หน้า : พิมพ์หน้านี้ - ยูเออีเปิดให้นักลงทุนต่างชาติลงทุนเป็นเจ้าของกิจการได้ 100% โอกาสผู้ประกอบการไทย

เว็บบอร์ด webboard บอร์ด forum ฟอรั่ม กระดานข่าว กระดานสนทนา สนทนา กระทู้ ความคิดเห็น

หมวดหมู่ => ชุมชนนักลงทุน => ข้อความที่เริ่มโดย: bannermaster ที่ 1 มิ.ย. 21, 23:40 น

ยูเออีเปิดให้นักลงทุนต่างชาติลงทุนเป็นเจ้าของกิจการได้ 100% โอกาสผู้ประกอบการไทย


กระทู้: ยูเออีเปิดให้นักลงทุนต่างชาติลงทุนเป็นเจ้าของกิจการได้ 100% โอกาสผู้ประกอบการไทย
เริ่มกระทู้โดย: bannermaster ที่ 1 มิ.ย. 21, 23:40 น
(https://cdn.shortpixel.ai/client/q_glossy,ret_img,w_720,h_540/https://globthailand.com/wp-content/uploads/2021/06/uae-010621.png)

ในปี 2563 FDI ของยูเออีเติบโตขึ้น 44.2% มีเงินทุนไหลเข้ายูเออี 73 พันล้านดีแรห์ม และยูเออีได้ให้นักธุรกิจต่างชาติสามารถเป็นเจ้าของกิจการได้ 100% ซึ่งได้เริ่มประกาศตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2563 อย่างไรก็ตาม การดำเนินการดังกล่าวได้ถูกเลื่อนออกไปและให้นักธุรกิจต่างชาติสามารถเป็นเจ้าของกิจการได้ 100% ตั้งแต่ 1 มิถุนายน 2564 โดยยูเออีได้แก้ไขกฎหมายเพื่อเพิ่มสาขาใหม่ ๆ ที่นักลงทุนต่างชาติสามารถเป็นเจ้าของได้ 100% อีก 10 สาขา ตามยุทธศาสตร์ของประเทศภายใต้กฎหมายทางการค้าของบริษัทของยูเออีฉบับใหม่ และได้ยกเลิกการให้ชาวยูเออีเป็นหุ้นส่วน 51% ของธุรกิจชาวต่างชาติที่เปิดในยูเออี

.

นาย Abdullah bin Toug รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรของยูเออีเผยว่า ยูเออีตัดสินใจในเรื่องดังกล่าวเพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจและการเตรียมพร้อมให้ยูเออีก้าวสู่อนาคต ซึ่งจะเป็นการเปลี่ยนเกมส์ในการดําเนินธุรกิจและการลงทุนของยูเออีในระดับภูมิภาคและโลก และการปรับเปลี่ยนกฎหมายต่าง ๆ ที่เอื้ออํานวยต่อการลงทุนโดยตรง หรือ FDI ของนักลงทุนต่างชาติ เพื่อสร้างศักยภาพทางการแข่งขันของยูเออี ทั้งนี้ สําหรับธุรกิจเดิมที่เคยลงทะเบียนบริษัทตามกฎหมายเดิม สามารถลงทะเบียนจัดตั้งบริษัทตามกฎหมายใหม่ได้เช่นกัน โดยคาดว่าการดําเนินธุรกิจตามกฎหมายการค้าและการลงทุนฉบับใหม่นี้ จะเสริมสร้างศักยภาพทางการแข่งขันของประเทศในระยะยาวทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับนานาชาติ รวมถึงทําให้ธุรกิจก้าวหน้าไปได้อย่างยั่งยืน

.

นาย Abdula AI Saleh ปลัดกระทรวงเศรษฐกิจ การค้าต่างประเทศ และอุตสาหกรรมของยูเออี กล่าวว่า ภายใต้แผนการปฏิรูปเศรษฐกิจของประเทศและการให้นักลงทุนเป็นเจ้าของกิจการได้ 100% นี้จะเน้นการลงทุนในหลายสาขา เช่น (1) ด้านเศรษฐกิจดิจิทัล (2) AI (3) Internet of Things (4) block chain (5) ความรู้ทางการแพทย์ (6) Augmented and Virtual reality (AR and VR) (7) ด้านหุ่นยนต์ (8) พาหนะขับเคลื่อนด้วยตัวเอง (9) พลังงานหมุนเวียน (10) นวัตกรรมใหม่ ๆ และธุรกิจทางการเกษตร ซึ่งเป็นสาขาธุรกิจที่เป็นที่นิยมในปัจจุบันเเป็นอย่างมาก

.

นาย Paras Shahdadpuri ประธาน Nikai Group กล่าวว่า ในฐานะที่มีประสบการณ์เปิดธุรกิจในยูเออีมา 30 ปี การเปิดให้นักธุรกิจต่างชาติเป็นเจ้าของกิจการได้ 100% จะช่วยลดภัยคุกคามต่อการตัดสินใจทําธุรกิจในยูเออีและช่วยเพิ่มความสะดวกใจและมีอํานาจในการบริหารได้ 100% นอกจากนี้ นักลงทุนชาวต่างชาติยังสามารถบริหารธุรกิจและลงทุนในยูเออีได้อย่างอิสระมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้มีการลงทุนในยูเออีเพิ่มขึ้นอีกมากในอนาคต โดยเฉพาะการจัดงาน Expo 2020 ในปี 2564 ก็จะมีผลบวกเพิ่มขึ้นอีกด้วย

.

นอกจากนี้ บริษัทผู้ประกอบการอื่น ๆ ได้ออกมาแสดงทัศนะในทางเดียวกันด้วยว่า การเปิดเสรีในการเป็นเจ้าของกิจการของยูเออีจะทําให้ยูเออีดึงดูดการลงทุนได้อีกมาก และถือเป็นการกระตุ้นและปรับโครงสร้างกิจกรรมทางเศรษฐกิจต่าง ๆ ให้ทุนจัดสรรกันภายในประเทศอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงทําให้ยูเออีพึ่งพาธุรกิจน้ํามันและก๊าซลดลงในอนาคต ส่งเสริมบทบาทและภาพลักษณ์ของยูเออีให้เป็นศูนย์กลางในการทําธุรกิจและการลงทุนของศูนย์กลางนวัตกรรมและเทคโนโลยีต่าง ๆ ในอนาคด ซึ่งรองรับกับการจัด Expo 2020 ด้วย

.

สำหรับธุรกิจที่ไทยมีศักยภาพเข้าไปลงทุนในยูเออีส่วนใหญ่อยู่ในภาคบริการที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว เช่น ร้านอาหารไทย ธุรกิจสปาไทย และธุรกิจก่อสร้าง ทั้งนี้ ในฐานะที่ประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม ผู้ประกอบการอาจพิจารณาลงทุนหรือทำธุรกิจเกี่ยวกับเกษตรกรรมแนวดิ่ง การปลูกผักและเลี้ยงปลาแบบอควาโปนิกส์ (Aquaponics) ที่สามารถปลูกผักแบบไม่ใช่ดินแต่ใช้น้ำจากการเลี้ยงปลาแทน การพัฒนา เครื่องจักรกลเพื่อการเกษตรหรือนวัตกรรมการเกษตร เพื่อแลกเปลี่ยน เรียนรู้ และร่วมกันพัฒนาให้เกิดประโยชน์ ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญในการเข้าร่วมนโยบายส่งเสริมความมั่นคงทางอาหารของยูเออี ประกอบกับสามารถใช้โอกาสจากการที่ยูเออีได้ให้นักธุรกิจต่างชาติสามารถเป็นเจ้าของกิจการได้ 100% ด้วย

ขอบคุณข้อมูลจาก https://globthailand.com/uae-010621/