฟาร์มสามารถนำไปหมักเป็นปุ๋ยชีวภาพและหมุนเวียนใช้ในการผลิตได้โดยไม่เสียของและไม่เป็นภาระต่อหน่วยงานที่รับผิดชอบเรื่องขยะมูลฝอย การผลิตและจำหน่ายในชุมชนใกล้เคียงแบบ Farm to Table ยังมีลักษณะความยั่งยืน (Sustainability) ช่วยสนับสนุนอาชีพเกษตรกรรายย่อยให้มีความมั่นคง สามารถกำหนดราคาขายได้ตามจริง โดยไม่ถูกคนกลางหรือบริษัทขนาดใหญ่เอาเปรียบเหมือนที่ผ่านมา ส่งเสริมให้เศรษฐกิจชุมชนดีขึ้น มีการจ้างงานในธุรกิจอาหารและบริการโดยเฉพาะในพื้นที่ต่างจังหวัดจะถือว่ามีส่วนช่วยลดการย้ายถิ่นฐานของแรงงานเข้าสู่เมืองหลวงได้มาก ในขณะที่ระบบ Farm to Table ที่เกิดขึ้นในเขตเมืองจะช่วยให้มีการนำที่ดินเปล่ามาใช้ให้เกิดประโยชน์มากขึ้น และทำให้เกิดพื้นที่ผลิตอาหารที่สามารถจะเลี้ยงคนในเมืองได้มากยิ่งขึ้น พร้อมๆ กับประหยัดค่าใช้จ่ายในการขนส่งได้อย่างมหาศาล
ลงมือทำ Farm to Table ที่บ้านเนอวานา
Farm to Table ไม่ได้มีแต่เฉพาะธุรกิจด้านอาหารเท่านั้น ในภาคครัวเรือนก็สามารถทำได้เช่นกัน ซึ่งหากมองกันตามจริงแล้ว การปลูกพืชผักสวนครัวหรือผักริมรั้วเพื่อเอาไว้ทานกันเองในครอบครัวของคนไทยเป็นที่ปรากฏมาเนิ่นนานก่อนกระแสจาก Farm to Table เสียด้วยซ้ำ ลูกบ้านเนอวานาที่สนใจนำไอเดีย Farm to Table สามารถลงมือได้ง่ายๆ กับพื้นที่สวนที่มีอยู่รอบบ้าน โดยลงเป็นแปลงผักเล็กๆ หรือทำเป็นแนวรั้ว สำหรับผักประเภทที่ปลูกแล้วมีผลเก็บกินได้ตลอดทั้งปี เช่น มะระ แตงกวา ตำลึง และปลูกในกระถางสำหรับผักที่มีอายุสั้น เก็บกินและปลูกใหม่หมุนเวียนเรื่อยๆ เช่น ต้นอ่อนทานตะวัน ใบกะเพรา พริก เพียงเท่านี้ก็จะมีผักและวัตถุดิบที่สดใหม่ หลากหลาย และมั่นใจความปลอดภัยได้เต็มร้อย ยิ่งเก็บมาใหม่ๆ จากต้นแล้วนำมาปรุงทันทีในห้องครัวที่แสนสะอาดและทันสมัยของบ้านเนอวานา ก็ยิ่งรับรู้ได้ถึงความแตกต่างของคุณภาพอาหารและความอร่อยที่รับรองว่าร้านอาหารแบบ Farm to Table อาจสู้ไม่ได้อย่างแน่นอน และเหนือสิ่งอื่นใดคือการได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันของสมาชิกในครอบครัว เพื่อสร้างสรรค์เมนูจานโปรดและร่วมรับประทานอาหารด้วยความอิ่มเอมกายและหัวใจ สมกับเป็นความสุขกินได้ที่แสนมหัศจรรย์
สุขภาพดีคือสิ่งที่ทุกคนฝันถึง ที่บ้านเนอวานา นอกจากจะใส่ใจรายละเอียดของบ้านแล้ว ยังใส่ใจสุขภาพของผู้อยู่อาศัยกระทั่งการรับประทานอาหาร

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:  บ้านเดี่ยว 

หน้า: 1

 
ตอบ
ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:   Go
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม